GUN IN THAILAND
28,03, 2017, 09:36:35 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 3 4 [5]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สนชมีมติกราบบังคมทูลอัญเชิญ “สมเด็จพระบรมฯ” ขึ้นทรงราชย์ เป็นสมเด็จพระเจ้าฯ  (อ่าน 1155 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
06,02, 2017, 06:18:24
WEERAPONG 1234
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 807


« ตอบ #60 เมื่อ: 06,02, 2017, 06:18:24 »

ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ
บันทึกการเข้า
07,02, 2017, 15:23:35
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,586


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #61 เมื่อ: 07,02, 2017, 15:23:35 »

http://www.matichon.co.th/news/455097

โปรดเกล้าฯ “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์” เป็นสังฆราช องค์ที่ 20

วันนี้ (7 ก.พ.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ามีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แล้วได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาโดยตลอด และ ได้มีการนำรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามที่ได้บอกไว้สามประการทูลเกล้าขึ้นไปทั้งห้ารูป ซึ่งคงไม่ต้องถามว่าเป็นใครและวันเดียวกันนี้ได้รับการ แจ้งมาว่ามีการโปรดเกล้าฯลงมาเรียบร้อยแล้ว คือสมเด็จวัดราชบพิธ โดยในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะมีการสถาปนาที่วัดพระแก้วในเวลา 17.00 น. ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จด้วยพระองค์เอง

http://news.sanook.com/1929590/

เส้นทางการแต่งตั้งพระสังฆราช : ลำดับพระอาวุโสโดยสมณศักดิ์

การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 จะเป็นครั้งแรกที่ใช้กระบวนการตามกฎหมายคณะสงฆ์ ปี 2505 ฉบับแก้ไข ปี 2535 ซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การยึดอาวุโสโดยสมณศักดิ์ และต่อไปนี้คือ 8 ลำดับพระอาวุโสโดยสมณศักดิ์ใช้ในกระบวนการการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่

ลำดับที่ 1
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ อายุ 91 ปี มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ คือ ได้รับสถานปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2538 ซึ่งขณะนี้อยู่ในตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช และ กรรมการมหาเถรสมาคม

ลำดับที่ 2
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม มีอาวุโสลำดับ 2 ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2544

ลำดับที่ 3 และ ลำดับที่ 4
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ได้รับการสถาปนาพร้อมกัน คือ วันที่ 5 ธันวาคม 2552 แต่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เข้ารับการสถาปนาก่อน จึงถือว่ามีอาวุโสกว่าสมเด็จพระวันรัต

ลำดับที่ 5
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ได้รับการสถาปนาฯ ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2553

ลำดับที่ 6
สมเด็จพระธีรญาณมุนี ได้รับการสถาปนาฯ ปีเดียวกับ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ แต่พรรษาอ่อนกว่า จึงเข้ารับการสถาปนาทีหลัง

ลำดับที่ 7
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ได้รับการสถาปนาฯ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554

ลำดับที่ 8
สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราวรวิหาร ถือว่ามีอาวุโสโดยสมณศักดิ์น้อยที่สุด เพราะได้รับสถาปนาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 2557

วันที่ 10 ม.ค.2559 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อธิบายว่าการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชต้องยึดตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงสมณศักดิ์สูงสุด

"อาวุโสของพระนั้นมี 2 แบบ คือ อาวุโสโดยพรรษา คือ บวชมานาน และอาวุโสโดยสมณศักดิ์ ซึ่งเราได้เปลี่ยนอาวุโสโดยพรรษามาเป็นอาวุโสโดยสมณศักดิ์มา 20 ปีกว่าแล้ว ด้วยเหตุว่าถ้ายึดตามอาวุโสโดยพรรษา พระรูปไหนที่แก่ที่สุด ชราที่สุดก็จะได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชซึ่งก็คงไม่เหมาะที่จะมาบริหารงานพระพุทธศาสนา จึงได้เปลี่ยนมาเป็นอาวุโสโดยสมณศักดิ์ คือ การเป็น สมเด็จก่อน" นายวิษณุกล่าว

ก่อนหน้านี้ การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชตามกฎหมาย ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช 6 พระองค์ คือสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 14 - 19 ใช่เวลานานตั้งแต่ 6 เดือน ถึง กว่า 1 ปีครึ่ง เพื่อสถาปนาตำแหน่งประมุขสูงสุดของคณะสงฆ์

ขณะที่ในคราวสมเด็จพระญาณสังวรได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ในปี 2532 ซึ่งยังยึดตามกฎหมายคณะสงฆ์ ปี 2505 ฉบับเดิมกำหนดให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

แม้ขณะนั้นสมเด็จพระญาณสังวร จะมีสมณศักดิ์สูงสุด แต่เมื่อเทียบด้วยพรรษา ถือว่ามีพรรษาน้อยกว่า และสมเด็จพระราชาคณะที่มีพรรษาสูงสุดในตอนนั้นไม่ขอรับตำแหน่ง สมเด็จพระญาณสังวร จึงได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07,02, 2017, 15:26:08 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
08,02, 2017, 08:57:58
vboaw PSDC 49
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,267


« ตอบ #62 เมื่อ: 08,02, 2017, 08:57:58 »

สาธุ สาธุ สาธุ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
08,02, 2017, 21:52:29
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,586


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #63 เมื่อ: 08,02, 2017, 21:52:29 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9600000013123


โปรดเกล้าฯ 5 ธันวาคมเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.๙-วันชาติ-วันพ่อแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรี รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญของชาติ ให้เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ ๙ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ขณะที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นวันหยุดราชการ
       
       วันนี้ (7 ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่านายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันสำคัญของชาติไทย ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 ยังความเศร้าสลดอย่างยิ่งใหญ่มาสู่พสกนิกรชาวไทย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา ปวงชนชาวไทยทั้งปวงจึงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และตระหนักถึงความสำคัญของวันที่ 5 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดว่า วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทย ดังนี้
       
       1. เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 2. เป็นวันชาติ 3. เป็นวันพ่อแห่งชาติ
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 2560 เป็นต้นไป นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้มีมติให้วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันหยุดราชการ

บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
15,02, 2017, 22:09:12
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,586


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #64 เมื่อ: 15,02, 2017, 22:09:12 »

http://www.matichon.co.th/news/464811

ผอ.ยูเอ็นโอซีดี ยกย่อง ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’ ทรงอุทิศพระองค์ในงานเพื่อให้บรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน

หมายเหตุ – สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime – UNODC) หรือยูเอ็นโอดีซี จัดแถลงข่าวการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดยมีนายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก สำนักงานยูเอ็นโอดีซี ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือทีไอเจ ร่วมแถลงข่าว ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (ประทานพระดำรัสผ่านวีดิทัศน์)

“ข้าพเจ้ามุ่งหมายที่จะทำงานร่วมกับสำนักงานยูเอ็นโอดีซีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการลดปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรง ปกป้องกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม จัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่น รวมถึงสนับสนุนความพยายามในการเสริมสร้างหลักนิติธรรมระดับโลก”

ยูริ เฟโดทอฟ ผอ.บริหาร สำนักงานยูเอ็นโอดีซี ประจำสำนักงานใหญ่ กรุงเวียนนา(กล่าวผ่านวีดิทัศน์)

“พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมุ่งมั่นและอุทิศพระองค์ในการทรงงานเพื่อให้บรรลุวาระแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน พระองค์ทรงมีประสบการณ์สูงในการสามารถสื่อสารกับผู้นำและมีอำนาจถึงความสำคัญในประเด็นดังกล่าว และเชื่อมั่นว่าจะทรงมีบทบาทโดดเด่นในนามของสำนักงานยูเอ็นโอดีซี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

เจเรมี ดักลาส ผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก สำนักงานยูเอ็นโอดีซี

“คิดว่าพระองค์จะทรงเข้ามาร่วมในงานป้องกันอาชญากรรมและความขัดแย้งรูปแบบต่างๆ ที่สั่นคลอนเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเชื่อว่าบทบาทของพระองค์ในภารกิจดังกล่าว สามารถส่งเสริมการตระหนักเรื่องความสำคัญของหลักนิติธรรมและความยุติธรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาทุกมิติได้อย่างชัดเจน”


ข่าวในพระราชสำนัก
ผอ.ยูเอ็นโอซีดี ยกย่อง ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’ ทรงอุทิศพระองค์ในงานเพื่อให้บรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน

 S__794713

วันที่: 15 ก.พ. 60 เวลา: 17:45 น.
แชร์:
14.3K
หมายเหตุ – สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime – UNODC) หรือยูเอ็นโอดีซี จัดแถลงข่าวการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดยมีนายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก สำนักงานยูเอ็นโอดีซี ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือทีไอเจ ร่วมแถลงข่าว ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (ประทานพระดำรัสผ่านวีดิทัศน์)

“ข้าพเจ้ามุ่งหมายที่จะทำงานร่วมกับสำนักงานยูเอ็นโอดีซีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการลดปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรง ปกป้องกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม จัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่น รวมถึงสนับสนุนความพยายามในการเสริมสร้างหลักนิติธรรมระดับโลก”

S__794711

ยูริ เฟโดทอฟ ผอ.บริหาร สำนักงานยูเอ็นโอดีซี ประจำสำนักงานใหญ่ กรุงเวียนนา(กล่าวผ่านวีดิทัศน์)

“พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมุ่งมั่นและอุทิศพระองค์ในการทรงงานเพื่อให้บรรลุวาระแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน พระองค์ทรงมีประสบการณ์สูงในการสามารถสื่อสารกับผู้นำและมีอำนาจถึงความสำคัญในประเด็นดังกล่าว และเชื่อมั่นว่าจะทรงมีบทบาทโดดเด่นในนามของสำนักงานยูเอ็นโอดีซี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

เจเรมี ดักลาส ผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก สำนักงานยูเอ็นโอดีซี

“คิดว่าพระองค์จะทรงเข้ามาร่วมในงานป้องกันอาชญากรรมและความขัดแย้งรูปแบบต่างๆ ที่สั่นคลอนเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเชื่อว่าบทบาทของพระองค์ในภารกิจดังกล่าว สามารถส่งเสริมการตระหนักเรื่องความสำคัญของหลักนิติธรรมและความยุติธรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาทุกมิติได้อย่างชัดเจน”

S__794714
ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์-เจเรมี ดักลาส
ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผอ.สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (ทีไอเจ)

การแต่งตั้งบุคคลสำคัญและบุคคลที่มีความสามารถและมีชื่อเสียงจากสาขาวิชาต่างๆ ให้เป็นทูตสันถวไมตรี ถือเป็นประเพณีที่หน่วยงานในสหประชาชาติได้ปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจภารกิจและบทบาทของสหประชาชาติ พร้อมช่วยส่งต่อสารในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาโลกและสังคมของหน่วยงานให้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (ทีไอเจ) รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงตอบรับคำเชิญในการเป็นทูตสันถวไมตรีที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรม ถือเป็นการต่อยอดพระภารกิจของพระองค์ จากที่พระองค์เคยทรงตอบรับการเป็นทูตสันถวไมตรีของกองทุนสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาสตรี (United Nations Development Fund for Women – UNIFEM) ทูตของยูนิเฟม เรื่องการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงเมื่อปี 2551 และปัจจุบันยังทรงเป็นอยู่ ทั้งนี้ พระภารกิจและบทบาทของพระองค์ในการเป็นทูตสันถวไมตรีครั้งนี้จะกว้างขวางมากขึ้น เพราะยูเอ็นโอดีซีมีภารกิจกว้างขวางกว่า เพราะดูตั้งแต่กฎหมาย คอร์รัปชั่น ยาเสพติด สิทธิผู้ต้องขัง ฉะนั้นการที่ทรงตอบรับจะเป็นประโยชน์หลายประการ

พระองค์ทรงมีประสบการณ์หลากมิติ ตั้งแต่ทรงสนพระทัยถึงปัญหาของกลุ่มผู้เปราะบางในกระบวนการยุติธรรม ทรงศึกษาระดับปริญญาเอกด้านนี้โดยตรง ทรงงานในฐานะอัยการพื้นที่อีสานในคดีหลากหลาย คดียากๆ ทรงว่าความอย่างจริงจัง ทรงพบปะประชาชนทำให้ทรงเข้าใจสภาพปัญหาดี ที่สำคัญทรงเป็นเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ที่ทรงได้เข้าร่วมในเวทีสำคัญในการกำหนดนโยบายความยุติธรรมระดับโลก จากประสบการณ์ ความสนพระทัย ความรู้ และทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ ก็จะเป็นโอกาสที่ดีของยูเอ็นโอดีซีและทีไอเจ ในการเดินหน้านำหลักนิติธรรมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็น 1 ใน 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (ค.ศ.2015-2030) หรือเอสดีจี ของสหประชาชาติ

พระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจเพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและความเท่าเทียมของกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่องมากว่าสิบปี และทรงมีส่วนร่วมในระดับโลก รณรงค์ให้หลักนิติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของเอสดีจี ภายหลังเคยทรงผลักดันในเวทีสหประชาชาติให้ตระหนักถึงการเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมและการพัฒนามาโดยตลอด อาทิ ทรงยกร่างและรณรงค์อันนำไปสู่การรับรองข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขัง หรือข้อกำหนดกรุงเทพฯ (Bangkok Rules) เมื่อปี 2013 ฉะนั้นคิดว่าหลักนิติธรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเป็นเป้าหมายใหญ่ที่จะทำงานร่วมกันและชัดเจนมากขึ้น และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางและเชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการก่อตั้งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรล่าสุดที่เข้าร่วมเป็นสถาบันเครือข่ายของสำนักงานยูเอ็นโอดีซี

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานของสำนักงานยูเอ็นโอดีซี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงผลักดันในเวทีสหประชาชาติให้ตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมและการพัฒนามาโดยตลอด ทรงริเริ่มให้เกิดการประชุมเสวนาระดับนานาชาติว่าด้วยหลักนิติธรรม (The Bangkok Dialogue on the Rule of Law) ในปี 2556 เพื่อสร้างแรงผลักดันทางการเมือง ให้ประเด็นความยุติธรรม ความมั่นคง และหลักนิติธรรม ได้ถูกบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวาระการพัฒนา

นอกจากนี้ ในระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ได้ทรงเข้าร่วมเวทีสำคัญในการกำหนดนโยบายความยุติธรรมระดับโลก คือ การประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (The Commission on Narcotic Drugs – CND) และการประชุมคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (The Commission on Crime Prevention and Criminal Justice – CCPCJ) ได้ทรงเป็นประธานในสมัยที่ 21 ด้วย

พระองค์ทรงตรัสตั้งแต่แรกๆ ก่อนหลักนิติธรรมจะเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนว่า หลักนิติธรรมเกี่ยวข้องกับการพัฒนา เพราะกฎหมายที่ดีทำให้การพัฒนาเดินหน้าไปได้ เป็นเรื่องน่าสนใจที่พระองค์ทรงเป็นผู้นำการรณรงค์เรื่องนี้ในระดับโลก ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีที่มาจากนักปฏิบัติคนแรกๆ ของโลก จากเดิมที่สหประชาชาติจะตั้งเซเลบริตี้หรือนักแสดงที่มีความเชื่อและความสนใจมาเป็นทูตสันถวไมตรี อาทิ แองเจลินา โจลี หรือนิโคลัส เคจ เป็นต้น

ทั้งนี้ อาชญากรรมเป็นปัจจัยที่ทำลายเสถียรภาพของชุมชน ประเทศ และภูมิภาค ในฐานะทูตสันถวไมตรี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จะทรงมีบทบาทในโครงการของสำนักงานยูเอ็นโอดีซีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรม สันติภาพ เสถียรภาพ และวาระ 2030 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในเดือนมีนาคม 2016 พระองค์จะเสด็จเข้าร่วมในการประชุมระดับสูงในเวทีระหว่างประเทศและเวทีภูมิภาค 2 กิจกรรม จากนั้นจะทรงเข้าร่วมในการประชุมระดับสูงอื่นๆ ตลอดทั้งปี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15,02, 2017, 22:11:14 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
08,03, 2017, 12:05:14
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,586


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #65 เมื่อ: 08,03, 2017, 12:05:14 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9600000022995

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “พระองค์ภา” ทรงดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดระยอง 3 เม.ย.


  มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา” ให้ทรงดํารงตําแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดระยอง ตั้งแต่ 3 เมษายน 2560
       
       วันนี้ (6 มี.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการอัยการ โดยระบุว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา อัยการจังหวัดประจําสํานักงานอัยการสูงสุด (ข้าราชการอัยการชั้น 4) สํานักงานคดียาเสพติด ให้ทรงดํารงตําแหน่ง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดระยอง (ข้าราชการอัยการชั้น 4) ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2560 ประกาศ ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560 ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
09,03, 2017, 08:07:22
MINK รักในหลวง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100%..............แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น..............คือ "เนรคุณในหลวง"
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,485


Colt Gold Cup Thophy_Kahr Mk9_Smith M60


« ตอบ #66 เมื่อ: 09,03, 2017, 08:07:22 »

ทรงพระเจริญ   ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า

วัยเยาว์โลกล้วนแสนสนุก หนุ่มสาวหลงสุขทุกเช้าค่ำ กลางคนเห็นทุกข์สุขคู่กัน แก่เฒ่าจึงรู้โลกล้วนอนิจจัง.  http://youtu.be/908XT_tBnMU
18,03, 2017, 19:35:08
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,586


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #67 เมื่อ: 18,03, 2017, 19:35:08 »

http://www.matichon.co.th/news/499868

วุฒิสภาสหรัฐเชิดชู ‘ในหลวง ร.9’ ทรงดำรงพระชนมชีพอย่างโดดเด่น เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐสมัยสามัญที่ 115 ครั้งที่ 1 ได้ผ่านข้อมติเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 ยกย่องและรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในฐานะที่พระองค์ทรงดำรงพระชนมชีพอย่างโดดเด่น เป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยว และเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ

ทั้งนี้ในข้อมติดังกล่าวระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีสายสัมพันธ์พิเศษกับสหรัฐ ด้วยว่าพระองค์ทรงมีพระประสูติกาล ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ พระองค์ทรงขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 และได้มีการเฉลิมฉลองในโอกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 70 ปีไปเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา โดยพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลกและในประวัติศาสตร์ชาติไทย ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนไทยและเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศ ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร ซึ่งทำให้พระองค์ทรงเป็นที่เคารพรักเป็นอย่างสูงของปวงชนชาวไทย และได้รับความเคารพจากผู้คนทั่วโลก

พระองค์ทรงยื่นมือไปหาคนยากจนและผู้ที่เปราะบางในประเทศโดยไม่คำนึงถึงสถานะ เชื้อชาติ และศาสนา รับฟังปัญหาของคนเหล่านั้น เสริมสร้างความสามารถให้คนเหล่านี้จัดการกับชีวิตของตัวเองได้ พระองค์ทรงเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรางวัล “ความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์” จากสหประชาชาติ ทั้งยังทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ทรงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติทั้งในด้านทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และผลงานที่พระองค์ทรงสร้างสรรค์ จนทำให้องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกทูลเกล้าฯถวายเหรียญรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา

พระองค์ยังทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งสันติภาพและความมั่นคงของไทยในหลายทศวรรษแห่งความวุ่นวายช่วงสงครามเย็น ทรงเป็นมิตรที่เชื่อถือได้ของสหรัฐในการสร้างความเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและเข้มแข็งระหว่างสองประเทศ แม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 แต่คุณูปการที่พระองค์ทรงสร้างไว้ให้กับประชาชนจะยังคงยืนยาวต่อไปตราบนานเท่านาน

ที่ประชุมวุฒิสภาขอยกย่องที่พระองค์ทรงดำรงพระชนมชีพอย่างโดดเด่น เป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยว และเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ ตลอด 70 ปีที่ครองสิริราชสมบัติ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมถึงประชาชนคนไทยต่อการสูญเสียครั้งนี้ และเฉลิมฉลองความเป็นพันธมิตรและมิตรภาพระหว่างสองประเทศที่สะท้อนผ่านสิ่งที่เป็นความสนใจร่วมกัน ภายใต้ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยืนยาวถึง 183 ปี ความเป็นพันธมิตรในหลายมิติระหว่างกันมีส่วนช่วยส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และความรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยรวม

ที่ประชุมวุฒิสภายังแสดงความยินดีต่อการเสด็จขึ้นทรงราชย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ด้วยรากฐานของความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งในรัชสมัยของพระราชบิดาของพระองค์ เรารอคอยที่จะกระชับสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างไทยและสหรัฐให้แนบแน่นต่อไป
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: