GUN IN THAILAND
22,10, 2017, 03:31:51 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 24   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 3. รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตสเฟีย  (อ่าน 4690 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
26,07, 2017, 21:18:42
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #255 เมื่อ: 26,07, 2017, 21:18:42 »

https://www.prachachat.net/local-economy/news-10340

อาหารทะเลแช่แข็งโตฉลุย “ตรังผลิตภัณฑ์” โกย1.5พันล้าน

ส่งออกอาหารทะเลแปรรูป โตสวนกระแสเศรษฐกิจ “ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล” โตพรวด 20% เร่งปั๊มสินค้าป้อนตลาดญี่ปุ่น จีน และยุโรป หลังความต้องการทะลักจนผลิตไม่ทัน ยันกฎหมายแรงงานใหม่ไม่กระทบ กลับส่งผลดีไม่ถูกแย่งงาน มั่นใจสิ้นปีมูลค่าส่งออกทะลุ 1,500 ล้านบาท

นายบุญชู ศัยศักดิ์พงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ส่งออกอาหารทะเลสำเร็จรูปแช่แข็ง ทั้งแบบสดและปิ้งย่าง กำลังมีการขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจทั่วไปจะดูชะลอตัวลงไปบ้าง แต่การส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งยังเติบโตและมีทิศทางการขยายตัวไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศยังมีมาก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่ส่งออกไปจำหน่ายถึง 80% เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกทั้งหมด รองลงมาประเทศจีน 15% ที่เหลืออีก 5% ส่งไปประเทศในยุโรป
นายบุญชูกล่าวอีกว่า สำหรับวัตถุดิบที่นำมาป้อนโรงงานนั้น ถือว่ามีปริมาณที่เพียงพอ มีการนำเข้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก โดยมีวัตถุดิบหลัก ๆ 3 ชนิด คือ ปลาแซลมอน ปลาซาบะ นำเข้าจากประเทศชิลี นอร์เวย์ รัสเซีย และญี่ปุ่น และกุ้งไทย ที่สั่งซื้อภายในประเทศ

ปัจจุบันกำลังการผลิตปลาแซลมอนประมาณ 2,000 ตันต่อปี ปลาซาบะประมาณ 1,000 ตันต่อปี ปลาอื่น ๆ 1,000 ตันต่อปี และกุ้งประมาณ 1,000 ตันต่อปี ทั้งนี้มีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 100% จากเดิมที่ผลิตอยู่ในอีกประมาณ 2-3 ปีข้างหน้านี้

“สินค้าเราส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ส่งออกเกือบทั้งหมด ขณะนี้ถือว่ากำลังมีการเติบโตในระดับที่ดี โดยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยปีนี้ตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกทั้งหมดไว้ที่ 1,500 ล้านบาท และเมื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเต็มกำลังจะสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกได้กว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทมีแรงงานมากกว่า 1,500 คน โดยส่วนหนึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวที่นำเข้าด้วยการทำ MOU กับประเทศต้นสังกัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ก็ไม่มีปัญหาการขาดแคลนแรงงานแต่อย่างใด” นายบุญชูกล่าว

นายบุญชูกล่าวว่า ด้านแรงงานนั้นบริษัทมีการวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว ทำให้ไม่มีปัญหาแน่นอน ส่วนกฎหมายแรงงานใหม่ที่ออกมาไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงาน กลับกันมองว่าส่งผลดีด้วยซ้ำ เนื่องจากไม่มีการแย่งแรงงานจากบริษัทอื่น ๆ ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถเดินทางไปสู่เป้าหมายทุกอย่างที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเป้าหมายด้านมูลค่าการส่งออกปีนี้จะสามารถทำยอดได้เกินเป้า เนื่องจากครึ่งปีผ่านไปมีมูลค่าเกินกว่าครึ่งของเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่แล้ว

“มั่นใจว่าตลาดส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งจะยังคงสดใส เนื่องจากความต้องการสูงมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ขณะนี้ตลาดมีความต้องการมาก ที่เราส่งออกไปจำหน่ายยังถือว่าเพียงเล็กน้อยของความต้องการเท่านั้น ทำให้ขณะนี้ผลิตออกมาไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งนี่คือปัญหาที่เป็นสาเหตุสำคัญที่เราต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26,07, 2017, 21:20:44 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
27,07, 2017, 23:04:28
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #256 เมื่อ: 27,07, 2017, 23:04:28 »

https://www.prachachat.net/property/news-11284

ยืดด่วนเกษตรนวมินทร์ เชื่อมโทลล์เวย์-วงแหวนตะวันตก

การทางพิเศษฯเร่งเคลียร์สัญญาเช่า ตัดด่วนใหม่ “เกษตร-นวมินทร์-วงแหวนตะวันออก” มูลค่า 1.5 หมื่นล้าน แจ็กพอต “ร้านอาหารสมพงษ์ซีฟู้ด” ยื่นฟ้องร้องเสียโอกาสทางธุรกิจ สนข.ศึกษาต่อขยาย 3 กม. ลากแนวเชื่อมโทลล์เวย์-ด่วนศรีรัช-วงแหวนตะวันตก เบี่ยงหลบ ม.เกษตรฯ รอเคาะพร้อมรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล พ.ย.นี้

แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังกระทรวงคมนาคมมีนโยบายจะสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ช่วง N2 จากเกษตร-นวมินทร์ ไปต่อเชื่อมวงแหวนรอบนอกตะวันออก ระยะทาง 11.9 กม. วงเงิน 14,685 ล้านบาท โดยใช้ตอม่อทางด่วนเดิมที่สร้างค้างมานานนับ 10 ปี จำนวน 281 ตอม่อ ให้เกิดประโยชน์ ขณะนี้ได้บอกยกเลิกสัญญาผู้เช่าที่ดินในแนวเส้นทางแล้ว โดยเฉพาะบริเวณทางต่างระดับอาจณรงค์ เป็นจุดตัดของทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ที่ กทพ.เวนคืนไว้แล้ว แต่ยังมีผู้เช่าบางส่วนที่ไม่ยอมออกจากพื้นที่

“ตอนนี้มีผู้เช่าบางราย เช่น ร้านอาหารสมพงษ์ซีฟู้ด ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองฟ้องการทางพิเศษฯ หลังได้รับผลกระทบจากการบอกเลิกสัญญาเช่าไป แต่ก็คาดว่าจะไม่มีปัญหา เพราะเป็นทรัพย์สินของการทางพิเศษฯที่ได้เวนคืนมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ทำให้โครงการก่อสร้างสะดุด ตอนนี้โครงการพร้อมลงทุน รอเพียงการอนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี และเงินลงทุนมาจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ TFF คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561”

แหล่งข่าวจาก กทพ.กล่าวอีกว่า สำหรับแนวเส้นทางตอน N1 จากแยกเกษตร-งามวงศ์วาน-วงแหวนรอบนอกตะวันตก ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คัดค้านจนทำให้โครงการชะลอไปนั้น ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังให้บริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมแนวเส้นทางใหม่ เพื่อให้โครงการมีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยจะสร้างไปเชื่อมกับโทลล์เวย์และทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันตก ระยะทางประมาณ 3 กม. โดยแนวเส้นทางมีทั้งเบี่ยงอ้อมไปทางด้านหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และตัดผ่านด้านหน้า ผ่านโรงพยาบาลวิภาวดี และไปเชื่อมกับทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันตกที่แยกรัชวิภา ที่อนาคตต่อไปจะมีการสร้างทางเชื่อมโทลล์เวย์กับทางด่วนเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ใช้ทาง ทั้งนี้จะต้องมีการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคและสิ่งปลูกสร้างด้านหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางส่วน คาดว่าจะได้ข้อสรุปพร้อมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลีภายในเดือน พ.ย.นี้

“ส่วนต่อขยายใหม่สร้างจากแยกเกษตรเชื่อมกับทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันตก จะสร้างภายหลังต่อจากสร้างตอน N2 เพราะต้องรอผลวิเคราะห์ภาพรวมและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อน” แหล่งข่าวกล่าว
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
28,07, 2017, 19:05:10
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #257 เมื่อ: 28,07, 2017, 19:05:10 »

https://www.prachachat.net/finance/news-12609

คลังชง ครม.เคาะงบฯกว่า 1 หมื่นล้านบาทช่วยเอสเอ็มอี แจงจ่ายชดเชย บสย.ที่รับความเสี่ยงหนี้เสียเพิ่ม พร้อมค่าธรรมเนียมค้ำประกันอีก 4% ขณะที่ “สมคิด” กล่อมแบงก์ยอมลดดอกเบี้ยช่วยเอสเอ็มอีสำเร็จ แถมช่วยแชร์ค่าฟีค้ำประกันตั้งแต่ปีที่ 2 ขึ้นไปด้วย

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่ากระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) 1 ส.ค.นี้ ปรับปรุงโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS6) ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่มีวงเงินเหลือ 8.3 หมื่นล้านบาท โดยจะเพิ่มความรับผิดชอบหนี้เสียมากขึ้น (Coverrage ratio) ถึง 30% และรัฐช่วยค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 4 ปีแรก รวม 4% ให้เอสเอ็มอี ซึ่งต้องใช้งบประมาณชดเชยเพิ่ม 8,300 ล้านบาท จากเดิม 5,750 ล้านบาท รวมเป็นกว่า 1 หมื่นล้านบาท

“ถึงแม้จะใช้งบฯเพิ่มขึ้น แต่ระยะเวลาค้ำประกัน 10 ปี เฉลี่ยแล้วก็ใช้งบฯ เพิ่มอีกปีละกว่า 800 ล้านบาท แต่ช่วยให้เกิดสินเชื่อในระบบถึง 1.2-1.4 แสนล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว

โดยเมื่อ 27 ก.ค. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ธนาคารออมสิน กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้เอสเอ็มอีท่องเที่ยวภายในประเทศกว่า 1 แสนราย ผ่านกลไก บสย.ที่ปรับปรุงใหม่นี้ด้วย

นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า การปรับปรุงมาตรการ PGS6 น่าจะทำให้ บสย.มียอดค้ำเพิ่มขึ้นในช่วง 5 เดือนหลังของปีนี้อีก 6-7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเอสเอ็มอี 3-4 หมื่นราย ซึ่งหากผ่าน ครม. แล้ว ในเดือน ส.ค. ก็เริ่มโครงการได้ทันที

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ธนาคารพาณิชย์จะร่วมรับภาระช่วยเหลือผู้ประกอบการในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับที่ภาครัฐค้ำประกันเพิ่มให้ ซึ่งแต่ละแบงก์อาจจะใช้การลดดอกเบี้ย หรือการช่วยจ่ายค่าธรรมเนียมส่วนที่ลูกค้าต้องจ่ายเองตั้งแต่ปีที่ 2 ขึ้นไปก็ได้ เนื่องจากรัฐจะช่วยเหลือค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 4 ปีแรก รวมแล้ว 4% จากปกติ 7% (ค่าธรรมเนียมค้ำประกันอยู่ที่ 1.75% ต่อปี) ได้แก่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมปีแรก ปีที่ 2 รัฐช่วย 1.25% เอสเอ็มอีจ่าย 0.5% ปีที่ 3 รัฐช่วย 0.75% เอสเอ็มอีจ่าย 1% และ ปีที่ 4 รัฐช่วย 0.25% เอสเอ็มอีจ่าย 1.5%

“แต่ละแบงก์จะช่วยไม่เหมือนกัน ซึ่งเขาจะไปกำหนดกันเอง” นายกฤษฎากล่าว
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
29,07, 2017, 09:08:39
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #258 เมื่อ: 29,07, 2017, 09:08:39 »

http://www.torquethailand.com/news/pr-news/18837

ฮอนด้า ลงทุน 1.7 พันล้านบาท เปิดสนามทดสอบในไทย เพิ่มศักยภาพการวิจัยและพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

ปราจีนบุรี (27 กรกฎาคม 2560) –  บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด(หรือ HRAP) เปิดสนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรี อย่างเป็นทางการ ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดปราจีนบุรี โดยประเทศไทยนับเป็นประเทศที่ 3 ที่มีสนามทดสอบของฮอนด้า ต่อจากประเทศญี่ปุ่น และประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสนามทดสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์แบบครบวงจรที่มีเอกลักษณ์ และได้รับการออกแบบมาสำหรับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียโดยเฉพาะ ด้วยเงินลงทุน 1,700 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ (หรือประมาณ 800,000 ตร.ม.) สนามทดสอบแห่งนี้ มีการจำลองสภาพถนนและลักษณะภูมิประเทศต่างๆ เพื่อการทดสอบในหลายรูปแบบ ประกอบด้วย 8 สนาม เช่น การควบคุมรถ การทรงตัว และสมรรถนะโดยรวม เพื่อนำผลทดสอบไปพัฒนาและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ฮอนด้าที่จะจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

ในพิธีเปิดสนามทดสอบ คณะสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติยังได้ร่วมเยี่ยมชมสนามทดสอบอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ รถแข่ง NSX GT3 และรถจักรยานยนต์  RC213V-S ยังได้มาร่วมวิ่งโชว์สมรรถนะในสนามทดสอบด้วย โดย NSX-GT3 ได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรกจากการแข่งขัน IMSA series รอบที่ 5 ที่เมืองดีทรอยต์ ในสหรัฐอเมริกา ขับโดยมร. เรียว มิจิกามิ แชมป์ GT500 Class Series จากรายการ Japan GT Championship ประจำปี 2000 สำหรับรถจักรยานยนต์รุ่น  RC213V-S ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรถแข่งระดับโลก RC213V ซึ่งได้รับชัยชนะในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP ในปี 2013, 2014 และ 2016 ขับโดยนายนครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดที่เข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP รุ่น Moto3 ในปี 2017

นับเป็นครั้งแรกกับการโชว์สมรรถนะของรถทั้งสองรุ่นพร้อมกันในประเทศไทย คณะสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมในพิธีเปิดจึงได้สัมผัสประสบการณ์ความแรงของรถทั้งสองรุ่นได้อย่างใกล้ชิด
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
29,07, 2017, 19:34:04
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #259 เมื่อ: 29,07, 2017, 19:34:04 »

https://www.matichon.co.th/news/613335

น้ำใจไหลหลั่ง!! ร้านก๋วยเตี๋ยวดังสกลนคร เปิดให้นศ.ที่ติดน้ำท่วมกินฟรี

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1702253116464937&id=100000407948237
สำหรับวันนี้นะค่ะ ก๋วยเตี๋ยวนายพันสาขาสกลนคร  มีข้าวต้ม มีเค้กบ้านสวน มีข้าวไข่เจียว ไก่ทอด แจกฟรีสำหรับน้องๆและพี่น้องชาวสกลที่ประสบภัย แวะมาทานอาหารได้นะคะ #ช่วยเหลือกันไปค่ะ  #แชร์ออกไปแล้วมาทานกันค่าาา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29,07, 2017, 19:47:05 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
30,07, 2017, 20:50:22
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #260 เมื่อ: 30,07, 2017, 20:50:22 »

https://www.prachachat.net/uncategorized/news-13198

ไทยเนื้อหอม โปรดักชั่นเฮาส์กิมจิ – กองถ่ายหนัง ตปท.รุมตอม ไตรมาสแรกโกยเงินเข้าประเทศ 1,400 ล้าน ปั้นเป็นฮับถ่ายหนังแห่งอาเซียน

ไทยกำลังเนื้อหอม ถูกรุมล้อมจากกองถ่ายหนังต่างชาติ ที่ยกกองมาถ่ายภาพยนตร์ที่แดนดินถิ่นสยาม

ข้อมูลจาก “กรมการท่องเที่ยว” เผยไตรมาสแรก ไทยมีรายได้จากต่างชาติเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 1,400 ล้าน จากทั้งหมด 369 เรื่อง เผยอเมริกาครองแชมป์มากสุดอันดับ 1

นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมามีคณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยทั้งหมดกว่า 700 เรื่อง สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 2,300 ล้านบาท และในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ปี 2560 พบว่า มีภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำแล้วทั้งสิ้น 369 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 1,400 ล้านบาท

โดยปีนี้มีจำนวนเรื่องและรายได้เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีจำนวนเข้ามาถ่ายทำทั้งสิ้น 323 เรื่อง สร้างรายได้ประมาณ 846 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าตลอดปี 2560 จะมีรายได้จากตลาดนี้เติบโต 10%

ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการมาตามรอยภาพยนตร์เหล่านั้น เช่น ภาพยนตร์เรื่อง James Bond 007 ที่เข้ามาถ่ายทำที่เกาะตะปู จังหวัดพังงา กระทั่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกยังคงเรียกเกาะตะปูว่า เกาะเจมส์บอนด์

หรือภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand จากประเทศจีนที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก รวมถึงภาพยนตร์ Hang Over ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในบทภาพยนตร์มีการนำเสนอเมนูอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลก

“ปรากฏการณ์เหล่านี้ล้วนมาจากปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านสถานที่ถ่ายทำที่มีความโดดเด่นและสวยงาม ศักยภาพและความพร้อมของทีมงานไทย และที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย”

ไม่เพียงกองถ่ายหนังต่างประเทศจากฟากตะวันตกจะยกทัพเข้ามาถ่ายทำในเมืองไทยเท่านั้น ขณะนี้ ไทยยังได้รับความสนใจจากกองถ่ายแดนกิมจิ – เกาหลีใต้ ชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องทำโรแมนติก ฉากสวยๆ โอปาสไตล์ เพราะผู้ผลิตคอนเทนต์จากเกาหลีหลายรายเตรียมย้ายฐานการผลิตคอนเทนต์จากจีนมาไทยหนีต้นทุนการผลิตในจีนสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นปมจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างจีนกับเกาหลี

ล่าสุด 2 รายใหญ่ คือ บริษัทฮานโฮ (HANHO) และบริษัทนามู แอนิเมชั่น (NAMU Animation) เตรียมเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เบื้องต้นทั้ง 2 ค่ายจะร่วมทุนกับบริษัทหรือพันธมิตรในไทยเป็นโปรเจ็กต์ ๆ ไป และระยะถัดไปอาจขยายสู่การตั้งบริษัทร่วมทุนกับผู้ผลิตไทย

โดยฮานโฮ บริษัทแอนิเมชั่นสัญชาติเกาหลี อายุกว่า 30 ปี มีผลงานแอนิเมชั่นจำนวนมากที่ผลิตให้ช่องเคบีเอส (เกาหลี) รวมถึงรายการและซีรีส์ต่างประเทศจำนวนมาก ขณะที่นามู แอนิเมชั่นบริษัทแอนิเมชั่นที่เป็นการร่วมทุนระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่น ก่อตั้งปี 2556 และขยายสาขาไปญี่ปุ่นปี 2557 และมีผลงานจำนวนมากที่ผลิตให้ช่องเคบีเอส ฯลฯ

ยังไม่นับก่อนหน้านี้บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ก็ได้ร่วมทุนกับ “ซีเจ อีแอนด์เอ็ม” ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่จากเกาหลี ตั้งบริษัทซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เพื่อผลิตภาพยนตร์ หวังผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโต และส่งออกภาพยนตร์ไทยไปยังตลาดต่างประเทศ

สำหรับมาตรการ Incentive Measures ด้านสิทธิประโยชน์ จนสามารถจูงใจกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศมาถ่ายทำในประเทศไทย ถึงขั้นทำรายได้ 1,400 ล้านบาท เช่น ภาพยนตร์ต่างประเทศที่จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยจะได้เงินคืน 15% จากใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องตามกฎหมาย อาทิ ค่าเช่าอุปกรณ์ ค่าที่พักโรงแรม รวมถึงให้สิทธิพิเศษเพิ่มอีก 5% สำหรับกองถ่ายที่ยังใช้ประเทศไทยจัดทำเอฟเฟ็กต์ต่างๆ หลังถ่ายทำภาพยนตร์เสร็จสิ้น
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
31,07, 2017, 12:01:33
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #261 เมื่อ: 31,07, 2017, 12:01:33 »

https://www.prachachat.net/general/news-13319

เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำแตะ 1,400 ลบ.ม.ต่อวินาที เตือน’สิงห์บุรี-อ่างทอง-อยุธยา’เตรียมรับมือ
วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 - 10:59 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ตรวจสอบสถานการณ์ในลุ่มเจ้าพระยาพบว่า ปริมาณน้ำป่าจากภาคเหนือที่หลากท่วมพื้นที่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และ จ.นครสวรรค์ ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ที่จุดวัดน้ำหน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ในรอบ 24 ชั่วโมง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวัดได้ 1,747 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำมากขึ้นจาก 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเช้าวันนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น 10 ซม. โดยวัดได้ 3.25 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท เปิดเผยว่า จากแนวโน้มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเขื่อนเจ้าพระยา จะส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปถึง จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอีก 10-15 ซม. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงริมตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ในตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล และตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำล้นตลิ่งจึงควรเฝ้าระวัง และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31,07, 2017, 12:03:12 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
01,08, 2017, 21:25:46
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #262 เมื่อ: 01,08, 2017, 21:25:46 »

https://www.prachachat.net/finance/news-14344

สำนักงานสลากฯประสานทหาร-ตร. เข้าตรวจการจำหน่ายสลาก เตรียมตัดโควตา ยกเลิกสัญญา 180 ราย

วันนี้ (1 สิงหาคม 2560) เวลาประมาณ 12.00 น. ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แถลงว่าในวันนี้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 1 ร่วมกับกองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าดำเนินตรวจสอบการเบิกสลากของตัวแทนจำหน่าย ภายในบริเวณอาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนสนามบินน้ำ ตามนโยบายและข้อสั่งการของพลโทอภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาค 1 ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล

จากการตรวจสอบดังกล่าว พบผู้ที่มีพฤติกรรมรับซื้อรวบรวมสลากจากตัวแทนจำหน่าย จำนวนไม่น้อยกว่า 180 ราย คิดเป็นจำนวนสลาก 918 เล่ม ซึ่งสลากที่ตรวจพบในครั้งนี้ จะนำไปตรวจสอบว่าเป็นสลากของตัวแทนจำหน่ายรายใด เพื่อนำไปสู่กระบวนการยกเลิกสัญญาทั้งหมดต่อไป

ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้กล่าวเตือนตัวแทนจำหน่ายว่า เมื่อได้รับสลากไปแล้ว ขอให้ปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัด  โดยจะต้องนำสลากไปจำหน่ายด้วยตนเองทุกงวดตลอดอายุสัญญา และต้องขายในลักษณะขายปลีกให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงเท่านั้น ห้ามนำไปขายส่งหรือขายให้แก่ผู้ซื้อสลากเพื่อนำไปขายต่อเป็นอันขาด  หากตรวจสอบพบเช่นพฤติกรรมในวันนี้ จะถือว่าผิดสัญญาและถูกยกเลิกโควตา ไม่ได้รับสลากไปจำหน่ายตลอดชีพ นอกจากนี้ ผู้ขายจะต้องไม่นำสลากของตนไปรวมชุดกับผู้อื่น หรือนำสลากของตนไปขายให้แก่ผู้อื่นเพื่อรวมชุด หรือแลกเปลี่ยนสลากกับผู้อื่น หากพบพฤติกรรมดังกล่าว จะสันนิษฐานว่าไม่ได้ขายสลากด้วยตนเองและถือว่าผิดสัญญาเช่นกัน ทั้งนี้ รวมถึงผู้ที่ซื้อสลากจากโครงการซื้อ-จองล่วงหน้าด้วย หากตรวจสอบพบว่าเป็นสลากจากโครงการดังกล่าว ผู้ที่เป็นเจ้าของสลากจะถูกยกเลิกการลงทะเบียนในการทำรายกซื้อ-จองล่วงหน้าฯ ทันที
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
02,08, 2017, 09:25:48
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #263 เมื่อ: 02,08, 2017, 09:25:48 »

https://www.prachachat.net/uncategorized/news-14628

 ประชาชาติ
รับประชากรสูงวัย! เห็นชอบเพิ่มภาษีสุรา-ยาสูบอีก 2 % นำเงินช่วยผู้สูงอายุรายได้น้อย
วันที่ 1 สิงหาคม 2560 - 23:36 น.


เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เวลา15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุว่า ครม.มีมติเห็นชอบจึงอนุมัติในหลักการและสาระสำคัญ โดยให้กองทุนผู้สูงอายุมีอำนาจในการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีในส่วนของสุราและยาสูบตามกฎหมายสรรพสามิต อัตราร้อยละ 2 ซึ่งหมายรวมถึงสุรา เบียร์ และยาสูบ โดยการเก็บภาษีนี้เพื่อนำไปใช้ในกองทุนผู้สูงอายุ ให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินงาน ซึ่งระบุกรอบเพดานไว้ไม่เกินปีละ 4 พันล้านบาท


สำหรับร่างพรบ.นี้ มีที่มาจากแนวโน้มผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นจาก 2.3 ล้านคนเป็น 3.5 ล้านคน ซึ่งจากการสำรวจคาดว่ามีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยประมาณ 3 ล้านคน แม้จะขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ให้ตามระดับขั้นบันได และขอรับเบี้ยยังชีพผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ถูกทอดทิ้งแล้ว แต่ยังคงมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ครม.จึงมีมติให้เก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มเพื่อจะเป็นรายให้แก่ผู้สูงอายุผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะได้ประมาณ 4 พันล้านบาท

เเละจะมีโครงการให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้เพียงพอสละเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยสมัครใจ เพื่อนำมาจัดสรรให้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย โดยคาดว่าจะมีเงินเข้ากองทุนอีกประมาณ 4 พันล้านบาท รวมเป็นเงินนำส่งเข้ากองทุนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02,08, 2017, 09:27:45 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
03,08, 2017, 22:17:39
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #264 เมื่อ: 03,08, 2017, 22:17:39 »

https://www.prachachat.net/motoring/news-16054

“ฮาร์เลย์” ปั้นรง.ไทยฮับเอเชีย แย้มขึ้นไลน์บิ๊กไบก์อีวี-“ไทรอัมพ์” ทุ่มท้าชน

นายปีเตอร์ แม็คเคนซีย์ กรรมการผู้จัดการ ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ฮาร์เลย์-เดวิดสัน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนธุรกิจของจักรยานยนต์

ฮาร์เลย์ฯในประเทศไทยว่า บริษัทแม่ต้องการขยายธุรกิจของฮาร์เลย์ฯออกมายังประเทศอื่น ๆ นอกสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างแบรนด์และขยายตลาดในระดับอินเตอร์เนชั่นแนลให้มากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามายังภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งมีตลาดใหญ่ ๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย สิงคโปร์ และไทย เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพและโอกาสการเติบโตของประเทศเหล่านี้

ดังนั้น บริษัทจึงได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์ฯในประเทศไทย ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง และเพิ่งมีการวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโรงงานฮาร์เลย์ฯที่จังหวัดระยองนี้ ถือเป็นโรงงานแห่งที่ 5 ของฮาร์เลย์ฯทั่วโลกที่มีอยู่ในสหรัฐอเมริกา 2 แห่ง, บราซิล และอินเดีย สำหรับประเทศไทยยังถือเป็นประเทศที่ 3 ซึ่งบริษัทตัดสินใจออกไปตั้งโรงงานผลิต

นายแม็คเคนซีย์กล่าวอีกว่า การเข้ามาลงทุนครั้งนี้ แม้ว่ายังไม่สามารถเปิดเผยมูลค่าของการลงทุนได้ แต่เบื้องต้นบริษัทได้รับการอนุมัติการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ พร้อมทั้งได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

โดยโรงงานแห่งนี้จะตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 20,000 ตารางเมตร กำลังผลิตส่วนใหญ่จะเป็นการรองรับกับความต้องการของตลาดในประเทศไทย และตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นหลัก และโรงงานแห่งนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการผลิตค่อนข้างสูง

“โรงงานแห่งนี้ถือเป็นโรงงานที่มีความสำคัญกับเราค่อนข้างมาก และถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของเรา ไม่ว่า

จะเป็นเครื่องมือเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ

ระบบซัพพลายเชนที่เกี่ยวเนื่อง และภายในปีหน้า พ.ศ. 2561 เราจะเริ่มดำเนินการผลิตได้อย่างแน่นอน”

กลยุทธ์สำคัญของการบุกตลาด ต่างประเทศ ครั้งนี้มีเป้าหมายหลัก 5 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1.การเพิ่มจำนวนรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์ฯอย่างต่อเนื่อง 2.เพิ่มสัดส่วนตลาดนอกสหรัฐอเมริกา โดยกำหนดไว้ 50/50

3.ภายในระยะเวลา 10 ปีจากนี้ ฮาร์เลย์ฯจะส่งรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดจำนวน 100 รุ่น โดยขณะนี้มีออกมาแล้ว 2 รุ่น และในเร็ว ๆ นี้จะมีเพิ่มอีก 1 รุ่น

4.โรงงานแห่งนี้จะมีการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และ 5.ฮาร์เลย์ฯพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น จักรยานยนต์อีวี (ไฟฟ้า) ออกสู่ตลาดส่วนประเทศไทยนั้นหลังจากบริษัทตัดสินใจเข้ามาดำเนินธุรกิจเองอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปี พ.ศ. 2558 บริษัทได้วางรากฐานและสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ฮาร์เลย์ฯมาตลอด โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากร และการสร้างเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด รวมถึงการเดินหน้าสร้างแบรนด์อะแวร์เนสผ่านความเป็นฮาร์เลย์ฯ

ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ภายใต้แบรนด์ฮาร์เลย์ฯ เพราะบริษัทเชื่อว่าการเริ่มต้นเป็นลูกค้าของฮาร์เลย์ฯนั้น ไม่จำเป็นจะต้องมาจากการซื้อรถจักรยานยนต์ แต่อาจจะเริ่มจากแอ็กเซสซอรี่ต่าง ๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน

“ปีที่แล้วเราได้เปิดศูนย์ฝึกอบรม ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ยูนิเวอร์ซิตี้ เอเชีย แปซิฟิก ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมผู้แทนจำหน่ายและช่างของฮาร์เลย์-เดวิดสัน ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อรองรับและเสริมสร้างศักยภาพความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจของฮาร์เลย์ฯ ไม่เฉพาะแต่ตัวบริษัท แต่เรายังได้ให้โนว์ฮาวการดำเนินธุรกิจ การเป็นตัวแทนจำหน่ายฮาร์เลย์ฯให้กับดีลเลอร์ด้วย และในเดือนหน้าจะมีการส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอีก 1 รุ่น ซึ่งถือเป็นรุ่นที่สำคัญ หลังจากส่ง สตรีท ร็อด ลงตลาด”

ด้านนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ฮาร์เลย์-เดวิดสันได้ตัดสินใจเลือกประเทศไทยตั้งศูนย์การผลิตและประกอบจักรยานยนต์ เนื่องจากที่ตั้งของประเทศไทยซึ่งอยู่ในใจกลางภูมิภาคอาเซียน และยังมีปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการลงทุนและการดำเนินการ เช่น การสนับสนุนต่าง ๆ ที่ช่วยให้นักลงทุนดำเนินธุรกิจได้ง่าย และมีอัตราภาษีที่จูงใจให้ลงทุนและประกอบธุรกิจ

“การเข้ามาของฮาร์เลย์ฯครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำว่านักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เราให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการลงทุน”

ทั้งนี้เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วบอร์ดบีโอไอยังได้ประกาศส่งเสริมการลงทุนให้กับบริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลล์ (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อรับการส่งเสริมขยายกิจการประกอบรถจักรยานยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบตั้งแต่ 500 ซีซีขึ้นไป เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,359 ล้านบาท กำลังผลิตปีละประมาณ 120,000 คัน ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี

โดยโครงการนี้จะมีการใช้วัตถุดิบในประเทศปีละประมาณ 3,708 ล้านบาท อาทิ ชิ้นส่วนเหล็กหล่อ ชิ้นส่วนเหล็กทุบชิ้นส่วนระบบส่งกำลัง เป็นต้น รวมถึงมีแผนร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่เพื่อจัดการศึกษาระบบทวิภาคีที่เกี่ยวข้องกับด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และส่งบุคลากรไปเรียนรู้เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตที่บริษัทแม่ประเทศอังกฤษ
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
04,08, 2017, 13:22:45
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #265 เมื่อ: 04,08, 2017, 13:22:45 »

https://www.prachachat.net/finance/news-16331

ค่ายลีสซิ่งยิ้มยอดรถใหม่พุ่ง ปรับเพิ่มเป้าสินเชื่อโต 8% อัดแคมเปญเดือด

แบงก์ธนชาต คาดยอดขายรถใหม่เพิ่มสูง 8.3 แสนคัน หนุนปรับเพิ่มเป้าลีสซิ่งปีนี้โต 8% หลังครึ่งปีแรกโตดีเกินคาด ธนชาตชี้ยังเห็นเทรนด์ดอกเบี้ย 0% ตีตลาด หวังกระตุ้นสินเชื่อรถใหม่ปีนี้โต 25% ด้านเกียรตินาคิน ปรับกลยุทธ์เน้นกลุ่มแท็กซี่-รถบรรทุก หลังยอดสินเชื่อครึ่งปีแรกยังหดตัว

นายธีรชาติ จิรจรัสพร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาดสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารธนชาต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าธนาคารได้ปรับคาดการณ์ภาพรวมของยอดขายรถยนต์ใหม่ในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 830,000 คัน จากเดิมคาดอยู่ที่ระดับ 800,000 คัน เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ภาพรวมยอดขายรถยนต์ใหม่สูงกว่า 410,000 คัน ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ 368,000 คัน ดังนั้น ธนาคารจึงปรับเพิ่มคาดการณ์สินเชื่อเช่าซื้อโดยรวมในปีนี้โตมากขึ้นอยู่ที่ระดับ 8% จากปีก่อน

ทั้งนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะมีสัญญาณเติบโตดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก หลังจากภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น รวมถึงทิศทางการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนที่เพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทจะมีการวางกลยุทธ์ใหม่ ทั้งการปรับกระบวนการพิจารณาอนุมัติในทุกผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันจะมีการออกโปรโมชั่นร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์และดีลเลอร์ (ตัวแทนจัดจำหน่ายรถยนต์) อย่างต่อเนื่อง เช่น การให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ซึ่งจะเป็นการจัดแคมเปญร่วมกับบางรุ่นและบางยี่ห้อรถยนต์

ช่วงครึ่งปีหลังทางธนาคารจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มรถแลกเงิน โดยจะเจาะลูกค้าที่พรีเมี่ยมมากขึ้น ซึ่งล่าสุดเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาทางธนาคารได้ออกโปรโมชั่นกับสินเชื่อรถแลกเงินใหม่ อาทิ ผ่อนชิล ๆ ให้ลูกค้าเลื่อนวันผ่อนงวดแรกได้ 90 วัน หรือ ผ่อนเบา ๆ ให้ลูกค้าผ่อนรถแสนละ 59 บาทต่อวัน” นายธีรชาติกล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาในช่วงที่เหลือของปีนี้คือ การคิดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่จะเริ่มใช้ในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งอาจจะมีผลต่อโครงสร้างราคารถยนต์ แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนจึงต้องรอดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจลีสซิ่งก่อน

ปัจจุบันบริษัทมียอดสินเชื่อเช่าซื้อคงค้าง แบ่งเป็น สินเชื่อรถยนต์ใหม่ 70% ของพอร์ต ที่เหลือเป็นรถมือสอง และสินเชื่อรถแลกเงิน ที่สัดส่วน 30%

“จากยอดขายรถยนต์ที่โตกว่าคาดก็ส่งผลดีให้ปีนี้ยอดสินเชื่อคงค้างน่าจะเป็นบวก และทำให้สินเชื่อรถใหม่ของเราปีนี้จะโต 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” นายธีรชาติกล่าว

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมายอดขายรถยนต์ใหม่จะเติบโตดีมาก แต่ถือเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูง จึงส่งผลให้ธนาคารจะมีการทำโปรโมชั่นร่วมกับพันธมิตรในบริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พร้อม ๆ กับคัดเลือกกลุ่มลูกค้าที่จะเข้าไปแข่งขันเพื่อรักษาระดับกำไรให้กับบริษัท ขณะที่ในส่วนช่วงครึ่งปีหลังนั้นบริษัทจะขยายตลาดเช่าซื้อให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ตลาดรถแท็กซี่และรถบรรทุก ฯลฯ

ทั้งนี้ภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาธนาคารมียอดสินเชื่อเช่าซื้อคงค้างอยู่ที่ 107,168 ล้านบาท ซึ่งหดตัว 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานสูงในปีก่อน อย่างไรก็ตามช่วงสิ้นปีนี้ทางธนาคารมองว่าสินเชื่อน่าจะทรงตัวต่อเนื่อง เพราะธนาคารจะเน้นกลยุทธ์การกระจายพอร์ตสินเชื่อไปในสินเชื่อกลุ่มอื่น ๆ เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ฯลฯ เพื่อลดความเสี่ยงของธนาคาร

“สำหรับภาพรวมธุรกิจเช่าซื้อปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ดีกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ๆ เพราะผ่านพ้นปัญหาต่าง ๆ มากแล้ว เช่น กรณีโครงการรถคันแรกที่ส่งผลต่อธุรกิจเช่าซื้อ ซึ่งแต่ละบริษัทมีการปรับตัวแก้ไขปัญหาได้แล้ว” นายอภินันท์กล่าว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04,08, 2017, 13:24:30 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
05,08, 2017, 19:27:23
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #266 เมื่อ: 05,08, 2017, 19:27:23 »

http://money.sanook.com/502437/

5 เรื่องเข้าใจง่าย บริจาคช่วยน้ำท่วม เพื่อขอลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า

รัฐบาลเตรียมจัดงาน “ประชารัฐร่วมใจ ใต้ร่มพระบารมี” เปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคเหนือและภาคอีสาน ในวันศุกร์ที่ 4 สิงหาคมนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินสมทบเข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 โดยผู้ที่ร่วมบริจาคครั้งนี้จะได้ลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า ซึ่งมากกว่าครั้งก่อน ๆ ที่ได้เพียง 1 เท่า

วันนี้เราจะมาอธิบายง่าย ๆ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ถึงการขอลดหย่อนภาษีจากการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ว่าต้องบริจาคเมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร มาดูกัน

1.ลดหย่อนภาษีได้ในปีไหน

เงินบริจาคนี้จะสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2560 ซึ่งจะยื่นรายการภายในเดือนมกราคม-มีนาคม 2561

2.บริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วม ช่วงไหนถึงจะนำมาลดหย่อนภาษีได้

-ผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2560

-ผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2560

3.บริจาคหน่วยงานไหนถึงได้สิทธิลดหย่อน

-เป็นการบริจาคให้แก่ผู้รับบริจาคที่เป็น ส่วนราชการ มูลนิธิ องค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

-ตัวแทนรับบริจาคที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ที่ได้ขึ้นทะเบียนแจ้งขอเป็นตัวแทนรับบริจาคกับกรมสรรพากร เช่น สถานีโทรทัศน์ หรือสถานีวิทยุ

4.ผู้บริจาคมีสิทธิหักลดหย่อนหรือหักรายจ่าย ได้เท่าไร

-บุคคลธรรมดาที่บริจาคเงิน สามารถนำจำนวนเงินดังกล่าวไปหักลดหย่อนในการคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 1.5 เท่า แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคอื่นแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อน เช่น บริจาค 100 บาท สามารถหักค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่า คือ (100x1.5) เท่ากับ 150 บาท ถ้าเงินได้สุทธิของเราต้องเสียภาษีอยู่ในขั้น 5% เท่ากับว่าจะได้คืนภาษี 5% ของ 150 บาท คือ 7.5 บาท แต่หากฐานภาษีอยู่ที่ 30% เท่ากับว่าจะได้คืนภาษี 30% ของ 150 บาท คือ 45 บาท

-บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สิน สามารถนำจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาคไปหักเป็นรายจ่ายได้ 1.5 เท่า แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

5.หลักฐานการขอลดหย่อนภาษี มีอะไรบ้าง

-หลักฐานการรับเงิน หรือทรัพย์สิน ที่มีข้อความระบุว่าเป็นโครงการหรือเป็นการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยอาจระบุช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยไว้ด้วย

-หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในช่วงระยะเวลาที่เกิดอุทกภัย ซึ่งพิสูจน์ผู้โอนและผู้รับโอนได้

มาตรการภาษีดังกล่าวนอกจากจะเป็นการช่วยบรรเทาภาระภาษีแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้มีการบริจาคเพื่อระดมความช่วยเหลือและฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย และทำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมในเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศขณะนี้ สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่และศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
06,08, 2017, 09:29:05
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #267 เมื่อ: 06,08, 2017, 09:29:05 »

https://www.prachachat.net/aseanaec/news-17082

ทุนญี่ปุ่นเชื่อมั่น ศก.ไทยดีขึ้น “เวียดนาม” เหมาะเป็น “Thai+1”

หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (เจซีซี)เปิดผลสำรวจมุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย ประจำครึ่งแรกของปี 2017 (ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-14 มิ.ย.) โดยมีบริษัทตอบกลับครั้งล่าสุดสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 594 บริษัท จากสมาชิกทั้งหมด 1,735 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 34.2%

นายฮิโรกิ มิสึมาตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจของเจซีซี กล่าวว่า ดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ (DI) ครึ่งปีหลังของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยมีทิศทางที่ดีขึ้นชัดเจน

ด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตพบว่าบริษัทที่คาดว่าจะ “ลงทุนเพิ่มเติม” ในปีนี้ คิดเป็น 44% ขณะที่บริษัทที่ตอบว่าลงทุน “คงที่” มีราว 33% และลงทุน “ลดลง” มี 17% โดยส่วนใหญ่ต้องการลงทุนเพิ่มเติม 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เครื่องจักรในการขนส่ง 2) อุตสาหกรรมเหล็ก และ 3) อิเล็กทรอนิกส์

ขณะที่แนวโน้มส่งออก พบว่า บริษัทส่วนใหญ่ 50% เชื่อว่าการส่งออกจะคงที่ ขณะที่ 35% เชื่อมั่นว่าการส่งออกจะสดใสขึ้น ส่วนใหญ่มุ่งความสนใจไปที่อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอ เคมี เหล็ก และอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนบริษัทที่เชื่อว่าการส่งออกลดลงมีอยู่ 15% โดยมีปัจจัยหนุนมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่หดตัว เนื่องมาจากตลาดในตะวันออกกลางที่มีเศรษฐกิจไม่สดใส

อย่างไรก็ตาม บริษัทญี่ปุ่นเชื่อว่า “ตลาดรถยนต์ในอาเซียน” ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจมากที่สุด ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่มีศักยภาพในอนาคตยังยกให้ “เวียดนาม” 3 ปีซ้อน

โดยผลสำรวจครั้งล่าสุดพบว่านักธุรกิจญี่ปุ่นถึง 45% ชี้ว่าเวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพเป็น “Thai+1” หมายความว่าเวียดนามเป็นตลาดแห่งที่สองที่นักลงทุนจะเลือกเข้าไปขยายฐานการผลิตต่อจากไทย ด้วยเหตุผล 3 ประการสำคัญ ไก้แก่ การเติบโตของเศรษฐกิจ แรงงานราคาถูก และสะดวกในการเข้าถึงประเทศไทย

ส่วนตลาดส่งออกที่มีศักยภาพอันดับ 2ได้แก่ “อินโดนีเซีย” นักธุรกิจญี่ปุ่นเชื่อมั่น 35% รองมา “อินเดีย” 32% “เมียนมา” 25% และ “ญี่ปุ่น” 18%

ขณะที่อุปสรรคในการดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ตอบว่า “การแข่งขันรุนแรงขึ้น”ถึง 71% รองลงมา คือ “ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น” และ “ขาดแคลนบุคลากรระดับวิศวกร”

นอกจากนี้นักลงทุนญี่ปุ่นมี “ข้อเรียกร้องที่มีต่อรัฐบาลไทย” ส่วนใหญ่กังวลเรื่อง “การพัฒนาระบบและปรับเปลี่ยนการใช้งานระบบภาษีศุลกากร” เป็นอันดับ 1 โดยนายมิสึมาตะกล่าวว่า “แม้ประเทศไทยจะมีการปรับเปลี่ยนระบบภาษีศุลกากรบ้าง แต่นักธุรกิจญี่ปุ่นยังมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ขณะที่ภาคปฏิบัติในการเรียกเก็บภาษีแต่ละด่านยังมีความซับซ้อนและไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน”

ขณะที่ นายซึโยชิ อิโนอูเอะ กรรมการผู้จัดการ เจซีซี กล่าวว่า เร็ว ๆ นี้ รัฐบาลไทยได้ประกาศ พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 13 พ.ย. 2560 เชื่อว่าหลังจากที่กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้จะช่วยคลายความกังวลต่อนักธุรกิจญี่ปุ่นมากขึ้น

ส่วนข้อเรียกร้องอันดับสอง ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, ปัญหาด้านคมนาคมในกรุงเทพฯ, ความสงบในประเทศ, ปรับเปลี่ยนการใช้ระบบภาษี และปัญหาที่ได้รับความสนใจมากขึ้น คือ การป้องกันเหตุอุทกภัยอย่างจริงจัง

ด้านแผนขยายการลงทุนใน EEC หรือระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก พบว่าบริษัทญี่ปุ่นที่ตอบว่ามีแผนการลงทุนที่แน่นอนมีเพียง 5% สนใจลงทุนแต่ยังไม่มีแผนการชัดเจน 9% มีความสนใจระดับหนึ่ง 25% ไม่แน่ใจ 34% และไม่มีความสนใจที่จะลงทุนเพิ่มเติม 26%

โดยเจซีซีให้เหตุผลว่า สัดส่วนที่นักลงทุนญี่ปุ่นจะลงทุนใน EEC ไม่มาก เนื่องจากสมาชิกเกือบครึ่งหนึ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) และส่วนใหญ่มีการลงทุนในกรุงเทพฯตอนเหนือแล้ว เช่น อยุธยา

นอกจากนี้ นักธุรกิจญี่ปุ่นให้เหตุผลในการขยายธุรกิจไปประเทศเพื่อนบ้าน โดย 30% มองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว, 24% เรื่องการเพิ่มขึ้นของค่าแรง, 7% การขาดแคลนแรงงาน และ 5% ปัญหาน้ำท่วม

“หากมองในระยะยาว 5-10 ปีข้างหน้าญี่ปุ่นยังมองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีเสน่ห์ในด้านการลงทุน แม้ปัญหาและข้อเรียกร้องจากบริษัทญี่ปุ่นจะเหมือนเดิม แต่เชื่อว่ารัฐบาลไทยได้พยายามที่จะแก้ไขอย่างเต็มที่ และต้องใช้เวลาในการแก้ไข ส่วนความสนใจในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม มองว่าเป็นเพียงการเข้าไปขยายฐานลงทุน มิใช่การย้ายฐานจากประเทศไทย

อีกทั้งประเภทของอุตสาหกรรมระหว่างไทยและเวียดนามมีความต่าง เช่น ประเทศไทยเหมาะสำหรับเป็นฮับในด้านอุตสาหกรรมขั้นสูง ส่วนเวียดนามเป็นอุตสาหกรรมการผลิตขั้นพื้นฐานทั่วไป แต่ปัญหาที่ประเทศไทยควรกังวลมากกว่า ได้แก่ ประสิทธิภาพของบุคลากรที่ต้องการการบ่มเพาะมากขึ้น และปรับเปลี่ยนศักยภาพตามความต้องการของตลาดให้เป็น” ประธานเจโทรกล่าว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06,08, 2017, 09:31:07 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
07,08, 2017, 09:52:17
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #268 เมื่อ: 07,08, 2017, 09:52:17 »

https://www.prachachat.net/finance/news-17371

ชงบัตรคนจน2,865บ./คน ครม.เคาะสิงหาฯ/เฟส2ใส่ค่ารถไฟฟ้า

คลังชง ครม.ไฟเขียว “บัตรสวัสดิการคนจน” ใส่เงินหัวละ 2,865 บาทต่อเดือน เริ่ม 1 ต.ค. 60 เฟสแรกมีค่ารถเมล์-รถไฟ-บขส. ค่าไฟ-น้ำ ก๊าซหุงต้ม และส่วนลดร้านธงฟ้า เฟส 2 เล็งใส่ค่า “รถไฟฟ้า-เรือ” แจงมีบัตรที่พ่วงระบบตั๋วร่วม 1.3 ล้านใบ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 ขณะนี้ได้มีการตัดลดงบประมาณสำหรับกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เหลือ 4.6 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งงบฯ 5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่า วันที่ 31 ส.ค. นี้ จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วาระ 2 และวาระ 3

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า งบฯ 4.6 หมื่นล้านบาทจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากจะนำมาใช้ โดยแบ่งเป็น ส่วนแรก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะเติมเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่มีสิทธิประมาณ 2,865 บาท/คน/เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2.8 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท จะใช้ในเรื่องการอบรมสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำรายละเอียดอยู่

“ตอนนี้ เรื่องบัตรสวัสดิการสรุปแล้ว รอเสนอ ครม. (คณะรัฐมนตรี) อนุมัติใน 1-2 สัปดาห์นี้” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ทางกรมบัญชีกลางจัดทำขึ้น จะฝังชิปการ์ด 2 ส่วน คือ ส่วนที่ใช้เป็นกระเป๋าเงิน กับส่วนที่เป็นระบบตั๋วร่วม (แมงมุม) โดยเฟสแรกจะเริ่มวันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป โดยรัฐจะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งแบ่งเป็นภาคการขนส่ง ช่วยค่าโดยสารรถประจำทาง 600 บาทต่อเดือน ค่ารถไฟ 1,000 บาทต่อเดือน และค่ารถ บขส. 800 บาทต่อเดือน

ขณะที่อีกส่วน จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายนอกภาคการขนส่ง ได้แก่ ค่าไฟฟ้า 200 บาท ค่าก๊าซหุงต้ม 15 บาท (อาจปรับเปลี่ยน) ค่าน้ำ 150 บาท ลดการซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐ 100 บาท

“ในหมวดพลังงาน นอกจากช่วยค่าไฟ ทางกระทรวงพลังงานเสนอให้มีการช่วยค่าก๊าซหุงต้มไม่เกิน 50 บาท ในระยะ 3 เดือน” แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้ช่วยเหลือสวัสดิการด้านค่าโดยสารรถไฟฟ้าด้วย แต่คาดว่าจะอยู่ในเฟส 2 และจะมีขยายไปค่าโดยสารเรือด้วย

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์ประมาณ 11.6 ล้านคน จากจำนวนลงทะเบียนกว่า 14 ล้านคน โดยจะแบ่งเป็นผู้มีสิทธิในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมอยุธยา นครปฐม และสมุทรสาคร ราว 1.3 ล้านคน ซึ่งระบบตั๋วร่วมจะใช้กับผู้มีสิทธิกลุ่มนี้ ส่วนผู้มีสิทธิในจังหวัดอื่น ๆ ที่เหลือมีประมาณ 10.3 ล้านคน

“ทางสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะเป็นผู้รับผิดชอบตั๋วร่วม โดยจะจัดจ้างบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลการเติมเงินในบัตรสวัสดิการ จำนวน 1.3 ล้านใบ ซึ่งจะใช้งบประมาณจัดจ้างประมาณ 11.8 ล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว
นายพยง ศรีวณิช กรรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารสามารถจัดทำบัตรสวัสดิการฯ ออกมาทันใช้วันที่ 1 ต.ค. 2560 นี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07,08, 2017, 09:55:52 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
07,08, 2017, 21:57:51
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,223


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #269 เมื่อ: 07,08, 2017, 21:57:51 »

http://money.sanook.com/502951/

เครดิตบูโร แจ้งสถาบันการเงินเว้นส่งข้อมูลลูกหนี้โดนน้ำท่วมผิดนัดชำระ

บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ออกหนังสือถึงสถาบันการเงิน วางแนวการรายงานนำส่งข้อมูลลูกหนี้ที่ประสบภัยน้ำท่วม หวั่นกระทบเครดิต แนะแนวทางการรายงานเพื่อผ่อนปรนและให้ลูกหนี้รีบติดต่อเจ้าหนี้ เข้าโครงการผ่อนปรนหนี้ทันที

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายจังหวัดประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการ รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ธนาคารและสถาบันการเงินเป็นอย่างมาก

เครดิตบูโรในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสถาบันการเงินไทยจึงออกหนังสือถึงธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกกว่า 96 แห่ง เพื่อให้ระมัดระวังในการรายงานและนำส่งข้อมูลของลูกหนี้กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยเฉพาะหากมีการผ่อนผันหรือผ่อนปรนการชำระหนี้ให้กับลูกค้าดังกล่าว ควรยึดถือข้อเท็จจริงตามนโยบายที่ได้ช่วยเหลือหรือผ่อนผันให้กับลูกค้า เช่น กรณีที่ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงหรือข้อผ่อนผันได้ ก็สามารถรายงานและนำส่งข้อมูลการชำระหนี้ในสถานะบัญชี “ปกติ” แทนการนำส่งข้อมูลว่า “ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้” เพื่อช่วยเหลือลูกค้าไม่ให้เกิดความเสียหายในประวัติของตน


นอกจากนี้ ตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่องรหัสสถานะบัญชีก็มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ในกรณีที่มีการพักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐหรือตามนโยบายของสมาชิกที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐอาจนำส่งเป็น “พักหนี้ตามนโยบายของรัฐ” ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นการช่วยเยียวยาทางด้านจิตใจและการดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องหลังน้ำลดแล้วแก่ผู้ประสบอุทกภัยอีกทางหนึ่งด้วย


ในกรณีสถาบันการเงินติดต่อลูกหนี้ไม่ได้ จากเหตุประสบภัยน้ำท่วม จึงต้องส่งข้อมูลเข้ามาว่าผิดนัดชำระหนี้ แต่หากติดต่อได้ในภายหลัง และลูกหนี้ได้มีการเข้าโครงการผ่อนผันหรือผ่อนปรนของสถาบันการเงินนั้นๆ ก็ให้มีผลย้อนหลังไปยังเดือนที่เคยส่งข้อมูลว่าผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงินนั้นก็สามารถแจ้งแก้ไขให้บัญชีดังกล่าวกลับมาเป็นสถานะ “ปกติไม่ค้างชำระ” หรือบัญชีนั้นปรับโครงสร้างหนี้หรือบัญชีนั้นพักชำระหนี้แล้วแต่กรณี เครดิตบูโรจะดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงให้เป็นไปตามที่มีการตกลงกัน


ทั้งนี้ เครดิตบูโรมีข้อแนะนำว่า ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบเมื่อน้ำลดควรรีบติดต่อสถาบันการเงินเจ้าหนี้เพื่อแจ้งความเสียหาย ปรึกษาหารือเพื่อเข้าโครงการผ่อนผันหรือผ่อนปรนตามที่มี การแถลงออกมา อันจะทำให้ประวัติทางการเงินของท่านเหล่านั้นได้รับการดูแลตามความเป็นจริงนอกจากนี้ในส่วนของเครดิตบูโรก็จะมีการเฝ้าติดตามข้อมูลที่สมาชิกนำส่งทุกสิ้นเดือนว่า ไม่มีความผิดปกติหรือไม่มีการส่งข้อมูลบัญชีที่มีการแสดงสถานะว่าผิดนัดชำระหนี้เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้า หากพบความผิดปกติจะแจ้งสมาชิกให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่งก่อนนำข้อมูลเข้าฐาน


นายสุรพลย้ำว่าหลังจากเหตุการณ์สู่ภาวะปกติลูกค้าสามารถตรวจเครดิตบูโรของตนเองเพื่อดูความถูกต้องของข้อมูลได้ ซึ่งเครดิตบูโรมีช่องทางสำหรับประชาชนทั่วไปสามารถตรวจเครดิตบูโรได้ในหลายช่องทาง อาทิ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรหรือยื่นคำขอผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เอสเอ็มอีแบงก์ หรือที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์หรือที่ทำการไปรษณีย์ไทย 291 สาขา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0-2643-1250
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 24   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: