GUN IN THAILAND
18,12, 2017, 05:39:49 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 27   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 3. รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตสเฟีย  (อ่าน 6109 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
12,01, 2017, 13:05:57
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #15 เมื่อ: 12,01, 2017, 13:05:57 »

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484128574
สึนามิเศรษฐกิจใต้อ่วมพิษมหาอุทกภัย เมืองคอนเสียหายแสนล้าน-เกษตรหลังสวนยับ-จี้รัฐฟื้นด่วน
น้ำท่วม 11 จังหวัดภาคใต้ยังหนัก ปภ.ระบุเสียหาย 3.3 แสนครัวเรือน หอการค้าชี้ฟื้นฟูต้องเร็ว ปล่อยซอฟต์โลนบรรเทาวิกฤต ขณะที่อำเภอหลังสวนเกษตรอ่วม 100 ล้าน เอสเอ็มอีเมืองคอนทรุด 1 หมื่นราย ชุมพรหนักกว่าปี"40 ถึง 10 เท่า

3.3 แสนครัวเรือนใต้จมน้ำ

รายงานข่าวจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2560 ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันใน 12 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 96 อำเภอ 588 ตำบล 4,277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 330,415 ครัวเรือน 958,602 คน ผู้เสียชีวิต 21 ราย สูญหาย 2 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ยังคงมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด รวม 97 อำเภอ 560 ตำบล 4,233 หมู่บ้าน

หวั่น ศก.ซึมยาวชี้ท้องถิ่นเร่งฟื้นฟู

นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า หลังน้ำลดทุกฝ่ายต้องฟื้นฟูโดยเร็ว เพราะเศรษฐกิจหลัก 2 ขาของภาคใต้ ได้แก่ ท่องเที่ยว และเกษตร มีรายได้รวมปีละประมาณ 6 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้ยาง ปาล์ม ผลไม้ และประมง ตอนนี้เสียหายหมด โดยเฉพาะประมงชายฝั่ง เลี้ยงกุ้งกุลาดำ และกุ้งขาว ซึ่งภายหลังน้ำลดราคาสินค้าประมงจะสูงขึ้นแน่นอน จึงต้องเร่งฟื้นฟู ภาครัฐต้องสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และปลอดต้น 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อเร่งฟื้นฟูทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร เอสเอ็มอี ร้านค้า นอกจากนี้ถนนหนทางที่ถูกตัดขาด ไฟฟ้า น้ำประปา ต้องเร่งฟื้นฟูโดยเร็วภายใน 6-8 เดือน ถ้าทำไม่ได้เศรษฐกิจจะซึมยาวอย่างแน่นอน วันนี้แม้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งมาก แต่ต้องการให้รัฐบาลมาเติมเต็ม โดยเฉพาะข้าราชการท้องถิ่นขอให้มีความกระตือรือร้นในการพัฒนาด้วย

ขณะที่งบประมาณสร้างความเข้มแข็งอย่างงบประมาณกลุ่มจังหวัดละ5พันล้านบาทที่คาดหวังว่าจะกระตุ้นให้จีดีพีโต จาก 3.2-3.5 เป็น 4% แต่น้ำท่วมครั้งนี้มีการคาดการณ์ไว้จีดีพีจะลดลง 0.6-0.8% ซึ่งจะเหลือแค่ 3% เท่านั้น นอกจากจะมีงบประมาณกลุ่มจังหวัดแล้ว รัฐบาลต้องอุดหนุนงบประมาณภาคใต้อีกเท่าตัว พร้อมทั้งโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ต้องอนุมัติให้รวดเร็ว และส่วนที่ต้องซ่อมแซมก็ต้องเร่งปล่อยงบประมาณใหม่ออกมาให้ท้องถิ่นเร่งประมูลจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจภาคใต้ให้กลับมาโดยเร็วที่สุด
เกษตร "หลังสวน" จมน้ำ 6 พันไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนเริ่มตกหนักติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดชุมพร ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ทำให้ 4 อำเภอเกิดน้ำท่วมหนัก ได้แก่ อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน อ.ละแม และ อ.พะโต๊ะ สำหรับอำเภอหลังสวน น้ำท่วมเต็มพื้นที่ทั้ง 13 ตำบล ถือว่าท่วมหนักกว่าปี 2540 ถึง 10 เท่า เพราะมวลน้ำมหาศาลไหลบ่าจากอำเภอพะโต๊ะ ทะลักเข้าบ้านเรือนในเขตเทศบาลเมืองหลังสวนอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ทำให้อำเภอหลังสวนมีผู้ประสบภัยกว่า 10,000 ครัวเรือน 35,000 คน พืชผลทางการเกษตรจมน้ำกว่า 6,000 ไร่

นายกิตติ กิตติชนม์ธวัช ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นคาดว่าในภาคเกษตรกรรมของชุมพรได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่ยางพารามีราคาสูงมากถึงกิโลกรัมละ 80 บาท และเกษตรกรกำลังอยู่ในช่วงของการกรีดยางเพื่อนำออกสู่ตลาด จึงถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะหลังจากนี้จะเป็นช่วงตรุษจีนที่ต้องหยุดการกรีดยาง อีกทั้งถนนที่ใช้สัญจรเพื่อบรรทุกยางออกจากสวนก็ได้รับความเสียหาย ทำให้วงการกรีดยางต้องหยุดชะงัก ด้านผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของชุมพรคือ ทุเรียน มีพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ใน อ.หลังสวน ก็คงได้รับผลกระทบอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกัน ในภาพรวมคิดว่าเศรษฐกิจของชุมพรคงหยุดชะงักไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาสถาบันการเงินเพื่อการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยสัก 1 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบนำไปฟื้นฟูกิจการ ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็วด้วย

ด้านนายกิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในวันที่ 5-6 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา นับว่าหนักที่สุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากน้ำท่วมเต็มพื้นที่อำเภอหลังสวนทั้งหมด บางส่วนเริ่มคลี่คลาย แต่ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่าจะมีมวลน้ำจากอำเภอพะโต๊ะ ไหลลงมาสมทบอีกระลอก ซึ่งจะส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ใกล้ริมแหล่งน้ำหรือลำคลอง ได้รับผลกระทบอีกครั้ง ในส่วนของการค้าก็ได้รับผลกระทบมาก ธุรกิจบางส่วนต้องทิ้งสินค้าทั้งหมด เช่น เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ส่วนด้านการเกษตร โชคดีที่ทุเรียนและมังคุดเก็บเกี่ยวบ้างแล้ว ส่วนยางพาราและปาล์มก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน



เอสเอ็มอีเมืองคอนหมื่นรายทรุด

นางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า ขณะนี้ความช่วยเหลือในพื้นที่จากทั้งภาครัฐ เอกชน ทั้งในและนอกพื้นที่ได้เข้าสู่พื้นที่แล้ว แต่เนื่องจากน้ำในนครศรีธรรมราชกำลังจะลงสู่พื้นที่ลุ่มอย่างปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร ชะอวด ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนากุ้ง พืชผักผลไม้ สวนปาล์ม เรือกสวนไร่นาจะถูกล้างไปหมดในครั้งนี้ ซึ่งหากน้ำท่วมขังเกิน 2 อาทิตย์ ทุกอย่างจะแย่ลง มีเพียงยางพาราอย่างเดียวที่รอด

ไม่เพียงภาคเกษตรเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่ม SMEs ในพื้นที่ทุ่งสง ชะอวด และเทศบาลนครนครศรีธรรมราชที่มีอยู่กว่า 10,000 ราย ความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งแต่ละรายมีศักยภาพในการฟื้นตัวใหม่ไม่เท่ากัน ดังนั้น หลังจากนี้ทางหอการค้านครฯจะเสนอแคมเปญต่อรัฐบาล เพื่อเป็นมาตรการฟื้นฟูเยียวยากลุ่ม SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งมาตรการยืดหยุ่นเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ การสนับสนุนเงินก้อนเล็ก ๆ สำหรับเป็นเงินทุน หรือสนับสนุนปัจจัยการผลิตของภาคเกษตรที่สูญเสียไป เช่น เครื่องปั่นไฟ ซึ่งเกษตรกรบางรายไม่มีทุนมากพอที่จะซื้อได้

"นครศรีธรรมราชมีรายได้หลักมากกว่าครึ่งมาจากการทำงานการจับจ่ายของคนในพื้นที่จังหวัดทั้งครัวเรือนเกษตร และ SMEs ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าน้ำท่วมคราวนี้ ถ้าไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้จะแย่ลงทั้งจังหวัด ดังนั้นภายใน 1-2 อาทิตย์นี้ จะต้องลุกขึ้นยืนให้ได้"

เร่งกู้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยว

นายทศพล สถิตวิทยากุล กรรมการสมาคมโรงแรมไทย และเจ้าของเดอะพาสเสจ สมุย วิลลา แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า แผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวขณะนี้กำลังหารือร่วมระหว่างผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต เรือนำเที่ยว สายการบิน บริษัททัวร์เตรียมจัดงานส่งเสริมการขายกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคัก ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-1 มี.ค. 2560 ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ ในงานจะมีส่วนลดจำนวนมาก

ด้านนางสาวมัณฑนา ภูธรารักษ์ ผอ.ททท. สำนักงานนราธิวาส กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลดลง 10% เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่สุไหงโก-ลก การท่องเที่ยวบริเวณชายแดนเป็นไปอย่างเงียบเหงา และเตรียมเปิดแคมเปญการตลาดต่อยอดไม่ทอดทิ้ง รวมกับบริษัททัวร์ขายทัวร์ 4 วัน 5 คืน ดึงนักท่องเที่ยวจากภาคกลางเที่ยวชายแดนใต้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ไทยพุทธจะเป็นทัวร์ไหว้พระ ไทยมุสลิมจะพาไปสัมผัสอารยธรรม วิถีชีวิต ชายแดนใต้ ส่วนการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวก็จะเร่งเข้าสำรวจและทำความสะอาด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,01, 2017, 13:08:31 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
13,01, 2017, 11:07:25
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #16 เมื่อ: 13,01, 2017, 11:07:25 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484120589

เร่งฟื้นเศรษฐกิจใต้หลังน้ำลด รื้อใหญ่"ผังเมือง"กู้เกษตร-ท่องเที่ยว6แสนล้าน

หอการค้าไทยวอนรัฐเร่งฟื้นฟูภาคใต้หลังน้ำลด ชี้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสร้างรายได้เกษตร-ท่องเที่ยวปีละ 6 แสนล้าน คลังระดม 4 แบงก์รัฐแจกสินเชื่อ ดบ. 0-3% ช่วยผู้ประสบภัย เงินบริจาคลดภาษี1.5 เท่า จับตาผลผลิตปาล์ม-กาแฟ-กุ้งน็อกน้ำหวั่นกระทบส่งออก เอกชน 3 สถาบันชี้เสียหาย 1.5 หมื่นล้าน คมนาคมอัดงบสร้าง-ซ่อมถนนหมื่นล้าน จัดทำผังเมืองระบายน้ำ 13 จังหวัด

นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภาวะวิกฤตน้ำท่วมในเขตภาคใต้ หลังน้ำลดทุกฝ่ายต้องฟื้นฟูโดยเร็ว เพราะเศรษฐกิจหลัก 2 ขาของภาคใต้ ได้แก่ ท่องเที่ยวและเกษตร มีรายได้รวมปีละ 6 แสนล้านบาท โดยเฉพาะประมงชายฝั่ง เลี้ยงกุ้งกุลาดำและกุ้งขาว ภายหลังน้ำลดราคาสินค้าประมงปรับตัวขึ้นสูงแน่นอนเพราะต้องนำเข้า ภาครัฐต้องสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดต้น 6-12 เดือน ให้กับผู้รับผลกระทบจากภาคเกษตร เอสเอ็มอี ร้านค้า

เงินบริจาคหักภาษี 1.5 เท่า

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ม.ค. มีมติเห็นชอบมาตรการทางภาษีผู้บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้หักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ให้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา กรณีบุคคลธรรมดาเดิมหักภาษีเท่าที่จ่ายจริงหรือ 1 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ ครั้งนี้ให้เพิ่มเป็น 1.5 เท่าแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ ส่วนนิติบุคคลเดิมหักได้ตามจริงหรือ 1 เท่า ไม่เกิน 2% ก็เพิ่มให้อีก 0.5 เท่า เป็นหักได้ 1.5 เท่า ไม่เกิน 2%และอยู่ระหว่างรอสำนักงานเศรษฐกิจการคลังประเมินผลกระทบจากน้ำท่วม

คลังเพิ่มวงเงิน "ปภ.-ผวจ."

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและผู้ว่าราชการจังหวัดอีก50ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเร่งด่วน ใน 9 จังหวัดภาคใต้ ทั้งผ่อนกฎเกณฑ์เบิกจ่ายกรณีใช้งบฯจัดส่งเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่น้ำท่วมรุนแรง

โรงสกัดปาล์มสุราษฎร์ฯอ่วม

นางวิวรรณบุณยประทีปรัตน์เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทักษิณอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (1993) จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สถานการณ์รับซื้อผลปาล์มขณะนี้หยุดชั่วคราว 1 สัปดาห์ เพราะเกษตรกรตัดผลปาล์มไม่ได้ การขนส่งถูกตัดขาด แต่ยังมีสต๊อกเหลืออยู่ 296,704 ตัน ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิดว่าจะคลี่คลายทันช่วงเกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวปาล์มช่วงเดือนเมษายนหรือไม่ คาดว่าผลผลิตมีปริมาณ 10-11 ล้านตัน

ลุ้นราคาเมล็ดกาแฟร่วง

นายประยูร สงค์ประเสริฐ นายกสมาคมชาวสวนกาแฟไทย เปิดเผยว่า แม้น้ำไม่ได้ท่วมพื้นที่ปลูกกาแฟโดยตรงเนื่องจากต้นกาแฟส่วนใหญ่ปลูกบนที่สูง แต่ไม่สามารถตากเมล็ดกาแฟได้ ในขณะที่เป็นช่วงต้นฤดูการเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟโรบัสต้าปี 2560/2561 ทำให้เมล็ดกาแฟมีความชื้นสูงบางพื้นที่สูงถึง 20% จากปกติ 12-13% คาดว่า ชุมพรและสุราษฎร์ฯเสียหายมาก ซึ่งปีก่อนปลูกได้ 21,000 ตัน ทั้งต้องเฝ้าดูราคาปรับลดลงไปจากปีก่อนที่จำหน่ายละ 65-67 บาท/กิโลกรัมหรือไม่

ผู้ส่งออกกุ้งกระทบผลผลิตลด

นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เปิดเผยว่า ความเสียหายของฟาร์มเลี้ยงกุ้งภาคใต้ที่ถูกน้ำท่วมมีรายงานตัวเลข 2 จังหวัด แบ่งเป็น จ.นครศรีธรรมราช 1,200 ฟาร์ม เฉพาะ อ.หัวไทร มี 477 บ่อ พื้นที่ 2,766 ไร่ จ.สุราษฎร์ธานี 35 ราย 51 ฟาร์ม ส่วนที่เหลือกำลังรอรายงานเนื่องจากสำรวจลำบาก

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ผู้เลี้ยงกุ้งเสียหายหนัก ชาวประมงไม่สามารถออกเรือส่งผลให้ปริมาณผลผลิตกุ้งลดลง การขนส่งผลผลิตกุ้งจากภาคใต้มากรุงเทพฯขาดช่วงบางพื้นที่ ส่วนมูลค่าและปริมาณความเสียหายในการส่งออกต้องรอสำรวจหลังน้ำลด แต่มั่นใจว่าการส่งออกกุ้งและปลาทูน่าปีนี้ยังขยายตัวได้ดี

กกร.ชี้เสียหาย 1.5 หมื่นล้าน

นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า มีโรงงานเสียหาย 85 โรงงาน เหมืองแร่ 2 แห่ง มูลค่าความเสียหาย 25-26 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตฯอาหารและเกษตรแปรรูป เตรียมออกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) โดยเว้นค่าธรรมเนียมและพักชำระหนี้ 6 เดือน และให้สินเชื่อฉุกเฉิน

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า ผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้มีความเสียหาย 10,000-15,000 ล้านบาท แต่เชื่อว่าไม่กระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากเป็นเรื่องระยะสั้น ประกอบกับมีความร่วมมือจากหลายฝ่ายทำให้สามารถแก้ไขได้โดยเร็ว

4 แบงก์รัฐอัดสินเชื่อ

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่าจัดแพ็กเกจช่วยผู้ประสบภัย ลูกค้าเดิมลดดอกเบี้ยเหลือ 0% 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 คิด MRR-2.50% กับสินเชื่อดอกเบี้ย 3% 3 ปี สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่บ้านได้รับความเสียหาย กู้เพิ่มหรือกู้ใหม่เพื่อปลูกสร้างทดแทน และกู้ซ่อมแซม

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส.มีการพักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี งดคิดดอกเบี้ยปรับ

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า มีมาตรการให้กู้ฉุกเฉินตามความจำเป็นรายละ 50,000 บาท ผ่อน 5 ปี ปีแรกดอกเบี้ย 0% ปีที่ 2-5 ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ลูกค้าสามารถเลือกใช้บุคคล, หลักทรัพย์ หรือบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันก็ได้ รวมทั้งให้พักชำระหนี้เงินต้น 2-3 ปี ยื่นคำขอได้ตั้งแต่บัดนี้-31 ธ.ค. 2560

นายสมชาย หาญหิรัญ ประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวว่า ธพว.ให้พักชำระหนี้ 6 เดือน กับให้วงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการไม่เกิน 5 แสนบาท 5 ปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี ดอกเบี้ย MLR ตลอดอายุสัญญา ล่าสุดหารือกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะลงพื้นที่สำรวจ 14 ม.ค.นี้

งดดอกเบี้ย-ค่าปรับจ่ายหนี้ช้า

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า เบื้องต้นมีลูกค้าผู้ประสบภัย 20,000 ราย เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียม ยกเว้นค่าปรับกรณีจ่ายช้า ยืดเวลาผ่อนชำระหนี้ ฯลฯ

นายสนอง คุ้มนุช รองกรรมการผู้จัดการเครือข่ายลูกค้ารายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ธนาคารธนชาต กล่าวว่า ธนาคารคาดว่าจะสรุปความเสียหายของลูกค้าได้ในช่วงสัปดาห์หน้า ตอนนี้ยังไม่มีมาตรการพิเศษ แต่ลูกค้าสามารถติดต่อรับการช่วยเหลือจากมาตรการเดิม เช่น งดชำระดอกเบี้ย ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อรถยนต์เป็นหลัก มีสัดส่วน 50%

สมุย-ภูเก็ตยังเที่ยวได้

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ผลกระทบท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย เนื่องจากนครศรีฯ สุราษฎร์ธานี อยู่ฝั่งอ่าวไทยซึ่งอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น นักท่องเที่ยวเดินทางน้อยอยู่แล้ว มีเพียง จ.ตรังที่ติดทะเลฝั่งอันดามัน ขณะที่เกาะสมุยเริ่มกลับมาเป็นปกติ สายการบินลงจอดในสนามบินได้ นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ขณะนี้ผู้ประกอบการลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อดำเนินการปรับปรุงและทำการตลาดต่อไป

"ตอนนี้อยากให้สำนักงานต่างประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทำความเข้าใจนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าเมืองท่องเที่ยวหลักของไทยยังสามารถให้บริการได้ก่อนที่เขาจะปรับแผนไปเที่ยวประเทศอื่นแทน"

ขณะที่นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการ ททท. ทุกสำนักงานในภาคใต้ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เช่น แพพะโต๊ะ สถานที่ล่องแพ โดยตัวแพได้รับความเสียหายทั้งหมด เป็นต้น ทั้งนี้ ททท.ได้ให้ความสำคัญเรื่องการประเมินความเสียหายของแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเป็นอันดับแรก

ขณะเดียวกันยังได้แนะนำให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยหรือเอสเอ็มอีแบงก์และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยด้วย

"ตอนนี้อัตราการเข้าพักในแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับถนนที่ถูกปิดในช่วง1สัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้าพักลดลง 10% เหลือประมาณ 60-65% อย่างไรก็ตาม ททท.ประเมินด้วยว่า นักท่องเที่ยวอาจเปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวในภาคอื่น ๆ เช่น ภาคเหนือแทน"

บิ๊กซี-โลตัสเปิดปกติทุกสาขา

นางวิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า บิ๊กซีในภาคใต้เปิดให้บริการ 18 สาขา อยู่ในพื้นที่สูงจึงไม่ถูกน้ำท่วม แต่ถนนรอบนอกได้รับผลกระทบทำให้รถส่งของลำบาก การกระจายสินค้าจากกรุงเทพฯไปภาคใต้ล่าช้า 1 วัน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้สต๊อกรองรับตรุษจีนจึงมีเพียงพอ ล่าสุดได้เพิ่มการจัดส่งสินค้าบริโภคอีก 50% และจัดเอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญเฉพาะสาขาภาคใต้ลดราคาของกินของใช้ ช่วงน้ำลดมีโปรโมชั่นสินค้ากลุ่มทำความสะอาด เครื่องใช้ไฟฟ้า

นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ในภาคใต้เปิดให้บริการตามปกติ ก่อนหน้านี้มีบางสาขาโดนน้ำท่วมจึงปิดช่วงสั้น ๆ โดยมีดีซี (ศูนย์กระจายสินค้า) 1 แห่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้รอบการขนส่งสั้นลง

งบฯสร้าง-ซ่อมถนนหมื่นล้าน

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังภาคใต้ประสบปัญหาอุทกภัยใน 7 จังหวัด ถนนสายหลัก 21 สายทางได้รับความเสียหาย คาดว่าใช้งบฯฟื้นฟูเบื้องต้น 570 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานซ่อมบำรุงขนาดเล็ก 200-300 เมตร ใช้เวลาซ่อมแซมไม่เกิน 1 เดือนหลังน้ำลด

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กรมได้จัดสรรงบฯพัฒนาถนนในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2559 มีงานก่อสร้าง 8 โครงการ วงเงิน 1,177 ล้านบาท งานซ่อมบำรุงทาง 315 โครงการ 3,608 ล้านบาท, ปีงบประมาณ 2560 มีงานก่อสร้าง 9 โครงการ 730 ล้านบาท และซ่อมบำรุงทาง 277 โครงการ 3,180 ล้านบาท

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า ถนนในความรับผิดชอบของกรมถูกน้ำท่วม 111 สายทาง ใน 12 จังหวัดภาคใต้ คาดว่าใช้งบฯฟื้นฟู 900 ล้านบาท เริ่มดำเนินการหลังน้ำลดภายใน 7 วัน ใช้เวลาซ่อมแซม 15-30 วัน เบื้องต้นกรมใช้งบฯฉุกเฉินไม่เกิน 1 แสนบาท/แห่ง ล่าสุดในปีงบประมาณ 2560 กรมจัดสรรงบฯพัฒนาพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ 667 โครงการ วงเงินรวม 4,311 ล้านบาท ส่วนปี 2559 มีจำนวน 607 โครงการ วงเงิน 4,330 ล้านบาท

ผุดผังระบายน้ำ 13 จังหวัด

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับ ดร.รอยล จิตรดอน ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ มีความเห็นร่วมกันให้กรมจัดทำผังเมืองเพื่อการบรรเทาอุทกภัยเร่งด่วน 13 ภาคใต้ ไม่รวม จ.ภูเก็ต ทำไปแล้ว เพื่อให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น จะเร่งของบฯกระทรวงมหาดไทยจ้างที่ปรึกษาทำรายละเอียด คาดว่าใช้เวลา 10-12 เดือน

ผังดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐในการพัฒนาสิ่งก่อสร้างไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำเช่นถนนเพชรเกษม ควรมีช่องเปิดทางน้ำไหล การแสดงปริมาณน้ำไหลของแต่ละคลอง กำหนดพื้นที่ห้ามก่อสร้างอาคารบางชนิด ซึ่งต้องให้ท้องถิ่นออกข้อบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง เช่น กำหนดระยะถอยร่น สร้างบ้านใต้ถุนสูง เป็นต้น
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
14,01, 2017, 22:43:51
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #17 เมื่อ: 14,01, 2017, 22:43:51 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484295766
"พาณิชย์" สั่งออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม


พาณิชย์" สั่งออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลังน้ำลด เตรียมส่งกองทัพรถธงฟ้าเคลื่อนที่ ขนสินค้าจำเป็น ทั้งอุปโภคบริโภคและสินค้าซ่อมแซมบ้านเรือนเข้าพื้นที่ขายตรงประชาชนส่วนในช่วงน้ำท่วม ส่งทีมผู้บริหาร พาณิชย์จังหวัดลงตรวจถี่ยิบป้องกันการฉวยโอกาส พร้อมประสานผู้ประกอบการ ทั้งข้าว สินค้าจำเป็น บริจาคสิ่งของช่วยเหลือ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภายหลังจากน้ำลด ซึ่งในด้านการดูแลค่าครองชีพ ได้เตรียมจัดทัพรถธงฟ้าเคลื่อนที่เข้าไปยังพื้นที่ๆ ประสบภัย เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังได้เพิ่มสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ในครัวเรือนและซ่อมแซมบ้านเรือน เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างสำหรับซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน เป็นต้น 

ส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใน 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ได้กำหนดมาตรการบรรเทาความเดือดร้อน โดยผ่อนผันและขยายระยะเวลาดำเนินการต่างๆ ตามกฎหมายของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น ผ่อนผันการแจ้งบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย, ผ่อนผันการยื่นงบการเงินประจำปีของธุรกิจที่สามารถยื่นล่าช้ากว่ากำหนดได้ และผ่อนผันการยื่นจดทะเบียนของนิติบุคคล ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 1570

นางอภิรดีกล่าวว่า ในระหว่างที่น้ำท่วม ได้สั่งการให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดและห้างสรรพสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพ รวมทั้งดูแลให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ และประสานเชื่อมโยงผู้ประกอบการต่างๆ เพื่อกระจายสินค้าไปจำหน่ายยังพื้นที่มิให้ขาดแคลน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม (น้ำดื่ม ปลากระป๋อง ไข่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) ของใช้ส่วนตัว (ผ้าอนามัย กระดาษทิชชู สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผงซักฟอก) ของใช้เกี่ยวกับน้ำท่วม (น้ำยาทำความสะอาด แปรงทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ) วัสดุก่อสร้าง (สังกะสี อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก กระเบื้องปูพื้น)

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนผู้ส่งออกข้าว นำข้าวสารจำนวน 1,500 ตัน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และประสานผู้ประกอบการ ช่วยบริจาคสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ปลากระป๋อง 10,000 กระป๋อง, บะหมี่สำเร็จรูป 12,840 ซอง, นม UHT 7,200 กล่อง, น้ำดื่ม 2,000 ขวด, น้ำมันพืช 2,400 ขวด, ข้าวสุกพร้อมทาน 1,536 กระป๋อง, ผักกาดกระป๋อง 236 กระป๋อง โดยได้ส่งลงไปยังพื้นที่เพื่อกระจายให้กับประชาชนแล้ว

สำหรับการช่วยกระจายสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ขณะนี้ได้ดำเนินการติดต่อผู้ประกอบการผู้ผลิตสินค้าส้มโอทับทิมสยามและข้าวสังข์หยด ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือและช่วยในการกระจายสินค้าแล้ว และจะขยายผลไปยังสินค้าเกษตรอื่นๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย เพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมใต้ ชื่อบัญชี "กระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย" เลขที่บัญชี 385-0-08473-6 โดยจะรับบริจาค ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มี.ค.2560 เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
15,01, 2017, 23:29:12
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #18 เมื่อ: 15,01, 2017, 23:29:12 »

ไฟเขียว อัตราค่าเก็บขยะใหม่ทั่วประเทศ ครัวเรือนละ 150 บาท/เดือน

มาแล้ว! กฎหมายความสะอาดฉบับใหม่ “มท.1”เตรียมออกกฎกระทรวงค่าธรรมเนียมเก็บขยะ-ขนขยะทั่วประเทศ ปี 2560 ไฟเขียว อปท.เก็บค่าธรรมเนียมเอกชน “จัดเก็บขนส่งขยะ 1 หมื่นบาท กำจัด-หาประโยชน์จากขยะ ฉบับละ 5 หมื่นบาท ส่วน “อัตราใหม่ขออนุญาตทำใบปลิว ครั้งละ 200 บาท” เผย อัตราค่าเก็บขยะใหม่ทั่วประเทศ ครัวเรือน ไม่เกิน 120 กก. หรือ 600 ลิตร ให้จัดเก็บ 150 บาท/เดือน

วันนี้( 15 ม.ค.) มีรายงานว่า ราชกิจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของบ้านเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีจำนวน 12 มาตรา ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป โดยให้ยกเลิกความในมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป”

ผู้จัดการ online.
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
15,01, 2017, 23:49:22
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #19 เมื่อ: 15,01, 2017, 23:49:22 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484468704

ธุรกิจเรือประมงไทยส่ออาการหนัก ขาดแรงงานจอดตายเพียบ-ราคาปลาพุ่ง 6 เท่า

เรือประมงไทยอาการหนัก แรงงานขาดแคลนต้องจอดเรือกันเพียบ ทั้งฝั่งอันดามัน อ่าวไทย และภาคตะวันออก เหตุโทษรุนแรงปรับถึงหัวละ 4 แสนบาท ออกเรือมีจำนวนแรงงานน้อยกว่าที่แจ้งล่วงหน้ายังถูกดำเนินคดีฟ้องศาล ขณะที่ ครม.เลื่อนการออกหนังสือ Seabook ให้แรงงานต่างด้าวจาก ม.ค.ไปกลาง มี.ค.นี้มีสิทธิ์ไม่ทันอีก

รายงานข่าวจากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่าจากการที่กรมประมงได้มีหนังสือถึงสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการให้เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป และขนาด 10 ตันกรอสขึ้นไป ที่ใช้เครื่องมืออวนลาก อวนล้อมจับ อวนครอบปลากะตัก และมีแรงงานบนเรือเป็นคนต่างด้าว ต้องไปยื่นขอมีหนังสือคนประจำเรือ (Seabook) โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ภายหลังประกาศมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะสิ้นสุดภายในเดือนมกราคมนี้ ทางสมาคมได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกชาวประมงในหลายจังหวัด เกี่ยวกับขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่มีความล่าช้าและมีขีดจำกัด ซึ่งชาวประมงเกรงว่าแรงงานต่างด้าวจะได้รับหนังสือคนประจำเรือ(Seabook) ไม่ทันตามระยะเวลาตามที่กรมประมงกำหนด เนื่องจากจะเริ่มดำเนินการบังคับใช้ตามกฎหมายแล้วนั้นทางสมาคมจึงได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ฉัตรชัยสาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอขยายระยะเวลาการมีหนังสือคนประจำเรือ (Seabook) สำหรับแรงงานต่างด้าวออกไปอีก

รายงานข่าวกล่าวว่า ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติในหลักการร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การออกหนังสือคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง (ฉบับที่...) พ.ศ. ...ตามที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดำเนินการต่อไปได้

โดยสาระสำคัญของร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ขยายเวลาในการกำหนดให้คนประจำเรือที่ทำงานอยู่ในเรือประมง ซึ่งเป็นคนต่างด้าว และยังไม่มีหนังสือคนประจำเรือ ต้องมีหนังสือคนประจำเรือ จากเดิมที่ต้องดำเนินการภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับภายในวันที่ 12 มกราคม 2560 ออกไปเป็นวันที่ 15 มีนาคม 2560

นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากกรณีที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ให้ขยายระยะเวลาในการกำหนดให้คนประจำเรือที่ทำงานอยู่ในเรือประมงซึ่งเป็นคนต่างด้าว และยังไม่มีหนังสือ

คนประจำเรือให้มีหนังสือคนประจำเรือ (Seaman Book) จากเดิมที่ต้องมีการดำเนินการภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่มีผลใช้บังคับ (ภายใน 12 มกราคม 2560) เลื่อนออกไปเป็น 15 มีนาคม 2560 นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการได้เข้ายื่นหนังสือมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯถึงปัญหาในการจดทะเบียน โดยอุปสรรคหลักคือเรื่องของภาษาในการสื่อสาร ขาดแคลนล่าม จึงทำให้ล่าช้า ทั้งนี้เร็ว ๆ นี้ตามกำหนดการเดิมในเดือนมกราคมนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กรมประมง ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เพื่อหารือและรายงานความก้าวหน้าผลการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม (IUU) ซึ่งจะมีประเด็นความคืบหน้าผลการบังคับคดีเรือประมงผิดกฎหมาย ศูนย์ PIPO การควบคุมจำนวนเรือขนถ่ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เนื่องจากเรื่องนี้เป็นระบบใหม่ กรมประมงมีการสั่งเครื่องมืออุปกรณ์มาทำงานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ทำให้ระบบและเจ้าหน้าที่ยังไม่พร้อม สามารถออกหนังสือ Seabook ให้แรงงานต่างด้าวได้เฉลี่ยวันละ 40-50 คน วันที่ 12 มกราคมนี้ไม่ทันอย่างแน่นอน และคาดว่าวันที่ 15 มีนาคมศกนี้ก็คงไม่เรียบร้อยเช่นกัน

สถานการณ์ของเรือประมงไทยขณะนี้อาการหนักมาก ต้องมีเอกสารไว้ยื่นกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมประมง กรมเจ้าท่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศูนย์ตรวจสอบเรือเข้า-ออก (PIPO) และทหารเรือ กอปรกับไม่มีแรงงานใหม่ลงเรือ ทำให้เรือประมงต้องจอดตายนับร้อยลำที่ อ.กันตัง จ.ตรัง และอีกจำนวนมากที่สงขลา ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และภาคตะวันออก เพราะหากถูกจับเรื่องแรงงานผิดกฎหมายจะถูกปรับถึงรายละ 4 แสนบาท ล่าสุด เรืออวนล้อมปลากะตัก นำแรงงานผิดกฎหมาย 14 คนจับปลาถูกจับที่ภาคตะวันออกรวมแล้วถูกปรับคิดเป็นเงินกว่า 5.6 ล้านบาทหรือหากแจ้งล่วงหน้าต่อ PIPO ว่าจะมีแรงงานบนเรือประมงออกจับปลา 15 คน เมื่อออกไปจับจริงแรงงานบนเรือเหลือ 12 คน เพราะแรงงานมีการโยกย้ายบ่อยมาก ก็จะจับดำเนินคดีส่งฟ้องศาล ทำให้เรือประมงสุดจะอดกลั้นในปัญหาที่ถาโถมเข้ามาจำนวนมาก ในขณะที่การจ่ายค่าชดเชยการซื้อเรือคืนของภาครัฐก็ค่อนข้างช้า

ส่วนราคาสินค้าประมงก็ขยับขึ้นสูงมาก ปลาทูจากที่เคยซื้อตัวละ 5 บาท ก่อนแก้ IUU ขณะนี้ตัวละ 20-30 บาทแล้วแต่ขนาดปลาสด จากเดิม กก.ละ 60-70 บาท ก็ขยับเป็น กก.ละ 150 บาท เพราะเรือประมงไม่ออกทะเลจำนวนมาก ทำให้ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปส่งออกในไทยต้องนำเข้าสัตว์น้ำจากมาเลเซียและอินเดียแทน
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15,01, 2017, 23:51:07 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
16,01, 2017, 15:20:28
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #20 เมื่อ: 16,01, 2017, 15:20:28 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484534141

ช็อปช่วยชาติปั๊มรูดบัตรพุ่งปรี๊ด Q4 2 ค่ายเฮยอดใช้จ่ายทั้งปีโตทะลุเป้า-ลุยยิงโปรฯเพิ่ม

2 ค่ายบัตรเครดิตยิ้มแป้น ยอดรูดพุ่งปรี๊ดปิดท้ายปีཷ รับ "ช็อปช่วยชาติ" 2 สัปดาห์ท้ายปีลิง เคทีซีชี้ ธ.ค. ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงกว่า 2 พันล้าน โต 12% เผยปีนี้ตั้งเป้าเพิ่ม 15% อัดแคมเปญสั้น-ยาวในหมวด รร.-รพ. ฟากกสิกรฯยิงโปรฯตรงหมวด ดัน Q4 ยอดรูดพุ่ง 25%

นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซีเปิดเผยว่า จากมาตรการสนับสนุนช็อปช่วยชาติ เพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา วงเงินไม่เกิน 15,000 บาท ในช่วงวันที่ 14-31 ธ.ค. 59 ที่ผ่านมา ได้มีส่วนกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) ในช่วง ธ.ค. 2559 เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ล้านบาท ปรับตัวขึ้นประมาณ 11-12% ทำให้ยอดรวมของเดือน ธ.ค.อยู่ที่ 1.8-1.9 หมื่นล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 1.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

ทั้งนี้ จากยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรที่เติบโตได้ดีในช่วงเดือน ธ.ค. ทำให้ไตรมาส4/2559 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตราว 11-12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ส่วนภาพรวมทั้งปี 2559 ประเมินว่า ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรน่าจะเติบโต 12-13% หรือคิดเป็นมูลค่ายอดการใช้จ่ายโดยรวมผ่านบัตรที่ 1.65 แสนล้านบาท

"การใช้จ่ายผ่านบัตรในเดือนธันวาคมยังปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะมาตรการรัฐแต่หากดูทั้งไตรมาส แม้การเติบโตจะยังเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว แต่อัตราการขยายตัวต่ำกว่าช่วงไตรมาส 4 ปี 2558

ที่ขยายตัวได้ถึง 20% เพราะปลายปีที่แล้วดีมานด์บางส่วนแผ่วลง คนที่เคยซื้อของในช่วงปลายปีก็มีการชะลอออกไป โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ขณะกลุ่มที่รายได้ปานกลางที่มีเงินเดือนเกิน 30,000 บาท ยังมีการใช้จ่ายดีอยู่ โดยเฉพาะการรูดใช้เพื่อท่องเที่ยวในต่างจังหวัดและต่างประเทศ" นางพิทยากล่าว

สำหรับเป้าหมายการเติบโตของปี 2560 เคทีซีตั้งเป้าการเติบโตด้านการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 15% จากปี 2559 เนื่องจากเชื่อว่าโครงการลงทุนต่าง ๆ ของภาครัฐจะหนุนให้ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยในปีนี้คล่องตัวขึ้น

"ปีนี้เรายังคงต้องออกโปรโมชั่นให้ลูกค้าต่อเนื่องทั้งแบบสั้นและยาว โดยโปรฯระยะสั้นที่จะสิ้นสุดไตรมาสแรกนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรงแรม โดยเคทีซีได้จับมือกับพันธมิตรทั่วประเทศ 200-300 แห่งประเทศ ให้ส่วนลดค่าห้องสูงสุดถึง 50% นอกจากนี้ยังมีโปรฯที่ยาวครอบคลุมไปถึงปลายปี ซึ่งเจาะกลุ่มในกลุ่มโรงพยาบาลกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ เช่น การลดค่ายา ค่าห้องพักกว่า 10%" นางพิทยากล่าว

ด้านนางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมาแต่เชื่อว่าจากมาตรการช็อปช่วยชาติรับคืนภาษี ที่ธนาคารได้ร่วมจัดแคมเปญใช้จ่ายผ่านบัตรที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4,500 บาท จะมีส่วนสนับสนุนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วงไตรมาส 4ที่ผ่านมาให้เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะในหมวดช็อปปิ้ง อาหาร และท่องเที่ยว โดยคาดว่ายอดใช้จ่ายจะเติบโตประมาณ 25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2558

"มาตรการภาษีดังกล่าว เราคาดยอดใช้จ่ายรวมในไตรมาส 4 ปี 2559 อยู่ที่ราว 97,000 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งปี 2559 น่าจะเห็นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ราว 11% หรือ 3.53 แสนล้านบาท" นางนพวรรณกล่าว

ด้านบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ช่วงปลายปี 2559 ทิศทางการใช้จ่ายผ่านบัตรค่อนข้างคึกคัก โดยเติบโตจากการท่องเที่ยว การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงมาตรการรัฐ "ช็อปช่วยชาติ"หนุนการใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งระบบในปีนี้ เพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท ทำให้ทั้งปี ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรปี 2559 มาอยู่ที่ 1.36 ล้านล้านบาท เติบโต 7.5% จากปี 2558

ส่วนปี 2560 นี้คาดยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของสถาบันการเงินจะอยู่ที่ 1.44-1.47 ล้านล้านบาท เติบโต 6.0-8.0% เมื่อเทียบกับปี 2558
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
18,01, 2017, 17:27:20
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #21 เมื่อ: 18,01, 2017, 17:27:20 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484717156

สรรพากรแจง ครม.ไฟเขียวมาตรการลดภาษี "ซ่อมบ้าน-ซ่อมรถ" เกณฑ์เดียวกับน้ำท่วมปี′54-55

นายมงคล ขนาดนิด นิติกรผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร เปิดเผยว่า วานนี้ (17 ม.ค.) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 กรณีการหักลดหย่อนภาษีค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียภาษีที่มีทรัพย์สินเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้

ทั้งนี้ กรณีซ่อมบ้าน ให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับจำนวนเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร หรือที่อยู่ในเขตอาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด หรือทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดกับตัวอาคารหรือในเขตอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2559 ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2560 และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย โดยหักได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท

ยกตัวอย่างเช่น 1) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร เช่น ค่าสีทาบ้าน ห้องชุดในอาคารชุด หรือตึกแถว ค่ากระเบื้อง ค่าฝ้าเพดาน ค่าหลังคา ค่าอิฐ ค่าปูน ที่ใช้ในการซ่อมแซม และค่าแรงในการซ่อมแซม

2) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดกับ ตัวอาคารหรือห้องชุด เช่น ค่าซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ built-in

และ 3) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดอยู่ในเขตอาคาร เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมรั้ว ประตูรั้ว กำแพง โรงรถ สระว่ายน้ำ บ่อเลี้ยงปลา รวมทั้งค่าแรง

ส่วนกรณีซ่อมรถ ให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับจำนวนเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถ หรืออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2559 ถึงวันที่ 31 พ.ค.2560 และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย โดยหักได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท

ยกตัวอย่างเช่น ค่าซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ค่าซ่อมตัวเครื่องยนต์ ค่าซ่อมแซมสีรถ เบาะรถ ล้อรถ ระบบแอร์ในรถ หรืออุปกรณ์ที่ติดกับตัวรถซึ่งเสียหายจากการถูกน้ำท่วม โดยรถนั้นจะต้องเป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

"ค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถดังกล่าวที่จ่ายในปี 2560 ให้ใช้สำหรับการคำนวณเสียภาษีเพื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ประจำปีภาษี 2560 ที่จะต้องยื่นรายการภายในวันที่ 31 มี.ค.2561 จึงขอให้ผู้เสียภาษีเก็บเอกสารการจ่ายเงินค่าซ่อมเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นรายการเพื่อเสียภาษีด้วย" นายมงคลกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกพื้นที่และศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161
นายมงคล กล่าวด้วยว่า มาตรการนี้เป็นเกณฑ์เดียวกับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเมื่อปี 2554-2555 ซึ่งครั้งนั้นมีผู้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีไปกว่า 4,200 ล้านบาท
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
19,01, 2017, 09:05:07
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #22 เมื่อ: 19,01, 2017, 09:05:07 »

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484736062

ผ่างบฯกลุ่มจังหวัดตะวันออก 20 โครงการ 330 รายการ 7,000 ล้านบาท
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แผนทุ่มงบประมาณกลุ่มจังหวัด 1 แสนล้านบาท อัดฉีด 18 กลุ่มจังหวัด ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เพราะเดิมทีงบประมาณกลุ่มจังหวัดที่ผ่านมา ได้รับอยู่ที่กลุ่มละ 300-500 ล้านบาทเท่านั้น แต่รอบนี้ ตัวเลขปรับขึ้นถึงกลุ่มละ 5 พันล้านบาท โดยใช้แนวทางการจัดทำงบกลางปี 2560 ซึ่งแต่ละโครงการจะเกิดจากไอเดียของกลุ่มจังหวัดที่ต้องเสนอโครงการเข้าไป โดยงบประมาณจะเบิกจ่ายภายในวันที่ 30 กันยายน 2560 ระยะเวลาดำเนินการโครงการต้องให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2561

งานนี้รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะเป็นการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และจะเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจปีླྀ โตไม่ต่ำกว่า 4%

โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะชลบุรี และ ระยอง ยังเป็นจังหวัดในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซีอีกด้วย ซึ่งภายหลังการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการตามแนวทางการสร้างความเข้มแข็ง ได้ผลสรุปแผนแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ โดยยื่นเสนอโครงการทั้งสิ้น 7,303 ล้านบาท

ปรับใหญ่โครงการพื้นฐาน

"ภัครธรณ์ เทียนไชย" ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี หัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า โครงการที่กลุ่มจังหวัดเสนอไปแม้ว่าโครงการจะไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากติดเงื่อนไขเป็นโครงการที่ต้องดำเนินการให้เสร็จใน 1 ปี ส่วนมากเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สร้างถนน ปรับปรุงผิวถนน เป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และดึงดูดนักลงทุน

"มองว่างบประมาณก้อนนี้เป็นงบประมาณที่มาเติม เช่น หากงบประจำที่ไม่ได้ก็นำส่วนนี้มาเติมได้ทันที จะเป็นเหมือนการกระตุ้นให้นักธุรกิจเห็นว่าจังหวัดเราได้ทำโครงสร้างพื้นฐานที่ดี

มีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นท่าเรือ ระบบขนส่ง ถือเป็นแรงดึงดูดนักลงทุน อย่างไรก็ตามต้องรอส่วนกลางพิจารณาว่าโครงการไหนจะผ่านบ้าง"



 
ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจภูมิภาค
วันที่ 18 มกราคม 2560
ผ่างบฯกลุ่มจังหวัดตะวันออก 20 โครงการ 330 รายการ 7,000 ล้านบาท

แผนทุ่มงบประมาณกลุ่มจังหวัด 1 แสนล้านบาท อัดฉีด 18 กลุ่มจังหวัด ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เพราะเดิมทีงบประมาณกลุ่มจังหวัดที่ผ่านมา ได้รับอยู่ที่กลุ่มละ 300-500 ล้านบาทเท่านั้น แต่รอบนี้ ตัวเลขปรับขึ้นถึงกลุ่มละ 5 พันล้านบาท โดยใช้แนวทางการจัดทำงบกลางปี 2560 ซึ่งแต่ละโครงการจะเกิดจากไอเดียของกลุ่มจังหวัดที่ต้องเสนอโครงการเข้าไป โดยงบประมาณจะเบิกจ่ายภายในวันที่ 30 กันยายน 2560 ระยะเวลาดำเนินการโครงการต้องให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2561

งานนี้รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะเป็นการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และจะเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจปีླྀ โตไม่ต่ำกว่า 4%

โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะชลบุรี และ ระยอง ยังเป็นจังหวัดในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซีอีกด้วย ซึ่งภายหลังการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการตามแนวทางการสร้างความเข้มแข็ง ได้ผลสรุปแผนแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ โดยยื่นเสนอโครงการทั้งสิ้น 7,303 ล้านบาท

ปรับใหญ่โครงการพื้นฐาน

"ภัครธรณ์ เทียนไชย" ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี หัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า โครงการที่กลุ่มจังหวัดเสนอไปแม้ว่าโครงการจะไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากติดเงื่อนไขเป็นโครงการที่ต้องดำเนินการให้เสร็จใน 1 ปี ส่วนมากเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สร้างถนน ปรับปรุงผิวถนน เป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และดึงดูดนักลงทุน

"มองว่างบประมาณก้อนนี้เป็นงบประมาณที่มาเติม เช่น หากงบประจำที่ไม่ได้ก็นำส่วนนี้มาเติมได้ทันที จะเป็นเหมือนการกระตุ้นให้นักธุรกิจเห็นว่าจังหวัดเราได้ทำโครงสร้างพื้นฐานที่ดี

มีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นท่าเรือ ระบบขนส่ง ถือเป็นแรงดึงดูดนักลงทุน อย่างไรก็ตามต้องรอส่วนกลางพิจารณาว่าโครงการไหนจะผ่านบ้าง"

สำหรับโครงการที่นำเสนอมีทั้งหมด 20 โครงการ รวม 330 รายการ ทุกโครงการเป็นการดำเนินการตามห่วงโซ่คุณค่า หรือ Value Chain นั่นคือ ดำเนินการพร้อมกันทั้งระบบ คือ 1.ด้านการผลิต 2.การสร้างมูลค่าเพิ่มและนวัตกรรม และ 3.การจัดจำหน่ายและการตลาด


 

2.3 พันล้านหนุนอุตสาหกรรม

กลุ่มภาคตะวันออกแบ่งเป็น 4 แนวทาง ได้แก่ 1.แนวทางเพิ่มศักยภาพ ภาคอุตสาหกรรม การค้าและการลงทุน 7 โครงการ งบประมาณ 2,346 ล้านบาท แบ่งเป็นการยกระดับการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมให้เป็นฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสีเขียวชั้นนำในอาเซียน งบประมาณ 1,582.7 ล้านบาท และพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนให้เป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน งบประมาณ 763.4 ล้านบาท มีการลงทุน 8 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำเพื่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม 255 ล้านบาท อาทิ ขุดลอกอ่างเก็บน้ำหนองค้อ เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำ 285,000 ลูกบาศก์เมตร 10 ล้านบาท ปรับปรุงคลองชลประทานพานทอง 220 ล้านบาท เป็นต้น 2.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม 915 ล้านบาท อาทิ ก่อสร้างขยายช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3702 เขาดิน-หนองข้างคอก จาก 5.50 เมตร เป็น 11 เมตร 300 ล้านบาท เป็นต้น 3.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณเขตพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน 617 ล้านบาท อาทิ พัฒนาเส้นทางเขตเศรษฐกิจพิเศษตราด ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด 17.5 ล้านบาท พัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทย และกัมพูชา (ทางหลวงหมายเลข 3193 สายบ้านป่าวิไล-ด่านชายแดนบ้านแหลม) โดยการขยายทางจราจรจาก 2 ช่อง เป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 9.3 กิโลเมตร 360 ล้านบาท เป็นต้น

4.โครงการพัฒนาสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และสิ่งแวดล้อมบริเวณชายแดน 140 ล้านบาท อาทิ ก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ และวางท่อส่งน้ำประปาบริเวณถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว 1 ระบบ 30 ล้านบาท จัดหาน้ำประปาพื้นที่ชายหาดเจ้าหลาว-คุ้งกระเบน 60 ล้านบาท เป็นต้น 5.โครงการพัฒนาเมืองสาธารณูปโภค สาธารณูปการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 268 ล้านบาท อาทิ วางท่อขยายเขตจ่ายน้ำพื้นที่ อ.เมือง และ อ.แกลง จ.ระยอง 180 ล้านบาท วางท่อขยายเขตจ่ายน้ำในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 53 ล้านบาท วางท่อขยายเขตจ่ายน้ำพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง 35 ล้านบาท เป็นต้น 6.โครงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม นวัตกรรม 86 ล้านบาท 7.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม 58.6 ล้านบาท อาทิ เสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต สายทางหลวงชนบท 1032 ทางหลวงหมายเลข 7 บ้านปากร่วม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระยะทาง 5.3 กิโลเมตร 30 ล้านบาท เป็นต้น และ 8.โครงการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดด้านชายแดน 5.8 ล้านบาท

ผงาดมหานครผลไม้ตะวันออก

2.แนวทางเพิ่มศักยภาพภาคการเกษตร 4 โครงการ งบประมาณ 1,424 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร 860 ล้านบาท อาทิ ประตูระบายน้ำคลองหนองสรวง 35 ล้านบาท ฝายบ้านเขาแดงพัฒนา 27 ล้านบาท ฝายบ้านวังสรรรส 2 จำนวน 44 ล้านบาท วางท่อน้ำดิบกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรพื้นที่ ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด 40 ล้านบาท ก่อสร้างสถานีสูบด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านหนองกวางระยะ 1 จำนวน 50 ล้านบาท เป็นต้น 2.โครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย 57 ล้านบาท 3.โครงการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการตลาด (ยกระดับภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางผลไม้ของประเทศ) 43 ล้านบาท อาทิ การจัดงาน "มหานครผลไม้ภาคตะวันออก" 15 ล้านบาท ยกระดับตลาดกลางผลไม้ภาคตะวันออก 23 ล้านบาท เป็นต้น 4.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และระบบโลจิสติกส์ภาคเกษตรกรรม 464.2 ล้านบาท

จ้างวัยเกษียณดูแลนักท่องเที่ยว

3.แนวทางเพิ่มศักยภาพภาคการท่องเที่ยว และบริการ 4 โครงการ งบประมาณ 2,278 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการพัฒนา และ ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว 640.8 ล้านบาท อาทิ พัฒนาแห่งท่องเที่ยวชุมชนชากแง้ว และชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย โดยการจ้างเหมาจัดกิจกรรม 20 ล้านบาท พัฒนาเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง 25.6 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สร้างศาลาอเนกประสงค์ 3 หลัง ทำห้องน้ำชาย-หญิง 3 ชุด ทำฝายถาวร 1 แห่ง จัดทำสะพานคนเดินข้ามบริเวณถ้ำเขาวง ทำบ่อน้ำพุ 2 แห่ง เป็นต้น 2.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และด้านปลอดภัย 1,562.8 ล้านบาท 3.โครงการประชาสัมพันธ์ และการตลาดด้านการท่องเที่ยว 49.9 ล้านบาท 4.โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว 24.5 ล้านบาท อาทิ จัดฝึกอบรมโครงการ Amazing Thai Host 20 ล้านบาท แบ่งเป็น ฝึกอบรมผู้เข้าโครงการ 8.6 ล้านบาท จ้างผู้เกษียณอายุจำนวน 180 คน ทำงาน 7 เดือน ค่าจ้างเดือนละ 9,000 บาท เพื่ออำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และสถานที่ท่องเที่ยว 11.3 ล้านบาท เป็นต้น

4.แนวทางพัฒนาด้านสังคมยกระดับคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม 4 โครงการ งบประมาณ 1,254.6 ล้านบาท อาทิ ก่อสร้างอาคารสูบน้ำ 1 โรง บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำดิบ 5 ชุด ติดตั้งระบบไฟฟ้า และระบบควบคุม พร้อมก่อสร้างอาคารควบคุม และบ้านพัก 3 หลัง 840 ล้านบาท ปรับปรุงสนามกีฬาจังหวัดตราด ด้วยการปูยางลู่วิ่งสังเคราะห์ ติดป้ายบอกคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมโครงสร้างเสาและหุ้มด้วยอะลูมิเนียมคอมโพสิต และอุปกรณ์ควบคุม 42 ล้านบาท เป็นต้น

โปรเจ็กต์ทั้งหมดนี้ถือเป็นความหวังของการพัฒนาท้องถิ่น แต่จะสำเร็จแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ที่ต้องทำงานอย่างจริงจัง และจริงใจ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่วาดฝันไว้ให้ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21,01, 2017, 09:41:55 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
21,01, 2017, 09:38:42
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #23 เมื่อ: 21,01, 2017, 09:38:42 »

แปลคำปราศรัย พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนใหม่ จากหลาย ๆ แหล่งข่าว


ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 กล่าวสุนทรพจน์หลังการสาบานตนรับตำแหน่งในวันนี้

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลจะสร้างถนนใหม่, ทางหลวง, สะพาน, สนามบิน, อุโมงค์ และทางรถไฟทั่วประเทศ

นอกจากนี้ รัฐบาลจะนำประชาชนที่มีชีวิตอยู่โดยพึ่งพาสวัสดิการของรัฐ ให้กลับมาทำงาน และสร้างประเทศ

ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินการด้วยกฎง่ายๆเพียง 2 ข้อคือ ซื้อสินค้าอเมริกัน และจ้างชาวอเมริกัน

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq29/2588202

IQ>   *สรุปสาระสำคัญของสุนทรพจน์หลังการสาบานตนรับตำแหน่งปธน.สหรัฐของ"ทรัมป์"

          สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 60)--นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 กล่าวสุนทรพจน์หลังการสาบานตนรับตำแหน่งในวันศุกร์ (20 ม.ค.) โดยมีสาระสำคัญดังนี้

          -- ผลักดันนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" โดยการตัดสินใจด้านการค้า ภาษี ประเด็นคนเข้าเมือง และกิจการต่างประเทศ จะต้องเอื้อประโยชน์ต่อแรงงานชาวสหรัฐและครอบครัวชาวอเมริกัน โดยรัฐบาลจะยุติการที่ประเทศอื่นทำการผลิตสินค้าสหรัฐ ขโมยบริษัทสหรัฐ และทำลายการจ้างงานในสหรัฐ
          -- ทำให้อเมริกากลับมาภาคภูมิ ปลอดภัย และยิ่งใหญ่อีกครั้ง
          -- นำสหรัฐกลับสู่ความยิ่งใหญ่ พร้อมให้อำนาจกลับคืนสู่ประชาชนทุกคน
          -- กวาดล้างกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงให้หมดสิ้นไปจากโลก โดยสหรัฐจะกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรเก่า และก่อตั้งพันธมิตรใหม่ รวมทั้งจับมือกับประเทศต่างๆในการต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งสหรัฐจะถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้นไปจากโลก
          -- ดึงการลงทุน การใช้จ่ายงบกลาโหมกลับสู่ประเทศ โดยรัฐบาลสหรัฐจะเป็นผู้กำหนดทิศทางของอเมริกาและของโลกในเวลาอีกหลายๆปี
          -- กระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานครั้งใหญ่ ด้วยการก่อสร้างสาธารณูปโภคทั่วสหรัฐ โดยรัฐบาลจะดำเนินการด้วยกฎง่ายๆเพียง 2 ข้อคือ ซื้อสินค้าอเมริกัน และ จ้างชาวอเมริกัน
   
--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย ปนัยดา ปัทมโกวิท โทร.02-2535000 ต่อ 323 อีเมล์: panaiyada@infoquest.co.th--


"ทรัมป์"กล่าวสุนทรพจน์ให้อำนาจกลับคืนสู่ประชาชน ขณะนำสหรัฐกลับสู่ความยิ่งใหญ่ พร้อมเตรียมดึงการลงทุน,การใช้จ่ายงบกลาโหมกลับสู่ประเทศ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 กล่าวสุนทรพจน์หลังการสาบานตนรับตำแหน่งในวันนี้ โดยกล่าวว่า



"ทรัมป์"กล่าวสุนทรพจน์ให้อำนาจกลับคืนสู่ประชาชน ขณะนำสหรัฐกลับสู่ความยิ่งใหญ่ พร้อมเตรียมดึงการลงทุน,การใช้จ่ายงบกลาโหมกลับสู่ประเทศ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21,01, 2017, 09:43:45 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
21,01, 2017, 10:00:25
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #24 เมื่อ: 21,01, 2017, 10:00:25 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484911200

รถไฟเดินหน้าปรับปรุงมาตรฐานตู้โดยสารชั้น 3 ให้เสร็จ 40 คัน รับเทศกาลสงกรานต์
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงแผนการปรับปรุงการให้บริการของการรถไฟฯ ในปี 2560 ว่า การรถไฟฯจะมุ่งเน้นการยกระดับการให้บริการรถไฟอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการให้ประชาชนทุกระดับเข้าถึงการบริการขั้นพื้นฐานที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน

โดยได้มีการเร่งดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานรถไฟโดยสารชั้น 3 ให้ครบตามเป้าหมายจำนวน 148 คัน หลังจากที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงและเปิดให้บริการแก่ประชาชนในระยะแรกไปแล้ว 20 คัน และก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้ จะมีการปรับปรุงเสร็จเพิ่มเติมอีก 40 คัน รวมเป็น 60 คัน ก่อนจะปรับปรุงเสร็จได้ครบตามแผนทั้งหมด 148 คันภายในสิ้นปี เพื่อสามารถรองรับการเดินทางของประชาชน ทันช่วงเทศกาลปีใหม่

ทั้งนี้ภายในรถไฟชั้น 3 ที่มีการปรับปรุงได้มีการทำสีขบวนรถโดยสารทั้งภายในและภายนอกใหม่ การปรับปรุงระบบน้ำใช้ ห้องน้ำ และเครื่องสุขภัณฑ์ให้มีความสะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวน การปรับปรุงประตู หน้าต่าง บานกระจกใหม่ เปลี่ยนพื้น ในตัวรถโดยสารใหม่ทั้งหมดให้มีความสะอาด แข็งแรง ใช้วัสดุพิเศษกันลื่นและป้องกันการติดไฟ หุ้มเบาะนั่งใหม่ พนักพิงให้นั่งได้สะดวกสบาย รวมถึงการเปลี่ยนพัดลม ในรถโดยสารทุกคันให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

สำหรับรถไฟชั้น 3 ที่มีการปรับปรุงแล้วเสร็จ การรถไฟฯ จะนำมาเปิดให้บริการ ทั้งในส่วนของรถไฟชั้น 3 ซึ่งพ่วงอยู่ในขบวนรถเร็ว 8 ขบวน ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ ขบวนที่ 109 กรุงเทพ-เชียงใหม่ ขบวนที่ 102 เชียงใหม่-กรุงเทพ ขบวนที่ 171 กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก ขบวนที่ 172 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพ ขบวนที่ 133 กรุงเทพ-หนองคาย ขบวนที่ 134 หนองคาย-กรุงเทพ ขบวนที่ 145 กรุงเทพ-อุบลราชธานี และขบวนที่ 146 อุบลราชธานี-กรุงเทพ ตลอดจนขบวนรถไฟชานเมืองซึ่งเป็นรถไฟฟรี ที่เปิดให้บริการแก่ประชาชนวันละ 164 ขบวน 

"หลังจากที่การรถไฟฯ ได้มีการปรับปรุงรถไฟชั้น 3 ระยะแรก และเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการไปแล้ว เสียงส่วนใหญ่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯยังได้ตระหนักถึงการบำรุงรักษาภายในขบวนรถ โดยสารเพื่อให้สามารถนำรถไฟที่มีคุณภาพดีออกมาให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างยาวนาน จึงได้มีการจัดกิจกรรมทำความสะอาด Big Cleaning Day ในขบวนรถไฟโดยสารอย่าง ต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2560 อีกด้วย"
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
22,01, 2017, 17:33:21
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #25 เมื่อ: 22,01, 2017, 17:33:21 »

http://www.matichon.co.th/news/435710

ยางเมืองคอนวูบ!! เสียหายวันละ500ล้าน โอด ท่วมจมแล้วจมอีก ตายทั้งคนทั้งต้นยาง

ยางเมืองคอนวูบ อนาคตยางขาด เสียหายวันละ 500 ล้านบาท

วันที่ 21 มกราคม 2560 ที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เวลานี้ชาวสวนยางดีใจที่ยางมีราคาดีขึ้น แต่สวนยางในภาคใต้เวลานี้เจอสภาพน้ำท่วม จมแล้ว จมอีก ส่งผลให้ไม่สามารถกรีดยางได้ ต่อให้ยางมีราคา กก.ละ 200 บาทก็ไม่มียางออกมาให้ขาย

“นครศรีธรรมราชจังหวัดเดียวมีสวนยางกว่า 2 ล้านไร่ ผลิตเป็นน้ำยาง 30% ยางก้นถ้วย 60% ยางแผ่น 10% วันนี้ยางไม่สามารถกรีดได้ ที่สำคัญน้ำท่วมทำให้ต้นยางตายนิ่ง 10% ของพื้นที่ปลูก และยางอ่อนแอลงเนื่องจากใบร่วมหมดต้น กว่าจะคืนสภาพยางให้เหมือนเดิมได้ต้องใช้เวลาถึง 3 เดือน ก็เข้าสู่ช่วงปิดกรีดพอดี”

นายทศพล กล่าว ตามปกติ ช่วงเดือน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ ในแต่ละปี จะเป็นช่วงที่ต้นยางพาราพีคสูงสุด ผลิตน้ำยางออกมากที่สุด น้ำก็ท่วมในช่วง 3 เดือนนี้พอดี ชาวสวนยางจึงไม่สามารถกรีดยางได้ ถามว่าเดือดร้อนเพียงใด คนทำงานหากวันใดหยุดทำงานก็อยู่ไม่ได้ ไหนจะภาระความรับผิดชอบในครอบครัว คนไม่จนก็ไม่รู้ว่าคนจนเป็นอย่างไร เงิน 20 บาท สำหรับคนจน กับเงิน 20 ของ คนรวย มันเทียบค่ากันไม่ได้ เพราะฉะนั้น วันนี้ชาวสวนยางก็ไม่รู้จะบอกว่าจะอยู่กันอย่างไร

“ มูลค่าความเสียหายเฉพาะนครศรีธรรมราช วันละไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ทั้งภาคใต้นับแสนล้านบาท แนวโน้มในอนาคตข้างหน้า ยางขาดตลาดอย่างแน่นอน อีสานได้อานิสงค์จากราคายางที่สูงขึ้นในเวลานี้ ส่วนชาวสวนยางใต้ รอวันยางตายอย่างเดียว ทั้งคนทั้งต้นไม้”

ต่อข้อถามจะแก้ปัญหาได้อย่างไรที่จะฟื้นฟูเกษตรกรชาวสวนยางว่า มีทางเดียว กยท. สมาคม ชมรม ต้องจับมือให้มั่น เดินเข้าพบรัฐบาล หารืออย่างเป็นรูปธรรม และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างต่างคนต่างแก้ ปัญหาเศรษฐกิจระดับชาติไม่สามารถแก้ไขได้ ที่ผ่านมาก็ผ่านไป แต่จะต้องมานับหนึ่งใหม่อย่างชัดเจน ทุกองค์กรยางพร้อมแก้ปัญหาทุกอย่าง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ขณะนี้สภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง ปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ในนามประชาร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วมภาคใต้ ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อในหลวง ร่วมออกให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะชาวสวนยางที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยสามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชม ที่ 084 8513904 0869447952 ทาง สยยท. พร้อมช่วยเหลือ โดยเตรียมเรือท้องแบนไว้ 2 ลำพร้อมปฏิบัติการทันที
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
23,01, 2017, 10:55:29
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #26 เมื่อ: 23,01, 2017, 10:55:29 »

http://www.thansettakij.com/2017/01/22/126037

ลาวขายไฟมาเลย์-สิงคโปร์ เริ่มเฟสแรก ก.ย. 100 เมกะวัตต์ผ่านข่ายสายส่งไทย

รัฐบาลลาวประกาศโครงการขายไฟฟ้าให้ประเทศมาเลเซีย เริ่มต้น 100 เมกะวัตต์ผ่านโครงข่ายสายไฟแรงสูงของไทย เผยเป้าหมายต่อไปคือสิงคโปร์ ตอกยํ้ายุทธศาสตร์การเป็นแบตเตอรี่แห่งอาเซียนของลาว

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ส รายงานอ้าง ดร. ดาววง โพนแก้ว อธิบดีกรมนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ ว่าลาวส่งพลังงานไฟฟ้าเป็นสินค้าออกให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว และกำลังขยายลูกค้าไปที่มาเลเซียและสิงคโปร์

ดร. ดาววง ระบุว่าในเฟสแรก ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง จะขายไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ให้มาเลเซีย ซึ่งจะเริ่มเดือนกันยายนปีนี้ โดยกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของลาวได้เตรียมเอกสารและนัดหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและมาเลเซีย เพื่อเจรจากันในเรื่องราคาและวิธีการส่งผ่านไฟฟ้าผ่านเครือข่ายสายไฟของไทยในเดือนมีนาคม

ในเฟสที่ 2 ลาวจะส่งไฟฟ้าไปขายให้สิงคโปร์ 100 เมกะวัตต์ผ่านเครือข่ายสายไฟของไทยและมาเลเซีย โดยตั้งเป้าเริ่มการส่งไฟในปี 2563

เวียงจันทน์ไทม์ส ระบุว่าก่อนหน้านี้ ลาวเตรียมขายไฟฟ้าให้ไทยในราคา 7 เซ็นต์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.52 บาท) ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงและขายให้เวียดนามและกัมพูชาในราคา 6 เซ็นต์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.16 บาท) ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ขณะที่ราคาไฟฟ้าในสิงคโปร์อยู่ที่ 20 เซ็นต์สหรัฐฯ (ประมาณ 7.20 บาท) ทำให้ลาวสนใจขายไฟฟ้าให้สิงคโปร์

ดร. ดาววงระบุว่า การขายไฟให้มาเลเซียเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งรัฐบาลลาวจะทำการประเมินผลดีและความท้าทายในการขายไฟฟ้าให้กับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน โดยกระทรวงพลังงานฯ พร้อมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน โดยโครงการนำร่องขายไฟไปมาเลเซีย เป็นไปตามเอ็มโอยู ในโครงการบูรณาการพลังงานลาวไทยมาเลเซียสิงคโปร์ LTMS-PIP

ข้อตกลงเอ็มโอยู LTMS-PIP เกิดขึ้นจากการเจรจาความร่วมมือและการปรึกษาหารือระหว่างรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของ 4 ประเทศ โดยความร่วมมือดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเสริมความพยายามให้เกิดระบบการค้าพลังงานไฟฟ้าแบบพยุหะภาคีของอาเซียนและการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ลาวเร่งขยายตลาดส่งออกไฟฟ้าเนื่องจาก ลาวจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1หมื่นเมกะวัตต์ ภายในปี 2563 โดยในจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดจะเป็นการส่งออกถึง 75 % ขณะที่ประเทศมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพียง 25 % ของที่ผลิตได้

ภายในปี 2573 กำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศลาวคาดว่าเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวเป็น 2 หมื่นเมกะวัตต์ ทำให้มีกำลังผลิตเหลือส่งออกเป็นจำนวนมาก

 สังเขป

โครงการบูรณาการพลังงานลาว ไทย มาเลเซียสิงคโปร์ (Laos, Thailand,Malaysia and Singapore Power Integration Project-LTMS-PIP) เป็นผลต่อเนื่องจากบันทึกความเข้าใจที่มีการลงนามกันในการประชุมระดับรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน (ASEAN Ministerson Energy Meeting-AMEM)ในวันที่ 21 กันยายน 2559 ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ในโครงการ Power Integration ระหว่างไทย ลาว มาเลเซีย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันทั้งด้านเทคนิค ระเบียบ และราคาในการเชื่อมต่อระบบส่ง และการซื้อขายไฟฟ้า ระหว่าง 3 ประเทศ โดยข้อตกลงดังกล่าวหากประสบความสำเร็จในการนำไปปฏิบัติ จะถือเป็นครั้งแรกของการซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคีในอาเซียน (multilateral power trade in ASEAN)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,229 วันที่ 22 – 25 มกราคม 2560
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
24,01, 2017, 14:40:02
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #27 เมื่อ: 24,01, 2017, 14:40:02 »

http://www.matichon.co.th/news/437230

ชาวสวนยางตรังครวญ น้ำท่วมฝนตกจนกรีดไม่ได้ ชง รบ.จัดงบ 100 ล้านช่วยครอบครัวละ 3 พัน

วันที่ 23 มกราคม 2560 จากภาวะน้ำท่วมถึง 2 ครั้งในจังหวัดตรัง ช่วงเดือนธันวาคม 2559 และเดือนมกราคม 2560 ซึ่งกินระยะเวลายาวนานมากว่า 1 เดือน และอาจจะมีครั้งที่ 3 อีกครั้ง รวมทั้งยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยามาเป็นระยะๆ นั้น ได้สร้างผลกระทบให้กับเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้สวนหลายแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ไม่สามารถกรีดยางได้ ส่วนสวนอีกหลายแห่งที่แม้น้ำจะแห้งไปแล้ว กลับเจอฝนตกในช่วงดึก หรือช่วงเช้า จนไม่อาจจะกรีดยางได้เช่นกัน

นางพันวิรา วงศ์มาลามาศ ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลคลองปาง อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาบ่อยครั้งในระยะนี้ ทั้งที่ปกติทุกปีจะแล้งไปนานแล้ว ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ และไม่มีเงินไปใช้จ่าย ต่อให้ยางปรับราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 100 บาท ก็ไม่มีผลอะไร เพราะทุกวันนี้ยังคงมีฝนตกจนน้ำท่วมมา 3 รอบแล้ว เฉพาะครอบครัวของตนต้องขาดรายได้ไปวันละประมาณ 1,000 บาท และไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครในยามทุกข์ร้อนเช่นนี้

นายบุญเจือ สมทิพย์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วม 2 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายด้านการเกษตรให้กับประชาชนอย่างมาก โดยรอบแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2559 มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 14,391 ครัวเรือน 46,990 คน ส่วนรอบสองเมื่อเดือนมกราคม 2560 มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 17,891 ครัวเรือน 57,289 คน ขณะที่พืชเศรษฐกิจของจังหวัดตรังอย่างยางพารา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 199,804 ไร่ และปาล์มน้ำมัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 22,680 ไร่

โดยเฉพาะรอบสองที่มีลักษณะแช่น้ำ หรือท่วมขังอยู่ยาวนานจนเกิดน้ำเน่าเหม็นนั้น คาดว่าจะส่งผลให้ต้นยางพาราและปาล์มน้ำมันตายลงไปไม่น้อยกว่า1-2 หมื่นไร่ ส่วนที่เหลือก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟูกว่าจะกลับมาให้ผลผลิตดังเดิม เบื้องต้นได้เสนอรัฐบาลให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกรในจังหวัดตรัง ครัวเรือนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ หลังจากนั้นจะสำรวจเพื่อช่วยเหลือเยียวยาในรายที่มีพื้นที่การเกษตรเสียหายอย่างหนักอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่ต้นยางพาราและปาล์มน้ำมันตาย
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
25,01, 2017, 09:15:45
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #28 เมื่อ: 25,01, 2017, 09:15:45 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1485271415
ตร.ร่อนหนังสือ แจ้ง"เซเว่น"ใจดี! ให้ตร.จราจร-สายตรวจ กินน้ำอัดลมฟรีทุกสาขาทั่วประเทศ 1 ปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์มีการแชร์เอกสารบันทึกข้อความ เรื่อง โครงการสายใยและน้ำใจ ระยะที่ 17 ซึ่งเนื้อหาเป็นการแจ้งเพื่อทราบแก่ตำรวจจราจรและสายตรวจ ว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการสายใยและน้ำใจ ระยะที่ 17 โดยจัดบริการเครื่องดื่มฟรีให้กับเจ้าหน้าที่สายตรวจในเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่สามารถเข้าไปรับบริการเครื่องดื่มประเภทเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศได้ตลอดเวลาระหว่างวันที่1 ม.ค.-31 ธ.ค.60


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเอกสารดังกล่าวแชร์ไปในโลกออนไลน์ ทางซีพีออลล์ ได้ระบุว่าเป็นโครงการของซีพีออลล์จริง

เนื่องจากเราตระหนักดีว่าข้าราชการตำรวจมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและชุมชนต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญ ยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยโดยเฉพาะในเวลาที่อากาศร้อน

ดังนั้น เพื่อแสดงออกซึ่งน้ำใจไมตรีความห่วงใยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน อันเป็นคุณสมบัติและวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยที่มีมาแต่โบราณกาล เซเว่นจึงขอมอบน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่พอจะทำได้ มอบให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแด่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
25,01, 2017, 14:57:37
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,357


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #29 เมื่อ: 25,01, 2017, 14:57:37 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1485328956

ดัชนีคอร์รัปชั่นไทยแย่ลง อยู่อันดับที่ 101 เหลือแค่ 35 คะแนนจากเต็มร้อย

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มกราคม องค์กรเพื่อความโปร่งใส (ทีไอ) ได้เผยแพร่รายงานดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นทั่วโลก ประจำปี 2559 ซึ่งทำการสำรวจจาก 176 ประเทศ พบว่าประเทศที่มีความโปร่งใสมากที่สุด ได้แก่ นิวซีแลนด์ และเดนมาร์ก ที่ได้คะแนนเท่ากันคือ 90 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 ส่วนประเทศไทย ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 101 โดยมีคะแนนอยู่ที่ 35 ซึ่งมีคะแนนน้อยลงจากเมื่อปี 2558 ที่ได้ 38 คะแนน ซึ่งปีนี้คะแนนเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 43

รายงานของทีไอระบุว่า การปราบปรามของภาครัฐ การขาดซึ่งอิสระในการควบคุมดูแล และการขาดซึ่งสิทธิเสรีภาพกลายเป็นบ่อนทำลายความเชื่อมั่นสาธารณะ

ทั้งนี้ คะแนนของประเทศไทยเท่ากับประเทศกาบอน ไนเจอร์ เปรู ฟิลิปปินส์ ติมอร์ตะวันออก ตรินิแดด และโตเบโก ส่วนประเทศที่มีดัชนีความโปร่งใสน้อยที่สุด หรือมีการคอร์รัปชั่นมากที่สุด ได้แก่ ประเทศโซมาเลีย ที่ได้ไปเพียงแค่ 10 คะแนน

สำหรับประเทศที่ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นน้อยที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ นิวซีแลนด์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ แคนาดา และเยอรมนี ส่วนประเทศที่ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ โซมาเลีย ซูดานใต้ เกาหลีเหนือ ซีเรีย ซีเรีย เยเมน ซูดาน ลิเบีย อัฟกานิสถาน กินีบิสเซา และเวเนซุเอลา
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 27   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: