GUN IN THAILAND

Gun In Thailand => Gun Gallery => ข้อความที่เริ่มโดย: giant15 ที่ 08,03, 2016, 23:05:12



หัวข้อ: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพเรื่องราวของประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 08,03, 2016, 23:05:12
อยากให้พี่ๆโชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ เนื่องจากไฟร์เก่าๆ กระทู้เก่าๆ ภาพมันโดนลบหมด  :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: กิ๊บซี่ ที่ 08,03, 2016, 23:33:06
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12705509_1040581822667329_8998523172629553067_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12705509_1040581822667329_8998523172629553067_n.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12718368_1040582046000640_2808765003660864599_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12718368_1040582046000640_2808765003660864599_n.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12814678_1040582329333945_3061285421484769682_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12814678_1040582329333945_3061285421484769682_n.jpg.html)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: กิ๊บซี่ ที่ 08,03, 2016, 23:34:36
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12278675_990150004377178_7893635050713896866_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12278675_990150004377178_7893635050713896866_n.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12278814_990150081043837_4354540823059689549_n%201.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12278814_990150081043837_4354540823059689549_n%201.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12279171_990150254377153_5791262276500624310_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12279171_990150254377153_5791262276500624310_n.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12308749_990150141043831_1442573238129960790_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12308749_990150141043831_1442573238129960790_n.jpg.html)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 09,03, 2016, 07:16:10
 :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ตาลโตนด ที่ 09,03, 2016, 08:40:59
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12278814_990150081043837_4354540823059689549_n%201.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12278814_990150081043837_4354540823059689549_n%201.jpg.html)

 :H :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: กุ๊ก เมืองประจวบฯ ที่ 09,03, 2016, 09:22:33
แบ่งขายไม่ครับ :e


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: US.Aey > ํ ํ< ที่ 09,03, 2016, 09:59:16
 :8 :H :ds


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kamol mk ที่ 09,03, 2016, 10:29:23
 :> :> :>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ruang036 ที่ 09,03, 2016, 19:51:55
ดูขลังจังเรย..มนต์เสน่ห์กลิ่นอายสไตล์นักรบโบราณ :> :>
แต่ว่าของส่วนตัวหรือของหลวงครับ..พอแบ่งสักตัวได้ไหมครับ.. :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 09,03, 2016, 20:01:52
 :<>ขอบคุณครับพี่ เอ้าใครมีรูปช่วยลงอีกนะครับอาจสร้างแรงบรรดาลใจขับเคลื่อนคนที่อยากมี


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: yah&yim ที่ 09,03, 2016, 20:17:39
(http://www.mx7.com/i/a08/yeWvfc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yXYbAKO6ImKqPcKJ)

ของใครก็ไม่รู้ :e


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Glock 19 Gen4 ที่ 09,03, 2016, 21:16:24
 :>   :>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 09,03, 2016, 22:34:37
ไม่มีวันตายจริง ๆ เจ้า us. เนี้ยะ  :>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: บังเอก ปรีดิ์เปรม ที่ 10,03, 2016, 15:33:10
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12278675_990150004377178_7893635050713896866_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12278675_990150004377178_7893635050713896866_n.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12278814_990150081043837_4354540823059689549_n%201.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12278814_990150081043837_4354540823059689549_n%201.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12279171_990150254377153_5791262276500624310_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12279171_990150254377153_5791262276500624310_n.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12308749_990150141043831_1442573238129960790_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12308749_990150141043831_1442573238129960790_n.jpg.html)
..........เฮ้ยของพี่คนเดียวรึครับ.....เเบ่งกระบอกซิครับ... :ds :ds :ds


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: กุ๊ก เมืองประจวบฯ ที่ 11,03, 2016, 21:41:39
เก็บเล็กผสมน้อยครับ :8

(http://www.mx7.com/i/511/NJzn97.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yM0u3rW1AJepK3zv)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 12,03, 2016, 06:41:26
ช่วยกันลงหน่อยนะครับมีมากมายหลายท่านที่ยังหลงไหลเสน่ห์ของมันแต่ไม่สามารถดูกระทู้เดิมได้เพราะภาพมันลบไปหมดแล้ว รึจะใช้คุยกันตามกระทู้
***US ARMY 1911 WWI & 1911 A1 WWII*** เดิมบ้านเก่าก็ได้นะครับ  :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ตาลโตนด ที่ 12,03, 2016, 09:47:53
ได้สัมผัสแล้วคุณจะหลงรัก  :>  :ds

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435142.jpg) (http://upload.siamza.com/2435142)

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435143.jpg) (http://upload.siamza.com/2435143)

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435144.jpg) (http://upload.siamza.com/2435144)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: yah&yim ที่ 12,03, 2016, 11:33:04
ขายเกลี้ยงหมดแล้ว นึกไม่ถึงเหมือนกัน :OO


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ตาลโตนด ที่ 12,03, 2016, 14:56:58
ขายเกลี้ยงหมดแล้ว นึกไม่ถึงเหมือนกัน :OO

เริ่มต้นใหม่ได้ครับ ผมว่าจะหยุดๆ เจอสวยๆยังอดจีบของเขาไม่ได้เลยครับ :ss :ds


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: THEP ที่ 12,03, 2016, 19:01:18
อยากให้พี่ๆโชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ เนื่องจากไฟร์เก่าๆ กระทู้เก่าๆ ภาพมันโดนลบหมด  :<>

เคยมีอยู่ 6. ตอนนี้เหลือ 5 ครับ.  :e

 (http://www.mx7.com/i/eef/519snG.JPG) (http://www.mx7.com/view2/yYlFsXTVC3U3N4rl) (http://www.mx7.com/i/9a3/acLXvP.JPG) (http://www.mx7.com/view2/yYlFzHuT0eMRcj5s)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: US.Aey > ํ ํ< ที่ 12,03, 2016, 19:51:58
ได้สัมผัสแล้วคุณจะหลงรัก  :>  :ds

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435142.jpg) (http://upload.siamza.com/2435142)

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435143.jpg) (http://upload.siamza.com/2435143)

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435144.jpg) (http://upload.siamza.com/2435144)
ของดีเมืองเพชร :8 :H :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: HK ที่ 12,03, 2016, 21:05:41
ชอบเหมือนกันครับ :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: หมีโหด ที่ 12,03, 2016, 22:09:58
เคยมีอยู่ 6. ตอนนี้เหลือ 5 ครับ.  :e

 (http://www.mx7.com/i/eef/519snG.JPG) (http://www.mx7.com/view2/yYlFsXTVC3U3N4rl) (http://www.mx7.com/i/9a3/acLXvP.JPG) (http://www.mx7.com/view2/yYlFzHuT0eMRcj5s)

สงสัยต้องไปขอสำรวจกรุคุณ THEP เสียแล้ว เผื่อได้อะไรติดกลับมือมาบ้าง  :qq


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: THEE-06 ที่ 13,03, 2016, 05:21:02
ได้สัมผัสแล้วคุณจะหลงรัก  :>  :ds

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435142.jpg) (http://upload.siamza.com/2435142)

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435143.jpg) (http://upload.siamza.com/2435143)

(http://upload.siamza.com/file_upload/modify/120316/2435144.jpg) (http://upload.siamza.com/2435144)
ตัวนี้ขวัญใจผมเลยครับ :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 13,03, 2016, 14:08:21
(http://)(http://www.mx7.com/i/99f/IuJ8VT.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yYs08FX9TFiOkrNf)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 13,03, 2016, 14:24:03
[imghttp://(http://www.mx7.com/i/a05/5xbx71.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yYs5vxZyadvxkNMW)][/img]


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: anakpong ที่ 13,03, 2016, 22:32:36
(http://www.mx7.com/i/a08/yeWvfc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yXYbAKO6ImKqPcKJ)

ของใครก็ไม่รู้ :e

ภาพนี้ถ่ายตอนนักเรียนนายร้อยจปร.ปี1มาฝึกที่ ศร.ครับ


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: nongtot17 ที่ 14,03, 2016, 09:29:04
 :H :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ThE-Bo$$-{YaLa} ที่ 14,03, 2016, 09:42:37
เห็นแล้วไม่กล้าโชร์.... :e :e :e
สวยๆทั้งนั้น....


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 14,03, 2016, 10:46:09
เห็นแล้วไม่กล้าโชร์.... :e :e :e
สวยๆทั้งนั้น....

โชว์เถอะครับนายหัว ผมติดตามกระทู้ร่วมตอบพี่มานานแหล๊ะ  :ds


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: jula_pol ที่ 15,03, 2016, 12:51:09
 :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: jula_pol ที่ 15,03, 2016, 13:08:59
ม้าหมุนก็สวยนะคับ :e


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: bb_boilz ที่ 16,03, 2016, 16:28:25
[imghttp://(http://www.mx7.com/i/a05/5xbx71.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yYs5vxZyadvxkNMW)][/img]
ตัวนี้ สวย คม สมบูรณ์มากครับ :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ตาลโตนด ที่ 17,03, 2016, 10:18:03
ของดีเมืองเพชร :8 :H :H :H
ผมเชื่อว่ายังมีเด็ดๆกว่านี้อีกเยอะครับ :e :>

ตัวนี้ขวัญใจผมเลยครับ :H :H
เรมิงตัน ของท่านผมก็ปลี้มอยู่เหมือนกันครับ :H :H

เห็นแล้วไม่กล้าโชร์.... :e :e :e
สวยๆทั้งนั้น....
ที่ไม่โชว์คงกลัวโดนบุกมากกว่า คลังพี่บอสไม่น้อยหน้าใครหรอกครับ :e :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Phubun ที่ 17,03, 2016, 10:57:39
 :H :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 17,03, 2016, 17:34:14
(http://)(http://www.mx7.com/i/922/ED4Clj.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yYZ0KGH808YOkDBS)
ตัวประกอบในสงครามเวียดนาม


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ❀∑иĵΦ¥❀™ ที่ 17,03, 2016, 20:22:39
    neverdie :H :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 18,03, 2016, 09:12:18
(http://)(http://www.mx7.com/i/961/SAw4UH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZ4cmmXRSmEHqv3z)
สวัสดีเช้าวันศุกร์กับคอยูเอสนะครับ


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 18,03, 2016, 12:33:46
 :e(http://)(http://www.mx7.com/i/d06/bFXUQm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZ5kI5p6Q8ZHsk2P)
มีกะเขาอยู่ตัว


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: oat_g26od ที่ 19,03, 2016, 15:20:11
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12278675_990150004377178_7893635050713896866_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12278675_990150004377178_7893635050713896866_n.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12278814_990150081043837_4354540823059689549_n%201.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12278814_990150081043837_4354540823059689549_n%201.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12279171_990150254377153_5791262276500624310_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12279171_990150254377153_5791262276500624310_n.jpg.html)
(http://i465.photobucket.com/albums/rr20/giftlamp/12308749_990150141043831_1442573238129960790_n.jpg) (http://s465.photobucket.com/user/giftlamp/media/12308749_990150141043831_1442573238129960790_n.jpg.html)
..........เฮ้ยของพี่คนเดียวรึครับ.....เเบ่งกระบอกซิครับ... :ds :ds :ds
:<> :e ตอบแทนน้องกิ๊บซี่นะครับ ปืนหลวงครับ ของกองร้อย อส.ครับ พอดีเค้าเอามาฝากทางสนามยิงปืนให้ซ่อมแซมนิดหน่อยครับ  :e :e :H ผมเห็นแล้วยังอยากได้เลยครับ  :H :H :H :H :H :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คลำซี่ ที่ 19,03, 2016, 17:24:09
(http://www.mx7.com/i/c21/zFpYrV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZeXzUgm1xZPTerT)
(http://www.mx7.com/i/95a/1kBVit.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZeWD3N8X7qLGsHh)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 19,03, 2016, 20:06:44
(http://www.mx7.com/i/c21/zFpYrV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZeXzUgm1xZPTerT)
(http://www.mx7.com/i/95a/1kBVit.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZeWD3N8X7qLGsHh)
งามแท้  :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: เขาใหญ่ ที่ 20,03, 2016, 11:32:48
(http://)(http://www.mx7.com/i/961/SAw4UH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZ4cmmXRSmEHqv3z)
สวัสดีเช้าวันศุกร์กับคอยูเอสนะครับ

ระยะใกล้ๆถึงขั้นใช้ปืนสั้นยิงเลย


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 20,03, 2016, 20:11:25
(http://)(http://www.mx7.com/i/915/a6Xdlh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZnMYZ1G6lksNDfg)                                                                     


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: @แก่งคอย ที่ 21,03, 2016, 14:03:04
ไม่เดิม :SSC :SSC

(http://www.uppic.org/image-C638_56EF9CD6.jpg) (http://www.uppic.org/share-C638_56EF9CD6.html)

(http://www.uppic.org/image-721D_56EF9CD6.jpg) (http://www.uppic.org/share-721D_56EF9CD6.html)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 21,03, 2016, 20:11:35
(http://)(http://www.mx7.com/i/edb/tK7IQI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZvKOqYJbLtJ1wNW)                 
(http://)   (http://www.mx7.com/i/50d/TbxGQu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZvLJ9zQyIt0TjBq)                                 

Colt Model 1911A1 U.S. Army .45 ACP - 1937                             


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ขาว เมืองชล รักพ่อหลวง ที่ 21,03, 2016, 20:17:46

...ไปอาบน้ำมาเหมือนกัน... :e

(http://www.mx7.com/i/96a/u0KBJ2.JPG) (http://www.mx7.com/view2/yZ05VEVRAyXgUBSA)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 22,03, 2016, 10:00:59
(http://)(http://www.mx7.com/i/cc7/pT9T5n.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZAlJFDNINLszcmo)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b4a/m0V8DV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZAlUEYWvL8DLGkM)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e97/hUcamk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZAm74eOr7zDxtl5)
(http://)(http://www.mx7.com/i/dd9/TbG4Gw.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZAmiLxjNf8op0Mo)
Springfield Model 1911 .45 ACP  - Serial Number 126398 (ca. 1916)

สวัสดีชาวยูเอส เช้าวันอังคารครับ


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ตาลโตนด ที่ 22,03, 2016, 11:06:46
ช่วยกันลงหน่อยนะครับมีมากมายหลายท่านที่ยังหลงไหลเสน่ห์ของมันแต่ไม่สามารถดูกระทู้เดิมได้เพราะภาพมันลบไปหมดแล้ว รึจะใช้คุยกันตามกระทู้
***US ARMY 1911 WWI & 1911 A1 WWII*** เดิมบ้านเก่าก็ได้นะครับ  :<>
บ้านเก่ากลายเป็นบ้านกาแฟ ขนมเค้ก ไปแล้วครับ :ss :e


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คลำซี่ ที่ 22,03, 2016, 16:53:24
(http://www.mx7.com/i/b27/mUHVgA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZCD0you0ovGC940)
(http://www.mx7.com/i/efb/b4BJjs.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZCD32ffZrqn8cOS)
(http://www.mx7.com/i/e0e/wGrRsD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZCD1CkwRbd4ozxo)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 22,03, 2016, 19:05:00
(http://www.mx7.com/i/b27/mUHVgA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZCD0you0ovGC940)
(http://www.mx7.com/i/efb/b4BJjs.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZCD32ffZrqn8cOS)
(http://www.mx7.com/i/e0e/wGrRsD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZCD1CkwRbd4ozxo)
ชอบซองพกครับ
(http://)(http://www.mx7.com/i/a3c/6gnzyV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZDnU82bNbSGiVT5)
 และวันนี้ได้ดูหนังเรื่อง Black Mass ของจอห์นนี่เดปป์ อย่างสนุกเลยครับ  :ds


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 23,03, 2016, 19:31:56
(http://)(http://www.mx7.com/i/aac/fFEuTg.JPG) (http://www.mx7.com/view2/yZLtg60K39poL0Sv)
(http://)(http://www.mx7.com/i/ba3/LEO2Wb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZLtBmJF41PKGpxa)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e11/lwhxEW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZLtQXNFxxmxnktY)
(http://)(http://www.mx7.com/i/ce5/QjKVDd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZLuqLEybhUW2mxG)

Colt Model 1911A1 U.S. Army .45 ACP - Serial Number 701700


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: KING-POWER ที่ 23,03, 2016, 22:05:24
(http://)(http://www.mx7.com/i/922/ED4Clj.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yYZ0KGH808YOkDBS)
ตัวประกอบในสงครามเวียดนาม

ชอบภาพนี้ จังครับ  :>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 23,03, 2016, 23:51:50
(http://)(http://www.mx7.com/i/5d5/eUngB7.jpeg) (http://www.mx7.com/view2/yZMUKjiC6gYZhwOE)
(http://)(http://www.mx7.com/i/18f/7mePnA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZMV6ZWgfs7lTEbc)
(http://)(http://www.mx7.com/i/d4b/2tp4HO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZMVDXXGCwAbcauo)

ถ้าสับสน งง  มึน   :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: THEE-06 ที่ 24,03, 2016, 04:48:09
(http://www.uppic.org/thumb-AA7A_56F30EAA.jpg) (http://www.uppic.org/share-AA7A_56F30EAA.html)

(http://www.uppic.org/thumb-908F_56F30EAA.jpg) (http://www.uppic.org/share-908F_56F30EAA.html)

(http://www.uppic.org/thumb-D7BE_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-D7BE_56F30F4A.html)

(http://www.uppic.org/thumb-13DE_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-13DE_56F30F4A.html)

(http://www.uppic.org/thumb-0B8A_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-0B8A_56F30F4A.html)

(http://www.uppic.org/thumb-75B0_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-75B0_56F30F4A.html)
ไม่ได้ยิง เอาไว้ดมก็ยังดี  :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 24,03, 2016, 11:57:55
(http://www.uppic.org/thumb-AA7A_56F30EAA.jpg) (http://www.uppic.org/share-AA7A_56F30EAA.html)

(http://www.uppic.org/thumb-908F_56F30EAA.jpg) (http://www.uppic.org/share-908F_56F30EAA.html)

(http://www.uppic.org/thumb-D7BE_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-D7BE_56F30F4A.html)

(http://www.uppic.org/thumb-13DE_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-13DE_56F30F4A.html)

(http://www.uppic.org/thumb-0B8A_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-0B8A_56F30F4A.html)

(http://www.uppic.org/thumb-75B0_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-75B0_56F30F4A.html)
ไม่ได้ยิง เอาไว้ดมก็ยังดี  :H :H

ของพี่สวยกว่าของผมนะครับ
(http://)(http://www.mx7.com/i/d06/bFXUQm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZ5kI5p6Q8ZHsk2P)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 24,03, 2016, 12:00:33
(http://)(http://www.mx7.com/i/e96/nxwFWA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZQXj1IUpCDACi7m)
(http://)(http://www.mx7.com/i/145/w8WYhu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZQXvqYMkXg4qcsp)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b2d/azlFg3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZQXCSx6ia9YyRqg)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ตาลโตนด ที่ 24,03, 2016, 12:08:55
(http://www.uppic.org/thumb-908F_56F30EAA.jpg) (http://www.uppic.org/share-908F_56F30EAA.html)
(http://www.uppic.org/thumb-75B0_56F30F4A.jpg) (http://www.uppic.org/share-75B0_56F30F4A.html)
ไม่ได้ยิง เอาไว้ดมก็ยังดี  :H :H

ผิวสวย เหลื่ยมยังคม เสื้ยนตำใจเลย :8 :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: CHE_OTTO ที่ 24,03, 2016, 13:25:14
(http://image.free.in.th/v/2013/ix/160324063250.jpg) (http://picture.in.th/id/60315e78d5becaa943fdd535fd459634)

ฝั่งเลขไม่เดิมครับ.... :e :e :e


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 24,03, 2016, 14:39:59
(http://)(http://www.mx7.com/i/ee0/46sEmU.png) (http://www.mx7.com/view2/yZROJ56LKgZWcymq)

สงครามคือนรก ในช่วง ปี 1954 สหรัฐอเมริกาได้ส่งทหารเข้าไปในเวียดนามใต้เพื่อต่อต้านการรุกรานจากเวียดนามเหนือและคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตราวห้าหมื่นนาย ชาวเวียดนามเหนือและใต้เสียชีวิตนับล้าน โดยในภาพคือทหารอเมริกันนายหนึ่ง ที่มีข้อความบนหมวกว่า สงครามคือนรก หลังจากสงครามเวียดนามยุติภาพนี้ถูกจดจำจากผู้คนนับล้านทั่วโลก


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: KING-POWER ที่ 24,03, 2016, 18:54:48
  :>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: THEE-06 ที่ 24,03, 2016, 22:50:14
ของพี่สวยกว่าของผมนะครับ
(http://)(http://www.mx7.com/i/d06/bFXUQm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZ5kI5p6Q8ZHsk2P)
สวยคนละแบบครับพี่ :<>
ผิวสวย เหลื่ยมยังคม เสื้ยนตำใจเลย :8 :H
ใจก็ยังอยากมีม้ากลางมาเคียงคู่อยู่เหมื่อนกันนะครับพี่ อิอิ :H :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 24,03, 2016, 23:07:57
สวยคนละแบบครับพี่ :<>ใจก็ยังอยากมีม้ากลางมาเคียงคู่อยู่เหมื่อนกันนะครับพี่ อิอิ :H :H

ส่วนผมอยากได้แบบนี้มาไว้คู่กัน
(http://)(http://www.mx7.com/i/5a5/RNToE5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZUEGGT6prbCqBig)


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: THEE-06 ที่ 24,03, 2016, 23:16:18
ส่วนผมอยากได้แบบนี้มาไว้คู่กัน
(http://)(http://www.mx7.com/i/5a5/RNToE5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZUEGGT6prbCqBig)
บ้านเรายังพอหาได้ใช่ไหมครับ เห็นมีมีตัวที่รูปทรงคล้ายๆกันออกมาบ่อยๆ :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 25,03, 2016, 08:37:39
บ้านเรายังพอหาได้ใช่ไหมครับ เห็นมีมีตัวที่รูปทรงคล้ายๆกันออกมาบ่อยๆ :<>
อย่างในรูปอุปกรณ์ครบซองคู่ตัวผมว่าหายากนะครับ ส่วนใหญ่เห็นแต่ในสภาพบูรณะใหม่ ผมมองแล้วมันเป็นงานอาร์ตนะครับ  :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 25,03, 2016, 08:41:46
(http://)(http://www.mx7.com/i/e74/IzdHD9.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZXOz0COJfQKdtcs)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e74/IzdHD9.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZXOz0COJfQKdtcs)
(http://)(http://www.mx7.com/i/c18/YobbPa.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZXP6kCVnNcRT737)
(http://)(http://www.mx7.com/i/5b0/o703yh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZXPkRKT0GoxWbbq)
Colt Model 1911 of U.S. Army - Serial Number 108583

สวัสดีเช้าวันศุกร์ครับ


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คลำซี่ ที่ 25,03, 2016, 16:50:26
(http://www.mx7.com/i/90b/TO0HdJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00x4099li44GmV4)
(http://www.mx7.com/i/99c/gQCfbh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tPmb8Qdf2g7uO)
(http://www.mx7.com/i/b0f/CHN3Ua.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tL6qXrdK8XyyC)
(http://www.mx7.com/i/ac6/cnG1Dh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDIPv4qtAf)
(http://www.mx7.com/i/e95/lXwsiG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDJ63KYKGe)
(http://www.mx7.com/i/b0e/i2mVbZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDJ1TUogYN)
(http://www.mx7.com/i/5d7/7qr1It.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLOok0quTCcjD)
(http://www.mx7.com/i/ed2/fKbcRD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMan0ifWzYPoB)
(http://www.mx7.com/i/16d/U90reS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMwlGzBwgdHiV)
(http://www.mx7.com/i/514/xfi0oc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMwlGzxTehVXZ)
(http://www.mx7.com/i/d93/RZEvWc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmR8Fd6FsM)
(http://www.mx7.com/i/df6/9wFVdS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmRqqUiRFp)
(http://www.mx7.com/i/a07/t0Nf1u.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmRpU5E9j6)
(http://www.mx7.com/i/90e/c84bN5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNej38I07hKgA)
(http://www.mx7.com/i/de4/X45oKV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpI9cvuy1l)
(http://www.mx7.com/i/bbe/8WFpiV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpIag8NYK3)
(http://www.mx7.com/i/573/OC4w94.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpHU0cUGqu)
(http://www.mx7.com/i/1ac/IMvxX2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOif5ZxlAlKy0)
(http://www.mx7.com/i/140/d3Szqn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOif5ZKlVDvuq)
(http://www.mx7.com/i/d4d/uIom3H.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMh3EXV1yA)
(http://www.mx7.com/i/bcb/zHhxj2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMhg3NSOX8)
(http://www.mx7.com/i/ba0/sxtonI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMh4DGWsJI)
(http://www.mx7.com/i/da2/WFWoZL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tP0csyU5nj5OG)
(http://www.mx7.com/i/989/3jTQiz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tP0csyCCqLSoc)



หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 25,03, 2016, 19:11:50
(http://www.mx7.com/i/90b/TO0HdJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00x4099li44GmV4)
(http://www.mx7.com/i/99c/gQCfbh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tPmb8Qdf2g7uO)
(http://www.mx7.com/i/b0f/CHN3Ua.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tL6qXrdK8XyyC)
(http://www.mx7.com/i/ac6/cnG1Dh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDIPv4qtAf)
(http://www.mx7.com/i/e95/lXwsiG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDJ63KYKGe)
(http://www.mx7.com/i/b0e/i2mVbZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDJ1TUogYN)
(http://www.mx7.com/i/5d7/7qr1It.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLOok0quTCcjD)
(http://www.mx7.com/i/ed2/fKbcRD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMan0ifWzYPoB)
(http://www.mx7.com/i/16d/U90reS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMwlGzBwgdHiV)
(http://www.mx7.com/i/514/xfi0oc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMwlGzxTehVXZ)
(http://www.mx7.com/i/d93/RZEvWc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmR8Fd6FsM)
(http://www.mx7.com/i/df6/9wFVdS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmRqqUiRFp)
(http://www.mx7.com/i/a07/t0Nf1u.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmRpU5E9j6)
(http://www.mx7.com/i/90e/c84bN5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNej38I07hKgA)
(http://www.mx7.com/i/de4/X45oKV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpI9cvuy1l)
(http://www.mx7.com/i/bbe/8WFpiV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpIag8NYK3)
(http://www.mx7.com/i/573/OC4w94.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpHU0cUGqu)
(http://www.mx7.com/i/1ac/IMvxX2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOif5ZxlAlKy0)
(http://www.mx7.com/i/140/d3Szqn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOif5ZKlVDvuq)
(http://www.mx7.com/i/d4d/uIom3H.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMh3EXV1yA)
(http://www.mx7.com/i/bcb/zHhxj2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMhg3NSOX8)
(http://www.mx7.com/i/ba0/sxtonI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMh4DGWsJI)
(http://www.mx7.com/i/da2/WFWoZL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tP0csyU5nj5OG)
(http://www.mx7.com/i/989/3jTQiz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tP0csyCCqLSoc)


เรมิงตัน โอมีขีด พร้อมซองสพายไหล่  :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 25,03, 2016, 19:34:29
(http://)(http://www.mx7.com/i/de9/9u3Bg8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01r4DTX7OZwRF2f)

บางกลุ่มก็เห็นใส่เสื้อเกราะจัดเต็ม แต่พอถึงเวลารบจริงๆ เกราะ หมวกเหล็กไม่สนแล้ว ขอแค่เสื้อกางเกง แล้วก็ปืนก็พอ


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: logunta ที่ 25,03, 2016, 19:43:07
(http://www.mx7.com/i/90b/TO0HdJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00x4099li44GmV4)
(http://www.mx7.com/i/99c/gQCfbh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tPmb8Qdf2g7uO)
(http://www.mx7.com/i/b0f/CHN3Ua.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tL6qXrdK8XyyC)
(http://www.mx7.com/i/ac6/cnG1Dh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDIPv4qtAf)
(http://www.mx7.com/i/e95/lXwsiG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDJ63KYKGe)
(http://www.mx7.com/i/b0e/i2mVbZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLspDJ1TUogYN)
(http://www.mx7.com/i/5d7/7qr1It.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tLOok0quTCcjD)
(http://www.mx7.com/i/ed2/fKbcRD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMan0ifWzYPoB)
(http://www.mx7.com/i/16d/U90reS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMwlGzBwgdHiV)
(http://www.mx7.com/i/514/xfi0oc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMwlGzxTehVXZ)
(http://www.mx7.com/i/d93/RZEvWc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmR8Fd6FsM)
(http://www.mx7.com/i/df6/9wFVdS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmRqqUiRFp)
(http://www.mx7.com/i/a07/t0Nf1u.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tMSkmRpU5E9j6)
(http://www.mx7.com/i/90e/c84bN5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNej38I07hKgA)
(http://www.mx7.com/i/de4/X45oKV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpI9cvuy1l)
(http://www.mx7.com/i/bbe/8WFpiV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpIag8NYK3)
(http://www.mx7.com/i/573/OC4w94.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tNWgpHU0cUGqu)
(http://www.mx7.com/i/1ac/IMvxX2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOif5ZxlAlKy0)
(http://www.mx7.com/i/140/d3Szqn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOif5ZKlVDvuq)
(http://www.mx7.com/i/d4d/uIom3H.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMh3EXV1yA)
(http://www.mx7.com/i/bcb/zHhxj2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMhg3NSOX8)
(http://www.mx7.com/i/ba0/sxtonI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tOEdMh4DGWsJI)
(http://www.mx7.com/i/da2/WFWoZL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tP0csyU5nj5OG)
(http://www.mx7.com/i/989/3jTQiz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z00tP0csyCCqLSoc)



ซองแบบนี้หาซื้อได้ที่ไหนครับ  :8


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: KING-POWER ที่ 25,03, 2016, 20:37:20
มีเก่าๆ โทรม ๆ อยู่ 1 หน่วยครับ

(http://www.mx7.com/i/ea1/Jv6xQ2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LwFRrr58k1600)
(http://www.mx7.com/i/51b/1grymg.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01Ly5MazpEQFHn9)
(http://www.mx7.com/i/bc7/VD7XhK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LWUhUpQ9DH7CY)
(http://www.mx7.com/i/1f5/ePXDby.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LAdEggTo0laIo)
(http://www.mx7.com/i/cb7/FWxUTv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LZo8Gp9aSLZj1)
(http://www.mx7.com/i/bcc/kVLu0t.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LU4ss98nOr5RX)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 25,03, 2016, 21:09:29
มีเก่าๆ โทรม ๆ อยู่ 1 หน่วยครับ

(http://www.mx7.com/i/ea1/Jv6xQ2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LwFRrr58k1600)
(http://www.mx7.com/i/51b/1grymg.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01Ly5MazpEQFHn9)
(http://www.mx7.com/i/bc7/VD7XhK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LWUhUpQ9DH7CY)
(http://www.mx7.com/i/1f5/ePXDby.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LAdEggTo0laIo)
(http://www.mx7.com/i/cb7/FWxUTv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LZo8Gp9aSLZj1)
(http://www.mx7.com/i/bcc/kVLu0t.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01LU4ss98nOr5RX)

 :ds :H


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คลำซี่ ที่ 25,03, 2016, 21:24:57
ซองแบบนี้หาซื้อได้ที่ไหนครับ  :8

Shoulder holster M7 / M3 = ซองสะพายใหล่ M7 / M3 ในอีเบย์มีขาย 230-250 เหรียญน่าจะได้ ในไทยยังหาไม่มีใครทำครับ

http://www.ebay.com/itm/151553880934

(http://www.mx7.com/i/5d0/dK73pE.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01XwLeWDe41ypxU)
(http://www.mx7.com/i/915/JgjpEg.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01XwLeWDsvrtPbR)
(http://www.mx7.com/i/b59/UJCUno.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01XwLeWDbE0gzjG)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 25,03, 2016, 21:30:00


      <a href="http://www.youtube.com/watch?v=2SisdV0qss4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=2SisdV0qss4</a>

ฝันดีนะครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: บักหำน้อย ณ อุบลฯ ที่ 26,03, 2016, 07:11:28
 :H :H :H :H


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 26,03, 2016, 08:38:35
(http://)(http://www.mx7.com/i/905/FtSpY3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z05L6Hmq0JImTZPJ)
(http://)(http://www.mx7.com/i/9c0/OQuDdA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z05Li2Gf5n0xMCSv)
(http://)(http://www.mx7.com/i/de7/4QrDm8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z05LsG2HAKdfukST)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e2d/riDPan.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z05LBTuqY6R51Kn7)
(http://)(http://www.mx7.com/i/501/FI8oHK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z05LMSPzL7fMQ278)
(http://)(http://www.mx7.com/i/a61/6tRg9v.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z05LWsfZpvJI7Kfc)
Colt Model of 1911 U.S. Army .45 ACP - U.S. Marine Corps, Serial Number 216583 (ca. 1917) with original USMC marked holster
สวัสดีเช้าวันเสาร์ครับ อากาศร้อนใจร่มๆ นะครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 26,03, 2016, 09:59:11
ไซหง่อนแตก


                (http://)(https://www.uppic.org/image-74BE_59B54685.jpg) (https://www.uppic.org/share-74BE_59B54685.html)

                (http://)(https://www.uppic.org/image-C2D0_59B546AA.jpg) (https://www.uppic.org/share-C2D0_59B546AA.html)

                (http://)(https://www.uppic.org/image-8D77_59B546D9.jpg) (https://www.uppic.org/share-8D77_59B546D9.html)

                (http://)(https://www.uppic.org/image-15DD_59B546FC.jpg) (https://www.uppic.org/share-15DD_59B546FC.html)

                (http://)(https://www.uppic.org/image-2E09_59B5471A.jpg) (https://www.uppic.org/share-2E09_59B5471A.html)

                 (http://)(https://www.uppic.org/image-9E61_59B54739.jpg) (https://www.uppic.org/share-9E61_59B54739.html)

                 (http://)(https://www.uppic.org/image-6672_59B5475F.jpg) (https://www.uppic.org/share-6672_59B5475F.html)

                 (http://)(https://www.uppic.org/image-5DFF_59B5478B.jpg) (https://www.uppic.org/share-5DFF_59B5478B.html)

                  (http://)(https://www.uppic.org/image-474E_59B547B9.jpg) (https://www.uppic.org/share-474E_59B547B9.html)

                 (http://)(https://www.uppic.org/image-4A76_59B547E2.jpg) (https://www.uppic.org/share-4A76_59B547E2.html)

                  (http://)(https://www.uppic.org/image-1C96_59B54803.jpg) (https://www.uppic.org/share-1C96_59B54803.html)

                   (http://)(https://www.uppic.org/image-0F7D_59B54823.jpg) (https://www.uppic.org/share-0F7D_59B54823.html)

                    (http://)(https://www.uppic.org/image-2E38_59B54848.jpg) (https://www.uppic.org/share-2E38_59B54848.html)

                    (http://)(https://www.uppic.org/image-9E5E_59B5486D.jpg) (https://www.uppic.org/share-9E5E_59B5486D.html)

                    (http://)(https://www.uppic.org/image-440A_59B54890.jpg) (https://www.uppic.org/share-440A_59B54890.html)

                    (http://)(https://www.uppic.org/image-1479_59B548B7.jpg) (https://www.uppic.org/share-1479_59B548B7.html)

                    (http://)(https://www.uppic.org/image-B0A9_59B548D5.jpg) (https://www.uppic.org/share-B0A9_59B548D5.html)

                     (http://)(https://www.uppic.org/image-1E5E_59B548FA.jpg) (https://www.uppic.org/share-1E5E_59B548FA.html)

                     (http://)(https://www.uppic.org/image-480C_59B54920.jpg) (https://www.uppic.org/share-480C_59B54920.html)

                      (http://)(https://www.uppic.org/image-1199_59B5494C.jpg) (https://www.uppic.org/share-1199_59B5494C.html)

                      (http://)(https://www.uppic.org/image-ADB1_59B549AF.jpg) (https://www.uppic.org/share-ADB1_59B549AF.html)

                      (http://)(https://www.uppic.org/image-1A26_59B549D4.jpg) (https://www.uppic.org/share-1A26_59B549D4.html)

                      (http://)(https://www.uppic.org/image-6A13_59B549FD.jpg) (https://www.uppic.org/share-6A13_59B549FD.html)

                       (http://)(https://www.uppic.org/image-C9E2_59B54A2D.jpg) (https://www.uppic.org/share-C9E2_59B54A2D.html)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: คลำซี่ ที่ 26,03, 2016, 11:04:14
(http://www.mx7.com/i/56f/qjCPvI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yKMMabYG3j8w5)
(http://www.mx7.com/i/b08/77Ss4U.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yKMMabWIa0Lsb)
(http://www.mx7.com/i/900/UB67wT.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yKMMabXGT2cDm)
(http://www.mx7.com/i/10b/0pWhw3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtN8zoPIh)
(http://www.mx7.com/i/5ca/k0JyzZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtNAHoiSy)
(http://www.mx7.com/i/d15/P35NtR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtwh8bzQ9)
(http://www.mx7.com/i/e79/EgvWBd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtN3SJAwd)
(http://www.mx7.com/i/dc2/p2Fm3N.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtvFCRChE)
(http://www.mx7.com/i/ec5/Bs3Bna.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtvP0c6FY)
(http://www.mx7.com/i/a93/VO5G1J.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtJcMO5B2)
(http://www.mx7.com/i/e80/MxZ2oA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtv8OcTVq)
(http://www.mx7.com/i/a44/grNLzX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLas4Wl6n)
(http://www.mx7.com/i/af1/lNwXRY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLn0ieCSF)
(http://www.mx7.com/i/dea/AhUEV8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL8jRgUWr)
(http://www.mx7.com/i/9d3/k4RRQr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLmk6fq7Q)
(http://www.mx7.com/i/5d4/ECtqFP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLnnJyQQt)
(http://www.mx7.com/i/514/Jqoiet.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL9fcfbCF)
(http://www.mx7.com/i/ca5/LrYPZ1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL77NFyx6)
(http://www.mx7.com/i/969/NatMAJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL50x2H5i)
(http://www.mx7.com/i/9ba/JVrmqb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL55dHWhs)
(http://www.mx7.com/i/a25/3y3DSH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLnj2TBEC)
(http://www.mx7.com/i/1cb/g1AZXm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLQId2XtwonAZ)
(http://www.mx7.com/i/bbe/DrAG6x.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLQId2Taitpvn)
(http://www.mx7.com/i/ae4/AsQDDI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLQId2GdGOkFy)
(http://www.mx7.com/i/186/tzCTVA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLQId2NpT6puf)
(http://www.mx7.com/i/9ec/5XQgmf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yKqNtUm9i9csv)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 26,03, 2016, 11:32:01
(http://www.mx7.com/i/56f/qjCPvI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yKMMabYG3j8w5)
(http://www.mx7.com/i/b08/77Ss4U.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yKMMabWIa0Lsb)
(http://www.mx7.com/i/900/UB67wT.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yKMMabXGT2cDm)
(http://www.mx7.com/i/10b/0pWhw3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtN8zoPIh)
(http://www.mx7.com/i/5ca/k0JyzZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtNAHoiSy)
(http://www.mx7.com/i/d15/P35NtR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtwh8bzQ9)
(http://www.mx7.com/i/e79/EgvWBd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtN3SJAwd)
(http://www.mx7.com/i/dc2/p2Fm3N.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtvFCRChE)
(http://www.mx7.com/i/ec5/Bs3Bna.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtvP0c6FY)
(http://www.mx7.com/i/a93/VO5G1J.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtJcMO5B2)
(http://www.mx7.com/i/e80/MxZ2oA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yL8KQtv8OcTVq)
(http://www.mx7.com/i/a44/grNLzX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLas4Wl6n)
(http://www.mx7.com/i/af1/lNwXRY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLn0ieCSF)
(http://www.mx7.com/i/dea/AhUEV8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL8jRgUWr)
(http://www.mx7.com/i/9d3/k4RRQr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLmk6fq7Q)
(http://www.mx7.com/i/5d4/ECtqFP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLnnJyQQt)
(http://www.mx7.com/i/514/Jqoiet.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL9fcfbCF)
(http://www.mx7.com/i/ca5/LrYPZ1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL77NFyx6)
(http://www.mx7.com/i/969/NatMAJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL50x2H5i)
(http://www.mx7.com/i/9ba/JVrmqb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwL55dHWhs)
(http://www.mx7.com/i/a25/3y3DSH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLuJwLnj2TBEC)
(http://www.mx7.com/i/1cb/g1AZXm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLQId2XtwonAZ)
(http://www.mx7.com/i/bbe/DrAG6x.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLQId2Taitpvn)
(http://www.mx7.com/i/ae4/AsQDDI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLQId2GdGOkFy)
(http://www.mx7.com/i/186/tzCTVA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yLQId2NpT6puf)
(http://www.mx7.com/i/9ec/5XQgmf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z06yKqNtUm9i9csv)


บูรณะผิวมาใหม่จากนอกสวยเชียว  :H


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 26,03, 2016, 12:30:08
ดูเพลินๆ ตอนบ่ายๆ ครับ  :<>

https://www.youtube.com/watch?v=XLofum-pUIo


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 28,03, 2016, 08:23:44
Colt Model of 1911 U.S. Army .45 ACP - Colt Model 1911 Serial Number 137309 1916 Production

(http://)(http://www.mx7.com/i/bbd/9W2CkG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0lDfWjM4WAKHqhC)
(http://)(http://www.mx7.com/i/97a/WR98pF.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0lDqdHyiKZmSLtK)

สวัสดีเช้าวันจันทร์ครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 28,03, 2016, 09:49:17
(http://)(https://www.uppic.org/image-F09E_59B3806B.jpg) (https://www.uppic.org/share-F09E_59B3806B.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-A13E_59B38089.jpg) (https://www.uppic.org/share-A13E_59B38089.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-C03F_59B380AA.jpg) (https://www.uppic.org/share-C03F_59B380AA.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-621F_59B380FF.jpg) (https://www.uppic.org/share-621F_59B380FF.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-D02B_59B3812A.jpg) (https://www.uppic.org/share-D02B_59B3812A.html)

ภาพถ่ายชนะรางวัล Pulitzer Prize และ World Press Photo เมื่อปี 1969 ของนาย Eddie Adams ช่างภาพสงคราม ชาวอเมริกันของสำนักข่าว AP
นั่นคือภาพถ่ายที่ชื่อว่า Saigon executionเป็นภาพถ่าย นายตำรวจยศพลตรี แห่งเวียดนามใต้ชื่อว่า Nguyan Ngoc Loanทำการยิงจ่อหัว นาย Nguyen Van Lem
หน่วยจู่โจมของเวียดกง เสียชีวิตกลางถนนในสมัยสงครามเวียดนาม เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 1968
ซึ่งเมื่อภาพถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้บรรดาชาวอเมริกัน ตื่นตัวเรื่องสงครามเวียดนามมากขึ้นและ ภาพยังถูกเผยแพร่ไปทั้งโลก ทำให้พวกสิทธิมนุษยชน
ออกมาว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน โหดร้าย พร้อมรุมสาปแช่งต่างๆนาๆต่อนายตำรวจคนนี้ ว่ากระทำการตัดสินลงโทษโดยไม่มีการไต่สวน
ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจาก เหล่าทหารเวียดกง นำโดยนาย Nguyen Van Lem ผู้ถูกยิงจ่อหัวในภาพ ได้บุกไปฆ่าชาวบ้านที่หมู่บ้านแห่งนึงในกรุงไซงอน
ก่อนถูกกองกำลังเวียดนามใต้จับตัวได้ และนำตัวมาให้ นายตำรวจยศพลตรีลงโทษโดยการใช้ปืนจุด38 ยี่ห้อ S&W ยิงทิ้งให้หมดๆเรื่องไป
แต่ช่างภาพอย่างนาย Eddie Adams สามารถเก็บภาพไว้ได้ ซึ่งตัวเขาเองบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรตอนถ่ายภาพนี้ เพราะคนถูกฆ่าเยอะมากในแต่ละวัน
ภายหลังนาย Nguyan Ngoc Loan ลี้ภัยสงครามไปอยู่ที่อเมริกา โดยเปิดร้านอาหารและอาศัยอยู่ที่ชานเมืองชื่อ Burke ในรัฐ Virginia ก่อนถูกจับได้ และถูกต่อต้าน
ให้เลิกกิจการไปในปี 1991 และเขาเสียชีวิตเมื่อปี 1998 ซึ่งนาย Eddie Adams ก็ออกมาขอโทษนาย Nguyan Ngoc Loan ในภายหลัง
เขากล่าวว่า "นายพลตรี ฆ่า เวียดกง แต่เขาฆ่า นายพลตรีด้วยกล้องถ่ายภาพซึ่งภาพถ่ายได้เสนอความจริงเพียงครึ่งเดียวของเรื่องราวทั้งหมด
และภาพนิ่ง ยังคงเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก"

(http://)(https://www.uppic.org/image-E209_59B381E7.jpg) (https://www.uppic.org/share-E209_59B381E7.html)
Loan กับภริยาที่ร้านอาหารขายบะหมี่ ใน D.C.  แขวง suburb of Burke
รัฐ Virginia ที่ Rolling Valley Mall ชื่อร้าน Les Trois Continents




หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 29,03, 2016, 09:14:37
(http://)(http://www.mx7.com/i/bc8/Y2VR1Z.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0tSgipwZGhaPDqD)
(http://)(http://www.mx7.com/i/15a/L9rxHW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0tSuPxuCza6dIN0)
(http://)(http://www.mx7.com/i/1d3/98Tbu3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0tSDl1RqgZGWC13)
(http://)(http://www.mx7.com/i/16e/8pvhgW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0tSKMAbnI2glHQ5)

Colt Model of 1911 U.S. Army .45 ACP - Serial Number 2425 (ca. 1912)

สวัสดีเช้าวันอังคารครับ  :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 29,03, 2016, 09:44:52

                    (http://)(https://www.uppic.org/image-D3F3_59B3846A.jpg) (https://www.uppic.org/share-D3F3_59B3846A.html)



(http://)(https://www.uppic.org/image-A62F_59B3838B.jpg) (https://www.uppic.org/share-A62F_59B3838B.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-1E9B_59B383BC.jpg) (https://www.uppic.org/share-1E9B_59B383BC.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-18C1_59B383DB.jpg) (https://www.uppic.org/share-18C1_59B383DB.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-E08C_59B38403.jpg) (https://www.uppic.org/share-E08C_59B38403.html)

อเมริกาได้ส่งฝูงบินโจมตีทิ้งระเบิดต่อเวียดกงขนาดหนัก ในวันที่ 27 ตุลาคม 1967 นาวาอากาศโท robert l. stirm คุณพ่อลูกสี่ ได้รับภารกิจทิ้งระเบิดเหนือกรุงฮานอย เขาได้นำเจ้า F-105 Thunderchief เข้าปฏิบัติการณ์ในภารกิจครั้งนี้ แต่เครื่องเขาถูกยิงตกเหนือกรุงฮานอยและถูกควบคุมตัวโดยกองกำลังเวียดนามเหนือในค่ายกักกันเชลยศึกเป็นเวลานานถึง 5 ปี และเขาถูกปล่อยตัวและถูกส่งกลับอเมริกาในวันที่ 14 มีนาคม 1973 ภาพนี้ถูกถ่ายที่ฐานทัพอากาศทราวิส,  California ภาพถูกถ่ายโดย Sal Veder
ก่อนที่ภาพนี้จะได้รางวัล Pulitzer Prize ในปี 1974


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 30,03, 2016, 18:47:16
(http://)(http://www.mx7.com/i/1d8/jTvY4v.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0F0FjvuZkdtTCHo)
(http://)(http://www.mx7.com/i/d3f/6DSKNU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0F0Zwin9IxIyueG)
(http://)(http://www.mx7.com/i/1f8/7LvVVV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0F1dHrEuFMKEAUf)

Colt Model of 1911 U.S. Navy .45 ACP - Serial Number 2725 (ca. 1912)

สวัสดีเย็นวันพุธครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 30,03, 2016, 18:49:29
(http://)(http://www.mx7.com/i/915/gz1l12.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0F1QH6FGRqHqGGT)

ภาพหน่วยแม่นปืนของอเมริกาในสมรภูมิหนึ่งในสงครามเวียดนามในปี 1968


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: genuine ที่ 30,03, 2016, 20:02:50
(http://)(http://www.mx7.com/i/915/a6Xdlh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yZnMYZ1G6lksNDfg)                                                                     
น้ำตาจะไหล ท่านมารบแท้ ยังมีจิตใจเมตตา ขอยกย่องครับ :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: สีอำพัน ที่ 30,03, 2016, 20:36:10
มีกับเขาอยู่กระบอกเดียว 1911a1


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 31,03, 2016, 11:11:16

(http://)(http://www.mx7.com/i/e1c/IIQ9B3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0KsLmt6Fe7GwX9D)
(http://)(http://www.mx7.com/i/dbd/IfM6ed.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0Kt0fzKzmPZBhCS)

สวัสดีเช้าวันพฤหัสบดีครับผม  :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 31,03, 2016, 11:14:19
มาชมขุมกำลังฝ่ายเวียดกงบ้าง

(http://)(http://www.mx7.com/i/c9d/ptAuHU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0Ktw9F85DBnd4d4)
หน่วยแซปเปอร์

(http://)(http://www.mx7.com/i/ade/hZoC35.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0KtJgSmA6Ym2nl9)
นายทหารเวียดนาม

(http://)(http://www.mx7.com/i/c6b/aHVm0E.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0KtWo5B4SWBnzQe)
(http://)(http://www.mx7.com/i/d86/qqFeJA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0Ku6juH0S7OOMfW)
หน่วยสอยอากาศยานอเมริกัน


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 31,03, 2016, 20:06:59
(http://)(http://www.mx7.com/i/da1/omZaYn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0Nq9OC1XocVKN4k)

musical heart


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 01,04, 2016, 09:04:05
(http://)(http://www.mx7.com/i/ea4/5O4K6r.jpg) (http://www.mx7.com/view2/wq1MGByUY2AA6bMb)

1915 Springfield, NRA Marked

(http://)(http://www.mx7.com/i/1aa/HLSLkW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0RIRD0h3I5qVjvz)

สวัสดีเช้าวันศุกร์ครับ  :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 01,04, 2016, 09:10:02

                     (http://)(https://www.uppic.org/image-0C9F_59B38542.jpg) (https://www.uppic.org/share-0C9F_59B38542.html)



(http://)(https://www.uppic.org/image-7848_59B3858D.jpg) (https://www.uppic.org/share-7848_59B3858D.html)

(http://)(https://www.uppic.org/image-9E22_59B385B2.jpg) (https://www.uppic.org/share-9E22_59B385B2.html)

(http://)(https://www.uppic.org/image-24CD_59B385D4.jpg) (https://www.uppic.org/share-24CD_59B385D4.html)

(http://)(https://www.uppic.org/image-E53A_59B38677.jpg) (https://www.uppic.org/share-E53A_59B38677.html)

 ภาพนี้ชื่อว่า Raising the Flag on Iwo Jima    ถ่ายเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2488 โดย โจ โรเซนธัล ช่างภาพจากสำนักข่าวเอพี ภาพนี้เป็นภาพเหตุการณ์ที่ทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา 5 นาย และทหารเรือเสนารักษ์ 1 นาย กำลังช่วยกันปักธงชาติสหรัฐอเมริกาเหนือยอดเขาสุริบาชิ ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะอิโวจิมาภาพดังกล่าวนี้ได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากในสหรัฐอเมริกาและมีการตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง ทั้งยังได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปีเดียวกันอีกด้วย     ซึ่งต่อมาภาพนี้ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนนึกถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 และอาจเป็นภาพที่ถูกตีพิมพ์ซ้ำมากที่สุดตลอดกาลอีกด้วยทหารทั้ง 6 คนที่ช่วยกันปักธงในภาพนี้ มี 3 คน (แฟรงคลิน เซาส์เลย์, ฮาร์ลอน บล็อก, และ ไมเคิล สแตรง) ได้เสียชีวิตในการรบที่อิโวจิมาในช่วงต่อมา ส่วนอีก 3 คนที่เหลือ (จอห์น แบรดลีย์, เรเน่ แก็กนอน, และ ไอรา เฮยส์) ก็กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงขึ้นมาจากภาพดังกล่าว ซึ่งต่อมาภาพนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบของอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาที่สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน มลรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยโจนส์ โรเซนทัลขณะนั้นเป็น ช่างถ่ายภาพสงคราม ในสังกัดกองทัพเรือ ซึ่งได้เดินทางไปกับกองพลนาวิกโยธินที่ 5 เป็นผู้ที่สามารถบันทึกภาพ ขณะทหารสหรัฐปักธงลงบนยอดซูริบ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: joma/the hill ที่ 01,04, 2016, 12:23:40
มาติดตามครับ ชอบมากๆ :<>


หัวข้อ: Re: อยากให้โชว์ปืน .45 ยูเอสหน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: logunta ที่ 01,04, 2016, 22:45:18
Shoulder holster M7 / M3 = ซองสะพายใหล่ M7 / M3 ในอีเบย์มีขาย 230-250 เหรียญน่าจะได้ ในไทยยังหาไม่มีใครทำครับ

http://www.ebay.com/itm/151553880934

(http://www.mx7.com/i/5d0/dK73pE.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01XwLeWDe41ypxU)
(http://www.mx7.com/i/915/JgjpEg.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01XwLeWDsvrtPbR)
(http://www.mx7.com/i/b59/UJCUno.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z01XwLeWDbE0gzjG)

 :<>ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: supot.k ที่ 02,04, 2016, 01:29:42





      :<> :> :> :> :> :> :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: KING-POWER ที่ 02,04, 2016, 04:30:30
 :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 02,04, 2016, 07:38:33
Colt Model 1911A1 U.S. Army .45 ACP - Serial Number 721974 (ca. 1940) - Issued to Lt. Melvin Roach, USNR


(http://)(http://www.mx7.com/i/b0b/hPNQKM.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0ZcklRg8yb1Iz8J)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e6c/kMBSpO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0ZczAWAkNgVphpO)
(http://)(http://www.mx7.com/i/918/4XtWrV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0Zdhyj9uyZg5m1y)
(http://)(http://www.mx7.com/i/94f/gWIKaY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0ZcNq7bojbRTw9W)
(http://)(http://www.mx7.com/i/a06/2xNT6Z.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z0Ze4tngD1cGaCus)

สวัสดีเช้าวันเสาร์ครับ  :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 02,04, 2016, 08:02:27
มาดูกันว่าซามูไรคนสุดท้ายในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นใคร

ฮิรุ โอโนดะ (Hiroo Onoda) ทหารญี่ปุ่นผู้ที่รบไม่เลิก แม้จะเหลือตัวคนเดียว



        (http://)(https://www.uppic.org/image-1D9B_59B378C5.jpg) (https://www.uppic.org/share-1D9B_59B378C5.html)
ฮิรุ โอโนดะ (Hiroo Onoda)

ตามที่เราๆท่านๆทราบกันดี ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นสามารถยึดประเทศแถบเอเชียอาคเนย์ได้เกือบทั้งหมด หนึ่งในนั้นคือฟิลิปปินส์ และบนหมู่เกาะเล็กๆแห่งหนึ่ง ชื่อว่าเกาะลูบัง (Lubang) ได้มีทหารญี่ปุ่นประจำการอยู่กองหนึ่ง โดยมี พันโทโยชิมา ตานาคูชิ เป็นผู้บังคับบัญชา เวลานั้นคือช่วงปลายสงคราม กองทัพญี่ปุ่นหลายกองพ่ายแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ถึงกระนั้นทหารญี่ปุ่นก็ยังคงทำการรบอย่างทรหดต่อไป เนื่องจากทุกคนเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วญี่ปุ่นจะเป็นผู้ชนะ
ร้อยโทฮิรุ โอโนดะ คือหนึ่งในทหารที่ประจำอยู่บนเกาะลูบัง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 1944 (ก่อนมาเป็นทหารเขาเคยเป็นชาวนามาก่อน) ได้รับคำสั่งจากพันโทโยชิมา ตานาคูชิ ให้นำทหารอีก 3 นาย ไปปฏิบัติภารกิจสอดแนมข้าศึกในป่า ร้อยโทโอโนดะ จึงคัดเลือกทหารอีก 3 นาย ประกอบไปด้วย ยูอิจิ อาคาซึ (Yuichi Akatsu) สิบโทไซโอชิ ชิมาดะ (Siochi Shimada) และคินซิชิ โคซูกะ (Kinshichi Kozuka) เข้าร่วมในภารกิจนี้ ขณะที่ทหารทั้ง 4 ออกปฏิบัติภารกิจอยู่นั้น อเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ทำให้ญี่ปุ่นต้องประกาศยอมแพ้ในที่สุด จักรพรรดิฮิโรฮิโตจึงออกพระราชโองการให้กองทัพญี่ปุ่นทุกกองวางอาวุธและถอนกำลังออกจากจุดประจำการทุกแห่ง พันโทโยชิมา จึงออกคำสั่งให้ถอนกำลังออกจากเกาะลูบังและเตรียมตัวกลับประเทศอย่างเร่งด่วน
แต่พันโทโยชิมา ทำผิดพลาดเรื่องหนึ่งคือ เขาไม่ได้ส่งข่าวหรือทิ้งข้อความใดๆให้ร้อยโทโอโนดะและพวกรู้ว่าสงครามสงบแล้ว ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้ และมีคำสั่งให้ทหารทุกคนถอนกำลังกลับประเทศ ทำให้เมื่อร้อยโทโอโนดะกลับมายังที่ตั้งกองทหารและไม่พบใคร จึงเข้าใจว่าทหารฝ่ายศัตรูได้เข้าโจมตีพรรคพวกจนต้องถอยหนีออกจากเกาะ เขาและพรรคพวกจึงตัดสินใจกลับเข้าป่า เพื่อทำการสู้รบต่อไป ร้อยโทโอโนดะและพรรคพวกไม่รู้เลยว่าสงครามจบลงแล้ว และไม่มีใครออกตามหาพวกเขาเนื่องจากเข้าใจว่าทั้งหมดเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ ชีวิตในป่ายากลำบากมาก พวกเขาต้องอาศัยนอนในถ้ำ หาของป่าตามมีตามเกิด และบางครั้งต้องขโมยอาหารจากชาวบ้าน แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังเชื่อว่าสงครามกำลังดำเนินอยู่และญี่ปุ่นจะเป็นฝ่ายชนะ จนกระทั่งเดือนตุลาคม 1945 ได้มีเครื่องบินทิ้งใบปลิวบนเกาะ แจ้งว่าสงครามโลกยุติแล้ว และญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้
ร้อยโทโอโนดะไม่เชื่อ และเข้าใจว่าเป็นแผนการหลอกให้พวกเขาออกไปติดกับ ทั้งหมดจึงยังคงปักหลักอยู่ในป่าต่อไป
หลายปีผ่านไป ร้อยโทโอโนดะและพวกก็ยังคงหลบซ่อนอยู่ในป่า และต่อสู้กับศัตรูอย่างไม่ยอมแพ้ (ศัตรูที่ว่าคือชาวบ้านที่ไปหาของป่า) หลายครั้งที่ทหารกลุ่มนี้ออกลาดตระเวน แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ นอกจากชาวบ้านที่กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่กระนั้นพวกเขาก็ปักใจเชื่อว่าศัตรูยึดเกาะลูบังได้แล้ว จึงตัดสินใจหลบอยู่ในป่าลึกตามเดิม
จนในปี 1952 ได้มีเครื่องบินทิ้งจดหมายและประกาศลงบนเกาะ บอกให้ทหารญี่ปุ่นที่เหลือทราบว่าสงครามจบลงแล้ว และแน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อ (8 ปีแล้วนะนั่น)
ในปี 1953 ก็ได้มีประกาศออกมาอีก และทหารทั้งหมดก็ไม่เชื่ออีก ในปีเดียวกันนั้นเอง ชิมาดะ ถูกชาวบ้านยิงเข้าที่ขาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ปี 1954 อาคาซึถูกกลุ่มนักสำรวจที่ออกค้นหาทหารญี่ปุ่นที่เหลืออยู่ยิงตาย (น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด) 19 ตุลาคม 1972 โคซูกะ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจฟิลิปปินส์ยิงตาย เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นคนร้าย บัดนี้เหลือเพียงแค่ร้อยโทโอโนดะคนเดียว แต่กระนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนข่าวลือเรื่องทหารคนสุดท้ายไปถึงหูทางการญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นจึงพยายามแจ้งข่าวให้เขารู้ว่าสงครามจบลงนานแล้ว ออกมาได้แล้วแต่เขาก็ยังไม่ยอมเชื่อ(เหยดดด) และเชื่อว่าศัตรูปล่อยข่าวลือเพื่อที่จะจับตัวเขาล่ะสิ แม้ว่าทางการญี่ปุ่นจะนำพระราชโองการจากสมเด็จพระจักรพรรดิไปติดไว้จนทั่วป่า และหวังว่าร้อยโทโอโนดะจะเชื่อและยอมออกมา เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีและคิดว่าราชโองการเป็นของปลอม จนกระทั่งวันหนึ่ง นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งได้พบกับร้อยโทโอโนดะด้วยความบังเอิญ ทั้งคู่คุยกันถูกคอและทำให้เขาได้รู้ความจริงว่าสงครามจบไปนานแล้ว (เค้าก็พยายามจะบอกอยู่หลายปีแล้ว) และทางการญี่ปุ่นอยากให้เขาออกมาปรากฎตัวซะที แต่กระนั้นร้อยโทโอโนดะก็ยังแคลงใจไม่หาย และบอกให้นำผู้บังคับบัญชา พันโทโยชิมา มายืนยันด้วยตัวเอง ทางการญี่ปุ่นพยายามติดต่อพันโทโยชิมาจนพบ และส่งเขาพร้อมคณะผู้ติดตามไปพบร้อยโทโอโนดะ พันโทโยชิมาจึงยืนยันกับเขาว่าสงครามจบลงแล้ว (จริงๆนะ) และออกคำสั่งให้เขาวางอาวุธ (ได้แล้ว) นายทหารผู้เคร่งครัดในหน้าที่จึงได้ฤกษ์ออกจากป่าในวันที่ 10 มีนาคม 1974 หลังจากที่ประจำการหลังสงครามเลิกตั้ง 30 ปี
ร้อยโทโอโนดะที่ยอมจำนนหลังจากรบอย่างโดดเดี่ยวมาถึง 30 ปี สิ่งที่เหลือติดตัวมีเพียงเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่า ปืนเล็กยาวพร้อมกระสุน และดาบซามูไรอีกเล่มเดียวเท่านั้น
การกลับคืนสู่ประเทศของทหารใจเพชรผู้นี้ ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เทียบเท่าวีรบุรุษ มารดาวัย 88 ของร้อยโทโอโนดะ ผู้ที่เคยเชื่อว่าลูกชายได้ตายไปแล้วและไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทุกปี กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า "การอบรมเขาตามแบบคนญี่ปุ่น ทำให้เขาเป็นทหารที่มีวินัย มีความจงรักภักดีต่อชาติสูงสุด และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 30 ปี เขาก็ยังยึดถือคำสั่งอย่างแน่วแน่"
ปัจจุบันร้อยโทโอโนดะได้ปลดประจำการแล้ว (แหงล่ะสิ) และเป็นเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่งในบราซิล และเมื่อมีเวลาว่างเขาจะกลับไปบริจาคเงินให้กับโรงเรียนที่เกาะลูบังอยู่เสมอ

            (http://)(https://www.uppic.org/image-19AF_59B37910.jpg) (https://www.uppic.org/share-19AF_59B37910.html)
 
            (http://)(https://www.uppic.org/image-DFC8_59B37938.jpg) (https://www.uppic.org/share-DFC8_59B37938.html)

             (http://)(https://www.uppic.org/image-6CCE_59B37997.jpg) (https://www.uppic.org/share-6CCE_59B37997.html)
              ถำ้ที่ผู้หมวดใช้ซ่อนตัว

            (http://)(https://www.uppic.org/image-26CA_59B379DE.jpg) (https://www.uppic.org/share-26CA_59B379DE.html)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 03,04, 2016, 12:27:43
Colt Model 1911A1 U.S. Army .45 ACP - G.H.D. Inspected Serial Number 872832 with Original Box

(http://)(http://www.mx7.com/i/a51/bXGJQJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z18LLttjbB4obpeJ)
(http://)(http://www.mx7.com/i/a4f/eJk46H.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z18LYAGxFTVJG2Q9)
(http://)(http://www.mx7.com/i/540/YybfGI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z18M8w5DC8ZGrsgP)
(http://)(http://www.mx7.com/i/bd5/Wdd6D9.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z18MkzmPg7ObfCsP)
(http://)(http://www.mx7.com/i/dbb/p2itxK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z18Mu8NeUQkrGSDH)
(http://)(http://www.mx7.com/i/955/Rj7Fp0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z18MFu73ZnS6o8xw)

สวัสดีวันอาฑิตย์ครับ   :ds



หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 03,04, 2016, 12:44:06
เขาคือใคร  :ss

            (http://)(https://www.uppic.org/image-F8B9_59B37A70.jpg) (https://www.uppic.org/share-F8B9_59B37A70.html)
            เฉลย..เขาคือ คือ ร้อยโท แดเนียล เคน อิโนอูเย ( Daniel Ken Inouye)

           (http://)(https://www.uppic.org/image-FEC3_59B37ABE.gif) (https://www.uppic.org/share-FEC3_59B37ABE.html)
           ดูแล้วก็ไม่แตกต่างทหารญี่ปุ่นเพียงแต่มาอยู่ในกองทหารอเมริกัน

เอาละมาเล่าต่อ

ทหารหนุ่มคนข้างบน คือ ร้อยโท แดเนียล เคน อิโนอูเย ( Daniel Ken Inouye) เป็นทหารในหน่วยกรมผสมที่ 442 ที่ว่า ตอนญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ลเขายังเป็นนักศึกษาอยู่ เรียนเตรียมแพทย์ พอเขาเปิดโอกาสให้คนญี่ปุ่นเป็นทหารได้ก็เลยสมัครเป็นทหารจนได้อยู่หน่วยดังกล่าว
วันที่ 21 เม.ย. 1945 ทหารอเมริกันเข้าตีแนวตั้งรับของฝ่ายเยอรมันที่เรียกกันว่า แนวโกธิค แนวตั้งรับนี้เป็นแนวตั้งรับขั้นสุดท้ายในอิตาลีของฝ่ายเยอรมันและมีการเตรียมการณ์อย่างรัดกุมที่สุด ร้อยโทอิโนอูเยได้รับคำสั่งให้นำทหารหนึ่งหมวดเข้าโอบปีกที่มั่นแห่งหนึ่งของฝ่ายเยอรมัน ณ ตำบล Colle Musatello ขณะกำลังดำเนินกลยุทธก็ถูกระดมยิงจากรังปืนกลสามแห่งในระยะห่างเพียงสี่สิบหลา เพื่อนทหารในหน่วยต่างล้มตัวลงหมอบหลบกระสุนแต่ว่าร้อยโทอิโนอูเยลุกขึ้นยืนเตรียมเข้าประชิดข้าศึก ถูกยิงที่ท้อง แม้จะบาดเจ็บสาหัสแต่เขาก็วิ่งสวนควันปืนเข้าหาข้าศึกพร้อมกับยิงข่มด้วยปืนกลมือทอมสันอันเป็นอาวุธประจำกายและขว้างระเบิดมือเข้าใส่รังปืนกลแห่งแรกจนพังพินาศ จากนั้นก็รวบรวมกำลังพลเข้าทำลายรังปืนกลแห่งที่สองลงจนได้ในที่สุด ตัวเองก็ล้มฟุบลงเพราะพิษบาดแผล ขณะที่เพื่อนทหารคนอื่นพากันยิงข่มรังปืนกลแห่งที่สามที่ยังเหลืออยู่ ร้อยโทอิโนอูเยคลานเข้าหารังปืนกลแห่งนั้นจนห่างกันเพียงสิบหลา ขณะยืดตัวขึ้นกางแขนเตรียมโยนระเบิดมือที่ถอดชนวนแล้วเข้าไปในรังปืนกล ฝ่ายตรงข้ามก็ยิงลูกระเบิดสวนออกมาพอดี ระเบิดถูกตรงข้อศอกขวาจนแขนเกือบขาดเหลือห้อยร่องแร่งเท่านั้น เดชะบุญว่ามือขวาที่กำระเบิดอยู่นั้นประสาทยังสั่งให้กำแน่นจนระเบิดไม่หล่นออกมา ร้อยโทอิโนอูเยตะโกนสั่งลูกน้องให้ถอยไปเพราะกลัวว่ามือขวาอาจคลายออกทำให้ระเบิดหล่นมาระเบิดใส่พวกเดียวกัน จากน้้นก็เอามือซ้ายที่ยังดีพยายามแกะเอาระเบิดออกจากมือขวาที่ขาดไป แล้วก็โยนเข้าไปในรังปืนกลพร้อมกับที่ทหารเยอรมันก็บรรจุกระสุนเสร็จพอดี ร้อยโทอิโนอุเยรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย จับปืนกลทอมสันด้วยมือซ้ายเพียงมือเดียวยิงกราดเข้าไป ก่อนที่ตัวเองจะได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้ำอีกแล้วก็ล้มพับหมดสติไป
ร้อยโทอิโนอูเยถูกส่งกลับมาที่โรงพยาบาลสนาม แขนขวาที่ร่องแร่งอยู่นั้นถูกตัดออกโดยที่ไม่ได้ดมยาให้สลบอย่างถูกต้องเพราะว่าได้รับมอร์ฟีนมามากเกินขนาดตอนที่ปฐมพยาบาลก้นอยู่ เขาก็เลยกลัวว่าถ้าดมยาซ้ำจะทำให้ความดันเลือดตกจนไม่ฟื้น เขาได้รับเหรียญกางเขนสดุดีวีรกรรมดีเด่น (Distinguished Service Cross) แต่ว่าต่อมาประธานาธิบดี บิล คลินตัน ได้ประกาศเลื่่อนชั้นเหรียญตราที่ได้รับให้แก่อิโนอูเยและเพื่อนทหารอีก 19 นายในหน่วยนี้ให้ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติแห่งสภาคองเกรสเพื่อแก้ไขความอยุติธรรมที่ได้รับเหรียญชั้นที่ต่ำกว่าที่ควร อันที่จริง ก่อนหน้านั้น เขาก็เคยโดนยิงจังๆมาแล้วที่หน้าอกตรงหัวใจพอดี แต่ว่าลูกปืนดันไปติดเหรียญดอลล่าร์สองเหรียญที่บังเอิญใส่กระเป๋าเสื้อไว้ เลยรอดตายอย่างปาฎิหาริย์ คนมันดวงไม่ถึงฆาตก็อย่างนี้แหละ ถ้าเป็นบ้านเราคงมีคนไปขอของดีกันเพียบ อิโนอูเยได้รับเลื่่อนยศเป็นร้อยเอกและปลดพิการไปเมื่อปี 1947 เนื่องจากแขนพิการจึงไม่สามารถเรียนเป็นศัลยแพทย์ได้อย่างที่เคยตั้งใจ ก็เลยเลือกเรียนรัฐศาสตร์ภายใต้โครงการสนับสนุนของรัฐบาลที่เรียกว่า GI Bill เขาจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยฮาวายเมื่อปี 1950 จากนั้นก็เรียนต่อจนจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน เมื่อฮาวายได้เป็นรัฐที่ 50 ของสหรัฐเมื่อปี 1959 วีรบุรุษสงครามรายนี้ก็ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯจากรัฐฮาวาย และอีกสามปีต่อมาคือในปี 1962 ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก และได้รับเลือกติดต่อกันมาทุกๆหกปีจนครั้งล่าสุดเมื่อปี 2010 ตอนนี้เป็นสมัยที่เก้าเข้าไปแล้ว ปัจจุบันนี้ อิโนอูเยเป็นวุฒิสมาชิกที่อาวุโสสูงสุดในวุฒิสภา แต่ว่ายังมีอายุมากเป็นที่สองคือ 86 ปีเพราะยังมีวุฒิสมาชิกอีกท่านหนึ่งที่เฉือนไปนิดหน่อยคืออายุ 87 ปี สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ อิโนอูเยได้รับเลือกเป็นประธานชั่วคราวของวุฒิสภา (President pro tempore of the US Senate) ดังนั้นจึงทำให้เขาเป็นบุคคลในลำดับที่สามที่จะรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯหากผู้ดำรงตำแหน่งลำดับต้นๆทำหน้าที่ไม่ได้ ลำดับแรกก็คือรองประธานาธิบดี ลำดับที่สองคือประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (Speaker of the House of Representatives)  ขอขยายความนิดหน่อยเรื่องประธานชั่วคราววุฒิสภาสหรัฐฯ ตำแหน่งประธานตัวจริงของวุฒิสภานั้นคือรองประธานาธิบดีโดยตำแหน่ง แต่ในทางปฏิบัติเนื่องจากภารกิจล้นมือ รองประธานาธิบดีมักจะไม่มานั่งเป็นประธานในการประชุมวุฒิสภาด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุมจึงต้องเลือกเอาวุฒิสภาท่านใดท่านหนึ่งขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราวของวุฒิสภา ซึ่งขณะนี้ก็คือท่านอิโนอูเยนี่แหละ นับว่าไม่เลวนักสำหรับทหารผ่านศึกพิการที่ไม่ได้เป็นฝรั่ง

   นี่คือภาพของท่านอิโนอูเยตอนนี้นะครับ

             (http://)(https://www.uppic.org/image-40A1_59B37AF5.jpg) (https://www.uppic.org/share-40A1_59B37AF5.html)   


              (http://)(https://www.uppic.org/image-92F2_59B37B1D.jpg) (https://www.uppic.org/share-92F2_59B37B1D.html)
              (http://)(https://www.uppic.org/image-DB93_59B37B4A.jpg) (https://www.uppic.org/share-DB93_59B37B4A.html)

              ปืนกลมือทอมมี่ .45 คู่ใจ ร้อยโท แดเนียล เคน อิโนอูเย
มีเกร็ดมาเสริมเรื่องปืนทอมป์สันที่เป็นปืนคู่ใจของอิโนอูเย ปืนชนิดนี้ออกแบบในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยหมายจะให้ทหารใช้ลุยข้าศึกในสนามเพลาะในการรบระยะประชิด เดิมทีคนผลิตตั้งชื่อน่าขนพองสยองเกล้าว่า Annihilator หรือ นักฆ่าล่าให้เหี้ยน ซึ่งเมื่อคำนึงถึงขนาดกระสุนขนาดหนักขนาด .45 ACP แบบเดียวกับที่ใช้กับปืนพกยูเอสอาร์มี่ แต่ยิงมาทีละเป็นชุด ก็คงนึกภาพออกว่าน่ากลัวแค่ไหน อย่างไรก็ตาม สงครามโลกครั้งที่หนึ่งจบก่อน ต่อมาเขาก็เลยเปลี่ยนขื่อเป็น ปืนกลมือทอมป์สัน หรือ Thompson Submachine Gun แทน

ขอบคุณที่อุตสาห์เสียเวลาเข้ามาอ่านนะครับ  :ss


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 04,04, 2016, 10:09:37
(http://)(http://www.mx7.com/i/c69/J0mEUE.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z1fRbTHcajDZgfEK)
SINGER ORIGINAL ก่อนจะมาผลิตปืนที่คนส่วนใหญ่อยากได้ครอบครอง แต่ได้เพียงแต่ฝัน

(http://)(http://www.mx7.com/i/5d0/KHkf70.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1fSWJazdQ7SuzzI)
(http://)(http://www.mx7.com/i/a43/ZH9Mgs.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1fTacmtZWo6LtF9)
(http://)(http://www.mx7.com/i/9e2/Q5gz1u.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1fTxWWaZDr6C0OA)
(http://)(http://www.mx7.com/i/549/Ux2Umr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1fU4yYV5erTFavF)
(http://)(http://www.mx7.com/i/eda/zKDL0P.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1fUldYYpELmSCuN)
"One Of A Kind" Serial Number "1" Singer Mfg. Model 1911A1 Semi-Automatic Pistol with History

ตามที่ล่ำลือว่าเจออยู่ในเมืองไทยที่โน้นนั้นนี้ ใครมีข้อมูลช่วยลงหน่อยก็ดีนะครับ เพราะส่วนใหญ่ที่นิยมปืนชนิดนี้ก็เห็นได้จับมากันทุกโรงงาน แต่อีโรงงานนี้บ่มีใครได้จับตัวเป็นๆ ยกเว้นบีบีกัน ตามข้อมูลเล่ากันมาว่าซิงเกอร์ผลิตส่งกรมช่างแสง 500 ตัว กรมช่างแสงส่งต่อให้เรมิงตันเอาไปรื้อแกะตั้งเครื่องจักร เครื่องคม 417 ตัว สงให้ USAF 43 ตัว นอกนั้นอยู่กับกรมช่างแสง กะ us&s  ผมก็มีโอกาศครอบครองซิงเกอร์นี้ในช่วงหนึ่งระยะสั้นๆ คือตอนที่หลับสนิทและฝันนั้นเอง  :ss



หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 04,04, 2016, 12:55:12
ครับวันนี้มาศึกษาชีวะประวัติของขุนพลนาซีท่านหนึ่งที่ศัตรูก็ยกย่องท่านว่าเป็นผู้มีความสามารถ

 (http://)(https://www.uppic.org/image-9A6D_59B37BC8.jpg) (https://www.uppic.org/share-9A6D_59B37BC8.html)
เขาคือ: Erwin Johannes Eugen Rommel เออร์วิน โยฮานเนส อูเก้น รอมเมล

มาอ่านกัน  :dfs
ทำไมถึงเรียกว่าขุนพลเทพ หลายๆคนคงสงสัย มาดูกันดีกว่า อ้อ รายละเอียดของประวัติของนักรบท่านนี้ผมไม่แม่น หากอะไรผิดพลาดก็ขออภัยนะ เพราะเล่าเท่าที่รู้
เออร์วิน รอมเมล (Erwin Rommel) เกิดเมื่อ 15 พ.ย. 1891 ที่เมือง Heidenheim ในเยอรมัน เริ่มต้นนั้นอยากเป็นวิศวกร แต่พ่อไม่ยอม จึงเข้าเป็นทหารในกองทัพบกเยอรมัน โดยได้ริ่มสร้างผลงานและชื่อเสียงให้ตนเองมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่1 นำทหารออกรบจนได้รับเหรียญกล้าหาญ iron cross นำทหารบุกยึดป้อมในอิตาลี(ตอนนั้นรบกันในสงครามโลกครั้งที่1) หลังจบสงครามโลกครั้งที่1  ปี 1929 รอมเมลได้รับ การแต่งตั้ง ให้เป็นครูสอนวิชาทหารราบที่ Dresden ในเดือน ต.ค. 1935 เขาได้รับการเลื่อนยศเป็น
พันโท สอนวิชาทหารราบที่สถาบันสงคราม Potsdamในปี 1937 จากความที่เป็นอาจารย์ที่เก่งมาก บทความแนวคิดที่เขาสอนจึงได้รับการตีพิมพ์ ซึ่งหนังสือนี้ได้ไปถึงมือ"ท่านผู้นำ" ซึ่งโดนใจท่านผู้นำมิใช่น้อยเลยเนื่องจากประทับใจกับแนวคิดของรอมเมล ฮิตเลอร์จึงแต่งตั้งเขาให้เป็นฝ่ายเสนาธิการประจำกองบัญชาการ ของฮิตเลอร์ในออสเตรีย เชคโกสโลวะเกีย และโปแลนด์ในปีต่อมา ต่อมาในปี1940 ฮิตเลอร์ก็แต่งให้เขาเป็นผู้บัญชาการหน่วยยานเกราะที่7 (7th panzer division)ประดับยศพลตรี แล้วนำกองทัพบุกฝรั่งเศส  ผลน่ะหรอ.... กดซะน่วมไปทุกแนวที่บุก ฝรั่งเศสโดนบุกยับ รอมเมลไล่ตีพันธมิตร ฝรั่งเศส-อังกฤษแทบตกทะเล บุกยึดปารีส และฉายา ghost division หรือกองพันปีศาจ ก็ได้มาจากครั้งนี้นี่เอง ในการสงคราม สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ "ทรัพยากร" ซึ่งอาฟริกาเป็นน1ในเป้าหมายสำคัญ ซึ่ง "อิลดูเช่" เบนิโต้ มุโสลินี ผู้นำอิตาลี คู่เกย์ของท่านผู้นำหมายตาไว้ และได้นำกองทัพอิตาลีเปิดศึกในอาฟริกาเหนือ แต่กองทัพอิตาลีนั้นล้าสมัย การจัดการก็ไม่ได้เรื่อง แถมโดนอังกฤษไล่ตีเละเทะ จนสุดท้ายต้องร้องขอความช่วยเหลือมาที่ฮิตเลอร์ฮิตเลอร์จึงส่งรอมเมล ขุนพลเทพ ไพ่ตาย พร้อมกับหน่วย afrika korps ไปช่วยเหลือ เพื่อต่อสู้กับกองทัพอังกฤษที่กำลังฮึกเหิมสุดๆ
ผลน่ะเหรอ ภายในไม่กี่เดือน กองทัพ เยอรมัน-อิตาลี ภายใต้การนำของรอมเมล ไล่ตีอังกฤษเละเทะ จนทหารอังกฤษเสียขวัญ มองรอมเมลว่าไร้เทียมทาน ขวัญกำลังใจหดหาย ลือกันไปถึงขั้นว่ารอมเมลเป็นคน"มีของ"ก็มี (ใครว่าฝรั่งไม่งมงาย กูเถียงตายห่าเลย -*-) ขวัญและกำลังใจ ณ.เกาะอังกฤษเองก็ย่ำแย่ เมื่อชัยชนะที่ได้มา กลับโดนทำลายไปในไม่กี่เดือน โดย วินสตัน เชอร์ชิล นายกฯอังกฤษตอนนั้น ได้พูดถึงรอมเมลในหลายๆครั้งประมาณว่า คงไมดีนักที่จะชมศัตรู แต่ต้องยอมรับว่าเป็นนายพลที่มีความสามารถ และเก่งมากๆจริงๆ  และครั้งหนึ่งถึงกับยอมรับว่า ถ้าเราจะแพ้สงครามก็เพราะนายพลคนนี้แหละคือศัตรูยังต้องยอมรับเลยว่าพี่แกเทพ เอากับแกสิ และฉายาจิ้งจอกทะเลทรายก็ได้มาจากศึกทีอาฟริกานี่เองและแล้วก็มาถึงศึกที่เป็นตัวตัดสินสงครามในอาฟริกา นั่นคือ การศึก ณ. เอล อาลาเมน (the battle of el alamein) ที่ซึ่งรอมเมลจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกับเขา พลเอก เบอร์นาต มอนต์โกเมอรี่ (Bernard Law Montgomery) แห่งกองทัพสหราชอาณาจักร หลังจากที่พ่ายแพ้ยับเยินในตอนแรก (เรียกกันว่า การศึกแห่งเอลอาลาเมน ครั้งที่1) อังกฤษได้เปลี่ยนตัวนายพล ซึ่งมอนโกเมอรี่ไม่ใช่ตัวเลือกแรก แต่นายพลที่จะมาตอนแรกดันเครื่องบินตก ส้มเลยมาหล่นที่มอนโกเมอรี่แทน

    (http://)(https://www.uppic.org/image-201F_59B37C16.jpg) (https://www.uppic.org/share-201F_59B37C16.html)
    นายพลมอนโกเมอรี่

ณ.จุดนั้นขวัญกำลังใจทหารกำลังย่ำแย่ ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้อย่างจริงจัง แต่ข่าวดีก็คือ สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้วเพราะเยอรมันกำลังเจอแนวรบหลายด้านทั้งจากอเมริกาและรัสเซีย และอังกฤษได้สายการสนับสนุนอย่างมหาศาลจากอเมริกาซึ่งเข้าสู่สงครามอย่างเต็มตัว แตกต่างจากรอมเมล ซึ่งสายการสนับสนุนถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเรือลำเลียงไม่สามารถผ่านแนวป้องกันเข้ามาได้รอมเมลถูกบีบให้ต้องสู้กับข้าศึกที่เหนือกว่าทั้งจำนวนคน ยุทโธปกรณ์ และสายการสนับสนุน ผลการศึกจึงไม่ต้องเดา
สุดท้ายรอมเมลต้องยอมรับสภาพ ยอมฝืนคำสั่งฮิตเลอร์ที่ให้สู้ต่อไป ถอนกำลังกลับ เพราะสู้ต่อไปก็เอาทหารไปทิ้งเปล่าๆหลายๆคนอาจจะคิดว่ารอมเมลนั้นเป็นนายพลประเภทที่นั่งสั่งการอยู่ในห้องแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เหตุผลที่ทหารใต้บังคับบัญชาบูชาเขาเพราะเขาเป็นนายพลที่กินนอนกับทหาร ลงดูพื้นที่ บัญชาการรบเอง ระหว่างการศึกที่อาฟริกา รอมเมลถึงกับต้องโดนส่งกลับเยอรมันเพราะป่วย แล้วก็กลับมาบัญชาการรบต่อหลังจากอาการดีขึ้นหลังจากนั้นก็มีแผนลอบสังหารฮิตเลอร์เกิดขึ้นในหมู่นายทหารของเยอรมันเพราะกำลังจแพ้สงคราม รอมเมลเป็นคนที่ค้านแผนนี้และบอกว่าต้องจับมาแล้วเอาขึ้นศาลแทน ระหว่างนั้นรอมเมลได้รับหน้าที่ไปคุมการสร้าง"กำแพงแอตแลนติก " เพื่อป้องกันไคจู เอ๊ยไม่ใช่!!!! เพื่อป้องกันปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด(operation overlord) ที่เป็นปฏิบัติการยกพลขึ้นบกของฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งสุดท้ายแม้จะสร้างความเสียหาย
ให้ฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างมากมาย แต่ด้วยทรัพยากรที่จำกัดจากสายการสนับสนุนที่ขาดแคลน กองทัพเยอรมันจึงต้องพ่ายแพ้ไป วาระสุดท้ายของนายพลใจสิงห์ผู้นี้มาถึง
เมื่อแผนลอบสังหารฮิตเลอร์ไม่สำเร็จ และผู้ร่วมก่อการโดนจับได้ โดยรอมเมลเป็น1ในผู้ก่อการในวันที่ 14 ต.ค. 1944 ฮิตเลอร์ได้ส่งนายพล2คไปพบรอมเมล พร้อมกับยื่นข้อเสนอว่า จะให้รอมเมลฆ่าตัวตาย แล้วทางรัฐจะจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติวีรบุรุษของชาติ ลูกเมียจะได้รับการดูแลอย่างดี หรือจะขึ้นศาลทหารในฐานะกบฏ ซึ่งลูกเมียก็จะต้องโดนไปด้วยเมื่อทางเลือกเหลือแค่นี้ รอมเมลจึงต้องยอมฆ่าตัวตาย และให้ฮิตเลอร์ใช้เขาเป็นเครื่องมือโฆษณาอีกครั้งหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมรอมเมลจึงได้รับการยกย่องจากทังคนเยอรมัน และจากข้าศึกเหตุผลก็เพราะรอมเมลเป็นทหารครับ ทหารอาชีพแท้ๆ รบเพราะหน้าที่ เพราะกูเป็นทหาร ไม่ได้รบเพราะเกลียดกองทัพที่รอมเมลคุม ไม่เคยโดนร้องเรียนเรื่องทารุณกรรมเชลย เขามีคำสั่งให้ปันส่วนอาหารให้เท่ากับที่ทหารของเขาได้รับด้วยซ้ำ ในการรบ หากต้องใช้แรงงานชาวบ้าน รอมเมลถึงกับจ่ายค่าจ้างให้ด้วย มีคนเล่าว่า รอมเมลเป็นคนเดียวที่ฝ่ายสัมพันธมิตรยอมให้สร้างอนุสาวรีย์
(http://)(https://www.uppic.org/image-D859_59B37D32.jpg) (https://www.uppic.org/share-D859_59B37D32.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-E98E_59B37DDB.gif) (https://www.uppic.org/share-E98E_59B37DDB.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-4D68_59B37D5C.jpg) (https://www.uppic.org/share-4D68_59B37D5C.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-EADB_59B37DAB.jpg) (https://www.uppic.org/share-EADB_59B37DAB.html)

ภาพนี้น่าประทับใจจร่ิงๆ

(http://)(https://www.uppic.org/image-FE2B_59B37E79.jpg) (https://www.uppic.org/share-FE2B_59B37E79.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-9DBC_59B37EA7.jpg) (https://www.uppic.org/share-9DBC_59B37EA7.html)
(http://)(https://www.uppic.org/image-D346_59B37ECD.jpg) (https://www.uppic.org/share-D346_59B37ECD.html)

ขอบคุณนะครับที่หลงเข้ามาอ่าน และขอขอบคุณ พีเอ็ม เข้ามาคุย อย่าลืมปูเสื่อก่อนเข้ามาอ่านนะครับมันยาว  :ss

https://www.youtube.com/watch?v=6Mz-ebjpfF8


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 05,04, 2016, 08:36:54
(http://)(http://www.mx7.com/i/948/ejK4O8.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z1nqJrX8G4CZXBTi)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e22/016Krz.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z1nrdeaquWEDO5YN)
(http://)(http://www.mx7.com/i/135/aPjtrU.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z1nrpDqiqgmXj2As)
(http://)(http://www.mx7.com/i/1c5/3NKFyD.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z1nrzUO4E6cys4ga)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e60/bsFRVO.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z1nrKcbQRTeMF0kJ)
(http://)(http://www.mx7.com/i/131/TdeJeD.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z1nrUtzD5Lq8xITe)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e75/qLiDEe.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z1nsaqCjQXCfvnfU)

Ithaca Model 1911A1 U.S. Army .45 ACP (ca. 1945) - Serial Number 2128752

สวัสดีเช้าวันอังคาร  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 05,04, 2016, 09:07:56
 :S วันนี้พักเรื่องสงครามโหดๆ สักวันมาอ่านนิยายรักระหว่างสงครามกันบ้าง  :ss
เสนอเรื่อง ขนมแห่งความรัก


 (http://)(https://www.uppic.org/image-7705_59B54AFD.jpg) (https://www.uppic.org/share-7705_59B54AFD.html)

 ประวัติขนมโมจิสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตำนานรักของ สาวบ้านนากับหนุ่มทหารหมอกองทัพญี่ปุ่น
สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในจังหวัดนครนายก ซึ่งชาวบ้านในบริเวณนั้น ได้นำสินค้าต่างๆ มาค้าขายกับทหารญี่ปุ่น สินค้าที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าพื้นเมืองประเภทผัก ผลไม้ และขนม โดยเฉพาะนางพันนา ซึ่งเป็นหญิงสาวชาวบ้านมีอายุประมาณ 18 ปี ได้ทำขนมพื้นบ้านเช่นไข่เ-้ย กล้วยทอด ซาลาเปาทอด ขายจนได้รู้จักกับทหารหนุ่ม ชาวญี่ปุ่นชื่อซาโต้ ซึ่งเป็นหมอ และได้เกิดมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน วันหนึ่งทหารญี่ปุ่น ก็ต้องโยกย้ายไปที่อื่น แต่ก่อนจากไปนั้น ซาโต้ได้สอนนางพันนาทำขนมโมจิ และบอกกับเธอว่า ขนมนี้จะเป็นตัวแทนของซาโต้ และเป็นตัวแทนของประเทศเขา ถ้าเขาไม่อยู่และนางพันนาคิดถึงซาโต้ ให้ทำขนมนี้ ซาโต้จะกลับมา เมื่อซาโต้ได้สอนจนนางพันนาทำขนมโมจิเป็น ซาโต้กินขนมโมจิแล้วบอกกลับนางพันนาว่า นางพันนาทำขนมญี่ปุ่นโมจิได้อร่อยที่สุด
ก่อนที่ทหารญี่ปุ่นจะจากไป ซาโต้บอกกับนางพันนาว่า หากวันใดคิดถึงเขาให้ทำขนมโมจิ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ซาโต้จะกลับมาหานางพันอีก ถ้าจะทำขายก็ทำได้ เพราะมีทหารญี่ปุ่น ที่คิดถึงบ้านอยากจะกินขนมญี่ปุ่น อย่างขนมโมจิ และแล้วซาโต้ก็จากไป แต่นางพันนา ก็ยังคงทำอาชีพหาบของขาย ขนมญี่ปุ่นโมจิให้กับกองทัพทหารญี่ปุ่นต่อไป ต่อมาญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นกลับประเทศญี่ปุ่น แต่นางพันนายังทำขนมโมจิขายให้กับผู้คนในจังหวัดนครนายก จนวันหนึ่งทหารไทยบอกกับนางพันนาว่า
ขนมที่ทำขายอยู่ ห้ามกิน ห้ามทำ ห้ามขาย เพราะเป็นขนมของญี่ปุ่น ขนมนี้มันคือขนมกบฏ นางพันนาจึงไม่ได้ทำขนมโมจินี้ขาย แต่ทุก ๆ ครั้งที่คิดถึงซาโต้ นางพันนาก็จะแอบทำขนมโมจินี้ เพื่อแทนความคิดถึง หนุ่มญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่รัก และทุกครั้งที่ทำนางพันนา ทำขนมโมจินี้ จะตั้งจิตอธิษฐาน สวดมนต์ภาวนา ให้ซาโต้กลับมากินขนมของตัวเอง วันแล้ววันเล่า นานหลายสิบปีจนทุกคนลืมเรื่องนี้ไปหมดแล้ว จนกระทั่งพ.ศ. 2547 พระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงทราบประวัติเรื่องขนมโมจินี้ จึงให้ทหารคนสนิทไปสืบหาที่มาขนมโมจิสูตรดังกล่าว ซึ่งได้ไปหาอยู่หลายที่และนำมาให้เสวย แต่พระเทพทรงตรัสว่าไม่ใช่ขนมโมจิสูตรที่ตามหา ต่อมาอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครนายก ได้ประชาสัมพันธ์และสืบหาจนได้ทราบจากนายมานพ ศรีอร่าม ข้าราชการพัฒนาชุมชนว่าผู้ที่ทำขนมโมจิดังกล่าวคือมารดาของตัวเอง ในขณะนั้นมีอายุมากแล้วแต่ความทรงจำยังดี สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆในอดีตได้เป็นอย่างดี พร้อมได้สอนให้บุตรและบุตรสะใภ้ได้ทำขนมดังกล่าว
ถวายสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งยายพันนารอคอยวันนี้มานานแสนนาน วันที่ขนมโมจิของแกได้ถูกเผยแพร่อีกครั้ง เหมือนได้บอกกับซาโต้ว่ายังมีสาวบ้านนาคนนี้รออยู่
ปัจจุบันยายพันนาได้จากไปแล้ว โดยได้รับพระราชทานเพลิงศพจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และปัจจุบันขนมโมจิสูตรดังกล่าวได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีรสชาติที่อร่อย กลมกล่อมและมีไส้ให้เลือกหลายชนิด

อ่านจบแล้วนะครับ เขาว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีไม่กี่บรรทัด ไม่จริงแล้วละพวกพี่ได้ช่วยกันอ่านเพิ่มค่าเฉลี่ยเรียบร้อยแล้ว  :ss


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: logunta ที่ 05,04, 2016, 09:13:43
 :8 :8 :8

 :<> ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 06,04, 2016, 08:59:22

SINGER ตัวต้นแบบ
(http://)(http://www.mx7.com/i/b3e/nJXC44.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vv1tSQc4PA7osy)
(http://)(http://www.mx7.com/i/cb6/H7ZNry.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vvbphW8iiQ9w9O)
(http://)(http://www.mx7.com/i/d0e/yooiBi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vvjyNCEFt0CtNv)
(http://)(http://www.mx7.com/i/57b/gdATx1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vvtucIASg4FoJR)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b1d/tgmXod.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vvJNe5DFsVAycM)

WW2 1911A1 Singer tool room/prototype.
เป็นตัวต้นแบบ/เป็นตัวที่เพิ่งนำออกจากเครื่องมือคม.(ผลงานช่างเครื่องกล พร้อมใบรับรองผลงานชิ้นนี้) ไม่มีการรมดำเป็นผิวเหล็กดิบๆธรรมชาติของการกัดไส

สวัสดีเช้าวันพุธครับผ๊ม  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 06,04, 2016, 09:20:56
วันนี้มาชมภาพที่เห็นแล้วสุดประทับใจ

(http://)(http://www.mx7.com/i/cb4/xwNwOT.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vB4Tn4udYRPrhf)
ทหารชาวแคนาดาที่ต้องไปเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง อำลาลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ช่างภาพ Claude P. Dettloff  ได้ตั้งชื่อภาพนี้ว่า Wait For Me Daddy

(http://)(http://www.mx7.com/i/953/e6DMBv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vBOCD34aq4yrWy)
ทหารเยอรมันตะวันออกช่วยพาเด็กชายคนหนึ่ง หนีข้ามไปยังเขตที่เด็กน้อยสามารถกลับไปหาครอบครัวได้ [สงครามเย็นปี 1961]

(http://)(http://www.mx7.com/i/a79/cEKlvk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vCpupYyD8ELbpe)
เสนารักษ์(หมอทหารภาคสนาม) ช่วยทำแผลให้หนูน้อยสองคน [สงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1944]

(http://)(http://www.mx7.com/i/e71/0ZKnOg.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vCQMMuo9NIUcMt)
ทหารอเมริกันช่วยกันเข้นรถที่บรรทุก ทหารฝ่ายเยอรมันที่บาดเจ็บสาหัสเอาไว้ [สงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1945]

(http://)(http://www.mx7.com/i/d3c/Tc7Ge6.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vDo6MB2SccTfUO)
ทหารเยอรมันช่วยพลเมืองรัสเซีย [สงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1941]

(http://)(http://www.mx7.com/i/ee5/vma7Gv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vF1QGkqE5d6zHI)
นาวิกโยธินสหรัฐ (U.S. Marine) ยื่นบุหรี่ให้กับทหารของกองทัพจักรพรรดิญี่ปุ่น (Japanese Imperial soldier) ที่ได้รับบาดเจ็บและตัวถูกฝังอยู่ในดินในช่วงของการสู้รบ
บนเกาะอิโวจิมา (Iwo Jima) ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1945

ขอบคุณครับผม  :ss


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: genuine ที่ 06,04, 2016, 10:03:48
SINGER ตัวต้นแบบ
(http://)(http://www.mx7.com/i/b3e/nJXC44.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vv1tSQc4PA7osy)
(http://)(http://www.mx7.com/i/cb6/H7ZNry.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vvbphW8iiQ9w9O)
(http://)(http://www.mx7.com/i/d0e/yooiBi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vvjyNCEFt0CtNv)
(http://)(http://www.mx7.com/i/57b/gdATx1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vvtucIASg4FoJR)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b1d/tgmXod.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1vvJNe5DFsVAycM)

WW2 1911A1 Singer tool room/prototype.
เป็นตัวต้นแบบ/เป็นตัวที่เพิ่งนำออกจากเครื่องมือคม.(ผลงานช่างเครื่องกล พร้อมใบรับรองผลงานชิ้นนี้) ไม่มีการรมดำเป็นผิวเหล็กดิบๆธรรมชาติของการกัดไส

สวัสดีเช้าวันพุธครับผ๊ม  :ds
เสียดายโดนลบดลขซีเรียล


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 06,04, 2016, 10:08:01
เสียดายโดนลบดลขซีเรียล
ยังไม่ได้ตีเลขครับ ตูดห่วงยังไม่ได้ใส่ เหมือนร่างออกมาดูว่าถูกต้องไหมก่อนทำการผลิตนะครับ  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: @แก่งคอย ที่ 07,04, 2016, 07:33:44
:S วันนี้พักเรื่องสงครามโหดๆ สักวันมาอ่านนิยายรักระหว่างสงครามกันบ้าง  :ss
เสนอเรื่อง ขนมแห่งความรัก



อ่านจบแล้วนะครับ เขาว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีไม่กี่บรรทัด ไม่จริงแล้วละพวกพี่ได้ช่วยกันอ่านเพิ่มค่าเฉลี่ยเรียบร้อยแล้ว  :ss


หลอกให้ผมอ่านตั้งแต่หน้าแรกมายันหน้า 8 แล้ว...อย่าหยุดเด้ดขาดนะครับผมอยากเพิ่มค่าเฉลี่ยต่อไปอีก :e :e :e


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 07,04, 2016, 20:26:32
1911a1 Model ithaca Gun Co.1944 British LEND LEASE. with RELEASED GOVT.1952 and NOTEANGLISHMAKE

RELEASED GOVT.1952  หมายถึงรัฐบาลอังกฤษขายปืนเช่าซือออกมาให้แก่ประชาชน(ฝากร้านปืน) เริ่มใช้มาร์คนี้ปี 1952 ใช้เพียงปีเดียว
NOTEANGLISHMAKE  หมายถึงป้ืนเหล่านี้ไม่ได้ผลิตในอังกฤษ มาร์คตอกติดกัน ทำให้อ่านยาก เป็นมาร์คที่รัฐบาลอังกฤษใช้ตอกมาตั้งแต่ปี 1922 - 1955
สำหรับปืนที่ผลิตนอกเกาะอังกฤษแล้วส่งเข้ามาให้รัฐบาลอังกฤษตรวจสอบปืนก่อนใช้งานโดยหอรับรองฯ ลอนดอนกับหอรับรองฯเบอร์มิงแฮมเป็น
ผู้ตรวจลงมาร์คไว้กับปืน

(http://)(http://www.mx7.com/i/ef7/QqTc8p.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1HbqkzWg7tJlQFA)
(http://)(http://www.mx7.com/i/524/yD8oHO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1HbyQ4j47jaWEii)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b01/RqOLDB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1HbGDBjiSuggYJp)
(http://)(http://www.mx7.com/i/997/cje9LA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1HbP95G6O54W4Ra)
(http://)(http://www.mx7.com/i/972/PTYwGy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1HfBP19PmswL58A)
(http://)(http://www.mx7.com/i/aa0/pGyglR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1Hf7kQvrqwkMU6a)
(http://)(http://www.mx7.com/i/a31/raWcYO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1HfgyieOupC9UsL)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b2f/CJbGb4.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1HcN3uW1W831mEh)


ส่วนบ้านเรามีโคล์ทม้ากลาง บริติช เลนด์ลีซ 1 ตัว ราคาซื้อขายมาจากเจ้าของ 1.5 แสน ในวันนี้ราคาขึ้นไปอยู่ 3.5 แสนแล้วครับ  :ss
(หายากยิ่งกว่ากริ่งปวเรศเลยเนอะ  :ss )


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 07,04, 2016, 21:12:55
เอ้าค่ำนี้มาอ่านสงครามโลก เหมือนนักมวยฝ่ายแดง กับฝ่ายน้ำเงิน (บ่ใช้การเมืองแบ่งสีแบ่งฝ่ายเด้อ )

สงครามที่ใหญ่ที่สุดในโลก คงหนีไม่พ้น สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กินพื้นที่ครึ่งโลกทั้งยุโรป เอเชีย แอฟริกาเหนือ และ แปซิกฟิก
สำหรับการต่อสู้ของฝ่าย สัมพันธมิตร และ คู่ขัดแย้ง ฝ่าย อักษะ และนี่คือรายชื่อ นายพล, พลเอก, พลโท ต่างๆที่มีบทบาทในการรบ การวางแผนการ
ของทั้งสองฝ่าย ในสงครามโลกครั้งที่สอง เน้นคนดังๆ ผลงานเด่นๆละกันฝ่าย สัมพันธมิตร (อเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, โซเวียต, ประเทศอื่นๆ)
มาดูขุนพลฝ่ายสัมพันธมิตรว่ามีไผ่บ้าง
ขุนพลของ USA
1. Dwight Eisenhower
(http://)(http://www.mx7.com/i/1d4/jUm9Wf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1Hk18CYsiaMAYpp)
ต้นเหตุของความพินาศ ของฝ่ายอักษะ หลังสั่งเคลื่อนพลบุก นอร์มังดี ในวันที่สภาพอากาศเลวร้าย จนยึดหาดได้สำเร็จ เพื่อเป็นเส้นทางเปิด เข้าสู่ฝรั่งเศส
 ไอเซนฮาวร์เกิดที่ Denison รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเป็นลูกคนที่ 3 จากพี่น้องทั้งหมด 7 คน เขาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของฝ่ายสหรัฐฯ และพันธมิตรประจำภาคพื้นยุโรป โดยก่อนที่จะมาบัญชาการรบในยุโรปร่วมกับพลเอกเบอร์นาต มอนต์โกเมอรี่ เขาได้ทำการบัญชาการกองทัพพันธมิตรในการยกพลขึ้นบกที่แอฟริกาเหนือตามแผนยุทธการทอร์ช ในปี 2485 และหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว เขาได้ลาออกจากกองทัพ เพื่อจะมาลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยไอเซนฮาวร์สังกัดพรรค Republican จนเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกในปี พ.ศ. 2495 (ค.ศ.1952) และอีกสมัยหนึ่งในปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ.1956) ไอเซนฮาวร์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2512 ขณะมีอายุ 78 ปี
 วันละคนนะครับ  :ss


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 08,04, 2016, 09:34:31
THE DUDE

(http://)(http://www.mx7.com/i/d98/yH6g4U.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LACuQfczSlPXlR)
(http://)(http://www.mx7.com/i/56d/n2KYgp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LAM4gER5gb8DPS)
(http://)(http://www.mx7.com/i/db5/vWx1Kc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LATRNF67By1bwR)
(http://)(http://www.mx7.com/i/bb5/6g3ZyW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LB0XniLte6iqQe)
(http://)(http://www.mx7.com/i/bd0/IZdWNp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LB8KUj0sjSzrb2)
(http://)(http://www.mx7.com/i/5f2/kBzPRt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LBhgoFOsU78I8v)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b18/KpcTBG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LBnZZDcrCu9o79)
(http://)(http://www.mx7.com/i/58e/ZEgRBg.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LBunBUiGIJdzXs)
(http://)(http://www.mx7.com/i/e54/VkvAzA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LBEj10eXYovXnn)
(http://)(http://www.mx7.com/i/53a/k8QCfJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LBOWnsKCxYVZn6)
(http://)(http://www.mx7.com/i/cea/tHki27.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LBY9Pc7sCDbdhL)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b5c/LVp89H.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LC6FjyVCucXz0Z)
(http://)(http://www.mx7.com/i/cac/839sZM.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LCi0Do0g9vRH4r)
(http://)(http://www.mx7.com/i/b59/ibT8ra.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LCrA3NEHEXLcYM)

สวัสดีเช้าวันศุกร์ครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 08,04, 2016, 10:17:33
มาต่อกันครับ มาศึกษาขุนพลฝ่ายญี่ปุ่นกันบ้าง
 ฝ่ายญี่ปุ่นนั้นมีนายพลอีกคนหนึ่งที่อาจจะโด่งดังพอๆกับนายพล "ยามาโมโต้" เลยทีเดียวนั่นคือนายพล "โทโมโยกิ ยามาชิตะ" ผู้นำกองทัพญี่ปุ่นในการรุกคืบเข้าสู่ "คาบสมุทรมาลายา"มาเลเซีย) ของอังกฤษในช่วงปลายปีค.ศ.1941ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ญี่ปุ่นโจมตี "เพิร์ลฮาร์เบอร์" และเปิดฉากสงครามแบบสายฟ้าแลบไปทั่วเอเซียตะวันออกเฉียงใต้    โดยนายพล "ยามาชิตะ" สามารถนำกองทหารญี่ปุ่นจำนวนไม่ถึง 40,000 คน (ถ้าจำเป็นเรียกกำลังสนับสนุนเพิ่มได้อีกประมาณ20,000คน)  ไล่ตีกองทัพอังกฤษและพันธมิตรนับแสนนายจากบริเวณคาบสมุทรมาลายานับตั้งแต่ชายแดนประเทศไทยให้ไปจนมุมกันอยู่ที่ "เกาะสิงคโปร์" ทางตอนใต้ของแหลมมลายู  ซึ่ง "สิงคโปร์" เองเป็นป้อมปราการและฐานทัพเรือที่สำคัญที่สุดของอังกฤษ ณ ตะวันออกไกลในตอนนั้น 
       
            **ทหารญี่ปุ่นตราทัพเข้าสู่มาลายาและสิงคโปร์**

(http://)(http://www.mx7.com/i/b5e/Fb0YmZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LNcK3jkfQZ9Ev8)

 กระทั่งในที่สุดกองทัพของญี่ปุ่นเพียงไม่กี่หมื่นนายซึ่งกำลังอ่อนล้าจากการรุกอันหนักหน่วงมาตลอด2เดือนเต็ม  จะสามารถทำให้กองทัพอังกฤษและพันธมิตรนับแสนนายในเกาะสิงคโปร์ต้องยกธงขาวยอมจำนน  ซึ่งการยอมจำนนครั้งนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าอดสูที่สุดของฝ่ายอังกฤษในสมรภูมิตะวันออกไกลตลอดช่วงสงครามและเป็นการทำลายความเข้มแข็งของจักรวรรดิอังกฤษในภูมิภาคนี้ไปตลอดกาลแม้สงครามจะจบลงไปแล้วก็ตาม 

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/d2d/9OE57S.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LQy7ChcZ7tEesm)

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/c73/sDVZsZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LQTolcdIII207g)

 และจากชัยชนะนี้เองจึงทำให้นายพล "ยามาชิตะ" ได้รับสมญานามว่า "พยัคฆ์ร้ายแห่งมาลายา" (Tiger of Malaya) นั่นเองครับ  ทว่าเรื่องน่าเศร้าก็คือทหารนับแสนนายที่ยอมแพ้นั้นส่วนใหญ่จะถูกเกณฑ์ไปรวมกับทหารมะริกันที่พ่ายแพ้มาจากสมรภูมิฟิลิปปินส์  และถูกส่งไปทำงานในค่ายเชลยศึกอันโหดร้า่ยทารุณรวมถึงการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะในบ้านเราด้วย  จึงทำให้หลังสงครามจบลงนายพล "ยามาชิตะ" จึงถูกศาลอาชญากรสงครามพิพากษาให้ต้องโทษประหารชีวิตอันเนื่องมาจากการกระทำอันโหดร้ายของทหารใต้บังคับบัญชาของเขาต่อเชลยศึกสัมพันธมิตรในช่วงสงครามนั่นเอง 

ป.ล. ตอนที่นายพล "ยามาชิตะ" ยอมจำนนต่อกองทัพสัมพันธมิตรนั้น "ดาบคาตานะ" คู่กายของเขาได้ถูกนายพล "แม็คอาร์เธอร์" ผู้โด่งดังยึดเอาไป  ก่อนที่ภายหลัง "แมคอาร์เธอร์" จะส่งดาบเล่มนี้ไปยังพิพิธภัณท์ทหารที่ "โรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยน์" ของอเมริกา  ซึ่งเป็นที่จัดแสดงดาบเล่มดังกล่าวอยู่จนถึงปัจจุบันครับ (ตามรูป)

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/e2d/Ntypyx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1LRh8UTdLn6IbDa)

        ขอบคุณครับที่มาทักทายกัน  :ss :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: CHE_OTTO ที่ 08,04, 2016, 14:23:11
ตามชม ตามอ่านครับ....  :8 :8 :8


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: แมวสำราญ ที่ 08,04, 2016, 18:04:51
สนุก น่าติดตาม


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 08,04, 2016, 18:30:38


ลงภาพซองสวยๆ ให้ชม
                                                   Wish list

                                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/991/MttZfW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1OyZdn6HLRdWQIN)
                                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/ceb/PNd0Ht.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1OzSw3uWlh5oA6F)
                                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/5c4/HYNWm0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1OA3voDJngfb0VX)
                                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/100/Aecu85.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1OAdqNJFFOYWcUq)
                                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/ce8/C1dpJP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z1OAnmcPBUtMMCQB)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 08,04, 2016, 19:23:44
สงครามมีแต่ความโหดร้าย และอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ชาวญี่ปุ่นไม่อยากจดจำ

ความอัปยศที่คนจีนยากจะให้อภัยญี่ปุ่น สังหารหมู่ชาวนานกิงกว่า 3 แสนคนในปี 1937

การข่มขืนนานกิง ( Rape of Nanking ) รอยร้าวและไฟแค้นของจีนต่อญี่ปุ่น

ทุกคนคงเคยเห็นข่าวว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นไปสักการบูชาทหารญี่ปุ่นที่ศาลเจ้ายาสุกูนิ ในกรุงโตเกียวมักมีเสียงด่า สาบแช่ง และประท้วงจากจีนทุกครั้งว่า
"ทำไมแกต้องไปกราบไหว้พวกมันด้วย มันไม่ใช่วีรบุรุษ มันเป็นปีศาจชัดๆ"
หรือ
"แกทำอย่างนี้ทำไม ต้องการหยามน้ำหน้าเราหรือ รู้ไหมพวกมันทำอะไรไว้กับพวกเราบ้าง รู้บ้างไหม"
หรือ
"สักวัน ประเทศแกจะพังพินาศ เหมือนพวกมัน"

นี้คือตัวอย่างเสียงด่าจากนานาประเทศโดยเฉพาะจีน บางคนประท้วงถึงขั้นบอยคอตสินค้าญี่ปุ่น การต่อต้านหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับญี่ปุ่น และบางครั้งถึงขั้นปล่อยข่าวใส่ร้ายต่างๆ นา ๆ เลยทีเดียว

ทำไมชาวจีนจึงเกลียดทหารญี่ปุ่นจนเข้าไส้

คำตอบของเรื่องนี้ก็คือ พวกเขายังไม่ลืมเหตุการณ์คดีที่นานกิงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มันทำให้ชาวจีนเจ็บแค้นญี่ปุ่นอย่างมากที่สุด

เรื่องเริ่มต้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1937 นั้นกองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาบุกรุกประเทศต่างๆ ในเอเชียเพื่อยึดพื้นที่ให้ได้มากที่สุดและนำทรัพยากรทุกๆด้านจากประเทศที่ยึดได้เอาไปเป็น"ทุน"หรือ"วัตถุดิบ"ในการเติมแสนยานุภาพทางด้านการรบ การสร้างอาวุธ หรือแหล่งพลังงานสำรองด้านอื่นๆ

ญี่ปุ่นบุกเข้ายึดเขตแมนจูเรีย โดยอ้างว่าทหารจีนได้ไปวางระเบิดทางรถไฟของญี่ปุ่น เท่ากับจีนหยามน้ำหน้าญี่ปุ่น ทางประเทศพันธมิตรยุโรปทราบเรื่องนี้แต่ทำอะไรไม่มากนักเนื่องจากเหนื่อยจากสงครามโลกที่ผ่านมา ทำได้เพียงเชิญตัวแทนญี่ปุ่นเข้าพบและสั่งถอนกำลังออก แต่ญี่ปุ่นไม่รับฟัง แมนจูเรียจึงถูกปกครองโดยญี่ปุ่น และเปลี่ยนชื่อเป็นรัฐแมนจูกัวนอกจากนั้นญี่ปุ่นยังยึด เกาหลี และประเทศตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย ตลอดจนหมู่เกาะแปซิฟิก ฯลฯและเป้าหมายต่อไปของญี่ปุ่นก็คือจีน
จีนถือว่าเป็นเป้าหมายหลักที่ญี่ปุ่นต้องการมากที่สุดในเอเชีย เนื่องจากมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นเมืองใหญ่ๆ ทั้งหลายในจีนจึงเป็นเป้าหมายที่ญี่ปุ่นต้องการ
เมืองใหญ่น้อยทั่วจีนที่เป็นเป้าหมายของญี่ปุ่นถูกปราบลงราบคาบไม่มีการต่อต้านจากจีนใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนนานกิงเมืองหลวงในปี 1937 นั้นยังไม่ถูกญี่ปุ่นยึด แต่ก็สะบัดสะบอมเต็มที่เพราะกองทัพญี่ปุ่นโหมบุกหนักหน่วงเป็นระลอกคลื่น จนกระทั่ง ก.ย 1939 กองทัพญี่ปุ่นส่งเครื่องบินรบสทิ้งระเบิดถล่มทั่วนานกิงแบบปูพรม ถึง 100 เที่ยว โดยเฉพาะวันที่ 25 ก.ย 1939 นั้นฝูงบินญี่ปุ่นแบบทิ้งระเบิดปูพรมถึง 5 เที่ยวใหญ่ปล่อยตรงจุดที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น หน่วยรักษาคนเจ็บ ค่ายผู้อพยพ ส่งผลให้มีคนตายในที่เกิดเหตุทันทีกว่าร้อยศพ มีคนบาดเจ็บนับไม่ถ้วน สถานีวิทยุ การประปา แหล่งเพาะปลูก แม้แต่โรงพยาบาล ถูกกองทัพญี่ปุ่นทิ้งระเบิดใส่จนพังพินาศหมด ทำให้นานกิงตัดขาดโลกภายนอกโดยสมบูรณ์แบบล่วงเข้ามาถึง วันที่ 20 พ.ย  รัฐบาลก๊กมินตั๋ง ประกาศย้ายเมืองหลวงไปยังชองกิง ในขณะเดียวกันนานกิงนั้นก็ระส่ำระสายแทบควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ บรรดาราชการคนชั้นสูง คนรวย ต่างหนีออกจากเมือง โดยปล่อยพวกชาวบ้านนานกิงจนๆ ผู้อพยพ และบรรดาพ่อค้าที่ห่วงของรอเคยชะตากรรมกันเอาเอง

เมืองนานกิงก่อนทหารญี่ปุ่นบุก มีประชากรราวหนึ่งล้านคน
ส่วนใหญ่ยังไม่หนีไปไหน แต่หาที่ซ่อนตัวไม่ไกลนัก เพราะทุกคนต่างหวังว่าทหารก๊กมินตั๋งจะมาช่วยต้านทหารญี่ปุ่นไว้ได้  แต่พวกเขาคิดผิดมหันต์!
เพราะคณะกรรมาธิการนานาชาติได้ตั้งให้นานกิงเป็นเขตปลอดภัย หรือเซฟตี้โซน โดยไม่จำเป็นต้องให้ส่งทหารมาดูแลโดยรับความเห็นชอบจากรัฐบาลก๊กมินตั๋ง ความหวังสุดท้ายของชาวนานกิงจึงริบหรี่ กองทัพญี่ปุ่นใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศที่ว่า นานกิงนั้นถูกขนาบด้วยแม่น้ำถึงสองด้าน ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของโค้งแม่น้ำแยงซี ซึ่งเมื่อไหลมาจากทางเหนือแล้วก็เลี้ยวผ่านไปทางตะวันออก กองทัพญี่ปุ่นภายใต้การนำของพลเอก นาคาจิมา เคซาโกะ สามารถเดินทัพจากทางตะวันออกเฉียงใต้มาบรรจบกันที่ด้านหน้าของนานกิงในรูปครึ่งวงกลม โดยใช้แม่น้ำเป็นกำแพงธรรมชาติล้อมเมืองหลวงแห่งนี้ รวมทั้งสกัดการฝ่าหนีออกไปปลายเดือนพ.ย ทหารญี่ปุ่นสามกองทัพดาหน้าเข้าหานานกิง ทัพหนึ่งมุ่งตะวันตกทางฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำแยงซี ทหารกองนี้เข้ามาทางแม่น้ำไป๋เหมา ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเซี่ยงไฮ้ โดยเดินทัพมาทางรถไฟสายนานกิง-เซี่ยงไฮ้
ทัพที่สองเตรียมตัวบุกจู่โจมนานกิงทั้งทางน้ำและทางบกอยู่ที่ทะเลสาบอ้ายหู ทัพนี้เคลื่อนจากเซี่ยงไฮ้ลงมาทางตะวันตก และเดินทัพอยู่ทางทิศใต้ของทัพของนาคาจิมา โดยผู้นำทัพนี้คือ พลเอกมัตสึอิ อิวาเนะ

                       
                                                     (http://)(https://www.uppic.org/image-0F07_59B54BC9.jpg) (https://www.uppic.org/share-0F07_59B54BC9.html)
                                                                          General Iwane Matsui

ทัพที่สามภายใต้การนำของพลโทยานากาวา ไฮสุเขะ เดินห่างจากทัพของพลเอกมัตสึอิลงไปทางใต้และหักเลี้ยวเข้าหานานกิงจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ
ราวบ่าย 2 โมงของวันที่ 12 ธ.ค 1937 แม้ทหารของจีนจะต่อต้านจนสุดฤทธิ์ แต่ในเวลาไม่นานนักทหารญี่ปุ่นก็ยึดเมืองนานกิงได้สำเร็จ และต่างบุกทะลวงเข้ามาในเมืองหลวงอย่างไม่ขาดสาย ทหารจีนพยายามสกัดแต่ไม่เป็นผล จนราห้าโมงเย็น นายพล ตัง เชง ไซ นายทหารชั้นสูงที่เป็นคนบังคับบัญชากองพลทหารก๊กมินตั๋งในการต้านทหารญี่ปุ่นก็ได้หนีข้ามแม่น้ำไปความสับสนทวีมากขึ้นเมื่อญี่ปุ่นยึดนานกิง ประชาชนนานกิงจำนวนมากยังคงหลบที่ร้านค้าและบริษัทเพื่อทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินตัวเอง หรือตามคำสั่งของเจ้านาย ทำให้ถนนหนทางแทบจะเป็นถนนร้างเพราะผู้คนพากันหลบหนีไม่ออกมาเดินให้เห็นบนถนนเวลาเดียวกัน ก็มีผู้อพยพมาจากส่วนนอกตัวเมืองที่ยังละล้าละลัง ซึ่งมีทั้งทหารจีนที่ได้รับบาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้าง รวมทั้งคนแก่ และ เด็กๆ ที่ทะลักเช้ามาสู่ตัวเมืองเป็นจำนวนมาก เหตุที่พวกเขาเข้ามาในตัวเมืองกันก็เนื่องจากได้รับข่าวว่าตอนนี้นานกิง เป็นเขตปลอดภัย ตามประกาศของรัฐบาลแต่ภายหลังผู้อพยพเหล่านี้ไม่สามารถหนีออกจากเมืองได้เพราะทหารก๊กมินตั๋งปิดประตูด่านต่างๆ เพื่อสกัดการบุกทหารญี่ปุ่น ดังนั้น บรรดาทหารที่ได้รับบาดเจ็บ คนแก่ เด็กๆ ทั้งหลายตกอยู่สภาพสิ้นหวัง ช่วยตัวเองไม่ได้ ทางเดียวที่จะพอทำได้ในตอนนี้คือหลบภัยจากญี่ปุ่นภายในบริเวณรอบๆ เท่านั้น
"พวกเขาจึงตกเป็นเหยื่อการสังหารโหดของทหารญี่ปุ่นในเวลาต่อมา!"

                                                       (http://)(https://www.uppic.org/image-99D6_59B54D5A.jpg) (https://www.uppic.org/share-99D6_59B54D5A.html)

สถานการณ์ที่คับขันของนานกิงในช่วงเวลาหัวค่ำของวันที่ 12 ธันวาคม 1937 นั้นหฤโหดขึ้นเรื่อย แทนที่จะเป็นการสู้รบระหว่างทหารญี่ปุ่นกับทหารรัฐบาลก๊กมินตั๋งของจีน กลับกลายเป็นการสังหารชาวบ้านนานกิงที่อพยพตามถนนหนทางของญี่ปุ่นแทน วันที่ 12-13 ธันวาคม 1937 กองทัพญี่ปุ่นสามารถยึดนานกิงได้สมบูรณ์แบบ กองทัพได้ยึดสถานที่สำคัญหลายๆ แห่ง ไม่ว่าสถานที่ราชการ โกดัง ธนาคารพาณิชย์ ฯลฯเมื่อสำเร็จตามเป้าหมาย กองทัพญี่ปุ่นยิ่งฮึกเหิม และจู่ๆ ก็มีคำสั่งจากเบื้องบนที่น่ากลัวลงมาว่า
"สังหารทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ขวางหน้า เพื่อองค์จักรพรรดิ" ซึ่งเป็นการรับสั่งโดยตรงของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต

                                                      (http://)(https://www.uppic.org/image-78E3_59B54C64.jpg) (https://www.uppic.org/share-78E3_59B54C64.html)
                                                                                   
                                                                             Emperor Hirohito of Japan (1926-1989)

สาเหตุหลักของการสังหารหมู่ชาวนานกิงคือ "เชือดไก่ให้ลิงดู" ญี่ปุ่นต้องการให้หลายๆ เมืองที่ทราบข่าว จะได้หวาดกลัวและไม่กล้าต่อต้าน เพื่อที่จะสามารถยึดจีนได้โดยง่าย ประกอบกับเป็นการตัดปัญหาเรื่องเสบียงอาหารที่จะต้องใช้ดูแลชาวนานกิงที่เป็นเชลยเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของการสังหารหมู่ที่โหดเหี้ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
กลุ่มผู้อพยพจำนวนมากพยายามหนีมายังท่าเรือทหารญี่ปุ่นเมื่อตามมาทันก็รัวปืนกลใส่ไม่ยั้ง บ้างก็ยิงด้วยไรเฟิลและปืนพกโดยไม่เลือกหน้าอย่างบ้าคลั่ง
ทุกครั้งที่สิ้นเสียงปืนนานาชนิดจากทหารญี่ปุ่น กลุ่มผู้อพยพร่วงสู่พื้นราวกับใบไม้ร่วงไม่ว่าจะเป็นคนชรา สตรี และเด็กๆ ตลอดจนทหารที่บาดเจ็บต่างล้มขาดใจตายทันที แต่บางรายที่ยังไม่ตายทันทีแต่ก็ส่งเสียงร้องครวญครางลั่นท้องถนน หรือไม่ก็พยายามพาร่างที่โชกเลือดหนีไปตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ก่อนที่พวกทหารญี่ปุ่นจะตามมาเพื่อยิงซ้ำหรือไม่ก็ใช้ดาบปลายปืนแทงกระหน่ำราวกับเหยื่อนั้นไม่ใช้คนการสังหารหมู่ในวันที่ 13 ธ.ค 1937 นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ในวันต่อมานั้นยิ่งโหดเหี้ยมขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อญี่ปุ่นเริ่มนำรถถังมากเข้ามาทั่วนานกิงและเริ่มเกม "ล่า"บรรดาผู้อพยพที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกซอยหรือตามอาคารบ้านเรือน ถูกกระสุนสังหาร หรือไม่ก็ถูกขว้างระเบิดมือเข้าไปในบ้านอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนานกิงก็กลายเป็นเมืองแห่งความตาย ซากศพ เลือดมนุษย์นองท่วมเต็มพื้น ถนนทุกสาย รวมทั้งอาคารบ้านเรือนต่างๆ เต็มไปด้วยเลือดของชาวนานกิง ที่กระเซ็นไปทั่ว ราวกับขุมนรกแต่การสังหารยังไม่เสร็จสิ้น หลังจากฆ่าเหยื่อภายในเมืองแล้ว กองทัพญี่ปุ่นเริ่มเปิดด่านและประตูเมือง จากนั้นจึงพากันออกไปสังหารชาวนานกิงกันนอกเมือง โดยกระสุนปืนกลและระเบิดมือใส่กลุ่มคนแบบไม่ขาดตอน"ชาวนานกิงบางคนกระโดดลงน้ำที่เชี่ยวกราดเพราะยังดีกว่าโดนกระสุนและระเบิดของฝ่ายญี่ปุ่น บางคนถูกสายน้ำกลืนหายไปต่อหน้าต่อตา ในขณะที่บางคนก็ถูกสายน้ำพัดพาไปไกล ส่วนผู้อพยพส่วนมากก็ถูกกองทัพญี่ปุ่นผลักดันไปที่ฝั่งแม่น้ำและบังคับให้กระโดดน้ำ และจมน้ำตายในทันที มีศพที่ตายโดยจมน้ำนับหมื่นๆ คน" ชาวบ้านนานกิงที่รอดชีวิตรำลึกความหลัง
                    (http://)(https://www.uppic.org/image-BCBC_59B54EEB.jpg) (https://www.uppic.org/share-BCBC_59B54EEB.html)
                       
วันที่ 16 ธ.ค. กองทัพญี่ปุ่นบุกไปยังอาคารโอเวอร์ซีส์ ซึ่งเป็นอาคารแบบเกสต์เฮ้าส์สำหรับชาวจีน มีการค้นหาชาวนานกิงที่รอดชีวิตที่นั้น ซึ่งพวกเขาเจอเหยื่อถึง 5,000 คน
ทหารญี่ปุ่นจึงจับผู้คนนานกิงที่พบในอาคารนั้นมามัดมือมัดเท้าและแบ่งกลุ่มขึ้นรถบรรทุกไปที่ไซกวน ก่อนที่จะสาดกระสุนสังหารจนตายหมดทุกคน จากนั้นก็นำศพทั้งหมดโยนแม่น้ำราวกับขยะแต่เพื่อให้แน่ใจว่าตายสนิท บรรดาทหารญี่ปุ่นก็พากันใช้ดาบปลายปืนทิ่มแทงไปที่เหยื่อกระสุนปืนกลที่ละรายๆ จนทั่ว หรือไม่ก็สาดน้ำมันก๊าดท่วมศพที่กองอย่างมหาศาล และจุดไฟเผาแต่ด้วยจำนวนเหยื่อนั้นมีจำนวนมากเกินไปทำให้ทหารญี่ปุ่นไม่ทันเผา ศพหมื่นศพจึงปล่อยทิ้งเอาไว้ข้ามเดือนข้ามปี จนกลิ่นศพที่เน่าเหม็นลอยไปไกลหลายสิบไมล์ที่เดียว
                           
                    (http://)(https://www.uppic.org/image-2922_59B54F12.jpg) (https://www.uppic.org/share-2922_59B54F12.html)

รายการสังหารโหด
กองทัพญี่ปุ่นนั้นสรรหาวิธีต่างๆมาสังหารเหยื่อที่นานกิง ทุกวิธีล้วนโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ทั้งสิ้น แต่การสังหารโหดชาวเมืองนานกิงนั้นไม่มีหน่วยงานระดับชาติของจีน หรือหน่วยงานโลกใดๆ รับรู้หรือช่วยเหลือได้เนื่องจากรัฐบาลก๊กมินตั๋งกำหนดว่าเป็นจุดปลอดภัยจากสงคราม ส่วนกองทัพพันธมิตรนั้นกำลังยุ่งกับสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่
ด้วยเหตุนี้กองทัพญี่ปุ่นจึงฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมโดยไร้การต่อต้านหรือช่วยเหลือจากการบันทึกของผู้เห็นเหตุการณ์ และผู้รอดชีวิต พวกเขาได้เห็นวิธีที่ทหารญี่ปุ่นสังหารชาวเมือง นอกจากการมัดมือและยิงกระสุนอีก ยังมีหลายๆ วิธีที่ทหารญี่ปุนสังหารเหยื่อเพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซากจำเจ แต่ละวิธีนั้นสุดสยองแลัโหดร้าย อาทิ

เผาทั้งเป็นในแม่น้ำ
ที่เมืองซินอีเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีผู้คนถูกฆ่าสังหารอย่างทารุณ ผู้อพยพที่ถูกจับตัวหลายพันคนต่างมีทั้งเด็ก คนแก่ ทหารญี่ปุ่นต่างผลักดันให้ผู้อพยพพุ่งตัวลงแม่น้ำเบื้องล่าง จากนั้นกองทัพก็โยนกองฟางที่ชุบน้ำมันก๊าดที่โชกใส่กลุ่มผู้อพยพมากมายก่อนที่จะจุดไฟเผาให้ตายอย่างทรมานในแม่น้ำ โดยทั่วไปทหารญี่ปุ่นมองดูผลงานอย่างสบายใจ

                                           (http://)(https://www.uppic.org/image-CEF8_59B54E06.jpg) (https://www.uppic.org/share-CEF8_59B54E06.html)

เกมจับปลาในทุ่งน้ำแข็ง
ในช่วงเวลาที่นานกิงโดนยึดโดยกองทัพญี่ปุ่นน่ะเป็นฤดูหนาวของจีน ทำให้หลายพื้นที่มีแต่ความหนาวเหน็บและมีเกล็ดน้ำแข็งจับตัวกันโดยทั่วกองทัพญี่ปุ่นจึงคิดเกมอย่างหนึ่งคือ "จับปลาที่ทุ่งน้ำแข็ง" โดยให้ผู้อพยพถอดเสื้อผ้าออกให้หมดเหลือแต่เรือนร่างที่เปลือยเปล่า แล้วให้กระโจมลงสู่บ่อน้ำที่มีแต่น้ำแข็งจับตามคำสั่ง
ใครที่ปฏิเสธและต่อต้านคำสั่งนี้ จะถูกสาดกระสุนใส่อย่างไม่ยั้ง ทำให้เหยื่อจำนวนมากตายก่อนที่จะเล่นเกมนี้ แต่กระนั้น คนที่กระโดดลงสระหรือบ่อน้ำเย็นจัดนั้น ทุกคนล้วนไม่รอด
                                             
                       (http://)(https://www.uppic.org/image-9AAB_59B54E32.jpg) (https://www.uppic.org/share-9AAB_59B54E32.html)

เผาครึ่งตัว
ญี่ปุ่นจะเลือกเหยื่อเป็นชาวนานกิงหนุ่ม ที่ท่าทางกระด้างกระเดื่อง หรือมีลักษณะเงียบเฉย จากนั้นชายหนุ่มเคราะห์ร้ายก็ถูกจับมัดสายไฟขึ้นสูง และทหารญี่ปุ่นก็นำฟืนมาสุมไว้ข้างล่างและก่อไฟย่างหนุ่มคนนั้นราวกับเสียบปลาปิ้ง ความร้อนทวีมากขึ้นและทำให้ร่างกายท่อนล่างของเหยื่อดิ้นทุรนทุรายอย่างน่าเวทนาจนท่อนล่างไหม้เกรียม หลังจากนั้นพวกทหารญี่ปุ่นก็ออกไปจุดนั้น โดยทำอะไรเลย ปล่อยให้เหยื่อตายไปเองอย่างช้าๆ

ปาระเบิดใส่เหยื่อในน้ำ
เริ่มจากทหารญี่ปุ่นจะจับผู้อพยพมัดมือมัดเท้าอย่างหนาแน่นจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็ช่วยกันจับผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้โยนในบ่อน้ำที่มีความลึกไม่มากนัก เนื่องจากทำให้มองเห็นเหยื่อได้ง่ายและระดับน้ำตื้นๆ นี้ทำให้อาวุธที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งไปจะได้ออกฤทธิ์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และจากนั้นสิ่งที่ญี่ปุ่นโยนลงบ่อน้ำหรือสระน้ำตื้นๆ คือระเบิดมือครั้งละหลายๆ ลูก

                   (http://)(https://www.uppic.org/image-7AAA_59B54E58.jpg) (https://www.uppic.org/share-7AAA_59B54E58.html)

ลงน้ำตื้นเท่าไหร่ แรงระเบิดและสเก็ตระเบิดก็จะพุงเข้าสู่เป้าหมายซึ่งก็คือเหยื่อก็ดิ้นกระแด่วๆ อยู่ใต้น้ำได้มากมาย รุนแรงและหวังผลได้แน่นอนเท่านั้น ดังนั้นทุกครั้งที่ระเบิดถูกขว้างลงไปพร้อมๆกันหลายๆจุดนั้นมีส่วนให้เหยื่อทั้งหลายในบ่อถูกแรงระเบิดอัดจนร่างแหลกเหลวชนิดที่เลือด เนื้อ และอวัยวะภายในถูกบีบอัดจนฉีดกระจายลอยขึ้นไปในอากาศสูงนับสิบๆ เมตร อย่างน่าสยดสยอง เป็นเกมอีกเกมหนึ่งของกองทัพที่มักเรียกร้องกันทำบ่อยที่สุด

เผาป่าฆ่าคนทั้งเป็น 30,000 คน
ทางตอนเหนือของเขตเซนเจียง ญี่ปุ่นจับทหารจีนและผู้อพยพกว่า 30,000 คนได้ จากนั้นก็มัดคนเหล่านี้และผลักดันให้เข้าไปในเขตป่าสงวน ตอนแรกก็ปล่อยให้คนเหล่านี้อดข้าวอดน้ำและผจญกับความหนาวเย็นในเดือนธ.ค อย่างหฤโหดระยะหนึ่ง เมื่อทรมานได้ตามที่ต้องการแล้ว ก็จุดไฟเผาจากทุกทิศทุกทางจนให้คนที่อยู่ในป่านั้นตายทั้งหมด

ราดน้ำกรดใส่เหยื่อ
เหยื่อคนหนึ่งถูกกลุ่มทหารญี่ปุ่นที่บุกเข้าไปในร้านค้าแห่งหนึ่ง และจับชายคนนี้ได้ พวกกองทัพหัวเราะชอบใจเมื่อคิดค้นวิธีการที่จะทรมานเหยื่อคนนี้ได้ นั่นคือการเอาน้ำกรดไนตริก ราดร่างเหยื่อ
เริ่มจากการจับหนุ่มรายนั้นแก้ผ้าเปลือยล่อนจ้อน จากนั้นก็เอากรดไนตริกเข้มข้นราดรดไปที่ร่างหนุ่มรายนั้นโดยราดจากส่วนหัวมาสู่เบื้องล่าง
น้ำกรดรุนแรงกัดทั่วใบหน้าและเนื้อตัวของเหยื่อชาวจีนมีกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ จากนั้นทหารญี่ปุ่นก็ปล่อยให้ชายหนุ่มนี้เดินสะเปะสะปะไปตามทาง เมื่อชายหนุ่มนี้แช่งด่า ก็หัวเราะชอบใจ โดยไม่ทำอะไรกับชายคนนี้ทั้งสิ้น แต่ต่างเดินตบมือ เป่าปาก ส่งเสียงเชียร์หนู่มเปลือยที่ร่างถูกน้ำกรดกัดไปสักพักจนกระทั้งหนุ่มนานกิงรายนี้ล้มลงและขาดใจตายไปด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสในที่สุด

ตัด ควัก อวัยวะ ก่อนนำไปเผา
นั้นคือการจับเหยื่อนับหลายร้อยรายมารวมกัน จากนั้นก็ควักตาออกมา พร้อมทั้งตัดหู ตัดจมูกเหยื่อให้ร้องร่ำคร่ำครวญดิ้นทุรนทุรายเมื่อสะใจมากพอแล้วก็เผาให้ตายทั้งเป็นจนกลิ่นเนื้อไหม้เหม็นไปทั่วบริเวณ

                                          (http://)(https://www.uppic.org/image-508C_59B54F54.jpg) (https://www.uppic.org/share-508C_59B54F54.html)

เกมหนีจากหลังคาตึกที่ไฟไหม้
ผู้อพยพนับร้อยๆ รายถูกบังคับให้เดินขึ้นบนหลังคาของอาคาร พวกเขาต่างคร่ำครวญ ร้องไห้ ร้องขอชีวิต แต่มีหรือว่าญี่ปุ่นจะเมตตา เมื่อเหยื่อทุกคนถูกต้อนขึ้นไปบนหลังคาครบถ้วนแล้ว ทหารญี่ปุ่นก็ยืนจังก้าอยู่เบื้องล่างต่างพากันจุดไฟเผาอาคารแห่งนั้นจนลุกโพลง คราวนี้เหยื่อจำนวนไม่น้อยต่างรู้ว่าพวกเขาคงต้องถูกย่างสดอยู่บนหลังคาตึกเป็นแน่ ต่างพากันกระโดดตึกฆ่าตัวตายกันหลายรายเสียงคนโดดลงมาคอหัก หลังหัก นั้นก่อให้เกิดความกดดันต่อพวกที่อยู่บนหลังคาอย่างมหาศาล ประกอบด้วยเสียงปืนของทหารญี่ปุ่นยิงขู่ และระดมยิงใส่ร่างเหยื่อเคราะห์ร้ายที่โดมาจากหลังคาตึกแล้วยังไม่ตายทันทีนั้นเสียดแทงบาดลึกจนถึงหัวใจแต่ท้ายสุด พวกที่รอความตายที่อยู่บนหลังคาที่โดนไฟเผานั้นคือพวกที่ส่งเสียงร้องด้วยความทุกข์ทรมานมากที่สุดและใช้เวลานานพอสมควรที่จะตายด้วยการถูกย่างทั้งเป็นภาพคนที่วิ่งพล่าน ดิ้นทุรนทุรายไฟลุกท่วมจนตกหลังคาลงมาตายในที่สุดนั้นเป็นภาพชวนสลดหดหู่อย่างยิ่ง

                               (http://)(https://www.uppic.org/image-31D4_59B54FAA.jpg) (https://www.uppic.org/share-31D4_59B54FAA.html)        

เกมขมขื่นโหดหญิงท้องแก่
ผู้หญิงนานกิงที่กำลังตั้งครรภ์นั้นแทนที่จะได้รับการยกเว้นกลับเป็นเหยื่อที่ทหารญี่ปุ่นชอบทารุณกรรมมากที่สุด
เริ่มต้นด้วยการถูกทหารญี่ปุ่นทั้งกลุ่มมาลงแขกก่อนเมื่อสำเร็จความใคร่แล้ว จากนั้นก็สังหารให้ตายคามือ และเมื่อเหยื่อตายแล้วก็ผ่าท้องเธอออกแล้วควักเอาทารกอ่อนที่อยู่ในครรภ์นั้นออกมาแล้วทารกนั้นก็กลายเป็นของเล่นที่ทหารญี่ปุ่นเอามาเล่นเป็นฟุตบอลกันในท้องถนนอย่างเพลิดเพลิน หากมีเจ้านายคนไหนผ่านมา พวกทหารเหล่านั้นก็หยอกล้อโดยใช้ดาบปลายปืนที่เสียบทารกนั้นทำการโบกปลายมาคล้ายกับเป็นการทำความเคารพแบบล้อเลียนสิ่งที่ได้รับตอบกลับมาจากเจ้านายก็คือรอยยิ้ม
                                         
                  (http://)(https://www.uppic.org/image-59AA_59B55011.jpg) (https://www.uppic.org/share-59AA_59B55011.html)

                   (http://)(https://www.uppic.org/image-4019_59B55035.jpg) (https://www.uppic.org/share-4019_59B55035.html)

การข่มขืนครั้งใหญ่ที่นานกิง
การข่มขืนคือผลงานเลวร้ายของทหารญี่ปุ่นในนานกิงที่นานาชาติมักโจมตีญี่ปุ่นมากที่สุดสตรีชาวนานกิงนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้รับเคราะห์มากกว่าใครๆรายที่ขอความเมตตาอาจได้รับการไว้ชีวิต แต่สิ่งที่ที่ตามมาของผู้รอดชีวิตคือประสบการณ์วิปลาสที่ยังหลอกหลอนจนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่นั้น สานกิงทุกเพศทุกวัยจะถูกขมขื่นราวกับสัตว์ป่า จากนั้นส่วนใหญ่จะถูกสังหารหรือไม่ก็ถูกทรมานโดยใช้ดาบปลายปืนตัดเฉือนเต้านมทั้งสองข้างทิ้งไปพร้อมๆ กัน บาดแผลนั้นเห็นซี่โครงอย่างน่าสยดสยองบ่อยครั้งที่ทหารญี่ปุ่นจะทิ่มแทงหรือเสียบดาบปลายปืนพรวดเข้าไปหว่างขา(อวัยวะเพศ) หรือถูกคว้านอวัยวะขณะที่มีชีวิตอยู่ก็มีบางรายเมื่อตายแล้ว ทหารญี่ปุ่นก็ย่ำยีศพอีกด้วยการทิ้ง แท่งไม้ ท่อนเหล็ก กระทั้งหัวแครอท คาไว้อวัยวะเหยื่ออย่างนั้น ชาวนานกิงผู้หนึ่งได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอว่า
"วันที่ 16 ธันวาคมนั้น ผมถูกกองทหารญี่ปุ่นคุมตัวไป มันไม่ได้สังหารผม แต่บังคับให้ผมทำหน้าที่เป็นพ่อครัวให้พวกมัน ขณะที่ผมเดินตามพวกมันไปตามถนนนั้น ผมเห็นชาวนานกิงที่เป็นชายเช่นเดียวกับผมนอนตายอย่างน่าเวทนานับเป็นร้อยๆศพ""แต่สิ่งที่น่าหดหู่ยิ่งกว่านั้นก็คือ บรรดาศพสตรีทั้งหลายที่พอประเมินได้ จากจำนวน 8 ใน 10 คนนั้นล้วนแต่ถูกของมีคมตัดขาดกระจุย เห็นไส้และอวัยวะภายในพุ่งทะลึกออกมาแทบทั้งสิ้น พวกเธอเหล่านั้นล้วนแต่เป็นหญิงท้องแก่ที่ถูกผ่าเอาทารกอ่อนภายในออกไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งหย่อมเลือด และเต้านมของพวกเธอเหล่านั้นถูกตัดหายเ้ยนไปหมด"นี้ก็อีกตัวอย่างหนึ่งชายจีนอีกคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ฝังศพชาวเมืองนานกิงให้สัมภาษณ์ว่า"ผมเห็นศพมากมายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ศพนั้นมีมหาศาลนับหมื่นศพ กระจัดกระจายไปตามบึงน้ำ หรือบ่อน้อยบ่อใหญ่ แม้แต่บนกองฟางก็มีมากมาย ภาพที่อยู่เบื้องหน้าทำให้ผมตะลึงจนเกือบช็อก มันเป็นเรื่องยากที่จะบรรยายออกเป็นคำพูดได้ แต่ภาพผู้หญิงที่เห็นแต่ละคนนั้นทำให้ผมเห็นความโหดร้ายของกองทัพญี่ปุ่นก่อนที่จะสังหารเธอ ใบหน้าของพวกเธอหมองหม่น ฟันร่วงหลุดจากปาก ช่วงแก้มก็บ่งบอกถึงรอยซ้ำจากการถูกของแข็งกระแทกจนกะโหลกแก้มหักร้าว เลือดที่แห้งคาปากชวนให้คิดว่าพวกเธอคงสำลักเลือดหรือไม่ก็ความเจ็บปวดสุดทรมาน""ผมเห็นทรวงอกเธอมีร่องรอยบาดแผลถูกของมีคมบาดจนเต้านมขาดกระจุย และมีแผลตัดลึกถึงซี่โครง ต่ำลงไปที่ช่องท้องของพวกเธอนั้นแทบทุกคนต่างก็ถูกของมีคมแทงทะลุแล้วคว้านไปมาทำให้ ตับ ไส้ พุง และพวงไส้ของพวกเธอหลุดจากร่างอย่างน่าสยดสยอง ส่วนที่ท้องน้อยนั้นมีรอยแผลจากดาบปลายปืนกระหน่ำแทงไปทั่ว"ระหว่างที่เสร็จสิ้นการสังหารแล้ว กองทหารก็พากันหัวเราะชอบใจ ปรบมืออย่างสนุกสนานกับสิ่งที่เขามีส่วนร่วมราวกับสัตว์นรก
หนึ่งผู้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้น เขาได้บันทึกเหตุการณ์โหดเป็นฉากๆ เอาไว้เลยว่า
"14 ธันวาคม 1937 ตอนเที่ยง ทหารญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่ถนนเจียนยิน พวกนั้นลักพาตัวสาวๆ ในบ้านออกมา 4 คน จากนั้นมันก็ลงมือข่มขืนมาราธอน 2 ชั่วโมงเต็มๆ "
"15 ธันวาคม 1937 ตอนกลางคืน ทหารญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่พากันกรูไปในหอพักหญิงของมหาวิทยาลัย จากนั้นก็ข่มขืนสาวๆ ราว 30 คนด้วยกัน โดยเด็กสาวที่หน้าตาดีบางคนถูกรุมข่มขืนโดยทหารญี่ปุ่น 6 คนรวด"
"16 ธันวาคม 1937 กลุ่มทหารญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งบุกฉุดสาวๆ อายุตั้งแต่ 16-21 ปีไปจากมหาวิทยาลัย และย่ำยีทางเพศ ภายหลังมีสาวๆ 5 คนในกลุ่มถูกปล่อยออกมา พวกเธอบอกว่าถูกพวกมันข่มขืนต่อเนื่องวันล่ะ 6 ครั้ง ส่วน 2 คนที่เหลือไม่รู้ซะตากรรม"
"ในบ้านหลังหนึ่งซึ่งติดกับกำแพงเมืองที่ ด่านซินหยางนั้น ปรากฏว่ามีหญิงชราในวัย 60 มีสภาพศพขึ้นอืด และมีร่องรอยการข่มขืนอย่างทารุณ"
"อีกจุดหนึ่งของถนนยางพี นั้นก็มีศพเด็กผู้หญิงอายุ 12 ขวบ นอนตาย กางเกงในของเธอถูกดึงฉีกขาด ลูกตาทั้งสองข้างเธอปิดสนิทในขณะที่ปากอ้ากว้างคล้ายกับร้องขอเมตตา"
"เหยื่อการข่มขืน ยังมีพวกแม่ชีหรือแม้แต่อาจารย์ระดับศาสตรจารย์ ครูสอนหนังสือล้วนตกเป็นเหยื่อของทหารญี่ปุ่นไม่มีข้อยกเว้น" ฯลฯ อีกมากมาย
นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ เรียบเรียง จำนวนเหยื่อที่สังหาร และทำออกเป็นรายงานเพื่อประเมินว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการสังหารเหยื่อชาวนานกิงด้วย
การแข่งขันกันมีหลายจุด แต่จุดที่อัปยศที่สุดคือที่ ภูเขาซิจิน ถือว่าเป็นจุดที่ประณามจากทั่วโลกมากที่สุด
รายงานอัปยศระบุว่าทหารสองนายนาม ร้อยโทมูไกและร้อยโทโนเดะต่างทำสถิตสังหารชาวจีนในระดับ 105 และ 106 ศพตามลำดับ ทั้งสองสามารถทุบสถิติเก่าที่สนามแข่งขันอื่นที่ทำสถิต 89 และ 78 สำเร็จอย่างงดงามและยังมีสถิติอัปยศอีกที่ถูกบันทึกไว้ว่า ร้อยโททานะกะ กูนิกิชิ เป็นผู้ทำลายสถิตสังหารเหยื่อโดยใช้ดาบปลายปืน ไม่ใช้กระสุนปืนเลย เป็นจำนวนถึง 300 ศพ ไม่มีใครโค่นลงได้และรายงานทั้งหมดได้รับการแพร่กระจายกลับไปที่ญี่ปุ่นราวกับพวกเขาเป็นนักกีฬาดีเด่น
บทสรุปคดีที่นานกิง
เรื่องราวนี้เป็นเรื่องจริงในช่วงญี่ปุ่นบุกขยี้นานกิงในปี 1937 เป็นต้นมา ก่อนที่กองทัพญี่ปุ่นจะโดนขับไล่ออกจากนานกิง
แต่สิ่งหลงเหลือเอาไว้คือผลงานที่โหดร้ายที่ทหารญี่ปุ่นทำไว้กับชาวนานกิง โดยมีชาวนานกิงเสียชีวิตราว 40,000-300,000 คน มันเป็นรอยด่างที่ทำให้โลกเห็นญี่ปุ่นเป็นชาติที่โหดร้ายของโลก ญี่ปุ่นเองก็รับรู้ความเกลียดชังของชาวโลกนี้เป็นอย่างดี แต่ไม่เต็มใจนักที่จะรับผิดชอบหรือออกมายอมรับเต็มตัว
เหตุสังหารหมู่ชาวจีนในนานกิงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่นตกต่ำอย่างถาวรที่ไม่อาจฟื้นฟูขึ้นมาได้เลย เพราะชาวจีนได้โกรธแค้นญี่ปุ่นเป็นอย่างมากจึงได้ทำการต่อต้านญี่ปุ่นตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ปัจจุบันญี่ปุ่นจะเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและรักสันติสุขและแม้แต่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นหรือสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต พระโอรสของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต ได้มากล่าวขอโทษด้วยตนเองก็ไม่อาจทำให้ชาวจีนยกโทษให้ ในเนื้อหาหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นก็ยังทำการบิดเบือนด้วยการข้ามกระทำอันโหดร้ายในนานกิงและบอกว่า เพียงแค่ยึดนานกิงเท่านั้น ทำให้ชาวจีนไม่พอใจญี่ปุ่นมาก และมีคำถามที่สำคัญคือ การสังหารโหดที่นานกิงนั้นจะใช้เวลานานเท่าใดที่จะลบเลือนจากใจมนุษย์ได้

                                                                       

                                                                          ตักข้าวมากินหน้าคอมด้วยนะครับมันยาวเดี๋ยวหิว  :ss


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 09,04, 2016, 08:00:42
ถือว่าไทยเรายังโชคดีมาก ที่เรื่องแบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับเราตอนสงครามโลก  ;(


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 10,04, 2016, 10:27:23
ขรึม  ขลัง  และเรียบง่าย

                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/98a/prc5LQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21Q0ppdFJaS2m7N)
                                                           
                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/113/jeBIT5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21QkYaM7nfTocbz)
                                                           
                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/511/lX5g2c.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21Qx1rXLaPnjETD)

                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/17d/NuNMWq.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21QGASnpSFsU6Dv)

สวัสดีวันอาทิตย์ครับ  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 10,04, 2016, 11:21:42
อากาศร้อนๆ อยู่บ้านไม่รู้ทำงัยเข้ามาอ่านครับ  :ss

วันนี้มารู้จักหน่วยบินหนึ่งที่โด่งดังไปทั่วโลก ทหารเรืออเมริกันเห็นแล้วขาสั่น  :ss นั้นคือ  หน่วยบินลมแห่งสวรรค์หรือ (Kamikaze)

                                                 
                                                     (http://)(https://imgza.xyz/f/6qn80sw5) (https://imgza.xyz/v/6qn80sw5)
                                                               ภาพที่เทพเจ้าแห่งลมคามิคาเซที่เคยพัดถล่มกองทัพมองโกลช่วยลูกพระอาทิตย์เมื่อหลายร้อยปีก่อน  


คามิคาเซ หรือ Kamikaze เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง ลมสวรรค์ หรือ ลมแห่งเทวะ และหมายถึง ลมสลาตัน ที่ได้
ทำลายกองทัพเรือจำนวนมหาศาลของมองโกล ซึ่งเข้ามารุกราน ญี่ปุ่น จนเสียหายทำการบุกญี่ปุ่นต่อไปไม่ได้...จนต้อง
ถอยทัพกลับไป ในปี ค.ศ. 1274 และคำๆนี้ได้ถูกนำมาใช้เรียก อากาศยานพลีชีพ ของญี่ปุ่น ใน สงครามโลกครั้งที่ 2
เมื่อกองทัพลูกพระอาทิตย์เข้าตาจน ลมแห่งสวรรค์ไม่ได้ถูกประทานมา ญี่ปุ่นจึงต้องทำเอง ซึ่งนำเครื่องบินบรรทุกระเบิดและพุ่งเข้าชนเรือ และคำนี้ยังหมายถึง นักบินผู้บังคับอากาศยาน ประเภทนี้ด้วย  :'

กองทัพญี่ปุ่น นำชื่อนี้มาตั้งชื่อ หน่วยบินพิเศษ ที่ตั้งขึ้นช่วงท้ายของสงคราม ซึ่งเวลานั้นกองทัพญี่ปุ่นใกล้พ่ายแพ้เต็มที เนื่องจากขาดแคลนอากาศยานในการรบ และนักบินผู้ชำนาญ (ตายไปเกือบหมด)...จึงฝึกเด็กหนุ่มอาสาสมัครขึ้นเป็นนักบินตามยุทธวิธีใหม่แบบพลีชีพ เข้าโจมตีกองเรือสหรัฐ

                                   (http://)(https://imgza.xyz/f/7jkul6mt) (https://imgza.xyz/v/7jkul6mt)

คามิคาเซ ในมุมมองของชาวญี่ปุ่นผู้รักชาติ
ปฏิบัติการของเหล่านักบินคามิกาเซ่ ที่ดูบ้าบิ่นเกินมนุษย์ในสายตาของชาวตะวันตกแต่ ชาวญี่ปุ่น กลับมีความคิด และความรู้สึกกับหน่วยโจมตีพิเศษนี้ด้วยความต้องการเสียสละ ไม่เคยขาดแคลนอาสาสมัคร นักบินที่จะมาทำงานให้แก่ หน่วยโจมตีพิเศษพลีชีพคามิกาเซ่ มีจำนวนคนที่ต้องการจะมาเป็นนักบินพลีชีพ มากกว่าจำนวนเครื่องบินที่มีอยู่ถึงสามเท่า ในการคัดเลือกตัวนักบิน พวกนักบินมากประสบการณ์ต่าง ๆ จะถูกกีดกันออกไป เนื่องจากนักบินเหล่านี้มีคุณค่าใน  การรบเชิงป้องกัน(defensive)และในการฝึกสอนนักบิน
รุ่นใหม่ๆ ซึ่งทางกองทัพจะต้องอาศัยนักบินมากประสบการณ์เหล่านี้ในระยะยาว

                                 (http://)(https://imgza.xyz/f/cy5w68fa) (https://imgza.xyz/v/cy5w68fa)

นักบินพลีชีพกามิกาเซ่ ส่วนใหญ่จะมีอายุอยู่ในช่วง 20ปี ส่วนมากเป็นนักศึกษาทางด้าน วิทยาศาสตร์ ในมหาวิทยาลัย แรงจูงใจที่ทำให้นักศึกษาเหล่านี้เข้าร่วมเป็นนักบินพลีชีพของกองทัพมาจาก ความรักชาติ (patriotism) ความปรารถนาที่จะนำเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูลของตนเอง  ด้วยการ สละชีพเป็นชาติพลีและเพื่อพิสูจน์คุณค่าของความเป็นลูกผู้ชาย ซึ่งกลายเป็นความนิยมรักชาติของวัยรุ่นญี่ปุ่นในขณะนั้น

Kamikaze pilots died at a very young age.Over 90% of the Navy's kamikaze pilots were between
18 and 24 years of age.Almost all Army kamikaze pilots during the Okinawan campaign were between 17
and 22. That the youngest kamikaze pilot was only 17 years old.

Today's Japanese youth can relate to the kamikaze pilots because of their similar ages. Two films in the
1990s  about kamikaze pilots received recommendations for youth viewing from Japan 's Ministry of
Education and the National Congress of Parents & Teachers  because of the values they promoted.
A high school student, whose grandmother's brother died as a kamikaze pilot.

Many young men lost their lives as kamikaze pilots in the war.  They volunteered to protect their country,
parents,younger brothers and sisters, and girlfriends. Today when there are many things and young people
have lost their direction, we do not understand things that need love and things that need protection.

Today there is a tendency to lose sight of even the true meaning of loving, so we in such times need to learn many
things from the kamikaze pilots' way of life. They died with pure feelings, deeply loving their country, loving
nature, and loving people.

นักบินคามิคาเซ่  เสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย  มากกว่า 90% ของ นักบินนาวี "คามิกาเซ่" เกือบทั้งหมด อายุระหว่าง
18 - 24 ปี  นักบินกามิกาเซ่ใน ยุทธภูมิโอกินาวา ช่วงอายุอยู่ระหว่าง 17 - 22 ปี

เยาวชนญี่ปุ่นวันนี้ เกี่ยวข้องกับนักบินกองบินกล้าตาย เพราะช่วงวัยที่ใกล้เคียงกันของพวกเขา ในปี 1990 ภาพยนต์สอง
เรื่องเกี่ยวกับ นักบินคามิกาเซ่ ได้รับการสนับสนุนแนะนำให้เยาวชนญี่ปุ่น ในชั้นมัธยมปลายได้ชม จากกระทรวงศึกษาธิการประเทศญี่ปุ่น,ในการประชุมสมัชชาแห่งชาติของผู้ปกครองและครู  โดยยกการโฆษณาเรื่อง นักเรียนมัธยมปลายซึ่งคุณยายมีพี่ชายที่เสียสละชีวิต อาสาพลีชีพเป็นนักบินคามิกาเซ่ ในสงครามป้องกันมาตุภูมิ เด็กหนุ่มหลายคน อาสาสมัครพลีชีพ เป็นนักบินกองบินกล้าตายคามิคาเซ่ ปกป้องพ่อแม่,น้องชาย,น้องสาว,พี่สาว และคนรัก ปัจจุบันนี้มีหลายสิ่งที่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ สับสนในทิศทางขาดความเข้าใจ ในความหมายของความรักอันบริสุทธิ์ และสิ่งที่ต้องปกป้องหวงแหน ... วันนี้จำเป็นที่ต้องให้เยาวชน ได้ศึกษาเรียนรู้หลายสิ่งจาก วิถีชีวิตและแนววิธีคิดของเหล่านักบินคามิกาเซ่ พวกเขายอมพลีชีพ ด้วยความรู้สึกรักอันบริสุทธิ์  ต่อแผ่นดินแม่ถิ่นเกิดประเทศของเขา รักในธรรมชาติ และรักผู้คน

                                   (http://)(http://image.free.in.th/v/2013/iy/171020012314.jpg) (http://picture.in.th/id/0ca3b4323d6dce887126cc2a33aeae20)

                                   (http://)(http://image.free.in.th/v/2013/ic/171020012405.jpg) (http://picture.in.th/id/4f9ed6a4e850511c62907eabfb4e9f3f)


ปฏิบัติการ คามิคาเซ่ (Kamikaze) ครั้งแรก

                                             “บัดนี้ประเทศญี่ปุ่นของท่านตกอยู่ ในอันตรายใหญ่หลวง ข้าพเจ้าในฐานะตัวแทน ของพี่น้อง
                                                       นับร้อยล้าน ของท่าน ขอให้ท่าน ยอมสละชีพ และอธิษฐานเพื่อความสำเร็จ...”

                                                               ทหารที่เข้าประชุมทั้งหมด ล้วนอาสาสมัครในทันที!

                                     (http://)(http://image.free.in.th/v/2013/ij/171020012702.jpg) (http://picture.in.th/id/071574caa78ea3f0bc0a0ed94f5515e6)

ปฏิบัติการฝูงบินคามิคาเซ่ หนแรก เริ่มขึ้นในวันที่ 22ตุลาคม1944 ในการศึก ณ อ่าวเลย์เต สร้างความตกตะลึงพรึงเพริด ให้แก่เหล่านักรบอเมริกันอย่างยิ่ง แรกนั้นพวกเขานึกว่าเครื่องบินข้าศึก เครื่องยนต์ขัดข้อง แต่เมื่อการบินโจมตี อย่างไม่คำนึงถึง ชีวิตเพิ่มขึ้นทุกขณะ พวกเขาจึงเริ่มตระหนักว่า ได้เผชิญกับสิ่งใด

เหตุการณ์ต่อมาเกิดเมื่อวันที่ 16เม.ย.1945 ที่50ไมล์ เหนือขึ้นไปจากเกาะโอกินาวาอันเป็นป้อมปราการสำคัญของญี่ปุ่น นับแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นมาเหล่าทหารบกกองทัพที่ 10 โดยการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากกองทัพเรือสหรัฐฯได้เริ่มโจมตีญี่ปุ่น ในเกาะโอกินาวา กองทัพญี่ปุ่นได้กระทำต่อต้านอย่างเหนียวแน่น นับเป็นการรบที่ดุเดิอดสมรภูมิหนึ่ง ต่อสู้ล้างผลาญกันอย่างย่อยยับทั้งสองฝ่าย ยิ่งกว่าการรบแห่งใดๆ    โดยหากเกาะโกกินาวา ตกไปอยู่ในกำมือของฝ่ายศัตรู นั่นหมายถึงว่าอเมริกาจะมีฐานทัพใกล้ประเทศญี่ปุ่นมาก เพราะระยะห่างแค่ 325 ไมล์เท่านั้น

                                         (http://)(http://image.free.in.th/v/2013/ix/171020012827.jpg) (http://picture.in.th/id/7099ba541aeff587b2da43fa393b61b3)

การต่อสู้อย่างดุเดือดยอมตาย  แผ่ขยายไปทั่วทุกหนแห่ง เมื่อแผ่นดินแม่ต้องถูกรุกราน ความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวของฝูงบินคามิคาเซ ซึ่งประกอบไปด้วยชายหนุ่ม ที่สมัครใจอุทิศชีวิตของตนในการโจมตีข้าศึก ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง นักบินหน่วยบินกามิกาเซ จะต้องดำดิ่งเครื่องบินที่บรรทุกลูกระเบิดเต็มลำ พุ่งเข้าชนเรือรบ เรือลำเลียง และขบวนลำเลียงทางบกของสหรัฐ ด้วยการฆ่าตัวตายไปด้วย พร้อมทั้งสร้างความเสียหาย ทำลายฝ่ายศัตรูให้ได้มากที่สุด การรบบนบก เมื่อฝ่ายสหรัฐนำรถแล่นผ่านมายังที่ซ่อนตัวบน เกาะโอกินาวา ก็มีทหารบกญี่ปุ่นที่ใช้ยุทธวิธีฆ่าตัวตายแบบเดียวกันนี้   มี การพลีชีพคามิคาเซ่ ทั้งทางบก ในทะเล และในอากาศ มากมาย

เรือพิฆาตแลฟเฟย์  เป็นเรือที่มีอำนาจในการยิงสูงมาก มีระวางขับน้ำ 2,000 ตัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นเรือป้องกันระยะไกลตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ในวันที่ 16 เม.ย.ฝูงบินคามิกคาเซ ระลอกแรกบินเข้ามาใกล้ในระยะ 17,000หลา มีจำนวนมากมาย  กำลังบินเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเรือจะยังไม่ถูกโจมตี แต่คนในเรือก็รู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
กัปตันได้สั่งพลประจำปืนทำการยิง และได้สั่งให้ช่างกลเร่งเครื่องเต็มที่ ซึ่ง ฝูงบินคามิกคาเซ บินมาทิศทางด้านหน้าเรือเร็วด้วยความเร็วสูง  นับได้ถึง 156 เครื่อง และบินพุ่งเข้าโจมตีเรือ แลฟเฟย์  22 เครื่อง ปืนประจำเรือทุกกระบอกหันไปในทิศทาง คามิคาเซ มีเครื่องพลีชีพได้เล็ดลอดผ่านม่านกระสุน ปตอ.เรือพิฆาต มาได้จำนวน 2-3 ลำ ทำการดำดิ่งปักหัวลงสู่เรือพิฆาต เรือแลฟเฟย์ ได้รับความเสียหายแต่ก็สามารถแล่นต่อไปได้ ผลของการรบสูญเสียลูกเรือ ตาย 31 เจ็บ 73 นาย

                                         (http://)(http://image.free.in.th/v/2013/ie/171020012935.jpg) (http://picture.in.th/id/ee8a6574de66c42d1a81023db896a1eb)

                                          (http://)(http://image.free.in.th/v/2013/ii/171020013049.jpg) (http://picture.in.th/id/6a3d9fb2e4c953a53437c6249690e58c)

                                          (http://)(http://image.free.in.th/v/2013/iy/171020013141.jpg) (http://picture.in.th/id/6f1497615cd7225dce9b3cb8293e38aa)

                                         (http://)(https://imgza.xyz/f/tmb2z5hv) (https://imgza.xyz/v/tmb2z5hv)

                                         (http://)(https://imgza.xyz/f/qienvjx3) (https://imgza.xyz/v/qienvjx3)
               
ญี่ปุ่นหันมาใช้ ยุทธวิธี “บินพลีชีพ” (คามิคาเซ่) ในการยุทธที่อ่าวเลเต ฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2487 เป็นครั้งแรกกว่าสงครามจะสงบ กองบืนคามิคาเซ่ ภายใต้การบังคับบัญชา ของ นายพล ไซโตะ ใช้เครื่องบินไป 2,257 ลำ (จำนวนวีรชนนับได้เท่ากับจำนวนเครื่องบิน)  แต่ญี่ปุ่นก็ยังมีเหลือใช้อีก 1 หมื่นลำในช่วงปลายสงคราม
(จากรายงานในแผน "Operation Olympic" ของสหรัฐ เดือนพฤาภาคม 2488) นายพลรือ ฮัลซี่ย์ ผู้บังคับการกองเรือคู่หูของ พลเอก นิมิตซ์ ถึงกับออกปากหลังสงครามเลิกแล้วว่า ตั้งแต่ออกรบมาทั้งชีวิตไม่เคยกลัวอาวุธใดเท่า "คามิคาเซ่"

                      <a href="http://www.youtube.com/watch?v=Hx4Avy4jAPk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Hx4Avy4jAPk</a>

                 เทศกาลสงกรานต์..เดินทางปลอดภัยทุกท่านนะครับ   :ss :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: BPP. ที่ 10,04, 2016, 11:51:06
 :8 :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: leoleo ที่ 11,04, 2016, 02:01:28
 :z :z


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: เกษม ที่ 11,04, 2016, 02:59:03
-ขอคาราวะและซาบซื้งในความเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินแม่ของเค้าครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: sonsin ที่ 13,04, 2016, 12:08:26
โศกนาฏกรรมนานกิง โหดร้ายมาก
นี่ถ้ากองกำลังของพรรครัฐบาลจีนเข้าต่อต้านหรือช่วยสนับสนุนกำลัง
เหตุการคงไม่เลวร้ายขนาดนี้
นี่ละทำไมต้องมีการเกณฑ์ทหาริเพื่อสร้างกองกำลังของชาติไว้ปกป้องพลเมือง
ดีที่เหตุการเลวร้ายไม่เกิดที่ไทย


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 15,04, 2016, 08:50:47
                     
                                               1911  Nazi Kongsberg  Colt.   1911 นาซี Kongsberg โคลท์

เป็นปืน 1911 ของนอร์เวย์ผลิตเองหลัง WW1 ก่อนสงคราม WW2  ซึ่งผลิตได้ 8,200 กร่ะบอก ก็โดนนาซีเข้าครอบงำ แต่มีเพียง 920 กระบอกเท่่านั้นที่ได้รับใช้นาซีสู้ศึกกับสัมพันธมิตร (ตอกมาร์คนาซี)  :ss

                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/a2f/Uj3HXr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F3P9XJINeuSiHx)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/df9/wA4YcY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F409iSvP4Qwvt2)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/12c/BT1AG2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F4g6lzh5SikfWF)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/1bd/rJbr01.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F4sRA7u8H9buli)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/90a/ng9sWQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F4Cr0x8NzyBb9x)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/dba/WnfvMK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F4NMkmd7YjLZJr)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/5e1/rBJ7Uv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F4XHJs9qJbb0IK)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/975/PhGpcA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F56VbbwJrHDXtR)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/126/iWxqeY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F5gQAht0etggdV)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/593/T1HPIU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F5sbU6xEiaxbir)
                                                                                       
                                                                       (http://)(http://www.mx7.com/i/542/w5l4dn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2F9sl1v2fs6lPMe)
                                                                       (http://)(http://www.mx7.com/i/92c/GQGGcs.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2Fa5GFcvJNA5u5o)
                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/5b9/kF3gV3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FajROtQSFI8lEg)

สวัสดีเช้าวันศุกร์ครับ  :<>  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 15,04, 2016, 09:18:24
วันสบายๆ วันนี้มาดูสัตว์ต่างๆ ว่ามีส่วนในกิจกรรมสงครามโลกอย่างไร  :ss

เริ่มต้นฮีโร่ตัวแรกเลยนะครับ  :ss

        1. Jackie พลทหารลิงบาบูน

             (http://)(http://www.mx7.com/i/b94/oilEV0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FccQNxqriJVr2T)

         แจ็คกี้เดินทางมายังฝรั่งเศสร่วมกับทหารแอฟริกาใต้เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ด้วยความสามารถในการมองเห็นและการได้ยินจึงสร้างประโยชน์มากมายให้กับกองทัพในการเตือนภัย พลทหารแจ็คกี้เดินเคียงบ่าเคียงไหลกับเหล่าทหารในกองทัพ ทานอาหารด้วยมีดกับส้อมและดื่มน้ำจากถ้วยไม่ต่างจากมนุษย์แจ็คกี้ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาและหลายจุดจากการสู้รบที่ Delville Wood ทีมแพทย์เร่งรักษาแต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เสียชีวิตในท้ายที่สุดเพื่อให้มันพ้นจากความทุกข์ทรมาน

        2. Tirpitz หมูที่หนีไปหาทัพศัตรูได้สำเร็จ

             (http://)(http://www.mx7.com/i/c10/dbXR7N.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FcN0D6lWawn6Td)

       ในตอนแรก Tirpitz มีหน้าที่เพียงแค่เป็นอาหารเลี้ยงชีพให้กับทหารในกองทัพเยอรมันผู้หิวโหย แต่ระหว่างการขนส่งเจ้า Tirpitz เรือ SMS Dresden ถูกจมลงและทำให้เจ้าหมูเป็นอิสระ มันว่ายน้ำไปจนถึงฝั่งกลาสโกว์ ที่ซึ่งคนใจดีรับมันมาและใช้เป็นมาสคอตประจำกองทัพอังกฤษ และตั้งชื่อตามพลเรือเอกชาวเยอรมัน Alfred von Tirpitz แต่น่าเศร้าที่หนึ่งปีหลังจากนั้นเจ้าหมูก็ถูกนำตัวไปประมูลขาย ปัจจุบันเรื่องราวของ Tirpitz ถูกบันทึกไว้ที่ Imperial War Museum ในกรุงลอนดอน

       3. GI Joe นกพิราบที่ได้รับเหรียญกล้าหาญ

             (http://)(http://www.mx7.com/i/bbc/jqdN1W.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FdzzIxcqLivr37)

       GI Joe นกพิราบแห่งกองทัพสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ช่วยชีวิตชาวบ้านในหมู่บ้าน Calvi Vecchia ประเทศอิตาลีและกองทัพอังกฤษไว้ มันทำหน้าที่ส่งสารซึ่งเตือนให้ทุกคนรู้ก่อนการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่จนป้องกันความเสียหายได้มากมาย GI Joe เป็นสัตว์สัญชาติอเมริกันตัวแรกที่ได้รับเหรียญกล้าหาญ Dickin Medal ของอังกฤษ หลังเกษียณ GI Joe ย้ายไปอยู่ที่ Detroit Zoological Gardens จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยอายุ 18 ปี ในปี 1961

        4. Siwash เป็ดทหารเรือ

             (http://)(http://www.mx7.com/i/123/VueoBB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FearvsGWi70QFi)

         Siwash เป็นเป็ดทะเลยศนายสิบแห่ง Tenth Marine Regiment มันถูกนำตัวขึ้นเรือมาโดยทหารเรือนายหนึ่งซึ่งชนะเกมไพ่และได้ Siwash มาเป็นรางวัล จนกระทั่งได้เข้าร่วมรบในแนวหน้าของการต่อสู้ Battle of Tarawa ในปี 1943 มันสู้รบอย่างกล้าหาญเคียงข้างเหล่าทหารจนได้รับรางวัล Purple Heart โดยทุกคนเข้าใจว่า Siwash เป็นตัวผู้มาตลอดจนกระทั่งมันปลดเกษียณและย้ายไปอยู่ที่สวนสัตว์ Lincoln Park

         5. Warrior ม้าสงครามตัวจริง เจ้าของฉายา “เยอรมันก็ฆ่าไม่ได้”

              (http://)(http://www.mx7.com/i/c0f/KCdaWA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FeBnTieSCQOkjU)
ในสงครามโลกครั้งที่สองวอริเออร์แสดงความสามารถในการหลบกระสุน เอาตัวรอดจากระเบิดและดาบ รวมทั้งหลบหนีจากอาการที่ไฟกำลังลุกไหม้ได้ถึงสองครั้งสองครา มันเข้าร่วมแนวรบด้านตะวันตกในวันที่ 11 สิงหาคม 1914 และต่อสู้อย่างห้าวหาญมาโดยตลอด กระทั่งถูกแทงจนได้รับบาดเจ็บก็ยังสามารถรักษาตัวจนหายดีและกลับไปยังบ้านเกิดที่ Isle of Wight วอริเออร์ได้รับรางวัล Victoria Cross และมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 33 ปี

         6. Stubby บูลเทอร์เรียหางสั้น “ฮีโร่” ตัวจริงของสงคราม

              (http://)(http://www.mx7.com/i/584/SqK0kx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FfdFAWRCCQApvC)

          นอกจากจ่าสตับบี้จะทำหน้าที่เตือนภัยให้กองทัพแล้ว มันยังสามารถจับสายลับเยอรมันและช่วยชีวิตทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสงคราม สตับบี้ถูกรับมาเลี้ยงจากรัฐแมสซาชูเซตส์ในปี 1917 และกลายเป็นมาสคอตของกองทัพ ระหว่างการสู้รบสตับบี้ได้รับบาดเจ็บหลายต่อหลายครั้งด้วยความซื่อสัตย์และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ จ่าสตับบี้ได้รับรางวัลมากมายอย่างเช่น Purple Heart และกลายเป็นสุนัขที่มีชื่อเสียงอย่างมากจนท้ายที่สุดก็ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเหล่ากาชาด

        7. Billy แพะฮีโร่สัญชาติแคนาดา

             (http://)(http://www.mx7.com/i/956/88cHEE.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FfHNMUYcnFDNy2)
เดิมทีบิลลี่มีหน้าที่เป็นมาสคอตให้กับกองทัพแคนาดาจากนั้นจึงถูกลักลอบนำตัวเข้าไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างปฏิบัติหน้าที่บิลลี่ได้รับบาดเจ็บหลายครั้งจากกระสุนและระเบิด รวมทั้งถูกจับเนื่องจากแอบเคี้ยวอุปกรณ์ทางการทหาร แต่วีรกรรมที่แท้จริงของบิลลี่คือการช่วยชีวิตเพื่อนทหารสามนายด้วยการเอาหัวพุ่งชนพวกเขาให้เข้าไปในท่อก่อนจะโดนระเบิด

แต่ไม่ว่าสัตว์เหล่านี้จะมีบทบาทหน้าที่มากแค่ไหน สงครามก็เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ระหว่างกัน หลายชีวิตต้องสังเวยให้กับความโหดร้ายของมันรวมทั้งสัตว์ที่บริสุทธิ์เหล่านี้

            (http://)(http://www.mx7.com/i/af2/BIYGBZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FgmzllA16iHyQp) (http://)(http://www.mx7.com/i/af2/BIYGBZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FgmzllA16iHyQp)(http://)(http://www.mx7.com/i/9fa/DKWmr0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2Fjpa2ar7yPdXwd)(http://)(http://www.mx7.com/i/c85/LUDIfQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2FjyJsA5M9hW5fs)

 ขอบคุณครับที่อุตส่าห์เข้ามาอ่าน รักษาสุขภาพ เดินทางปลอดภัยในช่วงสงกรานต์นะครับ  :ss  :ds
           
           


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 16,04, 2016, 09:57:16
                   "Abe Lincoln may have freed all  men, but Sam Colt made them equal"

                    " อับราฮัมลินคอล์นอาจทำให้ทุกคนมีอิสระ, แต่แซมโคล์ททำให้พวกเขาเท่าเที่ยมกัน"

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/c7d/rTaXoI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NuXKWGmjWrn0JO)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/dd8/npnBPd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2Nvbe8B8a6cL5OS)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/e2d/jHHeE4.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NvkrAkvvBCDQsm)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/d27/MHjaAe.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NvumZqrLX1Xhxi)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/eea/CGroZz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NvF0lSXg1yeToj)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/957/eHZ3Cf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NvOzMiBIPpIZSy)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/ed5/imgQTS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NvY9cIgmTggL6B)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/c7f/CFRwG6.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2Nw9uwxkWHyVmQA)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/1f1/PXagmt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2Nwq9wAFsLykbpJ)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/d5f/i9PDYk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NwzIX0k95RtkWu)


      สวัสดีเช้าวันเสาร์


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 16,04, 2016, 11:10:26

               วันเวลาเปลี่ยนไปสถานการณ์แปลเปลี่ยน

                Did you remember here ? Normande France. นอร์มังดี ฝรั่งเศส.

               
                                                                                ในวันที่  6 มิถุนายน 2487
                                                            กองทัพพันธมิตรได้ยกพลขึ้นบนที่ชายหาดนอร์มังดี
                                                          ยุทธการวัน D-Day เพื่อทำลายกองทัพนาซีเยอรมันนี
                                                            เป็นการเริ่มต้นของการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
                                                           ช่างภาพของรอยเตอร์ส์ (Reuters) Chris Helgren
                                                         ได้ถ่ายรูปสถานที่ปัจจุบันเปรียบเทียบกับภาพในอดีต
                                                         เป็นการย้อนกลับไปในเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
                                                           กับเหตุการณ์ในปัจจุบันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

                 (http://)(http://www.mx7.com/i/d21/dFdzWP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NEjmbJZb3jaKBy)

                                          6 มิถุนายน 2487 กองหนุนสหรัฐยกพลขึ้นบกที่ชายหาด Omaha
                                  ในยุทธการนอร์มังดีในวัน D-Day ใกล้กับ Vierville sur Mer ฝรั่งเศส Reuters

                 (http://)(http://www.mx7.com/i/56e/FDUuwr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NERo9dcG7zyohU)

                                         ผู้คนที่พักผ่อนในวันหยุดต่างชื่นชอบกับแสงแดด  บริเวณที่เคยมีการยกพลขึ้นบกในวัน D-Day
                                  ที่ชายหาด Omaha ใกล้กับ Vierville sur Mer ฝรั่งเศส Reuters

                  (http://)(http://www.mx7.com/i/c38/Yp1mAZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NFjKrLTlM1hncS)

                                         6 มิถุนายน 2487 หน่วยรบทหารอเมริกันกำลังช่วยพยุงทหารประจำการกองทัพเดียวกันขึ้นฝั่ง
                                หลังจากเรือท้องแบนถูกยิงจมโดยศัตรูที่ชายหาด Omaha ใกล้กับ Colleville sur Mer ฝรั่งเศส Reuters

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/d65/Nuekdq.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NFIcYPsu2hPHtB)

                                         นักท่องเที่ยวสตรีถือพลั่วกับถังของลูกเธอ บริเวณที่เคยมีการยกพลขึ้นบกในวัน D-Day
                               ที่ชายหาด Omaha ใกล้กับ Vierville sur Mer ฝรั่งเศส Reuters

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/1cd/MT35Fq.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NGfwYW75fvqQfu)

                                         6 มิถุนายน 2487 กองทัพสหรัฐอเมริกา กรมทหารราบที่ 8, กองทหารราบที่ 4
                            เคลื่อนทัพผ่านกำแพงคอนกรีตที่สร้างเป็นแนวป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะชายหาดตั้งอยู่บนชายหาด Utah Beach ใกล้กับ La Madeleine ฝรั่งเศส Reuters

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/d89/Ur7qwH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NGHThuNk8mNtpz)

                                เด็ก ๆ เดินผ่านแนวกำแพงคอนกรีตที่ยังหลงเหลืออยู่ บริเวณที่เคยมีการยกพลขึ้นบกในวัน D-Day
                           ที่ชายหาด Utah Beach ใกล้กับ La Madeleine ฝรั่งเศส Reuters     

                   (http://) (http://www.mx7.com/i/19f/gM55wK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NICE9XMXnsEOXE) 

                                6 มิถุนายน 2487 รถถัง Cromwell ของกองพันรถถังที่ 7 กองพลทหารที่ 4 London Yeomanry
                         สหราชอาณาจักร หลังจากยกพลขึ้นบกในวัน D-Day ที่ชายหาด Gold Beach ใน Ver-sur-Mer ฝรั่งเศส Reuters

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/d82/G2WflB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NJiPD7x8F0YQlz)
                       
                                คู่รักเดินบนถนนบริเวณที่เคยมีการยกพลขึ้นบกในวัน D-Day
                       ที่ชายหาด Gold Beach ใน Ver-sur-Mer ฝรั่งเศสสถานที่กองทัพสหราชอาณาจักรเคยยกทัพขึ้นบกในปี 2487 ที่นี่Reuters

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/dc1/WO5Ykn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NJZ16hhofaCo5z)

                                มิถุนายน 2487 ซากเรือบินรบสหรัฐบนชายหาดที่เห็นได้ตอนน้ำลง ยังหลงเหลืออยู่ หลังจากกองทัพแคนาดายกพลขึ้นบกในวัน D-Day
                       ที่ชายหาด Juno Beach ใน Saint-Aubin-sur-Mer ฝรั่งเศส Reuters

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/d38/SnU08v.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NKIonzzN5phlhN)

                                นักท่องเที่ยวมีความสุขกับแสงแดดบริเวณที่เคยมีการยกพลขึ้นบกในวัน D-Day
                       ที่ชายหาด Juno Beach ใน Saint-Aubin-sur-Mer ฝรั่งเศสสถานที่กองทัพแคนนาดาเคยยกพลขึ้นบกที่นี่ Reuters

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/bb5/zIZIJt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NLaoHrYFEAfCWz)

                       6 มิถุนายน 2487 กองทัพสหรัฐอเมริกาวางแผนการรบในฟาร์มเลี้ยงปศุสัตว์
                      ท่ามกลางสัตว์เลี้ยงที่ตายเพราะลูกกระสุนปืนใหญ่  ใกล้บริเวณยกพลขึ้นบกชายหาด Utah Beach ใน Les Dunes de Varreville ฝรั่งเศส Reuters

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/cc7/5t1WeK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NLH0Kc488bkmhi)

                         ชาวนา Raymond Bertot อายุ 19 ปี ตอนที่กองทัพพันธมิตรยกพลขึ้นบกในปี 248 แสดงภาพทรัพย์สินตอนนี้ของเขา บริเวณที่เคยมีการยกพลขึ้นบก
                   ชายหาด Utah Beach ใน Les Dunes de Varreville ฝรั่งเศส Reuters

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/a5e/tLLb5D.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NMiWtapfYmC2MQ)
             
                            7 มิถุนายน 2487 ทหารกองทัพบกสหรัฐอเมริกาจับกลุ่มกันรอบ ๆ สถานีวิทยุ/ส่งสัญญาณที่ใช้งานโดยบรรดาทหารช่าง  บนป้อมปราการทหารเยอรมันนีที่         
                  เคยใช้สังเกตการณ์ชายหาด Omaha Beach ใกล้กับ Saint Laurent sur Mer ฝรั่งเศส หลังวันยกพลขึ้นบกในวัน D-Day Reuters

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/d7c/rP6mEM.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NMT6iJkxGAF2n6)

                           นักท่องเที่ยวเดินผ่านป้อมปราการทหารเยอรมันนีที่เคยใช้สังเกตการณ์ชายหาด Omaha Beach ใกล้กับ Saint Laurent sur Mer ฝรั่งเศส
                  บริเวณที่เคยเป็นสถานที่ยกพลขึ้นบกในวัน D-Day Reuters

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/eeb/jStY3i.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NNq4k9HztrJfDX)

                           18 มิถุนายน 2487 กองทัพบกสหรัฐอเมริกาเคลื่อนพลผ่านเนินเขาที่ในอดีตเป็นป้อมปราการทหารเยอรมันนีที่ใช้สังเกตการณ์ชายหาด Omaha Beach
                     ใกล้กับ Colleville sur Mer ฝรั่งเศส หลังวันยกพลขึ้นบกในวัน D-Day Reuters

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/964/UV3Vv7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NNZadFM55GvosF)

                           วัยรุ่นเดินขึ้นเขาที่ในอดีตมีป้อมปราการทหารเยอรมันนีที่เคยใช้สังเกตการณ์ชายหาด Omaha Beach ใกล้กับ Colleville sur Mer ฝรั่งเศส บริเวณที่เคยมีการ       
                     ยกพลขึ้นบกหลังวัน D-Day Reuters

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/567/w4Gie5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NOoGGMbT4gDCzW)

                             8 มิถุนายน 2487 ธงชาติสหรัฐอเมริกาปักธงเป็นเครื่องหมายว่าได้ทำลาย/ยึดครองป้อมปราการทหารเยอรมันนีได้แล้ว  โดยต้องใช้เวลาถึง 2 วันในยุทธการ             
                      รบชิงพื้นที่สังเกตการณ์ชายหาด Pointe du Hoc ฝรั่งเศส โดยหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหรัฐอเมริกา  หลังจากวันยกพลขึ้นบกในวัน D-Day Reuters

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/9cc/x8y0Ok.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NOQl1YjbQwfK7s)

                              นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีกำลังมองป้อมปราการทหารเยอรมันนีสถานที่เคยมียุทธการรบชิงพื้นที่สังเกตการณ์ชายหาด Pointe du Hoc ฝรั่งเศส
                      โดยหน่วยรบพิเศษของสหรัฐอเมริกา หลังวันยกพลขึ้นบกในวัน D-Day  Reuters

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/5a4/SK8zSB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NPz0lU2bBVv57v)

                              มิถุนายน 2487 กองทัพแคนนาดาเดินลาดตระเวณผ่านซากปรักหักพังบนถนน Rue Saint-Pierre ใน Caen หลังจากกองทัพเยอรมันนีถูกตีถอยร่นไปแล้ว             
                          Reuters

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/cab/tWqSLM.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NQ0iIpS9zR345B)

                 นักชอปปิ้งเดินบนถนน Rue Saint-Pierre ใน Caen ที่มีการปรับปรุงใหม่หมดหลังจากที่เคยถูกทำลายลงจากการสู้รบในเหตุการณ์ยกพลขึ้นบกในวัน D-Day Reuters

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/ee8/dewgfI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NQsF0YyCZOjIig)

                                 15 มิถุนายน 2487 ศพทหารเยอรมันนีถูกทิ้งอยู่บนลานกว้างของ Place Du Marche ในเมือง Trevieres หลังจากกองทัพสหรัฐอเมริกายึดครองได้แล้ว
                     หลังวันยกพลขึ้นบกในวัน D-Day ที่ชายหาด Omaha Beach Reuters

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/999/v2z4Ks.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NR74AISOT068tX)

                       นักท่องเที่ยวเดินผ่านลานกว้างของ Place Du Marche ในเมือง Trevieresใกล้กับสถานที่เดิมมีการยกพลขึ้นบกในวัน D-Day ที่ชายหาด Omaha Beach Reuters

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/94b/mhud4K.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NSOmhh6mL2Gb9d)

                         15 มิถุนายน 2487 ทหารพลร่มสหรัฐอเมริกา กองพันทหารอากาศหน่วยที่ 101กำลังขับขี่รถยนต์ German Kubelwagen ที่ยึดมาได้บนถนนเชื่อมระหว่าง
                     Rue Holgate กับ RN13 ใน Carentan ฝรั่งเศส Reuters

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/ab5/mF27Qb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NTdwLHeoVXGUot)

                                 สตรีกำลังวิ่งหรือเดินข้ามถนนเชื่อมระหว่าง Rue Holgate กับ RN13 ในเมือง Normandy เขต Carentan ฝรั่งเศส Reuters

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/dec/Vwg1Lx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NTEt9wMKL9JPOz)

                                  6 มิถุนายน 2487 เชลยศึกทหารเยอรมันนีกำลังเดินทางผ่านชายหาด Juno Beach เพื่อเตรียมขึ้นเรือบรรทุกไปยังประเทศอังกฤษ หลังจากยอมจำนนกับ
                         กองทัพแคนนาดาที่ Bernieres Sur Mer ฝรั่งเศส Reuters

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/c18/cMdrGp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NUeCZ5HOaCUtRr)

                                     นักท่องเที่ยวนอนอาบแดดบนชายหาด Juno Beach ที่เดิมเคยเป็นสถานที่กองทัพแคนนาดายกพลขึ้นบกที่ Bernieres Sur Mer ฝรั่งเศส Reuters

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/5ee/aTRq2k.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NUMEWyVzuKDPyi)

                                        21 สิงหาคม 2487  1944 เชลยศึกทหารเยอรมันนีที่ยอมจำนนกับกองทัพสหรัฐอเมริกาถูกคุมขังไว้ในเรือนจำชั่วคราวที่ Nonant-le-Pin ใน         
                               Normandy ฝรั่งเศส หลังวันยกพลขึ้นบกในวัน D-Day Reuters

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/df1/Eas3wi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2NVgN8x1X0cJTwf)

                                ทุ่งนา Nonant-le-Pin ใน Normandy ในตอนนี้ที่เดิมเคยเป็นเรือนจำชั่วคราวคุมขังเชลยศึกทหารเยอรมันนี หลังจากเหตุการณ์สงบเป็นปกติแล้ว Reuters



          คงได้อะไรดีๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอบคุณครับ  :ss :ds

















 


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: THEE-06 ที่ 16,04, 2016, 11:36:47
เห็นแล้วสลดใจ แต่ก็ชอบดู :<> :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ruang036 ที่ 16,04, 2016, 23:57:29
ขอบคุณครับที่แบ่งปัน.. :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 17,04, 2016, 09:36:22

                           Hi - Powers Belgian pre - World War ll and lnglis Mk.l with holster stock.

                          ไฮเพาเวอร์ในครอบครองของนาซี
 
                         (http://)(http://www.mx7.com/i/5cd/jKVfSV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2Vl8xmxKFDeBCXu)
                         (http://)(http://www.mx7.com/i/d0f/nB82hJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2VlpcmB5cGYC2gH)
                         (http://)(http://www.mx7.com/i/ad4/6TMan5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2VlypOksjBGURNO)
                         (http://)(http://www.mx7.com/i/e19/t0jSGB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2VlKP4cnqLN7wXZ)
                         (http://)(http://www.mx7.com/i/9e6/SsKFrS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2Vm1Q2VZjCz57uq)

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/17a/4rpUo2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z2VngLqVwEbcXjSt)

สวัสดีวันอาฑิตย์ครับ  :ds
                     


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 17,04, 2016, 10:16:38
วันนี้มาดูภาพประวัติศาสตร์ภาพหนึ่งในวันสบายๆ ... :ds

จูบ "สัญญลักษณ์"ชัยชนะสงครามโลก"

              จูบ อย่าคิดว่าไม่สำคัญ ..

                             นักมานุษยวิทยาได้รายงานว่า ราวๆ 90 เปอร์เซนต์ของคนบนโลกที่มีกิจกรรม "จูบ" ผู้คนมากมายต่างก็ได้เฝ้ารอที่จะสมหวังกับ"จูบแรก" ของตัวเอง
นอกจากจูบในแง่คู่รักแล้ว พ่อแม่ยังจูบลูกๆ  เพื่อนจูบเพื่อน บางคนจูบสิ่งของที่เขาบูชา จูบจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก การเฉลิมฉลอง รวมถึงการบูชาและแสดงความเคารพนับถืออีกด้วย  แล้วรู้ไหมว่าทำไมใครๆถึงจูบ ? แม้แต่สัตว์ก็ใช้อากัปกิริยานี้

                        (http://)(https://image.goosiam.com/imgupload/upload45/RPiCaiap02KO.jpg) (https://image.goosiam.com/view.asp?uid=450026&s=RPiCaiap02KO)(http://)(https://image.goosiam.com/imgupload/upload45/of8FGFmq0pZy.jpg) (https://image.goosiam.com/view.asp?uid=450027&s=of8FGFmq0pZy)

 และ นี้คือภาพ VJ day kiss รูปภาพ "จูบ" ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนโลก ระหว่างทหารเรือกับคุณพยาบาลเมื่อครั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1945

                                            (http://)(https://image.goosiam.com/imgupload/upload45/R2eQOZ9Laczv.jpg) (https://image.goosiam.com/view.asp?uid=450032&s=R2eQOZ9Laczv)

                                            (http://)(https://image.goosiam.com/imgupload/upload45/MD5rgbF7iJZc.jpg) (https://image.goosiam.com/view.asp?uid=450030&s=MD5rgbF7iJZc)(http://)(https://image.goosiam.com/imgupload/upload45/OpUAl22CTkUc.jpg) (https://image.goosiam.com/view.asp?uid=450031&s=OpUAl22CTkUc)
                                           
                                                                                                                          พยาบาลในภาพเสียชีวิต 2010


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่านายเกล็น แม็คดัฟฟี่ ทหารเรือสหรัฐ ผู้จูบปากพยาบาล สัญลักษณ์ภาพแห่งชัยชนะสงครามโลกครั้งที่สองของสหรัฐ ได้เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 86 ปี เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา( ประมาณปี 2557 ) ที่บ้านพักคนชราในเมืองดัลลัส  หลังจากเขาต้องการให้มีการปิดตัวตนของเขาอย่างเงียบๆ โดยการเสียชีวิตของเขาถูกยืนยันจากเจ้าหน้าที่วาดภาพด้านการชันสูตรรายหนึ่ง ที่ค้นพบเขาในบ้านพักคนชราดังกล่าว เมื่อ 6 ปีก่อน
      รายงานระบุว่า นายเกล็น ถือเป็นบุรุษคลาสสิก ที่ถูกบันทึกภาพขณะจูบปากพยาบาล ที่จัตุรัสไทมส์ สแควร์ ในกรุงนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ปี 1945 โดยนิตยสารไลฟ์ได้บันทึกภาพและขึ้นปกดังกล่าว จนภาพนี้กลายเป็นภาพระดับตำนานในเวลาต่อมา โดยภายหลังเดินทางกลับจากสงคราม นายเกล็นได้หันมายึดอาชีพส่งไปรษณีย์ และเป็นนักเบสบอลกึ่งอาชีพ   
                 ขณะที่ภาพดังกล่าวถูกบันทึกโดยนายอัลเฟรด ไอเซนสแตรด ช่างภาพของนิตยสาร "ไลฟ์" ซึ่งได้เสียชีวิตลงเมื่อปีก่อน และมีผู้คนหลายรายได้ออกมาอ้างตัวว่า เป็นนายทหารเรือฮีโร่รายนี้ ซึ่งสร้างความสับสนแก่หลายฝ่าย เนื่องจากภาพที่ถ่ายไม่ได้มีการระบุชื่อผู้ถูกบันทึกภาพ กระทั่งมีการพิสูจน์โดยนางลุยส์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่วาดภาพชันสูตรระดับดีกรีกินเนสส์ บุ๊ค ที่เคยช่วยตำรวจวาดภาพผู้ต้องสงสัยหลายคนมาแล้ว
            โดยนางลุยส์ กิ๊บสัน เปิดเผยว่า นายเกล็นเล่าว่า ในช่วงก่อนถูกถ่ายภาพดังกล่าว เขากำลังเปลี่ยนรถไฟในกรุงนิวยอร์ก หลังได้รับการบอกว่า ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกแล้ว และเขาในขณะนั้นมีอายุ 18 ปี ได้วิ่งออกไปบนถนน เพื่อหาแฟนสาว แต่กลับไปเจอพยาบาลรายหนึ่ง ซึ่งกำลังยิ้มให้เขา เขาจึงตรงดิ่งเข้าไปจูบเธอ เพื่อฉลองชัยชนะของประเทศในสงครามโลกครั้งที่สอง
           และว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา นายเกล็นไม่ได้พยายามเปิดเผยตัวเองว่า เป็นทหารเรือผู้โด่งดัง และยังขอให้เธอปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับด้วย โดยในช่วงที่เธอค้นพบความจริงดังกล่าว นายเกล็นรู้สึกตื่นเต้นมาก  และอดีตนายทหารเรือรายนี้ ได้ตระเวณโชว์ตัวยังที่ต่าง ๆ และยังมีรายได้จากการให้ผู้หญิงจูบเขาที่แก้มครั้งละ 10 ดอลลาร์ด้วย โดยนายเกล็นมีชีวิตในช่วงอายุ80 ปีอย่างน่าอิจฉา

จบละ   :ss :ds
 


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 18,04, 2016, 11:06:17

     WALTHER P38 WW II

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/eb7/E95Jy9.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z33JQ7oXAMDlaYB0)

             ๙ มม.พาลาเบลลั่ม ผลิตในปี ค.ศ. ๑๙๓๙ โดย บ.วัฟเฟ่นฟาบริค. คาร์ล วอลเธอร์ ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ผลิตปืนออโต้ระบบดับเบิลแอคชั่น โดยเลือกระบบขัดกลอนหน่วงเวลา แบบ “Locked Block” หรือ วอลเธอร์ บล็อก แอคชั่น มาใช้กับ WALTHER P38 นับเป็นปืนที่ได้รับผลิตออกมามากรุ่นหนึ่งทีเดียว โดยผลิต ในปี ค.ศ. ๑๙๔๐-๑๙๔๕ ขึ้นมาใช้ในสงครามโลกครั้งที่สองครั้งแรก ถึง ๔๗๕,๐๐๐ กระบอก และผลิตโดยโรงอื่นอีก ๕๗๕,๐๐๐ กระบอก เพื่อให้ทันกับการสั่งเข้าใช้งาน ปัจจุบันเป็นปืนที่หาได้ยากมาก
alther P38 ขนาด 9 มม. พาราฯ ออกแบบโดย คาร์ล วอลเธอร์ เข้าประจำการในกองทัพเยอรมันเมื่อปี 1938  เป็นปืนระบบไก ดับเบิล/ซิงเกิล กระบอกแรกของโลก ทำงานด้วยระบบรีคอย ลำกล้องถอย ล็อคด้วยการกระดกของแท่งโลหะแบบ Walther Block (ซึ่ง Beretta 92FS ลอกแบบไปผลิต) ประจำการในกองทัพเยอรมัน ในส่วนของกำลังพลระดับ นายสิบที่ปฏิบัติหน้าที่พลยิงอาวุธประจำหน่วย พลขับรถ และสารวัตรทหาร เป็นปืนที่คอปืนสงครามเห็นแล้วหลงไหลมีความเป็นวินเทจในตัว   :H


                        (http://)(http://www.mx7.com/i/1f5/5hpp42.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z33KSZvLu26WdVRn)(http://)(http://www.mx7.com/i/985/gIKkl8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z33L6sHGg70MwqqF)

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/e94/XtgiFX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z33PTwTbSZhb7GaF)(http://)(http://www.mx7.com/i/cec/LRqQ8t.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z33QabTfd06wwN1e)
                         (http://)(http://www.mx7.com/i/1c7/o1c0ud.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z33QnF59ZjnzBJr1)(http://)(http://www.mx7.com/i/98f/h00grw.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z33QCybNTIvbTQCE)

สวัสดีวันจันทร์ครับผ๊ม
                       
                       


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 18,04, 2016, 12:42:18
       วันนี้มาอ่านกันอีกนะครับ ฝึกอ่านฝึกความอดทน ปิดเทอมบ่ได้สอนหนังสือเลยมีเวลามานำเสนอ  :ss

       วันนี้เสนอเรื่องยุทธการดับจอมอหังการ์พญาอินทรีย์เหล็ก  :dfs


                           (http://)(http://www.mx7.com/i/c39/32xtkv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z33Z0WYYaw4hHn6f)

          ถ้าเอ่ยถึง "อดอล์ฟ ฮิตเลอร์" เชื่อว่าคงมีเพียงน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักผู้นำพรรคนาซี ผู้รวบอำนาจทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และนำเยอรมนีเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยความเชื่อมั่นในตนเองสูงสุด และเขาผู้นี้เองที่เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ของการทำลายล้างเผ่ามนุษย์ อย่างโหดร้ายทารุณ นั่นคือ การฆ่าสังหารหมู่ชาวยิวกว่า 6 ล้านคน และ เชื่อหรือไม่ก่อนที่ฮิตเลอร์จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเยอรมนี เขาต้องเผชิญหน้าการลอบสังหารหลายรูปแบบ จากคนหรือหลุ่มคนที่จะพยายามปลิดชีพเขาไม่มีใครในบรรดาผู้นำบนโลกอีกแล้ว ที่ลอบสังหารบ่อยครั้ง และรอดมาได้ทุกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ดั่งเช่นดอล์ฟ ฮิตเลอร์ โดยระหว่างที่ฮิตเลอร์ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น มีเหตุการณ์ลอบสังหารเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น

        ในปี ค.ศ.1921 มีกลุ่มคนพร้อมอาวุธระดมยิงเข้าใส่ฮิตเลอร์ระหว่างที่เขากำลังกล่าว สุนทรพจน์อยู่ แต่กระสุนพลาดเป้าหมายทั้งหมด(ยิงแม่นจังวุ้ย....)
       ในปี ค.ศ.1929 ทหารหน่วยเอสเอสคนหนึ่ง(กองกำลังรักษาความปลอดภัยฮิตเลอร์)ได้วางระเบิดไว้ ใต้เวทีที่ฮิตเลอร์จะต้องกล่าวคำปราศรัย ส่วนตัวคนวางระเบิดซ่อนอยู่ในห้องน้ำ เสียดายระเบิดที่วางไว้เกิดด้านทำให้ฮิตเลอร์รอดไปได้อีกครั้ง
      ในปี ค.ศ.1932 กลุ่มคนติดอาวุธพร้อมกันยิงใส่ฮิตเลอร์ขณะที่เขาเดินทางโดยรถไฟจากนครมิวนิ คไปยังไวมาร์ แต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

                ในปีเดียวกัน รถยนต์ของฮิตเลอร์ถูกกลุ่มคนไม่ทราบจำนวนลอบโจมตีและยิงเข้าใส่ใกล้เมืองสต ราสลุนด์ แต่ฮิตเลอร์ก็รอดไปอีกครั้ง.....
                   และเมื่อฮิตเลอร์ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี(ค.ศ.1933) แม้โอกาสการลอบสังหารจะยากขึ้นก็ตาม แต่กระนั้นมันก็เกิดจนได้
                ค.ศ.1939 ฮิตเลอร์ถูกวางระเบิดที่โรงเบียร์(The Beer Hall Bombing) ผู้ก่อการคือ โยฮันน์ เกออร์ก เอลเซอร์(Johann Georg Elser) ช่างไม้วัย 36 ปีและสมาชิกสหภาพช่างไม้ เอสเซอร์ได้ลักลอบนำระเบิดหนักถึง 110 ปอนด์ ไปซุกซ่อนไว้เสาต้นหนึ่งของโรงเบียร์เลอเว่นบรอย ที่นครมิวนิคซึ่งฮิตเลอร์จะต้องขึ้นกล่าวปราศรัยในช่วงค่ำของวันที่ 8 พฤศจิกายน ปรากฏว่าฮิตเลอร์เลิกปราศรัยเร็วกว่าหมายกำหนดและเดินออกมาจากโรงเบียร์ก่อน ที่จะระเบิดจะทำงานขึ้น แรงระเบิดนี้นสังหารคนที่มาฟังคำปราศรัยตายไป 8 คน และอีก 63 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส โต๊ะที่ฮิตเลอร์นั่งลงก่อนหน้าที่เขาจะลุกขึ้นถูกเพดานอิฐและปูนถล่มทับลงมา กอง
                ส่วนตัวเอลเซอร์ถูกตำรวจเยอรมันจับได้ที่พรมแดนระหว่างสวิส และถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันนาซี และเขาเสียชีวิตในค่ายกักกันระหว่างกองทัพฝ่ายพันธมิตรโจมตีเยอรมนีอย่าง หนักในปี ค.ศ.1945
                 ในช่วงที่ฮิตเลอร์เรืองอำนาจอยู่นั้น เกิดกลุ่มต่อต้านนาซีมากมายและต่างหมายชีวิตฮิตเลอร์ หนึ่งในนั้นคือ ฟาเบียน ฟอน ชลาเบรนดอร์ฟ(Fabian von Schlabren dorff)ทนายความที่มีความรู้ด้านการวางระเบิดและหาโอกาสวางระเบิดสังหารฮิต เลอร์หลายครั้งแล้วแต่ไม่มีโอกาสเสียที จนกระทั้งเขาได้ลอบวางระเบิดบนเครื่องบินส่วนตัวของฮิตเลอร์ที่สนามบิน สโมเลนสก์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ.1943 โดยใช้ชื่อแผนนี้ว่า "ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ(Operation Flash)" เขาดัดแปลงระเบิดให้เหมือนขวดบรั่นดี 2 ขวด และตั้งเวลาโดยอนุภาพของมันนั้นสามารถระเบิดเครื่องบินพังทั้งลมพร้อมทั้ง ตัวฮิตเลอร์ก็ได้ ไม่กี่เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มสายลับอังกฤษก็เริ่มคิดวางแผนลอบสังหารผู้นำนาซีผู้นี้

                แต่ปรากฏว่าระเบิดนี้เกิดขัดข้อง เครื่องบินส่วนตัวของฮิตเลอร์ร่อนลงสู่สนามบินอย่างปลอดภัย ทั้งๆ ที่ฮิตเลอร์ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเครื่องบินของเขาถูกลอบวางระเบิด
                ฟาเบียน ฟอน ชลาเบรนดอร์ฟถูกตำรวจลับเกสตาโปจับตัวในฐานะสมาชิกกลุ่มต่อต้านรัฐบาลนาซีใน เดือนสิงหาคม ค.ศ.1944 เขาถูกทรมานปางตายและถูกนำไปขัง แต่กระนั้นเขาก็มีชีวิตรอดมาได้และถูกปล่อยตัวโดยกองทัพพันธมิตรในช่วงท้าย สงครามโลกครั้งที่ 2 ในเวลาต่อมา

                และนี้คือการสังหารฮิตเลอร์ที่โด่งดังที่สุด
               แผนการวัลคีรี(Valkyrie Plan)
    :dfs

                                แผนการนี้ถูกสร้างเป็นหนังเรียบร้อย โดยสร้างจากเรื่องจริงของนายพันเอก เคานท์ เคลาส์ ฟอน ชเตาเฟนแบร์ก(Claus Schenk Graf von Stauffenberg) เขาเป็นนายทหารเชื้อสายขุนนางเก่า (คำว่า Graf นั้นเทียบเท่าตำแหน่ง Count ของอังกฤษ)

                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/b0e/eslNyD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z342osq1KRakJfIF)
                                  พันเอก เคานท์ เคลาส์ ฟอน ชเตาเฟนแบร์ก(Claus Schenk Graf von Stauffenberg) หล่อคล้ายคริสโตเฟอร์ ที่แสดงซุฟเปอร์แมนเลยครับ

พันเอก เคานท์ เคลาส์ ฟอน ชเตาเฟนแบร์กเข้ารีบราชการทหารในปี 1926 ในกรมทหารม้าที่ 17 (17th Cavalry Regiment) ใน Bamberg มียศเป็นร้อยตรี และติดยศร้อยโทในปี 1930 ในช่วงแรกที่นาซีมีอำนาจ เขาก็ดูเหมือนจะคล้อยตามนโยบายการขยายอำนาจของนาซี ในการบุกเข้ายึดครองโปแลนด์ แต่ด้วยความเป็นแคทอลิคที่เคร่งครัด เขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายหลายประการของพรรคนาซี และไม่เคยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของพรรคนาซีเลยจนกระทั่งเสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายการกำจัดชาวยิว เคยได้รับการทาบทามจากลุงของเขา Nikolaus Graf von Uxkull ตั้งแต่ปี 1939 ให้เข้าร่วมขบวนการต่อต้านฮิตเลอร์ แต่สเตาเฟนแบร์กปฏิเสธ ครั้นเมื่อสงครามขยายตัวมากขึ้น เขาจึงเริ่มเห็นความเลวร้ายของนาซีในการสังหารเชลยศึกชาวรัสเซีย ยิว และชนชาติอื่นเป็นจำนวนมาก ความไม่พอใจต่อฮิตเลอร์และนาซีได้สะสมมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บจนพิการเสียตาซ้าย มือขวา และนิ้วมือซ้ายอีกสองนิ้วในสมรภูมิอาฟริกาเหนือเมื่อ 7 เมษายน 1943

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/acd/NCLBC0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z343y47N2aGXLPIS)
                                  แสดงเป็นเคานท์ เคลาส์ ฟอน ชเตาเฟนแบร์ก ตอนเป็นผู้หมวดและได้รับบาดเจ็บที่สงครามอัฟริกา โดยทอมครูซ

1943 เขาจึงได้เข้าร่วมขบวนการต่อต้านฮิตเลอร์ โดยเขาวางแผนสังหารฮิตเลอร์เมื่อวันที่20 กรกฎาคม 1944 โดยซุกซ่อนระเบิดน้ำหนักกว่า2 ปอนด์(บางเว็บว่า 4 ปอนด์) ไว้ในกระเป๋าเดินทางของเขาเองและไปวางห้องแผนที่ที่ฮิตเลอร์กำลังประชุมวาง แผนการทหารอยู่ในเมืองราสเทนเบบิร์กในดินแดนปรัสรัสเซียตะวันนออก
        ในช่วงที่เขาวางแผนนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่สองกำลังตึงเครียดถึงขีด สุด ถ้าฮิตเลอร์ตายสงครามโลกจะจบเร็วขึ้น และคนนับล้านจะไม่ตายอีก และกลายเป็นหน้าหนึ่งที่ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกไว้ แม้ว่าปฏิบัติการในครั้งนั้นจะไม่เสร็จสมบูรณ์ตามที่หวังก็ตาม

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/956/ZTQk3v.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z344QThhGrCTUsAo)(http://)(http://www.mx7.com/i/b0a/u9nTCd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z345BGtj77ip0T5Y)

                          เช้าตรู่วันนั้นพันเอกชเตาเฟนแบร์กและนายทหารคนสนิท แวร์เนอร์ เฮฟเทน เดินทางออกจากสนามบินทหารแห่งหนึ่งนอกกรุงเบอร์ลิน พร้อมกับระเบิดหนัก 2 ปอนด์ อาวุธที่จะใช้ในการสังหารฮิตเลอร์  ช่วงสายฮิตเลอร์ก็ตื่นขึ้นเพื่อมารับฟังรายงานการทิ้งระเบิดในช่วงคืนที่ ผ่านมา ก่อนที่ ดร.ธีโอดอร์ มอเรลล์ แพทย์ประจำตัวจะฉีดยากระตุ้นประจำวันให้
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/cfe/NHUhWB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z346wL36LCVB78Ji)(http://)(http://www.mx7.com/i/b87/iyPUk2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z346RFNlv7A9hZLb)

                                ทอมครูซแสดงได้เหมือนกับบุคลิกของเอกชเตาเฟนแบร์ก อีกทั้งหน้าตาละหม้ายคล้ายกันมาก ( หล่อลากดิน  :ss )

มาต่อกัน ...    หลังจากนั้นไม่นานพันเอกชเตาเฟนแบร์กก็เดินทางมาถึงสนามบินทหารใกล้กับกอง บัญชาการรบฝั่งตะวันออก ที่เรียกว่า โวล์ฟส์ ไลร์  พันเอกชเตาเฟนแบร์กขอตัวที่จะไม่เข้าร่วมประชุมกับผู้บัญชาการสนามรบวิลเฮ ล์ม ไคเทล หลังจากเขามาแจ้งเรื่องการประชุมที่ถูกร่นให้เร็วขึ้นครึ่งชั่วโมงให้ทราบ ก่อนจะขอให้ห้องพักผ่อนเพื่อร่วมกับแวร์เนอร์ ฟอน เฮฟ เทน นายทหารคนสนิทประกอบลูกระเบิดที่ลักลอบนำ เข้ามา
         แต่ขณะที่ระเบิดลูกที่สองกำลังได้รับการประกอบขึ้นนั้น ทหารรับใช้ได้เข้ามาขัดจังหวะจนทำให้ทั้งคู่ประกอบระเบิดเสร็จสมบูรณ์เพียง ลูกเดียว และนั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่ วางเอาไว้  ฟอน เฮฟเทน เอาระเบิดลูกที่สองใส่ไว้ในกระเป๋าของเขาแทนที่จะใส่มันไว้ในกระเป๋ากับ ระเบิดลูกแรก ซึ่งจะถูกนำไปไว้ในที่ประชุมของฮิตเลอร์

               (http://)(http://www.mx7.com/i/d3b/sFTOdc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z34dSDI9qJCVNu4b)
               (http://) (http://www.mx7.com/i/e36/Odz4z1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z34edctHSB9VLRFZ)(http://)(http://www.mx7.com/i/54d/bau14d.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z34eFyMgz434nNvO)         
                ชเตาเฟนแบร์กกับครอบครัว

               แม้ว่าจะไปเข้าร่วมประชุมกับฮิตเลอร์ตามปกติ แต่พันเอกชเตาเฟนแบร์กก็ฉลาดพอที่จะไม่เป็นผู้วางระเบิดนั้นด้วยตัวเอง เพราะเขามีนายทหารคนสนิทอีกคนที่จะทำหน้าที่ในการนำมันไปวางไว้ใกล้ ๆ กับฮิตเลอร์ แผนการครั้งนี้คงจะสมบูรณ์หากว่าพันเอกไฮนซ์ บรันท์ไม่นำกระเป๋าปริศนาใบที่ว่าเคลื่อนย้ายไปจากที่ทางที่มันควรจะอยู่
         ไม่กี่อึดใจหลังจากพันเอกชเตาเฟนแบร์กถูกฟอน เฮฟเทน เรียกออกมาจากกระท่อมประชุมสถานการณ์ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นสัญญาณเตือนภัยถูกเปิดเพื่อแจ้งการก่อการประทุษร้าย ในค่าย พันเอกชเตาเฟนแบร์กพร้อมฟอน เฮฟเทน รีบรุดกลับไปยังสนามบินทหารและขึ้นเครื่องกลับทันที โดยไม่อยู่รอดูผลงานของตัวเองก่อน
       ระเบิดทำงานตรงตามเวลาที่กำหนดคือเวลา 12.42 น. แรงระเบิดทำให้ห้องกระจัดกระจายถล่มเละหมด ส่วนฮิตเลอร์ล้มลงหมดสติไป แต่เขาโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแต่แผลไฟไหม้และหูดับไปชั่วขณะเนื่องจากเสียงระเบิดดังสนั่นใกล้ตัวเขา และฮิตเลอร์ยังสามารถกล่าวปราศรัยทางวิทยุต่อหน้าประชาชนได้หลังเกิด เหตุการณ์นั้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น  ส่วนคนอื่นๆ ในห้องนั้นล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส

       (http://)(http://www.mx7.com/i/9cd/9He9EJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z34gf2VOxSRlFyRi)(http://[img]) (http://www.mx7.com/i/e17/wCuT2a.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z34h6dK753MPXNN3)
                           ห้องประชุมที่โดนระเบิดและกางเกงฮิตเลอร์ที่ใส่วันั้น ( รอดอีกแล้วครับท่าน  :II )

                 ความเชื่อมั่นของพันเอกชเตาเฟนแบร์กที่ว่า ฮิตเลอร์ตายแล้ว กับข้อความที่ถูกแจ้งมาว่า "มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ฟูห์เรอร์ยังมีชีวิตอยู่" โดยไม่มีอะไรยืนยัน ทำให้พันเอกชเตาเฟนแบร์กตัดสินใจออกคำสั่งไปยังผู้บัญชาการกองทัพระดับ ภูมิภาคทุกนายว่า "ฮิตเลอร์ตายแล้วและกองทัพบกกำลังเข้ายึดอำนาจควบคุมรัฐ เจ้าหน้าที่พรรคนาซีและผู้บัญชาการหน่วยเอสเอสทุกคนต้องถูกจับกุม" นั่น เท่ากับเป็นการแสดงตัวว่าเขาคือผู้วางระเบิดลูกนั้น ขณะที่ฮิตเลอร์โทรฯ ไปหาโยเซฟ เกิบเบลส์ รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาการพร้อมกับบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อพันเอกสเตาเฟนแบร์กส่งนายพลแอร์นสท์ เรเมอร์มาจับกุม เกิบเบลส์จึงแจ้งคำสั่งของฮิตเลอร์ที่ให้เรเมอร์ควบคุมกรุงเบอร์ลินและนำ ความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา โดยตั้งไฮน์ริค ฮิมเลอร์ ผู้บัญชาการหน่วยเอสเอสเป็นผู้บัญชาการกองทัพชั่วคราว พันเอก ชเตาเฟนแบร์ก ถูกจับกุมและถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในเย็นวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ.1944 เย็นวันเดียวที่เกิดการก่อวินาศกรรมนั่นเอง คำพูดสุดท้ายที่เขาตะโกนก้องออกมาก่อนที่กระสุนปืนจะปลิวว่อนทะลุร่างเขาคือ

                                                                            "ขอ ให้เยอรมนีที่ศักดิ์สิทธิ์จงเจริญ"

                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/181/UC7ZrA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z34jZAZcyIGNHQZp)


หลังจากนั้นรัฐบาลนาซีก็ตามจับ และกวาดล้างบรรดากลุ่มที่ร่วมขบวนการนี้ถึง 7,000 คน ในจำนวนนั้นมี 2,000 คนถูกตัดสินประหารชีวิต โดยบางคนถูกแขวนคอตายอย่างช้าๆ โดยใช้สายเปียโน และมีการถ่ายหนังเก็บให้ฮิตเลอร์ดูด้วย และการกวาดล้างกลุ่มต่อต้านยังดำเนินต่อไปจนกระทั้งเยอรมันีแพ้สงครามในอีก เก้าเดือนต่อมา

                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/ce7/L6vIxz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z34IAhysavmcNIPn)

                                                                 ภาพเปรียบเทียบระหว่างนักแสดงและตัวจริง ดูจากหนังได้นะครับเรืองValkyrie ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

เอ้าจบละ ขอบคุณที่อ่านนะครับ  :ss :ds

                     

 

                     


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 18,04, 2016, 18:16:53
 :<>  :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 20,04, 2016, 15:27:15

The Tokarev TT-33 pistol served from 1930 to 1965 with over 1,700,000 produced.

         (http://) (http://www.mx7.com/i/567/EscovG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3lglTM2ibPU7s9h)

         (http://)(http://www.mx7.com/i/b0c/MOWGXt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3l6pqK3aXYUljN8)
       
          เป็นปืนพกม้าใช้ให้กับโซเวียตตั้งแต่สงครามโลกจนถึงยุคสงครามตัวแทน ยืนยงไม่แพ้ 1911 A1

         (http://)(http://www.mx7.com/i/9d0/r2fTl8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3lczzPeRcWJO13n)

         (http://)(http://www.mx7.com/i/ddd/DzzrYU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3lcUuztAEhhK1Iv)(http://)(http://www.mx7.com/i/b12/Ip0DYP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3ld6xQFeeYqyzpK)
         (http://)(http://www.mx7.com/i/db9/ejYDgl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3ldm8UFHMVexkAp)

          ปืนพกโทกาเรฟ ทีที33 คำว่า ทีที ย่อมาจาก ทูล่า,โทกาเรฟ (Tula, Tokarev) โทกาเรฟเป็นปืนพกที่ถือกำเนิดขึ้นจากความต้องการปืนพก ออโตเมติคที่ทันสมัยขึ้นของกองทัพแดง ในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษที่ 1920 โดยปืนที่ว่านี้จะต้องดีกว่าปืนลูกโม่เก่าแบบนากังค์ เอ็ม 1895(Nagant M1895) นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอาวุธปืนให้ทันสมัยตามต่างชาติให้ทัน โดยศึกษาจากของปืนต่างประเทศอย่างเยอรมัน คือเมาเซอร์ ซี96(Mauser C96) เพราะกองทัพแดงชื่นชอบในอำนาจของกระสุน 7.63มม.ของปืนกระบอกนี้ จึงได้ทำการดัดแปลงกระสุนปืน โดยโซเวียตได้ทำการทดสอบปืนพกแบบต่างๆอยู่หลายกระบอกด้วยกัน
จนในปื1930 จึงได้เลือกให้นักออกแบบอาวุธชาวรัสเซีย ฟีดอร์ โทกาเรฟ (Fedor Tokarev) และในระหว่างปี 1930-32 กองทัพแดงก็ได้จัดหาปืนพกใหม่ของโทกาเรฟเป็นจำนวนกว่าพันกระบอก และหลังจากการเรื่มทดสอบในสนามจริงเป็นครั้งแรก ตัวปืนก็ได้รับการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆที่พบให้ดีขึ้น จนในที่สุดก็ได้รุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดคือรุ่น 1933 ซึ่งถูกในเข้าประจำการในช่วงต้นปี 1934 เมื่อสงครามเพื่อมาตุภูมิ(Great Patriotic War) เริ่มต้นขึ้นปืนพกโทกาเรฟก็ถูกเพิ่มยอดการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของ กองทัพ โดยใน ก่อนหน้าวันที่ 22 กรกฏาคม ปี1941 โทกาเรฟได้ถูกผลิตออกมาแล้วกว่า 600,000 กระบอก ในระหว่างสงครามโทกาเรฟถูกผลิตออกมาเรื่อยๆจนยอดลดลงในปี 1946 เนื่องจากโซเวียตต้องการปืนที่ผลิตง่าย รวดเร็ว และคุ้มทุนกว่าโทกาเรฟ จนในช่วงราวๆปี 1952 ปืนพกโทกาเรฟถูกแทนที่ ด้วยปืนพกที่ทันสมัยกว่าแบบใหม่ นั้นคือปืนพก 9มม. แบบมาคารอฟ พีเอ็ม (Makarov PM) อย่างไรก็ตามโทกาเรฟก็ยังคงถูกใช้อยู่ในกองทัพแดง ไปจนถึงช่วงหลังทศวรรษที่ 1960 และยังถูกใช้กับตำรวจโซเวียตในช่วงหลังทศวรรษที่ 1970 ในระหว่างช่วงท้ายทศวรรษที่ 1940 และทศวรรษที่ 1950 โซเวียตได้ให้กรรมสิทธิ์การผลิตปืนพกโทกาเรฟ ในกลุ่มประเทศพันธมิตรใหม่นั้นคือ
 กลุ่มวอร์ซอแพ็ค(Warsaw pact) โดยใช้กระสุนแบบ 7.62x25 มม.ให้เหมือนกันทุกๆประเทศเพื่อให้ง่ายแก่การส่งกำลังบำรุงยามเกิดสงคราม โดยมีทั้งโทกาเรฟของแท้และรุ่นที่พัฒนาต่อจากโทกาเรฟ ดังนี้
- จีนแผ่นดินใหญ่ ได้ผลิต(และก็อป)ปืนตระกูลโทกาเรฟออกมา มากมายโดยเฉพาะของนอริงโก้ ได้แก่ ไทป์51,ไทป์54,เอ็ม20 และที ยู-90
- โปแลนด์และฮังการี่ได้ผลิตโทกาเรฟที่ใช้กระสุน 9x19 มม. พาราเบลลั่ม แทนกระสุนแบบดั้งเดิม นั้นคือรุ่นเอ็ม 48
- อียิปต์ โทกาเรฟเวอร์ชั่นสำหรับอียิปต์ เรียกว่าโทกายิปต์ 58 (Tokagypt 58) ซึ่งถูกใช้โดยตำรวจอียิปต์อย่างกว้างขวาง
- ยูโกสลาเวีย ผลิตโทกาเรฟของตัวเองได้แก่ เอ็ม57,เอ็ม65 และ เอ็ม70เอ
- เกาหลีเหนือ ผลิตโทกาเรฟของตัวเองใช้ชื่อว่า ไทป์68 หรือ เอ็ม68
- โรมาเนีย ก็อปฯไปทั้งดุ้นแต่ใช้ชื่อว่า ทีทีซี หรือ คูเกอร์ โทกาเรฟ(Cugir Tokarov)
จะเห็นว่าปืนโทกาเรฟที่ผลิตโดยกลุ่ม ประเทศพันธมิตรของโซเวียต จะใช้ทั้งกระสุน 7.62x25 มม.ที่เป็นของโทกาเรฟดั้งเดิม และกระสุน 9x19 มม พาราเบลลั่ม กับ 9x21 มม.ลูเกอร์ ที่นิยมใช้ในหมู่ประเทศตะวันตก และอดีตเยอรมัน ในเวียดนามโทกาเรฟถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน กองทัพเวียดมินห์ระหว่างรบกับ ฝรั่งเศสเป็นต้นมา มักใช้ในนายทหารเวียดนามเหนือในระหว่างสงครามเวียดนาม
ปืนพกโทกาเรฟนับเป็นปืนพกที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น สงครามโลกครั้งที่สอง,สงครามเกาหลี และในสงครามเวียดนาม นับเป็น ปืนพกที่เป็นตัวแทนของฝ่ายคอมมิวนิตส์เลยทีเดียว การใช้งานน่าจะเรียกได้ว่าใช้กันเกือบทั่วโลก มันถูกยอมรับว่าเป็นปืนที่มีระยะหวังผลดี ใช้งานง่าย และมีอำนาจทะลุทะลวงสูง แต่มันเป็นปืนที่ไม่มีเซฟตี้ติดอยู่แบบปืนทั่วไปที่ชาวบ้านเค้าสร้างกัน แต่การเซฟจะใช้วิธีลดนกปืนลง ครึ่งหนึ่งแทน ระบบการทำงานคล้ายกับปืนพกของเบาวนิง(Browning) เพราะยืมมาจากปืนพก โคล์ทเอ็ม1911 ที่เอามาจากปืนเบาวนิงอีกที ปืนพกโทกาเรฟยิงด้วยระบบปฏิบัติการ SINGLE ACTION ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในความแม่นยำของกระสุนปืนในการ ยิงได้สูงขึ้นรวมไปถึงเเรงสะท้อนที่น้อยมากแบบเป็นธรรมชาติด้วยนั้นเอง จึงยิงซ้ำนัดได้เร็ว เเละยิงได้นิ่งมาก เป็นปืนพกที่มีขนาด เล็ก กะทัดรัด พกพาได้สะดวกสำหรับ
พกซ่อนโดยเฉพาะ แต่ข้อเสียของมัน คือ อำนาจในการหยุดยั้งข้าศึกค่อนข้างต่ำ และยังบรรจุกระสุนได้น้อย แต่ก็เป็นปืนพกที่มีความแม่นยำและความน่าเชื่อถือมากอีกกระบอกหนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์สำหรับพกซ่อนโดยเฉพาะ


            (http://)(http://www.mx7.com/i/a3e/6yZDJV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3ldwMh8de8pv1UC)(http://www.mx7.com/i/ba5/CvYVsl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3ldKft2ZhBb9RNr)

สวัสดียามบ่ายวันพุธครับ
         


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 20,04, 2016, 16:16:59
มาถึงโซเวียตก็เลยนึกถึงวีรบุรุษสงครามของกองทัพแดงนายหนึ่งซึ่งโด่งดังจนสร้างเป็นภาพยนต์ที่อีตาจูดรอว์แสดงในเรื่อง  Enemy at the gates
 เขาคือ  Vasily Zaitsev ร้อยเอก วาสิลี ไซเซฟ (242 ศพ)

           (http://)(http://www.mx7.com/i/bf2/ggFqoF.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3ljrkijpTkV15kF)

 เป็นเรื่องพลซุ่มยิงครับ.... พลซุ่มยิงนั้นมีบทบาทตั้งแต่การรบยุคสงคราม ปฏิวัติในอเมริกาโดยอเมริกาได้ใช้ตั้งแต่สงครามกลางเมือง ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ปี 2547
จากความสงสัยของคนหลายๆ คนเกี่ยวกับความแ่ม่นของพลเรือนกับทหาร ใครแม่นกว่ากันใครเก่งกว่ากัน บางครั้งทหารก็ไม่ได้เก่งกว่าพลเรือนเสมอไป
ขนาดครูสอนเหล่าซุปเปอร์สตาร์สไนเปอร์ยังต้องสิ้นชีพให้กับพลเรือนธรรมดาที่ถูกเกณฑ์ทหารเข้ามาอย่างอีตา Vasily Zaitsev เรียนที่โรงเรียนสไนเปอร์ที่ไหน เขาเรียนจากปู่เขาออกล่าสัตว์ตามมีตามเกิดแต่คนมันมีพรสวรรค์..ทำไงได้  :II  เรื่องของ Vassili Zaitsev ถูก ตีพิมพ์ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ กองทัพแดง (ประชาสัมพันธ์สร้างขวัญกำลังใจ) จนถึงหูนายพล ประชากรในสตาลินกราดต่างๆ และไม่นานก็ถึงหู สตาลิน(ผู้นำรัฐเซีย) ทำให้เขาได้เลื่อนยศ และ เข้าทีมเป็น พลซุ่ม ทำให้กองทัพนาซี เสียขวัญ ทหารทั้งกองพันไม่สามารถรุกคืบหน้าผ่านซากสลักหักพังของตึกเมืองสตรานินกราด (ก็พวกนาซีนั้นแหละถล่มซะพังจนเป็นที่ซ่อนตัวของพวกแม่นปืนกองทัพแดง )พวกนาซี เลยต้องส่ง พันตรีThorwaldพลซุ่มยิงมือดีที่สุดของกองทัพนาซีซึ่งเขาเป็นอาจารย์จากโรงเรียนพลซุ่มยิง เดินทางตรงมาจากกรุงเบอร์ลิน มาจัดการ Vassili

           (http://)(http://www.mx7.com/i/558/moyuwK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3lqWMnLJF4CMh06)
           ปืนที่ Vassili Zaitsev ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ในพิพิทธภัณฑ์ในโซเวียต

วีรกรรมของ Vassili Zaitsev เกิดขึ่นครั้งแรกเพราะ เขาเป็นมือ1ในพลแม่นปืน ในสงครามที่ สตาลินกราด เนื่องสภาพกองทัพนาซี ถล่มอย่างไม่หยุดยั้ง จนทำให้ขวัญทหารของโซเวียตในตอนนั้นขวัญผวาจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาสร้างขวัญกำลังใจเหล่าทหารหาญสิ่งที่เขาทำนั้นคือ ต้องสร้างวีระบุรุษ เขาได้สร้างวีรกรรม โดยการซุ่มยิงทหาร นาซี 5 คน ต่อหน้า หัวหน้ากอง พิมพ์หนังสือพิมแห่งกองบัญชาการ (ดูหนังนะครับ  Enemy at the gates )

            (http://)(http://www.mx7.com/i/507/7rnqFp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3lovLreWbdvsGPM)
            อีตาจูดลอร์วแสดงเป็น Vassili Zaitsev

   และเหตุการณ์ในครั้งนั้น เรื่องของ Vassili Zaitsev ถูก ตีพิมพ์ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ จนถึงหูนายพล ประชากรในสตาลินกราดต่างๆ และไม่นานก็ถึงหู สตาลิน(ผู้นำรัฐเซีย) ทำให้เขาได้เลื่อนยศ และ เข้าทีมเป็น พลซุ่มและเป็นไปตามคาดการณ์ เราสร้างวีระบุรุษ เพื่อปลุกขวัญกำลังใจ ว่าเราจะชนะนาซี ประเทศของเรากำลังจะชนะพวกเขา

            (http://)(http://www.mx7.com/i/b8a/t7nu0B.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3lpfQFTNIcD0HpY)
             Vassili Zaitsev ในสมรภูมิจริง 1942 Stalingrad

วาสลี่ ไซเซฟ มีสถิติสังหารทหารเยอรมันถึง 225 ศพ โดย 10 วันแรก สามารถยิงได้ถึง 40 ศพ ( แงละซี่ทหารเยอรมันออกเยอะขนาดนั้น  :ss )
ทำให้ชาวนาซี ถึงกลับขวัญผวาบ้าง

             (http://)(http://www.mx7.com/i/ab2/H7jSi7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3lq5Xy9u6SW3yPZ)

ทำให้กองทัพนาซี เสียขวัญ พวกนาซี เลยต้องส่ง พันตรีThorwald(ในแฟ้มของทางรัสเซียใช้ชื่อ Keonig พลซุ่มยิงมือดีที่สุดของกองทัพนาซีซึ่งเขาเป็นอาจารย์จากโรงเรียนพลซุ่มยิง เดินทางตรงมาจากกรุงเบอร์ลิน มาจัดการ Vassili   

             (http://)(http://www.mx7.com/i/d0a/FTg6JX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3lrwWdkEUO51Uap)
             ภาพดูจากหนัง
           
คนที่สอนคนอื่นผู้ที่ถูกฝึกฝนมาอย่างชำนาญและเชี่ยวชาญในการยิงปืนระยะไกล โดยทำหน้าที่ยิงเพื่อหวังผลในการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้าศึกจากระยะไกล รวมถึงต้องมีการอำพรางตัวเพื่อไม่ให้ข้าศึกรู้ตัวระหว่างซุ่มยิงอีกด้วยเป็นบรมครูด้านการซุ่มยิงของอาณาจักรไรซ์ท่ี 3 กำลังไล่ล่า Vassili แต่กลับเป็นว่าต้องมาเป็นเหยือใหักับวาสลีย์นักแม่นปืนบ้านนอก ใน 6 เดือนต่อมา พันตรีThorwald  ก็ถูกวาสลีย์ปลิดชีพ โดยการดวลสไนเปอร์แค่วินาทีเดียวเท่านั้นของ เก้า จิรายุ วินาทีเดียวเท่านั้นกระสุนสังหารก็พุ่งเป้าไปยังเป้าหมายด้วยความแม่นยำ  :"""
        จากผลงานการยิง เมื่อสิ้นสงครามพิสูจน์ได้ว่าเขาสังหารข้าศึกไปถึง 400 ศพ ถึงแม้จะมีการถกเถียงกันว่าน่าจะแค่ 280 ศพเท่านั้น ว่ากันว่า Vassili Zaitsev ซุ่มยิง
นายทหารเยอรมันและสังหารไปได้ 242 นาย ผีมือแม่นปืนของเขาเป็นตำนานจนถึงขนาดเป็นที่กล่าวขานว่าในจำนวน 242 ศพที่สังหารไปนั่น เซทเซฟใช้กระสุนปืนไป
เพียงแค่ 243 นัด แม่นขนาดเด้อ

ก็อ่านกัน งงกันบ้างก็อย่าถือสา ขนาดคนพิมพ์ยังงงเลย  :ss :ds


         


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ขาว เมืองชล รักพ่อหลวง ที่ 20,04, 2016, 20:12:48

...ชอบครับ ขอบคุณมากครับ... :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ThE-Bo$$-{YaLa} ที่ 21,04, 2016, 09:29:36
ขรึม  ขลัง  และเรียบง่าย

                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/98a/prc5LQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21Q0ppdFJaS2m7N)
                                                           
                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/113/jeBIT5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21QkYaM7nfTocbz)
                                                           
                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/511/lX5g2c.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21Qx1rXLaPnjETD)

   
                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/17d/NuNMWq.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21QGASnpSFsU6Dv)

สวัสดีวันอาทิตย์ครับ  :ds

  :e :e :e  คุ้นๆจัง...อิๆๆๆ   :qq :qq :qq


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 21,04, 2016, 09:43:04
สวัสดีเช้าวันพฤหัสบดีครับ...วันนี้มานั้งอ่าน (ฝึกความอดทน  :ss กันอีกนะครับ ) วันนี้เป็นเหตุการณ์ในช่วงสงครามเวียดนาม..ในตอน..

40 กว่าปีผ่านไป การสังหารหมู่ “หมีลาย” 

         หลังจากเวลาผ่านพ้นไปกว่า 40 ปี นายทหารแห่งกองทัพสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินจำคุกกรณีสังหารชาวเวียดนามที่หมู่บ้านหมีลาย (My Lai) ได้กล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ
       
       กว่าสี่ทศวรรษที่ผ่านมา นายทหารผู้นี้ปฏิเสธที่จะพูดถึงเหตุการณ์เศร้าสะเทือนใจคนทั้งโลกนี้มาตลอด
       
       “ไม่มีวันใดสักวันที่ผ่านไปโดยที่ผมไม่ได้รู้สึกเศร้าสลดใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นที่หมีลายในวันนั้น” อดีต ร้อยโทวิลเลียม แคลลีย์ (William Calley) กล่าวระหว่างปราศรัยที่สโมสรคิวานิส (Kiwanis Club) แห่งเกรตเทอร์โคลัมบัส (Greater Columbus) มลรัฐจอร์เจีย (Georgia)
       
       “ผมรู้สลดใจต่อชาวเวียดนามที่ถูกสังหาร ต่อครอบครัวของพวกเขา ต่อทหารอเมริกันที่เกี่ยวข้องและครอบครัวของพวกเขา ผมเสียใจเป็นอย่างมาก” ร.ท.แคลลีย์กล่าวเมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) แต่เนื่องจากความเข้มงวดเกี่ยวกับผู้ฟังทำให้คำปราศรัยของเขาถูกเก็บเอาไว้ไม่เป็นที่รูจัก จนกระทั่งวันเสาร์
       
       เท่าที่มีการบันทึกนั้น กว่า 40 ปี ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ถึงวันที่ถูกสั่งฟ้อง วันที่ถูกศาลทหารสั่งจำคุก ในระหว่างถูกจำคุก และหลังได้รับการปล่อยตัว หมวดแคลลีย์ยังไม่เคยปริปากให้สัมภาษณ์ใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

  กรณีสังหารหมู่หมีลายเกิดขึ้นวันที่ 16 มี.ค.2511 ในเขตหมู่บ้านชื่อเดียวกันของเวียดนามใต้ในอดีต ซึ่งได้สร้างความแค้นเคืองให้กับผู้คนทั้งโลก และยังส่งผลทำให้สงครามเวียดนามสิ้นสุดเร็วยิ่งขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้การทำสงครามในเวียดนามได้รับการสนับสนุนน้อยลง
       
       เรื่องราวโดยสังเขป ก็คือ ในวันเกิดเหตุ กองร้อยลาดตระเวน “ชาร์ลี” (Charlie) ที่นำโดย ร.ท.แคลลี ได้ฝ่าดงกับระเบิดของกองโจรคอมมิวนิสต์เวียดกงเข้าไปถึงหมู่บ้านหมีลาย ในปฏิบัติการ “ค้นหาและทำลาย” (Search and Destroy Operation)
       
       ตามบันทึกของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หมวดแคลลีย์ ได้สั่งให้ทหารเข้าไปในหมู่บ้านและยิงทุกคนที่เห็น แม้จะไม่มีรายงานการยิงโต้ตอบก็ตาม (คงเกิดสภาวะเครียดทางจิตใจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ GI หาทางออกโดยการใช้กัญชาบำบัด )

         (http://)(http://www.mx7.com/i/c83/JxRS9a.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3qYkJGdHEwnCdIB)

 ตามรายงานของผู้เห็นเหตุการณ์ มีชายชราหลายคนถูกแทงจนเสียชีวิตด้วยมีดปลายปืน เด็กๆ และผู้หญิงที่นั่งคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตถูกยิงเข้าที่ด้านหลังศีรษะ และ มีเด็กหญิงถูกข่มขืนอย่างน้อย 1 คน ก่อนจะถูกสังหาร
       
       ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวอีกว่า ร.ท.แคลลี ได้ไล่ให้ชาวบ้านจำนวน 170 คน ลงไปรวมกันในคูน้ำแห่งหนึ่ง ก่อนจะรัวกระสุนปืนกลปลิดชีวิตทุกคน
       
       จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการถกเถียงกันเกี่ยวกับจำนวนผู้ที่ถูกสังหารในเหตุการณ์ แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ประมาณว่าจะอยู่ระหว่าง 374-504 คน
       
       เรื่องราวอันน้าเศร้าสลดใจนี้ยังไปไม่ถึงชาวอเมริกันในสหรัฐฯ จนกระทั่งเดือน พ.ย.2512 หรือเกือบ 2 ปีต่อมา เมื่อนักข่าวชื่อ ซีมัวร์ เฮิร์ช (Semour Hersh) เขียนรายงานเหตุการณ์จากการบอกเล่าของ รอน ไรเดนอาวร์ (Ron Ridenhour) ทหารผ่านศึกเวียดนาม ที่ได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ ที่หมู่บ้านหมีลายจากทหารหน่วยชาร์ลีอีกคนหนึ่ง
       
       และก่อนที่ ไรเดนอาวร์ จะเปิดเผยเรื่องนี้กับเฮิรช เขาได้เรียกร้องให้รัฐสภาสหรัฐฯ ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหม สอบสวนเรื่องนี้ 2 เดือนก่อนจะมีการตีพิมพ์รายงานของนักข่าวสาว
       
       เพนตากอนได้สั่งสอบสวนกรณีสังหารหมู่ที่บ้านหมีลาย และ ในที่สุดก็ได้ส่งฟ้องหมวดแคลลี่ในเดือน ก.ย.2532 ข้อหาฆาตกรรม

                (http://)(http://www.mx7.com/i/e72/hKz9hJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3qZ3KYPIr04FUtm)
                (http://)(http://www.mx7.com/i/acb/gJJ2gX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3qZjI1wtzNy8EkZ)
                 (http://)(http://www.mx7.com/i/5ae/PSzCyX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3qZzF4deI4cWFQl)

      ภาพที่ชาวบ้านนอนล้มตายมากมายก่ายกอง เป็นหนึ่งในบรรดาภาพอันโหดร้ายรุนแรงที่ช็อกคนทั้งโลก ไม่ต่างจากภาพ “นาทีชีวิต” ที่นายตำรวจกรุงไซ่ง่อนคนหนึ่งใช้ปืนพกยิงเข้าที่ศีรษะของผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นพวกเวียดกงตรงริมถนน ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อย หรือ ภาพ “หนูน้อยนาปาล์ม” กับเด็กๆ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งวิ่งหนีการทิ้งระเบิดเพลิงด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวสุดขีด

                (http://)(http://www.mx7.com/i/c2f/g5kKOc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r05V8h2zGg2r7Q)(http://)(http://www.mx7.com/i/a09/Nwanc7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r0hCqMoKuBvvWw)(http://)(http://www.mx7.com/i/cbc/zYjpYa.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r0xduMSfEylg4l)

                 (http://)(http://www.mx7.com/i/112/YhOvw7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r1lcuWRdHjwDYf)(http://)(http://www.mx7.com/i/1e3/CLIXc4.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r1PGFBfaV780I7)

                  เหยื่อสังหารหมู่เกือบทั้งหมดเป็นหญิงสูงอายุกับเด็กๆ เหตุเกิดขณะที่คนหนุ่มสาวกำลังทำงานในนาข้าว เพราะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูหนาว

 เมื่อกรณีสังหารหมู่หมีลายเผยแพร่ออกไป ก็ได้ทำให้ขบวนการต่อต้านสงครามเวียดนามในสหรัฐฯ ที่กำลังคุกรุ่นอยู่แล้ว ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง นักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพจากทั่วโลกได้ตื่นตัวขึ้นเป็นพลังหนุนเนื่อง
       
       การสังหารหมู่ที่บ้านหมีลายยังได้ทำให้เกิด “วีรบุรุษสงคราม” ขึ้นมา 3 คน คือ ร.ท.ฮิวจ์ ทอมป์สัน (Hugh Thompson) นักบินเฮลิคอปเตอร์ กับลูกเรืออีก 2 คน ที่ผ่านไปเห็นเหตุการณ์ทหารกองร้อยชาร์ลีกำลังสาดกระสุนเข้าใส่ชาวบ้าน

                  (http://)(http://www.mx7.com/i/ada/5ZPlUC.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r2JlkFLksK1Yfv)(http://)(http://www.mx7.com/i/507/Z3W8mz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r5ntur3mrACfEW)

                   หมวดทอมป์สัน "วีรบุรุษสงคราม" ที่มีอยู่จริง แต่เวลาล่วงเลยมาอีก 30 ปี เสียงสดุดีจึ่งดังขึ้น ก่อนหน้านั้นเขาถูกขู่ฆ่า โดนดูถูกเหยียดหยาม กระทั่งถูกประณามเป็นคนไม่รักชาติ เป็นผู้ทรยศต่อชาติ

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/967/2WqfKn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r3h1jsHA4mUyHE)

                    (http://)
(http://www.mx7.com/i/979/Pn9A73.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r3vyrqknF7Jurm)(http://)(http://www.mx7.com/i/16f/UYn4kr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r3JJAHFDm3104O)(http://)(http://www.mx7.com/i/552/lbFt3M.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3ra4S128SbLDgI4)
       
       นายทหารนักบินกองทัพบกผู้นี้ตัดสินใจนำ ฮ.ร่อนลงขวางทางปืนเอาไว้ เพื่อให้ทหารราบที่กำลังบ้าคลั่งยุติการเข่นฆ่า จากนั้นจึงผู้หมวดทอมป์สันได้นำชาวบ้านที่ยังรอดชีวิตอยู่หยิบมือหนึ่งออกจากที่เกิดเหตุ และรายงานเหตุการณ์สังหารหมู่ถึงผู้บังคับบัญชา และต่อมาก็ได้เป็นประจักษ์พยานในการสอบสวนหาผู้กระทำผิด
       
       แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น หมวดทอมป์สันกับทีม ถูกกล่าวประณามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จำนวนหนึ่ง ได้รับจดหมายข่มขู่เอาชีวิต กระทั่งมีผู้นำซากสัตว์ที่ถูกฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณไปวางเอาไว้ถึงประตูบ้าน เป็นการข่มขู่และแสดงความอาฆาตมาดร้าย
       
       30 ปีต่อมา “วีรกรรม” ของหมวดทอมป์สันกับทหารชั้นประทวนอีก 2 นาย จึได้รับการดุดีจากชาวอเมริกัน

เรื่องราวไม่จบลงแค่นั้น การสังหารหมู่ที่หมีลายเป็นกรณีที่สะเทือนจิตวิญญาณและความรู้สึกของวิญญูชนในสหรัฐฯ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างหนักระหว่าง “พวกใช้สมอง” กับ “พวกใช้กำลัง” ในกองทัพ เกิดการดูถูกดูแคลนระหว่างทหารที่จบจากโรงเรียนนายร้อย กับพวก “ฮาร์วาร์ด” หรือ นายทหารสัญญาบัตร “ปัญญาชน” ที่เรียนสำเร็จจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วไป
       
       หลายฝ่ายกล่าวว่า ถ้าหากให้ “พวกฮาร์วาร์ด” บัญชาการที่หมีลาย ก็อาจจะไม่เกิดการสังหารหมู่สะเทือนขวัญขึ้นมา
       
       สำหรับหมวดแคลลีย์นั้นความจริงก็เคยเป็น “พวกฮาร์วาร์ด” แต่ได้พักการเรียนจากวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยในช่วงสงคราม จนสำเร็จการศึกษาจากฟอร์ตเบ็นนิง (Fort Benning) รัฐจอร์เจียเมื่อปี 2510 และ เดินทางไปศึกในเวียดนามเกือบจะทันที
       
       เขาให้การว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นนายทหารยศร้อยเอกให้สังหารทุกคนที่พบในหมู่บ้านหมีลายอย่างไรก็ตาม ศาลทหาร กล่าวว่า มีหลักฐานภาพถ่ายและประจักษ์พยานอย่างเพียงพอที่จะเอาผิดกับ ร.ท.แคลลีย์ เพียงผู้เดียว

                (http://)(http://www.mx7.com/i/12d/U8QQbV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r4IHW0rxlwego5)

                หมวดแคลลีย์ขณะถูกควบคุมตัวขึ้นศาล

                (http://)(http://www.mx7.com/i/5e3/NPywV0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r66QLJlI6OwwPf)(http://)(http://www.mx7.com/i/cbc/EB01aX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r6h89vzyQLktr1)

                  ปัจจุบันที่หมู่บ้านเซินหมี (Son My) ใน จ.กว๋างหงาย (Quang Nghai) มีพิพิธภัณฑ์เล็ก เอาไว้กระตุ้นจิตสำนึกของผู้คน และมีอนุสรณ์สถานซึ่งหลายปีมานี้บรรดานักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่ไปเยี่ยมชม ยังรวมทั้งสมาชิกครอบทหารอเมริกันที่มีส่วนร่วมในการสังหารหมู่ด้วย ฆาตกรมือเปื้อนเลือดจากบ้านหมีลายถูกศาลทหารตัดสินจำคุกตลอดชีวิตปี 2512 โดยให้กักบริเวณในบ้านพัก แต่ในปี 2517 ก็ได้รับการอภัยโทษ หลังจากได้ยื่นอุทธรณ์หลายต่อหลายครั้งผู้กระทำผิดเพียงคนเดียวในคดีนี้ได้รับการปล่อยตัวในเดือน พ.ย.2518 หลังสงครามเวียดนามยุติสุดลงในเวียดนาม กรณีสังหารหมู่หมีลายมักจะได้ยินในอีกชื่อหนึ่ง คือ "เหตุการณ์สังหารหมู่ที่เซินหมี" (Son My) อันหมายถึงหมู่บ้านที่อยู่ติดกับหมีลาย ที่มีคนถูกยิงตายมากที่สุด แต่สำหรับกองทัพสหรัฐฯ เรียกที่นั่นว่า พิงค์วิลล์ (Pinkville) หรือ “หมู่บ้านสีชมพู” ซึ่งหมายถึงหมู่บ้านในเขตที่มีการแทรกซึมของกองโจรเวียดกงนั่นเอง
       
       หลังเกิดเหตุการณ์รัฐบาลเวียดนามใต้ได้ทำลายหลักฐานสำคัญไปหลายอย่าง ในความพยายามปิดบังอำพรางเหตุการณ์ หวังจะไม่ให้แพร่งพรายออกไปสู่โลกภายนอก
ปัจจุบันหมู่บ้านหมีลายกับเซินหมี อยู่ในท้องที่ จ.กว๋างหงาย (Quang Nghai) ในภาคกลางของเวียดนาม หลังครามสงบลงมีการสร้างอนุสรณ์สถานการสังหารหมู่ขึ้นที่นั่น และหลายปีมานี้มีชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยเดินทางไปรำลึกอดีตในนั้นรวมทั้งสมาชิกครอบครัวของเหล่าทหารที่อยู่ในเหตุการณ์สังหารหมู่ด้วย
       
                                                           (http://)(http://www.mx7.com/i/abc/2Xkh3P.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3r8EBjdxe04kvI8)

                                                           ภาพสุดท้ายไม่มีคำบรรยายครับ  :!  สวัสดี

           


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ruang036 ที่ 21,04, 2016, 09:46:13
สุดยอดจริงๆ..กับข้อมูลด้านประวัติศาสตร์สงคราม.. :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: yah&yim ที่ 21,04, 2016, 10:13:58
ชอบมาอ่านประวัติศาสตร์ครับ :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 21,04, 2016, 10:40:40
 :e :e :e  คุ้นๆจัง...อิๆๆๆ   :qq :qq :qq

สงสัยกระบอกนี้อยู่แถวใต้ไหมพี่  :ss :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ตาลโตนด ที่ 21,04, 2016, 11:31:14
ขรึม  ขลัง  และเรียบง่าย

                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/98a/prc5LQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21Q0ppdFJaS2m7N)
                                                           
                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/113/jeBIT5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21QkYaM7nfTocbz)
                                                           
                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/511/lX5g2c.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21Qx1rXLaPnjETD)

                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/17d/NuNMWq.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z21QGASnpSFsU6Dv)

สวัสดีวันอาทิตย์ครับ  :ds

หาดูชมได้ยาก วาสนาของผู้ครอบครอง


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: กุ๊ก เมืองประจวบฯ ที่ 21,04, 2016, 12:41:45
 :e :e :e  คุ้นๆจัง...อิๆๆๆ   :qq :qq :qq
จะมีวาสนาได้แบบนี้สักตัวไม่หนอ... :H


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: Viengping 9 ที่ 21,04, 2016, 14:56:52
สวยคลาคสิค  ตลอดกาล  ชอบ ชอบครับท่าน :> :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 22,04, 2016, 08:09:28

  At Remington Rand assembled pistols from components left over whhen the WW2 contracts expired and gave them to employees and such as gifts.

  เรมิงตัน แรนด์ ประกอบปืนขึ้นจากชิ้นส่วนที่เหลือเมื่อสัญญา WW2 หมดอายุุลง และมอบปืนเหล่านี้เป็นของขวัญให้กับพนักงาน  :H

     (http://)(http://www.mx7.com/i/b88/2Kfcwf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yJrMUw96mMXalo)

     (http://)(http://www.mx7.com/i/c11/iqPc1M.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yJD8eldHjpAs0m)

     (http://)(http://www.mx7.com/i/50d/5N0Qla.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yJMlG4AO4KyN8O)


     สวัสดีวันศุกร์ครับ อากาศร้อนขึ้นทุกวันผู้ที่ต้องออกทำงานนอกบ้านก็ระมัดระวังสุขภาพกายและใจด้วยนะครับ ดื่มน้ำบ่อยๆ สู้กับปัญหากันต่อไป  :ss :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ThE-Bo$$-{YaLa} ที่ 22,04, 2016, 09:11:09
สงสัยกระบอกนี้อยู่แถวใต้ไหมพี่  :ss :ds

    อิๆๆ... :e :SSC :e


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 22,04, 2016, 09:29:35
     วันนี้มานั้งอ่านเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นใกล้ๆ บ้านเราและไม่นานเท่าไร นั้นคือเรื่องของ ตี๋ใหญ่ตบหัวตี๋เล็ก  :ss (ในอีกแง่มุมหนึ่ง ย้ำ อีกแง่มุมหนึ่ง เท่านั้น  :ss )

สงครามสิบหกวันหรือสงครามจีน-เวียดนามเกิดขึ้นในปี 1979 เป็นสงครามที่เกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้นๆแต่รุนแรงขอ งจีนที่พึ่งกลายเป็นมหาอำนาจสดๆ กับเวียดนาม ประเทศเล็กพริกขี้หนูจอมท้าทาย มีสาเหตุมาจากเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน สาเหตุที่เรียกว่าสงครามสิบหกวันก็เนื่องมาจากสงคราม ครั้งนี้กินเวลาเพียงแค่ 16 วันเท่านั้น แต่ถึงแม้จะกินเวลาไม่นานนัก แต่การรบนั้นดุเดือดเลือดพล่านและจำนวนคนตายมากกว่าส งครามที่กินระยะเวลานานๆบางครั้งซะอีก ป.ล. อันที่จริงสงครามนี้มีอยู่หลายชื่อ เช่น สงครามสั่งสอน สงครามอินโดจีนครั้งที่ 3 เป็นต้น อย่างที่บอกไปนั่นแหละครับ สาเหตุมันซับซ้อน ดังนั้นผมจะขอเล่ามาตั้งแต่ต้นตอเลยนะครับ
กรณีพิพาทของจีนกับรัสเซีย
   
    ในช่วงแรกของสงครามเย็นนั้น จีนกับรัสเซียเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ไม่ว่ารัสเซียจะก่อสงครามตัวแทนขึ้นที่ไหน ไม่ว่าจะที่เกาหลีหรืออียิปต์ จีนก็จะไปช่วยเสมอ
แต่ทว่าในปี 1963 เมื่อรัสเซียมีปัญหากับอเมริกาเรื่องวิกฤตการณ์นิวเค ลียร์ในคิวบา แต่จีนกลับไม่ยอมไปช่วยซะงั้น รัสเซียจึงถอนการสนับสนุนทุกเรื่องที่มีต่อจีน แต่แล้วสงครามเวียดนามก็ดันเกิดขึ้นซะก่อน รัสเซียจึงจำเป็นต้องใช้จีนเป็นทางผ่านในการขนอาวุธไ ปให้เวียดนามสู้กับอเมริกา จีนจึงถือโอกาสนี้ยักยอกอาวุธของรัสเซียซะเลย แต่รัสเซียก็ไม่ได้โง่ มีเช็กยอดปลายทาง เมื่อรัสเซียรู้เข้าจึงเรียกจีนไปคุยแต่ก็ตกลงกันไม่ ได้ รัสเซียจึงหันไปใช้วิธีขนอาวุธให้เวียดนามทางเรือแทน โดยใช้ท่าเรือไฮฟองนอกชายฝั่งฮานอยเป็นแหล่งขนถ่ายอาวุธขนาดใหญ่ในปี 1969 สถานการณ์ความบาดหมางของจีนกับรัสเซียทวีขึ้นถึงขีดส ุด เมื่อทหารจีนซุ่มยิงทหารรัสเซียตายที่ชายแดนระหว่างจ ีนกับรัสเซีย ทั้งสองฝ่ายจึงขนทหารเป็นล้านไปยืนประจันหน้ากันที่ช ายแดน ออกโรงรบกันจนทหารเสียชีวิตไป 800 นาย แต่สุดท้ายต่างฝ่ายต่างก็ต้องถอยกลับมาเพราะมีอาวุธน ิวเคลียร์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย (ภาพล่าง) ทหารจีนเอาหมวกทหารรัสเซียที่ยิงได้มาโชว์

             (http://)(http://www.mx7.com/i/ce6/IE0Vqy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yP0Ie63kRFGb1S)

      ด้วยเหตุนี้อเมริกาจึงชักชวนจีนเข้าร่วมเป็นพันธมิตร เปิดสถานทูตมะกันในจีน บอยคอตไต้หวันซะเลยเวียดนาม - แผนสหพันธรัฐอินโดจีน ปี 1975 เวียดนามเหนือรบชนะอเมริกาในสงครามเวียดนามและรวมแผ่นดินได้สำเร็จ หนำซ้ำยังยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยต่างๆที่ทหารมะกันทิ้งเอาไว้ได้อย่างมากมายจนกลายเป็นชาติที่ Powerfulที่สุดในคาบสมุทรอินโดจีนในสมัยนั้นไปเลย (ภาพล่าง) ทหารเวียดนามขับรถถังพุ่งชนประตูรั้วสถานทูตอเมริกาใ นกรุงไซง่อน ภาพนี้ดังไปทั่วโลกเล่นเอาอเมริกาแทบบ้าไปเลย ชนะชาติมหาอำนาจได้ตั้งมากมาย เยอรมัน อิตาลี่ ญี่ปุ่นโดนตูปราบหมด แต่เจือกมาแพ้ประเทศที่ไม่น่าจะมีอะไรแบบเวียดนามเนี้ยนะ  :"""
             (http://)(http://www.mx7.com/i/b78/rKlb4u.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yPRb521kQMcujn)
             ภาพนี้แหล๊ะครับที่เวียดนามถือเป็นภาพไฮไลค์เลย คุยคอแตกเลยว่าตูชนะอเมริกา  :ss

              เมื่อจัดการเรื่องภายในประเทศตนเสร็จ เวียดนามก็วางแผนที่จะยึดครองทุกประเทศในคาบสมุทรอิน โดจีน(กัมพูชา ลาว ไทย)และจัดการรวมเป็นประเทศเดียว
ที่ปกครองแบบคอมมิวน ิตส์ แผนการนี้มีชื่อว่า "แผนสหพันธรัฐอินโดจีน"เวียดนามเข้ายึดครองกัมพูชา

                                (http://)(http://www.mx7.com/i/e95/BfHWIY.png) (http://www.mx7.com/view2/z3yRobnO10QxZUrO)

            มาต่อครับ...ภายหลังสิ้นสุดสงครามเวียดนาม เวียดนามได้รวมประเทศและประกาศตนเป็นมหาอำนาจอันดับสามของโลก และได้เคลื่อนพลบุกลาวและกัมพูชา จนประชิดชายแดนไทย ความอหังการของเวียดนามยังกระทบไปถึงจีนเพราะในชายแดนทางตอนเหนือเองทหารเวียดนามก็ได้ทำการโจมตีทหารจีน และหมู่บ้านคนจีนเป็นระยะๆ ซึ่งตอนนั้นจีนกับเวียดนามเป็นคอมมิวนิสต์คนละสายกัน คือเวียดนามเป็นคอมมิวนิสต์สายโซเวียต ส่วนจีนมีลูกน้องเป็นคอมมิวนิสต์เขมรแดงที่ถูก ทหารเวียดนามตีแตกไล่ตะเพิดเข้าป่าไป จนเมื่ออาตี๋ใหญ่จุดเดือดแตก หลังจากเติ้ง เสี่ยว ผิง กลับจากอเมริกา จีนเคลื่อนพลกว่า 600,00 นาย( บ้างก็ว่ากว่าสองแสนนาย)พร้อมยานเกราะจำนวนมากกว่า 400 คน ประชิดชายแดนเวียดนาม และประกาศให้เวียดนามถอนทหารออกจากทุกประเทศที่ยึดครองอยู่ แต่อาตี๋เล็กหาได้ยอมฟังให้ หนำซ้ำยังยิงปืนใหญ่ ที่ครั้งหนึ่งอาวุธเหล่านี้จีนมอบให้เวียดนามเพื่อรบกับอเมริกา ใส่จีนอีก ทหาร PLA ครึ่งล้าน จึงบุกข้ามชายแดนจีน เวียดนาม ทันที ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1979  :"""
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/57f/zZ34fH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yUWkbk6LDeZYZL)

            ในวันแรก ทหารจีนใช้วิธีแบบคลื่นมนุษย์จำนวนมหาศาล บุกเข้าไปในเขตแดนเวียดนาม ยึดเมืองทางตอนเหนือของเวียดนามได้ถึง สามเมือง
Cao Bằng, Lào Cai and Lạng Sơn แต่ทหารจีนก็ประสบความสูญเสียมหาศาล เนื่องจากการใช้ยุทธวิธีคลื่นมนุษย์แบบโบราณ และอาวุธยุทธโธปกรณ์ที่ล้าสมัยกว่าเวียดนามมาก เวียดนามตอนนั้นมีทั้งอาวุธของโซเวียต และของอเมริกาทิ้งไว้ให้จำนวนมหาศาล โดยจะสังเกตความกลัวของจีนต่ออาวุธของเวียดนามได้จาก ในสงคราม 16 วันนั้นจีนแทบไม่ใช้กำลังทางอากาศเลย เนื่องด้วย Sam จำนวนมหาศาลที่เวียดนามมีในขณะนั้น โดยอาศัยการสนับสนุนการบุกของทหารราบ จากปืนใหญ่ และรถถังแทน

                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/d12/PHTCvC.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yW7lNOwrTeugnJ)

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/cb1/oFFZlj.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3z4YsSdLjAlowS0)
                                  ภาพนี้ ทหารหญิงเวียดนามยืนคุมแถวเฉลยศึกจีน(สังเกตได้ว่าจี นตอนนั้นจนเอามากๆ ทหารยังใส่หมวกผ้าอยู่เลย ส่วนเวียดนามหมวกเหล็กเรียบร้อย)

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/c34/d1hmlQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3z5BsxeXdLlDpe2)
                                  ทหารเวียดนามคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่เพื่อนๆยังเดินหน้าต่อไป สงครามครั้งนี้เป็นสงครามครั้งเดียวในประวัติศาสตร์สงครามร่วมสมัยที่ทหารทุกคนเดินหน้าสู้แบบลืมตายทั้งสองฝ่าย ไม่มีการหนีทัพให้เห็น นับเป็นวีรกรรมที่น่ายกย่องอย่างมาก

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/5e4/RFp6xt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3z6MQ8pEs9eEQiH)
                           สงสัยว่าทหารพยาบาล(หญิง) มีการรักษาทหารบาดเจ็บแบบนี้ด้วยเหรอแล้วประเทศอื่นๆมีแบบนี้ด้วยไหม ถึงว่าทหารเวียดนามทำไมสู้ตาย  :H :%
                                                           
                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/ee4/HOOQYG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yWLLnyQFUzoxna)
                              ในภาพรถถังจียชนถูกทำลาย เพราะเวียดนามใช้ยุทธวิธียิงปืนใหญ่ลงมาจากที่สูงเข้าหาคลื่นมนุษย์ และยานเกราะของจีน กับการรบในป้อม ค่ายอุโมงค์ ทำให้จีนสุญเสียอย่างมาก ตลอดจนการส่งกำลังบำรุงที่ล่าช้าของจีน แม่ทัพนายกองถูกเปลี่ยนตัวจำนวนมาก ด้วยเหตุพล เคลื่อนทัพล่าช้า

                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/b0e/b42Joy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yXrAS2jdk6YJP3)(http://)(http://www.mx7.com/i/1ea/ShtbEx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yY6mqsV13NojAh)
                            หลังจากประสบความสูญเสียในช่วงสามวันแรกของการรบ จีนรีบเปลี่ยนแผนการรบทันทีด้วยการใช้ปืนใหญ่จำนวนมหาศาลยิงถล่มแนวรับของเวียดนามทุกตารางนิ้ว กดทหารเวียดนามไม่ให้โผล่หัวออกมายิงสู้ได้ จนนักสังเกตุการณ์ชาติตะวันตกในครั้งนั้นถึงกลับกล่าวว่า ไม่เคยเห็นสงครามครั้งไหน มีการยิงปืนใหญ่แหลกราญเหมือนครั้งนี้ โดนบอกว่ากองทัพจีนยิงปืนใหญ่ใส่เวียดนาม วินาทีละนัด ทั้งวันทั้งคืน  :'

             ส่วนการรบในบังเกอร์ ในรู ที่เวียดนามเคยใช้ได้ผลกับอเมริกานั้น มาคราวนี้กลับไม่ได้ผล เมื่อมาใช้กับครู(ทหารจีน) ที่สอนวิธีการรบแบบอุโมงค์ ป้อมค่ายให้กับเวียดนามเอง  โดยถ้าเป็นอเมริกา จะใช้กำลังพลบุกเข้าไปในรู ในป้อมค่ายสู้กับทหารเวียดนาม ทำให้เสียเวลาและสูญเสียกำลังพลมหาศาล เมื่อมาเจอจีน จีนใช้เครื่องพ่นไฟ พ่นลงไปฆ่าทหารเวียดนาม และใช้บังกาลอร์ตอร์ปิโด  ต่อสายยาวๆ หยอดลงไปในรู แล้วระเบิดมันทิ้งถล่มทางใต้ดิน จนพังหมด ทหารเวียดนามสูญเสียจำนวนมาก (ไหมละ แผนอยู่รูใช้ไม่ได้กับเจ้าตำหรับ  :??? )
             (http://)(http://www.mx7.com/i/9e4/m2U27C.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yZ151AhXYoARbA)

        หนึ่งอาทิตย์แรก กองทัพจีนยึดมาได้ค่อนประเทศของเวียดนาม เมื่อเวียดนามเห็นท่าไม่ดีจึงถอนกำลังทั้งหมดในลาว และกัมพูชาออกมาป้องกันประเทศ กองพันชั้นยอด
ถูกส่งไปแนวหน้า (กองพันเสือบินอะไรนี้ละ ประมาณนี้ ) ที่มีประวัติเลื่องชื่อรบกับอเมริกา มาโชกโชน แต่ในที่สุดก็ไม่ทนปืนใหญ่กับทหารจีน ถูกละลายยกกองพัน ทำให้เวียดนามเสียขวัญหนักเริ่มเรียกร้องให้ลูกพี่โซเวียต ช่วยเหลือ โซเวียตจึงออกแถลงการณ์ ว่าหากจีนไม่หยุดโจมตีเวียดนาม ปักกิ่งจะได้รับรู้ถึงรสชาติของระเบิดนิวเคลียร์ แต่ทางการปักกิ่งเองก็อ่านเกมส์ออก ว่าโซเวียตคราวนี้คงเล่นบทแค่หมีกระดาษ ไม่กล้าทำอะไรจีน เลยสวนกลับไปว่าหากปักกิ่งถูกทำลายด้วยระเบิดนิวเคลียร์ มอสโคว์ เองก็ต้องเละ ด้วยนิวเคลียร์เหมือนกัน พร้อมส่งทหารนับล้านไปตรึงชานแดน โซเวียต จีน เจอแบบนี้โซเวียตเลยถอยเป็นหมีจำศีล ไม่คุ้มที่จะแรกกับประเทศที่มีกำลังพล เอามาใช้รบได้เป็นหลักร้อยล้าน

                 (http://)(http://www.mx7.com/i/abf/6RHxvG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3yZYZqQd9EoBUjQ)
                 ทหารรัสเซียบนยานเกราะ มองดูทหารจีนนับล้าน อีกฝั่งหนึ่งไม่กล้าทำอะไร (ขู่ไปงั้นแหละ ไม่คุ้มถ้ารบกัน ) เพราะถ้าแพ้ ดุลย์อำนาจบารมีที่ตัวเองสั่งสมมานาน เปลี่ยนเลยทีเดียว  :ss

            หลังจากที่กองทัพจีนรุกคืบถึง Lang son เมืองที่เป็นปากประตู ฮานอย เวียดนามหงายไพ่ใบสุดท้าย กองพันรบพิเศษ 171 ที่แต่เดิมถูกวางแผนให้ป้องกันอานอย ถูกส่งไปป้องกัน Lang son อย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่อาจทานกับกองทัพจีนได้ ในที่สุด Lang son ก็แตก กองพันรบพิเศษ 171 ถูกที่เคยมีประวัติการรบกับอเมริกาอย่างเลื่องชื่อ ถูกละลายเป็นครั้งแรกในการรบ ผบ.พันถูกฆ่าตาย ทหารเวียดนามถอยกรูดเข้าไปป้องกันฮานอย ประตูสู่ฮานอยสำหรับกองทัพจีนเปิดแล้ว

             (http://)(http://www.mx7.com/i/d92/H1x6ef.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3z1t9U9WbSOpi0w)     
           
              ในภาพทหารจีนกรีธาทัพเข้า Lang son ( หนังคนละม้วนตอนเวียดนามไล่เตะอเมริกาออกจากไซหง่อนเลย  :J )
           
            (http://)(http://www.mx7.com/i/136/VcguG9.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3z2FfsHcCltIUrC)

        หลังจากยึด Lang song กองทัพจีนบุกถึงประตูเมืองฮานอย ในวันที่ 6 มีนาคม 1979 และประกาศชัยชนะดื้อๆ  :??  พร้อมถอนกำลังออกจากชายแดนเวียดนาม
ทำเอาทหารเวียดนามและนักสังเกตุการณ์ตะวันตกยืนงงเกาหัว กันเป็นแถว โดยจีนอ้างว่าบรรลุวัตถุประสงค์ในการสั่งสอนเวียดนาม และบีบให้ทหารเวียดนาม ถอนกำลังกำลังจากลาว และกัมพูชา หมดสิ้นแล้ว พร้อมขู่ว่าหากจีนถอนทัพกลับ มีทหารเวียดนามโจมตีกองทัพจีนจะบุกเข้าฮานอยทันที  :ss

            เอ๋ ตี๋ใหญ่คิดไรอยูุ่นะ งง  :?? มาอ่านการวิจารณ์ของนักวิชาการบ้าง ส่วนกระผ๊มนักวิชาเกิน   :ss

         การที่จีนไม่บุกฮานอยเนื่องจาก

      1. จีนได้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองและการทหารไปแล้ว  ไม่มีเหตุผลที่จีนจะต้องลงทุนกับสงครามนี้อีกต่อไป

      2. การบุกยึดฮานอยซึ่งเป็นเมืองหลวงของเวียดนาม...จีนจะต้องพบกับความสูญเสียอีกมหาศาล  เพราะเวียดนามนับล้านจะต้องสู้ถวายหัวเพื่อรักษาเมืองหลวงของประเทศให้ได้  การย้ายเมืองหลวงเพื่อหนีศัตรูเป็นการเสื่อมเสียเกียรติภูมิของชาติยิ่งนัก เกินกว่าที่ชนชาติเวียดนามผู้อหังกาจะยอมรับได้  ฮานอยจึงเป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจของชนชาวเวียดนาม หากจีนจะยึดฮานอยให้ได้ (ซึ่งก็อยู่ในวิสัยที่จีนจะทำได้) จีนจะต้องสูญเสียอีกมากและมากกว่าที่ผ่านมา  เพราะฮานอยเป็นหัวใจของเวียดนามที่จะยอมเสียไม่ได้.....และหากได้ลงทุนไปแล้วพบกับความสูญเสียมหาศาล และต้องการจะถอนการลงทุนกลางคันโดยที่ยังชนะไม่เด็ดขาด ก็จะทำให้ชัยชนะที่ผ่านมาของจีนไม่เต็มภาคภูมิ....หรือ หากจะเอาชนะอย่างเด็ดขาดจีนก็ต้องลงทุนกับสงครามครั้งนี้อีกมหาศาล  ซึ่งจีนก็ไม่ต้องการจะลงทุนเพิ่มอีกต่อไปเพราะได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการศึกครั้งนี้ไปแล้ว

     ดังนั้น...การที่จีนเลือกประกาศชัยชนะ ณ ปากประตูฮานอยแล้วรีบถอยทัพกลับ  จึงเป็นการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากชัยชนะได้อย่างเต็มภาคภูมิ.....ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะอย่างสมบูรณ์แบบ  บรรลุวัตถุประสงค์ในการทำสงครามทุกประการ.....โดยไม่แบ่งชัยชนะใดๆ ให้เวียดนามได้กล่าวอ้างเลย....ไม่ให้โอกาสเวียดนามได้แก้มือ.....เหมือนกับคนที่เล่นไพ่ได้เงินแล้วรีบถอนตัวไม่เล่นต่อ  ปล่อยให้เจ้ามือเจ็บใจเพราะไม่มีโอกาสได้ถอนทุนคืนเลย  :""

    อ่านกันมาซะตั้งนานคงได้มุมมองอะไรไม่มากก็น้อยละครับ สุดท้ายต้องขอขอบคุณนะครับที่สละเวลามาอ่าน  :ss :ds
                     


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ruang036 ที่ 22,04, 2016, 19:30:44
ก็ตามมาอ่าน ชม อีกนะ :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 23,04, 2016, 07:49:35
ขอติดตามด้วยคนครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 23,04, 2016, 08:39:31

            The Argentine COLTS  and Sistemas, 1914 - 1966

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/53b/wUXbsR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3GQaPMKstxRTenS)

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/1e8/cr7fpo.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3GQnB1iFkN5orFD)

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/c8f/K73qUi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3GQAmfQSirAvobQ)

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/acc/OxSbev.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3GQLHzFWTxAtaeU)

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/c57/sv68vL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3GQVYXsaKqUBBet)

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/b81/GpUpmM.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3GRLnSlhY64FI11)

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/d4d/W4fyuH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3GS0gYZcpDIfFqs)

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/ef1/HoumU4.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3GSyEV8HIpwozqR)

      สวัสดีเช้าวันเสาร์ครับ  :ds
         


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 23,04, 2016, 10:24:20
    วันนี้มาอ่านเกี่ยวกับประวัติและวีรกรรมทหารท่านหนึ่งที่เป็นตำนาน  :e เป็นเรื่องของเสืออากาศที่ผมเองชื่นชอบในสมัยเป็นเด็กที่ยังขาดแคลนข้อมูลได้เจอภาพหนึ่งที่ห้องสมุดโรงเรียนประถมที่เรียนอยู่ขาดหล่นอยู่พื้นผมเลยเอามาติดหน้าปกสมุดที่ใช้เรียน  :ss เพื่อนที่เรียนก็ถามบ่อยว่าใคร ญาติผู้ใหญ่มึเรอ  :ss ส่วนผมคิดว่าหมอนี้คงไม่ธรรมดาหรอก ( แต่บ่รู้ว่าคือไผ่ )  :ss ต่อมารู้ว่าเขาคือ..
 
     
                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/ca1/LcwEOm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3H3K3l7m1QVsMaE)

                                   บารอนมันเฟรด ฟอน ริชโธเฟน (Manfred Albrecht Freiherr von Richthofen ( หล่อ เทห์ได้ใจ  :ss )

              มันเฟรด ฟอน ริชโทเฟนเกิดในปี 1892 ที่เมือง Breslau ชายคนนี้เกิดมาก็ไม่เคยกลัวความตาย ชอบการล่าสัตว์และปีนภูเขามาก ต่อมาในปี 1915 เค้าได้เข้าร่วมกับกองบินของเยอรมันโดยเป็นคนขับเครื่องบินทิ้งระเบิด และได้เข้ารับการฝึกขับเครื่องบินขับไล่ จนสิ้นปี 1916 เค้าก็ได้รับการยืนยันความสามารถโดยการยิงเครื่องบินพันธมิตรร่วงไปเกินกว่า 20 ลำและ 1 ในเหยื่อของเค้านั้นก็มี Lanoe Hawker นายทหารชั้นสูงคนสำคัญของกองทัพอังกฤษรวมอยู่ด้วย ( ฆ่านักบินคนสำคัญของฝ่ายตรงข้าม  :dfs ) เป็นนักบินเครื่องบินรบของเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เจ้าของฉายา เรดบารอน (Red Baron) ได้รับการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการว่าสามารถยิงเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามตกถึง 80 ลำ และยังมีข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ว่าอาจจะถึง 100 ลำ จนเป็นที่เกรงขามของเหล่าเสืออากาศของศัตรูจนเป็นที่รู้กันว่าถ้ารบกับ ฟอน ริชโธเฟนแล้วไม่มีทางรอดกลับบ้าน เครื่องบินของ ฟอน ริชโธเฟน ที่ทาสีแดงเป็นสัญญาลักษ์ให้ทุกคนรู้ไว้ว่าถ้าไม่อยากตายให้บินหนีไปไกลๆ จากการต่อสู้อย่าทรหดและได้ชันชนะหลายสิบครั้ง กองทัยเยอรมันจึงตั้งเป็นขุนนางขั้น บารอน โดย พระเจ้าไกเซอร์ อเล็กซานเดอร์ที่3 เขามีพี่ชายที่เป็นนักบินรบ ซึ่งฉายาว่าเป็นเสืออากาศเช่นกัน ชื่อ โลทาร์ ฟอน ริชโทเฟน

                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/bd8/lgnatg.jpeg) (http://www.mx7.com/view2/z3H70tcxgJncQt7c)  (http://)(http://www.mx7.com/i/cee/oLMfAX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3H8PcrprvOicz1S)

                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/c64/efqwHy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3HnP2GhegmfWMjL)

                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/c40/5Q3Pdr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3HeU1QmS0omy9yp)
                                 
                                     การพันตูกลางอากาศต้องเข้าท่าด๊อกไฟว์บ่ใช่ท่าด๊อกกี้นะ หรือ หมาไล่กัดหาง ต่างคนต่างเห็นหน้ากัน บังคับเครื่องเข้าไปในระยะปืน ( ฝีมือล้วนๆ)

          ในการรบทางอากาศช่วงปลายสงครามโลกครั้ง 1 ริชโทเฟนขับเครื่องบินฟ็อคเคอร์ Dr.I ปีกสามชั้น ทาสีแดงเป็นเอกลักษณ์ จนได้ฉายาว่า "บารอนแดง" เครื่องบินของเขาโดนเครื่องบินฝ่ายพันธมิตรกว่า 80 ลำไล่ล่า ( ตามล่าตามล้างฆ่าให้ได้ ถ้าทำได้เป็นการทำลายภาพพจน์กองทัพเยอรมันรวมทั้งขวัญกำลังใจด้วย  :""" ) และถูกยิงตกเมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 1918 เวลา 11 นาฬิกา ขณะบินเหนือเขต Morlancourt ใกล้กับแม่น้ำซ็อม ในแคว้น Vaux-sur-Somme ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส เขาได้รับบาดเจ็บจากกระสุนที่หัวใจและปอด และเสียชีวิตในท่าขับเครื่องบินปกติ  รู้ว่าตายแน่ แต่อย่าพึ่งมันมีอะไรมากกว่านั้น  :""" 
         ขณะที่ก่อนที่จะเสียชีวิตเครื่องได้ร่อนลงพื้นดินในแนวหลังของข้าศึกอย่างไม่บุบสลาย(ไม่พังมากแสดงว่ามีสติในการนำเครื่องลง)และนั่งตายในท่าขับเครื่องบินปกติ แนวกระสุนไม่สามารถบอกได้ว่าโดนยิงโดยเครื่องบินด้วยกันหรือทหารราบที่ใช้ปืนกลยิงสวนขึ้นไป ซึ่งทหารราบและทหารอากาศของอังกฤษต่างก็แย่งกันอ้างว่าเป็นผู้สังหาร บารอน ฟอน ริชโธเฟน  รายเนี่ย ..แล้วใครเป็นคนปิดสกอร์ละเถียงกันจนถึงทุกวันนี้  :ss  อย่าพึงครับ นั้นมันเหตุการณ์ในสงครามโลกคร้ังที่ 1


                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/5d0/QaQ2Z3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3HgiwEM3HaTdLnI)

                                 ซากของเครื่องบารอนแดง ทหารฝ่ายตรงข้ามเก็บชิ้นส่วนไปเป็นที่ระลึก

                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/cad/vUoKKn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3HjruXS1gjWUrTg)(http://)(http://www.mx7.com/i/986/ozipfZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3HkhfRrqfuTW4pj)
                                  ภาพเสียชีวิต การจากไปตลอดกาลใช่หรือไม่...

       ศพของริชโทเฟนได้รับการทำพิธีฝังอย่างสมเกียรติโดยทหารไตรภาคี( ทหารไตรภาคี คือ ชื่อเรียกของพันธมิตรระหว่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อเป็นพันธมิตรในการยับยั้งฝ่ายเยอรมัน และยังเป็นแผนการของฝรั่งเศสซึ่งต้องการโอบล้อมเยอรมันด้วย ) เมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 1918 หลุมศพของเขาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขต Bertangles เมือง Amiens ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส

           20 กว่าปี ผ่านไป ...เหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังระอุ 
             บรรดานักบินแห่งฝูงบินหนึ่งของอังกฤษต่างพากันขนหัวลุกไปตามๆ กัน เมื่อบินปฏิบัติการเหนือช่องแคบอังกฤษได้พบปีศาจเสืออากาศเยอรมัน "Red Baron" หรือ บารอนแดง บินโฉบอยู่ไปมาเหนือน่านฟ้าสมรภูมิ นักบินหนุ่มชาวอังกฤษคนนั้นชื่อ เกรย์สัน ได้รายงานว่าได้เห็นเครื่องบินขับไล่โบราณทาสีแดงลำหนึ่ง ขณะที่เขาบินลาดตะเวนอยู่นอก ชายหาดฝั่งโดเวอร์ เกาะอังกฤษในคืนวันหนึ่ง เกรย์สัน พยายามบินเข้าไปใกล้โดยเร่งเครื่องอย่างเต็มที่เพื่อจะโจมตีในขณะที่เครื่องบินลึกลับลำนั้นหันหัวบินเข้าไปในผืนแผ่นดินใหญ่ยุโรป แม้ว่าเขาจะเร่งเครื่องเร็วเท่าใด แต่ระยะทางระหว่างเครื่องบินของ เกรย์สัน กับเครื่องบินโบราณสีแดงก็ยังห่างอยู่เท่าเดินนั่นเอง ในท่ามกลางแสงจันทร์
นักบินหนุ่มอังกฤษได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเครื่องบินที่เขาบินตามมีเครื่องหมายกางเขนสีดำเล็ก ๆ อยู่ที่ลำตัว เป็นเครื่องบินของเยอรมัน เกรย์สัน บอกว่าเขารู้สึกหนาววูบไปตามสันหลังทันทีเมื่อเห็นว่าเครื่องบินแปลกประหลาดลำนั้นมีแพนหางเป็นวงกลมเล็กๆ ปีกสามชั้น เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ล้าสมัยแล้ว ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นเครื่องบินยี่ห้อ ฟ็อกเกอร์ ได้ถูกปลดระวางเข้าพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว เครื่องบินที่มี 3 ปีก ทาสีแดง มีเครื่องหมายกางเขนที่ลำแพนหาง เป็นชนิดเดียวกับที่ บารอนแมนเฟรด ฟอน ริชโธเฟน เสืออากาศผู้กล้าหาญใช้อยู่ในสงครามโลกครั้งนั้น เกรย์สันงุนงงอย่างมาก เครื่องบิน Hurricane ของเขามีความเร็วอย่างน้อยก็เป็น 4เท่าของเครื่องบิน 3 ปีกลำนั้น ซึ่งผลิตในปี 2460 (1917) สร้างจากไม้และผ้าใบ แม้ว่าเกรย์สันจะเร่งความเร็วเครื่องบินของเขาเท่าไหร่ ก็จะไม่สามารถไล่ตามเครื่องบินโบราณลำนั้นได้เลย ทันใดนั้นเองก็เกิดฝนตกหนักทำให้กระจกกำบังลมของเขามัว เขาต้องบินเข้ามาในห่าฝนที่ตกหนัก แต่ก็เพียงเวลาไม่เท่าไร ท้องฟ้าและกระจกกำบังลมก็แจ่มใสขึ้นมาอีก  :""" 
                                                                    "ปีกแห่งบารอนแดงจะโบยบินคู่สงครามตลอดไป "



ขอบคุณครับที่ทนอ่าน น่าจะอ่านแล้วมีการทำข้อสอบนะครับ  :ss :ds
         



หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: US.Aey > ํ ํ< ที่ 23,04, 2016, 13:53:54
ติดแล้วครับต้องมาทุกวัน :H ขอบคุณครับที่นำเรื่องประวัติศาสตร์มาให้อ่านและรูปM1911USสวยๆหลายพิมพ์นิยมงามๆ :> :> :> :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 23,04, 2016, 14:27:44
เอาอีก ๆๆๆ :SSC


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: azx ที่ 23,04, 2016, 20:24:26
Go on man.


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: T-2789 ที่ 23,04, 2016, 21:27:27
 :e  :> :> :<> :8


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 24,04, 2016, 08:38:36

M1 Garand — Classic .30-06 Military Rifle
The classic M1 Garand was the first semi-auto rifle issued to American fighting men.


                           (http://)(http://www.mx7.com/i/bb6/h3ET2S.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3OMnXKNiw73OFgH)

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/512/Jqi0Mb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3OMT9SOfG5PHq7m)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/c75/5J8gbG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3ONksfk5mXMw8f1)

                       ปืน M1 Garand เป็นอาวุธปืนเล็กยาวประจำกายขนาด 0.30 นิ้ว ที่เข้าประจำการในกองทัพสหรัฐฯในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงสงครามเกาหลี ออกแบบโดยจอห์น ซี กาแรนด์ (John C. Garand) ชาวแคนาดา เชื้อสายฝรั่งเศส ตามโครงการจัดหาปืนเล็กยาวขนาด 0.30 นิ้วรุ่นใหม่ทดแทนปืนเล็กยาว M1903 Springfield ที่ทยอยปลดประจำการไปให้กองกำลังท้องถิ่น
                    ปืน M1 Garand มีคุณสมบัติในการยิงแบบกึ่งอัตโนมัติ ความแม่นยำสูง สามารถเล็งยิงซ้ำได้อย่างรวดเร็ว ตอนแรกนายการ์แรนด์ได้ออกแบบปืน M1 Garand ให้ใช้กับกระสุนขนาด 7×51 มิลลิเมตร (.276 Pedersen) และสามารถบรรจุในคลิปกระสุนได้ 10 นัด แต่เมื่อกองทัพสหรัฐฯรับมาพิจารณาใน ค.ศ.1932 ก็มีคำสั่งให้ใช้กระสุน .30-06 ทำให้ความจุเหลือเพียง 8 นัด และรับเข้าประจำการเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1936 ให้ชื่อเป็นทางการว่า United States Rifle, Caliber .30, M1 และเข้าประจำการในกองทัพบกเป็นหน่วยแรก ภายหลังได้มีการพัฒนาอุปกรณ์พิเศษ เช่น กล้องเล็ง เครื่องยิงลูกระเบิด ดาบปลายปืน รวมถึงการพัฒนาในโครงการต่างๆเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของปืนรุ่นนี้ เช่น การพัฒนาให้สามารถใช้ซองกระสุน 20 นัดของปืนเล็กกล Browning Automatic Rifle (BAR) ได้ในโครงการ T20

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/547/fFCwTc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3OOGPbDzCEDkNob)

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/d80/lNbach.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3OPxZZW6LeRy14L)

สวัสดีเช้าวันอาทิตย์   :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 24,04, 2016, 11:07:26
วันนี้ขอนำเสนอกระทาชายนายหนึ่งที่โหดสุดๆ ปานนี้ยังตกนรกอยู่รึเปล่าไม่รู้  :ss ผู้นั้นคือ..

                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/a89/aXJMSF.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3OTSlUcLxE5KvT9)

                           คุณฮิมม์ - เลอร์ แม๋ชื่อก็เหมือนลูกพี่เลย   :ss  คุณฮิมม์เลอร์เป็นผู้นำหน่วยพิเศษ เอส.เอส. ของนาซี ด้วยวัยเพียง 29 ปีเท่านั้น ฮิมม์เลอร์ นั้นเป็นทหารหนุ่ม
ยศร้อยโทที่มีความสามารถในทุกด้านและสามารถประสานงานกับ ฮิตเลอร์ได้เป็นอย่างดี ฮิมเลอร์เกลียดชาวยิวและคนด้อยโอกาสต่าง ๆ ชนิดฝังเข้ากระดูกดำไม่ต่างจากฮิตเลอร์ ไม่เพียงเท่านั้นฮิมเลอร์ยังเคารพและบูชาฮิตเลอร์ราวกับเป็นพระเจ้าของเยอรมัน (German Messiah) รวมทั่งชื่นชมฮิตเลอร์ว่าเป็นสุดยอดอัจริยะปราศจากคู่แข่งตลอดกาล (The Greatest Genius of All Time) ในใจของเขาด้วย เรื่องราวการรบอย่างห้าวหาญในสมรภูมิรบของมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งฮิตเลอร์ได้สำแดงความบ้าบิ่นในการรบจนได้รับเหรียญกล้าหาญ กางเขนเหล็ก ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ทำให้ฮิมเลอร์ซ ซึ่งได้แต่มองฮิตเลอร์อย่างวีรบุรุษในใจของเขา  :8
                           ชื่อเต็มคือไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1900 ที่เมืองมิวนิค บิดาของเขาเป็นครูในโรงเรียนคาทอลิคที่เคร่งศาสนา (น่าจะเป็นบาทหลวงนะเรื่องยุ่งยากจะได้ไม่เกิด) หลังจากที่ฮิมเลอร์สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมต้น เขาก็เข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในฐานะนายทหารของกรมบาวาเรียนที่ 11 จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามเขาก็เข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมปลายระหว่างปี ค.ศ. 1918-1922 จนได้รับประกาศนียบัตรด้านการเกษตรจากโรงเรียนมัธยมและประกอบอาชีพเป็นพนักงานขายสินค้าการเกษตรในโรงงานผลิตสินค้าการเกษตร จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1923 ฮิมเลอร์ได้เข้าร่วมกับพรรคนาซีในการปฏิวัติที่มิวนิค ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าหน่วยประชาสัมพันธ์ของพรรค รับผิดชอบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการผลิตใบปลิว เอกสารสิ่งพิมพ์ปลุกระดมให้ชาวเยอรมันหันมาให้การสนับสนุนพรรคนาซี โดยใช้การกดขี่ชาว
เยอรมันจากสนธิสัญญาแวร์ซายส์เป็นสาระสำคัญ (แกเก่งโฆษณา  :ss)
                            จนกระทั่งปี ค.ศ. 1927 ฮิมม์เลอร์แต่งงานและหันหลังให้กับพรรคนาซี โดยเริ่มต้นทำธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ของตัวเอง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จจนต้องกลับมาเข้าร่วมพรรคนาซีอีกครั้งในปี ค.ศ. 1929 พร้อม ๆ กับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยองครักษ์ของฮิตเลอร์หรือที่รู้จักกันในนามหน่วยเอสเอส ซึ่งในขณะนั้นมีกำลังพลเพียง 200 นายเท่านั้น (เริ่มจะโหดละ โกรธไม่มีใครซื้อไข่แก  :II )

                              (http://)(http://www.mx7.com/i/9f8/CiRaI2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3OY9RZ19EfnZlZy)(http://)(http://www.mx7.com/i/bba/PWAtvO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3OYQ3saTMcQoymc)

                   เดียวพักก่อนได้ยินมาบ่อย อ่านกันมาแยะ ดูกันมาก็มาก ไอ้หน่วย SS มันคืออะหยังหนอ... :* หน่วยทหาร เอส.เอส. เป็นหน่วยทหารที่ถือกำเนิดมาจาก หน่วยองครักษ์ประจำตัวของอดอฟ ฮิตเลอร์ (Hitler's bodyguard) เป็นหน่วยทหารที่ได้ชื่อว่า มีวินัย มีประสิทธิภาพในการรบที่สูงสุดหน่วยหนึ่งของกองทัพเยอรมัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ชื่อภาษาเยอรมัน คือ Waffen SS. หรือ Armed SS. ในภาษาอังกฤษ หรือ หน่วยเอส เอส ในภาษาไทยนั่นเอง หน่วยเอสเอสเป็นองค์รักษ์พิทักษ์ฮิตเลอร์ คัดเลือกบุคคลที่มาเลือดอารยันแท้ (เลือดบวกไม่เอา) ผมทอง ตาสีฟ้า สูงเกิน 180 ซม. คัดเลือกมาจากเหล่าต่างๆ ฝึกหนัก ได้รับอาวุธยุธภัณฑ์ดีที่สุด ถูกส่งเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาด้านยุทธวิธี (นี่คืออุดมคติ) หน่วยเอส เอส เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ไม่ว่าสถานการณ์จะคับขันสักเพียงใด หน่วยเอส.เอส. จะถูกส่งเข้าไปแก้ไขวิกฤตินั้น และมักจะปฏิบัติภารกิจจนบรรลุผลสำเร็จอยู่เสมอ จนกระทั่งฮิตเลอร์เชื่อว่า หน่วยเอส.เอส. เป็นหน่วยทหารที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ทุกปัญหา ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่ความจริงที่ว่า หน่วยเอส.เอส. ก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี แต่จะสามารถรบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ด้วยการส่งกำลังที่เพียงพอ สาเหตุที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จัดตั้งหน่วยอารักขาในชุดสีดำ เอส.เอส. นี้ขึ้นมา ก็เนื่องจากเขาไม่ไว้วางใจกองทัพเยอรมันว่า จะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่หรือไม่ ในช่วงแรกๆของการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ หรือ ฟือเรอร์ (Fuhrer) กองกำลังเอส.เอส. จึงถูกจัดตั้งขึ้น เสมือนเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของฮิตเลอร์ กำลังพลของเอส.เอส.จะได้รับการอบรม ฝึกฝนให้จงรักภักดีต่อผู้นำของเขาอย่างจงรักภักดี และปราศจากคำถามใดๆทั้งสิ้นของคำสั่ง จากอดอล์ฟ ฮิตเลอร์  (ผมเป็นไม่ได้เพราะชอบถาม   :qq)     
            SS หรือ SchutzStaffel ซึ่งมีความหมายว่ากองกำลังป้องกัน (Protection Squad) อยู่ภายใต้การนำของ ไฮน์ริช ฮิมเลอร์ (เจ้านี้ละที่ผมนำเสนอให้อ่าน) อันเป็นบุคคลที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีมีความไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง หน่วยเอส.เอส. ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1923 ในขณะนั้นมีสมาชิกเพียง 280 คน ต่อมาขยายเพิ่มเป็น 1,000 คน
พอในปี ค.ศ. 1932 หน่วยเอส.เอส. ก็มีกำลังพลอยู่ถึง 10,000 คน พอถึงช่วงกลางของสงครามโลกครั้งที่สอง หน่วยเอส เอส ก็ขยายกำลังพลออกไปถึง 38 กองพล โดยแต่ละกองพลต่างก็มีกรมย่อยๆ ออกไปอีกเป็นจำนวนมาก ในปี 1939 มีทหารเอส เอส กว่า 35,000 คน ปี 1941 เพิ่มเป็นกว่า 150,000 คน ปี 1943 มีจำนวนกว่า 450,000 ปี 1944 มีกว่า 600,000 คน และปีสุดท้ายของสงคราม คือ ปี 1945 มีกว่า 830,000 คน รวมทั้งหมด มีทหารเอส เอส กว่า 1,000,000 คนในสงครามครั้งนี้
             เดี๋ยวก่อนครับ...ผมจะทำให้พี่ๆ ที่อ่าน... งง.....หนักเข้าไปอีก ก่อนหน้านี้ยังมีการตั้งหน่วย เอสเอ sa ขึ้นมาก่อนตั้งแต่สงครามโลก หน่วยเอสเอ (SA) "Sturm-Abteilung" หรือ "Strom –trooper" ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหน่วย SA เดิมนี้ เป็นแหล่งชุมนุมของเหล่าทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ อดีตหน่วยเสรีเยอรมัน มี "เออร์เนสต์ โรห์ม" (Ernst Rohm) เป็น ผบ.หน่วย
     
               (http://)(http://www.mx7.com/i/53b/cHC5Xk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3P5v2GHfyDDCDv5)
               ภาพอีตา  "เออร์เนสต์ โรห์ม" (Ernst Rohm) โหดครับ แต่เป็นเกย์  :ss
        ดังนั้นเราจึงอาจกล่าวได้ว่า "หน่วย SA" นั้นอาจจะเป็นบันไดสู่การเถลิงอำนาจของฮิตเลอร์ในยุคแรกๆเลยก็ว่าได้ครับ  เพราะSAนั้นนอกจากพิทักษ์พรรคนาซีแล้วยังคอยกำจัด ปั่นป่วน ก่อกวนพลพรคคคอมมิวนิสต์แลชาวยิวในเยอรมัน  รวมทั้งยังกำจัดเสี้ยนหนามที่สำคัญของฮิตเลอร์ด้วย  แต่ทว่าเมื่อเกิดการปฏิวัติในช่วงปีค.ศ.1923และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฮิตเลอร์แลพรรคนาซี  สมาชิกพรรคในระดับต่างๆจึงต้องหลบหนีกระจายออกไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง "หน่วยSA" จึงหายตัวไปจากแวดวงการเมืองชั่วคราว

              (http://)(http://www.mx7.com/i/1e6/yqbFmA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3P7uLgIdiPlvrla)

      จนกระทั่ง "ฮิตเลอร์" ได้หวนกลับมายังเวทีการเมืองอีกหลังติดคุกอยู่9เดือน  เขาจึงตั้ง "กองกำลังSA" ขึ้นมาอีกครั้งแลเชิญ "โรหม์" ให้มาเป็นผู้นำของSA  ซึ่งคราวนี้โรหม์ยังได้ชักชวนนายทหารในกองทัพเยอรมันจำนวนมากที่เป็นสหายเก่าของตนมาร่วมในหน่วยSAนี้ด้วย  แลนั่นจึงทำให้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1929-1933 เป็นต้นมากองกำลังSAจึงได้ขยายตัวมากขึ้นจนมีกำลังพลเป็นล้านนาย(ใช่ครับ!อ่านไม่ผิดหรอกมีคนเป็นล้าน)  ซึ่งนับว่ามีขนาดใหญ่โตกว่ากองทัพบกเยอรมันในยุคดังกล่าวเสียอีก (ตอนนั้นเยอรมันโดนจำกัดขนาดกองทัพด้วย "สนธิสัญญาแวร์ซาย" ครับ  จึงทำให้มีกำลังทหารประจำการได้ไม่เกิน1แสนคน)

     จากนั้นเมื่อ "ฮิตเลอร์" ได้เป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีฮินเด็นเบิร์ก  บรรดาพลพรรคSAจึงเริ่มมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะตัวผู้นำกองกำลังอย่าง "เออร์เนส โรหม์" แลเหล่านายทหารคนสนิทของเขา  โดย "โรหม์" นั้นสนิทชิดเชื้อกับ "ฮิตเลอร์" มากถึงขนาดที่ว่าเขาเองเป็นเพียงหนึ่งในบุคคลเพียงสองคนของพรรคนาซี  ที่สามารถเรียกชื่อ "ฮิตเลอร์" ได้ตรงๆโดยไม่ต้องใช้คำแทนว่า"ท่านฟือเรอห์"  (อีกคนหนึ่งคือ "เฮอร์มาน เกอริ่ง" เสืออากาศแห่งกองทัพเยอรมันซึ่งร่วมหัวหกก้นขวิดกับ "ฮิตเลอร์" และ "โรหม์" มาตั้งแต่ต้นเช่นกัน)

       กระทั่งในปี ค.ศ.1934 ฮิตเลอร์และพรรคนาซีก็เริ่มก้าวเข้ามามีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเยอรมนีและเริ่มใช้นโยบายอันโหดเหี้ยมในการปราบปรามฝ่ายตรงข้าม  ซึ่งเหตุการณ์ที่โด่งดังและกลายเป็นประวัติศาสตร์ก็คือการเผารัฐสภาเยอรมัน(ไรสท์ตาก) และช่วงเหตุการณ์ "Night of the Long Knives" (เหตุการณ์คืนแห่งมีดยาว) ที่ทางหน่วย "SS" แล "เกสตาโป" ได้ออกทำการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามของพรรคนาซี  แลสังหารหรือจับกุมผู้นำสำคัญของ "หน่วยSA" ด้วย  โดยแม้กระทั่ง "เออร์เนสต์ โรหม์" ที่เป็นผู้นำของSAเองก็ถูกจับด้วยขณะกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศพร้อมกับหนุ่มคู่ขา (โรห์มเป็นเกย์ครับ)

     ซึ่งเรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือเพื่อนๆหลายท่านอาจจะมีคำถามว่า  ทำไม "ฮิตเลอร์" ถึงต้องกำจัด "เออร์เนสต์ โรหม์" และยุบพลพรรคSAทิ้งไป  ทั้งๆที่SAก็เป็นกองกำลังที่ทำงานรับใช้เป็นมือเป็นขามาให้ "ฮิตเลอร์" มาเป็นอย่างดีตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น  จนอาจกล่าวได้ว่าถ้าขาดซึ่งทหารจากกองพันพายุของหน่วยSAแล้ว  ฮิตเลอร์เองก็อาจจะไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของเยอรมันได้โดยง่ายดายนัก

     แต่สาเหตุจริงๆนั้นก็คือในห้วงเวลาดังกล่าวกองกำลังSAมีบทบาทเด่นมากในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของเยอรมัน  และเป็นกองกำลังที่มีลักษณะการฝึกฝนเหมือกับกองทัพทุกประการ  นี่จึงทำให้เกิดการแอนตี้กองกำลังSAจากฝ่าย "กองทัพบก" ทันทีที่ฮิตเลอร์เริ่มขึ้นมามีอำนาจ  และฮิตเลอร์เองก็รู้ดีว่าการจะสร้างฐานอำนาจให้เข้มแข็งนั้นจำต้องมี
"กองทัพบกเยอรมัน" หนุนหลัง  ประกอบกับการที่ "โรหม์" เองได้มาขอให้ฮิตเลอร์ทำการผนวก "กองกำลังSA" เข้าไปกับ "กองทัพบก" แลมอบอำนาจทางการทหารสูงสุดให้เขาดูแล (ขอผมเป็นใหญ่เถอะว่างั้ง  :ss )

         ซึ่งตอนนั้นทั้งฮิตเลอร์และที่ปรึกษาของพรรคนาซีทุกคนต่างไม่มีใครเห็นด้วย  เพราะรู้ดีว่าถ้ากองกำลัง SA ถูกผนวกเข้ากับกองทัพบกเมื่อไหร่  มันจะสร้างความไม่พอใจให้แก่บรรดานายทหารระดับสูงในกองทัพทันที  อีกทั้งฮิตเลอร์แลที่ปรึกษายังมองว่า SA เป็นกองกำลังทหารยุคเก่าซึ่งคร่ำครึล้าสมัยแลยังยึดมั่นอยู่กับยุทธวิธีการใช้กำลังแบบเดิมๆ  ดังนั้นถ้าให้ SA กลายเป็นกองกำลังหลักของประเทศก็คงจะก่อให้เกิดความไร้ประสิทธิภาพขึ้นในกองทัพอย่างแน่นอน

     ดังนั้นก่อนที่จะเกิด "เหตุการณ์กวาดล้างในคืนแห่งมีดยาว" ฮิตเลอร์จึงได้เรียก "โรห์ม" มาปรึกษาในฐานะเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน  โดยฮิตเลอร์ได้ขอร้องให้โรหม์ยุบกองกำลัง SA ลงและถอนตัวออกไปจากแวดวงการทหารเสีย  ซึ่งข้อนั้น "โรห์ม" เองยอมรับไม่ได้เพราะเขาได้ลั่นวาจาไปกับบรรดานายทหารของเขาแล้วว่า SA จะต้องเป็นกองกำลังหลักของประเทศ  นั่นจึงทำให้เกิดข่าวลือที่ว่าทั้งคู่เกิดความขัดแย้งอย่างรุรแรงจน "โรหม์" แอบทำการคัดเลือกทหาร SA มือดีไว้เพื่อกระทำภารกิจลอบสังหารฮิตเลอร์  จนในที่สุดเหตุการณ์จึงบานปลายไปสู่ช่วง "การกวาดล้างในคืนแห่งมีดยาว" ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของ SA นั่นเอง 

       และแม้กระทั่งตอนที่ "เออร์เนส โรหม์" ได้ถูกทหารเอสเอสจับคุมขังคุกแล้ว  ฮิตเลอร์เองก็ยังตัดสินใจไม่ขาดว่าจะดำเนินการอย่างไรกับนายทหารผู้ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่าและฝ่าฝันความยากลำบากมาด้วยกัน  ถึงขนาดที่ "โจเซฟ เกบเบิ้ล" ที่ปรึกษาคนสนิทของฮิตเลอร์ต้องเข้าไปขอคำอนุมัติจากฮิตเลอร์อยู่หลายครั้งทีเดียวว่า  จะดำเนินการเช่นใดกับ "ผู้พันโรห์ม" ที่ถูกทหารเอสเอสจับกุมอยู่  (ตอนเอสเอสบุกเข้าไปจับตัวโรห์มที่บ้านพักตากอากาศนั้น  ฮิตเลอร์เองก็เดินทางไปพร้อมกับทหารเอสเอสหน่วยนี้ด้วยครับ)
ที่สุดแล้ว "ฮิตเลอร์" จึงมีคำสั่งให้เอาปืนลูเกอร์บรรจุกระสุนเต็มแม็กยื่นให้ "โรห์ม" โดยหวังว่าเขาจะยิงตัวตายในคุกแบบชายชาติทหาร  แต่จนแล้วจนรอดโรห์มก็ไม่ยอมแตะต้องปืนดังกล่าว  จนในที่สุด "ทหารเอสเอส" จึงต้องเข้ามาในห้องขังและชักปืนยิงใส่ "โรห์ม" หลายนัดจนสิ้นใจ  โดยก่อนที่จะถูกยิงนั้นมีการบันทึกว่า "เออร์เนสต์ โรห์ม" ได้ลุกขึ้นมายืนกระทำท่า "วันธยาหัตถ์นาซี" พร้อมเปล่งเสียงกระทำความเคารพฮิตเลอร์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่กระสุนจากปืนลูเกอร์จะถูกระดมยิงใส่ร่างอันเป็นการจบชีวิตของผู้นำหน่วยSAตลอดไป  :II เอ๋แล้วใครละที่อยากจะให้ "เออร์เนส โรหม์" ตายวันละสามรอบ คำตอบก็คือคุณฮิมม์เลอร์ นะซิ แกอุตส่าห์ยุยงปลุกปั่นฮิตเลอร์ให้เกิดความระแวงในตัว"ผู้พันโรห์ม" และตัวเองจะได้เป็นใหญ่ยุบหน่วย sa ให้เหลือ ss   :ss

          การล่มสลายของเอสเอ ส่งผลให้กองกำลังเอสเอส ของฮิมม์เลอร์ก้าวขึ้นมาเป็นองค์กรหลักเพียงองค์กรเดียวในการเป็นหน่วยอารักขาของฮิตเลอร์ และเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ต่างๆ ในการควบคุมเรื่องความมั่นคงของประเทศ รวมไปถึงเป็นหน่วยงานที่ทำการแปลงทฤษฎีว่าด้วย "การกำจัดชาวยิว พวกคอมมิวนิสต์และชนชาติที่ต่ำกว่ามนุษย์" ของฮิตเลอร์ไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งแปรเปลี่ยนทฤษฎีแห่งการแบ่งแยก "เชื้อชาติ" ที่เต็มไปด้วยความกังขาและการต่อต้าน ไปสู่การปฏิบัติแห่ง "การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุ" ที่ปราศจากข้อสงสัยและข้อคัดค้านใดๆ อย่างสิ้นเชิง

          ฮิมม์เลอร์ยังคงก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งในพรรคนาซีด้วยบุคลิกที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความทะเยอทะยาน เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของหน่วยตำรวจลับเกสตาโปทั่วประเทศเยอรมัน และเมื่อควบรวมกับตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยเอสเอสแล้ว ก็ทำให้ฮิมม์เลอร์กลายเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจมากที่สุดคนหนึ่งในการตัดสินชะตาชีวิตผู้คนหรือองค์กรที่เป็นปฎิปักษ์ต่อพรรคนาซี หรือที่พรรคนาซีวิเคราะห์แล้วว่าเป็นบุคคลที่ต้องถูกกำจัดออกจากสังคมตามแนวทางการสร้างสังคมบริสุทธิ์ของชนชาติ "อารยัน" ซึ่งเครื่องมือที่ฮิมม์เลอร์คิดค้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1933 ก็คือค่ายกักกันที่ "ดาเชา" (Dachau) อันเป็นสถานที่ที่ฮิมม์เลอร์บรรยายไว้ว่า

"… เป็นสถานที่สำหรับการทำสะอาดผู้คนที่มีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างจากพรรคนาซี ผู้คนที่มีเชื้อสายยิวหรือแม้กระทั่งลูกครึ่งยิว ชาวสลาฟส์ (Slavs) ในโปแลนด์ ตลอดจนผู้คนที่เป็นภาระต่อสังคม เช่น คนพิการ คนโรคจิต พวกลักเพศ ทั้งนี้เพราะหน้าที่ของชาวเยอรมันทุกคนก็คือการทำลายล้างกลุ่มคนที่มีสถานะต่ำกว่ามนุษย์ (sub-human) เหล่านี้ให้หมดสิ้นไปจากโลก ..."
                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/5e7/BSMdaQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3PcYmU3RRb0n4bF)
                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/ea4/ZaohBe.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3PdgNNwC2XR16ZL)
                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/ec8/fwhB2e.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3PdzAFFDQvD84PC)
                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/b14/AUfnSK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3PebSnkgAJ7HDiZ)
                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/cd0/6TSeiv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3Pexv4Vz1hnabDC)
พอก่อนนะครับเศร้า  :""

         กล่าวกันว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฮิมม์เลอร์ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำในการฆ่าล้าเผ่าพันธ์ชาวยิวนั้น น่าจะเป็นผลมาจากการที่เขาเป็นผู้ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์ลี้ลับ เรื่องของเวทมนตร์คาถาตลอดจนเรื่องการรักษาโรคด้วยสมุนไพรแปลกๆ นานาชนิด ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ได้ถูกผสมผสานกับทฤษฎีเกี่ยวกับความคลั่งเชื้อชาติอารยัน ส่งผลให้
ฮิมม์เลอร์เกิดอาการเพ้อฝันถึงการสร้างสังคมในอุดมคติ สังคมที่จะก้าวไปถึงได้ด้วยการทำลายล้างสังคมอื่นที่เป็นอุปสรรคให้หมดสิ้นไป นักข่าวอังกฤษคนหนึ่งอธิบายลักษณะของฮิมม์เลอร์ว่า "… เหมือนคนที่ไร้ความหวาดกลัว เยือกเย็น สงบ สุขุมและถ่อมตนราวกับเสมียนในธนาคารมากกว่าที่จะเป็นผู้บัญชาการหน่วยเอสเอส และเกสตาโปอันเหี้ยมโหด ที่สำคัญคือเขาเป็นคนที่ปกปิดความรู้สึกได้ดีมาก เราไม่มีวันรับรู้ได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไร รู้สึกเช่นไรและจะตัดสินใจอะไรต่อไป ..."   :dfs

สภาพร่างกายโดยทั่วไปของฮิมม์เลอร์นั้นไม่สู้แข็งแรงนัก เขามีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงอยู่บ่อยๆ จนเกือบจะเป็นลมล้มลงระหว่างเยี่ยมชมการสังหารหมู่ชาวยิวกว่าร้อยคนในรัสเซีย จนต้องมีการออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงวิธีการสังหารหมู่ชาวยิวให้ "มีมนุษยธรรม" มากขึ้น เช่น ใช้การรมแก็สพิษโดยตกแต่งห้องที่ใช้ในการสังหารให้เป็นแบบฝักบัวอาบน้ำ เป็นต้น  :<>

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/e55/KwmyKd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3PjSXcAHmBanFvt)

ฮิมม์เลอร์เชื่อในเรื่อง "ชาติพันธุ์" เป็นอย่างมาก เขาสั่งให้มีการกำหนดกฏเกณฑ์ในการแต่งงานของชนชาติอารยัน เพื่อคงความบริสุทธิ์ของชาติพันธ์ุและเพื่อให้ได้มาซึ่งทารกหรือเมล็ดพันธ์ุที่มีความพิเศษเสมือน "ยอดมนุษย์" (Super-human) รวมทั้งจัดตั้งฟาร์มมนุษย์ที่เรียกว่า "เลเบนส์บอร์น" (Lebensborn) ซึ่งเป็นสถานที่ที่พรรคนาซีจะนำเด็กสาวในวัยเจริญพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกแล้วว่ามีเลือดอารยันสมบรูรณ์ที่สุด มาเป็นแม่พันธุ์ในการให้กำเนิดชนชาติอารยันรุ่นใหม่ โดยให้ทำการสมรสกับทหารหน่วยเอสเอส ของเขา มีนักประวัติศาสตร์หลายคนวิเคราะห์ว่า ฮิมม์เลอร์นำแนวคิดนี้มาจากประสบการณ์ที่ล้มเหลวในการทำฟาร์มไก่มาใช้ประยุกต์ในการทำฟาร์มมนุษย์

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/e49/VYS6b2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3PkRzzdbxc7ghxf)
                       บรรดาแม่พันธ์ตามอุดมคติของฮิมเลอร์  :H :%


ผลงานโหดๆของแกมีเยอะเอาไว้เล่าตอนต่อๆ ไป นะครับ เดียวจะรวบรัดเลย..

        ในช่วงนี้สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ฮิมม์เลอร์เริ่มเห็นเค้าลางความหายนะของพรรคนาซีและอาณาจักรไรซ์ที่ 3 เยอรมันแพ้ศึกทุกด้าน (ไม่แพ้ได้งัยทะเลาะกับเขาไปทั่ว เขาก็รวมสหบาทากระตืบซิ) เขาไม่เห็นด้วยที่ฮิตเลอร์ยืนหยัดต่อสู้อย่างสิ้นหวังในกรุงเบอร์ลิน ฮิมม์เลอร์จึงตีตัวออกห่างจากฮิตเลอร์และเริ่มมองว่า หากต้องการรักษาพรรคนาซีและประเทศเยอรมันเอาไว้ก็จำเป็นต้องเจรจาสันติภาพกับอังกฤษและสหรัฐฯ อีกทั้งยังมองว่าเมื่อปราศจากฮิตเลอร์แล้ว ตัวเขาเองก็คือผู้นำคนต่อไปของเยอรมันนั่นเอง ( พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส  :SSC) ฮิมเลอร์จึงตัดสินใจติดต่อกับจอมพลดไวท์ ไอเซนฮาวว์ของสหรัฐฯ ว่าเยอรมันขอยอมแพ้ในแนวรบด้านตะวันตกต่อสหรัฐฯ และอังกฤษ โดยมุ่งหวังว่าทหารสหรัฐฯ และอังกฤษจะรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารเยอรมันในการต่อต้านกองทัพรัสเซีย (มันคิดได้งัยเนี้ย  :ss )
 
             ข่าวการเจรจาสันติภาพถูกเผยแพร่ทางสถานีวิทยุ บีบีซี ในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1945 ทำให้ฮิตเลอร์โกรธมาก เพราะเขาเคยเชื่ออยู่เสมอว่าฮิมเลอร์คือบุคคลผู้ที่เขาไว้วางใจได้มากที่สุดคนหนึ่ง ก่อนที่ฮิตเลอร์จะปลิดชีพตัวเอง เขาสั่งปลดฮิมม์เลอร์ออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่งและเรียกฮิมม์เลอร์ว่า "คนทรยศ" แต่ฮิมม์เลอร์ไม่สนใจสิ่งใดๆ ทั้งสิ้นเขาตั้งหน้าตั้งหน้าเจรจาต่อรองกับไอเซนฮาวว์ว่า หากเขายอมเจรจาสงบศึกกับสหรัฐฯ แล้ว เขาจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดใหม่ของเยอรมัน แต่ไอเซนฮาวว์ปฏิเสธทุกข้อเรียกร้องที่ฮิมม์เลอร์เสนอพร้อมทั้งประกาศว่า เขาคืออาชญากรสงครามคนสำคัญที่ต้องถูกนำตัวมาลงโทษ (อ้าวซวยละ เดินต่อไปก็กำแพง ถอยหลังก็ตกคลอง  :""")

เมื่อการเจรจาไม่ได้ผล ฮิมม์เลอร์ก็พยายามหลบหนีโดยปลอมตัวเป็นคนตาบอดข้างเดียว มีผ้าคาดปิดตา โกนหนวดออกทั้งหมดเพื่ออำพรางตนเอง แต่เอกสารปลอมที่ยึดมาจากตำรวจที่เสียชีวิตมีพิรุธ ทำให้ทหารอังกฤษสงสัยและจับกุมตัวเขาได้ที่เมืองเบรเมน (Bremen) ก่อนที่จะทราบว่าชายคนดังกล่าวคืออาชญากรสงครามอันดับต้นๆ ของเยอรมัน

        ในระหว่างรอการสอบสวนเบื้องต้น ฮิมม์เลอร์ก็ตัดสินใจกัดเม็ดยาพิษไซยาไนด์ที่ซ่อนไว้ในฟันซี่หนึ่งเพื่อปลิดชีวิตตัวเอง ในห้วงสุดท้ายของชีวิตนั้นมีหนังสือบางเล่มได้อ้างว่าฮิมเลอร์ได้กล่าวประโยคสุดท้ายของเขาก่อนสิ้นลมหายใจว่า "… ฉันคือไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ …"

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/9a4/Aj66Ls.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3PpnYKFu2GXNveX)
                ภาพสุดท้ายของเจ้าของฟาร์มไก่  :""

     ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็หมายความว่า ฮิมม์เลอร์ต้องการประกาศให้โลกรับรู้ถึงการเดินทางมาถึงจุดสุดท้ายของชีวิต และไม่ว่าเขาจะถูกประณามว่าเป็นอาชญากรสงครามคนสำคัญที่มีส่วนในการสังหารชาวยิวกว่าหกล้านคนทั่วทั้งยุโรป หรือจะได้รับการยกย่องในฐานะผู้บัญชาการหน่วยทหารเอสเอส อันทรงอานุภาพที่สุดหน่วยหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ตาม ฮิมม์เลอร์ก็ได้จากโลกนี้ไปแล้ว คงเหลือทิ้งไว้แต่บทเรียนอันทรงคุณค่าให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

จบไปอีกหนึ่งกับตัวละครเอกยุค WW2  เมื้อยไหม จะบ่นก็ได้ครับ..ผมไม่ได้ยิน  :ss  สุดท้ายขอขอบคุณนะครับที่เข้ามาอ่าน  :ss :ds
                                 


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: yah&yim ที่ 24,04, 2016, 18:21:20
ประวัติชวนให้มาติดตาม


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 25,04, 2016, 09:42:08


            BB = Barrel Bushing
            there were 1500 of these were made to test the collet bushing that Colt would use in the 1970s.


            (http://)(http://www.mx7.com/i/902/rGgZGL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3X8f0nzV2AIW3mX)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/cca/W3TKby.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3X8qHG5hcgKqsfZ)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/aab/RIhtN8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3X8zdas58CrK0jX)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/acf/cU7vs8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3X8IqCbsg8FmNq3)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/ad4/n4fSai.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3X8PwbP82CXvh90)
 
              เคยมีข่าวแววจากฝั่งเมกาว่า ดีสุดๆ ปราณีตสุด รวมไปถึงโลหะวิทยาที่โคล์ทมีปัญญาในขณะนั้น ต้องยกให้ Colt pree 70 ช่วง 1966 - 1970
              เฮ้อ..กำเนิดมาแค่ 1500 กระบอก  :!


สวัสดีเช้าวันจันทร์ครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 25,04, 2016, 11:42:45
     วันนี้จะนำเสนอเรื่องประวัติศาสตร์การรบสมรภูมิที่ไม่ค่อยได้ยินกันเท่าไร..ซึ่งในแต่ละสมรภูมิการรบที่ไหนก็จะมีเรื่องแปลกๆ หรือวีรบุรุษของพื้นที่นั้นๆ เกิดขึ้น

สมรภูมิการรบวันนี้เกิดขึ้นทางด้านประเทศฟินแลนด์ ฟินแลนด์ได้รับฉายาว่าดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยอัสดง ออฟฟิสของลุงซานต้าคลอสก็อยู่ที่นั้น  :ss  พร้อมยังครับท่านผู้ชม น้ำพร้อม ขนมพร้อม  :ss มาเริ่มกันเลยนะครับ

                เดือนสิงหาคม 1939 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะอุบัติอย่างเต็มตัว เยอรมันและรัสเซีย ลงนามในสนธิสัญญาให้ความช่วยเหลือและจะไม่รุกรานกัน (Molotov-Ribbentrop Pact) ในภายหลังปรากฏว่าสนธิสัญญาฉบับนี้มีข้อตกลงลับในการขยายอิทธิพลของตนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หรือการตกลงกันแบ่งเค้กเข้ายึดครองประเทศต่าง ๆ ในซีกตะวันออกของทวีปยุโรป เดือนกันยายน 1939 กองทัพนาซีบุกประเทศโปแลนด์ เปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 2

                                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/c34/mzcWEz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XrN1HjqfwuEYjj)

            ในขณะที่กองทัพรัสเซียเคลื่อนพลโจมตีทางทิศตะวันออกจนโปแลนด์พ่ายแพ้กระเจิงภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และถูกแบ่งการปกครองออกเป็น 2 ส่วนโดยเยอรมันและรัสเซีย ( ไม่เบานะรัสเซียแกเอาทุกอย่างทุกท่า ) หลังจากนั้นรัสเซียยื่นข้อเสนอให้กับฟินแลนด์ โดยขอให้ร่นเขตพรมแดนในแนวที่ติดกับรัสเซียไปเป็นระยะทาง 25 กม. และขอเช่าพื้นที่บริเวณคาบสมุทรฮันโก (Hanko Peninsula) เพื่อใช้ทำฐานทัพเรือเป็นเวลา 30 ปี โดยรัสเซียจะยอมยกดินแดนบริเวณเมืองคารีไลอา (Karelia) ซึ่งมีพื้นที่มากกว่าดินแดนที่ขอให้ฟินแลนด์ถอยร่นไปถึง 2 เท่าข้อเสนอของรัสเซียดูน่าสนใจ แต่ฟินแลนด์เปรียบเปรยว่ารัสเซียจะเอาขี้ดิน 2 ปอนด์มาขอแลกกับทองคำ 1 ปอนด์

                                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/58f/OAKC3Q.png) (http://www.mx7.com/view2/z3XtmRPxGz8f7WvB)(http://)(http://www.mx7.com/i/b0d/F7q7Fh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XtOS9q5DJ2myz3)


  รัสเซียได้ยินลมออกหูเลย .... เมื่อขอกันดี ๆ ไม่ยอมให้ก็ต้องใช้เล่ห์  :II  รัสเซียยิงปืนใหญ่เข้าใส่หมู่บ้านชายแดนของตนเองแล้วกล่าวโทษว่าทหารฟินแลนด์เป็นคนยิง ( แผนเดียวกันกับฮิตเลอร์ใช้โจมตีโปแลนด์เลย ใช้ทหารตัวเองแต่งเป็นโปแลนด์เข้าทำแลยสถานราชการของเยอรมัน แล้วสร้างความชอบธรรมบุก )      แล้วเคลื่อนกำลังพล 630,000 นาย พร้อมเครื่องบินรบและรถถังหลายพันคันเข้าโจมตีฟินแลนด์ในเดือนพฤศจิกายน 1939 ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "สงครามฤดูหนาว" (Winter War)  :"""

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/c24/LcV94E.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XvDXmYxMuzNBcO)(http://)(http://www.mx7.com/i/914/ANwYHq.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3Xw37RoG1ncftsH)


              แต่เดียวก่อน...ฟินแลนด์ไม่ใช้หมูนะเธอ  :S  จอมพลแมนเนอร์ไฮม์ของฟินแลนด์ วางกำลังทหาร 40000 คน (9 กองพล) ยันกองทัพแดง 30 กองพล  โดยอาศัยปราการธรรมชาติที่ได้เปรียบในสงครามฤดูหนาว ก็รบกันแหลกไปข้างละ ( น้ำแข็งแหลกนะครับ )
              และใน 30 พฤศจิกายน 1939 กองทัพอากาศรัสเซียส่งฝูงบิน 200 ลำบุกเข้าทิ้ง โคตรระเบิด "RRAB-3" โจมตี 16 เมืองสำคัญๆ เช่นวีพูรี และเฮลซิงกิและทางตอนใต้ของฟินแลนด์ 

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/c16/nqaGRP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3Xz0KQFyWu1uSuu)(http://)(http://www.mx7.com/i/d58/FqLbIt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XzmnygRqJZyrmI)
                      (http://)(http://www.mx7.com/i/b02/eQZNBh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XzCGzDU6nFfaC8)

                 
              ระเบิด RRAB-3 ถูกออกแบบให้มีใบพัดที่ส่วนหาง ซึ่งจะควงไปตามกระแสลม เมื่อมันหมุนครบจำนวนรอบที่ตั้งเอาไว้ ฝาด้านข้างของลูกระเบิดจะเปิดออกปล่อย ระเบิด
เพลิงลูกเล็กๆ 60 ลูก ออกมาใส่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย เป็นการบีบบังคับให้ฟินแลนด์ยอมแพ้โดยเร็ว
             ต่อมาหรัฐส่งสารถึงโซเวียต ประณามการโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน แต่สมัยนั้นยังไม่มี CNN มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ยืนยันได้ว่ารัสเซียทิ้งระเบิดใส่บ้านเรือนใน ฟินแลนด์จริง ส่วนทางด้านของ "วยาเชสเลฟ โมโลตอฟ" (Vyacheslav Molotov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโซเวียต ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา ( ผมไม่ผิดนะครับ  :SSC ) โดยเขาอ้างว่านานาประเทศเข้าใจผิด โซเวียตนั้นไม่ได้รุกรานฟินแลนด์ ในทางตรงกันข้ามโซเวียตนำเสบียงอาหารไปทิ้งให้กับประชาชนชาวฟินแลนด์ผู้หิว โหยต่างหาก  ( ระเบิดเนี้ยนะ ) ส่วนภาพถ่ายบ้านเรือนลุกเป็นไฟที่เห็นในข่าวนั้นเป็นภาพเก่าตั้งแต่สมัย สงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่ใช่เกิดจากการโจมตีของกองทัพโซเวียตแต่อย่างใด

               กองกำลังของฟินแลนด์มีเพียง 250,000 นาย แต่ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคืออาวุธยุทโธปกรณ์นั้นด้อยกว่ารัสเซียหลายร้อยเท่า ตัว รถถังหลายพันคันที่รุกคืบหน้าเข้ามาสามารถบดขยี้เมืองต่างๆให้ราบเป็นหน้า กลองได้ไม่ยาก แต่ยังโชคดีที่ชาวฟินแลนด์เรียนรู้การต่อสู้กับอาวุธหนักจากสงครามกลางเมือง ในสเปนที่ผ่านไปไม่กี่ปี  :A

      ทหารฟินน์ใช้ยุทธวิธีโดยใช้สกี ทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วในการโจมตีอาวุธก็ใช้ปืนกลมือซูโอมิ ซึ่งเป็นปืนกลมือรุ่นแรกๆที่ใช้การได้ดีในอากาศหนาว (ใช้วิธีไม่หยอดน้ำมันเพราะมันจะแข็งจนปืนติดขัด) ใช้แมกกาซีนจานจุ50-70นัด ยิงต่อเนื่อง  ตอนหลังรัสเซียก็เอาแมกจานของซูโอมิก็อปไปใช้กับปืนกลมือ พีพีเอสเอช ส่วนตอนนั้นรัสเซียยังไม่มีปืนกลมือที่ใช้ได้จริงๆกลยุทธที่ใช้เคยอ่านว่าทหารฟินน์จะใช้สกีเคลื่อนไปโอบล้อมแล้วรุมยิงด้วยปืนกลมือจนรัสเซียละลายเป็นแถบๆ

               (http://)(http://www.mx7.com/i/a92/BNsBFZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XBozZ3OctZYTsy)(http://)(http://www.mx7.com/i/a0b/up3QHM.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XBC3aYAhBUh7CL)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/d69/e6wu9Q.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XBUQ37CePRdqYH)(http://)(http://www.mx7.com/i/140/ieMYaL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XC4Lsdyk413RQQ)

              ชาวฟินแลนด์เรียนรู้การต่อสู้กับรถถังจากชัยชนะของกองทัพฟาสซิสต์ ในครั้งนั้นพวกเขาจึงนำวิธีเดียวกันนี้มาใช้ต่อสู้กับรถถังของโซเวียต โดยใช้ขวดใส่เหล้าทำระเบิดเพลิงรุ่นแรกๆ และตั้งชื่อว่า "โมโลตอฟค็อกเทล" ซึ่งเป็นการล้อเลียนว่า "ตะกร้าอาหารของโมโลตอฟ" แต่หาก วยาเชสเลฟ โมโลตอฟ เรียกโคตรระเบิด RRAB-3 ว่าเป็น "ตะกร้าอาหาร" ระเบิดเพลิงของชาวฟินแลนด์ก็คือ สุราที่ใช้กินร่วมกับอาหารของโมโลตอฟนั่นเอง (  :e  )

               เอ๋ ไอ้ ว่า "โมโลตอฟค็อกเทล” กินแล้วเมาไหม ตอบเลย เมาครับ เมาทั้งคนทั้งรถถังที่โดนเลย มาดูกัน....
             ร้อยเอก Eero Kuitinen ได้รับมอบหมายให้ค้นหากลยุทธ์ต่อสู้กับรถถัง ด้วยเวลาที่จำกัดและงบประมาณอันน้อยนิด เขาเสนอแผนการใช้ ระเบิดเพลิง ตั้งชื่อว่า"Molotov Cocktail" และสั่งการให้พิมพ์ใบปลิวอธิบายวิธีการผลิตและวิธีการใช้ระเบิดเพลิงอย่างละเอียดพร้อมระบุตำแหน่งจุดอ่อนของรถถังรัสเซีย ส่งกระจายไปตามหมู่บ้านต่างๆทั่วฟินแลนด์   

                (http://)(http://www.mx7.com/i/c1c/IswgPU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XDyzWQZNDIFnux)(http://)(http://www.mx7.com/i/c66/mX2DJM.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XDTuH5J45587xp)

                  การต่อสู้กับรถถังด้วยระเบิดในวันแรก พิสูจน์ได้ว่า Molotov Cocktail มีประสิทธิภาพสูงเกินกว่าที่คาดหมาย มันสามารถทำลายรถถังได้อย่างน้อย 40 คัน หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถถังถูกทำลายอย่างง่ายดาย เนื่องจากรถถังส่วนใหญ่รุกคืบนำหน้าหน่วยทหารราบทำให้ไม่มีหน่วยคุ้มกันการลอบโจมตี ทหารฟินแลนด์จึงสามารถเข้าใกล้ตัวรถถังจนถึงระยะที่จะขว้างระเบิดเพลิงเข้าใส่ได้
                  อย่างไรก็ตาม ฟินแลนด์ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าประชาชนจะผลิตระเบิดเพลิงได้มากพอทำลายรถถังนับพันนับหมื่นคันที่กำลังรุกคืบหน้าเข้ามา อีกทั้งระเบิดเพลิงทำเองนั้นอาจทำอันตรายต่อตัวผู้ใช้และก่อนใช้งานจะต้องใช้ไฟแช็คหรือไม้ขีดไฟจุดชนวน ผู้ใช้ต้องอยู่นิ่ง ๆ ชั่วขณะหนึ่ง ทำให้ตกเป็นเป้ากระสุนได้โดยง่าย
                ต่อมาทางกองทัพฟินแลนด์สั่งทำเป็นล่ำเป็นสันโดยบริษัทบรรจุขวดอัลโก (Alko Cooperation) ผลิตเอาน้ำมันเบนซินบรรจุในขวดขนาด 750 มิลลิลิตร พร้อมไม้ขีดไฟชนิดพิเศษติดไฟง่าย ทน และดับยาก 2 อันที่พันติด เชื้อไฟชนิดนี้ใช้ในการทำพลุส่องสว่าง โรงงานบรรจุขวดนี้ผลิตส่งให้กับกองทัพฟินแลนด์มากกว่า 450,000 ขวด และมีการคิดค้นพัฒนาระเบิดเพลิงเพิ่มส่วนผสมทำให้ไวไฟมากขึ้น ยกเลิกการใช้ชนวนผ้าชุบน้ำมัน เปลี่ยนมาใช้ประกบด้านข้างขวดด้วยหลอดแก้วบรรจุกรดซัลฟูริค ซึ่งจะทำปฏิกิริยาทันทีที่หลอดแก้วแตกและสัมผัสอากาศ
                โมโลตอฟค็อกเทลเป็นหนึ่งในอาวุธลับที่ทำให้ฟินแลนด์ สามารถเอาชนะกองทัพรัสเซียที่มีกำลังพลมากกว่าหลายร้อยเท่าตัว จากชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ทำให้ทั่วโลกรู้จักพิษสงของอาวุธทำเอง หลังจากรัสเซียพ่ายแพ้ในสงครามฤดูหนาว ประเทศมหาอำนาจได้มีการปรับปรุงพัฒนารถถังให้มีตัวถังหลายชั้น แต่ละชั้นใช้วัสดุที่แตกต่างกัน วัสดุที่ใช้ในห้องเครื่องยนต์ล้วนแต่มีจุดหลอมเหลวสูงกว่าจุดติดไฟของน้ำมัน ดังนั้น เราจะไม่สามารถทำลายรถถังในปัจจุบันด้วยโมโลตอฟค็อกเทลได้


                    (http://)(http://www.mx7.com/i/59f/Iyxdek.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XEDzVKAALs19kB)
                     ภาพรถถังรัสเซียโดนระเบิดขวด

ระเบิดขวดน้ำมันนี้มีการประยุกต์ใช้ในหลายสมรภูมิทั่วโลก เช่น สมรภูมิคาล์กินโก ระหว่างชาวมองโกเลียกับชาวแมนชูโก และในสงครามระหว่างกองทัพญี่ปุ่นกับกองทัพโซเวียต เมื่อกองทัพญี่ปุ่นขาดแคลนอาวุธต่อสู้รถถัง ทำให้ทางกองทัพญี่ปุ่นจึงต้องทำMolotov Cocktailออกมาเพื่อสู้กับรถถังของรัสเซีย ( ส่วนไทย โก๋หลังวัง 2499 ก็ไปเรียนมาครับจนได้ฉายาว่า ปุ๊ระเบิดขวด เกี่ยวมัย )

                   และอีกเรือง ขวัญกำลังใจทหารของรัสเซียเปรียบของฟินแลนด์ไม่ได้ คนหนึ่งมารบเพื่อเอาบ้านทั้งที่บ้านก็มีอยู่แต่อีกฝ่ายรบเพื่อไม่ให้ใครเอาบ้านไป และฟินแลนด์มีฮีโร่ครับ เขาคือ.......ไซโม ฮายาซ  หรือ white Death " ความตายสีขาว"  :<>  เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของทหารฟินแลนด์ยุคนั้นครับ เป็น sniper คนเดียว ซัดทหารโซเวียตไป 542 ศพ !!!   เป็นสกอร์ที่มากที่สุดในตอนนั้น  รัสเซียเจออย่างนี้ขวัญกระเจิงซีครับ... :"""

พักแป๊บ....แวะมาทำความรูจักกับไซโม ฮายาซ คือใครดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาอ่านซ้ำซ้อนกัน  :S

         ไซโม ฮายาซ (17 ธันวาคม 1905-1 เมษายน 2002) ได้รับฉายาจากกองทัพโซเวียตว่า "White Death"=ไวท์ เดธ) เรียกเป็นภาษาไทยได้อย่างเท่ๆว่า "ความตายสีขาว" (ในภาษารัสเซียเรียกว่า Belaya Smert=เบลาย่า สเมิร์ท,ภาษาฟินแลนด์เรียกว่า Valkoinen kuolema=วาลคอยเน็น คูโอเลม่า) เขาเป็นทหารฟินแลนด์ที่ในปัจจุบันยังถกเถียงกันว่าเขาคือพลซุ่มยิงที่ยิ่ง ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ใช่หรือไม่?
         ฮายาซเกิดในเขตเทศบาลเลาซ์จาไว(municipality of Rautjarvi) ซึ่งปัจจุบันเป็นชายแดนของรัสเซียไปแล้ว เขาได้เข้าเป็นทหารในกองทัพเมื่อปี 1925 โดยก่อนหน้านี้เขามีอาชีพเป็นชาวนาหรือเกษตรกร เมื่อสงครามฤดูหนาว(Winter War) ซึ่งเกิดขึ้นจากรัสเซียได้ทำการรุกรานฟินแลนด์ตั้งแต่ปี1939-1940 เริ่มขึ้น เขาก็ได้รับหน้าที่ให้เป็นพลซุ่มยิงเพื่อสังหารทหารกองทัพแดง ในภูมิประเทศที่มีอุณหภูมิหนาวตั้งแต่ -20 ถึง-40องศาเซลเซียล (วัดเป็นองศาฟาเรนไฮต์ก็จะอยู่ที่ระหว่าง -4ถึง-40องศา) โดยฮายาซใส่ชุดพรางหิมะสีขาว เขามียอดสังหารทหารโซเวียตที่ได้รับการยืนยันถึง 542ศพ!
เฮ้ยไม่ธรรมดาเลย ... :"""

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/b7e/HwDE2O.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XGxCQR0Zcw7cxH)

สถิตินี้มาจากกองทัพฟินแลนด์จากสนามรบที่โคลา (battlefield of Kollaa)ซึ่งเป็นสถานที่ฮายาซสามารถสังหารข้าศึกได้เป็นจำนวนมากถึง 542ศพ จากสมุดบันทึกที่โคลาได้กล่าวไว้ว่า "ฮายาซใช้ปืนยาวเอ็ม 28 (Finnish Mosin nagant M28 rifle) ซึ่งเป็นปืนที่ฟินแลนด์ลอกแบบมาจากปืนยาวแบบโมซินนากังค์ของรัสเซีย (Soviet Mosin nagant rifle) รู้จักกันในหมู่ทหารฟินแลนด์ว่า ปืนยาว"พีสตี้คอร์ว่า"("Pystykorva") ซึ่งหมายถึงสุนัขพันธ์สปิทส์(spitz) ฮายาซเป็นคนที่มีรูปร่างเล็กคือมีความสูง 5ฟุต3นิ้ว(1.60เมตร ฝรั่งเขาถือว่าเตื้ยนะ) เขาชอบใช้ศูนย์เล็งเหล็กมาตรฐานของปืน(iron sights) สำหรับยิงเป้าขนาดเล็ก(smaller target) มากกว่าสูนย์แบบกล้องเล็ง(telescopic sights) สาเหตุมาจากเวลาเขาจะใช้กล้องเล็งจะต้องยกศรีษะสูงขึ้น และเขายังบอกว่าการใช้ศูนย์เล็งแบบเปิดนี้จะช่วยปกปิดที่ตั้งของตนเองได้ดี กว่าศูนย์แบบกล้องเล็ง (แสงอาทิตย์ที่ส่องใส่เลนส์ของศูนย์กล้องจะสะท้อนแสงทำให้ถูกพบที่ตั้งของพลซุ่มยิงได้)

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/e99/I06m0a.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XH1L2P7q1E0ZUw)

    นอกจากเขาจะใช้ปืนยาวในการซุ่มยิงศัตรูแล้ว ฮายาซยังใช้ปืนกลมือซูโอมิ เอ็ม31อันโด่งดังของฟินแลนด์ยิงสังหารทหารรัสเซียไปเป็นจำนวนมากถึงสองร้อยกว่าศพ! ทำให้ยอดสังหารข้าศึกของเขาเพิ่มเป็นถึง 705ศพ!(ยิ่ง เทพเข้าไปใหญ่คนรึเปล่าเนี่ย?) หลังจากทำหน้าที่ในสนามรบมาเป็นเวลากว่า100วัน เขาก็ถูกกระสุนปืนใส่บาดเจ็บ เฉลี่ยแล้วในวันๆหนึ่งเขาจะสังหารศัตรูไป 5ศพ ส่วนใหญ่ฮายาซจะซุ่มยิงตอนกลางวันในฤดูหนาวแทบจะทุกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกกว่าพลซุ่มยิงคนอื่นๆของโลก  :SSC

              ก่อนที่ฮายาซจะได้รับบาดเจ็บฝ่ายรัสเซียมีแผนที่จะกำจัดเขาให้ได้ ด้วยการใช้พลซุ่มยิง เรียกว่าพลซุ่มยิงก็ต้องจัดการด้วยพลซุ่มยิง(counter snipers=เคาน์เตอร์สไตรค์ เอ้ย! เคาน์เตอร์ สไนเปอร์)เรียกแบบไทยก็คือเพขรตัดเพชรหรือตาต่อต่าฟันต่อฟัน หรืออีกวิธีที่ขี้ขลาดหน่อยก็คือใช้ปืนใหญ่ยิงถล่ม(artillery strikes=อาร์ทิเลอะลี่ สไตรค์) โดยปืนใหญ่รัสเซียชอบใช้กระสุนปืนใหญ่แบบแตกกลางอากาศ(shrapnel=ชรัปเนล) ที่จะระเบิดกลางอากาศแล้วปล่อยลูกเหล็กกลมก้อนเล็กๆพุ่งลงมาเป็นสายฝน โดยโซเวียตน่าจะส่งทหารมาล่อให้ฮายาซยิงเพื่อที่จะได้ทราบตำแหน่งของเขาแล้ว จัดการยิงปืนใหญ่ถล่มใส่ซะ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถเก็บฮายาซได้ แถมเขาก็ไม่เคยโดนกระสุนแบบนี้เลยเรียกว่าไร้รอยแมวข่วน(เทพอีกละ) ส่วนสไนเปอร์ที่ส่งมาเก็บเขาก็ถูกฮายาซเก็บซะเอง  :ss

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/19e/fhTmfk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XHLuiNHmLBoZnn)
                          กระสุนที่ใช้ปูพรมถล่ม ฮายาซ
 
                                พอถึงวันที่ 6 มีนาคม ปี1940 ฮายาซก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีกคราวนี้โดนยิงที่ขากรรไกรระหว่างการต่อสู้ในระยะใกล้(close combat) กระสุนพุ่งเข้าไปในหัวด้านซ้ายของเขา  :""" ฮายาซถูกหามออกจากสนามรบโดยทหารที่หามเขากล่าวว่า "หัวของเขาหายไปครึ่งหนึ่ง" ฮายาซกลับมาได้สติเอาอีกทีก็วันที่ 13 มีนาคม(หมดสติไปตั้ง 7วันเชียวนะเนี่ย) ซึ่งพอเขาตื่นมาก็เป็นวันที่ฟินแลนด์กับรัสเซียได้ประกาศสงบศึกกันพอดี หลังจากสงครามสิ้นสุดได้ไม่นานเขาก็ได้รับการเลื่อนยศจากสิบโท(corporal) เป็นร้อยตรี(second lieutenant) ...ผมว่ายังน้อยไปครับน่าจะให้เป็นนายพันเลย  :II

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/d74/Dt0SAY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XJyrEgscopYQvU)

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/ef2/DZbpSR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XJV8hUBmxPWMli)
                     ใบหน้าที่หลังจากหายจากการบาดเจ็บ

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/956/3uEFtD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3Y0dNGh2BRfsmCb)

                     หลายท่านคงจะคิดว่าอะไรมันจะเลื่อนยศแบบก้าวกระโดดขนาดนั้นเนอะ ผมว่าสงสัยน่าเป็นเพราะผลงานที่เทพสุดๆของเขาชัวร์ๆ โดยฮายาซได้รับยศนี้ จากจอมพล คาร์ล กุฟตาฟ อีมิล แมนเนอร์ไฮม่(Field Marshal Carl Gustaf Emil Mannerheim) จอมพลผู้โด่งดังของฟินแลนด์ผู้บัญชาการป้องกันประเทศ และชื่อของเขาก็ถูกตั้งชื่อเป็นแนวป้องกันประเทศนั้นคือแนวแมนเนอร์ไฮม์นั้น เอง (Mannerheim Line=แมนเนอร์ไฮม์ ไลน์) ทำให้ฮายาซนับเป็นทหารคนแรกของกองทัพฟินแลนด์ ที่ได้ยศแบบข้ามขั้นขนาดนี้โดยที่ไม่มีทหารคนไหนจะเสมอเหมือนได้
 
                   ฮายาซใช้ชีวิตหลังสงครามในการรักษาอาการบาดเจ็บหลายครั้ง จากกระสุนของทหารโซเวียตที่เจาะขากรรไกรและเข้าไปฝังในแก้มข้างซ้ายของเขา หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบลงเขาก็หวนกลับไปสู่วิถีชีวิตแบบเดิม คือกลับไปจับปืนเหมือนเดิมแต่ที่แตกต่างจากแต่ก่อนก็คือเขาไม่ได้ยิงคน แต่กลายเป็นนายพรานล่ากวางมูซชั้นเยี่ยม(successful moose hunter=ซัคเสดฟูล มูซ ฮันเตอร์) ก็คนมันเคยเทพนี่หน่าทำไงได้ นอกจากนี้เขายังเป็นคนเพาะพันธ์สุนัข(dog breeder=ด็อก บรีดเดอร์)อีกด้วย

          จากการสอบถามฮายาซในปี 1998 ว่าทำยังไงถึงยิงปืนได้แม่น?เขาก็ตอบว่า"มันอยู่ที่การฝึกฝน"(Practice) เมื่อถามว่าเขารู้สึกเสียใจไหมที่ได้เข่นฆ่าผู้คนไปเป็นจำนวนมาก?(คราวนี้ ถามอย่างกับกากSF) เขาก็ตอบว่า"ผมทำตามคำสั่งและทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้" ("I did what I was told to as well as I could.") แปลถูกไม่ถูกก็ช่วยๆบอกกันบ้างนะครับ ฮายาซใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆชื่อโรคอลาซติ(Ruokolahti) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฟินแลนด์ซึ่งถัดไปเป็นดินแดนของรัสเซียจนเสียชีวิต อยู่ที่หมู่บ้านนี้นั้นเอง เป็นการปิดฉากชีวิตของเพชรฆาตผู้สังหารทหารรัสเซียไปเป็นจำนวนมากลงอย่างสงบ


เอ้ามาต่อกัน สงครามรัสเซีย VS ฟินแลนด์   (ลืมไปเลย ) ....ทั้งที่รัสเซียมีกำลังพลมากกว่า แต่กลับประสบผลสำเร็จในการรบเพียงด้านเดียว นั่นคือ ยึดเมืองเพ็ตซาโมทางตอนเหนือไว้ได้ ส่วนด้านอื่นๆ ทัพรัสเซียเสียหายหนัก และแตกพ่ายย่อยยับ แนวรบเหนือทะเลสาบลาโดกา ทัพฟินแลนด์ตีกองทหารรัสเซีย3กองพลแตกพ่าย ที่หมู่บ้านซูโอมัสซัลมี ทหารฟินแลนด์มีชัยเหนือทหารรัสเซีย2กองพล ทหารรัสเซีย30,000นายถูกสังหาร รัสเซียพยายามเข้าโจมตีกองบัญชาการกองทัพฟินแลนด์ที่เมืองกาจานีในภาคกลาง แต่กลับถูกทัพฟินแลนด์บดขยี้อย่างหนัก กองทัพฟินแลนด์มีการใช้กองทหารเคลื่อนพลด้วยสกี เข้าโจมตีแนวหลังและขบวณส่งกำลังบำรุงของรัสเซียที่ฝ่ายรัสเซียปล่อยให้เปิด โล่งไม่มีการป้องกัน ในหลายแนวรบ ทัพรัสเซียที่พ่ายแพ้ล้วนแต่ทิ้งอาวุธมากมาย ล้วนเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายฟินแลนด์ทั้งสิ้น

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/c18/UKSHpV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XM7g7NusghCqRR)
                        รัสเซียก็ได้รับความทุกข์ยากหฤโหดจากภูมิอากาศที่หนาวเหน็บเหมือนกัน  :II ไม่ใช่นักโปเลียนที่มาบุกรัสเซียสมัยก่อนโดนคนเดียวหร๊อก

                  (http://)(http://www.mx7.com/i/b66/35SuzU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XNkpCnBBRZrXBS)(http://)(http://www.mx7.com/i/ed2/Wc6M21.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z3XNCQvQlOz64WL0)


        เมื่อ ไม่อาจเอาชนะในหลายแนวรบได้ กองทัพรัสเซียที่ภายหลัง บรรชาการโดย นายพลซีเมน ทิโมเชงโก ได้เปลี่ยนแผนการ โดยระดมทัพทั้งหมดทั้งทหารราบ ปืนใหญ่ รถถัง เครื่องบินรบ เข้าโจมตีแนวแมนเนอร์ไฮม์ด้านเดียว จำนวนที่เทียบไม่ได้เลยของกองทัพรัสเซียนี้ ทำให้ฝ่ายฟินแลนด์ต้องถอยร่นเข้าไปทางเหนือ กองทัพรัสเซียยึดนครไวเบอร์ก เมืองเอกอันดับสองของฟินแลนด์ได้ ทำให้ฟินแลนด์ยอมจำนน วันที่13มีนาคม 1940 ฟินแลนด์ลงนามในสนธิสัญญาสงบศึกมองโคว์ ที่พระราชวังเครมลิน ทำให้รัสเซีย ได้ครอบครองเมืองทางเหนือของฟินแลนด์ ได้ครอบครองฐานทัพเรือบนเกาะฮังโก อ่าวฟินแลนด์ และได้ครอบครองดินแดนตอนเหนือของทะเลสาบลาโดกา และได้ปรับแนวเส้นพรมแดนบริเวนคอคอดคาเรเรียอีกด้วย

           การลงทุนสร้างแนวป้องกันด้านฟินแลนด์ของรัสเซียนี้ แม้จะเป้นการลงทุนราคาแพง แต่ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะในกาลต่อมา แนวป้องกันใหม่นี้จะช่วยป้องกันการรุกรานของเยอรมันจากฟินแลนด์ได้....


           สุดยอดครับถ้าอ่านจบ....คุณมีสมาธิแล้วช่วงนี้   สุดท้ายขอขอบคุณครับ  :ss :ds    มาฟังเพลงดับร้อนกัน https://www.youtube.com/watch?v=g6R8E87OK2w






   


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ThE-Bo$$-{YaLa} ที่ 26,04, 2016, 07:37:01
 :> :> :>  เยี่ยมเลยครับท่าน   :> :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 26,04, 2016, 11:23:12
     Quality was considered second to none.
      คุณภาพได้รับการพิจารณาแล้วว่า  ไม่เป็นสองรองใคร.


                (http://)(http://www.mx7.com/i/be4/crXd8k.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45GiTCpWMMt2rCz)
                (http://)(http://www.mx7.com/i/e29/yeOrhU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45GtwYSsgfGurD0)
                (http://)(http://www.mx7.com/i/593/D4yF4E.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45GCorVxMt6DMRa)
                 (http://)(http://www.mx7.com/i/d81/HsUdqf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45H7AzWuUI3dUeA)
                 (http://)(http://www.mx7.com/i/bd2/d8N2im.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45HklOuHPNLbziZ)

สวัสดีวันอังคารครับ  :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 26,04, 2016, 11:43:22
ในโลกแห่งประวัติศาสตร์และการสงครามนี้มีผู้คนเรือนล้านเข้าร่วมกิจกรรม บ้างก็ทำตามแบบแผน ข้อกำหนด ข้อบังคับ แต่ก็มีประเภทแปลกๆ เกิดขึ้นมาเช่นกัน ครับวันนี้นำเสนอนายทหารท่านหนึ่งลองอ่านดู  :ss

          Jack Churchill


                                          (http://)(http://www.mx7.com/i/be5/uYb3nN.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45J4tkvc04LNeTV)

              เเจ็ค เชอร์ชิล คนนี้ได้รับการเข้าใจผิดบ่อยครั้งเขามิใช่น้องชายของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ วินสตัน เชอร์ชิล น้องชายของท่านวินสตัน เชอร์ชิล พันตรี จอร์น มัลค่อม โทรป เฟลมมิ่ง "เเจ็ค" เชอร์ชิล( John Malcolm Thorpe Fleming "Jack" Churchill) หรือที่รู้จักกันในชื่อ"เเจ็คบ้า"(Mad Jack) เกิดในฮ่องกง จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารเเซนเฮิสในปี1926เเละเข้าประจำการในพม่าภายใต้ Manchester Regiment. หลังสงครามได้ลาออกจากกองทัพในปี1936เเละทำงานในกองบรรณาธิการของหนังสือพิมพเเจ็ค เชอร์ชิลกลายเป็นที่รู้จักในสงครามโลกครั้งที่สองในปี1940เชอร์ชิลได้กลับมาเข้ากองทัพอีกครั้งหลังโปเเลนด์ถูกเยอรมันรุกราน

              เเจ็ค เชอร์ชิล แตกต่างจากนายทหารอังกฤษทั่วไปตรงที่ว่าไม่พกปืน อาวุธของเขาคือ ดาบยาวเเละคันธนู นอกจากนี้เขายังพก ปี่สก็อต โดยเหน็บเอาไว้ข้างๆดาบอีกด้วย  :"""


                                           (http://)(http://www.mx7.com/i/c0c/Y71hLd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45KeMZD2vLKieOy)

ในระหว่างสงครามในฝรั่งเศษ หน่วยของเเจ็ค เชอร์ชิล ได้ซุ่มโจมตีหน่วยลาดตระเวณของเยอรมัน สัญญาณเริ่มโจมตีของเค้าไม่ใช่นกหวีดเเละเสียงตะโกนเเต่เป็นลูกธนูหนึ่งดอกที่ปักอยู่กลางอกหัวหน้าหมู่เยอรมัน ( โรบินฮูดกลับชาติมาเกิด )   ภายหลังฝ่ายพันธมิตรพ่ายเเพ้ที่ดันเคิร์ก เขาได้อาสาสมัครเป็นหน่วยคอมมานโด และได้สร้างวีรกรรมไว้มากมายระหว่างอยู่ในหน่วยรบพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น ในคืนหนึ่งเขาสามารถจับเชลยศึกเยอรมัน42คนพร้อมทั้งทีมปืนค.หนึ่งหน่วยได้โดยใช้เเค่ดาบ หรืออีกครั้งระหว่างภารกิจโจมตีที่มั่นเยอรมันในนอเวย์ เขาได้วิ่งออกจากตำเเหน่งของตัวเองเป่าปี่สก็อตเเละขว้างระเบิดมือเข้าใส่เยอรมัน  :A

                                     (http://)(http://www.mx7.com/i/e96/bZ20HY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45KUCu6v4LJQAlZ)


              ภารกิจสุดท้ายของ เเจ็ค เชอร์ชิล มาถึงในปี 1944 โดยเขาเเละหน่วยคอมมานโดหลายสิบนายถูกส่งไปยูโกสลาเวียเพื่อช่วยเหล่ากองกำลังต่อต้าน ในวันที่สองของการเข้าที่ฐานของเยอรมันที่เกาะบรอท หน่วยของเขาวิ่งฝ่าเเนวป้องกันของข้าศึก มีเพียงเเค่หกคนที่รอดมาถึงที่หมายก่อนที่ห่าฝนลูกปืนค.จะสังหารทุกคนยกเว้นเขา ทหารเยอรมันมาพบเขาในขณะที่กำลังเป่าปี่สก็อตเพลง Will Ye No’ Come Back Again อยู่ท่ามกลางซากศพของลูกน้อง  :""

                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/bfa/VDJA8G.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z45Lj51a49xtiEjt)

หลังถูกจับเป็นเชลย เเจ็ค เชอร์ชิล ถูกส่งไปยังค่ายกักกันไม่ไกลจาก Berlin เเต่อยู่ในค่ายได้ไม่นานก็เกิดเบื่อ ในปลายปี 1944 นั่นเอง เขาจึงชวนนายทหารอากาศนายหนึ่งคลานหนีออกจากค่ายเเละไปเดินเล่น เเต่ก็ถูกจับอีกครั้งไม่ไกลจากเมือง Rostock หลังถูกส่งมายังค่ายกักกันอีกเเห่งในกลางปี 1945 ทหารประจำค่ายที่กลัวความพ่ายเเพ้เเละศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามาจึงได้ทิ้งค่ายเเละนักโทษไว้ข้างหลัง เเจ็ค เชอร์ชิล ออกไปเดินเล่นอีกครั้งเป็นระยะทาง 150 กิโลเมตรไปยังเมืองVerona ประเทศอิตาลีโดยมีเเค่หัวหอมกระป๋องเป็นเสบียง เเละพบเข้ากับหน่วยยานเกราะของสหรัฐเเละได้บินกลับไปยังอังกฤษเพื่อรักษาตัว

                            เเจ็ค เชอร์ชิล อาสากลับมารบอีกครั้งเเละถูกส่งไปแปซิฟิกเเต่วันที่เค้าไปถึงอินเดียสงครามก็จบเสียเเล้ว เขาบ่นกับเพื่อนในภายหลังว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะพวกไอ้กันนะ เราจะรบต่อไปอีกซักสิบปี” หลังสงคราม เเจ็ค เชอร์ชิล ยังคงอยู่ในกองทัพในฐานะครูฝึกสอนของหน่วยพิเศษเเละได้ทำการฝึกสอนทั้งในเเละนอกประเทศ เเจ็คเกษียณตัวเองจากกองทัพในปี1959 เเละเสียชีวิตที่เมืองSurreyในปี1996

                                                            คำพูดติดปากของ Mad Jack คือ “นายทหารที่ไม่พกดาบ ถือว่าเเต่งตัวไม่เรียบร้อย”  :S
 


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 27,04, 2016, 07:52:02
เช้านี้ขอเป็น ใกล้ ๆ บ้านเรา อย่างเช่น เขมร ลาว นะพี่ :e :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 27,04, 2016, 09:24:37

    The per-70 variant ended production in June/July 1970,and the '70 started in July.
     The last production line  per-70 was s/n. 336169,
     There was one "BB" gun later assembled from parts and so stamped;
     it was ordered by a well-connected customer.

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/5ca/yKAuxR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d00QJVgTVPSnPW)
                       (http://)(http://www.mx7.com/i/5da/TIHG1r.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d0aqakVCe2jUqC)
                       (http://)(http://www.mx7.com/i/1b6/Slbtl8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d0hRIESMRivdy2)
                       (http://)(http://www.mx7.com/i/d2f/ORmIPA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d0pFfF7zaNucw1)
                        (http://)(http://www.mx7.com/i/c55/SbRCam.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d0yaK1VusRujR7)
                        (http://)(http://www.mx7.com/i/df5/rHbRJO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d0GkfIrQNsDAmO)

สวัสดีเช้าวันพุธ  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: yah&yim ที่ 27,04, 2016, 09:33:30
เอาภาพประวัติศาสตร์สงครามมาลงเยอะๆครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 27,04, 2016, 10:21:32
เอาตามคำเรียกร้อง ...เอาในไทยนี้ละ หากินง่ายดี :ss

38 ปี วีรกรรมดอนแตง: *"ถ้าไม่ได้ศพคืนก็ต้องเพิ่มศพเข้าไป" คำนี้เป็นวลีจากใครแว้  :II

     
                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/cb4/Pf0lGH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d3jotqT6eUeYQA)

           มื่อสายลมอันเยือกเย็นของเดือนพฤศจิกายนเวียนกลับมาพร้อมกับสายน้ำที่เอ่อล้นริมตลิ่ง  ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความสนุกสนานในเทศกาลลอยกระทง  ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบสานกันมาแต่ครั้งโบราณกาล

แต่สำหรับเหล่าทหารเรือโดยเฉพาะลูกประดู่แห่งหน่วย นปข. หรือหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง กระแสลมและสายน้ำแห่งเดือนพฤศจิกายนไม่ต่างอะไรกับสัญญาลักษณ์และเครื่องเตือนใจให้พวกเขารำลึกนึกถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างห้าวหาญของลูกนาวีไทยเมื่อครั้งอดีต ซึ่งยังคงเป็นที่กล่าวขานและรู้จักกันในนาม "วีรกรรมดอนแตง'  :A

           ย้อนหลังไปเมื่อ 38 ปีที่แล้ว วันที่ 17 พฤศจิกายน 2518  ไกลออกไปจากกองบัญชาการกองทัพเรือราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร หลายร้อยกิโลเมตร
ที่สถานีเรือตรวจการณ์ตามลำแม่น้ำโขง อำเภอศรีเชียงใหม่  เรือเอกเทิดศักดิ์ ซึ่งทำหน้าที่ผู้บังคับหมู่เรือ นปข. จังหวัดนองคาย ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนอาวุธและยุทธปัจจัยข้ามมาจากฝั่งลาวบริเวณอำเภอถ้ำบ่อ จังหวัดหนองคาย  ในเขตบ้านกองนาง เพื่อนำไปสนับสนุนกองกำลังของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งในขณะนั้นพื้นที่หลายแห่งในเขตภาคอีสานยังเป็น "พื้นที่สีแดง' ที่ถูกคุกคามจากกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ภารกิจหนึ่งของหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขงกองทัพเรือ จึงเป็นการสกัดกั้นขัดขวางมิให้ฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนไหวสนับสนุนผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในเขตไทยได้อย่างที่ต้องการ

                                      (http://)(http://www.mx7.com/i/a2f/ML6FvN.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d5EJL39h8eUPqf)


ครั้นถึงเวลาเก้าโมงเช้า   เรือตรวจการณ์ลำน้ำหมายเลข 123  หรือเรือ ล.123  ซึ่งมีเรือตรีโชติ  แทนศิริ  ทำหน้าที่ควบคุมเรือ พันจ่าตรีปรัศน์  พงษ์สุวรรณ  ทำหน้าที่พันจ่าประจำเรือและเป็นผู้ถือท้าย จ่าตรีบัญญัติ  มากุล  ทำหน้าที่จ่าปืน  และมีจ่าพรรคกลินอีก 1 นาย ทำหน้าที่เป็นช่างกลประจำเรือ

เรือตรวจการณ์ลำน้ำ หมายเลข 123  หรือเรือ ล-123 ซึ่งมีความกว้าง 11 ฟุต  ยาว 31 ฟุต กินน้ำลึก 2 ฟุต  ระวางขับน้ำเต็มที่ 7.5 ตัน ได้แล่นสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอยู่ในเขตไทยโดยหันกราบขวาเข้าหาฝั่งลาว  :J

           
                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/120/34yOGP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d7AUyfhca0uCcX)


จนกระทั่งในเวลา 1253  ขณะที่เรือตรวจการณ์ ฯ 123  แล่นไปถึง "ดอนแตง' กำลังของฝั่งตรงข้ามซึ่งปักหลักอยู่บนฝั่งลาวได้ระดมยิงข้ามแม่น้ำเข้าใส่เรือ ล-123  โดยเป็นการระดมยิงด้วยอาวุธหนักจากฐานที่ตั้งยิง 5 จุด ( อยู่ๆ ก็ยิง :dfs )

เรือ ล-123  จึงรีบเบนเข็มและเร่งความเร็วแล่นหลบวิถีกระสุนมุ่งลงสู่ทิศใต้พร้อมกับวิทยุขอความช่วยเหลือ แจ้งสถานการณ์ฉุกเฉินไปยังสถานีเรือ อำเภอศรีเชียงใหม่
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เรือเอกเทิดศักดิ์ ผู้บังคับหมู่เรือจึงสั่งให้เรือ ล-128  เดินทางออกจากสถานีไปยังจุดปะทะ  เพื่อให้ความช่วยเหลือเรือ ล-123 อย่างเร่งด่วน
ส่วนเรือ ล-123 เมื่อทราบว่ากำลังจะมีฝ่ายเดียวกันเข้ามาสมทบ จึงเลี้ยวกลับลำแล่นย้อนขึ้นไปทางด้านเหนือเพื่อทำการต่อสู้กับข้าศึก ครั้นถึงเวลาบ่ายโมง 15 นาที  เรือ ล-123  ผู้ควบคุมมองเห็นเรือ ล-128  แล่นออกมาทางร่องน้ำดอนแตงกับฝั่งไทย  เรือ ล-123  จึงแล่นเข้าสมทบเพื่อให้ฝ่ายเรามีอำนาจการยิงเพิ่มขึ้น

จังหวะนี้เองที่เรือ ล-123 ถูกข้าศึกระดมยิงอย่างหนัก  กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเข้าที่กลางแสกหน้าของพันจ่าตรีปรัศน์ซึ่งเป็นผู้ถือพังงาเรือ ทำให้เรือ ล-123 เสียการควบคุมและพุ่งหัวเข้าเกยตื้นอยู่ทางด้านใต้ของดอนแตงในลักษณะเกยหัวขึ้น   เมื่อสถานการณ์บานปลายออกไป ผู้ควบคุมเรือ ล-128 จึงได้วิทยุรายงานไปยังสถานีเรือและแจ้งให้ทราบว่าจะพยายามให้ความช่วยเหลือเรือ ล-123 ในเบื้องต้นที่จะสามารถกระทำได้  :A

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/b83/7Cdn6X.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d8ZLlkKwEKssYt)
 
แต่ปฏิบัติการของเรือ ล-128 กลับถูกขัดขวางจากข้าศึกและสถานการณ์ของลูกนาวีไทยก็เหมือนจะคับขันอันตรายมากขึ้น เมื่อปรากฏรถถังของฝ่ายลาวจำนวน 4 คัน แล่นเข้ามาประชิดชายฝั่งหันป้อมปืนออกสู่แม่น้ำเล็งมายังฝั่งไทย ( อ้าวรังแตนแตกละ :dfs )

ขณะเดียวกันเรือตรวจการณ์ตามลำน้ำของฝ่ายลาวอีก 3 ลำ  ได้แล่นในรูปขบวนเรียงตามกันมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณที่เป็นจุดปะทะ โดยมีระยะห่างระหว่างลำ 500 เมตร
เรือตรวจการณ์ของฝ่ายลาวแล่นขนานกับชายฝั่งของตน โดยหันข้างให้กับเรือ ล-123 จากนั้นอาวุธจากเรือของฝ่ายลาว รวมทั้งปืนรถถังตลอดจนกำลังทหารราบที่อยู่บนชายฝั่งได้ระดมยิงเข้าใส่เรือตรวจการณ์ตามลำน้ำของฝ่ายไทยทั้งสองลำอย่างถี่ยิบ

แม้จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ลูกนาวีไทยบนเรือ ล-123 และ ล-128 ก็ยิงระดมต่อสู้กับข้าศึกอย่างสุดความสามารถ ขณะที่ผู้ควบคุมเรือแจ้งสถานการณ์คับขันไปยังหน่วยเหนือ โดยระบุว่าเป็นการสู้รบเต็มรูปแบบและเรือทั้งสองลำยังไม่สามารถถอนตัวออกไปได้

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/aba/aAClGl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4d9FeR7VvkTbyaB)

ครั้นถึงเวลาบ่ายโมงยี่สิบนาที ทหารนาวิกโยธินจากหน่วยเฉพาะกิจได้เคลื่อนกำลังเข้าประจำแนวบนฝั่งไทยและระดมยิงคุ้มกันให้แก่เรือทั้งสองลำ โดยมีเรือเอกประสาน  จันทร์รัศมี นายทหารของหมู่เรือ นปข. ทำหน้าที่นายทหารติดต่อระหว่างกำลังบนฝั่งกับเรือ ล-123 และ ล-128 สิบนาทีต่อมา เรือ ล-125 ออกเดินทางจากสถานีเรืออำเภอศรีเชียงใหม่เข้าสมทบกับเรือ ล-123 และ เรือ ล-128 โดยผู้ควบคุมเรือยอมเสี่ยงอันตรายแล่นฝ่ากระสุนเข้ามาทางร่องน้ำด้านในระหว่างดอนแตงกับฝั่งไทยตลอดเวลานั้น เรือ ล-123 ซึ่งเกยตื้นอยู่พยายามที่จะแล่นถอยท้ายออกมา แต่ก็ยังไม่สำเร็จและยังคงถูกข้าศึกระดมยิงอย่างหนัก เรือ ล-123 พยายามยิงต่อสู้จนกระทั่งกระสุนของปืนทุกกระบอกที่อยู่บนเรือหมดลง
ในที่สุดเมื่อถูกฝ่ายลาวระดมยิงหนักหน่วงมากขึ้นและการอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งจะทำให้เกิดอันตรายและฝ่ายเราสูญเสียมากขึ้น เรือ ล-128 และเรือ ล-125 จึงตัดสินใจถอนตัวออกมาจากยุทธบริเวณ

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/9d4/rXcR7m.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4dagOBpZ4GC6Qoj)


            ครั้นถึงเวลาบ่ายสามโมงยี่สิบห้านาที ทหารนาวิกโยธินซึ่งวางกำลังสนับสนุนอยู่บนฝั่งไทยได้ตัดสินใจเคลื่อนกำลังข้ามไปยังดอนแตง เพื่อให้ความช่วยเหลือเรือ ล-123
แม้ในเบื้องต้น ฝ่ายเราจะยังไม่สามารถกู้เรือได้และต้องให้ความช่วยเหลือกำลังพลประจำเรือ ท่ามกลางสะเก็ดระเบิดจากการระดมยิงของปืนใหญ่ข้าศึกที่ปลิวว่อน
แต่ทหารนาวิกโยธินก็สามารถช่วยเหลือกำลังพลประจำเรือ ล-123 ออกจากพื้นที่ปะทะได้ทั้งหมด คงเหลือเพียงศพของพันจ่าตรีปรัศน์  พงศ์สุวรรณ ซึ่งเสียชีวิตคาอยู่กับตำแหน่งถือท้ายพังงาเรือ
           เวลาบ่ายสามโมงสี่สิบนาที ทหารนาวิกโยธินพร้อมผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้ถอนตัวออกจากดอนแตง โดยมีกระสุนของฝ่ายลาวไล่หลังไม่ขาดระยะ
เวลาสี่โมงสิบห้านาที ทหารนาวิกโยธินได้ตรึงกำลังอยู่บนฝั่งไทยใกล้กับดอนแตง ส่วนผู้บาดเจ็บจากเรือ ล-123 และเรือ ล-128 ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลนครพนม เพื่อปฐมพยาบาลให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ก่อนที่จะส่งตัวกลับทางเครื่องบินในวันรุ่งขึ้น

         จากการปะทะในระลอกแรก นอกเหนือจากพันจ่าตรีปรัศน์  พงศ์สุวรรณ   ซึ่งถูกยิงเสียชีวิต   ฝ่ายเราได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ   3 นาย ได้แก่ จ่าเอกบัญญัติ  มากุล  จ่าปืนเรือ ล-123   ถูกกระสุนและสะเก็ดระเบิดที่แขนและที่ขา  ขณะทำการยิงตอบโต้กับฝ่ายลาวได้รับบาดเจ็บสาหัส จ่าเอกวิรัช อุดรวงศ์  จ่าปืนเรือ ล-128  ถูกยิงที่ขาทะลุได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/d5e/jeRWrU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4db1XM7HlqhuIQq)

คงมีเพียงจ่าเอกคงฤทธิ์  ศรีสม จ่าช่างกลเรือ ล-128  เท่านั้นที่โชคดีกว่าใครเพื่อน เพราะกระสุนของฝ่ายลาวเฉี่ยวแก้มซ้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย   ครั้นถึงเวลาห้าโมงสิบนาที ทหารลาวได้ระดมปืนซัลโวเข้าใส่เรือ ล-123  ซึ่งเกยตื้นอยู่บนดอนแตงอีกครั้งหนึ่ง หมายที่จะทำลายเรือให้พินาศ ฝ่ายเราจึงขอรับการสนับสนุนเครื่องบินแบบ ที-28 ทำการโจมตีกดดันข้าศึก เมื่อเครื่องบินของฝ่ายเราปรากฏตัวขึ้น ทหารลาวจึงหยุดยิง ที-28 จึงออกจากยุทธบริเวณในเวลาใกล้ค่ำ

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/b33/a3A2Tc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4dbUyv9mNCMnBzS)

เวลาหกโมงสิบห้านาที สถานการณ์ดูเหมือนจะยุติลงชั่วขณะ แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงปักหลักคุมเชิงเฝ้าระวังอยู่อย่างเต็มที่  หน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขงได้ส่งทหารนาวิกโยธินพร้อมอาวุธเข้าไปสมทบเพิ่มเติมกำลังอีกหนึ่งหมวด ขณะเดียวกันกองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า ได้ส่งกำลังทหารราบพร้อมด้วยรถถัง 1 คัน รถสายพานลำเลียงติดตั้งปืน ค. 4.2 นิ้ว และกำลังตำรวจตระเวนชายแดนอีกหนึ่งหมวดเข้ามาให้การสนับสนุน
           ส่วนกำลังของฝ่ายลาวในรายงานของหน่วย นปข. เขต 1 นครพนม ระบุว่า ประกอบด้วยเรือตรวจการณ์ลำน้ำ 2 ลำ รถถัง 4 คัน ทหารราบวางกำลังตามชายฝั่ง 4 จุด สนับสนุนด้วยปืนใหญ่ขนาด 75 มิลลิเมตร ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด โดยสายการบังคับบัญชาในช่วงเวลานั้น หน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขงแม้จะเป็นกำลังของกองทัพเรือ แต่ก็ขึ้นตรงกับแม่ทัพภาคที่ 2

ดังนั้นในเวลาต่อมา ในคืนวันนั้นแม่ทัพภาค 2 จึงมีคำสั่งให้กำลังของทุกหน่วยที่อยู่ในพื้นที่ปะทะปฏิบัติภารกิจร่วมกันในการแย่งยึดเรือ นปข. กลับคืนมาให้ได้ รวมทั้งให้ปฏิบัติการทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นป้องกันฝ่ายตรงข้ามส่งกำลังเข้ามายึดเรือ ล-123  หรือเคลื่อนย้ายเรือออกจากดอนแตง

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/c0a/1pymIw.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4dcxyaayHEphZyw)

กรณีที่ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ต้องการจะ "ทำลายเรือ' เนื่องจากไม่สามารถกู้เรือกลับคืนมาได้ ให้ขออนุมัติทำลายไปยังหน่วยเหนือเสียก่อน      ในคืนวันเดียวกัน กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งให้เพิ่มเติม "อาวุธหนัก' เข้าไปยังพื้นที่ ประกอบด้วยปืน ค. 2 กระบอก ปืนไร้แรงสะท้อน 2 กระบอก โดยตั้งฐานยิงที่บ้านโพนสา รวมทั้งยังมีคำสั่งให้ทหารราบอีก 1 กองร้อยพร้อมอยู่ในที่ตั้ง สามารถเคลื่อนย้ายกำลังได้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง

ครั้นถึงเวลาเที่ยงคืนครึ่ง กำลังทหารนาวิกโยธินอีกหนึ่งหมวดจากหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขงนครพนม ได้เดินทางมาสมทบกำลังส่วนแรก หลังจากนั้นในเวลาตีหนึ่งห้าสิบนาที กำลังทหารบกจากหน่วยผสมที่ 13 ได้เดินทางไปยังพื้นที่ปะทะ

ครั้นถึงเวลาตีสี่ของวันที่ 18 พฤศจิกายน ฝ่ายเราตรวจพบความเคลื่อนไหวของข้าศึกในความมืด ลักษณะเหมือนพยายามที่จะเข้าใกล้ดอนแตงเพื่อยึดเรือหรือทำลายเรือ
ผบ.ยุทธบริเวณจึงสั่งให้ใช้ปืน ค. ยิงกระสุนส่องสว่างและกระสุนระเบิดเพื่อเป็นฉากคุ้มกันไม่ให้ข้าศึกเข้าใกล้เรือ ล-123 ที่เกยตื้นอยู่บนดอนแตงได้อย่างที่ต้องการ

                               (http://)(http://www.mx7.com/i/e90/g6Sqc7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4ddeNzn9zXUR1lU)

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นพร้อม ๆ กับการปรากฏตัวของเครื่องบินกองทัพอากาศ ฝ่ายเราจึงส่งทหารนาวิกโยธินขึ้นไปบนดอนแตงเมื่อเวลาหกโมงครึ่ง แต่ขณะที่ทหารนาวิกโยธินคืบคลานเข้าไปใกล้เรือ  ทหารลาวได้เปิดฉากระดมยิงสกัดกั้นอย่างหนักหน่วงรุนแรง ฝ่ายเราได้ตอบโต้ด้วยปืนไร้แรงสะท้อน ปืน ค. และปืนใหญ่รถถัง  :???

                   การปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือด ก่อนที่ฝ่ายเราจะถูกยิงกดดันอย่างหนักจนต้องถอนตัวกลับออกมา โดยมีนาวิกโยธินได้รับบาดเจ็บหนึ่งนาย ครั้นถึงเวลาเก้าโมงสี่สิบห้านาที เครื่องบินของกองทัพอากาศได้เข้าโจมตีเรือรบลาวทั้งสองลำที่แล่นเข้ามาใกล้ดอนแตง
                  สถานการณ์ส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อและบานปลายมากยิ่งขึ้น แต่ขวัญกำลังของฝ่ายเรายังคงเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพลเรือเอก "สงัด  ชะลออยู่' ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและรักษาราชการผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้นเดินทางไปยังแนวหน้า เพื่อติดตามสถานการณ์และอำนวยการปฏิบัติด้วยตนเอง

                                            เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ พลเรือเอกสงัด ชลออยู่  ได้ลั่นวาจาที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจของลูกนาวีไทยมาจนทุกวันนี้ว่า

                                                                             "หากไม่ได้ศพคืน ต้องเพิ่มศพเข้าไป'  :A


                          (http://)(http://www.mx7.com/i/171/yCv0K6.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4deBSt3dbbENtMT)

ในเวลาสิบโมงสิบห้านาที ของวันที่ 18 พฤศจิกายน นาวิกโยธินของไทยได้พยายามที่จะกู้เรือและนำศพผู้เสียชีวิตกลับมาอีกครั้ง โดยนาวิกโยธินได้ขึ้นสู่หาดดอนแตง โดยมีทหาร 3 นาย ได้รับมอบหมายให้คืบคลานไปยังเรือ เพื่อนำศพพันจ่าตรีปรัศน์  พงศ์สุวรรณ (รูปอยู่ด้านต้นเรื่อง ) ออกมาจากพังงาถือท้าย  แต่ขณะที่นาวิกโยธินอยู่ห่างจากเรือ ล-123 ประมาณ 30 เมตร ทหารลาวได้กระทำการระดมยิงอย่างหนักหน่วงอีกครั้งหนึ่ง

ฝ่ายเราจึงตอบโต้ด้วยอาวุธหนักและเครื่องบินที่เข้าโจมตีกดดันคุ้มกันให้แก่ปฏิบัติการของนาวิกโยธินที่อยู่บนดอน ในเวลาสิบโมงครึ่ง เรือตรวจการณ์ของฝ่ายลาวถอนตัวออกจากพื้นที่ปะทะหลังจากถูกระดมยิงด้วยปืนกลอากาศจากเครื่องบินฝ่ายไทย ส่วนทหารนาวิกโยธินมีผู้ได้รับบาดเจ็บหนึ่งนายคือ จ่าเอกพงษ์ศักดิ์ เกียรติชัย ถูกกระสุนที่ลำคอ

เมื่อถึงตอนนั้น ฝ่ายเราประเมินสถานการณ์แล้วว่า ปฏิบัติการในเวลากลางวันคงไม่ได้ผลการนำศพผู้เสียชีวิตออกจากเรือจึงถูกกำหนดให้เป็นการปฏิบัติภารกิจในเวลากลางคืน เพื่ออาศัยความมืดเป็นฉากกำบังในการนี้ฝ่ายวางแผนได้กำหนดให้ใช้นักทำลายใต้น้ำจู่โจมหรือ "มนุษย์กบ' จากเกาะพระแทรกซึมเข้าไปยังพื้นที่เป้าหมาย

ขณะที่ฝ่ายเรากำลังเตรียมการและรอคอยเวลาให้พระอาทิตย์ตกดิน ฝ่ายลาวได้ข่มขวัญกำลังของฝ่ายไทย โดยในเวลาบ่ายสองโมง มีเครื่องบินไอพ่นความเร็วสูงเครื่องหนึ่งบินผ่านดอนแตงในระยะค่อนข้างต่ำ เครื่องบินลำดังกล่าวมีทิศทางมาจากเวียงจันทร์มุ่งลงสู่ทิศใต้

และเมื่อถึงเวลาสี่โมงสี่สิบนาที ฝ่ายเราตรวจพบความเคลื่อนไหวของทหารลาวที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ กล่าวคือมีเรือแอลซีวีพี. ซึ่งเป็นเรือระบายพลขนาดเล็ก 1 ลำ จอดอยู่บริเวณชายฝั่ง โดยมีเรือตรวจการณ์ลำน้ำขนาดใหญ่อีก 2 ลำ จอดอยู่ใกล้ ๆ ลักษณะเหมือนกับเรือแอลซีวีพี. จะถูกใช้ในการแล่นเข้าเกยหาดดอนแตง เพื่อส่งทหารขึ้นปฏิบัติการ ภายใต้การคุ้มกันของเรือขนาดใหญ่  2 ลำ นอกจากนี้ยังตรวจพบรถถังของฝ่ายลาวแล่นเข้ามาจอดตลอดแนวชายฝั่งตั้งแต่เขตบ้านโพนสาจนถึงบ้านกองนาง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายลาวมิได้มีปฏิบัติการใด ๆ อย่างที่แสดงท่าทีออกมา

ต่อมาเมื่อเวลาห้าโมงเย็น เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศได้บินมารับหน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจมหรือมนุษย์กบจำนวน 5 นาย จาก บก. หน่วย นปข. นครพนมไปยังพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเตรียมพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการในเวลากลางคืน

                               (http://)(http://www.mx7.com/i/b42/TaoqQW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4didV24qagcNAkG)

ครั้นถึงเวลาหกโมงสิบห้านาที เมื่อพระอาทิตย์ลับไปจากขอบฟ้า เครื่องบินตรวจการณ์ของกองทัพบกได้ยกเลิกภารกิจบินออกจากยุทธบริเวณจนกระทั่งถึงเวลาสามทุ่มของวันที่ 19 พฤศจิกายน ปฏิบัติการกู้ศพและสำรวจเรือของฝ่ายเราจึงได้เริ่มต้นขึ้น มนุษย์กบทั้ง 5 นาย คุ้มกันด้วยนาวิกโยธิน 1 หมู่ ได้คืบคลานขึ้นสู่ดอนแตงและสามารถเข้าประชิดเรือได้สำเร็จ ขณะปฏิบัติภารกิจ ฝ่ายเราตรวจพบทหารลาวจำนวน 2-3 นาย ขึ้นมาอยู่บนอีกฝั่งหนึ่งของดอนแตงเช่นกัน  แต่เนื่องจากความมุ่งหมายของภารกิจในขณะนั้นคือการกู้ศพผู้เสียชีวิต   ฝ่ายเราจึงไม่ได้ดำเนินการใด ๆ กับหน่วยสอดแนมของฝ่ายลาวที่ตรวจพบ

เรือเอกอนุวัฒน์ บุญธรรม ( ยศในขณะนั้น ) ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมมนุษย์กบเปิดเผยในภายหลังว่า"ปฏิบัติการในครั้งนั้นเสร็จสิ้นเมื่อเวลาตีหนึ่งเศษ ๆ ฝ่ายเราสามารถนำผู้เสียชีวิตกลับออกมาได้ สภาพศพของพันจ่าปรัศน์ขณะที่เข้าไปพบอยู่ในลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอนหลังพิงพนัก เสียชีวิตอยู่ในห้องเรดาร์ มือขวากำไมค์วิทยุ มือซ้ายจับพังงาเรือ มีรอยกระสุนยิงที่กลางแสกหน้า ศพยังอยู่ในสภาพสวมหมวกเหล็กและเสื้อชูชีพ  :""

จากการสังเกตสภาพทั่วไปในความมืด เรือ ล-123  ตัวเรือยังเป็นปกติ แต่มีร่องรอยกระสุนเป็นจำนวนมาก หัวเรือเกยหาดขึ้นมาสูงกว่าด้านท้ายเรือ ซึ่งจมอยู่ในน้ำประมาณครึ่งฟุต คาดว่าการจะดึงให้ถอนตัวออกมาคงจะกระทำได้ยาก

แม้จะกู้ศพผู้เสียชีวิตออกมาได้สำเร็จ แต่เรือ ล-123 ยังคงค้างอยู่บนดอนแตงในลักษณะเดิมอีกหลายวัน ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายลงเมื่อฝ่ายลาวยอมถอนกำลังกลับออกไปและเปิดโอกาสให้ฝ่ายเราเข้าไปกู้เรือกลับมาได้โดยไม่ทำการระดมยิงขัดขวางอีกต่อไป

ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ทหารนาวิกโยธินได้ขึ้นไปบนดอนแตงในเวลากลางวันและปฏิบัติการกู้เรือกลับมาจากจุดที่เกยตื้นได้สำเร็จ จากการตรวจสอบสภาพเรืออย่างละเอียดพบว่า เรือ ล-123 มีร่องรอยถูกกระสุนอาร์พีจี. 6 นัด กระสุนปืนรถถัง ปืนกลหนักและปืนเล็กเป็นจำนวนมาก

ป้อมปืนขนาด .50 แท่นคู่บริเวณหัวเรือถูกกระสุนปืนรถถังฉีกขาด ฐานเสาอากาศและเครื่องส่งเรดาร์ถูกกระสุนทะลุ 13 รูใช้การไม่ได้ เครื่องยนต์ขวาถูกกระสุนทะลุ ทำให้เสื้อสูบแตก ห้องแคร็งน้ำมันหล่อทะลุใช้การไม่ได้ เสาวิทยุ เสาธง ไฟฉายประจำเรือถูกยิงเสียหายใช้การไม่ได้

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/5d1/IG3lVl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4djq0ABGA2G7ZZV)

จนถึงทุกวันนี้แม้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวจะอยู่ในลักษณะอันแน่นแฟ้น  "บ้านพี่เมืองน้อง' โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เป็นเสมือนสัญญาลักษณ์แห่งไมตรี แต่เมื่อสายน้ำและลมหนาวของเดือนพฤศจิกายนเวียนมาถึง....

                                             เรื่องราวแห่ง "วีรกรรมดอนแตง' ก็จะย้อนคืนกลับสู่ความทรงจำของเหล่าทหารเรือทั้งมวลและจะเป็นไปเช่นนี้... ชั่วนิรันดร์ :8

 :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: somchok ที่ 28,04, 2016, 10:45:57
ขอบคุณครับที่นำมาให้อ่าน ทำให้ผมได้ทราบถึงวีรกรรมของท่านทหารไทยเหล่านั้น :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 28,04, 2016, 11:55:04

   นักรบกับปืนพก


                          (http://)(http://www.mx7.com/i/caf/zy9rx1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4lINq7uZ28EvgnQ)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/5de/6Qnp4p.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4lMVIKA00sQsRsI)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/cfc/l3c7b8.jpeg) (http://www.mx7.com/view2/z4lN8PXOuncAv4TT)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/5cc/MqWKh7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4lNAQhGTp3cmpV7)(http://)(http://www.mx7.com/i/d31/dNDYBH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4lNn175PIoqB0je)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/a36/4hJBvO.jpeg) (http://www.mx7.com/view2/z4lNYARnTk0NtEm2)
                          ภาพสุดท้ายคือ มันร้อนอะ  :ss

สวัสดีวันพฤหัสบดี  :OO
                         


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 28,04, 2016, 21:01:57
ทอมมี่ หรือ เปี่ยนโนแห่งชิคคาโก้ ผู้ซึ่งรับใช้ภาครัฐและมิจฉาชีพ

                                 

                              (http://)(http://www.mx7.com/i/94f/XdsnKj.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oKVoF74nbOorLa)
                              (http://)(http://www.mx7.com/i/e17/3XkTmf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oL8RR1QAguktUt)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/1f4/VRPI2Q.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oLkz9xcERTsodz)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/c4c/dOqYgg.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oLvcvZI4pVMHgR)
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/5f9/d2rUAk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oLFPSsdBUJKOiu)
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/dc6/FddJYz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oLRbchi3aLrEuB)
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/1ef/BruXfh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oM2ww6mDhOLf0q)
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/b81/DWINOO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oMaG1MT40kuIO8)
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/a23/QZAAG6.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oMqD4tE1RlfoSZ)
                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/14c/u9Vw3U.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oMAytzArMPiufV)
                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/e03/TYrlow.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oMJLViXx75DaHq)
                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/b4c/hw6x0X.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oMTHkoTO40gzkZ)
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/a8a/h5X7ut.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oN6syX6HIDAzHv)
                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/95e/qV0vx2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oNhNSMbjWXx1Fq)
                                 (http://)(http://www.mx7.com/i/526/YX0TT8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oNsNdUYqVCTBVO)
                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/b97/qqkxmh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oNHklSB8teOXv7)
                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/a40/4kLJYL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oNT1EnXj8cXxVF)
                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/dac/OhKHIa.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oO5MSWa51hvMG7)
                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/a30/dPO2j8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oOic8O5wJ86fSA)
                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/5db/NGNdwU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oOAh3Ay9RgyqDL)
                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/e6e/KRkDeD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oOOscRTk1Xh34v)(http://)(http://www.mx7.com/i/ad6/ugXC4Z.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oOXjFUYVUZjLTu)
                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/5f7/JToOXd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oSHRJiZZhAa8xb)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 28,04, 2016, 21:51:16
วันนี้ลงยังไงก็ล่ม ฝนฟ้าก็คะนองแต่ก็เย็นลงมาบ้าง

   คืนนี้ขอนำเสนอสตรีผู้หนึ่งซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่หลายท่านเคยเห็นภาพ แต่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามว่าเป็นใคร ผมได้เห็นภาพนี้ก็รู้สึกว่า
สตรีผู้นี้ต้องมีบทบาทสำคัญอะไรสักอย่างทางประวัติศาสตร์ ก็เลยทำการหาข้อมูล และได้นำข้อมูลมานำเสนอต่อชาวกันแกลเลอรี่ที่อาจสนใจ สตรีท่านนั้นคือ


                           (http://)(http://www.mx7.com/i/b4a/9wTYiZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4mVMhl9Dieeis4n)
                           คุ้นๆ มัยครับ เอเหมือนเคยเห็นที่ไหนในกันอินนี้ละ แต่จำไม่ได้ว่าเจอที่ห้องไหน  :ss

 เธอคือ  Lilya Litvyak    Hero แห่งสหภาพโซเวียต :S

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/99f/mSQHB5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oYSILRfrj8zcGC)
                           งามอย่างมีคุณค่าครับ

Lilya Litvyak สตรีชาวรัสเซีย  ที่เคยสร้างผลงานประวัติศาสตร์เอาไว้ในสงครามโลกครั้งที่สอง  เมื่อได้อ่านเรื่องของเธอพร้อมกับจินตนาการเข้าไปสู่ห้วงเวลาแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง  ก็ต้องบอกว่าเธอเปรียบเหมือนเป็นนางเอกในภาพยนต์สงครามเลยทีเดียว ความที่เป็นเรื่องราวของรัสเซียอาจทำให้หลายๆ คนอาจไม่อยากอ่าน  แต่เชื่อผมเถอะครับลองอ่านดูสำหรับผมประทับใจมากครับ  ถึงแม้เธอจะจากไปแล้วถึง 69 ปี  :8

            Lidya Vladimirovna Litvak เกิดในมอสโกใน 18 สิงหาคม 1921,  Lilya เป็นชื่อเล่นของเธอ เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นหญิงสาวที่สวย เธอได้รับใบอณุญาติฟึกการบินตั้งแต่ อายุ 16 ปี

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/e4e/FH4LWl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4oZD9ZcorA74Gva)


พอรู้ว่ามีการเปิดรับสมัครนักบินหญิง   ก็รีบเข้าสมัครทันทีแต่ชั่วโมงบินดันไม่พอเธอเลยต้องเพิ่ม ไปอีก 100 ชั่วโมง แต่เวลานั้นเธอไม่มีเวลาอีกแล้วจึงปลอมแปลงเอกสารชั่วโมงบินเพื่อให้ได้เข้าบรรจุ  หลังจากเข้าประจำการในครั้งแรกของการเข้าร่วมฝูงบิน Lilya เธอทำหน้าที่เป็นนักบินสนับสนุนทางอากาศด้านการประชาสัมพันธ์ Lilya ถูกย้ายไปๆมา
10 กันยายน 1942 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสต์ทหารที่มีผู้หญิงมาเป็นนักบินรบ ที่เมือง starlingrad  ในช่วงเวลานั้นมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วย พวกเหล่านักบินชายชาวรัสเซียคิดว่าเรากำลังทำสงครามอยู่นะที่นี่ไม่ใช่  club ทำไมพวกเขาไม่ส่งนักบินดีๆ มาแทนพวกผู้หญิงนะ?

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/ca4/33FQJD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p04OkovOFABM8f)

เธอได้เข้าร่วมฝูงบินหลายที่  แต่การรบที่ Starlingrad เธอได้คะแนนจาการยิงเครื่อง ME 109 ของเยอรมันตก  และ JU 87 STUKA

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/a4f/9FTPJX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p0PfxJEWJrDuZH)
                         เครืองบินขับไล่ ME 109 ที่มีความคล่องตัวสูง อีกทั้งความเร็วจัด พร้อมพลังแห่งปืนกลอากาศ

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/b8a/6zO979.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p1nZszs06MKYoE)
                          เครื่องบินดำดิ่งทิ้งระเบิด   JU 87 STUKA ที่มีเกราะหนาและทนทาน  เวลาที่ปักหัวดำทิ้งระเบิดจะมีไซเรนที่โหยหวลทำลายขวัญข้าศึก

 
แต้มสังหารของเธอเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น นักบินเยอรมันหลายคนช็อคเมื่อรู้ว่าพวกเขาโดนผู้ หญิงยิงตก และยิ่งถ้าเป็นเสืออากาศ ก็จะไม่อยากเชื่อว่าผมโดนยิงตกโดยผู้หญิง ( ก็แหง๋ละสิรับไม่ได้  :II )  เครื่องบินของเธอ ทาสีขาวที่ข้างๆห้องนักบินเป้นดอกลินลี่สีขาว แต่คนมักสับสนว่าเป็นดอกกุหลาบ เธอจึงได้รับฉายาว่า White Rose of starlingard

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/936/kBogzH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p2wxehSlMi8ljY)


เธอเคยได้ลงหนังสือพิมพ์  Four of fighters ในการโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิด JU 88 เธอได้ยิง เครื่อง FW 109 กระจายเป็นชิ้นๆ กลางอากาศ  หลายเดือนต่อมาลิลลี่มีชื่อเสียงอย่างมาก  ทางกองทัพจึงอณุญาตให้เธอได้ออกไล่ล่า คือ การออกบินไล่ล่าได้โดยอิสระ ( ล่าผู้ชายโดยลำพัง  :""" )

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/5e0/zyBekr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p2S9VTaXNOXFOp)

ถ้านักบินเยอรมันคิดที่จะยิงลิลี่ให้ตกจากฟ้าจะต้องเจอกับการบินที่เรียกได้ว่าถึงขั้นหน้ามืดเลยทีเดียว พอคุณบินเข้าใกล้เธอเพื่อจะยิง  เธอจะหมุนเครื่องบินเลี้ยวหักศอกดิ่งขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว  บินตีลังกาไปซ้ายทีขวาที  ถ้าคุณบินตามเธอละก็ คุณจะทั้งหน้ามืดเกิดอาการตาแดงเพราะเลือดลงหัวจากการบินตีลังกา รู้สึกหนักไปทั้งตวเพราะแรง G จากการเลี้ยวอย่างรุนแรง เกิดจกแรงเหวี่ยงอันมหาสาร 1G เท่ากับน้ำหนักตัวคูณ 1  2G ก็คูณ 2  เช่นถ้าน้ำหนัก 60 กก.  2G จะเท่ากับ 120 กก.  และการบินในแบบของเธอจะพาคุณไปถึ้ง 4-6G ทีเดียว 3G ก็เริ่มหน้ามืดแล้วครับ   :???

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/9dc/b68KVy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p3aAPlUZMwSkLa)

เพื่อนร่วมฝุงบินของเธอหลายๆ คนบอกว่าเธอเป็นคนที่เข้มแข็งมากแต่ออกจะทำตัวเงียบๆไปบ้าง เมื่อบินอยู่บนฟ้าเธอระแวดระวังดูเป็นนักบินมืออาชีพ

                       เธอได้รับบาดเจ็บถึง 3 ครั้งในการต่อสู้ ทั้งสามครั้ง  อยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 1943 เป็นช่วงที่ถูกโจมตีอย่างรุนแรง เธอถูกยิงจาก ju 88 และชนกับ ME 109 ด้วย  เธอต้องอยู่ในโรงบาลจนถึง พฤษภาคม  และเธอก็ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม วันที่ 16 และ 18 พร้อมกับการจากไปของเพื่อนเธอ  Katya Budanova

                      และแล้วในที่ 1 สิงหาคม 1943  มีการส่งกำลัง เข้าโจมตีโดย IL 2  (เครื่องทิ้งระเบิดของโซเวียต และมีเธอบินคุ้มกันไปด้วย) ไปได้ครึ่งทางมีรายงานทางวิทยุว่าฝูงบินของเธอถูกซ่มโจมตีโดย BF 109 ถึงแปดลำ  เนื่องจากเธอเป็นนักบินที่เก่งเยอรมันจึงต้องใช้นักบินฝีมือดีถึงแปดคน (แปดลำ)รุมไล่ยิงเธอคนเดียว หลังจากนั้นก็ไร้ซึ่งการติดต่อจากเธออีกเลย  รอแล้วรออีกก็ไม่มีการติดต่อจากเธอ  เธอไม่เคยกลับมายังสนามบิน  ไม่มีใครพบและเห็นเธอกับเครื่องบินของเธออีก  :""

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/954/irKZyK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p53VN5MqtDReZL)

ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์หินอ่อนประดับด้วยดางดาวสีทอง 12 ดวงแทนจำนวนเครื่องที่เธอยิงตก เธอขึ้นบิน 168 ภารกิจ  ยิงเครื่องบินข้าศึกตกด้วยตัวคนเดียวถึง 12 ลำ และช่วยกับเพื่อนร่วมฝูงบิน สังหารอีก 3 ลำ

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/bfc/2SwQAE.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p5pUtnmrcmOzhs)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/dca/vyHBCB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p5Xetu13QF3mKB)

กลางเดือนสิงหาคม 1943  กรมทหาร Litvyak  แต่งตั้งเธอเป็นฮีโร่   แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่เธอถูกปฏิเสธให้ได้รับรับเกียรตินั้น  เนื่องจากหาศพเธอไม่พบ  :""

               ต่อมาร่างเธอถูกค้นพบในปี 1979 ร่างของ Lilya ถูกพบอยู่ใต้ปีกเครื่องบินของเธอ  10 ปีต่อมาร่างเธอได้รับเกียรติทำพิธีฝังศพอย่างเป็นทางการ เมื่อ 5 พฤษภาคม 1990 ได้มีการประชุมและได้ข้อสรุปว่าให้เธอนักบินหญิง Lilya เป็น  Hero of soviet  โดยมี Mikhail Gorbachev  เป็นประธาน คือ เป็นวีรสตรีแห่งสหภาพโซเวียต ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังที่เธอจากไปแล้ว 47 ปี  เธอได้เสียสละชีวิตของเธอและจากไปด้วยวัยเพีบง 22 ปี

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/91d/fEoc4q.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4p6owPZQTDU2YqR)

 ถึงเธอจะจากไปนานถึง 69 ปีแล้ว  แต่วีรกรรมความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวที่เธอมีต่อสมรภูมิรบยังคงตราตรึงหัวใจทุกคนไม่เคยลืม      :<>   

                                        https://www.youtube.com/watch?v=VYOVb7Vm6GY  นอนหลับฝันดีนะครับ  :ds
 


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: US.Aey > ํ ํ< ที่ 29,04, 2016, 10:29:12
   นักรบกับปืนพก


                          (http://)(http://www.mx7.com/i/caf/zy9rx1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4lINq7uZ28EvgnQ)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/5de/6Qnp4p.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4lMVIKA00sQsRsI)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/cfc/l3c7b8.jpeg) (http://www.mx7.com/view2/z4lN8PXOuncAv4TT)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/5cc/MqWKh7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4lNAQhGTp3cmpV7)(http://)(http://www.mx7.com/i/d31/dNDYBH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4lNn175PIoqB0je)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/a36/4hJBvO.jpeg) (http://www.mx7.com/view2/z4lNYARnTk0NtEm2)
                          ภาพสุดท้ายคือ มันร้อนอะ  :ss

สวัสดีวันพฤหัสบดี  :OO
                         
สวัสดีวันศุกร์ครับ :<>
ปืนนายแบบUS มาอยู่กับพี่น้องกันอินบ้างไหมหนอ :SSC :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: somchok ที่ 29,04, 2016, 13:44:50
อยากทราบการสู้รบที่บ้านร่มเกล้าเคยได้ยินแต่ไม่ทราบสาเหตุครับของการสู้รบ :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 29,04, 2016, 14:40:16
อยากทราบการสู้รบที่บ้านร่มเกล้าเคยได้ยินแต่ไม่ทราบสาเหตุครับของการสู้รบ :<>



http://2013.gun.in.th/index.php?topic=67137.0
ลองศึกษาอ่านเล่นๆ ไปพรางๆก่อนนะครับ  :ss


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 30,04, 2016, 08:27:24

           WW1  1911  สปริงฟิลด์ อาร์มอรี่


                               (http://)(http://www.mx7.com/i/9fc/GIuJz1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4Asc87SeFEVyCvS)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/e1e/9ohECY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4AslHyhTp0LjzPD)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/577/xlcoDb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4AsuV01gsBclCNz)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/a8e/glBOXh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4AsDMt4m4gaoC2C)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/d0a/ramKHK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4AsLA04ASLCFHDY)

                                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/dd0/VqvV1b.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4Avq48wajF16i9u)

สวัสดีเช้าวันเสาร์  :ds


                                                             


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 30,04, 2016, 09:02:49

    เช้านี้อากาศเย็นสบายนำเสนอเรื่องสบายๆ สั้นๆ จะขอนำเสนอเรื่องทหารท่านหนึงเป็นทหารชั้นผู้น้อยของอังกฤษในสมัย WW1 ที่ไม่มีบทบาทสำคัญในการบังคับบัญชา
...แต่..มีความสำคัญต่อผู้นำอาณาจักรไรซ์ที่ 3 ในเวลาต่อมา  :II ทหารท่านนั้นคือ


                               (http://)(http://www.mx7.com/i/d52/zncWW9.png) (http://www.mx7.com/view2/z4AKOIT7NQfSknCX)

                               ภาพ "พลทหาร เฮ็นรี่ แทนดี้" ทหารอังกฤษ "

      ซึ่งเขาได้เมตตาไว้ชีวิตทหารเยอรมันที่หนึ่งในนั้นชื่อ "ส.ต. อดอร์ฟ ฮิตเลอร์" เมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 และทหารเยอรมันผู้นี้ ต่อมากลายเป็นจอมเผด็จการนาซี ผู้ที่นำโลกไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง.

... "ผมเล็งไป แต่ก็ไม่สามารถยิงคนที่บาดเจ็บอยู่ได้" (I took aim but couldn't shoot a wounded man)" แทนดี้กล่าว "ดังนั้น ผมจึงปล่อยเขาไป (so I let him go.)" และต่อมาเขาก็ได้รู้ว่าหนึ่งในหมู่ทหารเยอรมันที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น มีผู้หมู่ทหารเยอรมันนายหนึ่งที่ชื่อ "อดอล์ฟ ฮิตเลอร์" รวมอยู่ด้วย (รู้ว่ามันจะยุ่งในอนาคตจะยิงไหมนะ  :ss )

แทนดี้ ได้กล่าวก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 1977 เมื่ออายุ 86 ปี ว่า ... "only I had known what he would turn out to be. When I saw all the people, woman and children, he had killed and wounded I was sorry to God I let him go" ...

ส่วนฮิตเลอร์เองก็ไม่เคยลืมช่วงเวลานั้นหรือผู้ชายคนหนึ่งที่ไว้ชีวิตเขา เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีเยอรมันในปี 1933 เขาให้เจ้าหน้าที่ของเขาติดตามหาแทนดี้ โดยได้มีการตีพิมพ์ภาพวาดที่แสดงให้เห็นถึงช่วงที่ Tandey แบกทหารที่ได้รับบาดเจ็บบนหลังของเขา  :8

อันที่จริงฮิตเลอร์นั้นไม่ค่อยอยากที่จะบุกอังกฤษ เพราะมีความชื่นชอบคนอังกฤษและประเทศอังกฤษอยู่เป็นการส่วนตัว ดั่งในหนังสือเรื่อง “การต่อสู้ของข้าพเจ้า” (Mein Kampf) ที่เขาอธิบายชนชาติอังกฤษไว้ว่า “ชนชาติพี่น้องของชาวเยอรมัน”

ฮิตเลอร์นั้นมีความรู้สึกที่ดีต่ออังกฤษเป็นพิเศษ ก็อาจเป็นเพราะว่าเหตุการณ์ที่ว่านี้ ที่คนอังกฤษคนนี้ได้ไว้ชีวิตเขา ขณะที่เขากำลังนำลูกหมู่เดินลาดตะเวนที่หมู่บ้านมาโกแองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และตอนนั้นได้ ทันใดได้ก็เกิดเสียงระเบิดขึ้น ทุกคนหมอบลง ฮิตเลอร์ซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่ในตอนนั้น ได้ลุกขึ้นเพื่อตรวจสอบความเสียหาย แต่สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเขาคือทหารอังกฤษนายหนึ่งยืนถือปืนไรเฟิลเล็งมาที่เขาและลูกหมู่ แต่ทหารอังกฤษคนนี้ เห็นว่ามีคนได้รับบาดเจ็บด้วยอีกทั้งฮิตเลอร์ตอนนั้นอาวุธหลุดมือไปตอนระเบิด จึงไม่มีอาวุธในขณะที่ลุกตรวจสอบ เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่า ไม่มีอาวุธ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย จึงปล่อยไป จากนั้น ฮิตเลอร์กล่าวขอบคุณเบาๆ พร้อมรีบพาลูกหมู่ที่บาดเจ็บหนีไปทันที แต่เขาไม่มีวันลืมภาพที่ตรึงตาเขาซึ่งภายหลังได้รู้ว่าผู้นั้นคือ พลทหารอังกฤษที่ชื่อ "เฮ็นรี่ แทนดี้" (Private Henry Tandey) ต่อมาฮิตเลอร์ได้นำเอารูปภาพแทนดี้ที่ไว้ชีวิตเขานี้ แขวนไว้ในห้องทำงานส่วนตัวของเขาอีกด้วย    :8

ขอขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านมาดู .. :ss :ds



หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: snipy (คนขี้คุย) ที่ 30,04, 2016, 10:00:52
เข้ามาอ่านทุกวัน
ขอบคุณมากๆ นะครับ  :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ruang036 ที่ 30,04, 2016, 13:53:10
ก็ตามมาอ่าน มาชมอีกแหละ ชอบอ่ะ.. :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: Blackhawk5 ที่ 30,04, 2016, 21:33:12
กระทู้ประเทืองปัญญา :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 01,05, 2016, 13:15:57

          Remembering the korean War - 60 years ago.


                               (http://)(http://www.mx7.com/i/904/gAhksd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JXD6CwMWrOXb2l)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/ba6/tRKq2Z.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JXUPyCY7qw6x5I)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/53b/SoyACH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JYaqCDrzyfbrFK)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/901/5y4kMh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JYmtTP5igqbWB8)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/a88/ExyrSe.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JYzf8niel4NNbx)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/bd8/ne8vxu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JYM0mVvgCFKOhA)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/ad0/9QTK54.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JYWDJo0BHB2Aiz)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/e8d/NWjUZX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JZ9KWCuYq1kkjM)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/94d/coXXZG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JZl6grzBW2zWAz)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/ae8/Dv7jyF.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JZCPcxKyRY4dgl)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/16a/WMW3pG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JZOStJomfuzqPf)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/906/ajMZnN.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K033D0JGtHLE7R)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/e58/h1g0qQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K0eKVw5PoQBB4N)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/c78/HmaSO5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K0u00QhXoazEbD)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/e96/qaCQCN.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K0OUL517kg9kTg)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/9b3/mgcHJL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K0YubuFLGG07m6)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/185/D0vDlD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K1cFkM0ZIsEeIJ)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/1ec/mHYZjJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K1sYm93JdegsSj)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/1b8/KEzhKk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K1DBIBzbyJcQ8n)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/5bd/NFwHG4.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K1VGDo1MEhHoDe)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/5bd/NFwHG4.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K1VGDo1MEhHoDe)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/ef4/tTmCN2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K2CW2ACGQZTyjc)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/134/gOZ7WT.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K2Q3fP7f9zknbd)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/58f/tZ4Vix.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K34Wmt1zlB0YCo)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/b1a/rjKCDW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K3IDYQMBwdCNQl)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/d67/NZCStx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K4MW0nOhb9glbT)
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/d2d/664q4Y.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K5pdI2r0N8vW5I)
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/b86/SnB342.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K7hQIpJ9PRIZZy)
                                (http://)(http://www.mx7.com/i/16f/K87XMx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4K8gt52dtXC6t8R)

สวัสดีวันอาทิตย์ คนไม่ช้าแต่สัญญาณเน็ตช้า  :ss ลงได้แค่เนี้ย  :II  :ss :ds
                               
                       


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ขาว เมืองชล รักพ่อหลวง ที่ 01,05, 2016, 16:25:41

...เสื้อตัวเก่ง ของท่านประธาน... :e

 (http://www.mx7.com/i/904/gAhksd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JXD6CwMWrOXb2l)
(http://www.mx7.com/i/1f5/dXcfrv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4L8hkvVKfLqkjL2) (http://www.mx7.com/i/b6b/NhJaZf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4L8jso1rF6FpzP0)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 01,05, 2016, 19:50:31
...เสื้อตัวเก่ง ของท่านประธาน... :e

 (http://www.mx7.com/i/904/gAhksd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4JXD6CwMWrOXb2l)
(http://www.mx7.com/i/1f5/dXcfrv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4L8hkvVKfLqkjL2) (http://www.mx7.com/i/b6b/NhJaZf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4L8jso1rF6FpzP0)

  อย่าลืมแว่นเรแบนด้วยนะครับ  :ss :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 01,05, 2016, 20:21:58

 นายพลแม็คอาเธอร์ เจ้าของวลี  Old soldies never die   
 แต่ประโยคเต็มๆของสำนวนนี้ก็คือ    Old soldies never die; they just fade away.
 แปลพอเข้าใจได้ว่า ทหารเก่าไม่มีวันตายแค่เขาค่อยๆลางเลือนไปเท่านั้น


                       (http://)(http://www.mx7.com/i/ec1/8vpWgH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4Mvf8CluTO3BZ1F)


 :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 01,05, 2016, 20:34:57
พี่เจ้าของกระทู้มีข้อมูล สงครามลับในลาวหรือเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 02,05, 2016, 10:16:24

    SEE PHOTOS FROM THE EARLY DAYS OF THE KOREAN WAR.


               (http://)(http://www.mx7.com/i/9e7/tTmudX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4QYQgvMMGLq72TG)
               (http://)(http://www.mx7.com/i/5c3/lr0Hzm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4QZ45GnQmACyLnv)
               (http://)(http://www.mx7.com/i/188/XmmkrR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4QZbTdo52yjFa02)
               (http://)(http://www.mx7.com/i/a70/QHslHX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4QZiYN1KL6JwUZs)
               (http://)(http://www.mx7.com/i/531/1EAoGE.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4QZqMk1ZwAFccOh)
               (http://)(http://www.mx7.com/i/ecf/ENOHYL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4QZzDN551n0HTlw)
               (http://)(http://www.mx7.com/i/ecf/ENOHYL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4QZzDN551n0HTlw)
               (http://)(http://www.mx7.com/i/9c6/zg44ie.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4QZVguGnt8gOmOc)
               (http://)(http://www.mx7.com/i/e04/01369N.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R4aEHp47i6GTSh)(http://)(http://www.mx7.com/i/511/Hursyz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R4otS07U588eNR)(http://)(http://www.mx7.com/i/e9b/Pt5RRK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R4yph641uP9Gni)
                (http://)(http://www.mx7.com/i/c43/J2rGpr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R5uTLCQRK2xbMX)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/a4f/NHeu7m.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R5DpfZEOQCvbO5)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/923/PboVRy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R5MYGpjv6eZ68B)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/ec4/ZbzCWR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R5Wy6OYdf468l1)(http://)(http://www.mx7.com/i/546/QQSUaP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R667xeD1mLyBsN)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/12a/CodhSR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R6jAJ9oXDEe5jj)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/901/jaD6pU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R6ssccup5IsZi9)(http://)(http://www.mx7.com/i/5b0/qv43aF.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R6CJzYIjeDcXDP)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/a85/w4c7zS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R6NIV7vlTYYBdK)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/d2b/sW3AGP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R6Xilxa1CMNNce)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/ca3/8BiiBP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R75NPTY33s3lou)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/101/4vlowB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R7fngjCJLcwITW)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/14b/QF4uYy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R7oeJmIiQ0gM1Z)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/c97/VcjHj2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R7x6cpNCqpEdaG)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/dc5/zI6wvV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R7FXFsTf4klnVo)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/b3a/ZK6VBK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R7Ot9PHaAsleQJ)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/c45/8O46FU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R7YKxBUZTkvwLt)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/eca/BERcCl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R87C0F0wySElao)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/943/3eJsyC.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R8hbr4F8vhdhpD)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/1ed/x7cbRt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R8uiEj9JOvTjYU)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/511/Xq7I0p.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R8C6bjovrOT6bP)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/a65/qtkv89.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R8KBFGcs1AcnQ6)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/5a1/69byrS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4R8Tt8JhXyOmwjF)

สวัสดีวันจันทร์ครับ
             


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 02,05, 2016, 11:08:47
จริงไหม แมวตกตึกกี่ชั้นก็ไม่ตาย?

ไม่จริงครับ เคยอ่านบทความอันหนึ่ง กล่าวถึงการศึกษากรณีที่แมวตกจากที่สูง 132 กรณี มีความสูงเฉลี่ยเท่ากับตึก 5.5 ชั้น(สูงสุด 32 ชั้น) ปรากฏว่ารอด 90% ครับ (หรือตาย 10%) และ 2 ใน 3 ของตัวที่รอดก็ได้รับบาดเจ็บจนต้องรับการรักษาพยาบาลนะครับ ไม่ได้วิ่งต่อไปได้ชิลๆ (ลองดูครับไปหาแมว แล้วลองปล่อยลงมา  :""" ล้อเล่นนะครับอย่าทำๆ  :ss)

แต่ถ้าเป็นคนและ ไม่มีร่มชูชีพละ รอดไหม  :""" มาอ่านกัน  :ss

                         "โกงความตาย 22,000 ฟุต"

 ทหารอเมริกาที่ตกจากเครื่องบินสูงกว่า 22,000 ฟุต โดยไม่มีแม้แต่ร่มชูชีพ แต่เขากลับรอดตายปาฎิหารย์
 
                       (http://)(http://www.mx7.com/i/9f2/zjBv5M.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4Ro2aQEagmMdH5j)

จ่าอากาศเอก Alan Magee เป็นทหารประจำกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกานช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และในวันที่ 3 มกราคม 1943 เขามีโอกาสได้ปฏิบัติภารกิจทิ้งระเบิดเพื่อทำลายโรงเก็บระเบิดตอร์ปิโดของกองทัพเยอรมนี ในแซ็ง-นาแซร์ ประเทศฝรั่งเศส แต่แล้วขณะปฏิบัติภารกิจเขากลับถูกข้าศึกโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ ในขณะเดียวกันเขาก็พยายามจะหยิบร่มชูชีพแต่กลับถูกทำลายเสียหายไปแล้ว

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/a78/8zPKCu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4Rp5KUOCIvQVonI)

ดูเหมือนตอนนั้นเขาไม่มีโอกาสรอดเลยเนื่องจากเครื่องบินอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 22,000 ฟุต ทั้งยังไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตอีกด้วย หลังจากนั้นเขาก็หมดสติไป รู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตนเองลอยอยู่ในอากาศ เขาจึงภาวนาต่อพระเจ้าว่า "ผมยังไม่อยากตายเพราะผมยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของชีวิต" แล้วเขาก็ทรมานกับการขาดออกซิเจนและช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ร่างเขาจะตกลงบนหลังคากระจกของสถานีรถไฟแซ็ง-นาแซร์

และนับว่าเป็นปาฏิหารย์เพราะหลังคากระจกช่วยลดแรงปะทะได้อย่างน่าอัศจรรย์จนทำให้เขารอดตายมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยในตอนที่เขาถูกพบนั้นร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลกระจกบาดกว่า 28 แห่ง กระดูกขาขวาและข้อเท้าแตกหัก แขนขวาฉีกขาด ต่อมาเขาถูกส่งตัวไปรักษากับแพทย์ในกองทัพเยอรมัน

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/b15/ew5dp3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4Rpzb9q9VZ6GTf9)

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/a1c/7eUS43.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4RpNIhnMLZSNFd4)

และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นทหารของฝ่ายศัตรู แต่แพทย์ชาวเยอรมันกลับไม่รีรอและรีบรักษาเขาทันที โดยกล่าวกับเขาว่า "เราคือศัตรูกัน แต่ผมเป็นหมอ ผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อรักษาแขนของคุณ" ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งในจรรยาบรรณและความมีมนุษยธรรมของแพทย์มาก

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/510/gMZvkO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4Rq8Z0iNI8OGEuF)

หลังจากเขาหายป่วยเขาใช้เวลาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หมดไปในฐานะเชลยศึก จนกระทั่งฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะ หลังจากนั้นเขาจึงได้กลับบ้านและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเรื่องมาในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 2003 ด้วยวัย 84 ปี เป็นเรื่องราวปาฏิหารย์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง ชายที่ตกลงมาจากฟ้าที่ความสูง 22,000 ฟุตแต่กลับรอดตายปาฏิหารย์ แถมเขายังรอดมาได้เพราะความช่วยเหลือจากฝ่ายศัตรูอีกด้วย...

     :ss :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: Viengping 9 ที่ 02,05, 2016, 14:21:44
สวยงามครับท่าน  ภาพขาวดำก็สวย  บางภาพยังไม่เคยเห็นเลย  ขอบคุณครับผม :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 03,05, 2016, 10:03:42
   วันนี้ชม 1911 เรมิงตัน แรนด์ แปลกๆ แต่ไม่ปลอมกันสักหน่อย  :ss ( อะไรก็มีและเกิดขึ้นได้ในโลกใบนี้ )

              (http://)(http://www.mx7.com/i/920/JfIrsL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4YWaam8DoXofwmF)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/53d/AiWfJH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4YWmzC0yQ5UD5xe)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/aaf/zboAqa.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4YWvN3JVZX7iY7e)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/a26/0vF3fl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4YWEiy6JFYYSZ1H)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/cf1/qRkBfe.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4YWMO2txKR7CKEZ)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/be8/Y59MVz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4YWWnsTcpwi8vTK)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/1c8/0VlPHU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4YX4SXg0nBOKHro)
              (http://)(http://www.mx7.com/i/bd0/Wbegiw.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4YXdorCOidGLC2b)

   เอ๋ดูแล้วแปลกตรงไหนแว้ :II

             ปืนพวกนี้เป็นปืนที่ทำเสร็จแล้วรอปั๊มเลขปืนส่งกองทัพ แต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ดันผ่ามาเลิกก่อน ( เยอรมันและญี่ปุ่นเกมส์โอเวอร์  :ss)
 ปืนพวกนี้เก็บไว้ในโกดังของเรมิงตัน ต่อมาปี 1946 - 48 กองทัพเลหลังขายปืน 1911 A1 ในโกดังกองทัพให้กับมิตรประเทศเช่น กรีซ สำหรับกรีซนั้นบอกอั๊วซื้อยกลังเลย
ขี้เกียจทำ เอาเวลาไปค้าขายได้ประโยชน์กว่า และนั้นคือปืนที่กองทัพมีและลงเลขปืนแล้ว ส่วนปืนในรูปนี้
            เป็นปืนตกค้างในโกดังเรมิงตัน คนงานหรือเจ้าของอาจประกอบและแจกจ่ายพนักงานแบบที่ผมเคยลงในกระทู้ที่ผ่านมา (หมายเลข 1) มันก็เป็นประเภทเดียวกันแต่ไม่มีหมายเลข (เป็นพระก็ดังละแปลกกว่าเขา พิมพ์กรรมการ  :ss )


                     (http://)(http://www.mx7.com/i/af6/IqLQcX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z4Z179WKcDGW33BS)

คำคมวันนี้

                    "ผมเป็นคนเดินช้า แต่ผมไม่เคยเดินก้าวถอยหลัง "
                     I am a slow walker, I never walk backwards.
                                                                                        อัปรา ฮัม ลินคอล์น
                                 
   

สวัสดีสายวันอังคาร  :ss :ds

             


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 03,05, 2016, 22:04:29
วันนี้ส่งต้นฉบับช้าเพราะเน็ตที่บ้านมันหมุนติ้วๆ ล่มแล้วล่มอีก  :ss
ก็เลยนำเสนอเรื่องสตรีบ้าง วันนี้เสนอตอน 
                                                             สวย สังหาร.... :dfs


                              (http://)(http://www.mx7.com/i/a87/nWZLS5.png) (http://www.mx7.com/view2/z52EJz6bC8NT9qZs)

                              Roza Shanina

 
              Roza Shanina ตอนที่เธออายุได้ 14 ปีเธอได้เดินเท้าฝ่าข้ามป่าสนเมืองหนาว Taiga   เป็นระยะทางถึง 200 ไมล์ก่อนเจอถนน/ทางรถไฟแล้วเดินเท้าไปยังเมือง Archanglsk เพื่อจะไปเรียนหนังสือที่นั่นแต่โชคร้ายสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นซะก่อนรวมทั้งเมืองดังกล่าวถูกโจมตีทิ้งระเบิดด้วยกองทัพนาซีเยอรมันนี ( สถานการณ์จะสร้างวีรสตรี  :A )
             ต่อมาไม่นานเธอทราบข่าวว่าน้องชายเธอตายในปี 1941 ตอนนั้นเธอวัย 19 ปี  จึงสมัครเข้าร่วมกองทัพโซเวียตรัสเซียแล้วได้รับคัดเลือกที่จะเป็นทหารซุ่มยิงนักแม่นปืน
แม้ว่าผ่านการฝึกอบรมแล้วจนครบหลักสูตรแล้วแต่มีคำสั่งภายในของกองทัพโซเวียตรัสเซียมอบหมายให้ทหารหญิงอยู่ประจำแค่แนวหลังคอยสนับสนุนเท่านั้น
แม้เธอพยายามขอร้องผู้พันหน่วยรบให้ออกไปช่วยรบในแนวหน้าแต่ก็ได้รับการปฏิเสธตลอดเวลาอ้างเป็นคำสั่งจากเบื้องบนจนเธอต้องแอบหนีไปอยู่แนวหน้าแล้วทำการซุ่มยิงโดยขัดคำสั่ง แต่ด้วยฝีมือการยิงปืนที่แม่นยำราวกับจับวางศัตรูไว้ในกำมือและความสามารถในการยิงศัตรูที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยกระสุนซ้ำอีกนัดยิงเป้าหมายซ้ำด้วยกระสุนนัดที่สองที่ตามติดไปอย่างรวดเร็ว  :""" ทำใหัเธอเป็นที่ยอมรับของกองพันในที่สุดรายงานที่เป็นทางการระบุว่าเธอยิงศัตรูได้ 54 ศพ

            (http://)(http://www.mx7.com/i/b6a/5T484w.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52LtS0WdyX1AtEu)
            สาวรัสเซียน่ารักๆ ทั้งนั้นนะครับผมว่า

             (http://)(http://www.mx7.com/i/59a/Jybyet.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52OvoLIdSDnZdJd)

        หนังสือพิมพ์ของฝ่ายสัมพันธมิตรให้ฉายา Shanina ว่านักฆ่าสยองขวัญ มือที่มองไม่เห็นในปรัสเซียตะวันออก เธอเป็นทหารสตรีนักซุ่มยิงคนแรกของกองทัพโซเวียตรัสเซีย
และเป็นคนแรกของกองพล The 3rd Belorussian Frontที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ Order of Glory จากกองทัพโซเวียตรัสเซีย

             (http://)(http://www.mx7.com/i/a28/m4yVVW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52R8OY6WFn9O4KR)
             พฤศจิกายน 1944 เธอในชุดเครื่องแบบที่ทำจากผ้าขนสัตว์

เธอเสียชีวิตจากระหว่างการสู้รบตอนวัย 20 ปี เพื่อคุ้มกันหน่วยทหารปืนใหญ่ในแนวรบ East Prussian Offensive หน่วยรบกองร้อยของเธอจำนวน 78 คนรอดตายเพียง 6 คน
ในขณะที่กองทัพโซเวียตรัสเซียรุกไล่ล่านาซีเยอรมันนี ทำให้ทหารหญิงทุกคนแต่เดิมต่างละทิ้งจากการเป็นแนวหลัง ต่างบุกเข้าร่วมกับแนวหน้าในการสู้รบอย่างต่อเนื่อง
ความกล้าหาญในการสู้รบของเธอได้รับการยกย่องอย่างมาก แม้ว่าจะขัดกับคำสั่งเบื้องบนของกองทัพโซเวียตรัสเซีย ที่ให้ถอนกำลังทหารหญิงออกจากพื้นที่สู้รบอย่างหนัก
โดยจดหมายฉบับสุดท้ายของเธอลงวันที่ 17 มกราคม 1945  2 สัปดาห์ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตส่งให้กับญาติของเธอมีบันทึกจากจดหมายของเธอ  ตอนหนึ่งเธอเขียนเล่าว่า

            " ทหารฝ่ายศัตรูบางคนตายเพราะกระสุนที่ยิงเข้าเป้า
             บางคนตายเพราะดาบปลายปืนที่บุกเข้าตะลุมบอนกัน
             บางคนตายเพราะลูกระเบิด บางคนตายเพราะถูกตีด้วยพลั่วสนามรบ
             บางคนถูกจับเป็นเชลยเพราะยอมจำนนด้วยการวางอาวุธ "
เป็นเรื่องเล่าถึงการสู้รบประจำวันของเธอมีการตีพิมพ์เผยแพร่ในปี 1965

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/9ed/36BBDx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52SiMEyvGSSJfcd)

กองทัพโซเวียตรัสเซียค้นพบว่าหน้าที่ทหารซุ่มยิงเหมาะสมกับผู้หญิงเป็นอย่างดี เพราะทหารซุ่มยิงที่ดีต้องมีคุณลักษณะที่อดทนละเอียดรอบคอบ มีทักษะระดับสูงในการโจมตีเป้าหมายและหลีกเลี่ยงการสู้รบแบบปะทะกับศัตรู ทั้งยังพบว่าสตรีที่ทำหน้าที่เป็นลูกเรือเครื่องบินทิ้งระเบิดมีการปรับตัวได้ดีมากและมีความตั้งใจในการใช้เทคนิคอย่างชำนาญ
ทำให้พวกเธอทำงานชี้เป้าทิ้งระเบิดเป้าหมายศัตรูได้ดีกว่าลูกเรือชายในเครื่องบินทิ้งระเบิดจำนวนมาก ( สรุปผู้หญิงดีกว่าผู้ชายว่างั่นเถอะ   :II )

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/b7c/bOYm0Q.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52T29VQNWpvo5vC)

                     เธอใช้ปืนซุ่มยิง Mosin-Nagant

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/d23/NuahFZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52TqYrAEIozziBm)

สถานะการณ์สู้รบของกองทัพโซเวียตในช่วงนั้นก็ทำแบบนี้เช่นกันในการรบกับกองทัพนาซีเยอรมันนี และข้อสำคัญคือ กองทัพโซเวียตรัสเซียไม่เคยขาดแคลนอาสาสมัครสตรีที่จะมาเป็นทหาร นักบินเรือรบ หรือ ลูกเรือเครื่องบินทิ้งระเบิด นับเป็นเรื่องราวการร่วมรบที่งดงามประทับใจเรื่องหนึ่งในสนามรบ  มีทหารสตรีทำหน้าที่เป็นพลขับรถถัง พลปืนใหญ่ พลซุ่มยิงแต่พวกเธอส่วนมากต่างจบชีวิตของตนเพราะความห้าวหาญดื้อรั้นและบ้าบิ่น  :""ในการจะออกไปทำการรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารชาย แม้ว่าจะมีคำสั่งเบื้องบนที่ให้การสนับสนุนการสู้รบของพวกเธอ โดยไม่ให้สตรีอยู่ในแนวหน้าของสนามรบ แต่ไม่ได้เขียนคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะจะละเมิดหลักการคอมมิวนิสต์เรื่องความเท่าเทียมกันของบุรุษและสตรี และถ้ามีการตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมในเรื่องนี้กับผู้บังคับบัญชา เรื่องนี้ก็จะส่งเรื่องต่อไปที่ระดับสูงเพื่อพิจารณาต่อไปแล้วก็เงียบหายไปตามแบบข้ารัฐการ/ดองเค็ม/ดองแห้งตลอดกาล
 
                  ในตอนที่กองทัพนาซีเยอรมันนีบุกคืบหน้าเข้ามาในรัสเซียยุทธการ Barbarossa ของเยอรมันนีมีชัยชนะเหนือกองทัพโซเวียตรัสเซียและกำลังรุกคืบหน้าใกล้บุกยึดนครหลวง Moscow แล้วแน่นอนรัสเซียก็ต้องทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่ทำได้ไปตั้งรับแล้วจึงต้องมีการเกณฑ์ผู้หญิงและเด็กวัยรุ่นมาเป็นทหารเหมือนทำที่ Stalingrad ทั้งนี้ยังได้ผลลัพธ์ต่อเนื่องจากการโฆษณาชวนเชื่อว่าทหารผู้หญิงสามารถทำหน้าที่ในการสู้รบได้เป็นอย่างดีเพื่อปิตุภูมิ สตรีบางคนไปเพราะมี/ใชัอาวุธเป็น บางคนไปเพราะผ่านการฝึกอบรม แต่สตรีทุกคนไปเพราะต้องการจะไปสู้รบด้วยตนเองเพื่อมาตุภูมิ

         (http://)(http://www.mx7.com/i/a12/Nmcs4o.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52Wq1lAFWKea8Hf)(http://)(http://www.mx7.com/i/16b/HmkpdX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52WMm0yxuYtY51E)

         (http://)(http://www.mx7.com/i/91d/9Dv63W.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z52YMqzfMVBSeYyp)

         ทหารสตรีนักแม่นปืนซุ่มยิงของกองทัพโซเวียตรัสเซีย กองพล The Soviet 3rd Shock Army ร่วมกันถ่ายภาพในวันที่  4 พฤษภาคม 1945/2488 ผลงานของทหารสตรีชุดนี้คือ  ซุ่มยิงทหารนาซีเยอรมันนีได้  775 ศพ เป็นจำนวนศพที่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นฝีมือของทหารสตรีชุดนี้  :"""  :<>
                 


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: RAPTOR ที่ 04,05, 2016, 10:39:04
เป็นกระทู้ที่น่าติดตาม และตามติดแห่งปี  :> :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 04,05, 2016, 12:25:50
     
               Huey in Vietnam War.
               ม้าอากาศซึ่งเป็นกระดูกสันหลังรับใช้ฝ่ายโลกเสรีมายาวนานและอีกนานแสนนาน  :8


                         (http://)(http://www.mx7.com/i/a3c/noilYd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57FshQpAct1PXoq)
                         (http://)(http://www.mx7.com/i/c1d/iB8pLK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57FBRgPeWJYWr8Q)(http://)(http://www.mx7.com/i/ccc/x4Xp0d.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57FKIJSkobbOL1n)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/1fd/2XYnIE.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57FZfRPXellg1nx)(http://)(http://www.mx7.com/i/bf1/7AMGrG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57G5ZsNlafJRzlp)
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/5c2/c1cOWS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57GfyTcZVE9A8TH)(http://)(http://www.mx7.com/i/d31/qgdaQw.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57GnmqdeL3RQaPG)
                           (http://)(http://www.mx7.com/i/9f8/u1bIUj.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57GxDNZsz52HirA)(http://)(http://www.mx7.com/i/993/h3hWQK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57GGRfIPx5SfGrm)
                           (http://)(http://www.mx7.com/i/5cf/dacG0x.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57GSUwUtkHsKDB2)(http://)(http://www.mx7.com/i/157/cGTxst.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57H75GbOCT5ZeDr)
                           (http://)(http://www.mx7.com/i/e5d/b7u6w2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57HtMjPXQmNdX28)(http://)(http://www.mx7.com/i/c4f/otkv3u.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57HF7DF2pSldzZE)
                            (http://)(http://www.mx7.com/i/1a4/h8SUSJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57HSAPzOpMLBTJY)(http://)(http://www.mx7.com/i/a7a/k7Zoyy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57I1siCU18YZUbK)
                            (http://)(http://www.mx7.com/i/dfc/u1ich2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57Id9B8gaibPAJ1)(http://)(http://www.mx7.com/i/193/iAZevf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57Ilj6OMyFmWtuV)
                            (http://)(http://www.mx7.com/i/dad/aOjmx5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57Ixmo0qkfHehOH)(http://)(http://www.mx7.com/i/bc8/vrLpKp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57IGdR3vPyRoGHs)(http://)(http://www.mx7.com/i/ad4/Oq8D5y.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57IP5k6BlHASMK2)
                            (http://)(http://www.mx7.com/i/ae9/7Rnfvp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57J18Bif4WAy01l)
                            (http://)(http://www.mx7.com/i/59b/YnFLTn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57Jb40obr7QrTbq)
                            (http://)(http://www.mx7.com/i/e82/VT5ROt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57KixQ3LjvAWjOY)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/5c9/j3jAyl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z57KFetHUuDXyrbv)

                             Goodbye... Huey
                           
                         


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 04,05, 2016, 14:21:32
พอรู้ว่าพี่เบิ่มที่เป็นหัวหน้าฝ่ายอักษะต้นเหตุก่อสงครามโลกคือฮิตเลอร์ แต่เอส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักเขาดีว่าประวัติความเป็นมาเขาเป็นมาอย่างไรนะ ชั่วโมงนี้มานั้งศึกษาประวัติของเขากัน ( รายการตีท้ายครัว  :II )

                                   
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/a9a/MEra3w.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z580NgvBQiFvr4VX)
                          ( ฮิตเลอร์ในวัยทารก )ว้าวน่าอุ้มฮะ  :8

       อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1889 เวลา 06.30 น. ที่ Braunau-am-Inn ในประเทศออสเตรีย ติดชายแดนเยอรมนี บิดาของเขาชื่อ Alois Shiklgruber พ่อมีภรรยาสามคน มารดาชื่อ Klara   :II

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/b7e/ZCgMna.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z581RcysAgEYlZZy)(http://www.mx7.com/i/e37/C74xVd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z582alphTE99Y0cc)     
                            นาง คลาร่า                                                                                    นายอาลัวส์

              ภรรยาคนแรกของ พ่อของเขานั้น คือ เอวา มาเรีย ผู้หญิงที่มีอายุแก่กว่าถึงสิบสี่ปี กล่าวกันว่าเพราะเธอมีฐานะดีกว่า ไม่มีลูกด้วยกันแต่  ต่อมาได้ ฟรานเซสกา เป็นภรรยาน้อย แต่ภายหลังก็เอามาอยู่ด้วยในบ้าน ขณะที่ เอวา มาเรีย เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ ฟรานเซสกา มีลูกกับอลอยส์ สองคน ชายหนึ่ง ชื่อ อลอยส์จูเนียร์ หญิงหนึ่ง ชื่อ แอนเจลา
บ้านที่มีทั้งคนป่วยและเด็กอ่อน ค่อนข้างยุ่งเหยิงน่าดู อลอยส์จึงไปตามหลานสาวอายุ 16 ปี ที่ชื่อ Klara Polzl (แม่ของเขานามสกุลเดิมก่อนแต่งงานคือ Hieder หรือ Hitler ) มาอยู่ด้วยในบ้านในฐานะกึ่งเด็กรับใช้ แต่ คลาร่า ก็กลายเป็นภรรยาของอลอยส์ไปอีกคน( พญาเทครัว  :ss ) ความจริงสำนักวาติกันจะไม่ยอมให้คนทั้งสองแต่งงานกันในทีแรก เพราะว่าเป็นวงค์เครือญาติ หากแต่ต้องจำยอมเพราะคลาร่าท้องลูกคนแรกและอลอยส์ใช้ข้ออ้างว่าคลาร่าไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและลูกได้

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/117/V4Dsd0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z583wmmV6kzNgPJn)

ทั้งพ่อ และแม่ของเขา มาจากครอบครัวเกษตรกรที่ยากจน แต่พ่อเป็นคนฉลาดและทะเยอทะยาน จึงก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าหน้าที่ภาษี ช่วงที่มาแต่งงานกับแม่ อายุห่างกันถึง 23 ปี และมีลูกติดมา 2 คน ทำให้ฮิตเลอร์มีพี่น้องถึง 5 คน แต่โตขึ้นมาเหลือรอดอยู่ 2 คน เด็กชายท่าทางขี้โรคชื่อว่า อดอล์ฟ หญิงที่สมองไม่ค่อยสมประกอบ ชื่อว่า พอลล่า
             
               พ่อฮิตเลอร์เป็นคนที่เข้มงวดมาก และนิยมใช้ความรุนแรงลงโทษหากลูกไม่เชื่อฟัง ฮิตเลอร์จึงเป็นเด็กเรียนดีในตอนต้น เพื่อนๆ ยกย่องให้เป็นผู้นำ ทั้งยังเคร่งศาสนา จนใครๆ คิดว่าโตขึ้นมาจะเป็นนักบวช   แต่พอขึ้นเรียนชั้นสูงขึ้น วิชาต่างๆ ก็เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสอบไม่ได้ที่  1 พ่อเริ่มเกรี้ยวกราด เพราะกลัวลูกจะเข้ารับราชการไม่ได้ ส่วนเพื่อนๆ ก็เริ่มไม่ปลื้มให้เป็นหัวหน้า ความกดดันต่างๆ ทำให้ฮิตเลอร์เบี่ยงไปสนใจการต่อสู้ มีข้อมูลจากหลายทางที่แสดงให้เห็นว่าฮิตเลอร์ชื่นชอบและนิยมดูหนังคาวบอยและอินเดียนแดงอย่างมาก

                            ในวัยเด็ก เขาเป็นเด็กที่ขาดความรัก ความอบอุ่นจากบิดาและมารดา แต่ฮิตเลอร์ก็ไม่ชอบให้ใครมาวิจารณ์พ่อของเขาในทางที่ไม่ดี แม่ของเขาแม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้เขา แต่ก็จะคอยตามใจเขาทุกครั้งที่มีโอกาส ให้เขาในทุกๆสิ่งที่เขาต้องการ ว่ากันว่า การเอาใจอย่างเกินเหตุนี้เองที่เป็นสาเหตุของการก้าวไปสู่ความเป็นจอมเผด็จการแห่งยุคในที่สุด ฮิตเลอร์ในวัยเด็ก เป็นเด็กที่มีความเฉลียวฉลาด แม้ว่าจะขี้เกียจอย่างมาก ในงานที่ต้องใช้เวลานานๆ เขาเป็นเด็กช่างฝัน มีเพื่อนไม่มากนัก พรรคนาซีของเขามักจะทำการประชาสัมพันธ์อยู่เสมอว่า ฮิตเลอร์ในวัยเด็ก มีความเป็นผู้นำตามธรรมชาติ โดยเขามักจะนำเพื่อนๆทุกคนในสนามเด็กเล่นอยู่เสมอ

                           นอกจากนี้ยังประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังว่า ฮิตเลอร์สนใจในการค้นคว้าประวัติศาสตร์ ซึ่งที่จริงแล้ว มีคนแย้งอยู่เสมอว่า เขาไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์การบุกรัสเซียของนโปเลียนเลย แม้แต่ผิวเผิน ทำให้เขาประสบกับความพ่ายแพ้ในรัสเซียเช่นเดียวกับนโปเลียนหนึ่งในวีรบุรุษที่เขาโปรดปราน  :ss

                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/9fe/muFMOt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z585DStWiTqkLdyM)
                                     นโปเลียนพ่ายแพ้ในรัสเซีย


ครูชั้นมัธยมฯ คนเดียวที่ฮิตเลอร์ชื่นชอบ คือลีโอโพลด์ พอตช์ ซึ่งเป็นคนนิยมความสำเร็จของเยอรมนี จึงมักเล่าถึงชัยชนะต่างๆ ของเยอรมันเหนือฝรั่งเศส ในศึกปีค.ศ.1870-1871 และต่อว่าออสเตรียว่าไม่ยอมเข้าร่วมกับเยอรมนี ฮิตเลอร์พานชอบเยอรมันไปด้วย โดยมีออตโต วอน บิสมาร์ก นายกรัฐมนตรีของอาณาจักรเยอรมนี เป็นฮีโร่ในดวงใจ
วิชาเรียนที่ฮิตเลอร์สนใจมากอีกวิชาคือศิลปะ ซึ่งทำให้ทะเลาะรุนแรงกับพ่อ เพราะพ่อของฮิตเลอร์อยากให้ฮิตเลอร์เป็นข้าราชการเหมือนตัวเขา พ่อจึงไม่เห็นด้วยอย่างมากที่ฮิตเลอร์จะเรียนศิลปะอย่างไรก็ตามศึกพ่อลูกสิ้นสุดลงในปีค.ศ.1903 เมื่อพ่อฮิตเลอร์เสียชีวิต

            ตอนนั้นครอบครัวไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากทางการเงิน แต่ฮิตเลอร์ยังคงไม่รักเรียนเช่นเดิม จนแม่ยอมให้ออกจากโรงเรียน  เมื่ออายุ 18 ปี ฮิตเลอร์ใช้เงินมรดกของพ่อ เดินทางไปกรุงเวียนนา หวังว่าจะไปเรียนวิชาศิลปะที่นั่น ฮิตเลอร์คิดว่าตนเองมีความสามารถทางศิลปะที่เหนือชั้น แต่พอไปถึงจริงกลับถูกสถาบันวิชาการศิลปะเวียนนาปฏิเสธใบสมัครถึงสองครั้ง  :""

          ในครั้งแรกฮิตเลอร์ไปสอบแต่ไม่ผ่าน เขาจึงทุ่มเทเวลาฝึกฝนฝีมือ อยู่ที่เวียนนาโดยไม่ทำงานอะไรเลยนอกจาการอ่านหนังสือและเขียนภาพ ถึง ๑ ปีเต็มเพื่อรอสอบที่สถาบันวิชาการศิลปะแห่งเดิมแต่ก็ไม่ประสบผลเพราะทางสถาบันรู้ว่าฮิตเลอร์เคยมาสอบเมื่อปีทีแล้ว และผลงานของเขาไม่ได้เรื่อง ฮิตเลอร์เจ็บปวดมาก จึงคิดไปสมัครที่โรงเรียนสถาปัตยกรรม แต่่ก็ไม่สำเร้จเพราะฮิตเลอร์เรียนไม่จบชั้นมัธยมเพราะลาออกก่อนจึงไม่มีใบรับรองมาใช้สมัครสอบนั่นเอง ( น่าจะรับเพราะมีความตั้งใจ  :II ถ้าเป็นศิลปินแล้วคงไม่คิดทางการเมือง  :A )

           ในช่วงที่เขากำพร้าพ่อ ฮิตเลอร์มีความสุขกับการอยู่กับแม่ของเขา แม้ว่าเขาจะเขียนในหนังสือเรื่อง การต่อสู้ของข้าพเจ้า (Mein Kampf) ว่า เขาต้องออกไปทำงานไกลๆ เพื่อหาเลี้ยงตัวเองก็ตาม (forced to go far from home to earn his bread) ในโรงเรียน ฮิตเลอร์ทำคะแนนตกหลายวิชา และถูกปฏิเสธที่จะให้เลื่อนชั้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเขาตั้งใจที่จะไปเป็นศิลปินวาดภาพแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก :??

           หลังจากนั้นเขาเลือกที่จะเรียนเปียนโน( จะเป็นศิลปินให้ได้  :?? ) แล้วก็ถอดใจเลิกเรียนอีก  เขาย้ายมาเวียนนาเมืองหลวงของออสเตรีย  ที่นี่เองที่เขาได้พบกับลัทธิชาตินิยม (Nationalism) และลัทธิการแบ่งแยกเชื้อชาติ (Racism)อันนำมาซึ่งชนวนแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง สงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มวลมนุษยชาติเคยรู้จัก

          หลังจากฮิตเลอร์ย้ายจากเมืองเบราเนาไปกรุงเวียนนา และเข้าเรียนศิลปะอย่างที่ใจหวังไม่ได้ ก็ไม่กล้าบอกแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แสร้งทำเป็นว่าเป็นนักเรียนศิลปะอยู่ที่กรุงเวียนนาอย่างนั้น โดยใช้เงินบำนาญมรดกของพ่อดำรงชีวิตในเมืองหลวงอย่างสบาย วันๆ ก็นอนเล่นอ่านหนังสือ ตกบ่ายไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ จนกระทั่งปีค.ศ.1907 แม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งการเสียชีวิตของแม่ทำให้ฮิตเลอร์เสียใจสุดซึ้ง เพราะรักแม่มากและมากกว่าพ่อ ตามประวัติศาสตร์ฮิตเลอร์ถือรูปแม่ไปทุกที่แม้กระทั่งวาระสุดท้ายรูปก็ยังอยู่ในมือ

           ส่วนที่มา ที่ทำให้ ฮิตเลอร์ เกลียดชังยิว ในปี ค.ศ. 1905 ฮิตเลอร์ ได้ย้ายมาอยู่กับป้าที่เวียนนา เขาทำงานเป็นกรรมกรชั่วคราว และเป็นจิตรกรขายภาพวาดสีน้ำ ต่อมาอีก 2 ปี แม่ของเขาก็เสียชีวิตลง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จึงย้ายไปอยู่ในที่พักคนไร้ที่บ้าน และในปีถัดมาเขาย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านพักชายรับจ้างยากจน

               (http://)(http://www.mx7.com/i/b61/Fs1m1D.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z589i2V3drKmFFfT)(http://)(http://www.mx7.com/i/ad2/z5Mx4Y.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z589uO9BqwibsWer)(http://)(http://www.mx7.com/i/98d/fF1FPf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z589FNuKdqbCoaDb)
                เอื้ม..ผลงานก็โออยู่นะ


เวียนนา ในขณะนั้นมีกลุ่มต่อต้านศาสนา เชื้อชาติอยู่เยอะมาก! นายกเทศมนตรีประชานิยมใช้วาทศิลป์เกลียดชังยิวรุนแรงเพื่อประโยชน์ทางการเมือง และมีข่าวลงหนังสือพิมพ์มากมาย ความเกลียดชังยิวครั้งแรก ฮิตเลอร์ เกิดในเวียนนา คือเพื่อนสนิทของฮิตเลอร์ แทงข้างหลัง ใส่ร้ายเขาว่าเป็น “ผู้เกลียดชังยิวที่ยืนยันแล้ว” ทำให้เขาเชื่อถือไม่ค่อยได้


                (http://)(http://www.mx7.com/i/55a/6duUkD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58aQt8ylxyPGQnJ)


ค.ศ. 1914 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เข้าเป็นอาสาสมัครในกองทัพเยอรมัน และเข้าเป็นแนวหน้าของทัพเยอรมัน เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในตอนนั้นฮิตเลอร์ยังเป็นแค่พลทหารเขาอยู่ในหน่วยรบแนวหน้า เขาเฉียดตายหลายครั้งแต่ก็รอดมาได้ ในไม่นานด้วยความกล้าของเขาทำให้เขาได้ติดยศสิบตรี

เขาอธิบายสงครามว่าเป็น “ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ที่สุดเหนืออื่นใด” และได้รับการยกย่องจากนายทหารผู้บังคับบัญชาสำหรับความกล้าหาญของเขา ประสบการณ์นี้ส่งผลให้ฮิตเลอร์เป็นผู้รักชาติเยอรมันอย่างหลงใหล แต่รู้สึกช็อกเมื่อเยอรมนียอมจำนน เพราะ ถูกหักหลัง โดยผู้นำพลเรือนและพวกมากซิสต์จากแนวหลัง  :A

              ค.ศ. 1916 สนธิสัญญาแวร์ซาย กำหนดให้เยอรมนีต้องสละดินแดนหลายแห่ง เศรษฐกิจตกต่ำ สังคมและการเมืองในเยอรมนีได้รับผลกระทบจากสงคราม ซึ่งทำให้ความกดดันนั้น ทำให้  ฮิตเลอร์ เกิดอุดมการณ์รักชาติและเริ่มปลุกระดมชาวบ้านให้สู้ ด้วยอุดมการณ์อันแรงกล้าทำให้ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เริ่มเป็นที่รู้จักในวงแคบ และเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตการเมืองของฮิตเลอร์

ฮิตเลอร์ เริ่มเข้าสู่การเมืองค.ศ. 1919  ฮิตเลอร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่การข่าวของหน่วยคอมมานโดลาดตระเวนไรช์สเวร์ เพื่อมีอำนาจบังคับทหารอื่นและเพื่อแทรกซึมพรรคกรรมกรเยอรมัน (DAP) และเขาก็ทำสำเร็จ เมื่อสมาชิกทั้งหมดประทับใจกับทักษะวาทศิลป์ของฮิตเลอร์เขาจึงถูกเชิญและเป็นที่ยอมรับ เป็นสมาชิกพรรคคนที่ 55 และต่อมาได้เป็นหัวหน้าพรรค

ค.ศ.192 1อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ปราศรัยโจมตีสนธิสัญญาแวร์ซาย นักการเมืองคู่แข่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกมากซิสต์และยิว ต่อผู้ฟังจำนวนมากมากกว่าหกพันคนในมิวนิก ซึ่งได้ผลดี และได้รับการยอมรับไปทั่ว ไม่นานฮิตเลอร์ก็มีชื่อเสียงในทางไม่ดีจากความเอะอะโวยวาย ต่อมา อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์ได้เป็นหัวหน้าพรรคนาซี โดยพรรคนาซีในยุคฮิตเลอร์มีนโยบายต่อต้านชาวยิว และลัทธิสังคมนิยม

ค.ศ.1921  ฮิตเลอร์ ปราศรัยโจมตีสนธิสัญญาแวร์ซาย นักการเมืองคู่แข่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกมากซิสต์และยิว ต่อผู้ฟังจำนวนมากมากกว่าหกพันคนในมิวนิก ซึ่งได้ผลดี และได้รับการยอมรับไปทั่ว ไม่นานฮิตเลอร์ก็มีชื่อเสียงในทางไม่ดีจากความเอะอะโวยวาย ต่อมา  ฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์ได้เป็นหัวหน้าพรรคนาซี โดยพรรคนาซีในยุคฮิตเลอร์มีนโยบายต่อต้านชาวยิว และลัทธิสังคมนิยม

ค.ศ. 1923 ฮิตเลอร์ พยายามก่อการปฏิวัติ แต่ไม่สำเร็จ จึงถูกตัดสินจำคุก ในระหว่างจำคุกนี้ เขาได้เขียนหนังสือที่มีชื่อว่า “การต่อสู้ของข้าพเจ้า” (Mein Kampf) ไมน์คัมพฟ์  ได้รับการตีพิมพ์สองครั้ง ขายได้ประมาณ 228,000 เล่ม ส่วนในปี ค.ศ. 1933 ซึ่งเป็นปีที่ฮิตเลอร์เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขายได้หนึ่งล้านเล่ม

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/c9c/KZ9kZJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58bUpbp5sH0H29j)

ค.ศ. 1924 ฮิตเลอร์ ถูกปล่อยตัวออกมาก่อนกำหนด และเริ่มดำเนินกิจกรรมการเมืองต่อ แต่ถูกกฏหมายสั่งห้ามปราศรัยในที่สาธารณะ แต่การห้ามนี้ไม่เป็นผล ฮิตเลอร์ สั่งลูกน้องในพรรคให้จัดการและขยายพรรคแทน

ค.ศ. 1929 ผลกระทบในเยอรมนีนั้นเลวร้ายมาก หลายล้านคนตกงานและธนาคารหลักหลายแห่งต้องปิดกิจการ  ฮิตเลอร์ ฉวยโอกาสจากเหตุฉุกเฉินเพื่อเรียกเสียงสนับสนุนแก่พรรค พวกเขาสัญญาว่าจะบอกเลิกสนธิสัญญาแวร์ซาย เสริมสร้างเศรษฐกิจและจัดหางาน

ในการเลือกตั้งในเยอรมนี พรรคนาซีได้รับเลือก 230 ที่นั่ง จาก 608 ที่นั่งในสภาขณะนั้น ทำให้อำนาจฮิตเลอร์มีสูงขึ้น

การเปลี่ยนแปลง! ฮิตเลอร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

ค.ศ.1933  ฮิตเลอร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี


                         (http://)(http://www.mx7.com/i/131/wwazdC.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58cJ68VDCn1Ebor)

เมื่อมีอำนาจควบคุมเต็มเหนืออำนาจนิติบัญญัติและบริหารแล้ว  ฮิตเลอร์ และพันธมิตรทางการเมืองของเขาเริ่มการปราบคู่แข่งการเมืองที่เหลืออย่างเป็นระบบ พรรคสังคมประชาธิปไตยถูกยุบตามพรรคคอมมิวนิสต์และสินทรัพย์ทั้งหมดถูกยึด

ค.ศ. 1933 สหภาพแรงงานทั้งหมดถูกบีบให้ยุบและผู้นำถูกจับกุม บางคนถูกส่งไปยังค่ายกักกัน องค์การสหภาพใหม่ถูกจัดตั้งขึ้น โดยเป็นตัวแทนของคนงาน นายจ้างและเจ้าของบริษัททุกคนเป็นกลุ่มเดียว สหภาพแรงงานใหม่นี้สะท้อนแนวคิดชาติสังคมนิยมของฮิตเลอร์

 ฮิตเลอร์ กดดันให้พรรครัฐบาลผสมลาออก และพรรคนาซีของ  ฮิตเลอร์ ได้รับการประกาศให้เป็นพรรคการเมืองชอบด้วยกฎหมายพรรคเดียวในเยอรมนี ในขณะเดียวกันข้อเรียกร้องของเอสเอ ให้มีอำนาจทางการเมืองและการทหารเพิ่มขึ้น สร้างความกังวลอย่างมากในหมู่ผู้นำทางทหาร อุตสาหกรรมและการเมือง  ฮิตเลอร์ สนองโดยการกวาดล้างผู้นำเอสเอทั้งหมด

ค.ศ. 1934  ฮิตเลอร์  ตั้งเป้าหมายจำกัดคู่แข่งการเมืองคนอื่น (เช่น เกรกอร์ สทรัสแซร์ และอดีตนายกรัฐมนตรี คุร์ท ฟอน ชไลแชร์) ร่วมกับคู่แข่งการเมืองของฮิตเลอร์จำนวนหนึ่ง ถูกล้อม จับกุมและยิงทิ้ง ขณะที่ประชาคมระหว่างประเทศและชาวเยอรมันบางคนตระหนกต่อการฆาตกรรม ชาวเยอรมันหลายคนมองว่าฮิตเลอร์กำลังฟื้นฟูระเบียบ

ค.ศ. 1934 ประธานาธิบดีฟอน ถึงแก่อสัญกรรม หนึ่งวันก่อนหน้านั้น คณะรัฐมนตรีได้ผ่านกฎหมายให้มีผลใช้บังคับเมื่อฮินเดนบูร์กเสียชีวิต ซึ่งล้มล้างตำแหน่งประธานาธิบดีและรวมอำนาจของประธานาธิบดีกับนายกรัฐมนตรี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จึงควบตำแหน่งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี ประมุขของรัฐ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือที่เรียกกับว่า ฟือเรอร์ (Fuhrer หรือผู้นำและนายกรัฐมนตรี)
                       
                               (http://)(http://www.mx7.com/i/9f8/77PDCq.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58ddWigjaOW3KNN)

ค.ศ. 1935 ในฐานะประมุขแห่งรัฐ  ฮิตเลอร์ ก่อตั้งกองทัพอากาศขึ้นอย่างเป็นทางการและเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย การมอบสัตย์ปฏิญาณของทหารและกะลาสีตามประเพณีถูกเปลี่ยนเป็นการยืนยันความภักดีต่อฮิตเลอร์โดยตรง มากกว่าตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุด  ฮิตเลอร์ ในตำแหน่งประธานาธิบดีกับนายกรัฐมนตรีได้รับการอนุมัติโดยการลงประชามติ ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุน 90% ของผู้ออกมาใช้สิทธิ

ค.ศ. 1938 ฮิตเลอร์ บีบให้รัฐมนตรีสงคราม จอมพล บลอมแบร์ก ลาออก และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดแทนบลอมแบร์ก ดังนั้น จึงสามารถบังคับบัญชากองทัพได้โดยตรง เขาเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีสงครามกับโอแบร์คอมมันโดแดร์เวร์มัคท์ (กองบัญชาการทหารสูงสุด หรือ OKW) นำโดย พลเอก วิลเฮล์ม ไคเทล วันเดียวกัน พลเอกสิบหกนายถูกถอดจากตำแหน่ง และ 44 นายถูกย้าย ทั้งหมดถูกสงสัยว่าไม่นิยมนาซีพอ ต่อมาพลเอกอื่นอีกสิบสองนายถูกปลด

                                (http://)(http://www.mx7.com/i/974/zZS6XK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58dMkepOAIi6hc0)


นโยบาย พรรคนาซี ของ ฮิตเลอร์ ผู้โหดร้าย! :dfs

1 มโนทัศน์หลักของนาซี คือ แนวคิดความสะอาดเชื้อชาติ  :dfs

2 กฎหมายห้ามการสมรสระหว่างผู้ที่มิใช่ยิวกับเยอรมันเชื้อสายยิว :??

3 ห้ามการจ้างสตรีมิใช่ยิวอายุต่ำกว่า 45 ปีในครัวเรือนยิว  :SSC

4 กฎหมายกีดกันผู้ที่ “มิใช่อารยัน” จากประโยชน์ของพลเมืองเยอรมัน  :"""

5 นโยบายสุพันธุศาสตร์ของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์  มุ่งไปช่วยเด็กที่บกพร่องทางกายและการพัฒนา และภายหลังอนุมัติโครงการการุณยฆาตแก่ผู้ใหญ่ที่บกพร่องทางจิตและกายอย่างร้ายแรง :???

6 แนวคิด หลักการใน ไมน์คัมพฟ์ ของ ฮิตเลอร์ ทำให้มีดินแดนใหม่สำหรับการตั้งถิ่นฐานของชาวเยอรมันในยุโรปตะวันออกเพิ่มขึ้น กำหนดให้ประชากรในยุโรปตะวันออกและสหภาพโซเวียตส่วนที่ถูกยึดครองเนรเทศไปยังไซบีเรียตะวันตก เพื่อใช้เป็นแรงงานทาสหรือสังหารทิ้ง ดินแดนที่ถูกพิชิตจะถูกตั้งเป็นอาณานิคมของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวเยอรมัน?ฮิตเลอร์ตัดสินใจสังหารชาวยิวและผู้ถูกเนรเทศอื่นซึ่งถูกพิจารณาว่าไม่พึงปรารถนา  :<>

7 นโยบายของฮิตเลอร์ยังส่งผลให้มีการสังหารชาวโปแลนด์ และเชลยศึกโซเวียต พวกคอมมิวนิสต์และศัตรูการเมืองอื่น พวกรักร่วมเพศ ผู้พิการทางกายหรือใจ ผู้นับถือลัทธิพยานพระยะโฮวาห์ นิกายแอดเวนติสต์ และผู้นำสหภาพแรงงาน  :%

1939 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้การนำของฮิตเลอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเยอรมันและฝ่ายอักษะ (ญี่ปุ่นและอิตาลี) ได้ยึดครองยุโรปได้เกือบทั้งทวีป ฮิตเลอร์ได้ใช้นโยบายด้านเชื้อชาติ ทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งทำให้ผู้บริสุทธิ์ตายไปอย่างน้อย 11 ล้านคน โดยเป็นชาวยิวถึง 6 ล้านคน  ฮิตเลอร์ เปลี่ยนแปลงเยอรมนีจากประเทศผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่งมาเป็นมหาอำนาจของโลก

              เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิด ขึ้นเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นําเยอรมันซึ่งมีอํานาจสูงสุดในยุโรปขณะนั้น และมีความรู้สึกว่าชนเผ่ายิวที่มีอยู่มากมายในเยอรมันประเทศของตน จะมาผสมพันธุ์กับเลือด เยอรมัน ทําให้ชาวเยอรมันมีเลือดไม่บริสุทธิ์ เป็นการขัดขวางการสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ ที่ฉลาด เข้มแข็งและมีความสามารถเหนือมนุษย์ด้วยกันอย่างนั้น ซึ่งต้องมีสายเลือดเยอรมันบริสุทธิ์ ต้องมีผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้า

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/d24/1jy8sD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58fRmuF1YQpbM8A)


จึงสั่งจับยิวและ ยิปซีส่งไปยังค่ายกักกันเพื่อสังหารให้หมดสิ้น ในค่ายกักกันที่ใหญ่ที่สุด และมีชื่อเสียงว่าสังหารโหดชาวยิวมากที่สุด อยู่ในโปแลนด์ ชื่อค่ายเอาชวิตซ์ (Auschwitz) ค่ายแห่งนี้รองรับชาวยิวที่ส่งไปรอการประหารถึง 1 ล้าน 6 แสนคน ในจํานวนนี้ถูกสังหารด้วย การรมแก๊สพิษและเผาในเตาเผาถึง 1 ล้านสองแสนคน ที่เหลือถูกปล่อยให้อดตาย ป่วยตาย หรือยิงทิ้งบนปากหลุมขนาดใหญ่ แล้วถีบศพลงหลุม (ภาพกระทู้ก่อนๆ ที่ได้แสดงภาพค่ายกักกันชาวยิว )

ระหว่าง ค.ศ. 1939 และ 1945 มีหลายแผนในการลอบสังหาร ฮิตเลอร์ ส่วนหนึ่งของปฏิบัติการวาลคิรี เคลาส์ ฟอน สเตาฟ์เฟนแบร์ก ติดตั้งระเบิดไว้ในกองบัญชาการแห่งหนึ่งของฮิตเลอร์ โวลฟ์สชันเซอ (รังหมาป่า) ที่รัสเทนบูร์ก ฮิตเลอร์รอดชีวิตอย่างหวุดหวิดเพราะบางคนผลักกระเป๋าเอกสารที่บรรจุระเบิดไปหลังขาโต๊ะประชุมที่หนักอย่างไม่รู้ เมื่อเกิดระเบิดขึ้น โต๊ะสะท้อนแรงระเบิดส่วนมากไปจากฮิตเลอร์ ภายหลัง ฮิตเลอร์ สั่งการตอบโต้อย่างโหดร้าย ซึ่งส่งผลให้มีการประหารชีวิตคนกว่า 4,900 คน ( ได้นำเสนอมาแล้วกระทู้ก่อนๆ )

                                     (http://)(http://www.mx7.com/i/a4a/XXNuZb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58l5n40cRnGT9Ax)
                                     ภาพสุดท้ายของผู้นำฮิตเลอร์ขณะยืนสังเกตุการณ์ที่หลุมบังเกอร์ใจกลางกรุงเบอร์ลิน เพียง 2 วันก่อนเสียชีวิต

ค.ศ. 1944 ฝ่ายชนะขับไล่กองทัพเยอรมันถอยกลับไปยังยุโรปตะวันตก และสัมพันธมิตรตะวันตกกำลังรุกคืบเข้าไปในเยอรมนี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ คิดว่าเยอรมนีกำลังแพ้สงคราม ฮิตเลอร์สั่งการให้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมทั้งหมดของเยอรมนีก่อนที่จะตกอยู่ในมือฝ่ายสัมพันธมิตร?โดยทำตามมุมมองของเขาที่ว่าความล้มเหลวทางทหารของเยอรมนีเสียสิทธิ์ในการอยู่รอดเป็นชาติ

วันที่ 20 เมษายน วันเกิดปีที่ 56 ของ  ฮิตเลอร์ เขามอบกางเขนเหล็กให้ทหารเด็กแห่งยุวชนฮิตเลอร์

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/5c9/pj86V0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58hAq4CFntFks0x)

วันที่ 29 เมษายน ฮิตเลอร์สมรสกับเอวา เบราน์ในพิธีตามกฎหมายเล็กๆ และเขียนพินัยกรรมสุดท้ายของเขา

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/c19/uJIMM7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58imZa3vUJo6Wx3)

ค.ศ. 1945 วันที่ 30 เมษายน หลังการสู้รบถนนต่อถนนอย่างเข้มข้น เมื่อกองทัพโซเวียตอยู่ในระยะหนึ่งหรือสองช่วงตึกจากทำเนียบรัฐบาลไรช์ ฮิตเลอร์และเบราน์ทำอัตวินิบาตกรรม เบราน์กัดแคปซูลไซยาไนด์ และฮิตเลอร์ยิงตัวตายด้วยปืนพกวัลเทอร์ พีพีเค  (Walther PPK) 7.65 มม ( ติดตามซื้อได้ที่ห้องกันมาร์ทครับ  :ss )

                                  (http://www.mx7.com/i/9fb/BSlN6d.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58j5EtZfa8OWUkr)

                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/b61/c73HMf.gif) (http://www.mx7.com/view2/z58gCRE31Jk3wB0k)
                             
                                    (http://)(http://www.mx7.com/i/d07/uNz5aS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58k5kMEAp8mDfyC)

   

                                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/e43/LgcPUL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z58ESZrKbHyr9Zkn)                                 

                                                             " If you win, you need not have to explain......  If you lose, you should not be there to  explain ! "   

                                                         " ถ้าท่านชนะ ท่านไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องอธิบาย แต่ถ้าท่านพ่ายแพ้ท่านก็ไม่สมควรมาอยู่ที่นี่เพื่ออธิบายใดๆ"
   
                                                                     

                   


                               


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 05,05, 2016, 09:18:54


     German proof low, here is a U.S.
     manufactured Colt 1911 A1 s/n 912419
     Russian Lend Lease


       (http://)(http://www.mx7.com/i/bb2/WF6pUR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5eIuwXe2etsBLum)

       (http://)(http://www.mx7.com/i/164/0m3rYP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5eICkueh0pwgwtl)

       (http://)(http://www.mx7.com/i/905/hrzhbo.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5eILTUDVIfAIzTr)

       (http://)(http://www.mx7.com/i/110/dgOsRR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5eIU3qksbQlplGD)

       (http://)(http://www.mx7.com/i/dc2/EgciOl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5eJ18ZY7Hafbf33)

       (http://)(http://www.mx7.com/i/e8b/GgK6MB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5eJgo5ijDJz1j9D)

       (http://)(http://www.mx7.com/i/a22/KvlhPW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5eJoxAYQ6JA4ITo)


สวัสดีเช้าวันพฤหัสบดี  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 05,05, 2016, 14:55:40

     Australian Troops in Vietnam War.


                          (http://)(http://www.mx7.com/i/91c/e0ZTvz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gwB893RBlguUxu)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/d60/Agcc0N.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gwL3y9NRQ38Q0J)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/992/xg77xO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gwSv6tL0A6H1hq)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/a1c/yrte5i.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gx0ECahp6F8orL)
 
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/d03/DVi0CH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gzmlSsPaVRKwnH)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/c74/JFtApA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gzvViStUXTuGrG)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/be2/xC0CeQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gzEMLVzqNSjNHE)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/d9f/Y4ZNeZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gzP49HNg23OQq4)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/a6a/7vvUgs.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gxgfGaKWdTNsty)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/a12/yr0n8l.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gxpt7U8aMcY1fX)

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/ee8/MEbbWx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gxA6umDuh6oK90)

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/eb4/X32lpu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gxHU1mSetkKREd)

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/db8/6DBKF8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gxPHyn72dUnvjz)

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/955/DAfRGx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gxXR43DwuR3tR3)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/da1/9puBWs.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gy5EB3SiT2HI0K)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/e31/m1sCEL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gydO6Kotmys3b2)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/cb6/oFTK7O.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gyVpuDgZxdokEs)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/5f5/gdNg3Z.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5gAsLM5yceVlmtH)


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 05,05, 2016, 21:02:55
คิดเล่น ๆ นะครับ...  สงสัยปืน. Us คงเข้ามาขึ้นทะเบียนบ้านเราเป็นหมื่นกระบอกแน่ ๆ เลย จากทั้ง ลาว เวียดนาม. เขมร น่าอิจฉาคนสมัยก่อน :SSC


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 05,05, 2016, 22:16:30
คิดเล่น ๆ นะครับ...  สงสัยปืน. Us คงเข้ามาขึ้นทะเบียนบ้านเราเป็นหมื่นกระบอกแน่ ๆ เลย จากทั้ง ลาว เวียดนาม. เขมร น่าอิจฉาคนสมัยก่อน :SSC

            แถวบ้านผม เอามาเร่ขายกระบอกสองพันสมัยนั้น ชาวบ้านที่ซื้อก็มองว่ามันสีเขียวๆ กระดำกระด่าง มันไม่ใช่แนว  :II ก็พากันเอากระดาษทรายขัดออก แล้วเอาไปรมดำตามรถเร่ที่มาซ่อมปืนตามอำเภอโรงพัก แล้วคิดว่าแหม่ปืนตรูอย่างงามเลย  :ss


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 05,05, 2016, 22:51:57
 :e. อยู่ จ.ใหนครับ :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ruang036 ที่ 05,05, 2016, 22:56:14
ก็ตามมาอ่านชมอีกแหละครับ...ชอบอ่ะนะ :> :>
มะโนนึกภาพ..สะท้อนถึงความโหดร้าย ความเจ็บปวด ความสูญเสีย ของสงคราม :dfs :dfs


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 06,05, 2016, 09:46:29
"One Of A Kind" U.S.Army Remington-Rand "500,000th" Production M1911A1"Frank J.Atwood
" ดี 1 ประเภท 1 "เรมิงตัน แรนด์ ลำดับการผลิตหมายเลข 500,000 FJA ปั๊มผู้ตรวจผลิตโดย  Remington-Rand inc. เมืองไซเรคิวส์ รัฐนิวยอร์ค ยูเอสเอ


             (http://)(http://www.mx7.com/i/dee/k5SrHR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mhcGihqKrxS23p)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/9ad/9VWzHL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mhjpTeOD6Xl5Rp)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/14b/4QKc4J.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mhqRryLVBbeQ0P)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/a38/A5wSg6.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mhwb7N1DWmokuz)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/c8e/jfThvB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mPuWMSf9YOVVJZ)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/95c/VAwanh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mPH043SLhK6mis)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/5e3/nayzWk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mPONB47Dz4IeiU)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/cb2/aOZho0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mPZ4YQlxky7YHk)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/907/6YbeJR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5mQM02XtEKKpfat)

สวัสดีวันศุกร์ สุขสดชื่น  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 06,05, 2016, 12:59:26
คราวที่แล้วได้ทราบประวัติของท่านผู้นำเยอรมันไปแล้ว คราวนี้เรามาอ่านประวัติของท่านผู้นำประเทศคู่สงครามที่ร่วมกิจกรรมสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เป็นโต้โพ๊ใหญ่ของฝ่ายสัมพันธมิตร นั้นคือ อังกฤษ กันบ้างนะครับคราวต่อไปจะได้ศึกษาประวัติศาสตร์สงครามแล้วสนุกรู้ที่มาที่ไป ผู้นำท่านนี้คือ.......

       วินสตัน  เชอร์ชิล   Winston Churchill คนนี้เค้าเป็นใครกัน ?


                        (http://)(http://www.mx7.com/i/ddb/jHCD07.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5n0gOJKtu5IW6wl)

 เชอร์ชิล มีนามเต็มว่า ‘เซอร์ วินสตัน (เลียวนาด สเปนเซอร์) เชอร์ชิล’ ท่านมีชีวิตอยู่ในห้วงปี ค.ศ.1874 ถึง 1965 หรือระหว่าง พ.ศ.2417 ถึง 2508 ชาติกำเนิดของ เชอร์ชิล นั้นถือว่าอยู่ในตระกูลขุนนางชั้นสูง และมีสายเลือดทหารอย่างเข้มข้น เชอร์ชิล ลืมตาขึ้นดูโลกในปราสาทเบลนไฮม์ (Blenheim Palace) วูดสต๊อก ออกฟอร์ดเชียร์ เป็นบุตรคนโตของ ‘ลอร์ด แรนดอล์ฟ เชอร์ชิล’ รัฐบุรุษแห่งพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยม (Conservative) และ ‘เจนนี่ เยโรม’ บุตรสาวในตระกูลนักธุรกิจในนิวยอร์ค ยิ่งไปกว่านั้น เชอร์ชิล ยังมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ของ ‘จอห์น เชอร์ชิล’ ดยุคที่ ๑ แห่งมาร์ลโบโรจ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในรัชกาลสมเด็จพระราชินีนาถแอนน์ ที่เคยบัญชาการกองทัพอังกฤษออกรบจนมีชัยเหนือฝรั่งเศสมาแล้ว ( ผู้ดีเก่านะเนี้ย  :ss )
               แต่กล่าวกันว่า ชีวิตวัยเยาว์ของ เชอร์ชิล ถึงจะเพียบพร้อมเพียงใด แต่เขาก็เป็นเด็กที่เหงาอ้างว้างต่างจากเด็กคนอื่นๆ ช่วงเวลาที่ เชอร์ชิล เติบโตขึ้นมาภายในปราสาทใหญ่ เขามีเพียงพยาบาลพี่เลี้ยง ที่คอยดูแล มอบความรัก และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเท่านั้น

             หนูน้อยเชอร์ชิลชอบเล่นทหารตะกั่วเป็นพันๆชิ้นอย่างไม่ยอมเบื่อ และจัดกำลังกองทหารของตนเองโดยตั้งตนเป้นแม่ทัพได้เป็นชั่วโมงๆ ช่วยให้คนรับใช้เบาแรงไปมาก
(ส่วนผมปั่นดินเหนียวปั้นวัวปั้นควายไปตามเรื่่อง  :ss ) ความผูกพันธ์กับทหารในตอนเล็กๆจึงเป็นทัศนคติที่ส่งผลไปสู่อนาคตอย่างเข้มข้น และส่งผลให้เชอร์ชิลมีบทบาทที่สำคัญต่อโลกใบนี้

            หลังจากนั้นพอคุณหนูอายุได้ 7 ขวบก็ถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำชั้นยอด และทันสมั่ย แม้ภาพลักษณ์โรงเรียนจะดีแต่ภายในนั้นชั่งเน่าขุ่น มีครูใจร้ายที่ชอบเฆี่ยนตี  :II ซึ่งหนูน้อยเชอร์ชิลก็โดนตีมากกว่าชาวบ้าน โดยเพราะไปเตะหน้าแข้งครูผู้หญิง และดัน กระทืบหมวกของครูใหญ่  :SSC   สองปีต่อมาหนูน้อยเชอร์ชิลป่วยจึงจำเป็นต้องกลับมาเรียนพิเศษที่บ้าน แม้หนูน้อยเชอร์ชิลจะไม่ตั้งใจเรียน แต่เค้าก็อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า และจำสิ่งที่อ่านได้อย่างละเอียดจนน่าตลึง  :S

           เชอร์ชิลกลับเข้าไปเรียนอีกครั้ง แต่พ่อของเค้าก็ถึงกับเขียนจดหมายบอกลูกตัวเองว่า "ถ้าไม่ปรับปรุงตัวเองโตขึ้นจะเป็นได้แค่ขยะสังคม" จากการสอบที่ห่วยแตกของลูกตัวเอง เชอร์ชิลมักจะชอบเรียนแต่วิชาที่ตัวเองชอบ เช่น ภาษาอังกฤษ และทำคะแนนได้ดีมาก นอกจากนั้นคะแนนจะแย่มาก  :""
 

      (http://)(http://www.mx7.com/i/d25/U5PQv1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5n4RPE4sHl2wpBD)(http://)(http://www.mx7.com/i/ac3/ncy5Qt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nk0xlZkWFlMjqj)

            หลังจากนั้นเชอร์ชิลเข้าสอบโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮร์สต์ และสอบถึง 3 ครั้งถึงจะติดอันดับบ๊วยของโรงเรียนนี้  :! จึงถูกจัดให้เข้าเรียนแผนกทหารม้า ต้องไปรวมกลุ่มกับลูกท่านหลานเธอที่เรียนไม่เก่ง แต่คราวนี้ผลเป็นดั่งไม่คาดฝัน การเรียนของเชอร์ชิลดีขึ้นอย่างมากเพราะเป็นวิชาที่เค้าชอบ ไม่ว่าจะเป็นการรบ ประวัติศาสตร์การปกครอง จึงทำคะแนนได้ดีเมื่อผลสอบออก แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่พ่อของเค้านั้นได้เสียชีวิตก่อนจะเห็นความสำเร็จของลูกตัวเอง ( แววเก่งมาแล๊ว  :ss )
             การเล่นของเด็กและชีวิตในวัยเด็กส่งผลไปถึงวัยผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การเล่นหุ่นสงคราม หรือความเอาแต่ใจ และได้ทุกอย่างที่ต้องการ และการเลือกเรียนแต่วิชาที่ตัวเองชอบอย่างเช่นภาษาอังกฤษส่งผลให้ วินสตัน เชอร์ชิล เป็น มหาบุรุษสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการพูดดั่งเทพที่จูงใจคนทั่งชาติที่ต่อสู้อย่างไม่ยอมแพ้ ผลงานโนเบลสาขาวรรณกรรม และการวางกลยุทธ์สงคราม การรบและการเอาชีวิตรอดและเรื่องราวทั่งหมดร้อยเรียงกันเป็นห่วงโซ่ที่แข็งแกร่งจนไม่มีใครที่สามารถฉีกกระชากออกไปได้
           
              (http://)(http://www.mx7.com/i/a46/AxobsQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5n64D9YieqWeznT)
              หล่อไม่เบา  :ss

เชอร์ชิลจบจากโรงเรียนทหารได้ที่แปดจากนักเรียนร้อยห้าสิบคนในปี 1895 และได้ประจำอยู่เหล่าทหารม้าที่สี่ ด้วยความที่เชอร์ชิลเป็นคนที่กล้าหาญ และกระตือรือร้นที่จะประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงเขาจึงอาสาไปคิวบาในขณะที่กำลังเกิดการปฏิวัติ โดยมุ่งหมายจะเป็นผู้สังเกตการณ์ เพื่อจะได้มีความชำนาญในการรบ และเพื่อช่วยค่าใช้จ่าย เขาทำสัญญากับหนังสือพิมพ์เดลลี่กราฟฟิค ทำหน้าที่ส่งข่าวสาร   หลังจากที่เขากลับมาจากคิวบาเขาได้ตำแหน่งที่สูงซึ่งเด็กหนุ่มมักจะมาได้ไม่เร็วขนาดนี้ ต่อมาจากนั้นเขาก็เริ่มเดินทางไปอินเดียกับกรมทหารเดิมของเขา

                 (http://)(http://www.mx7.com/i/d6e/ULae9R.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5n6WvVDozVw3Fzw)

ในขณะที่เขาอยู่อินเดียเมื่อวันที่เขาว่างก็มักจะหาหนังสือที่พกติดมาด้วยมาอ่าน เช่น ประวัติศาสตร์ อวสานของอาณาจักรโรมัน จากนั้นเขาก็มักเขียนหนังสืออกมา ซึ่ง การอ่านและการเขียนของเขาในช่วงเวลาที่เขาอยู่อินเดียทำให้วินสตันมีความสามารถในการพูดที่จูงใจคนอื่น มีความรู้ ความสามารถในการใช้ภาษาที่จูงใจผู้คน และเขียนในอนาคต

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/a3d/Zz5O7B.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5n7m2oJOp3iFyY1)

ที่ออมเดอร์แมน นายร้อยโทหนุ่ม วินสตัน เชอร์ชิล ได้เข้าประจันบานอย่างจัง เขาได้เห็นม้าและทหารล้มตายจำนวนมาก จึงได้ทำเขาได้ผลักดันเกี่ยวกับการใช้เครื่องยนที่มีเกราะ ซึ่งคำแนะนำของเขาทำให้เกิดรถถังในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

เชอร์ชิลสนใจทางด้านการเขียนการสร้างเรื่องราวอย่างหนังสือพิมพ์มากกว่าการทหารเขาจึงได้ออกจากทหาร และสมัครเป็นผู้แทนราษฎร แต่ไม่ชนะเขาเขียนหนังสือมากมาย แต่ก่อนที่หนังสือชื่อ The River War จะได้พิมพ์ สงครามบัวร์ก็เกิดขึ้น เชอร์ชิลซึ่งกลายเป็นนักหนังสือพิมพ์เดินทางไปอาฟริกาใต้ทันที เพื่อจะได้ข่าวรบจากแนวหน้าจริงๆ

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/e68/k17APa.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5n8annA4TINyfOM)
                            ปืนพกที่สพายอยู่คือปืนเมาเซอร์ด้ามไม้กวาด

พักแป๊บหนึ่ง... :???

            มาอ่านตอนที่วินตันเชอร์ชิลนำกำลังทหารม้าพร้อมกำเมาเซอร์ตลุยข้าศึก ขั้นรายการก่อน  :ss

ในปี ค.ศ.1898 ดูเหมือนว่าอำนาจของเครือจักรภพอังกฤษจะถึงจุดสูงสุดจนไม่มีใครคิดจะต่อกรด้วย ทหารอังกฤษหนุ่ม ๆ ก็หมดโอกาสแสดงฝีมือเหมือนรุ่นพี่ ดังนั้น เมื่อชนพื้นเมืองชาวปาธานซึ่งอยู่ในปากีสถานปัจจุบันแข็งข้อ ยกกำลังมาปล้นในเขตอังกฤษ ก็จำจะต้องจัดทัพไปปราบเรียกว่า กองทัพสนามมาละข่าน (Malakand Field Force) เชอร์ชิลหนุ่มนั้นอาสาไปด้วยในฐานะผู้สื่อข่าว เพื่อหารายได้พิเศษไปในตัว ชาวปาธานมีชื่อในความโหดร้ายและใจนักเลงมาก กิจกรรมพิเศษของชนเผ่านี้ก็คือ ถ้าไม่ยกไปปล้นหมู่บ้านอื่นก็รบกันเอง ดังนั้น หมู่บ้านชาวปาธานจึงสร้างประดุจป้อมปราการแข็งแรง เพียงก้าวแรกที่ทหารอังกฤษและทหารชาวอินเดียเข้าไปในหมู่บ้าน พวกปาธานก็หลบออกไปอยู่บนเขา
หมดเพื่อหลอกให้เข้ามาติดกับ แล้วย้อนลงมาเล่นงานแบบปิดประตูตีแมว เชอร์ชิลและทหารหมวดหนึ่งถูกสั่งให้เป็นกองระวังหลัง ต้องยิงพลางถอยพลางด้วยปืนมาตินี่เฮนรี่บรรจุเดี่ยวขนาด .577/450 แต่แล้วนายทหารที่คุมหมวดถูกปืนล้มลงกลายเป็นเหยื่อคมดาบชาวปาธานที่รุมล้อมเข้ามา เห็นเช่นนี้เชอร์ชิล  :A ก็เลือดขึ้นหน้า คว้ากระบี่และปืนพกรีวอลเวอร์ไล่ยิงจนกระสุนหมดหลงเข้าไปยืนอยู่คนเดียวกลางหมู่ข้าศึก  :dfs ผมเดาว่าเชอร์ชิลล์ไม่ใช้ปืนลูกโม่อีกเลยในเวลาต่อมาจากเหตุการณ์นี้ด้วยจุกระสุนได้น้อยจึงต้องวิ่งแจ้นกลับมาได้อย่างหวุดหวิด :ss

ต่อมาได้มีผู้นำศาสนาในซูดานรวบรวมคนจัดเป็นกองทัพขับไล่อิทธิพลอังกฤษ และรุมสังหารนายพลกอร์ดอนที่เมืองคาร์ทูม ลอร์ดคิดเช่นเน่อร์จึงนำทัพจากอียิปต์ 20,000 คน ล่องแม่น้ำไนล์มาเพื่อปะทะกับเหล่าสาวกที่เรียกว่าพวกเดอร์วิช (Dervishs) คราวนี้ เชอร์ชิล แอบมาอยู่กับกองพันทหารม้าแลนเซอร์ที่ 21 (ทหารม้าถือทวนยาว) ที่ต้องแอบมาเพราะท่านแม่ทัพไม่ชอบหน้าเนื่องจากไปเขียนวิจารณ์วิธีการรบของท่านเข้า  :II ทำนองเป็นเพียงนายร้อยแต่มาสอนนายพล ท่านลอร์ดเหม็นหน้าเชอร์ชิลไปจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ( เมื่อโชคชะตาพาโคจรมาพบกันอีก คนหนึ่งในฐานะ รมต.อีกคนหนึ่งในฐานะจอมพลมีอำนาจสูงสุดของกองทัพ ) แลนเซอร์ที่ 21 ถูกส่งไปเป็นกองตะเวนหน้า มีเชอร์ชิล ออกไปหน้าสุด ได้พบกับทัพใหญ่ของพวกเดอร์วิชถึง 60,000 คน ที่หวังจะตีทหารอังกฤษให้ตกแม่น้ำไนล์ แม่ทัพใหญ่จึงสั่งให้ถอยมาตั้งรับใกล้แม่น้ำเพื่อจะได้รับการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่และปืนเรือบนเรือกลไฟลำเลียงพล เมื่อแนชัดว่าการรบจะมีในเช้าวันรุ่งขึ้นเชอร์ชิล จึงหาโอกาสทักทายกับพวกทหารเรือเพื่อขอแบ่งวิสกี้ และได้รู้จักกับนายเรือหนุ่มชื่อบีทตี้ (Beatty) ซึ่งทั้งคู่โคจรมาพบในสงครามโลกเช่นกันเมื่อเชอร์ชิลล์เป็น รมต. กระทรวงทหารเรือ ส่วนบีทตี้เป็นนายพลเรือที่หนุ่มที่สุด และนำกองเรือลาดตระเวนอังกฤษวิ่งเข้าล่อ กองทัพเรือเยอรมันทั้งกองให้ตามยิงในศึกจัทแลนด์ (Battle of Jutland)
           ผมคงจะข้ามการรบของพวกเดอร์วิชไป เพราะคงจะยาก ที่ชาวพื้นเมืองจะสู้ปืนใหญ่อาร์มสตรองได้ และวิ่งหนีกระเจิงกลับเมืองไป ทหารม้าแลนเซอร์จึงได้รับคำสั่งให้ออกรุกไล่ โดยมีเชอร์ชิล บังคับทหารหมวดหนึ่ง มีทหารม้าประมาณ 25 นาย

             (http://)(http://www.mx7.com/i/1d2/rqZeOr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5ncDeMdxyM0tia5)(http://)(http://www.mx7.com/i/102/b4IN14.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5ncUfKX9qDPMH9G)

ที่ถูกต้องควรเรียกว่าการชาร์จด้วยทวนของทหารม้า แลนเซอร์ที่ 21 รุกไป พบกับข้าศึกราว 150 คน ขวางอยู่ จึงตัดสินใจจัดแถวเตรียมชาร์จโดยหารู้ไม่ว่าเป็นกลศึกเดียวกับที่อัศวินสมัยครูเสดพบมาแล้วเมื่อหลายร้อยปีก่อน เพราะชาวอาหรับจะซ่อนทหารอีกนับพันไว้หลังเนินทราย โดยยิงล่อให้ทหารม้าถลำไล่จนตกจากเนินทรายนั้น เชอร์ชิลเล่าไว้ว่า เพราะท่านเคยประสบอุบัติเหตุจนไหล่หลุด ทำให้ต่อมาใช้กระบี่รบบนหลังม้าไม่ถนัด จึงได้ซื้อปืนพกเมาเซอร์ด้ามไม้กวาดซึ่งถือว่าใหม่และทันสมัยที่สุดมาจากห้างเวสลี่ย์ ริสชาร์ด ในลอนดอน เมื่อพลแตรให้สัญญาณควบใส่ข้าศึกนั้น ท่านควบพลางเก็บกระบี่เข้าฝัก แล้วชักปืนจากซองไม้มาง้างนกจนสุด

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/c88/6YWnw3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5neNeK0JcJbLQop)

พอควบใกล้แนวลวงเข้าไป ท่านพบว่าหลังเนินทรายนั้นเป็นที่ซ่อนทหารข้าศึกกว่า 12 แถว ที่พลันผุดลุกขึ้นโห่ร้องชูดาบวาววับรับแสงแดด สายไปเสียแล้ว ปีกซ้ายของอังกฤษถลำเข้าไปติดกับทั้งแถว ม้าของเชอร์ชิล ควบข้ามข้าศึกสองคนซึ่งนอนยิงใส่ในระยะ 10 หลา เคราะห์ร้ายพลาดไปถูกทหารของท่านที่ตามมาตายคาที่ ม้าของเชอร์ชิลล์วิ่งฝ่าวิกฤติออกมาไม่ได้ตกในวงล้อมข้าศึก พอดีท่านเห็นศัตรูคนหนึ่งนอนราบลงเงื้อดาบจะฟันเอ็นขาม้าของท่าน จึงเอาเมาเซอร์ยิงใส่ไป 2 นัด ในระยะแค่ 3 หลา อีกคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาก็ถูกส่องในระยะประชิดชนิดเอาปากกระบอกทิ่มหน้าไปอีกคน มีทหารม้าอาหรับคนหนึ่งควบม้าเข้ามาในระยะ 10 หลา ก็ถูกเมาเซอร์ยิงไล่หนีออกไป ถึงตอนนี้ทหารอังกฤษที่
เหลือพอจะรวมกันเข้าสู้อีกรอบ  :??? ก็มีอาหรับคนหนึ่งถือหอกวิ่งหลบคมทวนทหารม้ามาได้ แต่ไม่พ้นกระสุนของเมาเซอร์อีกเช่นเคย ถึงตรงนี้ท่านยิงหมด 10 นัดพอดี การรบครั้งนั้นอังกฤษเสียทหารม้าตายเจ็บถึง 170 คน แต่ด้วยเดชของเมาเซอร์ทำให้เชอร์ชิลล์รอดมาได้ราวปาฏิหารย์ (เดี๋ยวดักซื้อในห้องกันมาร์ท  :ss )

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/b0a/fsyQb7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nfrEjL3gMikOUA)
                      ในศึกบัวร์ชาวนาดัชส์สอนเชิงรบให้อังกฤษ ด้วยปืนเมาเซอร์ แบบ 96และ 98

ท่านได้ใช้เมาเซอร์เป็นครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ.1899 ในศึกบัวร์ ประเทศอาฟริกาใต้ เมื่อชาวนาดัชส์ลุกขึ้นปราบอังกฤษจนแพ้ไม่เป็นท่าในระยะแรก ขณะนั้นเชอร์ชิลลาออกจากทหารมาเป็นผู้สื่อข่าวเต็มตัว และอาสาไปกับขบวนรถไฟหุ้มเกราะลาดตระเวน ลึกเข้าไปในเขตของข้าศึก คราวนี้เคราะห์ไม่ดีรถพ่วงถูกยิงตกรางท่านได้ช่วยให้หัวรถจักรและทหารบางส่วนหนีกลับสำเร็จโดยท่านถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ในขณะที่หนีการจับกุมนั้นไปปะหน้ากับทหารม้าบัวร์คนหนึ่งที่ประทับปืนรออยู่แล้ว ท่านคลำหาเจ้าด้ามไม้กวาดทันที อนิจจา! มันถูกลืมอยู่ในขบวนรถไฟที่กลับไปแล้ว ถึงตอนนี้ท่านจึงต้องยอมจำนน และรับในภายหลังว่าเคราะห์ยังดีที่ลืมปืนไว้ มิฉะนั้นคงถูกยิงเอาแน่ ๆ และโดนจับเป็นเชลย  :qq

ผมฝากเกล็ดประวัติอีกนิดว่าตอนโดนจับเป็นเชลยท่านเชอร์ชิลก็สร้างวีรกรรมครับ  :SSC  ท่านแหกคุกจากเมืองหลวงของพวกบัวร์ โดยถูกตั้งค่าหัวราคาแพงเพราะนาน ๆ เขาจะจับลูกท่านลอร์ดได้สักครั้ง การหนีของท่านเป็นข่าวหนังสือพิมพ์อ่านกับทั่วอังกฤษทุกวัน มีพนันขันต่อกันว่าจะถูกจับในกี่วัน หรือตายแล้ว ย้อนหลังสักนิด..
       
             เรื่องมีอยู่ว่ารถไฟที่เชอร์ชิลนั่งไปถูกลอบโจมตี พวกบัวร์ได้ยิงปืนใหญ่จากที่สูง และทหารปืนยาวระดมยิงไปที่รถไฟ ทุกคนพยายามที่จะเอาชีวิตรอด ระหว่างที่ทุกคนกำลังต่อต้านการรุกราน เชอร์ชิล ชักชวนพรรคพวกให้ร่วมมือกันรื้อสิ่งกีดขวางทางรถไฟโดยปลดขอเกี่ยวให้ขบวนรถจนรถไฟหลุดออกไปพ้นจากสนามรบ แต่เชอร์ชิลและพวกโดยจับเป็นเชลย เชลยทั่งสามคนรอจนถึงคืนที่เหมาะ และหลังจากนอนแอบอยู่ครู่ใหญ่เชอร์ชิล ก็ได้โอกาส เขาเคลื่อนตัวอย่างเงียบที่สุดไปยังกำแพง ปีนขึ้นและข้ามออกมากระโดนลงไปนอกกำแพงที่มืดสนิท เขาหมอบรอเพื่อน แต่โชคร้ายที่เพื่อนของเขาสองคนหนีออกมาไม่ได้ เชอร์ชิล มีเงินติดตัวเพียงน้อยนิด และ ช๊อกโกแลตไม่กี่แท่งส่วนเข็มทิศและแผนที่ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญติดอยู่กับเพื่อนทั่งสองคนที่หนีมาไม่ได้  :???

           ยังไม่พอ(ความคิดแล่นปู๊ดป๊าด )ครั้งหนึ่งเขาเคยวางแผนกับเพื่อนเชลยด้วยกัน ก่อการกบฏโดยจะปลดอาวุธผู้คุมทั้งหมด แต่นั้นเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น ใกล้ๆกัน ยังมีค่ายเชลยซึ่งเป็นทหารอังกฤษอีกสองพันคน แผนการของเขาครอบคลุมไปถึงอิสรภาพของทหารอังกฤษทุกคน 

         มาต่อกัน.. :OO ในระหว่างเดินทางหลบหนีพอตกสายอุณภูมิสูง แดดร้อนจัดเขามีเพื่อนคือแร้งตัวใหญ่ที่บินวนไปวนมาอยู่ด้วยสายตาหิวกระหาย  :""" เป็นการเดินทางที่ยากลำบากเพราะมียามเผ้าอยู่แทบทุกสะพาน เขาต้องเดินอ้อมไปในทุ่งนา จึงได้เห็นกองไฟ แสดงว่าน่าจะเป็นหมู่บ้านพวกแคฟเฟอร์ เขาจึงตัดสินใจเข้าไปขอความช่วยเหลือ เพราะชาวแคฟเฟอร์ที่ชอบอังกฤษก็มี ถ้าโชคดีเขาอาจได้ม้าเป็นพาหนะเดินทางก็ได้

       แต่พอเขาเข้าไปใกล้กลับเป็นเพียงแค่บ่อถ่านหิน :II  เขาจะถอยหลังกลับไปก็ไม่ได้เพราะจะสว่างแล้ว จำเป็นที่จะต้องหาที่ซ้อน โชคดีที่เป็นบ้านของชาวอังกฤษ จอห์น โฮเวิร์ด เขาได้เลี้ยงดูเชอร์ชิล เป็นอย่างดีและช่วยซุกซ่อนจนกว่าจะจัดการหาทางหนีให้เขาได้ หลายคืนต่อมาวินสตันแอบขึ้นรถไฟ โดยซ่อนตัวอยู่ในมัดขนสัตว์พอไปถึงเขตปอร์ตุเกสซึ่งเป็นกลางและรีบเข้าไปหากงสุลอังกฤษทันที  :8


ดวงชะตาของกระทาชายนายเชอร์ไม่ถึงฆาตแต่มันเป็นดวงชะตาที่รุ่ง ทำให้ได้พบกับคู่ปรับเก่าใน 3 ปีต่อมา เมื่อท่านเป็น รมต. ดูแลอาณานิคมและได้พบกับประธานาธิบดีคนแรกของอาฟริกาใต้ ซึ่งหลังจากฟังเชอร์ชิลล์เล่าเหตุการณ์เรื่องรถไฟหุ้มเกราะและการถูกจับเป็นเชลยในอดีตให้ฟังอยู่พักใหญ่ ประธานาธิบดีหลุยส์ โบธ่าร์ (Louis Botha) ก็บอกว่าท่านจำผมไม่ได้หรือ ผมคือชายที่ขี่ม้าเล็งปืนมาที่ท่านวันนั้นแหละครับ!  :dfs  แล้วทั้งคู่ก็เลยเป็นเพื่อนซี้กันตั้งแต่นั้นมา 

                        ช่วงชีวิตอาชีพทหารของ เชอร์ชิล กล่าวได้ว่าเขาผ่านสงครามสมรภูมิต่างๆ มาอย่างเข้มข้น จากปี 1897 ที่เข้าร่วมในกองทัพที่ มาลากันด์ จากนั้นปีต่อมา ก็เข้าร่วมรบในสมรภูมิ กับ กลุ่มเดอร์วิช ที่ ออมเดอร์มาน กระทั่งในช่วง สงครามบัวร์ ที่อุบัติขึ้นในแอฟริกาใต้ เชอร์ชิล ได้ถูกข้าศึกจับกุม และตกอยู่ในสภาพเชลยศึก แต่สุดท้ายเขาก็สามารถหลบหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้สำเร็จ ซึ่งช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปีที่คลุกคลีอยู่กับสงคราม ก็ทำให้ เชอร์ชิล เริ่มเบื่อหน่ายอาชีพทหาร ที่ไม่อาจให้คำตอบของชีวิตแก่เขาได้ เชอร์ชิล ลาออกจากกองทัพในปี 1899 เพื่อมาทำงานด้านหนังสือ ที่เขารัก

เชอร์ชิล นั้นฉายแววความสนใจในด้านหนังสือมาตั้งแต่วัยหนุ่ม มักปลีกเวลาในการเขียน แต่งหนังสือควบคู่ไปด้วยตลอดเวลาในการรับใช้ชาติ และกองทัพ เขาไม่เคยทิ้งการฝึกฝนทักษะการประพันธ์ มุ่งพัฒนาความคิด สำนวนโวหารในการเขียน จนงานด้านประพันธ์ได้กลายเป็นงานที่เขารักตลอดมาตลอด พร้อมๆ กับการก้าวถอยออกมาจากกองทัพ เชอร์ชิล ก็ตัดสินใจเดินเข้าสู่ถนนสายการเมืองอย่างจริงจัง  อันเป็นเส้นทางที่เขาคิดว่าจะสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ และประชาชนได้มากกว่า เขาได้เข้าร่วมกับพรรคอนุรักษ์นิยม และได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปีถัดมา

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/130/bTdypi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nlFlbLzqunRCpL)


แม้จะก้าวเข้าสู่อาชีพนักการเมือง แต่ เชอร์ชิล ก็มีแนวคิดบางด้านเป็นของตนเอง ที่ไม่เห็นพ้องกับแนวทางพรรคที่ตัวเองสังกัดไปเสียทั้งหมด โดยเฉพาะการที่เขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายแก้ไขภาษีศุลกากรของ ‘นายกรัฐมนตรี เชมเบอร์เลน’ เขาจึงย้ายเข้าสู่สังกัด ‘พรรคลิเบอร์รัล (Liberal)’ หรือ ‘พรรคเสรีนิยม’ ในปี 1904 จากนั้น เชอร์ชิล ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และเริ่มบทบาทออกกฎหมายเปลี่ยนแปลงค่าแรงกรรมการ เพื่อให้มีชีวิตการครองชีพที่ดีขึ้น

เส้นทางการเมืองของ เชอร์ชิล ช่วงเวลานี้เริ่มจะรุ่งโรจน์สว่างขึ้น ในปี 1910 เขาได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเมื่อถึงปี 1911 ซึ่งเยอรมัน ได้ส่งเรือรบโจมตีฝรั่งเศส เชอร์ชิล จึงย้ายมาดูแลรับผิดชอบในกระทรวงการทหารเรือ ในตำแหน่งรัฐมนตรี ที่เขาถนัด และเข้ามาปฏิรูป สร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้กับกองทัพเรืออังกฤษเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามบุรุษที่เดินดิน ในชีวิตย่อมมีสิ่งผิดพลาดเป็นเรื่องสามัญ  ปี 1915 เชอร์ชิล ได้ออกคำสั่งให้เปิดช่องแคบดาร์ดะแนลส์ ในตุรกี ที่กั้นระหว่างทวีปยุโรป และเอเชีย จนเกิดความผิดพลาดส่งผลเสียหายตามมา ทำให้อังกฤษต้องออกจากกลุ่มพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 เชอร์ชิล ได้แสดงความผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี และได้เข้ารับราชการเป็นทหารในกองทัพที่ประเทศฝรั่งเศส

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/b39/8MBgRm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nSrFjDeUshnDYl)

ในปี 1917 เชอร์ชิล หวนคืนสู่รัฐสภาอีกครั้ง โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธการ ในรัฐบาลของ ‘นายกฯ ลอย์ด ยอร์ช’ ซึ่งเป็นโอกาสให้เขาได้เข้ามาดูแลส่งเสริมการผลิตรถถัง อย่างใกล้ชิด ซึ่ง เชอร์ชิล เคยทำมาแล้วช่วงที่อยู่กระทรวงการทหารเรือ จากปี 1919 ถึง 1921 เขายังเป็นรัฐมนตรีฝ่ายการสงคราม พร้อมกับรับผิดชอบงานในกองทัพอากาศควบคู่ไปด้วย

                               (http://)(http://www.mx7.com/i/ecf/6QewSa.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nnyG9vqK1roIAy)

เชอร์ชิล ได้กลับคืนสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้งในปี 1924 ในฐานะผู้สนับสนุนรัฐธรรมนูญ และรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระหว่างปี 1924 – 1929 โดยเป็นการกลับเข้าสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมอีกหน ในช่วงที่ ‘เนวิล เชมเบอร์เลน’ ดำรงตำแหน่งนายกฯ เวลานี้ เชอร์ชิล ได้นำอังกฤษกลับมาสู่มาตรการใช้ทองเป็นหลักประกัน และแสดงบทบาทผู้นำในการปราบปรามการประท้วงครั้งใหญ่ของแรงงานกรรมกร ได้อย่างโดดเด่น

ในปี 1939 ถือเป็นหมุดหมายเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เดือดระอุไปทั่วภาคพื้นยุโรป โดยวันที่ 3 กันยายน ปีนั้น อังกฤษได้ประกาศสงครามกับเยอรมันอย่างเป็นทางการ และ เชอร์ชิล ได้กลับเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทหารเรือ จนถึงปี 1940 ทั่วยุโรปได้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายล่อแหลม หลายชาติถูกเยอรมันรุกราน อาทิ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม นอร์เวย์ ที่ต่างก็ยอมจำนน ส่วนปารีส ก็ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพฮิตเลอร์ และเยอรมันกำลังดำเนินยุทธการแห่งบริเตน ส่งฝูงบินรบไปทิ้งระเบิดเกาะอังกฤษ ในปีนี้เองที่ เชมเบอร์เลน ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ทำให้ เชอร์ชิล ผู้ถูกจับตาจากทั่วโลกว่าเป็นผู้เหมาะสมที่สุดในยามนี้ ก็ได้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำชาติอังกฤษ บริหารประเทศร่วมกับรัฐบาลพรรคผสมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 1940 จนถึงปี 1945

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/bab/wzGMAP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nQNdsxi0cdt9mL)

 ด้วยบทบาทผู้นำชาติมหาอำนาจ เชอร์ชิล ได้นำพาอังกฤษก้าวเดินไปด้วยความเชื่อมั่น เชอร์ชิล กล่าวว่า.. เขาไม่มีสิ่งใดจะอุทิศให้แก่ชาวอังกฤษ นอกจาก เลือด การทำงานอย่างจริงจัง น้ำตา และหยาดเหงื่อ เพื่อที่จะนำอังกฤษต่อสู้กับ กองทัพอักษะของเยอรมัน และอิตาลี แต่ทั้งนี้ก็มิอาจเปรียบได้กับพลังใจอันยิ่งใหญ่ของชาติที่จะรวมกันเป็นแรงพลังเพื่อต้านทานต่ออำนาจของศัตรูที่น่าเกรงขาม

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/c74/mJ696s.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nqz8YeAm4wAseQ)

กล่าวกันว่า..ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เชอร์ชิล ได้มุ่งมั่นทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ เดินทางไกลเป็นระยะถึง 150,000 ไมล์ อีกทั้งยังมีความเด็ดขาดในการตัดสินใจกับเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้น เขาได้ตั้งกฎบัตรแอทแลนติคขึ้นในปี 1941 และเป็นผู้คิดแผนกลยุทธ์สงครามที่ แอล อัลมีน เมื่อปี 1942 เชอร์ชิล ได้ต่อสู้อย่างถึงที่สุดต่อ เรือรบ ยู – โบทส์ และได้ชัยชนะต่อพวกลุฟท์วาฟ ที่โจมตีอังกฤษ อีกทั้งยังเป็นผู้นำประเทศคนสำคัญที่ให้กำลังใจแก่ชาวยุโรปทั้งมวล เพื่อให้มีพลังที่จะต่อสู้กับฝ่ายเยอรมันอย่างอาจหาญ

                เชอร์ชิล ได้พบกับ ‘แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์’ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดหลายครั้ง เพื่อร่วมหารือให้ความช่วยเหลือแก่สหภาพโซเวียต ซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ทั้งได้ประกาศว่า เยอรมัน จะต้องยอมแพ้โดยปราศจากเงื่อนไขต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น

                              (http://)(http://www.mx7.com/i/990/mT5Yqv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nsmOh3UgrmVIRF)

                               (http://)(http://www.mx7.com/i/5c1/zkddhn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nszzvC7cdgSAFR)

                               (http://)(http://www.mx7.com/i/90f/69UnJd.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nsUufQQtyTkh3g)
          ภาพนี้แสดงถึงเหตุการณ์ภายใต้สงครามอันน่าเวทนาและการเข้าโจมตีของนาซีเยอรมัน ด้วยการนำของ Adolf Hitler ด้วยการโจมตีแบบสายฟ้าฟาดเข้าจุดศูนย์กลางการปกครอง ทำให้ประเทศในยุโรปต่างยอมแพ้รวมไปถึงฝรั่งเศษ ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามโลกครั้งที่ 1 อังกฤษเป็นเป้าหมายที่ Adolf Hitler ต้องการที่จะครอบครอง แต่ถูกปฏิเสธด้วยความพินาศของกองบินที่นาซีเยรมันส่งไปพิชิตเมืองลอนดอน ภายใต้หมอกควันและซากซากปรักหักพังในใจกลางเมืองลอนดอน วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีของอังกฤษยืนสูบซิกก้ากลางดงระเบิดที่ถูกทิ้งลงมาโดยเครื่องบินนาซีเยรมัน เพื่อให้ชาวเมืองได้เห็นว่าผู้นำของเขานั้นไม่กลัว Adolf Hitler และจะไม่ยอมให้อังกฤษถูกใครยึดเอาไป วินสตัน เชอร์ชิล ประกาศว่าเขาจะไม่ยอมแพ้อย่างเด็จขาด ผลก็คือเครื่องบินจำนวนมากของนาซีเยอรมันถูกเครืองบินอังกฤษขับไล่ออกไปเป็นจำนวนมาก และมอบความปราชัยแรกให้กับ Adolf Hitler ซึ่งเป็นปัจจัยนึงที่เปลี่ยนแปลงหน้าฉากแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2


                               (http://)(http://www.mx7.com/i/cf6/2lMCL6.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nt6bymcCI69XAI)

                สิ่งที่ เชอร์ชิล ได้รับยกย่อง กล่าวขวัญอย่างมากในช่วงมหาสงครามก็คือ บุรุษผู้นี้ได้แสดงออกถึงภาวะผู้นำที่หาได้ยากยิ่งในภาวะที่ทั้งโลกต่างตึงเครียด และไร้ความหวัง เชอร์ชิล มีความสามารถอันยอดเยี่ยมในฐานะนักพูดผู้ปลอบประโลม ให้ความหวัง ช่วยรักษากำลังใจแก่ฝ่ายอังกฤษ ใช้ความสามารถรักษาประคับประคองความเป็นเอกภาพของชาติฝ่ายสัมพันธมิตร มิให้เกิดความแตกร้าว โดยเฉพาะกับมหามิตรอย่าง สหรัฐฯ จนกระทั่งกองทัพชาติสัมพันธมิตร ได้รับชัยเหนือฝ่ายอักษะในที่สุด

                ในปี 1953 เขาเริ่มเจ็บป่วยจากภาวะขาดเลือดในสมอง และลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 1955 แต่เขายังคงเป็นสมาชิกสภาสามัญชนไปจนถึงปี 1964 เชอร์ชิลถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 90 ปีในปี 1965 โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงพระราชทานรัฐพิธีศพให้เป็นเกียรติ เขายังคงได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติอังกฤษ ชื่อของเขาอยู่ในลำดับที่ 1 ของทำเนียบชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลจากการจัดอันดับในปี 2002

                                      (http://)(http://www.mx7.com/i/cd9/9j7HAr.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5nwYT7qK4YGLVmd)

           วาทะคำคมของท่านเชอร์ชิล       “..หากเรายังมัวทะเลาะกันในเรื่องของเมื่อวานนี้…ที่สุดแล้วเราก็จะสูญเสียวันพรุ่งนี้ไป..”  ช่างเป็นประโยคที่ลึกซึ้ง และสะท้อน โยงมาถึงเหตุการณ์บ้านเมืองเราในยามนี้ได้ดีเหลือเกิน !! 


อ่านซะเวียนหัวเลยนะครับ  :ss :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 08,05, 2016, 12:23:34
Colt Single Action Army


                           (http://)(http://www.mx7.com/i/9d2/wqXTo2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5DyCWLzOdaC8UBg)

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/e34/lsXzhE.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5DyQpXuAly72G8C)

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/1e3/W1xlhv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5DA8T8iX3BslE5G)

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/902/att0LP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5DCXEEwKBb2UjUQ)

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/5de/5nx6DK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5DEzCEQInQ6D4Q9)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/9f8/3Xp5XP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5DETPrISkVwOnAF)

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/135/vkw2xs.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z5DFhA1pSquzbEwo)

   สวัสดีวันอาทิตย์ครับ


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: KING-POWER ที่ 08,05, 2016, 12:41:06
ชอบมากๆ เลย ครับ   :>
ขอบพระคุณ จขกท. :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: mr.monster ที่ 08,05, 2016, 18:09:51
ยอดไปเลย


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 09,05, 2016, 09:21:09
                 (http://)(http://www.mx7.com/i/bf5/uuu4xD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5KlrubzNexwgVHp)

                  (http://)(http://www.mx7.com/i/d9c/kZ6sky.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5KlEBoOhIFnKGMC)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/d36/hTKP4b.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5KmRoUI7hNRqsOt)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/ed1/VWmdrw.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5Kn8LS80HzwhhUi)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/b94/664vtu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5KnAMc0pDxqqt2D)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/96d/Q9BgNX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5KAbnnKOE7VJmI1)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/a87/4PFUmb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5KAztW86jsbS2r5)

                    ข้าอยู่ที่นี้ด้วยความประสงค์ของดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่  ข้าคือหัวหน้าคนหนึ่ง หัวใจข้าอ่อนหวาน เพราะไม่ว่าสิ่งใดก็ตาม ที่มาใกล้ตัวข้า มันจะแลบลิ้นมาที่ข้าเสมอ
                    และแล้ว พวกท่านได้มาที่นี้...มาเพื่อพูดกับเรา และท่านกล่าวว่า ท่านไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร  ข้าต้องการบอกท่านว่า ถ้าดวงวิญญาณอันยิ่งใหญ่ เลือกใครก็ตามที่เป็นหัวหน้า
                    แห่งดินแดนนี้.....มันผู้นั้นคือข้าเอง ......" ซิตติ้งบูล"

 สวัสดีเช้าวันจันทร์

               


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 09,05, 2016, 20:41:36


     วันนี้มานำเสนอนักเลงปืนตัวจริงเสียงจริงซักคนหนึ่งในยุค เวสเทิร์น(Western ) พวกแฝนพันธ์ุแท้อาจดูอาจอ่านมาหลายรอบแล้วแต่ไม่เป็นไรมาอดทนอานกันอีกรอบ :ss
บุคคลที่จะนำเสนอคือ....นายอำเภอชาติเพชรๆๆๆๆๆๆๆ  Wyatt Earp....


                                                           (http://)(http://www.mx7.com/i/9fb/E2OAOW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5NYlVYs2FoN9YNy)

   วายแอ็ท เอิ๊ร์ป นั้นตอนเกิดมีชื่อเต็มๆว่า วายแอ็ท เบอร์รี่ สแต๊ป เอิ๊ร์ป (Wyatt Berry Stapp Earp) มีเชื้อสายเป็นชาวสก๊อต ปู่และพ่อเป็นนักกฎหมายที่แต่เดิมตั้งรกรากอยู่ในรัฐ เคนตั๊คกี้ แต่ นิโคลัส เอิ๊ร์ป ผู้เป็นพ่อหันมาบุกเบิกเรื่องเกษตรกรรมในภายหลังและได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่รัฐอิลลินอยส์ หลังจากนั้นได้เข้าร่วมรบในสงคราม แม็กซิกัน เมื่อสงครามเลิกกลับมาบ้านก็ตั้งชื่อลูกชายคนใหม่ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 1848 ตามชื่อผู้บังคับการของตัวเองเมื่อครั้งไปรบนั้นด้วยความภูมิใจอย่างที่สุดว่า วายแอ็ท เบอร์รี่ สแต๊ป ส่วนลูกชายจะภูมิใจด้วยหรือเปล่านั้นก็น่าสงสัยอยู่

                                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/c32/23fyrV.gif) (http://www.mx7.com/view2/z5O1vYdAQXtqPTcC)


วายแอ็ท มีพี่ชาย3คนได้แก่ นิวตั้น, เจมส์ และ เวอร์จิล มีน้องชาย 2 คนได้แก่ มอร์แกน และ วอร์เรน น้องสาวอีก 1 คนชื่อ แอดีเลีย พี่ชายคนหนึ่งคือ เวอร์จิล และน้องชายที่ชื่อ มอร์แกน นั้น เมื่อโตแล้วก็ยังใกล้ชิดกันและ ใช้ชีวิตผจญภัยดวลปืนกับเหล่าร้ายอย่างดุเดือดร่วมกันอีกด้วย โดยได้เข้าร่วมแจมกับวายแอ็ท ในการดวลครั้งประวัติศาสตร์ที่คอกสัตว์ชื่อว่าโอเค คระราล (OK Corral) เมืองทูมบ์สโตนในรัฐอริโซนา เมื่อปี 1881 อันจะได้กล่าวถึงในภายหลังอีกทีนึง

                                         
                                                (http://)(http://www.mx7.com/i/5be/oLOByJ.gif) (http://www.mx7.com/view2/z5O21alBO3rJsEJY)
                                               ไวย์แอท เอิร์บ (ซ้าย)มอร์แกน (กลาง) และเวอร์จิล (ขวา)

พ่อของวายแอ็ทได้ย้ายนิวาสถานอีกหลายหน เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในปี 1861 นั้น พี่ชายทั้ง 3 ได้ออกรบ ส่วน วายแอ็ท ถึงจะไม่ได้ไปเนื่องจากเพิ่ง12 ขวบ

                                                (http://)(http://www.mx7.com/i/dbc/W7FozZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5O2HHNrPBsavcTk)
                                                สงครามกลางเมืองอเมริการบกันระหว่างฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้

ไวแอ็ทก็ไม่ยอมอยู่เฉย ตอนเย็นเมื่อเสร็จงานในไร่แล้วก็จะนำทั้งปืนสั้นและยาวของพ่อมาฝึกฝนจนแม่นยำ โดยใช้อีแร้งกับกระต่ายป่าเป็นเป้า พออายุ 17 ก็ไปรับจ้างขับรถม้าโดยสารระหว่างเมือง ลอส แองเจลีส กับ ซาน เบอร์นาร์ดิโน ความที่ฝีมือดีและขยันขันแข็งก็ได้รับความไว้วางใจให้ไปขับรถสายอริโซนา ที่ต้องเสี่ยงกับโจรและอินเดียนแดงเผ่าอปาชี อีก ปรากฏว่าวายแอ็ทใช้ฝีมือแม่นปืนทั้งสั้นและยาวคุ้มครองรถม้าให้อยู่รอดปลอดภัยมาได้ตลอด

                                               (http://)(http://www.mx7.com/i/cba/cRfuJu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5O3AEv9MNzcq3Kc)

หลังจากนั้นก็ก้าวหน้าในอาชีพไปเรื่อยๆ จนเมื่ออายุยังไม่ถึง 20 ก็ได้เป็นถึงหัวหน้ากองสอดแนมในการรบกับอินเดียนแดงให้กับกองทหารม้าประจำเขตตะวันตกเฉียงใต้

                                                (http://)(http://www.mx7.com/i/d2a/DX357f.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5O5KiugGIvZRdu5)

                                                (http://)(http://www.mx7.com/i/128/g3NNGP.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5O6unIVymrtzcCS)
                                           

หลังจากย้ายกลับไปอยู่มิสซูรี่ และโชคร้ายต้องสูญเสียภรรยาสาวไปเพราะโรคไทฟอยด์ วายแอ็ทก็ตัดสินใจออกผจญภัยในทุ่งกว้างอีกครั้ง สมัครเข้าเป็นอาสาล่าควายเดินทางไปกับคณะสำรวจของรัฐบาลที่กำลังทำแผนที่ในแถบรัฐ แคนซัส ค่าจ้างในขณะนั้นคือปี 1870 ว่ากันว่าตกวันละ 35 เหรียญ บวกด้วย 10 เซ็นต์ต่อปอนด์สำหรับเนื้อควาย นับว่าไม่เบาทีเดียวเลยนะครับ หลังจากโปรเจ็คท์ทำแผนที่จบลง วายแอ็ทก็พบว่าตัวเองติดใจอาชีพล่าควายเสียแล้ว และได้เพื่อนสนิทจากการล่าควายมาด้วยคนหนึ่ง เพื่อนสนิทคนที่ว่านี้ชื่อ แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน (Bat Masterson) ทั้ง 2 ยังไม่หายมันตกลงจับมือกันเป็นฟรีแลนซ์ออกล่าควายกันแค่ 2 คนต่อไป

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/ad5/l6MFIN.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z5O70hOj4Go6GNwg)(http://)(http://www.mx7.com/i/99e/mgNGdG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5O7nGpjMY512d2a)                 
                          แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน (Bat Masterson)

การล่าควายในสมัยนั้นปกติจะทำเป็นทีมกันอย่างน้อย 8 คน เพื่อแบ่งกันทำหน้าที่ออกตามรอย ยิง ถลกหนัง แล่เนื้อ ตากแห้ง และบรรทุกเกวียนขับรถไปส่งตลาด วายแอ็ทกับแบ๊ทตัดสินใจแบบ out of the box คือนอกคอกทำทุกอย่างกันเองแค่ 2 คน ตอนแรกก็มีแต่คนหัวเราะเยาะว่าจะไปได้สักกี่น้ำ แต่ในที่สุดก็หยุดหัวเราะเมื่อพบว่านอกจากทั้งคู่จะทำสำเร็จแล้ว ยังส่งเนื้อควายเข้าตลาดได้มากกว่าทีมอื่นถึง 3 เท่า ร่ำรวยขึ้นแทบจะข้ามคืน

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/900/0L3hD1.gif) (http://www.mx7.com/view2/z5OaVte9Bc6ctxoo)

วายแอ็ทไม่ได้เพียงคิดแบบนอกคอกแต่เพียงอย่างเดียว ยังได้กระทำสิ่งที่ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องใช้คำว่า รีเอนจิเนียริ่งด้วย ปกติทีมล่าควายจะขี่ม้าไล่ตามฝูงควายซึ่งทำให้แตกตื่นหนีไปหมดได้ง่าย นักล่าส่วนใหญ่จะใช้แต่ปืน ไรเฟิลช้าร์ป ซึ่งหนักและถีบมาก

                              (http://)(http://www.mx7.com/i/583/3q9gYa.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5ObjzMwSEOfNHxY)
                                                   ปืนไรเฟิลช้าร์ป

วายแอ็ทกับ แบ๊ทเปลี่ยนเป็นใช้วิธีย่องเท้าเข้าหาให้ได้ระยะยิงใกล้ที่สุด และใช้ปืน ลูกซองซึ่งเบาและยิงได้คล่องตัวกว่า สามารถส่องตูมๆล้มได้หลายตัวกว่าควายที่ยังไม่ถูกยิงจะเริ่มได้กลิ่นเลือดแล้วหนีไป  :8

                                (http://)(http://www.mx7.com/i/1ae/JhttTz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5Oc8gK3qN7SMriw)

             เมื่อล่าควายด้วยกันจนรวยแล้ว ทั้งคู่ก็บอกลากัน ตอนนั้นเป็นปี 1873 วายแอ็ทอายุย่างเข้า 25 ชักคิดอยากจะทำอย่างอื่นบ้าง จึงออกเตร็ดเตร่ไปตามเมืองต่างๆในแถบแคนซัส และมิสซูรี่ ระหว่างที่วายแอ็ทพักอยู่ที่เมืองแคนซัสซิตี้ ก็ได้แรงบันดาลใจที่จะฝึกฝนฝีมือในการใช้ปืนสั้น โดยได้ครูดีอย่าง เจมส์ บั๊ทเลอร์ หรือ ไวลด์ บิล ฮิกค็อก (Wild Bill Hickok)

                              (http://)(http://www.mx7.com/i/af0/Luje6I.png) (http://www.mx7.com/view2/z5Oda4UOthfG3YIp)
                                              ไวลด์ บิล ฮิกค็อก

  ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดแห่งวิทยายุทธ์สำหรับปืนลูกโม่บรรจุ 6 นัดในเวลานั้นเป็นผู้ฝึกฝน วายแอ็ทลงแข่งได้รางวัลหลายหน เป็นที่ชื่นชมของครูมาก แต่เมื่อวายแอ็ทจะออกเดินทางต่อ กลับไม่ยักหาปืนไว้พกติดตัว ทั้งๆที่ก็เริ่มปิ๊งปืนโค้ลท์ ซิงเกิ้ล แอ๊คชั่น อาร์มี่ ขนาด .45 หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในนามว่าพี้ซเมคเก้อร์เข้าแล้ว แต่ไม่ยอมซื้อ มิไยครู ไวลด์ บิล จะเตือนว่า ออกจากที่นี่ไปแล้วจะพบแต่บ้านป่าเมืองเถื่อนทั้งนั้น ควรจะต้องมีปืนติดตัว ก็ไม่เชื่อ บอกว่าจะไปหางานประเภทโลว์โพรไฟล์ ที่เรียบๆสงบๆทำเท่านั้น แต่แล้วก็รู้ตัวว่าคิดผิดตั้งแต่ย่างแรกที่มาถึงเมืองเอลสเวิร์ธ (Ellsworth)

                                     (http://)(http://www.mx7.com/i/c79/FOaFAY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OdJSLH6XzxthSP)

ยุคนั้นเป็นยุคที่ธุรกิจปศุสัตว์กำลังเฟื่อง ตลาดรับซื้อส่วนใหญ่อยู่ตามเมืองต่างๆหลายเมืองในรัฐแคนซัส เมื่อเงินเดินสะพัด ธุรกิจต่อเนื่องก็เริ่มตามมา โดยเฉพาะสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับคาวบอยอกสามศอกทั้งหลาย มีบาร์ บ่อน เป็นหลัก (ที่จริงก็มีอย่างอื่นด้วยแหละครับไม่ได้ต่างจากสมัยนี้สักเท่าไหร่หรอก จะขาดก็คงแค่ตลกคาเฟ่เท่านั้น) บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ดังๆประจำรัฐ แคนซัส เวลานั้นก็ได้แก่เมือง แอ๊บบิลีน (Abiliene), วิชิต้า (Wichita), ด๊อดจ์ ซิตี้ (Dodge City) แล้วก็เอลสเวิร์ธ นี่แหละครับ

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/e08/NXYlfh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5Oep0iO0fJVKu7B)

เมืองนี้มีนายอำเภอชื่อ ชอนซี่ บี วิธนี่ กับผู้ช่วย 2 คนทำหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย อยู่มาวันหนึ่งมีนักเลงโตจากเท็กซัส ชื่อว่า เบ็น ธอมป์สัน กับน้องชายชื่อบิล ทั้งคู่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในทางแม่นปืนและดุร้ายโหดเหี้ยม ยิงคนตายไปแล้วกว่า 20 คน  :dfs  เข้ามาเล่นไพ่ในซาลูนสักพัก เกิดมีปากเสียงเอะอะทะเลาะกันอย่างดุเดือดกับคู่เล่น เนื่องจากมีการจับได้ว่าโกงกัน พอนายอำเภอวิธนี่ จะเข้ามาจับแยก บิลก็ชักปืนลูกซองแฝดออกมาจากใต้โต๊ะจ่อหน้าอกนายอำเภอ แล้วก็ลั่นไกยิงนายอำเภอคว่ำลงไปทันที  :""  ผู้คนพากันแตกตื่น รวมทั้งผู้ช่วยนายอำเภอทั้งสองด้วยที่วิ่งหนีไปซ่อนอยู่หลังประตูไม่มีใครกล้าเข้าไปตอแย  :""" จากนั้นบิลก็เดินทอดน่องออกไปจากซาลูน ขึ้นม้าขี่ออกนอกเมืองไปหน้าตาเฉย ส่วนเบ็นนั้นยังไม่ไป อยู่สั่งเหล้ากินต่อแถมยังกวักมือเรียกผู้ช่วย นายอำเภอทั้งสอง ซึ่งยังอยู่ในอาการอุจจาระหดผายลมหาย และบรรดาคาวบอยมุงที่ยังเหลืออยู่นั้นว่า ใครแน่ก็ออกมาจับซิ  :ss
                          (http://)(http://www.mx7.com/i/a8f/wteFmX.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OeJV32JHdepxgg)


ปรากฏว่ามีไอ้หนุ่มแปลกหน้าแปลกตาคนหนึ่งก้าวเท้าออกมา ติดดาวนายอำเภอหรา มีปืนเหน็บติดเอว เตรียมพร้อมโดยขอยืมมาจากนายกเทศมนตรีซึ่งเผอิญอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แน่นอนครับไอ้หนุ่มแปลกหน้านี้ย่อมไม่ใช่ใครอื่น เชื่อไหมครับว่า วายแอ็ท แค่เดินเข้าไปจ้องตากับเบ็น  :dfs  (นึกภาพฉากจ้องตากันที่ชอบใช้บ่อยๆในหนังคาวบอยสปาเก๊ตตี้ที่ คลิ้นท์ อี๊สท์วู้ด เล่นด้วยนะครับ) แล้วก็ถามว่าจะยิงกันหรือจะยอมแพ้ให้จับ เท่านั้นเองนักเลงโตที่ขึ้นชื่อว่าดุร้ายโหดเหี้ยมนักหนาฆ่าคนมาเยอะแยะนาม เบ็น ธอมป์สัน ก็ยอมให้จับเข้าคุกไปโดยดีเสียเฉยๆ ไม่มีการยวนยี ยอกย้อน หรือยึกยักแต่อย่างใดทั้งสิ้น นี่เป็นการแสดงอภินิหารครั้งแรกครับ   :ss

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/d9a/GWXvUC.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OkV84hgvXiPe20)
                                             ภาพแทนดูเพลินๆ นะครับ  :ss

อภินิหารฉากต่อไปเกิดขึ้นในปีต่อมาที่เมืองวิชิต้า ที่ผมเอ่ยถึงไปแล้วว่าในเวลานั้นจัดอันดับเป็นเมืองเถื่อนอีกเหมือนกัน วายแอ็ทเข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยนายอำเภอ ท่ามกลางความหมั่นไส้ของบรรดานักเลงโตประจำท้องถิ่นทั้งหลายหลังจากได้ยินเรื่องราวที่เมืองเอลสเวิร์ธ ต่างก็ฮึ่มฮั่มยากจะลองของกันทั้งนั้น  :II ในบรรดานักเลงโตที่ว่ากันว่าร้ายนักก็มี จ๊อร์จ เปชอร์ คนหนึ่ง กับเพื่อนซี้อีก 2 คนชื่อ เอ๊ด มอริสัน และ เซี่ยงไฮ้ เพี้ยร์ซ ทั้ง 3 ผลัดกันพยายามคอยหาเรื่องด่าทอยั่วยุวายแอ็ทให้มาดวลกันอยู่เสมอ ฝ่ายวายแอ็ทซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มตัวแล้วพกปืนพี้ซเม้คเก้อร์ ติดตัวตลอดก็พยายามอดกลั้นและระวังตัวอยู่

จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่วายแอ็ทกำลังเดินสายตรวจประจำวันอยู่ดีๆ ก็เห็นนักเลงโตทั้ง 3 พร้อมลูกสมุนอีกไม่ต่ำกว่า 1 โหล ยืนปิดถนนอยู่ข้างหน้า สีหน้าท่าทางบอกว่าคราวนี้อย่าหนีไปไหนไม่รอดแน่   :II วายแอ็ทแกล้งเดินเลี้ยวเข้าอีกซอยหนึ่ง ล่อให้ฝูงเหล่าร้ายเดินตามมา พอเดินถึงร้านโชว์ห่วย General Store ก็หลบเข้าร้าน คว้าปืนลูกซองแฝดได้กระบอกนึง บรรจุกระสุนง้างนก เปิดประตูกลับออกมาจากร้านก็ได้จังหวะที่เหล่าร้ายทั้งฝูงเดินตามมาทันพอดี คนที่ไม่นึกว่าตัวเองจะเจอแจ๊คพอทเข้าก็คือ เอ๊ด มอริสัน ที่ดันผ่าเดินกร่างนำหน้าคนอื่นไปก่อนจนถึงหน้าประตูร้าน ฝ่ายวายแอ็ทไม่ยอมให้เสียเวลา เอาลูกซองแฝดจิ้มเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูกของเอ๊ด นิ้วอยู่ในโกร่งไกรตะโกนว่า สนุกกันมากพอแล้วไอ้หนู! เท่านั้นเองที่เหลือก็โยนปืนทิ้งลงพื้นกันหมด ปล่อยให้วายแอ็ท ต้อนเข้าคุกแต่โดยดี นับทั้งหมดได้ 21 คนไม่ขาดไม่เกิน  :ss

ถึงตอนนี้ชื่อเสียงก็เริ่มโด่งดังยิ่งขึ้น ในปี 1876 ปศุสัตว์ย้ายไปค้าขายกันที่เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ มากขึ้นเรื่อยๆจนเลื่อนลำดับขึ้นนำหน้าเมืองอื่นๆในเรื่องความไร้ระเบียบแลอาชญากรรม นายกเทศมนตรีจึงว่าจ้างวายแอ็ท มาทำงานร่วมเป็นทีมมือปราบโดยให้เงินเดือน 250 เหรียญ เนื่องจากเป็นเมืองใหญ่ วายแอ็ทก็เลยต้องชวนผู้ที่ฝีมือดีและไว้วางใจได้มาช่วยกันหลายคน หนึ่งในนั้นคือ แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน บั๊ดดี้เก่าที่เคยล่าควายด้วยกัน กลับมาเจอกันหนนี้ทั้งคู่เริ่มคิดใหม่ว่าจะดูแลเมืองที่เต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด ทั้งขาจรและขาประจำอย่างไรดี ว่าแล้วก็ตัดสินใจลงมือทำใหม่จริงๆโดยไม่ต้องอาศัย ทั้งเสียงสนับสนุนจากคนรุ่นเก่าหรือรอฟังประชามติ ประกาศ 'เขตปลอดอาวุธ' บังคับคาวบอยทั้งหลายให้ฝากปืนทิ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะเข้าไปทำธุระหรือเที่ยวเตร่ในเมืองได้โดยไม่มีข้อยกเว้น และไม่เลือกว่าเป็นกุ๊ยหรือไม่กุ๊ยทั้งสิ้น  :ss

พักดื่มน้ำทานขนมกันก่อนนะครับ ตัวอักษรเต็ม  :ss  เดียวอ่านตอน 2




                                               


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 09,05, 2016, 22:13:58
มาต่อกันครับ  :S


               แน่นอนครับว่าเกิดความหมั่นไส้และฮึดฮัดกันขึ้นมาทันทีทั้งในหมู่นักเลงโตและนักเลงกระจอกทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า จึงมีการลงขันกันว่าจ้างมือปืนอาชีพมาจัดการกับวายแอ็ท เสีย มือปืนที่จ้างมานี้ชื่อ  มีพื้นเพเดิมมาจากเท็กซัส เคยเป็นทหารฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมือง มีชื่อเสียงในทางแม่นปืนและดุร้าย ชอบเมาสุราอาละวาดหาเรื่องยิงคน ที่สำคัญที่สุดคือชอบลบหลู่อำนาจรัฐเป็นงานอดิเรก ตอนที่ตกลงรับว่าจ้างนั้น เคลย์ เพิ่งยิงนายอำเภอของเมือง ลาส แอนิมัส ใน นิว แม็กซิโก ตายไปหยกๆ แต่สามารถข่มขู่ลูกขุน
ทั้งคณะจนรอดจากคดีออกมาได้ทั้งๆที่พยานหลักฐานมัดเหนียวแน่น เกิดความฮึกเหิมเหมือนลูกใครไม่รู้เป็นอันมาก  :dfs

ก่อนจะลงมือก็ต้องมีการหยั่งเชิงกัน เคลย์ อัลลิสัน ส่งเพื่อนที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่า จ๊อร์จ ฮ็อย เข้าไปก่อน  :SSC  เพื่อนคนนี้ใช้วิธีขี่ม้าลุยฝ่าด่านเก็บปืนเข้าไปในเมืองโดยไม่ยอมปลดอาวุธ ก่อความไม่สงบยิงทุกอย่างที่ขวางหน้าจนถึงกลางเมืองเจอเข้ากับวายแอ็ท ซึ่งยืนคอยดูอยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน พอได้ระยะวายแอ็ทก็ยิงโป้งสวนเข้าให้นัดเดียวโดน จ๊อร์จ ฮ็อย ตกลงจากหลังม้าตายไปในที่สุด ส่วนวายแอ็ทนั้นเหมือนอภินิหารอีกเช่นเคยคือแคล้วคลาดไม่โดนกระสุนขีดข่วนหรือเฉียดฉิวแต่อย่างใด

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/90b/3U9JZo.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OpvMZUY7Ya1Okm)

เคลย์ อัลลิสัน จึงต้องตามมาคิดบัญชีให้เพื่อน   :A  และก็ได้เผชิญหน้าจะๆกับวายแอ็ทที่หน้า ลอง แบร๊นช์ ซาลูน(Long Branch Saloon) มีผู้คนมามุงดูมากมาย แต่ก็ผิดหวังเพราะไม่มีการจ้องตากันให้ลุ้นและไม่มีการดวลกันให้ต่อรอง มีเพียงการพูดจาอะไรสักอย่างที่ไม่มีใครได้ยิน หลังจากนั้นมือปืนผู้ดุร้ายและชอบลบหลู่อำนาจรัฐนาม เคลย์ อัลลิสัน ก็ถอยกลับขึ้นม้าขี่ออกนอกเมืองไปเสียเฉยๆ หนนี้ไม่ได้เป็นเพราะอภินิหารอะไรหรอกครับ เป็นเพียงเพราะว่าเคลย์มองเห็น แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ ในมือถือปืนลูกซอง
จ้องใส่ตัวอยู่เท่านั้น   :ss

และที่เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ นี่เองที่วายแอ็ทได้เพื่อนใหม่อีกคนซึ่งจะร่วมเป็นร่วมตายกันอีกหลายหนในวันข้างหน้า เป็นอีกคนที่จะได้เข้าร่วมแจมกับวายแอ็ท ในการดวลที่ คอกสัตว์โอเค คระราล (OK Corral) ด้วย ใช่แล้วครับเขาคือ จอห์น เฮนรี่ หรือ 'ด๊อค' ฮอลลิเดย์ (Doc Holliday) อดีตหมอฟันชาวจอร์เจีย ผู้ป่วยเป็นวัณโรคไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง เลยออกตรเวณใช้ชีวิตแบบไม่มีจุดหมายและหันมาเอาดีทางการพนัน ด๊อคเป็นนักเลงปืนที่ทั้งไวและแม่น แถมยังถนัดมีดสั้นอีกด้วย มีชื่อเสียงโด่งดังว่าฆ่าคู่ต่อสู้ตายไปแล้วหลายคนกลางวงไพ่ทุกครั้งที่มีการกล่าวหาท้าทายกันเรื่องโกง  :dfs

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/a06/WLDKyD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5Oq9QAZ0LYoLNLx)
                                       'ด๊อค' ฮอลลิเดย์ (Doc Holliday)

เหตุการณ์ที่นำมาสู่มิตรภาพเกิดขึ้นเมื่อ เอ๊ด มอริสัน คู่ปรับเก่าจากเมืองวิชิต้า ตามมาเพื่อจะแก้มือกับวายแอ็ท หลังจากได้ข่าวว่ากำลังรุ่งอยู่ที่เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ เอ๊ดพาลูกสมุนมาด้วย 50 คน ลุยด่านเก็บปืนเข้ามาส่งเสียงดังยิงปืนขู่ขวัญพังร้านรวงมาตลอดทาง พอถึงหน้า ลอง แบร๊นช์ ซาลูน ก็ลงจากหลังม้าพากันบุกเข้าไปข้างใน พังข้าวของแล้วก็ข่มขู่ลูกค้าไปด้วย วายแอ็ทไม่ทันได้ตั้งตัววิ่งตามเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น พอผลักบานประตูเข้าไปก็เจอปากกระบอกปืนเป็นตับจ้องรออยู่ ตัวเองพกปืนอยู่ก็จริงแต่ขืนแค่เพียงทำท่าว่าจะสู้ก็คงเละอยู่ตรงนั้นแน่  :"""  ได้แต่ยืนคุมเชิงกันอยู่ไม่ยอมถอยเหมือนกัน ในใจก็คิดว่าถ้าต้องตายละก็จะพาพวกนี้ไปร่มทัวร์เมืองผีด้วยอย่างน้อยซักสี่ห้าคน   :"""

ท่ามกลางลูกค้าอื่นๆในร้านมากมายที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนนั้น เอ๊ด มอริสัน ซึ่งนั่งกินเหล้ารออยู่ลุกขึ้นเดินออกมา ท่าทางมั่นใจเกินร้อยบอกกับวายแอ็ทอย่างเย้ยหยันว่า นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วซะ แล้วรีบชัก(ปืน)ออกมา แต่แล้วแทนที่ฝันจะกลายเป็นจริงเสียที กลับมีเสียงใครไม่รู้พูดมาจากข้างหลังว่า ม่ายช่ายหรอกเพื่อน แกนั่นแหละที่ต้องชัก(ก็ปืนอีกนั่นแหละครับ) หรือม่ายงั้นก็ยกมือขึ้นซะ แล้วนักเลงโตผู้ฝันอยากจะเก็บนายอำเภอชื่อดัง ก็รู้สึกว่ามีปืนอีกกระบอกมาจ่ออยู่ตรงขมับตัวเองพอดี  :"""

ถูกแล้วครับ ด๊อค ฮอลลิเดย์ คือเจ้าของเสียงนั้น ด๊อคกำลังเล่นไพ่อยู่ในอีกห้องหนึ่ง ถูกรบกวนสมาธิจากเสียง เอะอะโครมครามก็เลยออกมาดู เห็นว่าอะไรเป็นอะไรแล้วก็ย่องเข้ามาข้างหลังตอนที่เอ๊ดกับลูกสมุนกำลังมัวแต่สนใจอยู่กับ วายแอ็ท จากนั้นด๊อคก็ตะโกนบอกบรรดาลูกสมุนของเอ๊ดที่ยังคงจ้องปืนอยู่ที่วายแอ็ทว่า หน้าไหนเหนี่ยวไกละก็ รับรองลูกพี่มันหัวเป็นรูแน่ และแล้วปืนกว่า 50 กระบอกก็ลงไปกองอยู่กับพื้น  :ss

                            (http://)(http://www.mx7.com/i/9a5/NZWHLi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5Ou0MgE8kBCxOVz)
                           ด๊อค ฮอลลิเดย์ ในวัยหนุ่มแน่น เป็น "สุภาพบุรุษชาวใต้" ที่จัดว่าหล่อเหลาเอาการคนหนึ่ง

เหตุการณ์นี้ทำให้วายแอ็ท ระลึกถึงบุญคุณของด๊อคไปนาน   :8 ส่วนด๊อคเองนั้นก็ชอบในความกล้าหาญและความเป็นนักเลงจริงของวายแอ็ท และติดสอยห้อยตามสนับสนุนวายแอ็ทไปทุกที่เช่นกัน บรรดาผู้คนที่ไม่ทราบถึงที่มาก็ค่อนข้างจะงงๆอยู่ว่า ทำไมนายอำเภอของตัวถึงได้ลดตัวลงมาคบหาสมาคมกับนักเลงการพนันผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นฆาตกร ที่ทั้งขี้โรคแล้วก็ขี้เหล้า (เป็นที่รู้กันว่าทั้งๆที่ไอโขลกๆ ตลอดเวลาเพราะวัณโรค พี่แกยังสามารถดื่มได้ถึงวันละเกือบ 4 ลิตร เริ่มตั้งแต่อาหารเช้าไปจนก่อนนอนโดยไม่มีอาการเมา)  :dfs แต่วายแอ็ทคงจะเห็นรูปทองของด๊อคซ่อนอยู่ภายใน เข้าใจลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของปรัชญาชีวิตและหลักจิตวิทยาว่า ที่จริง แล้วด๊อคเป็นผู้มีการศึกษา รักความยุติธรรม และไม่ได้มีสันดานเป็นโจรผู้ร้าย แต่เพราะความที่รู้ตัวว่าจะต้องตายไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้อยู่แล้วก็เลยไม่แคร์กับอะไรทั้งสิ้น ขอใช้ชีวิโลดโผนดุเดือดให้สะใจไปวันๆ ในขณะที่ฝีมือ และไหวพริบนั้นไม่เบาทีเดียว เอาเป็นว่าไม่จัดอยู่ในพวกยี้ก็แล้วกันนะครับ  :S

             ในช่วงเวลา 2 ปีที่เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ วายแอ็ทไม่ได้เป็นแต่ผู้รักษากฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่ได้ริเริ่มเป็นนักพนันกับเขาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ ด๊อค ฮอลลิเดย์ ซึ่งเป็นนักพนันตัวฉกาจอยู่แล้วมาเป็นเพื่อน แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน คู่หูเดิมก็เข้าร่วมวงด้วย ทั้งวายแอ็ท และแบ๊ทจะใช้เวลานอกราชการอยู่ที่ อัลฮัมบร้า ซาลูน (Alhambra Saloon) เป็นส่วนใหญ่เพลิดเพลินกับการเป็นเจ้ามือและรายได้เสริมจากไพ่ฟาโร ผู้คนทั่วไปก็ชอบให้ทั้งสองมานั่งเล่นด้วยเพราะช่วยไล่กุ๊ยไปในตัว ส่วนด๊อคก็ให้ความนับถือวายแอ็ท ไม่สร้างปัญหาให้ใคร ในที่สุดที่นี่ก็เป็นที่ชุมนุมของบรรดาคนดัง พ่อค้าวาณิชและนักการเมืองที่เดินทางผ่านไปมามากมาย เขาว่ากันว่าในสมัยนั้นการพนันถือเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติอาชีพหนึ่ง และการโกงไพ่แต่พองามอย่างมีศิลปะมชั้นเชิงไม่โจ๋งครึ่มจนน่าเกลียดก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียหาย ฟังดูแล้วก็น่าสนใจดีนะครับว่าเมื่อ 120 ปีมาก่อน   :ss

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/aae/ywZjtt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OvbrUsgdYMdWz6)

                     (http://) (http://www.mx7.com/i/df3/oQxI7F.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OwgNS28OKzBQfv)   
                      เมือง Dodge City ถ่ายโดยผู้เขียนเมื่อปี 1980 ส่วนนี้ทำขึ้นมาใหม่เพื่อจำลองสถานที่และบรรยากาศสมัยยุคเคาบอย     

 ที่ ด๊อดจ์ ซิตี้ นี่อีกเหมือนกันครับ ที่ว่ากันว่านักเขียนนิยายเล่มละ10 ตังค์ หรือ Dime Novel ชื่อดังในยุคนั้นนามปากกาว่า เน็ด บั๊นท์ไลน์ ได้มอบปืนโค้ลท์ ซิงเกิ้ล แอ๊คชั่น อาร์มี่ รุ่นพิเศษลำกล้องยาว 12 นิ้ว สั่งทำโดยตรงจากโรงงานโค้ลท์ เรียกกันว่ารุ่น บั๊นท์ไลน์ สเปเชี่ยล ให้กับวายแอ็ทและผู้ช่วยทั้งหลายโดยเฉพาะ เรื่องนี้ในปัจจุบันยังถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าจริงหรือไม่ ต่างฝ่ายต่างก็มีหลักฐานมาอ้างอิงกันทั้งนั้น  :OO

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/ae0/lgZ0H2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OwQXHB455xbqY6)
                      ปืนโคลท์ ซิงเกิล แอ็คชั่น อาร์มี รุ่นพิเศษ "บันท์ไลน์ สเปเชี่ยล"ลำกล้องยาว 16นิ้ว ต่อพานท้ายแบบโครงเหล็ก เพื่อยิงในลักษณะปืนยาวคาร์ไบน์ได้

เมื่อ ถึงปี 1879 ด๊อดจ์ ซิตี้ เริ่มเข้าสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย วายแอ็ทจึงบอกลาไปผจญภัยต่อ ตามคำชวนของเวอร์จิลพี่ชาย ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่ผู้ช่วยนายอำเภอ และเป็นหัวหน้าตำรวจอยู่ที่เมืองทูมบ์สโตน (Tombstone) ในอริโซนา หลังจากที่น้องชายคือมอร์แกน ได้รับคำชวนเช่นกันและล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ทูมบ์สโตนขณะนั้นเป็นเมืองที่กำลังบูมสุดขีด เพราะนอกจากรอบๆเมืองจะมีปศุสัตว์เป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีการขุดพบแร่เงินอีกด้วย วายแอ็ทเข้าลงทุนร่วมกับพี่ๆน้องๆเป็นหุ้นส่วนใน โอเรียนเต็ล ซาลูน แล้วก็รับงานเป็นผู้คุ้มกันรถม้าของบริษัท เวลส์ ฟาร์โก ด้วย และจากงานผู้คุ้มกันรถม้านี่เองที่ทำให้วายแอ็ทต้องเหยียบเท้ากลุ่มอิทธิพลประจำท้องถิ่นเข้าอีก  :dfs

กลุ่มอิทธิพลที่ว่านี้คือพวกตระกูลแคลนตั้น (Clanton) เป็นผู้กว้างขวางทำอาชีพปศุสัตว์ในเขตนี้อยู่ก่อนแล้วหลายปี เป็นแก๊งใหญ่มากนำโดย นิวแมน เฮนส์ ที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า เฒ่าแคลนตั้น กับลูกชาย 3 คนได้แก่ ไอ๊ค์, ฟิเนียส และ บิลลี่ แถมด้วยลูกสมุนนักเลงปืนฝีมือดีอีกมากมายได้แก่ จอห์นนี่ ริงโก้ อีกคนได้แก่ บิล หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า บิลผมลอน โบรเชียส จากนั้นก็มีสองพี่น้อง แฟร้งค์ กับ ทอม แม็คลอรี่ ตามด้วย ฟลอเรน ทีโน่ ครุซ ที่ชาวบ้านเรียกว่า อินเดียน ชาร์ลี แล้วยังมี พีท สเป๊นซ์ อีกทั้ง แฟร้งค์ สติลเวลล์ เป็นอาทิ คาวบอย แก๊งนี้ไม่ได้ค้าขายปศุสัตว์ด้วยวิธีสุจริต แต่ใช้วิธีทั้งขโมยและปล้นเอามาจากฝั่งเม็กซิโก อาศัยที่พื้นที่อยู่ติดกับรอยต่อพรมแดน ทำให้ติดตามหาหลักฐานได้ยาก นอกจากนั้นยังปล้นรีดไถรถม้าด้วย ที่สามารถทำธุรกิจนอก ระบบอยู่ได้ก็เพราะมีเชอร์ริฟที่ชื่อ จอห์น บีแฮน เป็นพวก

เหตุที่ทำให้วายแอ็ทต้องเหยียบเท้าพวกนี้เริ่มต้นด้วยอยู่ดีๆม้าของตัวเองหายไป หลังจากเพิ่งมาถึงทูมบ์สโตนได้ไม่กี่วัน พอมีคนมากระซิบบอกว่าลองไปหาแถวๆไร่ของพวกแคลนตั้น ดูซิ วายแอ็ทก็ตามไปดูและพบว่าม้าของตัวอยู่กับบิลลี่ แคลนตั้น หลังจากมีปากเสียงกันอยู่พักใหญ่ บิลลี่ก็ยอมให้วายแอ็ทเอาม้าคืนไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์   :II

จากนั้นก็มีฬ่อตัวหนึ่งของกองทหารม้าหายไปอีก ทางทหารได้ขอแรงให้ฝ่ายสืบสวนของบริษัท เวลส์ ฟาร์โก ร่วมมือกับทางตำรวจของเมืองทูมบ์สโตนช่วยค้นหาร่องรอย วายแอ็ทจึงได้ติดตามเวอร์จิลพี่ชายออกแกะรอยตามไปจนถึงบ้านของพวกแม็คลอรี่ ก็พบฬ่อตัวนั้น แถมพบอีกว่าที่บ้านดังกล่าวมีอุปกรณ์สำหรับตีตราเปลี่ยนตราเดิมที่ตีไว้แล้วด้วย ทางทหารมานำฬ่อคืนไป แล้วลงประกาศหนังสือพิมพ์ให้รางวัลใครก็ตามที่สามารถหาหลักฐานมาจับพวกแม็คลอรี่เข้าคุกได้ ทำให้พวกแม็คลอรี่ โมโหและเจ็บแค้นว่าพวกเอิ๊ร์ปเป็นตัวการทำให้เสียชื่อเสียง  :A

แล้วก็เกิดมีคดี บิลผมลอน โบรเชียส เมาสุราอาละวาดแล้วฆ่านายอำเภอ เฟร้ด ไว้ท์ ตาย ขณะที่นายอำเภอไว้ท์ พยายามจะจับปลดอาวุธ เรื่องของเรื่องก็คือ บิลผมลอน ทำทีเป็นส่งปืนในมือทั้งซ้ายและขวาให้ โดยกำปืนตรงลูกโม่ คว่ำตัวปืนหันด้ามปืนออกจากตัวยื่นไปข้างหน้า แต่พอนายอำเภอยื่นมือทั้งสองมาจะรับ บิลผมลอน ก็เล่นกลด้วยวิธีที่นักเลงปืนสมัยนั้นเรียกกันว่า โร้ด เอเย่นท์ส สปิน (Road Agent's Spin) คืองอนิ้วชี้ให้เป็นตะขอ สอดเข้าโกร่งไกจากด้านใน ปล่อยปืนที่กำไว้ให้หงายตกลงมาแขวนอยู่กับข้อนิ้ว แล้วตวัดควงปืนหมุนด้ามกลับมากำไว้ ปากกระบอกหันกลับไปอยู่ด้านหน้า ง้างไกด้วยนิ้วโป้งแต่ไม่ถอนนิ้วชี้ออกจากโกร่งไก นายอำเภอเลยคว้าเอาปากกระบอกปืนดึงเข้าหาตัวแทน ผลก็คือแน่นอนครับว่าลั่นตูมทั้ง 2 กระบอกเข้าที่พุงของนายอำเภอ   :""" ทรุดลงไปนอนเลือดท่วมอยู่บนพื้น วายแอ็ทได้ยินเสียงปืนและเห็นเหตุการณ์ก็วิ่งเข้าไปคว้าปืนตีบิลผมลอน
เข้าที่หัว แล้วส่งให้เวอร์จิลพาเข้าคุกไป แต่ในที่สุดศาลสั่งปล่อย เพราะก่อนที่นายอำเภอไว้ท์จะสิ้นลมดันละเมอออกมาให้ผู้คนที่อยู่รอบๆได้ยินว่า ไม่น่าดึงปืนให้ลั่นเลย หลังจากถูกปล่อยแล้ว บิลผมลอนก็คุยโขมงไปทั่วว่า ตัวเองหลอกยิงนายอำเภอได้   :??

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/dcf/sMPEYI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OAMv67S8omh639)
                        ภาพแทนดูเพลินๆ

ระหว่างนั้นด๊อค ซึ่งติดตามวายแอ็ทมาอยู่ทูมบ์สโตนด้วยก็มีเรื่องเขม่นกับ จอห์นนี่ ริงโก้ ซึ่งตามประวัติกล่าวว่าเดิมเป็นชาวมิสซูรี่ที่เรียนหนังสือมาสูงเหมือนกัน แต่มีปัญหาทางจิตเป็นพวกเก็บกดโมโหร้ายทำอะไรไม่ยั้งคิด ความที่ต่างฝ่ายต่างก็ได้ชื่อว่าเป็นเสือปืนไวชื่อดัง (แถมโรคจิตพอๆกัน) จึงยียวนเข้าใส่กันเต็มที่เกือบจะปะทะกันหลายหน เหล่านายอำเภอและผู้ช่วยทั้งหลายต้องคอยจับแยกออกเป็นประจำ  :dfs

แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความตึงเครียดมากขึ้นอีก เมื่อรถม้าคันหนึ่งถูกปล้น คนขับถูกยิงตาย มีการกล่าวหาและสร้างพยานเท็จว่าด๊อคเป็นตัวการ โดยพวกแคลนตั้นกับเชอร์ริฟบีแฮนร่วมมือกันออกอุบาย ชวนแฟนของด๊อคทีเพิ่งเสร็จจากการทะเลาะถึงขั้นตบตีกันกับด๊อคไปเลี้ยงเหล้า ทำทีเป็นว่าเห็นใจ แต่แล้วกลับยุยงให้ไปให้การปรักปรำด๊อคกับศาล จนด๊อคเกือบจะถูกตัดสินแขวนคออยู่แล้ว เกิดเปลี่ยนใจสงสารกลับคำให้การทีหลัง ด๊อคถึงรอดออกมาได้ พอหลังจากนั้นไม่นานมีการปล้นรถม้าอีก แต่คราวนี้คนขับรอดแล้วให้การ
ซัดทอดว่าเป็นฝีมือของ พีท สเป๊นซ์ กับ แฟร้งค์ สติลเวลล์ พอเวอร์จิลและวายแอ็ทตามไปจับทั้งคู่มาขึ้นศาลได้ ทั้งพีทและแฟร้งค์ กับลูกสมุนทั้งหลายก็ประกาศก้องว่า แค้นนี้ต้องชำระแน่  :A

นับเป็นเวลารวมกันเกือบ 2 ปีแล้ว ที่วายแอ็ทกับพี่น้องแถมด้วยด๊อค ย้ายมาทำมาหากินที่ทูมบ์สโตน และมีเรื่องเขม่นกันกับแก๊งแคลนตั้น เจ้าพ่อดั้งเดิมที่มีเชอร์ริฟบีแฮนคอยคุ้มครอง เกือบจะตั้งแต่วันแรกอย่างไม่หยุดหย่อน ย่างเข้าหน้าร้อนของปี 1881 เฒ่าแคลนตั้นเกิดโชคร้ายถูกพวกตำรวจแม็กซิกันยิงตายขณะที่เข้าไปปล้นม้าในเขตของเม็กซิโก ลูกชายคนโตคือ ไอ๊ค์ ขึ้นมาเป็นผู้นำแทน สิ่งที่ไอ๊ค์ทำเป็นอย่างแรกก็คือประกาศสงครามกับพวกเอิ๊ร์ปอย่างเปิดเผย โดยตัวเองและพรรคพวกพากันเที่ยวพูดจาไปทั่ว โดยเฉพาะในซาลูนที่มีคนแยะๆว่า จะจัดการส่งพวกพี่น้องเอิ๊ร์ปกับ ด๊อค ฮอลลิเดย์ ไปบู๊ตฮิลล์ (Boot Hill - สุสานที่ใช้ฝังศพพวกคาวบอยที่มีอันต้องจบชีวิตลงแบบ died with his boots on คือถูกยิงตายจากการดวล นำไปฝังโดยไม่ทันได้ถอดรองเท้าบู๊ตออกจากศพเสียก่อนนั่นแหละครับ) ลงหลุมเสียในเร็วๆนี้  :"""

คืนวันที่ 25 ตุลาคม 1881 ไอ๊ค์เมาสุราอยู่ในอ๊อกซิเดนทัล ซาลูน (Occidental Saloon) หลังจากตะโกนด่าท้าทายพวกเอิ๊ร์ปและด๊อค ฮอลลิเดย์ อย่างรุนแรงแล้ว ก็จ๊ะเอ๋เข้ากับด๊อคพอดี ด๊อคกะเอาเรื่องเต็มที่ ถามว่าเมื่อไรจะลงมือเสียทีล่ะ เดี๋ยวนี้เลยมั้ย เกือบจะลงไม้ลงมือกันก็พอดีเวอร์จิลและมอร์แกนรีบมาจับแยกออกจากกันได้ทัน แต่ไอ๊ค์ก็ไม่ยอมลดละ กลับออกไปจากซาลูนเห็นวายแอ็ทเดินอยู่ข้างนอก ก็รี่เข้าไปตะคอกใส่วายแอ็ทว่า บอกไอ้เพื่อนปอดเน่าตัวแสบของแกว่าพรุ่งนี้มันต้องไปแน่ รวมทั้งตัวแกด้วย เตรียมตัวให้ดีเถอะ

และแล้วก็มาถึงวันที่มีการดวลปืนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโคบาลตะวันตก คือ 26 ตุลาคม 1881 พวก เอิ๊ร์ปเตรียมตัวพร้อมอยู่แล้วตั้งแต่เช้า ส่วนพวกแคลนตั้นก็ทยอยกันขี่ม้าเข้าเมืองกันมาแต่เช้าเช่นกัน ก่อนจะเริ่มยิงกันจริงๆก็ต้องมีการลองของกันเล็กน้อยเพื่อหยั่งเชิงตามธรรมเนียมครับ โดย ไอ๊ค์ แคลนตั้น ถือปืนลูกซองเดินมาตามถนนร้องด่าท้าทายมาก่อน แต่แล้วก็ถูกเวอร์จิลในฐานะนายอำเภอจับข้อหาก่อความไม่สงบ ส่งศาลปรับทันที 25 เหรียญ ยึดปืนไว้ด้วย

ระหว่างที่ยังอยู่ในศาลยังไม่กลับออกมานั้น วายแอ็ท และทอม แม็คลอรี่ ต่างคนต่างตามไปดูเหตุการณ์ เจอะกันที่หน้าศาลก็มีการปะทะคารมกันอีก ไม่มีใครได้ยินว่าพูดอะไรกันบ้าง แต่ตอนท้ายวายแอ็ทชักปืนออกมาเอาด้ามตีกบาลของทอม โดยไม่มีการยิงกัน (คงยังพอเกรงใจศาลกันอยู่บ้างกระมังครับ ไม่เหมือนสมัยนี้) ทอมก็ล่าถอยกลับไป :ss

ไอ๊ค์และทอมกลับไปสมทบกับพรรคพวก อันประกอบด้วย บิลลี่น้องชายของไอ๊ค์, แฟร้งค์น้องชายของทอม แถมด้วย บิลลี่ เคลย์บอร์น อีกคนหนึ่ง รวมเป็น 5 คน ไอ๊ค์แวะซื้อปืนสั้นกระบอกหนึ่งมาใช้แทนลูกซองที่ถูกศาลยึดไป (น่าจะเฉลียวใจนะครับว่าฤกษ์ไม่ดี) ทั้งหมดมาชุมนุมกันอยู่ในซอยแยกจากถนนฟรีม้องท์ไปทางทิศใต้ ฝั่งหนึ่งของซอยเป็นคอกม้าชื่อ เจอร์ซี่ย์ ลิฟเวอรี่ สเตเบิ้ล ฝั่งตรงกันข้ามเป็นร้านถ่ายรูปชื่อ ฟลายส์ แกลเลอรี่ ท้ายซอยอยู่ไม่ไกลจาก คอกสัตว์โอเค คระราล (OK Corral) นัก ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาได้ยิน
เสียงพวกนี้คุยว่าจะทำอะไรกันแล้ว ก็เดาได้ว่าเดี๋ยวจะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ ต่างพากันไปชุมนุมกันอยู่ที่หัวมุมถนนตรงปากซอยคอยดูเหตุการณ์ คนหนึ่งรีบคาบข่าวไปบอกกับเวอร์จิล ว่า เห็นพวกคาวบอย 5 คนอาวุธครบมือ พูดว่ามันจะเด็ดหัวพวกเอิ๊ร์ปกันแล้วหละ

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/b14/XFcoUm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OHWktYTul2NHrU)
                 แผนที่เมืองทูมบ์สโตน แสดงที่ตั้งของสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งโอเค คระราล (OK Corral) และสถานที่เกิดการดวล (ตรงลูกศรชี้เขียนว่า Actual Site of Gunfight)


เวอร์จิลได้ยินดังนั้นก็ชวนเชอร์ริฟบีแฮน ซึ่งใครๆก็รู้ว่าเป็นผู้สนับสนุนแคลนตั้น ให้ไปช่วยปลดอาวุธกันเสียจะได้ไม่มีเรื่อง คงเดาได้นะครับว่าถูกปฏิเสธอยู่แล้ว ในที่สุดสามพี่น้องเอิ๊ร์ป กับ ด๊อค ฮอลลิเดย์ รวมเป็น 4 คน จึงออกเดินไปตามถนนแอเล็น เลี้ยวขวาเข้าถนนสาย 4 เลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าถนนฟรีม้องท์ ตามเข้าไปถึงในซอยที่ ไอ๊ค์ แคลนตั้น กับพรรคพวกชุมนุมอยู่ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่คอยลุ้นว่าจะลงเอยกันอย่างไร (สงสัยคงมีพวกนักพนันอยู่ไม่น้อยทีเดียวแหละครับ) เมื่อได้ระยะเผชิญหน้ากันแล้ว เวอร์จิลในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสสูงสุดก็ก้าวออกไปข้างหน้า ถือไม้เท้าไว้ในมือซ้าย ตะโกนออกไปว่า ทิ้งปืนและยอมให้จับเสียดีๆ   :II

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/d08/LOTByK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OIW0MEewk8nUBV)(http://)(http://www.mx7.com/i/ac9/0SB9dl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OJgdzwoFTQSRAo)

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/aac/8fjp7T.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OJuKHu1tlzWP4r)
                       ภาพปั้นจำลองการดวล ณ สถานที่จริงที่โอเค คระราล (มีป้ายบอกกำกับชื่อไว้ทุกคน) ถ่ายจากด้านหลังของพวกแคลนตั้นกับแม็คลอรี่ มองเห็นพวกเอิร์บเดินมาจากระยะไกล ที่เห็นเป็นร้านทางขวามือมีป้ายชื่อยื่นออกมานั้นคือ ฟลายส์ แกลเลอรี่ ที่ ไอ๊ค์ แคลนตั้นวิ่งหนีเข้าไปหลังจากเปลี่ยนใจไม่ยอมสู้

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/d2a/VObhKp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OMaEKEJo8Pwp5A)
                    ภาพเขียนแสดงการดวลครั้งประวัติศาสตร์ที่คอกสัตว์ โอเค คระราล เมื่องทูมบ์สโตน รัฐอริโซน่า ชายในชุดเสื้อโคทดำสี่คนทางซ้ายมือคือพี่น้องเอิร์บและด๊อก ฮอลิเดย์ (คนไกลสุดคือมอร์แกนถัด เข้ามาคือเวอร์จิล และไวย์แอท คนใกล้ที่สุดที่ผูกผ้าผันคอือด็อก) ขวามือที่เหลือคือพวกแคลนตั้นกับแม็คลอรี่ ภาพนี้เขียนโดย ลีแม็คคาร์ธี ตามคำบอกเล่าของไวย์แอท เอิร์บผ่านเพื่อนที่เคยทำงานร่วมกัน

มาต่อกันครับ...
มีเสียงกระซิบกระซาบอะไรไม่รู้ทั้งจากแก๊งแคลนตั้น และจากข้างหลังของเวอร์จิลเอง แต่แล้วทุกคนก็ได้ยินเสียง "กริ๊ก!" ดังขึ้น ทุกวันนี้ยังถกเถียงกันอยู่ว่าใครกระซิบอะไร และเสียง "กริ๊ก!" ที่ตามมานั้นดังมาจากไหน แต่ที่ไม่เถียงกันเลยก็คือ ทุกคนเล่าตรงกันว่า พอเวอร์จิลได้ยินเสียง "กริ๊ก!" ก็อุทานออกมาดังๆว่า Hold it! I don't mean that! แปลแบบไทยๆก็คงหมายถึงอะไรที่เกี่ยวกับการจากไปด้วยอหิวาตกโรคนั่นแหละครับ

30 วินาทีต่อจากนั้น ต่างฝ่ายต่างยิงกันอุตลุดโดยไม่รู้ฝ่ายไหนเริ่มยิงก่อน รายละเอียดผมขออนุญาตไม่บรรยายละนะครับ ขอแนะนำว่าให้หาหนังเรื่อง วายแอ็ท เอิ๊ร์ป หรือทูมบ์สโตน ที่ผมกล่าวถึงไปแล้วเมื่อครั้งก่อนมาดูกันดีกว่า จะได้อรรถรสที่สุดครับ ยังไงๆ สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น   :"""

ผลของการดวลก็คือ ฝ่ายแคลนตั้นถูกยิงตาย  ได้แก่ ทอมกับแฟร้งค์ แม็คลอรี่ และ บิลลี่ แคลนตั้น ส่วนอีก 2 คน บิลลี่ เคลย์บอร์น วิ่งหนีหายตัวไปเสียก่อนหลังจากเสียงปืนนัดแรกดังขึ้น ไอ๊ค์ แคลนตั้น วิ่งเข้าไปหาวายแอ็ทขอสงบศึก แต่วายแอ็ทไม่ยอม ยันกลับออกไปบอกว่า การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว ถ้าไม่สู้ก็วิ่งหนีไปซะ ไอ๊ค์จึงวิ่งหนีเข้าไปใน ฟลายส์ แกลเลอรี่ ออกประตูหลังหายไปอีกคน ฝ่ายเอิ๊ร์ปบาดเจ็บ 2 ได้แก่ เวอร์จิล โดนยิงที่ขา, มอร์แกน โดนที่สีข้าง ขณะที่ ด๊อค โดนกระสุนถากที่ตะโพกหน่อยนึง ส่วนวายแอ็ทนั้น กระสุนแค่วิ่งทะลุชายเสื้อโค้ตไปนัดนึง ตัวเองไม่เป็นอะไรเลย  :"""

                          (http://)(http://www.mx7.com/i/5b8/NYdn7B.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OKmhusQc1AZzvq)
                                              แคลนตั้น แก๊งค์

ส่วนปืนที่วายแอ็ทใช้ในการดวลนั้น เมื่อก่อนเชื่อกันว่าเป็นปืนโค้ลท์ รุ่น บั๊นท์ไลน์ สเปเชี่ยล ที่เล่ากันว่าวายแอ็ทได้รับมาเมื่อสมัยที่เป็นนายอำเภออยู่ที่เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ กล่าวกันถึงขนาดว่า วายแอ็ทลงทุนให้ตัดเสื้อโค้ตที่มีกระเป๋าด้านในออกแบบไว้เป็นพิเศษให้สามารถพกพาและชักออกมาได้อย่างสะดวก พวกเราๆท่านๆก็พอจะนึกออกนะครับว่าปืนรีวอลเวอร์ลำกล้องยาวตั้ง 12 นิ้วเนี่ย จะชักให้สะดวกได้ซักแค่ไหน แค่พกติดตัวนี่ก็น่าจะรุ่มร่ามเอาการอยู่ ภายหลังมีการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มขึ้นแล้วก็พบหลักฐานบอกว่า ปืนที่วายแอ็ทใช้ดวลไม่ใช่ปืนโค้ลท์ แต่เป็นปืน สมิธ แอนด์ เว้สสัน รุ่นหมายเลข 3 ขนาด .44 ลำกล้อง 8 นิ้ว ซึ่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ทูมบ์สโตน เอพิแทฟ เป็นผู้มอบให้เป็นของขวัญ ข้างเวอร์จิลพี่ชายก็ใช้ สมิธ แอนด์ เว้สสัน รุ่นหมายเลข 3 ขนาด .44 เหมือนกัน แต่เป็นแบบใหม่ (New Model) ลำกล้อง 6.5 นิ้ว ชุบนิคเกิ้ล ด้ามงาเสียด้วย ส่วนฝ่ายตรงข้ามทั้ง แฟร้งค์ แม็ค   ลอรี่ และ บิลลี่ แคลนตั้น สองในสามที่ถูกยิงตายนั้นใช้ ปืนโค้ลท์ ซิงเกิ้ล แอ๊คชั่น อาร์มี่ ขนาด .44-40

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/549/PfRzbt.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OMWvSJ0EukU513)
                     ปืนสมิท แอนด์ เวสสัน รุ่นหมายเลข 3 ที่ไวย์แอท และเวอร์จิล เอิร์บใช้ในการดวลที่โอเค คระราล

เสร็จจากการดวลเพียงอาทิตย์กว่าๆ วายแอ็ทกับพวกถูก ไอ๊ค์ แคลนตั้น ฟ้องศาลแจ้งข้อหาเจตนาฆ่าโดยผู้อื่นที่ไม่มีอาวุธและไม่ได้ต่อสู้ แต่หลังจากเรียกสอบพยานและพิจารณาหลักฐานต่างๆแล้วศาลตัดก็สินยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาคดีนั้น ด๊อคให้การแบบเหน็บแนมว่า ถ้าพวกแคลนตั้นไม่มีอาวุธและไม่คิดจะต่อสู้จริงละก็ แปลว่าทั้งเวอร์จิล และมอร์แกนยิงตัวเองยังงั้นซิ นอกจากนี้แล้วปรากฏว่ามีประชาชนทั้งของเมืองวิชิต้าและ ด๊อดจ์ ซิตี้ ที่วายแอ็ทเคยเป็นนายอำเภออยู่ ทำจดหมายลงชื่อร่วมกัน (ไม่รู้ว่าถึง 5 หมื่นคนหรือเปล่านะครับ) ส่งมาถึงผู้พิพากษายืนยันว่า วายแอ็ท เป็นผู้รักษากฎหมายที่เคร่งครัด และไม่เคยใช้ความรุนแรงโดยไม่มีเหตุอันควร  :SSC

หลังจากนั้นพอถึงวันที่ 28 ธันวาคม เวอร์จิลถูกลอบยิงบาดเจ็บสาหัสจนแขนซ้ายพิการไปตลอดชีวิต ขึ้นปีใหม่ถึงวันที่ 18 มีนาคม มอร์แกนกับวายแอ็ทถูกลอบยิงขณะกำลังเล่นบิลเลียดด้วยกัน มอร์แกนโชคร้ายโดน เข้าข้างหลังจังๆถึงตาย ส่วนวายแอ็ทนั้นแคล้วคลาดเช่นเคยกระสุนพลาดเข้าข้างฝาแทน เมื่อเล่นกันถึงขั้นนี้แล้ว วายแอ็ทก็ตัดสินใจว่าได้เวลาที่จะแสดงความเป็นผู้นำเสียที จัดชุดไล่ล่าประกอบด้วยด๊อคคนหนึ่ง  :A  วอร์เรนน้องชายอีกคนที่ยังเหลือ กับผู้ช่วยที่ไว้ใจได้อีกสองสามคน ออกตระเวณเก็บกวาดสมุนแคลนตั้น ที่วายแอ็ทเชื่อว่าเป็นคนลอบยิงพี่น้องของตัวทั้งหมดเสียเกลี้ยง ไล่ไปตั้งแต่ แฟร้งค์ สติลเวลล์, อินเดียน ชาร์ลี, บิลผมลอน โบรเชียส แล้วก็ จอห์นนี่ ริงโก้ (รายละเอียดขออนุญาตแนะนำว่าให้ดูจากหนังที่เควินครอสเนอร์แกแสดงใกล้เคียงเรื่องจริง )

จบรายการเก็บกวาดแล้ว วายแอ็ทกับด๊อคก็ย้ายออกจากทูมบ์สโตน ไปอยู่ที่เมืองกันนิสันในโคโลราโด้ ที่นั่นได้อาศัยเพื่อนเก่าคือ แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน ซึ่งเป็นมาร์แชลอยู่ที่เมืองทรินิแดด ช่วยเหลือไม่ให้ต้องถูกส่งตัวกลับไปอริโซนาหลังจากที่เชอร์ริฟบีแฮน ผู้เป็นพวกของแคลนตั้น แจ้งข้อหาจับทั้งวายแอ็ทและด๊อค ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปให้ หลังจากนั้นด๊อคจึงบอกลาวายแอ็ท แยกตัวไปผจญภัยตามลำพังต่อ ขณะที่วายแอ็ทกับแบ๊ทได้รับข่าวจากเพื่อนเก่าชื่อ ลุค ช้อร์ท ผู้เคยเป็นหุ้นส่วนลงทุนทำซาลูนร่วมกัน ทั้งคู่กลับไปเยือน ด๊อดจ์ ซิตี้ อีกครั้งหนึ่งในปี 1883 เพื่อช่วยไกล่เกลี่ยคดีความที่ ลุค ช้อร์ท เกิดไปมีเข้ากับตำรวจ คนหนึ่งจนตกลงกันได้ จากนั้น วายแอ็ทได้ใช้บารมีของตนช่วยจัดตั้งคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งเมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ ขึ้นดูแลความสงบเรียบร้อยและควบคุมการใช้อำนาจของบรรดาเจ้าหน้าที่เสียพร้อมๆกันด้วย  :ss

จบผลงานนี้ วายแอ็ทเพิ่งจะอายุได้ 35 แต่ก็ตัดสินใจเกษียณอายุตัวเองออกจากวงการ และย้ายไปปักหลักอยู่ใน แคลิฟอร์เนีย เรื่องของแกมีเยอะ รวบรัดเลยแล้วกัน  :ss

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/9f3/9IibMc.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5OSRpSAv0EEjUFE)
                   ไวย์แอท เอิร์บ ในช่วงท้ายๆของชีวิต ภาพนี้ถ่ายเมื่ออายุ 78ปี มาดยังเข้มอยู่เลยนะครับ

วายแอ็ทพออายุย่างเข้า 50 ปีแล้ว คงจะรู้ตัวเองว่าไม่ควรที่จะเล่นบทบู๊อีกต่อไป ในขณะที่บ้านเมืองก็เริ่มเจริญเริ่มมีขื่อมีแปมากขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่างไรก็ตามความที่เป็นคนที่ไม่ยอมอยู่เฉยๆ วายแอ็ทก็ยังคงใช้ชีวิต 30 ปีที่เหลือตระเวณไปอีกหลายแห่งทั้งในแคลิฟอร์เนีย, เนวาด้า และไปจนถึงอล้าสก้าเชียวครับ ส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพการพนันเป็นหลัก แถมด้วยการลงทุนในที่ดิน เหมืองแร่ และการขุดน้ำมันในยุคแรกๆ ในตอนท้ายๆของชีวิตจึงได้กลับมาปักหลักอยู่ที่ลอส แองเจลีส ขณะนั้นฮอลลีวู้ดเริ่มมีการสร้างภาพยนต์แล้ว และได้จ้างวายแอ็ทให้เป็นที่ปรึกษาในการสร้างหนังคาวบอยยุคที่ยังไม่มีเสียงด้วย

วายแอ็ท เอิ๊ร์ป อำลาจากโลกนี้ไปในที่สุดเมื่ออายุเกือบจะเต็ม 81 ในวันที่ 13 มกราคม 1929 ด้วยโรคชรา โดยไม่เคยรู้และไม่เคยคาดคิดเลยว่า เมื่อตายไปแล้วชื่อเสียงของตนจะโด่งดังข้ามโลก เป็นที่รู้จักของชาวบ้านมากกว่าประธานาธิบดีของสหรัฐฯ หลายคน มีผู้คนเขียนหนังสือ สร้างหนัง รวมทั้งวิเคราะห์ประวัติชีวิตและเหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับตนมากมายติดต่อกันจนถึงทุกวันนี้ นับได้ว่าเป็นแบบฉบับของตำนานมือปืนตะวันตกผู้ไม่เคยกลัวใครและอยู่ในระดับไร้เทียมทานอย่างแท้จริง สมควรได้รับสมญานามว่าเป็นมือปืนผู้คงกระพัน

เฮ้ออ่านกันเหนื่อยเลยเนอะ  สุดท้ายขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านมาทักนะครับ  :ss :ds


                 














หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 10,05, 2016, 09:34:33

                  When the nation was in peril,
                  and these old warhorses will always answered the call.
                   
                   เมื่อประเทศชาติตกอยู่ในอันตราย
                   และเหล่าม้าเก๋าสงครามเหล่านี้
                   จักตอบรับ เมื่อเรียกขานเสมอๆ.


                   (http://)(http://www.mx7.com/i/a9e/dsX51U.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5SAAHKnNf4JBzoO)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/159/GqhagW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5SANOXChEn5r7ls)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/a49/GEgqBD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5SAVgvWeZJx9KMN)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/50d/OIPYO5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5SB342WtD3KrCOd)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/c22/nCWk4z.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5SBa9CA9nglUcKs)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/bae/FHpqlk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5SBhX9Ao7ZKuyKV)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/b14/uNc1Uk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5SBA24mQEHZRXce)


                   สวัสดีเช้าวันอังคาร


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 10,05, 2016, 13:10:40

          ในหลวงของเรา มิได้เป็นเพียงกษัตริย์นักพัฒนาเท่านั้น หากต้องเป็นนักรบ หรือเป็นผู้ใช้อาวุธ พระองค์ย่อมสามารถ 

               (http://)(http://www.mx7.com/i/225/myKT0A.jpg) (http://www.mx7.com/view2/ww7YaMmPTWS1K29J)

               (http://)(http://www.mx7.com/i/cba/85xHsT.png) (http://www.mx7.com/view2/z5TMSFxw8lIpPGBk)(http://)(http://www.mx7.com/i/c00/dTe340.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TNgM5TpQjFMYCi)
             
               (http://)(http://www.mx7.com/i/d2a/CePARZ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TN7cFtL6hE2OxP)

               (http://)(http://www.mx7.com/i/c30/xe7Bjj.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TNzUWIJaaPtdts)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/bc0/hcLGqm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TNJ8os6amU2hUm)

               (http://)(http://www.mx7.com/i/b36/8xfoCy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TNRDSOUgLwmnDJ)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/dd0/ILUqyQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TO6wZsOuauFUaT)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/1ec/ZJc8oH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TOfKrcbJCBrw3h)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/9c1/wZuTZu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TOpjRBQthxqYhd)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/91f/rqcEsn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TOB1a7cBdo3dz0)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/be4/CQZVZz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TOJSDai5M18GDS)

                (http://)(http://www.mx7.com/i/a50/a1v70a.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TOT64TFeNEuRue)

                 (http://)(http://www.mx7.com/i/e85/PmDRVO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TP7heb0vb7l60R)(http://)(http://www.mx7.com/i/5f1/4HalUK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TPguFUnnvJx2Uu)
 
                 (http://)(http://www.mx7.com/i/ac5/CHplQu.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z5TQZchbJiMleDDQ)

   ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

             


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: US.Aey > ํ ํ< ที่ 10,05, 2016, 14:33:50
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: somchok ที่ 10,05, 2016, 16:20:06
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน ธุจ้า


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 12,05, 2016, 19:40:02

     Will, second to none.
     ดี ไม่เป็นสองรองใคร.

                   M-3 Submachine Gun
                   The M-3 Submachine Gun, introduced in December 1942, was a blow back design that could only be fired on fully-automatic.
                   The M-3A1 was used during both World War II and Korea.


              (http://)(http://www.mx7.com/i/131/Y9SS0i.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bSLmpoXC0emorm)
              (http://)
             
              ()(http://www.mx7.com/i/d80/4uGx8v.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bV3vSSFz76RV0S)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/efa/nlJc1z.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bVgh7qSssZwWAk)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/a45/v48rPA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bVu6i1VU0QwLcO)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/d01/AT4eZO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bVOj4U64XbLh6K)
             
              (http://)(http://www.mx7.com/i/b22/KYx9b0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bW00npsphDAbeU)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/ad9/mqWvJw.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bWebwGNs6BB3lX)(http://www.mx7.com/i/9d8/mL2g2y.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bWnoYqaHNLFLLl)(http://)(http://www.mx7.com/i/aed/oHrGCq.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bWGbQzcumWI4cJ)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/ddd/KXOvN9.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6bWz6gVwHyTsR2L)

 
    สวัสดีวันพฤหัสบดี  :ss :ds

             


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 12,05, 2016, 20:57:24
หลังจากพักสายตาอ่านกันมาพอสมควร :S วันนี้ขอนำเสนอเหตุการณ์หนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นปฏิบัติการเล็กๆ แต่ได้เรียกขวัญกำลังใจที่ตกต่ำของทหารอเมริกันที่รบในแปซิฟิกให้กลับมาอีกครั้ง...ปฎิบัติการนั้นคือ

                                                       การโจมตีสายฟ้าแลบทางอากาศ ดูลิตเติ้ล   :S


    หลังจากจอมพลญี่ปุ่น(ยามาโมโต้ )ผู้วางแผนการโจมตีสายฟ้าแลบที่เพิรล์ฮาร์เบอร์ กำลังทางเรือของอเมริกาในแถบฟิลิปปินล์ได้อ่อนแอลง  วันนี้เราลองมาดูปฏิบัติการโจมตีกรุงโตเกียวเพื่อแก้แค้นของคนอเมริกันที่ญี่ปุ่นได้บังอาจไปหักปีกอินทรี ถึงประตูหลังบ้านกันบ้าง  :ss

           (http://)(http://www.mx7.com/i/150/H1gP9P.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6c5c2c3qufd0TAt)(http://)(http://www.mx7.com/i/b5e/o67YgD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6c5Lu4fMBBBzlW2)

การโจมตีสายฟ้าแลบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เพิรล์ฮาร์เบอร์ถูกโจมตีได้ประมาณห้าเดือน โดยการกดดันของประธานาธิบดี รูสเวลต์ ซึ่งในตอนแรกทางกองทัพได้แจ้งแก่ประธานาธิบดีรูสเวลต์ว่า ไม่มีทางที่จะสามารถโจมตีญี่ปุ่นโดยที่ญี่ปุ่นไม่รู้ตัวได้เลย เนื่องจากไม่มีฐานทัพที่อยู่ใกล้ญี่ปุ่นในรัศมีที่เครื่องบินทิ้งระเบิดจะบินไปทิ้งระเบิดได้ และถ้าใช้เรือบรรทุกเครื่องบิน ก็ต้องเข้าไปใกล้ในรัศมีสามร้อยไมล์จากเกาะญีปุ่นจึงสามารถที่จะส่งเครื่องบินบนเรือบรรทุกเครื่องบินบินไปทิ้งระเบิดได้ และกว่าที่เรือบรรทุกเครื่องบินจะเข้าไปในรัศมีใกล้ขนาดนั้น กองเรืออาจจะถูกตรวจพบได้ก่อน แต่ประธานาธิบดีรูสเวลต์ยังยืนยันที่จะให้มีการโจมตีทางอากาศที่กรุงโตเกียวอยู่ "จะต้องมีทางที่จะทำได้ (That a way be found.)"

                  (http://)(http://www.mx7.com/i/c93/tRw9Hb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6c7SEcAHvP4jvlt)
                   ประธานาธิบดี รูสเวลต์

ในที่สุด ปัญหาทั้งหมดจึงได้ถูกแก้ลง จากการเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ชื่อว่า USS Hornet CV-8 โดย Capt. Francis Lowe และคณะผู้ตรวจสอบของจอมพล เออเนส คิง ซึ่งได้มีไอเดียในการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดซึ่งปกติบินขึ้นจากฐานพื้นดินและมีระยะทางบินไกลกว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ใช้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งจะใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดประเภทนี้ บินขึ้นจากดาดฟ้าของเรือบรรทุกเครื่องบิน ภายในวันที่สิบหก มกราคม ปีเดียวกันนายทหารภายใต้การควบคุมของ Lowe ที่ชื่อ Capt. Donald Duncan ได้พัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลาง "ฺฺB-25" ให้มีความสามารถในการบรรทุกลูกระเบิดรวมทั้งหมดหนึ่งตันและบินได้ไกลถึงสองพันไมล์จากเครื่องเรือบรรทุกเครื่องซึ่งมีระยะทางในการบินขึ้นที่สั้น เครื่องบินทิ้งระเบิดนี้แหละครับ ถูกกำหนดให้บินจากเรือบรรทุกเครื่องบินไปทิ้งระเบิดที่ญี่ปุ่นและบินไปลงที่เมืองในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/9de/JShY9y.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6c9N36npz1Z1ecN)
                    ภาพตัดภายใน   "ฺฺB-25"

Capt. Duncan และ  Capt. Marc Mitscher ซึ่งเป็นนายทหารเรือประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน Hornet ได้ทำงานกันอย่างลับที่สุดนอกฝั่งเวอร์จิเนียในตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ และพบว่า B-25 สามารถที่บินขึ้นจากดาดฟ้าเรือบรรทุกเครื่องบินโดยใช้ระยะทางการบินขึ้นแค่ ห้าร้อย ฟุตเท่านั้นเอง คนที่ค่อนข้างมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องบินคงจะทราบกันดีนะครับว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลางบรรทุกระเบิดเต็มอัตราศึก จะสามารถบินขึ้นได้จะต้องใช้ทางบินขึ้นระยะทางพอสมควรทีเดียว ดังนันเป็นต้องลดน้ำหนักของเครื่อง อะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องติดตั้งเช่นปืนใหญ่อากาศรอบตัวเครื่องให้เอาออกหมด แล้วตัดด้ามไม้กวาดนำมาทาสีติดตั้งแทนทำให้เหมือนว่ามีปืนป้องกันตัว  :ss

หลังจากทุกอย่างได้ถูกกำหนดตามแผนการแล้ว ในวันที่แปด เมษายน ค.ศ. 1942 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ทหารอเมริกันและฟิลิปปินส์ได้ยอมแพ้แก่ญี่ปุ่น บนคาบสมุทร Bataan  เรือบรรทุกเครื่องบิน "Enterprise" ได้แล่นออกจากเพิรล์ฮาร์เบอร์ ตามด้วยขบวนเรือคุ้มกัน มุ่งหน้าสู่แปซิฟิกตอนเหนือ จริงๆแล้วหกวันก่อนหน้านั้น เรือบรรทุกเครื่องบิน "Hornet" พร้อมทั้งขบวนเรือคุ้มกัน ได้ออกจากฝั่งซาน ฟรานซิสโกไปทางตะวันตกของมหาสมุทธแปซิฟิกแล้ว Hornet ลำนี้ได้บรรทุกเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลาง B-25 ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น หลังจากที่บรรดาลูกเรือของ Enterprise ได้พบกับขบวนเรือของ Hornet ข่าวลือต่างๆก็ได้แพร่กระจายไปท่ามกลางกองเรือทั้งสอง บ้างก็ว่าจะมีการขนย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดเหล่านั้นไปฐานทัพที่ Aleutians บ้างก็ว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดเหล่านั้นจะถูกส่งไปที่ประเทศรัสเซียบนคาบสมุทธ Kamchatka แต่แล้วเมื่อผู้บังคับการกองเรือยุทธการ จอมพล William F. Halsey ประกาศว่ากองเรือนี้จะไปทิ้งระเบิดที่กรุงโตเกียว ลูกเรือของขบวนเรือ Enterprise ได้ร้องลั่นด้วยความกระหายระคนไปกับความแปลกใจและไม่เชื่อว่าจะทำได้ขนาดนั้น  :"""

               (http://)(http://www.mx7.com/i/930/tFe2lx.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6ccwuWmXg6G2ZKu)

ตามแผนการนั้นฝูงบินทิ้งระเบิดนำโดย Col.James Doolittle จะต้องบินจากดาดฟ้าของ Hornet และทิ้งระเบิดบนจุดเป้าหมายที่กรุงโตเกียวซึ่งจะเปิดทางให้ฝูงบินทิ้งระเบิดที่เหลือซึ่งจะบินขึ้นจาก Hornet ห่างจากกรุงโตเกียวราวๆห้าร้อยไมล์บินไปทิ้งระเบิดบนเป้าหมายในกรุงโตเกียว โอซากา นาโกยา และโกเบ โดยใช้จุดทิ้งระเบิดที่ฝูงบินก่อนหน้านี้ได้ทำไว้ให้นำทาง หลังจากนั้น ฝูงบินทั้งหมดจะต้องบินมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านทะเลเหลืองและบินจากนั้นไปอีกราวๆหกร้อยไมล์ไปยังประเทศจีนและบินลงที่สนามบิน Chuchow

ทุกอย่างผ่านมาได้ด้วยดีจนกระทั่งตอนเช้าของวันที่สิบแปดเมษายน ขบวนเรือได้ตรวจพบกองเรือลาดตระเวนของญี่ปุ่น ซึ่งณ.จุดนั้นยังห่างจากจุดที่จะต้องปล่อยฝูงบินทิ้งระเบิดถึงราวๆสองร้อยไมล์ ดังนั้นผู้บังคับการกองเรือจึงตัดสินใจสั่งให้จมเรือลาดตระเวนเหล่านั้นแหละปล่อยฝูงบินทิ้งระเบิดทันที ฝูงบินทิ้งระเบิดของ Doolittle ได้บินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องห่างจากจุดที่กำหนดถึงราวๆหนึ่งร้อยเจ็ดสิบไมล์  :dfs (ห่างไกลซะเหลือเกินจะบินถึงไหมนั้น )

             (http://)(http://www.mx7.com/i/e42/RZYLzT.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6ceopZnGcMdSpDV)
             นำเหรียญที่ญี่ปุ่นมอบให้สมัยเป็นมิตรกับอเมริกาติดกับระเบิด เป็นการบอกว่าเอาของมึคืนไป  :ss
         
             (http://)(http://www.mx7.com/i/adc/1yjfLO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cfcoZxFaiLS8kG)
             ปืนไม่จำเป็นเอาไป ก็ถอดออก

             (http://)(http://www.mx7.com/i/ca7/7CM8Bz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cfxjJMorNLEj6U)(http://)(http://www.mx7.com/i/1a1/1DAx7T.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cfOGHchQvNbHtj)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/d56/njzFxi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cfZG2l4SDYJ6zf)(http://)(http://www.mx7.com/i/d5e/LJSIIH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cg7Py1BisA3aal)

            (http://)(http://www.mx7.com/i/1c0/ItW0V8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cgMf7LVifrLDju)
            ผู้การเจมส์ ดูลิตเติ้ล พร้อมลูกเรือ

            (http://)(http://www.mx7.com/i/a64/G4f8gS.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6chg1l3KeUajNwX)

หลังจากนั้นในตอนบ่าย ทุกฝ่ายได้หันเหความสนใจไปที่สถานีวิทยุของกรุงโตเกียวซึ่งออกอากาศเป็นภาษาอังกฤษและพบว่า ยังมีการออกอากาศรายการปกติอยู่ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงว่าทางญี่ปุ่นยังไม่รู้ตัวว่าจะมีการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นในไม่ช้า จากนั้นเวลาเที่ยงในกรุงโตเกียว เสียงออกอากาศจากภาษาอังกฤษได้เปลี่ยนเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว และตามด้วยความเงียบทันที ซึ่งหมายความว่าการโจมตีทางอากาศได้เกิดขึ้นแล้ว ฝูงบินได้ทิ้งระเบิดไปยังเป้าหมายต่างๆรวมทั้ง แหล่งเก็บน้ำมัน โรงถลุงเหล็ก โรงงานผลิตไฟฟ้า และทางใต้ซึ่งมีการทิ้งระเบิดที่โยโกฮาม่าและโยโกซุกะ ซึ่งรวมทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเบาลำใหม่ของญี่ปุ่นด้วย การทิ้งระเบิดครั้งนี้มีการผิดเป้าหมายไปลงยังโรงเรียนและโรงพยาบาล  :dfs

              (http://)(http://www.mx7.com/i/5e3/JogtyD.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6chV8SaDEaIcyJO)(http://)(http://www.mx7.com/i/113/IfSKPo.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cja4gaaGSYdjIk)


หลังจากนั้นฝูงบินทั้งหมดได้บินสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ในประเทศจีน แต่ว่าเนืองจากฝูงบินได้ถูกปล่อยห่างจากจุดที่แผนการเดิมไว้ถึงร้อยเจ็ดสิบไมล์  :"" จึงทำให้ฝูงบินเหล่านั้นไม่สามารถบินไปได้ตามเป้าหมาย เครื่องบินลำหนึ่งได้บินขึ้นไปทางเหนือและลงจอดที่สนามบินของรัสเซีย เครื่องบินที่เหลือสิบห้าเครื่องได้ร่อนลงในประเทศจีนซึ่งไม่ใช่จุดเป้าหมาย โชคดีที่นักบินกว่าแปดสิบคนรวมทั้งลูกเรือได้รอดชีวิตจากปฏิบัติการครั้งนี้ ลูกเรือแปดคนได้ถูกจับในจำนวนนี้สามคนถูกทหารญี่ปุ่นฆ่า ที่เหลือเสียชีวติในช่วงถูกควบคุมตัว มีลูกเรือสี่คนที่เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติการ (ใครที่ได้ดูภาพยนต์เพิรล์ฮาร์เบอร์ที่พระเอกเบ็นเอฟเฟคแสดงแล้วคงจะนึกภาพเหตุการณ์ในหนังเทียบกับเหตุการณ์จริงออกนะครับ)

                    (http://) (http://www.mx7.com/i/539/osGWPn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cke0j0ULVimBY6)
                    ซากเครื่องบิน  B 25 ที่เสียหาย

             (http://)(http://www.mx7.com/i/a9b/nG7y6n.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6ckLkj7zcBLmXrt)(http://)(http://www.mx7.com/i/9e4/P2EiiB.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6cl8mVs06VALKa1)(http://)(http://www.mx7.com/i/eeb/1Fuq9A.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6clxbrbQNPlrqZq)
                บางคนถูกจับเป็นเชลย บางกลุ่มโชคดีทหารจีนช่วยไว้

ความเสียหายจากการปฏิบัติการณ์นี้แม้ว่าจะน้อยเมื่อเที่ยบกับความเสียหายที่เพิรล์ฮาร์เบอร์ แต่เป็นการโจมตีที่ทั้งทางสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ และทำให้ขวัญและกำลังใจของทหารอเมริกันเพิ่มขึ้นอีกมากมายมหาศาลตรงตามความคาดหมายของประธานาธิบดีรูสเวลล์คาดไว้  :8

แต่ว่าประเทศจีนเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมหาศาลจากผลของการโจมตีครั้งนี้ครับ ในเดือนพฤษภาคม ปีเดียวกัน ญี่ปุ่นได้ปฏิบัติยุทธการชื่อว่า Sei-Go โดยมีเป้าหมายอยู่สองอย่างคือป้องกันไม่ให้สนามบินของจีนเป็นที่ปล่อยและร่อนลงของเครื่องบินทิ้งระเบิดซึ่งสามารถบินไปโจมตีเกาะญี่ปุ่น และลงโทษหมู่บ้านที่คิดว่าเป็นที่อาศัยพักพิงกับนักบินของปฏิบัติการนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากผลของการปฏิบัติการครั้งนี้มีถึงสองแสนห้าหมื่นคนทีเดียว ทั้งหมดที่ถูกสังหารโดยทหารญี่ปุ่นนั้นเป็นชาวจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัด Chekiang และ Kiangsu   :""


ก็อ่านกันไปดูกันไปนะครับ  :ss :ds

       


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: yah&yim ที่ 12,05, 2016, 21:03:29
มาติดตามครับ :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: maxga ที่ 12,05, 2016, 22:15:41
 :> :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 13,05, 2016, 21:19:02

    BICYCLES IN WORLD WAR

      Lighter than a foot, not fuel . Wade in many areas wheels possible .
      เบา เงียบ เร็วกว่าเท้า ไม่ใช้เชื้อเพลิง ลุยได้ในหลายพื้นที่ ที่ล้อไปได้.


      (http://)(http://www.mx7.com/i/177/7J4V6Q.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6kqiZAbbB7ZYzf5)

      (http://)(http://www.mx7.com/i/d89/iFxgJJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6kqwsM5XoIh4kMB)

       (http://)(http://www.mx7.com/i/aae/kH3eWi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6kqH68ysP7LF5h9)(http://)(http://www.mx7.com/i/1ab/9r6clh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6kqQFyY7BWcamGn)(http://)(http://www.mx7.com/i/945/gxENiQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6kr0WWKlm7kWWdC)

        (http://)(http://www.mx7.com/i/179/d0JEcy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6krcEffHOmK0ua6)

        (http://)(http://www.mx7.com/i/df4/cGsBOV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6krmzElE3v8G08c)

         (http://)(http://www.mx7.com/i/dad/SpeZeF.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6krA2Qgq8fBE0jX)

         (http://)(http://www.mx7.com/i/c5f/rB7kGY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6krLoa5uEdEBjTW)

          (http://)(http://www.mx7.com/i/1b3/v9b1K1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6ks1lcMfSnfSCVQ)

            (http://)(http://www.mx7.com/i/186/rT9e71.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6kssDzi5vCUbpnh)

           (http://)(http://www.mx7.com/i/507/h0UMZV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6ksIeDiz5Qm7wmY)

           (http://)(http://www.mx7.com/i/d81/x8KBXR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6kuDlurQgALcIVh)

           (http://)(http://www.mx7.com/i/c7f/HwYeO8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6kuPKKjLq5g7Npi)



    สวัสดีวันศุกร์


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 14,05, 2016, 20:19:22


     Sten submachine gun, 9 mm Preservation Act homeland England.
     สเตน รักษาบ้านเกิดเมืองนอนประเทศอังกฤษ.

       

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/a3f/xRrufk.gif) (http://www.mx7.com/view2/z6s5W5crGFMN1XPo)

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/5d5/X7K6b9.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6s6bGgsadYu6g1X)

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/e9c/dXdeJU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6s6kbKOYgBiD9fz)(http://)(http://www.mx7.com/i/b8e/Vv0CQR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6s6rZhPdd2awMjR)

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/555/X7xe0T.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6s6z4RsSzJJh6BN)(http://)(http://www.mx7.com/i/5db/TxvJwo.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6s6K4cBFBc4oP4E)

                     (http://)(http://www.mx7.com/i/c58/Jg4dth.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6s6ZFgC98nZJ8iN)


  สวัสดีวันเสาร์  :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 14,05, 2016, 21:53:32
สวัสดีครับฝนตกลงมาบ้างพอทุเลาลงนะครับอาการตายแดด :ss  วันนี้ดูหนังเรื่อง Fury วันปฐพีเดือด(ดูหลายรอบละ  :ss) เป็นหนังรถถังอเมริกัน ในเนื้อหนัง มีตอนที่รถถังอเมริกันดวลกับรถถังเยอรมันซึ่งมีเกราะหนามาก ก็เลยถือโอกาสนำเสนอยนต์กรรมของนาซีซะเลย นั้นคือกองพันรถถังคิงไทเกอร์

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/e0a/RwA0GT.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6schzBsruKbqvwp)

ไอ้เจ้ารถถังนี้ถังจะร้ายยังงัยดียังงัยมันก็แผลงฤทธิ์ไม่ออกหร๊อกถ้าไม่มีคนบังคับมัน แหละแน่่นอนคนบังคับที่ผมจะนำเสนอวันนี้ที่ทำให้คิงห์ไทเกอร์มีชื่อจนเป็นที่หวาดหวั่นต่อสัมพันธมิตรก็คือ...
                       
                      ไมเคิล (มิคาเอล) วิทมาน เสือรถถังเยอรมัน

                      (http://)(http://www.mx7.com/i/b76/LlASSb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sek80VFUHWkdKX)

ไมเคิล (มิคาเอล ในภาษาเยอรมัน) วิทมาน เป็นเสือรถถังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนาซีเยอรมัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เขามีสถิติในการทำลายรถถังของข้าศึกได้สูงถึง 138 คัน  :""" รถติดปืนใหญ่และปืนใหญ่อีก 132 กระบอก เป็นสถิติที่สูงที่สุดที่ไม่มีีใครจะลบลงได้ ตลอดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะเสียชีวิตในการรบกับทหารแคนาดาใกล้เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ภายหลังจากการยกพลขึ้นบกของฝ่ายสัมพันธมิตรในวันดี เดย์ ที่นอร์มังดี  :!

เขาเกิดเมื่อปี 1914 ก่อนที่จะเข้าร่วมกับกองทัพเยอรมันในฐานะทหารราบในปี 1934 และพอถึงปี 1937 เขาก็ย้ายมาอยู่หน่วยองครักษ์ที่ทำหน้าที่อารักขาฮิตเลอร์ (Hitler Bodyguard) ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ หน่วย Leistandarte Adolf Hitler - LAH ซึ่งต่อมาก็ได้รับการยกระดับให้เป็นกองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 1 ไลป์สตานดาร์ด อดอฟ ฮิตเลอร์ (1st SS. Panzer Division Leibstandarte - Adolf Hitler) หรือกองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 1 (Panzer ในภาษาเยอรมันแปลว่า Armour หรือยานเกราะ)

                    (http://)(http://www.mx7.com/i/bd9/ignvWG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sfNeycysQeR4kp)
                      วิทมาน คนซ้ายมือ

ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 ไมเคิล วิทมาน เข้าร่วมรบในแนวหน้าในการรุกเข้าสู่โปแลนด์ และฝรั่งเศส ในฐานะผู้บังคับรถยานเกราะ และรถติดปืนใหญ่อัตตาจร (Assault gun)

ต่อมาเมื่อมีการรบขึ้นในคาบสมุทรบอลข่าน ในกรีซและยูโกสลาเวีย ในปี 1941 เขาได้เป็นผู้บังคับรถถังเป็นครั้งแรก ชื่อเสียงของเขามาโดดเด่นเอาจริงๆจัง เมื่อเยอรมันบุกเข้่ารัสเซียตามยุทธการบาร์บารอสซ่า (Barbarossa)

                   (http://)(http://www.mx7.com/i/e6c/bwrrBb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sgrE7WSvZkcfgx)
                   ไมเคิล  วิทมานถ่ายภาพกับรถถัง Panzer VI - Tiger ในเครื่องแบบร้อยเอกของกองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 1 ไลป์สตานดาร์ด อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (1st SS. Panzer Division Leibstandart Adolf Hitler) ที่แขนเสื้อซ้าย บริเวณข้อมือ มีแถบนามหน่วย Adolf Hitler ติดอยู่ ที่คอเสื้อประดับเหรียญกางเขนชั้นอัศวินประดับใบโอ็ค (Knight Cross of the Iron cross with Oakleaves) ที่กระเป๋าเสื้อมีเหรียญกางเขนเหล็กชั้นที่ 1 (Iron Cross 1st Class) และติดเหรียญกล้าหาญสำหรับการต่อสู้ด้วยรถถัง (Tank badge) และเหรียญกล้าหาญสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ (Wound badge)

เขาสามารถทำลายรถถังของรัสเซียได้เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งได้รับเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็ก (Iron Cross) พอมาถึงปี 1944 ก็ได้รับรถถังรุ่นใหม่อันทรงประสิทธิภาพ นั่นคือ Panzer VI - Tiger พร้อมๆกับยอดการทำลายรถถังข้าศึก และปืนใหญ่ของข้าศึกก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กชั้นอัศวินประดับใบโอ็ค (Knight Cross of the Iron Cross with Oakleaves)

ในเดือนเม.ย. 1944 ไมเคิล วิทมาน ได้ย้ายไปอยู่กองพันรถถังหนัก เอส เอส ที่ 101 (Waffen SS. 101st Heavy Tank Battalion) ในนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส ด้วยความสามารถของเขา บวกกับประสิทธิภาพของรถถังไทเกอร์ ทำให้เขาสามารถทำลายรถถังของฝ่ายอังกฤษที่รุกเข้ามาใน Villers - Bocage ได้เป็นจำนวนมาก ในการยุทธที่นอร์มังดี ทั้งที่วิทมานมีรถถังในการบังคับบัญชาเพียง 5 คัน แต่ก็สร้างความสับสนให้กับฝ่ายอังกฤษ จนการรุกต้องชะงักลง

                           (http://)(http://www.mx7.com/i/bc6/BmxAk1.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6shBfPIa2n5pERb)
                           ภาพตัดให้เห็นถึงภายในรถถังไทเกอร์

                             (http://)(http://www.mx7.com/i/56b/oCsfaU.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6shSCN83vLFnSbp)
                             กระสุนปืนหลัก ขนาด 88 mm L/71 รถสามารถบรรทุกกระสุนสูงสุดได้ถึง 80 นัด ลำกล้องปืนหลักยาว 10 เมตร ปืนที่ถูกติดตั้งในคิงส์ไทเกอร์ในตอนแรกใช้เป็นปืนต่อสู้อากาศยานแต่มันก็ได้พิสูจน์ตนเองในบทบาทการเป็นปืนต่อสู้รถถังชั้นยอดด้วยเช่นกันด้วยกระสุนเจาะเกราะหนัก 20 kg อัตราเร็วของกระสุนที่ปากกระบอกนั้นสูงกว่า 1000 m/s เจาะเกราะหนา 150 mm ได้ที่ระยะ 2200 m  :dfs


จากผลการรบครั้งนี้ วิิทมานได้รับเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กชั้นอัศวินประดับใบโอ็คและดาบ (Knight Cross of the Iron Cross with Sword and Oakleaves) พร้อมกับได้รับการเลื่อนยศเป็นร้อยเอก

มาทราบถึงวีรกรรมของวิทมานอีกช่วงเวลาหนึ่ง
          จากที่สัมพันธ์มิตรยกพลขึ่นบกที่นอร์มังดีเรียบร้อย วิทมานก็ได้รับคำสั่งให้มาสกัดการเคลื่อนพลครั้งนี้ เขารีบเดินทางจากเบลเยี่ยมเพื่อเข้าสู่สมรภูมิทันที

          (http://)(http://www.mx7.com/i/c31/aB2Mak.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sjQVspSMGJ2qqg)
          Tiger I หมายเลข 205 ของ ไมเคิล วิทมาน ขณะมุ่งสู่นอร์มังดี

ขณะที่ออกจากเบลเยี่ยมกองร้อยของเขามีรถถังร่วมมาด้วยจำนวน 15 คัน  แต่จากการเดินทางที่เร่งรีบ อีกทั้งขาดอะไหล่ และการซ่อมบำรุง ทำให้เมื่อมาถึงนอร์มังดี ก็เหลือรถถังที่ใช้งานได้เพียงหกคัน  :dfs วิทมานได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนมว่ามีการเคลื่อนทัพของอังกฤษเข้ามาที่เมืองวิเย โบกาช (Villers-Bocage) วิทมานมาถึงวิเย โบกาช ในวันที่12 มิถุนายน จึงเลือกที่จะซ่อนพลางตัวเองอยู่ในทุ่งนาริมถนนนอกเมือง บริเวณพิกัด 213 อันเป็นทางที่กองพลยานเกราะที่ 7 จะเคลื่อนกำลังไปยังเมืองก็อง (Caen)

            (http://)(http://www.mx7.com/i/546/v59u6c.gif) (http://www.mx7.com/view2/z6sqj9so1wY7YFzr)

ขณะที่กองพลที่ 7 มาถึงเมืองวิเย่ โบกาซ ก็มีคำสั่งให้กำลังส่วนหนึ่ง มียานเกราะกึ่งสายพาน ขบวนปืนใหญ่ต่อสู้รถถังออกไปวางกำลังบนถนนนอกเมือง เป็นถนนที่มุ่งไปสู่เมืองติลลี ซูค เซย (Tilly-sur-Seulles) ในเวลารุ่งเช้า

              (http://)(http://www.mx7.com/i/d77/hznK8n.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sr2SImByRHH7Ho)
              สังเกตุดูตามตัวรถเต็มไปด้วยรอยกระสุนนานาชนิด  :II

ขณะที่ฝ่ายอังกฤษมีการเคลื่อนกำลังออกมา วิทมานได้ตรวจพบการเคลื่อนกำลังเช้านี้และรออยู่  พร้อมสมองก็คิดวางแผนการไว้โดยมิหวั่งเกรงจำนวนข้าศึกที่มีมากว่า วิทมานสั่งลูกน้องปรับขบวนเข้าโจมตีในเวลา09.00 น.

ขณะที่วิทมาน เข้ามาใก้ลใจกลางขบวนข้าศึก ฝ่ายตรวจการข้าศึกได้ตรวจพบและเเจ้งเตือนหน่วยต่างๆ ทางวิทยุ แต่สายไปเสียแล้ว วิทมานจัดการ รถถังคันแรกที่เข้าระยะยิง  รถถังCromwell คันแรกถูกทำลาย และ ขณะรถถัง Firefly หันป้อมปืนมาทาง Tigerแต่ปืนใหญ่ Tiger ของวิทมานก็ส่งกระสุน 88mm ออกไปถึงเจ้า Firefly แล้วไม่รอช้า วิทมานสั่งการให้จัดการยานเกราะกึ่งสายพานลำเลียง และขบวนปืนใหญ่ต่อต้านรถถังที่จอดเรียงอยู่เป็นแถวเหมือนเป้าซ้อมยิงวิทมานมุ่งหน้าไปตามถนนเข้าสู่ตัวเมือง วิ่งไปยิงไป โดยที่ฝ่ายข้าศึกไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน และการวางกำลังก็ยังไม่อยู่ในสภาพพร้อมรบ

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/ecc/Uqq8Pw.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6svydXM3vDK6r5k)
                        รถถัง M4 เชอรแมนฝ่ายสัมพันธมิตร

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/de1/SUefCR.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6svML5JGefOr1Do)
                       ผลงานส่วนหนึ่งของคิงไทเกอร์

                        (http://)(http://www.mx7.com/i/9ba/pKRDq0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6swtEwfZBPyaIJd)
                        (http://)(http://www.mx7.com/i/960/2dpkYf.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sBoweLQYpNnoE1)
                        สภาพสองข้างทางเข้าสู่เมืองวิเย โบกาซ หลังวิทมาน ผ่านไป
       
 ขณะที่วิทมานมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองก็ได้สั่งให้Tiger สองคันอยู่จัดการส่วนที่เหลือ หน่วยรถถังของอังกฤษก็ได้สั่งการให้ M3A3 Stuart  ออกมาป้องกันถนนเข้าเมือง แต่ด้วยปืนขนาดเบาและเกราะที่แข็งแกร่งของ Tiger ทำให้ วิทมานทำลาย M3A3 Stuart  ได้อย่างง่ายดาย

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/d0e/ddfZPK.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sAIGKioGclSHQi)
                       สภาพรถกึ่งสายพานลำเลียง ที่โดนปืนรถถังไทเกอร์

และเขารู้ว่ามีกองกำลังที่เตรียมพร้อมต้อนรับเขาอย่างเต็มที่รออยู่ในเมืองแน่ๆ วิทมานจึงถอยออกจากจุดนั้นและมุ่งหน้ากลับไปยังกองบัญชาการหน่วยยานเกหราะที่ปราสาทเมือง Orbois  มีคนขนานนามการรบครั้งนี้ว่าการเดินเล่นยามเช้าของวิทมาน

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/e2c/4dnImN.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sC4lJfjMnP1wfe)
                         ภาพที่ตั้งกองบัญชาการของวิทมาน  อยู่บริเวณปราสาทในเมือง Orbois และ ภาพบริเวณทางเข้าปราสาท

ในช่วงบ่าย หลังจากรับคำสั่งและวางแผนการรบเเล้ว วิทมานก็เคลื่อนกำลังมายังพิกัด213 อีกครั้งหนึ่งครานี้เขาก้ได้ต่อกรกับทั้ง ครอมเวลล์ และ ไฟร์ฟลายอีกครั้ง ซึ่งเข้าก็พิชิตข้าศึกลงได้ทั้งหมด

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/e2a/3btCUQ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sDr4Ef5BugGvnz)
                       ครอมเวลล์ และ ไฟร์ฟลาย ที่พิกัด213 ผลงานของวิทมานยามบ่าย

จุดมุ่งหมายต่อไปคือ ตลุยเข้าสู่เมืองวิเย โบกาซ ที่มีทั้ง รถถัง เหล่าปืนต่อต้านรถถัง ปืนใหญ่ต่อต้านรถถังรออยู่แต่วิทมานก้ได้เกรงกลัวไม่ เขาและลูกน้องแยกกันตลุยเข้าสู่ตัวเมือง

                       (http://)(http://www.mx7.com/i/cca/uUt3h2.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sF6Wq4aAaiGNra)
                        บรรดาอาวุธที่รอต้อนรับ Tiger Iจรวดต่อต้านรถถัง PIAT (Projector, Infantry, Anti Tank)

                         (http://)(http://www.mx7.com/i/1e4/OeOBaL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sFpnjwV1nvUrqF)
                        ปืนใหญ่ต่อต้านรถถัง QF 6-pounder Gun
 
การรบในตัวเมืองที่มีอาคาร ซอกซอย และการตั้งรับที่เตรียมการมาอย่างดี ทำให้Tiger เสียเปรียบ และถูกจัดการไปทีละคัน ในขณะที่Tiger อีกสองคันวิ่งมาตามถนน จอร์ช เคลมองโซ ผ่านใจกลางเมืองมายังรอยต่อถนน ปาสเตอค ก็ถูกยิงจากไฟร์ฟลายในระยะกระชั้นชิด

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/dc2/uXaJgC.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sFXph08NUJXGJg)
                                  สภาพเมือง และรถถังTiger ทั้งสองที่ถูกถล่ม

Tiger ของวิทมานก็ได้รับความเสียหายขณะย้อนกลับออกมาทางตะวันออกของเมือง และสละรถออกมาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไรขณะที่เยอรมันเข้ายึดเมืองคืนได้ Tiger ของวิทมานก็ถูกลากออกมายังพิกัด213 อีกครั้ง อาจจะถูกนำมาใช้เป็นอะไหล่ให้กลับ Tiger คันอื่น หลังจากนั้นวิทมานก็ได้รับรางวัลกางเขนเหล็กชั้นอัศวิน ประดับด้วยกระบี่ไขว้และใบโอ็ค

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/e90/3QWGVn.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sGFICfAaoWE7J8)
                                   รูปนี้ถ่ายหลังจากวิทมานได้รับเหรียญกล้าหาญดังกล่าวแล้ว สังเกตุจากเหรียญที่ห้อยคอ

ในวันที่ 8 สิงหาคม 1944 เวลาประมาณ 12.45 น. วิทมานพร้อมหน่วยของเขาอีกสามคัน ก็เคลื่อนที่เพื่อจะเข้าโจมตีเมืองเป้าหมาย แต่เขาหาได้รู้ไม่ว่ามีทั้งกองร้อยรถถังของทั้งแคนาดา(สามเหลี่ยมแดง) และอังกฤษ(วงกลมเหลือง)ตั้งหน่วยอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบรอบๆเส้นทางของเขาพอดี

                                (http://)(http://www.mx7.com/i/58e/RKEKix.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sHcGDFXchg4bHf)

เมื่อรถถัง Firefly เห็นว่ารถถัง Tiger(สี่เหลี่ยมดำ) เข้าสู่ระยะยิงแล้ว จึงระดมยิงเข้าใส่ Tiger ทันที จากนั้นรถถัง Firfly ของแคนาดาก็ยิงใส่ Tiger คันหนึ่งที่อยู่นอกระยะยิงของ Firefly อังกฤษ ซักครูหนึ่งกระสุนที่เก็บไว้ใน Tiger 007 คันนั้นเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้ป้อมปืนกระเด็นหลุดออกมานอนหงายอยู่ข้างๆลำตัวรถ

                                          (http://)(http://www.mx7.com/i/eec/s8es11.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sHzJg0nVVMDuar)

                                           (http://)(http://www.mx7.com/i/5da/Jlv7UV.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sIvvNaBNI5sW3W)
                                           ลูกกระสุนปืนรถถังที่รุมยิงบางลูกไม่ทำงานยังปักคาไทเกอร์

หลังเหตุการณ์ มีผู้พยามยามตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าหนึ่งในนั้นเป็นพยัคฆ์ร้ายวิทมาน ผลการเทียบกับประวัติทำฟัน พบว่าหนึ่งในนั้นเป็นวิทมานจริงๆ เนื่องจากวิทมานใส่ฟันปลอมที่ฮิตเลอร์ให้หมอประจำตัวทำให้หลังจากศึกบาบาร์รอสซาร์ ที่รัสเซียการรบครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากความกล้าหาญของเขาที่อายุสามสิบปี ร่างของวิทมานและผู้ร่วมรบของเขาถูกฝังไว้ที่สุสาน La Cambe

                                        (http://)(http://www.mx7.com/i/dfc/wgwmU7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6sIaX1Ca87ouaHn)



ขอบคุณครับ  :<>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 15,05, 2016, 09:17:10

       Truck longstanding mission.
       บรรทุกภารกิจมายาวนาน.


              (http://)(http://www.mx7.com/i/a46/7QHQ0B.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6wpbzztIZVQDLUn)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/da8/8WKAUN.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6wnbQZsLuWrkPEW)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/116/OUdCbL.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6wnlMoyHulILLG1)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/9fa/wMDm3k.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6wntzVyWp5i3l4l)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/180/YFdDxk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6wnBnszb3JBobxC)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/aeb/cFBjnv.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6wnMmNHYeOa5PY7)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/159/nBauA7.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6wnXm8QL4UskYZU)

             (http://)(http://www.mx7.com/i/511/2Ek9jW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6woM36njqj7gITd)

              (http://)(http://www.mx7.com/i/e90/EezBjl.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6wpZyzDI8IUCC4S)

  สวัสดีเข้าวันอาทิตย์ :ds


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: yah&yim ที่ 15,05, 2016, 11:37:51
มาร่วมศึกษาประวัติศาสตร์


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: ruang036 ที่ 15,05, 2016, 14:27:34
ตามมาชมอีกเหมือนกันครับ.. :> :>


หัวข้อ: Re: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพประวัติศาสตร์สงคราม
เริ่มหัวข้อโดย: giant15 ที่ 15,05, 2016, 14:29:38
 วันนี้มานำเสนอแม่ทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 คนหนึ่ง  ถ้าเอ่ยถึงญี่ปุ่นตอนสงครามโลก ส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อนายพลญี่ปุ่นคนหนึ่ง อาจรับรู้จากการฟังหรืออ่านหรือชมภาพยนต์มา ถือว่าคนนี้สำคัญมากเป็นตัวจักรหลักในการถล่มอเมริกันที่เพิร์ลฮาเบอเลยก็ว่าได้ และคนนั้นคือ...ยามาโมโตะ (แต่เราเรียกตามความเคยชินว่า ยามาโมโต้  :SSC )


                                                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/562/HokNvG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6xR61hOLkY5j73e)
             

              ยามาโมโ่ตะเกิดที่เมืองนะงะโอะกะ จังหวัดนีงะตะ จักรวรรดิญี่ปุ่นรับปริญญาที่โรงเรียนนายเรือของญี่ปุ่นและนิสิต เก่าของวิทยาลัยพลเรือเอกอิโซะโระกุ ยามาโมโตะ เป็นผู้บัญชาการในปีแรกสำหรับการวางแผนในสงครามหลัก เช่น การโจมตีฐานทัพเรือเพิร์ล ยุทธนาวีที่มิดเวย์ เขาเป็นนายพลเรือหัวก้าวหน้าผู้โด่งดัง ที่สนันสนุนแนวทางพัฒนาศักยภาพกองทัพเรือโดยการพัฒนาการบิน มากกว่าการต่อเรือรบขนาดใหญ่ ยามาโมโตะไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามกับสหรัฐและอังกฤษ จนถูกปองร้ายจากคนในกองทัพ แต่ก็เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมสำคัญในการวางแผนการโจมตีอ่าวเพิร์ล เขายังเป็นผู้บัญชาการสูงสุดกองเรือสหพันธ์ตลอดห้วงระยะเวลารุนรานแปซิฟิกใต้ และเป็นผู้นำการรบที่ยุทธนาวีมิดเวย์จนพ่ายแพ้ยับเยิน

                                                                             (http://)(http://www.mx7.com/i/b19/75uVIb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6xRutOSkdMGFLij)


พลเรือเอกยามาโมโตะ (จอมพลเรือยามาโมโต้) เป็นนายทหารชั้นสูง ที่มีความสำคัญและเป็นที่รักสำหรับกำลังพลแห่งจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น และประชาชนชาวญี่ปุ่น
ท่านเป็นนายทหารที่มีความคิดก้าวหน้า ได้ริเริ่มและพัฒนากองทัพเรือญี่ปุ่น และให้ความสำคัญต่อกองบินนาวี ท่านใช้ชีวิตและเรียนอยู่ในสหรัฐอเมริกาในช่วงหนึ่ง ( เรียนจบจาก มหาวิทยาลัย Harvard ) จึงเข้าใจในคนอเมริกัน ท่านไม่เห็นด้วยในการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกาตั้งแต่แรก  :J แต่ด้วยหน้าที่ที่ได้รับการมอบหมาย ความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ  ก่อนการโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์เพียงไม่กี่วัน คือ ในวันที่ 3 ธ.ค.1941 พระจักรพรรดิได้ทรงโปรดให้ ยามาโมโตะ  เข้าเฝ้าและทรงมีพระราชดำรัสว่า “ภารกิจของกองเรือผสมมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด” ยามาโมโตะได้ถวายหนังสือกราบบังคมทูลกลับว่า “ไม่ว่าร่างกายจะแหลกละเอียดเป็นผุยผงอย่างไร ข้าพระพุทธเจ้าสัญญาว่าจะบรรลุเป้าหมายแห่งการออกศึกครั้งนี้ให้จงได้” พระจักรพรรดิได้ทรงอ่านหนังสือกราบบังคมทูลอย่างชัดถ้อยชัดคำและอ่านทวนด้วยความคล่องแคล่วถึง 3 ครั้ง   :SSC




                                           (http://)(http://www.mx7.com/i/a46/UPVbtk.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6xTuynzzMJsOT9P)

                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/b99/Pr5AaI.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6xTSEVWR1wUSm1V)
                                           กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากเรือ ยูเอสเอส อริโซนา ครั้งถูกโจมตีจนจมสู่ท้องทะเล

                                            (http://)(http://www.mx7.com/i/a05/kfYvLi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6xTZKvAwEz6bdPv)


ท่านยามาโมโตะรับภาระหน้าที่เป็นผู้บัญชาการกองทัพแห่งอาทิตย์อุทัย ท่านวางแผนเพื่อเผด็จศึกอเมริกาให้เร็วที่สุด ด้วยการทำลายกองเรือแปซิฟิกที่ เพิร์ลฮาเบอร์ และฐานทัพอากาศ บนเกาะ Oahu Hawaii โดยไม่ให้ตั้งตัว รวมทั้งเข้ายึดครองแหล่งทรัพยากรที่เป็นยุทธปัจจัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ ตีกองทัพของเจ้าอาณานิคมถอยร่นออกไป  แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เรือบรรทุกเครื่องบินสำคัญของอเมริกาไม่อยู่ในอ่าว รอดจากการโจมตีจากกองบินนาวีขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น และเมื่ออเมริกาเริ่มโต้ตอบญี่ปุ่น มีการทำยุทธนาวี และยุทธเวหาอย่างดุเดือด ในทะเลและหมู่เกาะต่างๆของแปซิฟิกใต้ญี่ปุ่นต้องพ่ายแพ้ในการยุทธแห่งเกาะ Guadalcanal

                (http://)(http://www.mx7.com/i/17f/ZDuD7a.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6xYuJMjH6R64Wjv)(http://)(http://www.mx7.com/i/e32/uE5wYW.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6xYLKL3iYPf6MA2)
                 การยุทธแห่งเกาะ Guadalcanal


พลเรือเอกยามาโมโต้ จึงวางแผนที่จะเดินทางไปเพื่อปลุกปลอบกำลังใจ   :"""  แก่กำลังพลที่ยังยึดครองตามหมู่เกาะต่างๆในแปซิฟิกใต้


               (http://)(http://www.mx7.com/i/bc2/jdrnlG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6xZK18ZvtAmuNjg)


แต่ด้วยท่านมีความสำคัญที่สุดแห่งกองทัพญี่ปุ่น จึงได้รับการติดตามสอดแนมจากหน่วยข่าวกรองของอเมริกา และสามารถถอดรหัสการสื่อสารของญี่ปุ่น ทำให้ทราบกำหนดการในการเดินทางวัน เวลา จุดหมาย แม้กระทั่งพาหนะ  ( ต้องจับตายสถานเดียว  :S )
                  
การเดินทางกำหนดไว้ในเช้าวันที่18 เมษายน 1943 จากฐานบิน Rabaul บนเกาะ New Britain มุ่งตรงไปยัง สนามบิน Balalae บนเกาะเล็กๆใกล้กับเกาะ Bougainville ในหมู่เกาะ Solomon ด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด Mitsubishi G4M Betty 2 เครื่อง ( พลเรือเอกยามาโมโต้ โดยสาร และอีกลำสำหรับพลเรือโท มาโตเม่ ยูกาคิ ( Matome Ugaki )และผู้ติดตาม โดยมีเครื่องบินขับไล่ A6M Zero จำนวน 6 ลำและบินโดยนักบินเสืออากาศ บินคุ้มกัน

                              (http://)(http://www.mx7.com/i/e80/2YMoX3.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6y0eRikb1VHindt)
                              Mitsubishi G4M Betty 2 เครื่อง

                               (http://)(http://www.mx7.com/i/194/JakL8Z.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6y0OjawxnhnMM2f)
                               A6M Zero จำนวน 6 ลำ


แผนการพิฆาตพลเรือเอกยามาโมโตะถูกกำหนดขึ้นและได้รับการอนุมัติจากนายทหารระดับสูงรวมทั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาโดยกำหนดใช้เครื่องบินขับไล่ระยะไกลแบบ P-38 Lightning ติดถังเชื้อเพลิงเพิ่มเติมนอกลำตัวเครื่อง สำหรับปฏิบัติการบินจากสนามบิน Henderson บนเกาะ Guadalcanal บินสู่จุดเป้าหมายเหนือเกาะ Bougainville ในเวลาก่อน 9.45 น.ตามข้อมูลที่ถอดรหัสได้ (เดิมกำหนดใช้เครื่องขับไล่ F4F Wildcat หรือF4U Corsair ในการปฏิบัติการ แต่ทั้ง2แบบ มีรัศมีการบินไปและกลับไม่เพียงพอ) แต่แม้จะติดตั้งถังเชื้อเพลิงพิเศษ แต่ P-38 จะมีเชื้อเพลิง ณ จุดปฏิบัติการไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น แล้วบินกลับฐาน ปฏิบัติการเป็นความลับสุดยอด ภายใต้แผนปฏิบัติการชื่อ Vengeance

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/183/k8tAW3.JPG) (http://www.mx7.com/view2/z6y1np42BCENVLl6)
                                  P-38

หมู่บินของอเมริกาประกอบด้วย P-38 จำนวน 18 เครื่อง และกำหนดทีมพิฆาตเพียง 4 เครื่อง  :S  ด้วยเสืออากาศที่มีประสบการณ์ เครื่องที่เหลือจะบินคุ้มกันสนับสนุนและเป็นทีมสำรอง หมู่บินนำโดย พันตรี John Mitshell ทีมพิฆาตนำโดย ร้อยเอก Thomas G. Lanphier ร้อยโท Rex T. Barber,ร้อยโท Jim McLanahan และร้อยโท Joe Moore แต่2 ท่านหลังต้องบินกลับฐาน จากเหตุขัดข้อง ( เตรียมการกันเป็นอย่างดีกลัวพลาด  :ss)

                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/b77/VhXdcO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6y2XX9Dro7fDZJD)

หมู่บินบินขึ้นจากสนามบิน Henderson โดยบินระดับยอดคลื่นและงดการสื่อสารวิทยุ เพื่อป้องกันการถูกตรวจจับจากฝ่ายญี่ปุ่น และบินถึงจุดเป้าหมายในเวลาใกล้เคียงกับที่หมู่บินของท่านพลเอกยามาโมโต้ มาถึงเหนือเกาะ Bougailville เครื่องP-38คุ้มกันเข้าทำยุทธเวหากับ Zero เพื่อเปิดทางให้ทีมพิฆาตซึ่งเหลือแค่ 2 นาย เข้าโจมตี เครื่องบินทิ้งระเบิด Betty ทั้ง 2 เครื่อง และเป็น ร้อยโท Rex T. Barber สามารถประกบติด Betty ของพบเรือเอกยามาโมโต้ และยิงด้วยปืนกลอากาศ 4 กระบอกและปืนใหญ่อากาศอีก 1 กระบอก จนเครื่องยนตร์ลุกไหม้ ตกลงในป่าทึบเหนือ Buin บนเกาะ Bougainville และ Barber

ภาพจำลองลายเส้นการสังหารนายพลยามาโมโตะ

                                   (http://)(http://www.mx7.com/i/559/uJ1yEH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6y3RXNofaDX3jsl)

                                  (http://)(http://www.mx7.com/i/c13/9mjwW5.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6y4l23juM2pqMLd)
                                               
                                     (http://)(http://www.mx7.com/i/c75/ZX8Dmm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/z6y7gT9aXQ9kwnyI)
   
ยังยิงเครื่อง Betty อีกเครื่องตกทะเล แต่พลเรือโท ยูกาคิ ได้รับการช่วยเหลือและรอดชีวิต ฝูงบิน P-38 สลัดออกจากยุทธเวหาและรีบบินกลับฐานในสภาพน้ำมันแทบหมดถัง และมี P-38 หายสาบสูญ 1 เครื่อง เครื่องบินทิ้งระเบิด Betty ตกลงในป่าทึบ ร่างของพลเรือเอก ยามาโมโต้ ได้รับการค้นพบจากทีมค้นหาของญี่ปุ่นในวันถัดไป ท่านเสียชีวิตโดยกระเด็นออกจากซากเครื่อง Betty ในเก้าอี้โดยสารที่ตั้งตรง อยู่ใต้ต้นไม้ ในมือที่สวมถุงมือขาวยังกำ Katana (ดาบซามูไร) การชันสูตรศพ ของท่าน พบว่าท่านถูกกระสุน 0.50 คาลิเบอร์ ด้านหลังที่บริเวณหัวไหล่ และที่ทำให้ท่านเสียชีวิตในทันทีเป็น กระสุนที่เจาะเข้าด้านล