GUN IN THAILAND
23,10, 2018, 10:39:32 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Oplot-M ทัพบกไทยรถถังแบตเสื่อม จริงเปล่าเนี้ยยยยย....  (อ่าน 7957 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
26,01, 2018, 21:54:46
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,572



« ตอบ #90 เมื่อ: 26,01, 2018, 21:54:46 »

ข่าวเมียนมาซื้อ SU-30 เหมือนนกกระจอกกับพญาอินทรีย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27,01, 2018, 07:36:00 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
27,01, 2018, 07:59:03
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #91 เมื่อ: 27,01, 2018, 07:59:03 »

ข่าวเมียนมาซื้อ SU-30 เหมือนนกกระจอกกับพญาอินทรีย์
สบายใจได้ครับ ปัจจุบันพม่า มีผลประโยชน์ร่วมกับเราเยอะ คงไม่มารบกัน พม่า วิตกจีนกับบังกลาเทศมากกว่า
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
09,02, 2018, 17:37:06
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #92 เมื่อ: 09,02, 2018, 17:37:06 »

http://aagth1.blogspot.com/2018/02/kalashnikov-ak-100.html?m=1


ไทยลงนามสัญญาจัดหาปืนเล็กยาว Kalashnikov ตระกูล AK-100 รัสเซีย


ไทยและรัสเซียได้ลงนามในข้อตกลงการจัดหาปืนเล็กยาวจู่โจมจาก Kalashnikov ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธปืนประจำกายที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยการจัดส่งปืนชุดแรกมีกำหนดภายในปีนี้(2018)
ตามที่ Mikhail Petukhov รองผู้อำนวยการกองบริการสหพันธรัฐเพื่อความร่วมมือทางทหาร-เทคนิค(FSMTC: Federal Service for Military-Technical Cooperation) รัฐบาลรัสเซียกล่าว

"ปีนี้ราชอาณาจักรไทยจะได้รับมอบปืนเล็กยาวจู่โจม Kalashnikov ในจำนวนมากเพียงพอที่กองทัพไทยจะสามารถจัดตั้งกำลังรบได้หนึ่งถึงสองกองพล"
นาย Petukhov กล่าว ซึ่งขณะนี้เขาเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนของทางการรัสเซียในงานแสดงการบินและอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Singapore Airshow 2018 ณ ศูนย์จัดแสดง Changi Exhibition Centre สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 6-11 กุมภาพันธ์

ทางการรัสเซียไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าปืนเล็กยาวที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ Kalashnikov รุ่นใดที่ได้รับการสั่งจัดหาจากประเทศไทย อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวในภาคระบบความร่วมมือทางทหาร-เทคนิครัสเซียเปิดเผยกับ TASS ว่า
น่าจะเป็นปืนเล็กยาวในตระกูล AK-100 รัสเซีย เช่น ปืนเล็กยาว AK-103M รุ่นปรับปรุงใหม่ ขนาด 7.62x39mm หรือปืนเล็กสั้น AK-104 ขนาด 7.62x39mm

ก่อนหน้านี้ กองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร ได้มีการสั่งจัดหาปืนเล็กยาวจู่โจม AK-102 ขนาด 5.56x45mm จาก Kalashnikov รัสเซียในปี พ.ศ.๒๕๕๓(2010)
โดยปืนเล็กยาว AK-102 ที่ อส.รด.สั่งจัดหาจำนวนประมาณ ๑,๘๐๐กระบอก ส่วนใหญ่มักพบว่าถูกแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการในชายแดนภาคใต้เพื่อการรักษาความสงบในพื้นที่

อีกส่วนคือโครงการจัดหาปืนเล็กยาวขนาด 7.62mm (ห้วงที่๒) โดย กรมมสรรพาวุธทหารบก สำหรับสนับสนุนหน่วยทหารพรานของกองทัพบกไทยในงบประมาณปีผูกพัน พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๓(2017-2020)
โดยก่อนหน้าในปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014) กองทัพบกไทยได้มีการจัดหาปืนเล็กสั้น Norinco CQ-A จีนขนาด 5.56x45mm(ลอกแบบปืนเล็กสั้น Colt M4 สหรัฐฯ) จำนวน ๑,๓๔๔กระบอก สำหรับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานในชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้เดิมทหารพรานของกองทัพบกไทยตั้งแต่แรกก่อตั้งในปี พ.ศ.๒๕๒๑(1978) พบว่ามักใช้อาวุธประจำกายของรัสเซียและจีนซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการยึดได้จากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์และกองกำลังต่างชาติในสงครามช่วงปี 1970s-1980s
โดยเฉพาะปืนเล็กยาวจู่โจม AKM รัสเซียและ Type 56 จีนที่ใช้กระสุนขนาด 7.62x39mm ซึ่งเก่าและล้าสมัย จึงเป็นไปได้ที่ทหารพรานกองทัพบกไทยจะได้รับมอบปืนใหม่มาทดแทนในส่วนนี้ครับ
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
11,02, 2018, 20:32:50
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #93 เมื่อ: 11,02, 2018, 20:32:50 »

http://aagth1.blogspot.com/2018/02/cn-235-220-mpa.html?m=1
กองทัพเรือไทยเตรียมจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล CN-235-220 MPA อินโดนีเซียใหม่ ๓เครื่อง

Indonesian Navy CN-235-220 Maritime Patrol Aircraft

กองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy) และ PT Dirgantara Indonesia(PTDI) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมอากาศยานของอินโดนีเซียขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมเจรจาเพื่อการทำสัญญาล่วงหน้า
สำหรับการจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล CN-235-220 MPA(Maritime Patrol Aircraft) จำนวน ๓เครื่อง ซึ่งมีพื้นฐานจากเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ใบพัด CASA/IPTN CN-235(ปัจจุบัน Airbus/PTDI)

ตามที่ Jane’s ได้พูดคุยกับรองประธานฝ่ายขายของ PTDI อินโดนีเซีย Ade Yuyu Wahyuna ในงานแสดงการบินและอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Singapore Airshow 2018 ณ ศูนย์จัดแสดง Changi Exhibition Centre สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 6-11 กุมภาพันธ์
กล่าวว่าการเจรจาในขั้นนี้ได้เริ่มต้นไปเมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๑(2018) และการลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการคาดว่าจะมีผลเป็นรูปธรรมก่อนสิ้นปีนี้

เครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีขนาดกลาง CN-235 ที่ติดตั้งระบบในรูปแบบเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเลได้รับการจัดหาไปใช้งานแล้วหลายประเทศ เช่น HC-144 Ocean Sentry(CN-235-300 MP Persuader) หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ(US Coast Guard) ๑๘เครื่อง,
กองทัพเรือโคลัมเบีย ๓เครื่อง, กองทัพเรือเอกวาดอร์ (CN-235 MPA Persuader) ๑เครื่อง, กองทัพเรือเม็กซิโก(CN-235MP 300) ๓เครื่อง, กองทัพเรือตุรกี(เฉพาะรุ่น MPA) ๔เครื่อง และหน่วยยามฝั่งสาธารณรัฐเกาหลี(Korea Coast Guard) ๔เครื่อง

กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy,TNI–AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ได้มีการสั่งจัดหา CN-235 MPA รวม ๑๑เครื่องซึ่งล่าสุดได้รับมอบแล้วราว ๕เครื่อง โดย PTDI อินโดนีเซียได้รับสิทธิบัตรในการผลิตเครื่องบินลำเลียง CN-235 ในประเทศ
โดยในรุ่นลำเลียงทางยุทธนอกจากในกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force,TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) เองราว ๑๐เครื่อง ยังสามารถผลิตส่งออกให้กับหลายประเทศ

รวมถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย(Royal Thai Police) ในรุ่นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี CN-235-200M ๑เครื่อง และ CN-235-220M ๑เครื่อง
ซึ่งบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (Thai Aviation Industries) ไทยได้ลงนามข้อตกลงกับ PT Dirgantara อินโดนีเซีย ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายและร่วมการผลิตเครื่องบินลำเลียง CN235-220 ในประเทศไทย ไปเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗(2014)


ทั้งนี้ กองการบินทหารเรือ กองทัพเรือไทยได้ปลดประจำการเครื่องบินตรวจการณ์ต่อต้านเรือผิวน้ำ บ.ตผ.๒ก/ข P-3T ๒เครื่องที่เข้าประจำการในปี พ.ศ.๒๕๓๖(1993) และ UP-3T ๑เครื่องที่เข้าประจำการในปี พ.ศ.๒๕๓๙(1996) ฝูงบิน๑๐๒ กองบิน๑ ทั้ง ๓เครื่องในปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014)
ทำให้กองทัพเรือไทยขาดเครื่องบินตรวจการณ์ที่มีขีดความสามารถในการลาดตระเวนปราบเรือดำน้ำมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว จึงเป็นที่มาของโครงการจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเลใหม่ ๓เครื่องที่คาดว่าจะเพื่อทดแทน บ.ตผ.๒ Lockheed P-3T สหรัฐฯที่ปลดไปแล้วดังกล่าว

โดยปัจจุบันกองการบินทหารเรือ กองทัพเรือไทยมีเครื่องบินต่อต้านเรือผิวน้ำ บ.ตผ.๑ F-27 Mk200 เนเธอร์แลนด์ ฝูงบิน๑๐๒ ๔เครื่องที่เข้าประจำการในปี พ.ศ.๒๕๓๐(1987) ซึ่งสามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ AGM-84 Harpoon ได้
รวมถึงเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล บ.ลว.๑ Do-228 เยอรมนี ฝูงบิน๑๐๑ ๗เครื่องที่เข้าประจำการในปี พ.ศ.๒๕๓๔(1991) ๓เครื่อง ๒๕๓๘(1995) ๓เครื่อง และ ๒๕๔๖(2003) ๑เครื่อง ซึ่งทั้งหมดต่างมีอายุการใช้งานมานานแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11,02, 2018, 20:34:56 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
12,02, 2018, 19:39:13
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,572



« ตอบ #94 เมื่อ: 12,02, 2018, 19:39:13 »

ตามอ่านครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09,06, 2018, 13:18:35 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
15,02, 2018, 09:06:27
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #95 เมื่อ: 15,02, 2018, 09:06:27 »

http://aagth1.blogspot.com/2018/02/airbus-helicopters-tai.html?m=1

Airbus Helicopters และ TAI ไทยลงนามความร่วมมือการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพไทย

บริษัท Airbus Helicopters และบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI: Thai Aviation Industries) ไทยได้ร่วมลงนามข้อตกลงในการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ของ Airbus ที่ประจำการในสี่เหล่าทัพของไทยเป็นเวลามากกว่าสองปี
ตามที่บริษัทผู้ผลิตอากาศยานปีกหมุนฝรั่งเศส-เยอรมนีได้กล่าวในงานแสดงการบินและอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Singapore Airshow 2018 ณ ศูนย์จัดแสดง Changi Exhibition Centre สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 6-11 กุมภาพันธ์

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวบริษัท TAI ไทยจะกลายเป็นผู้ให้บริการหลักของ Airbus Helicopters ในไทยสำหรับกองทัพบกไทย(Royal Thai Army), กองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy), กองทัพอากาศไทย(Royal Thai Air Force) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(Royal Thai Police)
โดยบริการหลังการขายของ Airbus Helicoptes ในชื่อชุด Hcare ครอบคลุมทั้งอะไหล่, เครื่องมือ และการฝึกจะสามารถเข้าถึงได้ง่ายต่อสี่เหล่าทัพของไทยผ่านทางโรงงานและสถานที่ของ TAI ในประเทศไทย

ปัจจุบันกองทัพไทย(Royal Thai Armed Forces) และตำรวจไทยได้มีการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Airbus Helicopters เข้าประจำการแล้วเป็นจำนวนกว่า ๔๐เครื่องประกอบด้วย
กองทัพบกไทยมี เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวน/ติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๕๕๐ AS550 C3(H125M) ๘เครื่อง, เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๗๒ UH-72A Lakota ๕เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๑๔๕ EC145 T2(H145) ๖เครื่อง

กองทัพเรือไทยมี เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง ฮ.ลล.๖ H145M(EC645 T2) ๕เครื่อง กองทัพอากาศไทยมี เฮลิคอปเตอร์แบบ๑๑  ฮ.๑๑ EC725(H225M) ๖เครื่อง โดยกำลังอยู่ระหว่างการรอรับมอบเครื่องระยะที่๓ จำนวน ๒เครื่อง และระยะที่๔ อีก ๔เครื่องรวมสั่งจัดหาแล้ว ๑๒เครื่อง
กองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยมี เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป EC155B-1(H155) ๕เครื่อง,เฮลิคอปเตอร์ค้นหาและช่วยชีวิต AS365 N3+ Dauphin ๒เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป H175 ๒เครื่อง และ กรมแผนที่ทหาร กองทัพไทยมี EC155 B1 ๒เครื่อง

พลอากาศเอก นิทัศน์ ศิริมาศ กรรมการผู้จัดการบริษัทอุตสาหกรรมการบิน กล่าวว่า "ความเป็นหุ้นส่วนใหม่นี้จะช่วยเสริมสร้างตำแหน่งของเราในฐานะผู้ให้บริการด้านอากาศยานระดับที่บ้านเรานี้ ขณะที่โลกกาภิวัตน์การปฏิบัติการของเราเพื่อมอบคุณภาพการบริการในระดับมาตรฐานสากล
เรากำลังมองไปข้างหน้าเพื่อเปิดบทใหม่กับ Airbus Helicopters เพื่อนำพาความสามารถทางเทคนิคของไทยด้านการบำรุงรักษาเฮลิคอปเตอร์ให้สูงมากยิ่งขึ้น"

"เรามีความสุขอย่างยิ่งในความร่วมมือกับ TAI ไทยเพื่อเพิ่มพูนการสนับสนุนของเราต่อผู้ปฏิบัติงานของกองทัพและหน่วยงานรักษากฎหมายในไทย TAI ไทยเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้มากที่สุดและเป็นจุดสนใจที่เหมาะสมที่สุดระหว่าง Airbus กับกองทัพไทยและตำรวจไทย
ตามข้อตกลงอันสำคัญใหม่นี้ Airbus ได้ให้บริการเฮลิคอปเตอร์ที่หลากหลายอันน่าประทับใจที่ขณะนี้มีพร้อมในประเทศไทย เช่นที่เรามุ่งมันเพื่อพัฒนาระบบนิเวศที่แข็งแกร่งต่อลูกค้าของเรา" Philippe Monteux หัวหน้าฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกของ Airbus Helicopters กล่าว

การขยายการบริหารจัดการวัสดุ, การซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์และการปรับปรุง, การสนับสนุนทางเทคนิค, การปฏิบัติการการฝึกและการบิน, เช่นเดียวกับการเชื่อมโยงการบริการ
โดยชุด HCare ของ Airbus Helicopters ที่มีความยืดหยุ่นสูงอันหลากหลายในรูปแบบการช่วยเหลือการขยายการสนับสนุนลูกค้าผู้ใช้งานเฮลิคอปเตอร์ที่มีและการปรับแต่งกำหนดการบำรุงรักษาของพวกมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
20,02, 2018, 16:31:11
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #96 เมื่อ: 20,02, 2018, 16:31:11 »

http://aagth1.blogspot.com/2018/02/265.html?m=1
กองทัพเรือไทยทำพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.265 ลงน้ำ


วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2561) เวลา 15.39 น. พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ชุดเรือ ต.265 จำนวน 5 ลำ ลงน้ำ
โดยมี นางเกสรา ประทุมสุวรรณ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ในฐานะภริยาผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือ ณ อู่ต่อเรือ บริษัท มาร์ซัน จำกัด ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

ตามยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ พ.ศ.2551 - 2560 กำหนดความต้องการเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง (ตกช.) รวม 24 ลำ เพื่อใช้ในภารกิจต่าง ๆ โดยมีแผนปลดเรือตรวจการณ์ชายฝั่งที่ใช้ราชการมานานและครบกำหนดปลดระวาง ตั้งแต่ปี 2558 - 2560 รวม 14 ลำ
จึงมีความจำเป็นต้องการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่งทดแทนเรือที่จะปลดระวาง ซึ่งการจัดหาครั้งนี้เป็นการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่งเพิ่มเติมให้เพียงพอต่อการใช้งาน เพื่อตอบสนองต่อภารกิจตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ
สำหรับการจัดและเตรียมกำลังสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของทัพเรือภาคและหน่วยเฉพาะกิจของกองเรือยุทธการ และให้การสนับสนุนอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

การดำเนินโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่งที่ผ่านมา กองทัพเรือได้ทยอยจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่งทดแทนมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ
โครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ชุดเรือ ต.228 (ต.228 - ต.230) จำนวน 3 ลำ ผูกพันงบประมาณ 3 ปี (2554 - 2556) ได้รับมอบตามสัญญาฯ เรียบร้อยแล้ว เมื่อปี พ.ศ.2556
โครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ชุดเรือ ต.232 (ต.232 - ต.237) จำนวน 6 ลำ ผูกพันงบประมาณ 3 ปี(2557 - 2559) ได้รับมอบตามสัญญาฯ เรียบร้อยแล้ว เมื่อปี พ.ศ.2559
โครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง จำนวน 4 ลำ (ต.261 - ต.264) ได้รับมอบตามสัญญาเรียบร้อยแล้วเมื่อปี 2560
และโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง จำนวน 5 ลำ (ต.265 - ต.269) ที่ได้มีพิธีปล่อยลงน้ำในวันนี้

สำหรับการจัดหาเรือตรวจการชายฝั่ง โดยการว่าจ้างให้ บริษัท มาร์ซัน จำกัด เป็นผู้ดำเนินการนับได้ว่าเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการต่อเรือภายในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการประหยัดงบประมาณมากกว่าการจัดหาจากต่างประเทศ
โดยเรือตรวจการณ์ชายฝั่งจะเข้าประจำการใน กองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ มีภารกิจในการตรวจการณ์ สกัดกั้น ลาดตระเวน ป้องกันการแทรกซึมทางทะเลและชายฝั่ง คุ้มครองเรือประมง และเรือพาณิชย์
ป้องกันและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติบริเวณชายฝั่งทะเลในอ่าวไทย และทะเลอันดามัน รักษากฎหมายในทะเลตามอำนาจหน้าที่ที่กองทัพเรือได้รับมอบหมาย รวมถึงการถวายความปลอดภัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์

คุณลักษณะที่สำคัญของเรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดใหม่ของกองทัพเรือ
ขีดความสามารถปฏิบัติการรบ (Combat Capabilities) สามารถปฏิบัติภารกิจได้ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณชายฝั่งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน สามารถตรวจจับ ติดตามและพิสูจน์ทราบเป้าผิวน้ำ
สามารถป้องกันตนเองจากเรือผิวน้ำและอากาศยานข้าศึกได้ตามสมรรถนะของอาวุธประจำเรือ สามารถปฏิบัติการทางเรืออย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุงเพิ่มเติมได้ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง สามารถปฏิบัติงานได้ในสภาพทะเลไม่น้อยกว่า Sea State 2
สามารถตรวจค้นเรือที่ต้องสงสัย ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ และมีความสามารถการทรงตัวที่ดีในการบังคับเรือ และบังคับเลี้ยวในการปฏิบัติงานที่ความเร็วสูง (Maneuverability)

คุณลักษณะทั่วไปของเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง (Ship System Performance)
ระวางขับน้ำเต็มที่โดยประมาณ 45ตัน ขนาดของเรือ ความยาวตลอดลำ 21.40เมตร ความกว้างสูงสุด ของเรือ 5.56เมตร ความลึกของเรือ (Molded Depth) 3.15เมตร กินน้ำลึกตัวเรือ (Molded Draught) 1.05เมตร
ความเร็วสูงสุดต่อเนื่องที่ระวางขับน้ำเต็มที่ไม่น้อยกว่า 30 นอต กำลังพลประจำเรือ 9 นาย สามารถปฏิบัติงานในทะเลได้ต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุง
ระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 350 ไมล์ทะเล ด้วยความเร็วเดินทางมัธยัสถ์ (15 นอต) ที่ระวางขับน้ำเต็มที่ (Full Load Displacement)
ขนาดและสัดส่วนของโครงสร้างตัวเรือได้รับการตรวจสอบ และรับรองจากสมาคมจัดชั้นเรือ DNV แห่งประเทศนอร์เวย์ โดยโครงสร้างตัวเรือและแผ่นเปลือกเรือทำด้วยอลูมินัมอัลลอยเกรดที่ใช้ในการต่อเรือโดยเฉพาะ (Marine Grade)
ระบบขับเคลื่อนประกอบด้วย เครื่องจักรใหญ่ดีเซลเรือตราอักษร MAN รุ่น D2862 LE463 พร้อมเพลาใบจักร จำนวน 2 ชุด ซึ่งผลิตกำลังได้เครื่องละ 1,029 กิโลวัตต์ ทำให้มีกำลังเครื่องจักรรวม 2,058 กิโลวัตต์
ขับเพลาใบจักรและใบจักรผ่านชุดคลัชท์และเกียร์ทด จำนวน 2 ชุด โดยที่ระบบเพลาและใบจักรซ้าย-ขวาเป็นแบบ Fixed Pitch Propeller (FPP) จำนวน 2 ชุด

อาวุธประจำเรือ
อาวุธปืนหลัก ปืนกลขนาด 20 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก บริเวณหัวเรือ
อาวุธปืนรอง ปืนกลขนาด .50 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก พร้อมกับเครื่องยิงลูกระเบิด 81 มิลลิเมตร ร่วมแกน จำนวน 1 กระบอก ติดตั้งบริเวณท้ายเรือ

พิธีปล่อยเรือลงน้ำ เป็นพิธีที่มีมาตั้งแต่ครั้นโบราณกาล เมื่อถึงเวลาปล่อยเรือเดินทะเลลงน้ำจะต้องทำพิธี เพื่อให้เกิดสวัสดิมงคลแก่ตัวเรือเสียก่อน
ในสมัยปัจจุบันพิธีปล่อยเรือลงน้ำ แบบสากล ให้สุภาพสตรีเป็นผู้ประกอบพิธีโดยวิธีปล่อยขวดแชมเปญกระทบหัวเรือ
การนี้สืบเนื่องมาจากการดื่มอวยพรด้วยถ้วยเงิน เมื่อดื่มแล้วก็ขว้างถ้วยขึ้นไปบนเรือปรากฏว่าสิ้นเปลืองมาก จึงเปลี่ยนเป็นขว้างขวดกับหัวเรือแทน
คราวหนึ่งสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีได้ขว้างขวดแชมเปญไม่ถูกหัวเรือ แต่กลับไปถูกแขกที่มาในงานพิธีบาดเจ็บ จึงได้ใช้เชือกผูกคอขวดเสียก่อนเสมอ
จนถึงปัจจุบันนี้พิธีปล่อยเรือลงน้ำของราชนาวี เฉพาะที่มีหลักฐานปรากฏในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2454
ส่วนเรือหลวงที่สร้างจากต่างประเทศที่มีหลักฐานปรากฏ ได้แก่ เรือหลวงเสือคำรณสินธุ์ ประเภทเรือพิฆาต มีพิธีปล่อยเรือลงน้ำ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2453 ณ อู่กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับเรือหลวง ตัวเรือเป็นเหล็ก สร้างโดยกรมอู่ทหารเรือที่มีพิธีปล่อยเรือลงน้ำเป็นครั้งแรก คือ เรือหลวงสัตหีบ (ลำที่ 1)
 ซึ่งมีคุณหญิงวิจิตรา ธนะรัชต์ ภริยา จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ในขณะนั้น) เป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2500

กองประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
https://www.facebook.com/prthainavy/posts/1807845772600104
https://www.facebook.com/prthainavy

เรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.265 จำนวน ๕ลำประกอบด้วย ต.265, ต.266, ต.267, ต.268 และ ต.269 ซึ่งทำพิธีวางกระดูกเมื่อ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๙(http://aagth1.blogspot.com/2016/04/blog-post_25.html) ได้มีการทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ซึ่งอู่ต่อเรือบริษัท Marsun ไทยยังคงดำเนินการสร้างเรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.270 จำนวน ๕ลำประกอบด้วย ต.270, ต.271, ต.272, ต.273 และ ต.274 ที่ทำพิธีวางกระดูกเมื่อ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๐ (http://aagth1.blogspot.com/2017/03/261-4-5.html)
ทำให้ขณะนี้กองทัพเรือไทยมีเรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.228 ประกอบด้วยเรือ ต.228, ต.229 และ ต.230 รวม ๓ลำ, ชุดเรือ ต.232 ประกอบด้วย ต.232, ต.233, ต.234, ต.235, ต.236 และ ต.237 รวม ๖ลำ และชุดเรือ ต.261 ประกอบด้วย ต.261, ต.262, ต.263 และ ต.264 รวม ๔ลำ
เมื่อรวมกับชุดเรือ ต.265 ๕ลำที่น่าจะมีการรับมอบเรือภายในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) นี้จะรวมเป็น ๑๘ลำ และเมื่อรวมกับชุดเรือ ต.270 อีก ๕ลำในอนาคต และเรือ ต.227 ที่เข้าประจำการในปี พ.ศ.๒๕๕๐(2007) จะทำให้กองทัพเรือมีเรือตรวจการณ์ชายฝั่งใหม่รวมทั้งหมด ๒๔ลำครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20,02, 2018, 16:36:15 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
13,03, 2018, 09:00:09
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #97 เมื่อ: 13,03, 2018, 09:00:09 »

https://www.prachachat.net/politics/news-129087

“ประวิตร” ไฟเขียว จัดหาอากาศยานไร้คนขับ ใช้ตรวจเรือประมง

เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 12 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย(ไอยูยู) พร้อมเห็นชอบการจัดหาระบบอากาศยานไร้คนขับ(ยูเอวี) เพิ่มให้ศูนย์ศรชลเขต 3 ศูนย์ สำหรับใช้ตรวจติดตามเรือประมงที่ผิดกฎหมายนอกน่านน้ำ และปรับอัตรากำลังพลของศูนย์เข้าออกเรือให้เหมาะสมกับภาระงานและขับเคลื่อนการทำงานศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิสให้เป็นรูปธรรม โดยผู้ปฏิบัติงานที่ศูนย์จะมีอำนาจในการลงนามใบอนุญาตหรือสัญญาให้จบในที่เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวประมง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร เน้นให้ทุกส่วนปฎิบัติหน้าที่อย่างจริงจังในเรื่องที่เร่งด่วนและกระทบต่อการส่งออกสัตว์น้ำ ยกระดับมาตรฐานการทำประมงให้สอดคล้องกับสากลเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประเทศกลับมา รวมทั้งการใช้แรงงานภาคประมงที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือแรงงานภาคบังคับและการรับส่วยทำประมง ต้องไม่ให้มีเด็ดขาด เพื่อให้ผ่านการประเมินเรื่องไอยูยูให้ได้

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าเรื่องการตรวจสอบจัดการเรือประมงที่ผิดกฎหมาย โดยพบว่ามีเรือที่ไม่พบเจ้าของ 415 ลำ เรือที่ถูกออกหมายจับ 150 ลำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกใบอนุญาตการทำประมงพาณิชย์ ปี 2561-2562 ซึ่งมีผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตทำประมง จำนวน 10,765 คำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบการเข้าออกของเรือตามที่ยื่น นอกจากนั้นจะเน้นการทำประมงให้เข้มข้น มีการอบรมเจ้าหน้าที่ศูนย์เข้าออกเรือประมง 32 แห่ง และชาวประมง 8,500 คน เพื่อให้เข้าใจกฎหมายใหม่ที่ออกมาบังคับใช้ และจะเพิ่มความเข้มข้นการตรวจพิสูจน์ทราบที่มาการนำเข้าสัตว์น้ำ ซึ่งสหภายุโรป(อียู)ให้ความสำคัญเรื่องที่มาของสัตว์น้ำ โดยจะประสานกับองค์การจัดการระดับภูมิภาคประเทศที่เกี่ยวข้องในการร่วมตรวจสอบข้อมูลสัตว์ที่นำเข้า ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายให้มากขึ้น
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
13,03, 2018, 19:36:28
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,572



« ตอบ #98 เมื่อ: 13,03, 2018, 19:36:28 »

ตามอ่านครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09,06, 2018, 13:18:55 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
29,03, 2018, 17:32:46
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #99 เมื่อ: 29,03, 2018, 17:32:46 »

https://workpointnews.com/2018/03/28/%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2-gt200-%E0%B9%83/

ยกฟ้อง บริษัทเอกชนขาย GT200 ให้กองทัพ ไม่ผิดฉ้อโกง

ยกฟ้อง บริษัทเอกชนขาย GT200 ให้กองทัพ ไม่ผิดฉ้อโกง
8 นาที 28 มีนาคม 2018
เขียนโดย
 WorkpointNews


ประเด็นคือ – ศาลยกฟ้อง บริษัทแจ๊คสันฯ ไม่ผิดฉ้อโกงขายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT 200 ให้กองทัพไทย ช่วงปี 2550-2552  ชี้แค่นำเข้าเครื่องมาขายไม่รู้เห็นการจัดทำเอกสารที่แสดงคุณสมบัติเท็จ

วันที่ 28 มี.ค. 2561 ศาลแขวงดอนเมือง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT200 หมายเลขดำ อ.1768/2560 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัทแจ๊คสัน อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบกิจการประเภทขายส่งเครื่องจักร เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงด้วยการหลอกลวงผู้อื่น โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอก ซึ่งการหลอกลวงนั้น ได้ทรัพย์สินไปตามประมวลกฎหมายหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 และ 91

คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า ระหว่างวันเดือนใดไม่ปรากฏชัด ช่วงต้นปี 2550 – 14 กันยายน 2550 เวลากลางวัน จำเลยได้ฉ้อโกง ทุจริตด้วยการหลอกลวง จำหน่ายเครื่องตรวจวัตถุระเบิดอัลฟ่า 6 รุ่นคอมแพ็ค โดย บริษัท คอมแพ็คฯ ผู้จัดจำหน่ายในประเทศอังกฤษ ให้กับศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ) ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 8 เครื่อง ราคาเครื่องละ 1,300,000 บาท รวม 10,400,000 บาท จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย ที่นำสืบหักลางกันแล้ว เห็นว่า ฝ่ายอัยการโจทก์ยังไม่มีพยานหลักฐานน้ำหนักเพียงพอให้เชื่อได้ว่า บริษัทจำเลยรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการจัดทำแคตตาล็อกแสดงคุณสมบัติเครื่องตรวจวัตถุระเบิดอันเป็นเท็จ ที่เกินจริง ว่าสามารถตรวจจับได้ทุกสถานการณ์ ทุกสสาร โดยไม่ต้องชาร์จไฟ ใช้ไฟฟ้าสถิตย์จากตัวผู้ใช้ แต่บริษัทฯจำเลย เป็นเพียงผู้นำเข้าเครื่องและเอกสารจากบริษัท คอมแพ็คฯ มาจำหน่ายอีกทอดหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจำเลยไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ข้อความนั้นเป็นเท็จ หรือร่วมกับบริษัทผู้ผลิตกระทำการอันเป็นเท็จ ซึ่งหากพบการกระทำที่ร่วมบุคคลอื่น ก็ชอบที่กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้เสียหายจะยื่นฟ้องคดีอาญา หรือฟ้องคดีแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายนั้นได้อีก ดังนั้น จำเลยคดีนี้จึงยังไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง

และวันนี้นายหยาง เซี๊ยะ เซียง ชาวจีนไต้หวัน กรรมการของบริษัทฯ จำเลย เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย พร้อมกับนายคมสัน ศรีวนิชย์ ทนายความ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ยังไม่มีการฟ้องเป็นคดีแพ่ง ยืนยันว่าบริษัท แจ็คสันฯ เป็นเพียงผู้นำเข้าเครื่องมา ไม่ใช่ผู้ผลิต ขณะที่ บริษัทผู้จำหน่ายในอังกฤษที่ถูกดำเนินคดี ศาลอังกฤษพิพากษายกฟ้องเช่นกัน ส่วนบริษัทผู้ผลิตก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง

จากข้อมูลที่สำนักข่าวอิศรา ระบุว่า ระหว่างปี 2548-2552 มีหน่วยงานของรัฐไทยที่จัดซื้อ GT200 อย่างน้อย 10 หน่วย รวม 34 สัญญา เป็นจำนวนทั้งสิ้น 836 เครื่อง คิดเป็นเงินกว่า 759 ล้านบาท

สำหรับหน่วยงานที่จัดซื้อมากที่สุด ก็คือ “กองทัพบก” หรือ ทบ. โดยกรมสรรพาวุธ ทหารบก รวม 12 สัญญา จำนวน 757 เครื่อง (คิดเป็น 90% ของจำนวน GT200 ที่มีหน่วยงานรัฐของไทยจัดซื้อทั้งหมด) รวมเป็นเงินกว่า 682 ล้านบาท

ทั้งนี้มีถึง 11 สัญญา ที่จัดซื้อในช่วงระหว่างที่ “พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน โดยขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. (ระหว่างเดือนตุลาคม 2550 – เดือนกันยายน 2553) พอดิบพอดี มีเพียงสัญญาแรก สัญญาเดียวเท่านั้น ที่จัดซื้อขณะที่ “พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน” เป็น ผบ.ทบ. (ระหว่างเดือนตุลาคม 2548 – เดือนกันยายน 2550)

ทั้งหมดจัดซื้อจาก “บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด” (Avia Satcom Limited) ที่เป็นนายหน้าของบริษัทโกลบอลฯ ซึ่งปัจจุบันนายโบลตันเจ้าของบริษัท อยู่ระหว่างชดใช้โทษอยู่ในเรือนจำของอังกฤษ หลังศาลตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 7 ปีในคดีฉ้อโกง ตั้งแต่ปี 2556

ทั้งนี้ทุกสัญญาที่ ทบ. จัดซื้อ GT200 จะใช้ “วิธีพิเศษ” ทั้งหมด โดยอ้างเหตุผล 2 ข้อ คือกรณีจำเป็นเร่งด่วน และกรณีข้อจำกัดทางเทคนิค ต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ เมื่อแยกข้อมูลการจัดซื้อ GT200 ของ ทบ. เป็นรายปี
ปี 2550 ทบ. จัดซื้อ 1 สัญญา

สัญญาที่หนึ่ง 2 เครื่อง วงเงิน 1.8 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9.5 แสนบาท)
ปี 2551 ทบ. จัดซื้อ 7 สัญญา
– สัญญาที่หนึ่ง 24 เครื่อง วงเงิน 22.8 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9.5 แสนบาท)
– สัญญาที่สอง 33 เครื่อง วงเงิน 29.7 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
– สัญญาที่สาม 68 เครื่อง วงเงิน 61.2 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
– สัญญาที่สี่ 2 เครื่อง วงเงิน 1.8 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
– สัญญาที่ห้า 19 เครื่อง วงเงิน 17.1 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
– สัญญาที่หก 18 เครื่อง วงเงิน 16.2 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
– สัญญาที่เจ็ด 45 เครื่อง วงเงิน 39.6 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)

ปี 2552 จัดซื้อ 4 สัญญา
– สัญญาที่หนึ่ง 222 เครื่อง วงเงิน 199.8 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
– สัญญาที่สอง 129 เครื่อง วงเงิน 116.1 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
– สัญญาที่สาม 30 เครื่อง วงเงิน 27 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
– สัญญาที่สี่ 166 เครื่อง วงเงิน 149.4 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 9 แสนบาท)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29,03, 2018, 17:35:53 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
29,03, 2018, 21:49:34
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,572



« ตอบ #100 เมื่อ: 29,03, 2018, 21:49:34 »

ตามอ่านครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09,06, 2018, 13:19:13 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
20,04, 2018, 19:54:39
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,572



« ตอบ #101 เมื่อ: 20,04, 2018, 19:54:39 »

ตามอ่านครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09,06, 2018, 13:19:28 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
21,04, 2018, 18:50:50
Stock
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,470


« ตอบ #102 เมื่อ: 21,04, 2018, 18:50:50 »

http://aagth1.blogspot.com/2018/02/kalashnikov-ak-100.html?m=1


ไทยลงนามสัญญาจัดหาปืนเล็กยาว Kalashnikov ตระกูล AK-100 รัสเซีย


ไทยและรัสเซียได้ลงนามในข้อตกลงการจัดหาปืนเล็กยาวจู่โจมจาก Kalashnikov ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธปืนประจำกายที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยการจัดส่งปืนชุดแรกมีกำหนดภายในปีนี้(2018)
ตามที่ Mikhail Petukhov รองผู้อำนวยการกองบริการสหพันธรัฐเพื่อความร่วมมือทางทหาร-เทคนิค(FSMTC: Federal Service for Military-Technical Cooperation) รัฐบาลรัสเซียกล่าว

"ปีนี้ราชอาณาจักรไทยจะได้รับมอบปืนเล็กยาวจู่โจม Kalashnikov ในจำนวนมากเพียงพอที่กองทัพไทยจะสามารถจัดตั้งกำลังรบได้หนึ่งถึงสองกองพล"
นาย Petukhov กล่าว ซึ่งขณะนี้เขาเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนของทางการรัสเซียในงานแสดงการบินและอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Singapore Airshow 2018 ณ ศูนย์จัดแสดง Changi Exhibition Centre สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 6-11 กุมภาพันธ์

ทางการรัสเซียไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าปืนเล็กยาวที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ Kalashnikov รุ่นใดที่ได้รับการสั่งจัดหาจากประเทศไทย อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวในภาคระบบความร่วมมือทางทหาร-เทคนิครัสเซียเปิดเผยกับ TASS ว่า
น่าจะเป็นปืนเล็กยาวในตระกูล AK-100 รัสเซีย เช่น ปืนเล็กยาว AK-103M รุ่นปรับปรุงใหม่ ขนาด 7.62x39mm หรือปืนเล็กสั้น AK-104 ขนาด 7.62x39mm

ก่อนหน้านี้ กองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร ได้มีการสั่งจัดหาปืนเล็กยาวจู่โจม AK-102 ขนาด 5.56x45mm จาก Kalashnikov รัสเซียในปี พ.ศ.๒๕๕๓(2010)
โดยปืนเล็กยาว AK-102 ที่ อส.รด.สั่งจัดหาจำนวนประมาณ ๑,๘๐๐กระบอก ส่วนใหญ่มักพบว่าถูกแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการในชายแดนภาคใต้เพื่อการรักษาความสงบในพื้นที่

อีกส่วนคือโครงการจัดหาปืนเล็กยาวขนาด 7.62mm (ห้วงที่๒) โดย กรมมสรรพาวุธทหารบก สำหรับสนับสนุนหน่วยทหารพรานของกองทัพบกไทยในงบประมาณปีผูกพัน พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๓(2017-2020)
โดยก่อนหน้าในปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014) กองทัพบกไทยได้มีการจัดหาปืนเล็กสั้น Norinco CQ-A จีนขนาด 5.56x45mm(ลอกแบบปืนเล็กสั้น Colt M4 สหรัฐฯ) จำนวน ๑,๓๔๔กระบอก สำหรับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานในชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้เดิมทหารพรานของกองทัพบกไทยตั้งแต่แรกก่อตั้งในปี พ.ศ.๒๕๒๑(1978) พบว่ามักใช้อาวุธประจำกายของรัสเซียและจีนซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการยึดได้จากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์และกองกำลังต่างชาติในสงครามช่วงปี 1970s-1980s
โดยเฉพาะปืนเล็กยาวจู่โจม AKM รัสเซียและ Type 56 จีนที่ใช้กระสุนขนาด 7.62x39mm ซึ่งเก่าและล้าสมัย จึงเป็นไปได้ที่ทหารพรานกองทัพบกไทยจะได้รับมอบปืนใหม่มาทดแทนในส่วนนี้ครับ
เห็นใน Face วันนี้อินเดียได้บรรลุข้อตกลงผลิตปืน AK ในอินเดียบ้านเราน่าจะเอาแบบอย่างบ้างนะครับ
บันทึกการเข้า
21,04, 2018, 21:55:41
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,572



« ตอบ #103 เมื่อ: 21,04, 2018, 21:55:41 »

ตามอ่านครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09,06, 2018, 13:19:45 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
17,06, 2018, 11:53:58
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #104 เมื่อ: 17,06, 2018, 11:53:58 »

https://www.matichon.co.th/politics/news_995094

ทบ.เตรียมอนุมัติซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ 6 ลำ ทดแทน ฮ.คอบร้า
........



ทบ.อนุมัติซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ 6 ลำแทน คอบร้า ที่จะปลดเร็วๆ นี้
อาวุธยุทโธปกรณ์

ทบ.อนุมัติซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ 6 ลำทดแทนคอบร้า ที่กำลังจะปลดประจำการ เล็งของ สหรัฐฯ, ยุโรป และจีน เสนอขาย ขณะที่ ศบบ.ทบ. ยันซื้อของดีมีประสิทธิภาพสอดคล้องภัยคุกคาม-งบประมาณ...

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2561 พล.ต.วีรยุทธ อินทร์วร ผบ.ศูนย์การบินทหารบก (ศบบ.ทบ.) กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2562 กองทัพบก มีโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์เข้าประจำการทั้งแบบใช้งานทั่วไปและโจมตี ตามแผนพัฒนากองทัพ เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นเก่า อย่าง เอเอช-1 เอฟ คอบร้า (3 ลำ) ที่จะปลดประจำการ โดยพยายามจัดหาให้แบบน้อยลง เพราะเทคโนโลยีก้าวกระโดด พร้อมเลือกแบบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด  สอดคล้องกับงบประมาณที่เรามีอยู่ และพยายามเลือกสิ่งที่ดีตามนโยบายของ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท  ผู้บัญชาการทหารบก ให้ไว้ว่า ต้องจัดหายุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ และใช้งานได้จริง คุ้มค่า

ผบ.ศบบ.ทบ. กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีการอนุมัติการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี แทน ฮ.คอบร้า ที่กำลังจะปลดประจำการ อยู่ระหว่างขั้นตอนการคัดเลือกแบบ โดยกรกฎาคมนี้ จะเริ่มเดินทางไปดูเฮลิคอปเตอร์แบบต่างๆ เพื่อรวมข้อมูลก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกแบบ อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศที่เสนอมา  ซึ่งเป็นแบบที่ทั่วโลกรู้จัก 4-5 แบบ แต่ละแบบมีความเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิประเทศ ทั้งนี้ ความต้องการขั้นต่ำอยู่ที่ 6 เครื่อง โดยการพิจารณาว่าจะซื้อรุ่นไหน ก็ต้องเป็นไปตามภัยคุกคามของเราที่เปลี่ยนไปด้วย  ต้องเป็นอากาศยานที่มีความเร็วมากขึ้น สมรรถนะที่ไกลมากขึ้น ระบบอาวุธวิธียิงที่แม่นมากขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ เฮลิคอปเตอร์โจมตี ที่กองทัพบกพิจารณาให้ความสนใจ เช่น Mi-28 ฮาวอค, KA-52 อัลลิเกเตอร์​ จากรัสเซีย ที่เพิ่งโชว์ผลงานไปในสงครามซีเรีย  AH-1Z ไวเปอร์ รุ่นต่อยอดการพัฒนาจาก ฮ.คอบร้าเดิม, AH-64อี อาปาเช่ ของสหรัฐฯ Eurocopter Tiger จากประเทศฝรั่งเศส และ AW-129 ของอิตาลี และ Z-11 ของจีน ขณะที่ ฮ.ทั่วไป มีเฮลิคอปเตอร์ AW-101 และอีกหลายบริษัทเสนอความต้องการเข้ามา.

ที่มา https://www.thairath.co.th/content/1305986
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17,06, 2018, 11:57:37 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: