GUN IN THAILAND
23,07, 2018, 15:11:01 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประเทศอเมริกา กับ อังกฤษ กฎหมายซื้อปืนเขาเป็นอย่างไรครับ ยาก /ง่ายแค่ไหน  (อ่าน 2962 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
11,02, 2014, 16:12:14
เจี๊ยบ ปางสัก (kutingtong)
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,149



« ตอบ #15 เมื่อ: 11,02, 2014, 16:12:14 »

ในเอเซียของเรา ไทยแลนด์โอนลี่ของเราก็ดีมากแล้วนะครับ ทนๆเอาหน่อย รอจังหวะดีๆ ฟ้าเปิดๆ ค่อยคึกคักกันใหม่ ยิ้มเด้ง
บันทึกการเข้า
12,02, 2014, 01:11:50
cz_dee2
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: 12,02, 2014, 01:11:50 »

อีกคำถาม      -ที่อังกฤษมีโรงงานไรเฟิลชั้นเยี่ยม ประชาชนเขาซื้อไม่ได้เหรอครับ

                    -ปืนอัดลมที่อังกฤษมีได้มั๊ยครับ
บันทึกการเข้า
12,02, 2014, 08:40:42
Manix
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: 12,02, 2014, 08:40:42 »

จุ จุ จุ อย่าพูดดังไปครับ
หากรัฐเก็บเงินค่าธรรมเนียมการใช้ปืน 17,000 บาท/10 ปี
เห็นว่ามีปืนในประเทศ ประมาณ 6,000,000 กระบอก
จะมีเงินประมาณ แสนล้านบาท จ่ายค่าข้าวพอดีเลยครับ
ท่านระวังชี้โพรงให้กระรอกน่ะครัย อิอิ  หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า
12,02, 2014, 11:08:34
cz_dee2
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 12,02, 2014, 11:08:34 »

จุ จุ จุ อย่าพูดดังไปครับ
หากรัฐเก็บเงินค่าธรรมเนียมการใช้ปืน 17,000 บาท/10 ปี
เห็นว่ามีปืนในประเทศ ประมาณ 6,000,000 กระบอก
จะมีเงินประมาณ แสนล้านบาท จ่ายค่าข้าวพอดีเลยครับ

 ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า
12,02, 2014, 15:10:26
เจี๊ยบ ปางสัก (kutingtong)
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,149



« ตอบ #19 เมื่อ: 12,02, 2014, 15:10:26 »

เท่าที่ทราบ อังกฤษกำหนดความแรงของปืนลมครับ ถ้าจำไม่ผิด แรงปะทะไม่เกิน 12ฟุต/ปอนด์ ถือเป็นอุปกรณ์กีฬา ซื้อได้สบาย แต่เกินนี้ ต้องขออนุญาติซื้อ ส่วนไรเฟิลไม่รู้ครับ
บันทึกการเข้า
12,02, 2014, 18:45:20
p-boonma
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,191



« ตอบ #20 เมื่อ: 12,02, 2014, 18:45:20 »

จุ จุ จุ อย่าพูดดังไปครับ
หากรัฐเก็บเงินค่าธรรมเนียมการใช้ปืน 17,000 บาท/10 ปี
เห็นว่ามีปืนในประเทศ ประมาณ 6,000,000 กระบอก
จะมีเงินประมาณ แสนล้านบาท จ่ายค่าข้าวพอดีเลยครับ
อ้าว   ไหงไปชี้เล้าไก่ให้วรนุชดูเล่าครับ
เดี๋ยวก็เดือดร้อนกันเป็นแถวๆ  หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า
12,02, 2014, 19:12:17
camp_cee
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #21 เมื่อ: 12,02, 2014, 19:12:17 »

ในอังกฤษเขาไม่นิยมความรุนแรงกันครับ ตำรวจเคยพกปืนแต่หลังจากกรณีที่ตำรวจยิงคนร้ายพลาดไปโดนเด็กตาย สังคมเริ่มต่อต้านเขาจึงไม่ให้ตำรวจพกปืน เว้นแต่บางกรณีอาจพกได้แต่ต้องมิดชิดไม่เปิดเผย คนอังกฤษเองค่อนข้างมีวินัยสูงเคารพกฎหมายแค่เห็นเครื่องแบบตำรวจเขาก็ไม่ขัดขืนในการจับกุมครับ เขาฉลาดที่จะยอมให้จับกุมแล้วไปตามทนายเพื่อประกันตัวง่ายกว่าการหนีหัวซุกหัวซุนครับ ส่วนในอเมริกาแต่ละมลรัฐมีกฎหมายกำหนดต่างกันไปไม่ใช่จะเสรีจนไร้ขอบเขตครับ ระบบการอนุญาตเขามีประสิทธิภาพมากทำให้ดูเหมือนง่ายและเร็ว แต่ความเป็นจริงคนที่ถูกปฏิเสธคำขอมีมากมายก่ายกองแต่เขาร้องทุกข์อุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ ตามกรณีครับ บ้านเราทั้งช้าทั้งยุ่งยากก้ว่ากฎหมายไม่ดีซะงั้นไป
บันทึกการเข้า
12,02, 2014, 22:54:27
dave
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,305


« ตอบ #22 เมื่อ: 12,02, 2014, 22:54:27 »

เท่าที่ทราบ อังกฤษควบคุมปืนเข้มงวดกว่าสหรัฐอเมริกามาก ในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว การจัดหาปืนในสหรัฐฯ น่าจะเสรีมากที่สุด   ปกติจะตรวจสอบประวัติคนขอซื้อผ่าน Social Security Number คล้าย ๆ เลขประจำตัวบุคคลในทะเบียนราษฎร์ 13 หลักของบ้านเรา การตรวจสอบใช้เวลา 15 วัน ถ้าไม่มีประวัติก็ผ่านครับ   สมัยผมไปเรียนเมื่อยี่สิบปีก่อน ร้านวอลมาร์ทวางกล่องกระสุนไว้ขายตามทางเดิน ผมไปเห็นหนแรกนึกว่าเป็นกล่องช๊อคโกแลต (ฝรั่งอ่าน "ช็อค-เคล็ต") พอหยิบมาดูถึงเห็นว่าเป็นกล่องกระสุนขนาด  .30-06   พอถัดมาอีกปีเศษ ๆ มีคดีไอ้มืดคลั่งพกบาเร็ตต้า 92 ไปไล่ยิงคนในรถไฟใต้ดินที่นิวยอร์ค ถึงได้มีการออกกฎหมายห้ามใช้แม็กกาซีนเกิน 10 นัด (สหรัฐฯ เลิกกฎหมายนี้ไปแล้ว) จากนั้นวอลมาร์ทก็กระมิดกระเมี้ยนขึ้น เอากระสุนไปขายหลังร้าน บริเวณที่เป็นแผนกมุมสินค้ากีฬา ขายปืนเป็นล่ำเป็นสัน ยิ่งรัฐทางใต้อย่างเท็กซัสนี่หายห่วงครับ มี Gun Show แทบไม่เว้นแต่ละเดือน อยากดูปืนอะไรล่ะมีหมด ซื้อง่ายขายคล่อง แต่ปืนในงานโชว์ทุกกระบอกต้องใส่กุญแจล๊อคไว้ในโกร่งไก ไอ้ผมล่ะอยากได้นักหนา AK-74 กึ่งออโตยูโกสลาเวียผลิต มีด้ามหน้ายื่นลงมาจากกระโจมมือ ใช้กระสุน 5.56x45 ราคา 550 เหรียญ   SKS (เซกาเซ) ขนาด 7.62x39 เหลือใช้สงครามกระบอกละ 80 เหรียญเท่านั้น   ทอมสัน M1 รุ่นพลเรือนยิงกึ่งออโต ราคาจำได้เลา ๆ ว่า 300 เหรียญ ฯลฯ นี่ถ้าเอากลับมาบ้านเราได้ล่ะก็ จะซื้อหมดทั้งเอ็มทั้งอาทั้งทอม ทุกวันนี้เลยต้องเล่น CMMG .22 ไปพลาง ๆ ก่อน

ในเท็กซัส ดูเหมือนท่อเก็บเสียงก็มีขายทางไปรษณีย์ทั้ง ๆ ที่ผิดกฎหมาย เขาเอาไว้ยิงนกหนูในไร่แบบ varmint น่ะครับ และกฎหมายไอ้กันนี่ก็แปลก อย่างท่อเก็บเสียง  หรือเครื่องดักสัญญาณเรดาร์จับความเร็วที่ตำรวจทางหลวงยิงมาจับรถขับเร็ว พวกนี้ผิดกฎหมายแต่ก็มีขายกัน ประเภทเอ็งจะเอาไว้ใช้ก็ได้ แต่อย่าให้ข้าเห็นก็แล้วกัน โดนจับโดนยึดแน่ ๆ ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่ล่อซื้อ จับคนขายเสียเลย

ผมว่าแบบไทย ๆ นี่ล่ะดีแล้วครับ ไม่ต้องระแวงว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนพาเอ็มแบกอามาไล่ยิงในห้างในโรงเรียนแบบไอ้กันมันเจอทุกบ่อย ๆ นี่ขนาดกฎหมายมันแรง การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ โทรเรียก 911 รอไม่เกินห้านาที ตำรวจมาถึงหน้าบ้าน ยังมีแต่คดีอาชญากรรมเกิดขึ้นเต็มไปหมด ผมว่าปืนบ้านมันหาง่ายไปหน่อย เคยมีสถิติว่า สหรัฐฯ ผลิตปืนหนึ่งกระบอกทุก ๆ สองวินาที เท็จจริงไม่ยืนยันครับ มันมีพลเมือง 250 ล้านคน มีปืนประมาณ 70 ล้านกระบอก เฉลี่ย 4 คนมีปืนหนี่งกระบอก (ไม่นับปืนลม ปืนเก่าเพื่อการสะสม) ในขณะที่บ้านเรามีพลเมือง 65 ล้านคน มีปืน (ว่ากันว่า) 6 ล้านกระบอก (ปืนลม ปืนแก๊ป ปืนเก่าแขวนข้างฝา ฯลฯ นับหมด  หัวเราะปิดปาก) เฉลี่ยแล้ว 11 คนมีปืนหนึ่งกระบอก เทียบเป็นอัตราส่วนแล้ว คิดว่าบ้านเรามีปืนน้อยกว่ามากครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: