GUN IN THAILAND
19,10, 2018, 07:05:26 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 22 23 [24] 25 26 ... 29   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปืนยูเอสอาร์มี่ 1911 และภาพเรื่องราวของประวัติศาสตร์สงคราม  (อ่าน 36323 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
15,12, 2016, 13:49:44
สีหมอก
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 171


« ตอบ #345 เมื่อ: 15,12, 2016, 13:49:44 »

ขอบคุณครับ ชอบกระทู้แนวนี้ เดี๋ยวจะไล่อ่านตั้งแต่หน้าแรกเลย  ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
17,12, 2016, 09:16:51
logunta
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 205



« ตอบ #346 เมื่อ: 17,12, 2016, 09:16:51 »

สวัสดีเช้าวันเสาร์เช้าวันหยุด   ไม่รู้ทำอะไรดีเลยนึกได้ว่าเออมีปืนอยู่กะเขากระบอกหนึ่งเก่ามากแล้ว กระสุนก็ไม่ได้ซื้อมานานแล้ว ( บ่มีตังค์ซื้อ  หัวเราะปิดปาก ) เลยเอาออกจากตู้
ออกมาเช็ดบ้าง เดี่ยวสนิมกินหมด ( เงินน้อยไม่มีซื้อปืนใหม่  หัวเราะปิดปาก ) กล้องถ่ายก็กล้องโทรศัพท์จีน


   
   
   


ซองน่าใช้ครับ
บันทึกการเข้า
20,12, 2016, 20:02:56
giant15
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 472



« ตอบ #347 เมื่อ: 20,12, 2016, 20:02:56 »

สวัสดีวันอังคาร  ธุจ้า

วันนี้ดูหนังเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายก็เลยหาเรื่องเกี่ยวกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษประเทศดังๆ มานำเสนอให้อ่าน....บ้างท่านก็ทราบมาเป็นอย่างดีแล้ว  ุทุบๆ

วันนี้นำเสนอหน่วยยยยยย  ....   

           

พอเดาออกใช่ไหมครับ  หัวเราะปิดปาก คลุมฮูดใส่หน้ากากกันแก๊ส ปีนเข้าทางหน้าต่างบ้าง ยอดตึกบ้าง โยนระเบิดเสียงแสงเข้าไปก่อนแล้วแอสตะไพ  หัวเราะปิดปาก ครับนั้นคือ S.A.S.

หลายๆท่านคงจะรู้จักหน่วย S.A.S.จากการบุกเข้าช่วยตัวประกัน ทำงานรวดเร็วดุจเดอะฟาสต์ เก่งกาจรอบด้าน เท่สุดแสนจะบรรยาย  ยิ้มเด้ง ถ้าอยากสัมผัสกับเขาตัวเป็นๆ ลองไปจี้สถานฑูตอังกฤษดูนะครับเขามาแน่ (ล้อเล่นนะครับอย่าทำจริงละ  หัวเราะปิดปาก )

ย้อนกลับไปในดินแดนทะเลทรายแห่งอิยิปต์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่๒ได้อุบัติขึ้น รบกันทั้งบนบก บนฟ้า บนน้ำใต้น้ำ ในป่า ในเมือง ใต้ดิน ไม่เว้นแม้กระทั่งทะเลทราย เหล่านาซีได้บุกตะวันออกกลางและแอฟริกาด้วยยึดเป็นสมรภูมินรกด้วย ฝ่ายสัมพันธมิตรโดยอังกฤษเป็นหัวเรือใหญ่ ตะหนักถึงแหล่งอารยธรรมหรือหวงน้ำมันอันมหาศาลก็ไม่ทราบได้ พอถูกบุก อังกฤษก็ส่งจอมพลมอนต์โกเมอร์รี่นำทัพเข้าต่อต้ามโดยมีฐานทัพอยู่ที่ไคโร ทางฝ่ายเยอรมันก็มีสุดยอดจอมพลผู้เกรียงไกร เขาผู้นั้นคือจิ้งจอกทะเลทราย จอมพลเออร์วิน รอมเมล ผู้บัญชาการกองทัพยานเกราะอันลือลั่นของเยอรมันนี

         
                                 จอมพลมอนต์โกเมอร์รี่                                                จอมพลเออร์วิน รอมเมล

ทัพรถถังของเยอรมันนี ตะลุยเมืองแล้วเมืองเล่า เล่นเอาทหารอังกฤษถอยหนีไม่เป็นกระบวน ทำเอานักรบผู้ดีจอมล่าอาณานิคม ขวัญหนีดีฝ่อเมื่อได้ยินยี่ห้อรอมเมล ขณะนั่นนาซีภายใต้การนำของจอมพลรอมเมลได้รุกคืบเข้าใกล้กรุงไคโรเข้ามาทุกขณะ แต่ในความสิ้นหวังท้อแท้มักเกิดวีรบุรุษ และวีรบุรุษหลายท่านก็มีที่มาอันชวนพิศวง ไม่เว้นแม้กระทั่ง เอส.เอ.เอส

           
             

 

อ้าวแล้วไอ้หน่วย เอส.เอ.เอส นี้มันกำหนดเกิดมาได้อย่างไรละ มันมีที่มาจากเตียงพยาบาลนี้ละ วีรบุรุษจากเตียงพยาบาล  อาย   ไม่มีสมญานานใดอีกแล้วจะเหมาะเท่านี้ หน่วยรบที่ขึ้นชื่อว่ายอดเยี่ยม ลับสุดยอด เก่งกาจ และไม่มีใครเห็นตัวจริง มีเรื่องเล่าและวีรกรรมต่อเนื่องยาวนานไม่ด่างพร้อยในชื่อเสียงมากที่สุดในโลก มีจุดกำเนิดพิลึกพิลั่นอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ ช่วงสงครามในทะเลทรายกำลังระอุ โดยเฉพาะปี
คศ ๑๙๔๑ การรบทวีความรุนแรงมากขึ้น ทหารทั้งสองฝ่ายชิงกันกลับจุดเซฟทุกวัน(ตายนั่นแหละครับ) แต่ทหารฝ่ายอังกฤษดูจะได้รับความเมตตาจากยมบาลมากกว่า จึงได้ไปเข้าเฝ้าบ่อย โชคดีก็เจ็บ โชคร้ายก็ลาโลก  รายเนี่ย  ในจำนวนทหารที่โชคดีไม่ตายก่อนก็มีหนุ่มร่างผอมสูงสะโอดสะองนามว่า เดวิด สเตอร์ลิง
         
   
                              เดวิด สเตอร์ลิง

หนุ่มน้อยสเตอร์ลิงเข้าสู่สมรภูมิด้วยยศร้อยตรี เขาได้รับบาจเจ็บถึงขึ้นถูกส่งตัวไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลในเมืองอเล็กซานเดรียที่อิยิปต์ ความที่เขาเป็นคนค่อนข้างจะบ้าดีเดือด ฉลาด และมองปัญญาอย่างลึกซึ้ง ทำให้เขาคิดแผนการรบขึ้นมา โดยยึดหลักการรบแบบกองโจรโดยใช้กำลังรับน้อย เป็นชายฉกรรจ์ที่แข็งแรง ชำนาญการต่อสู้ ฉลาดมีไหวพริบ อดทนเป็นเลิศ มีขวัญกำลังใจ และไม่กลัวตาย ฟังดูมันบ้าสิ้นดี แต่เขาก็เขียนแผนการนี้ขึ้นมาคนเดียว  เหงื่อตกดิ

แต่มันก็ไม่ใช่ความฝันลมๆแล้งๆเท่านั้น ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกันสเตอร์ลิงก็ออกจากโรงพยาบาลแต่ไม่ได้กลับไปรบกับต้นสังกัดคือหน่วยคอมมานโดที่๘หรอก เขาจับรถไปโผล่ที่กองบัญชาการทหารตะวันออกกลางในสภาพหน่วยคอมมานโด ชุดโก้ มีไม้ค้ำยันรักแร้เดินกระโผลกกระเผกผ่านทหารยามไปอย่างหน้าตาเฉย แต่ถูกไล่ออกมาเพราะหมวดหนุ่มของเราลืมบัตรประจำตัว  เอ๋อ  จะตั้งหน่วยพิเศษแต่ดันขี้ลืมซะนี่กระไร ถึงกระนั้นด้วยความฉลาดมีไหวพริบในการแก้ไขสถานการณ์ สเตอร์ลิ้งจึงได้ทิ้งไม้ค้ำยันไว้ที่ต้นไม้ข้างรั้วค่าย แล้วจัดการแผลงฤทธิ์ของว่าที่หน่วยรบพิเศษ มุดรั้วลวดหนามเข้าไปอย่างลอยนวล  หัวเราะปิดปาก กว่าทหารยามจะหายเซ่อ เขาก็พุ่งพรวดเข้าไปถึงห้องผู้บัญชาการ ขณะนั้นคือนายพล ออชินเล็ค เพื่อเสนอแผนการรบที่เขาร่างด้วยดินสอ แต่นายพลไม่อยู่ เขาจึงเสนอต่อเสนาธิการทหารคือนายพลริทซี ว่ากันว่าริทชีคนนี้ไม่ได้มีบทบาทอะไรนัก เพราะเป็นหุ่นเชิดของออชินเล็ค แต่หุ่นเชิดอย่างเขาก็พอมีปากมีเสียงบ้าง ดังนั้นร้อยตรีเดวิด สเตอร์ลิง จึงกลับไปนอนตีพุงเอ้ยตีซิกแพครอคำตอบ ในขณะที่กองทัพรถถัง จิ้งจอกทะเลทราย ของนายพลรอมเมลผู้เกรงไกรของนาซีก็ใกล้เข้ามาเต็มที  งง

 ไม่นานนักความหวังของสเตอร์ลิงก็เป็นจริง ไม่ใช่และ ว่ากันตรงๆแล้วโครงการของเขาแทบจะไม่มีใครเชื่อน้ำยาเลย ถ้ากองทัพรถถังของรอมเมลไม่มาจ่ออยู่ที่ทะเลทรายของอิยิปต์ ทหารอังกฤษที่รู้ความสามารถของยอดนาซีคนนี้ดี หัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เกิดอาการป๊อด อยากหายตัวได้ให้รู้แล้วรู้รอดไป รถถังคันบะละหึ่มเรียงเป็นตับเตรียมยิงอยู่ทนโท่  เวียนหัว  จะหลบไปไหนก็ยาก เวิ่งว้างทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา จะมุดไปอยู่ในปิรามิดก็เกรงจะกลายเป็นคนใช้หน้าใหม่ของฟาโรห์

   
                       รถถังเยอรมัน

     
โดยภาวะจำยอมแท้ๆ  แว่นดำ  คอมมานโดกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งได้รับการอนุมัติให้ออกปฏิบัติการได้ สร้างความปลาบปลื้มให้สเตอร์ลิงเป็นอันมาก หน่วยรบของเขาได้ขึ้นตรงต่อกองพลน้อยปฏิบัติการทางอากาศ(Special Air Service Brigade) โดยใช้ชื่อย่อว่าหน่วยกองร้อยแอล(L) ก่อนที่จะกลายมาเป็นกองพัน ภายใต้ชื่อย่อว่า เอส เอ เอส(S.A.S) ภารกิจหลักที่เขาวางไว้คือวินาศกรรม ลอบทำลายคลังแสงเก็บอาวุธนะ ไม่ใช้ระเบิดพลีชีพ

เท่านั้นยังไม่สะใจ ยังไม่อลังการงานสร้างพอ บอสใหญ่ยังไม่รับเข้าทำงาน พี่แกจึงจะไปสร้างผลงานโดยไปอัดสนามบิน เครื่องบิน ยานรบทุกชนิด ลอบตลบหลังแนวรบ และอะไรก็ได้สารพัดจะนึก ที่มันทำความชิหัยวายปลวกให้แก่ข้าศึก แต่ภาระกิจแรกของกองร้อยแอลคือ จัดอาสาสมัครเพียงหยิบมือกระโดดร่มลงแนวหลังนาซี เพื่อลวงให้รอมเมลกับลิ่วล้อหลงกลเชื่อว่าอังกฤษใช้พลร่มที่เข้มแข็งเข้าโจมตี

               

ไม่มีใครคาดคิดว่าแผนลวงนี้จะได้ผล ใครจะคิดละครับว่าร้อยตรีหุ่นสำอางค์ ท่าทางสุภาพคนนี้จะบ้าดีเดือดไม่กลัวตายพาลูกน้องที่บ้าพอกันตะลุยแนวหลังข้าศึกจนระส่ำระสาย กว่าจะรู้ตัวก็หายไปกับสายลม

         

จากนั้นพวกเขาก็อาละวาดตัดดำลังเยอรมันนีอย่างกล้าหาญ เช่นว่า เอาลูกน้องไม่กี่คนใส่รถอิแต๊นแว้นส์ไปลอบก่อวินาศกรรมตามคลังแสง
สนามบิน จนนาซีจะพิการอยู่รอมร่อ แม่ทัพนายกองของฮิตเลอร์ชักวิตกแต่พลพรรคกองร้อยแอลของสเตอร์ลิงกลับสะใจ พวกเขาได้รับการตั้งชื่อใหม่ให้ฟังดูเท่ขึ้นเยอะว่าหน่วยโจมตีเพิ่มห้าบาทเอ้ย"หน่วยโจมตีพิเศษ" ข้อมูลหลายฝ่ายแจ้งยอดการโจมตีเครื่องบิน(ที่ยอดบนรันเวย์และโรงเก็บ)จนพิการว่า นาซีสูญเสียไปร่วมๆ๓๐๐ลำ ส่วนร้อยตรีของเราก็กลายเป็นแมนอ๊อฟเดอะแมท และได้ฉายา(สเตอร์ลิง สิงห์ทะเลทราย)เรื่องจริงนะ ไม่ได้โม้ เคยดูหนังไหมครับ ที่พระเอกควบรถจีบพาลูกน้องสี่ห้าคนตะลุยฝ่าหน่วยรักษาการณ์บุกเข้าสนามบินมั่ง กองบัญชาการมั่ง แล้วเต๊ะท่ายืนกราดปืนกลใส่ข้าศึก ขว้างระเบิดมือใส่เครื่องบินที่จอดอยู่ ซึ่งกว่าที่ข้าศึกจะรู้ตัวเพราะมัวชื่นชม เอ้ย!สตั้นกับการจู่โจมแบบคนไม่เต็มบาท  เหงื่อตกดิ

           <a href="http://www.youtube.com/watch?v=zgSvD9ppQMQ" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=zgSvD9ppQMQ</a>      <a href="http://www.youtube.com/watch?v=zIkn6AMdtCw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=zIkn6AMdtCw</a>

ผลปรากฏว่าพระเอกของเราได้ทิ้งความเรือหายของการจู่โจมไว้ให้ดูต่างหน้า ปล่อยให้นาซีโดดหยองแหยง ทำท่าฮึดฮัด ลากมีด ลากปืนออกมาเพื่อเอาใจนาย ทั้งๆที่ตอนพระเอกกราดปืนบนรถหน่ะ พี่แกไปมุดหัวอยู่ไหนก็ไม่รู้ หรือไม่ก็แกล้งนอนตายไปโน่น และบทบาทที่สาธยายมานี้ ก้อมาจากชีวิตจริงของตา เดวิด สเตอร์ลิง วีรกรรมที่เป็นเวรกรรมต่อนาซีในทะเลทรายแถบอัฟริกาเหนือ ไม่ได้ดังสนั่นอยู่แค่นั้น จอมเผด็จการหนวดหลิมเองก็หน้าเขียวฉุนจัด  รายเนี่ย  เมื่อได้รับรายงานที่ส่งมาจากสมรภูมิที่ตัวเองมั่นใจในฝีมือของรอมเมลจิ้งจอกทะเลทราย และที่น่าช้ำใจต่อเนื่องของฮิตเล่อร์ก็คือ สเตอร์ลิงยิงแฮททริกได้ เอ้ยม่ายช่าย สเตอร์ลิงพระเอกของเราแอนด์เดอะแก้งค์ บุกไปทลายค่ายกักกันเชลยศึกสัมพันธมิตรได้อีกหลายแห่ง แน่นอนคนทั่วไปนั้นรู้เพียงว่าทหารสัมพันธมิตรได้บุกไปช่วยเอง

                   

แต่เรื่องของสเตอร์ลิงแทบไม่มีใครรู้เลย เพราะปฏิบัติการทุกอย่างของหน่วยจู่โจมพิเศษ เอส เอ เอส เป็นความลับ ที่เราได้รู้กันแค่เนี้ยก็ถือว่ามากโขอยู่ แต่ทางการอังกฤษหน่ะ รู้เต็มอกว่า เอส เอ เอส ชอบทำไม่ชอบโม้ ทุกอย่างขอร้องให้ปกปิดเพราะพวกเขาใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรไม่อยากให้ข้าศึกรู้ ขืนรู้แกวจะแอบโจมตีได้ง่ายๆเหรอ  หัวเราะปิดปาก

 จากความสำเร็จในอัฟริกาเหนือ สเตอร์ลิงกับเพื่อนตายในนามเอส เอ เอส ก็ถูกส่งให้ไปปฏิบัติการในยุโรป สมรภูมิหฤโหดที่เป็นชนวนสงคราม เขากับหน่วยรบนิรนาม ไปโผล่ที่โน่นที่นี่เหมือนผีลอบก่อวินาศกรรมให้พลพรรคนาซีดิ้นแด่วๆ กระอักเลือดอย่างเจ็บช้ำ ในดินแดนอาทิฝรั่งเศส เบลเยี่ยม กรีซ ฮอลแลนด์ อิตาลี ซึ่งเราก็ทราบอยู่แล้วว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใต้อุ้งเท้าของนาซีด้วยความไม่เต็มใจ ยกเว้นมุโสลินี ที่บ้าอำนาจพอๆกับฮิลเล่อร์ และไม่ว่าประเทศไหนก็ตามที่ถ