GUN IN THAILAND
25,04, 2017, 19:28:17 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 3. รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตสเฟีย  (อ่าน 1622 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
17,03, 2017, 16:35:27
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #90 เมื่อ: 17,03, 2017, 16:35:27 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1489739560

กรมสรรพากรให้ภาคเอกชนนำรายจ่ายค่าจ้างผู้สูงอายุเข้าทำงาน ไปหักภาษีได้ 2 เท่า

ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยมีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ. 2560 กำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกรณีที่รับผู้สูงอายุหกสิบปีขึ้นไปเข้าทำงาน เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีการจ้างแรงงานผู้สูงอายุเข้าทำงานมากขึ้น นั้น

นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า "ขณะนี้ได้มีพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ. 2560 ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นายจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งรับผู้สูงอายุที่มีอายุหกสิบปีขึ้นไปเข้าทำงาน สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุ โดยนายจ้างสามารถใช้สิทธิได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป หากผู้สูงอายุทำงานหลายแห่งในเวลาเดียวกัน ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่รับผู้สูงอายุเข้าทำงานก่อน เป็นผู้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ แต่ไม่รวมถึงการจ้างผู้สูงอายุที่มีค่าจ้างเกินกว่าเดือนละ 15,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ ผู้สูงอายุดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1.เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2.เป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ้างอยู่ก่อนแล้ว หรือเป็นผู้สูงอายุที่ได้ขึ้นทะเบียนหางานไว้กับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน

3.ไม่เป็นและไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ้างผู้สูงอายุดังกล่าวหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน"

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกพื้นที่และศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161 หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ.2560 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 290) ลงวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
18,03, 2017, 09:59:08
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #91 เมื่อ: 18,03, 2017, 09:59:08 »

http://www.matichon.co.th/news/498771

รัฐเดินหน้ามาตรการภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชี้ราคาสูงขึ้นทำให้เยาวชนซื้อได้ยาก

“รองนายกฯ” นั่งหัวโต๊ะ จัดนโยบายคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คลอด 5 มาตรการปลอดเหล้าสงกรานต์

วันที่ 17 มีนาคม 2560 พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2560 ก่อนเปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์แอลกอฮอล์แห่งชาติ มีระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี ซึ่งมีการทำแผนปฏิบัติการที่จะนำมาใช้ในปี 2560-2563 มีทั้งหมด 5 ยุทธศาสตร์ เช่น การควบคุมการใช้มาตรการทางด้านภาษี ด้านกฎหมาย การปรับพฤติกรรมเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ และการเข้าถึงแอลกอฮอล์ของเยาวชน ทั้งนี้ ในที่ประชุมไม่มีการพูดคุยเรื่องการปรับเพดานภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่มาตรการทางด้านภาษีเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ ซึ่งมาตรการทางภาษีจะช่วยให้การดื่มแอลกอฮอล์ลดลง เนื่องจากมีราคาที่สูงขึ้น ทำให้เด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายได้ซื้อได้ยากขึ้น

พล.ร.อ.ณรงค์กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบ 5 มาตรการเฝ้าระวัง บังคับใช้กฎหมายปลอดเหล้าและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเคร่งครัดคือ 1.ห้ามดื่มบนทางในขณะขับขี่หรือโดยสาร 2.ห้ามขายให้บุคคลต่ำกว่า 20 ปี 3.ห้ามขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด 4.เฝ้าระวัง ประชาสัมพันธ์กฎหมายเน้นจังหวัดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนบุหรี่และสุรา และ 5.เฝ้าระวังรายงานผลการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากภัยแอลกอฮอล์ ส่วนสถานการณ์ในเรื่องการจำหน่ายแอลกอฮอล์บริเวณรอบสถานศึกษา ถือว่าปัจจุบันลดลงมาก ถ้าจะมีก็เป็นการลักลอบเปิด แต่เจ้าหน้าที่ก็ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
19,03, 2017, 12:26:34
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #92 เมื่อ: 19,03, 2017, 12:26:34 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1489834755

กยท.ยันเปิดประมูลยาง21-22มีนา กลุ่มเกษตรกร-พ่อค้าสต๊อกยางจ๊ากทุบราคาวูบอีก

ผู้ว่า กยท.กลับลำ ยืนยันเปิดประมูลยางครั้งที่ 4 วันที่ 21-22 มี.ค.นี้ กลุ่มเกษตรกร-พ่อค้าสต๊อกยางส่อขาดทุนระนาว เหตุราคายางขึ้น-ลงวูบวาบเกินไป ระบุหลังประมูลครั้งก่อนทุบราคาหล่นกว่า 20 บาท/กก.

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ลงนามเรื่องยืนยันการประมูลขายยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 และมีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้สนใจเข้าร่วมประมูลยางดังกล่าว พร้อมทั้งมีประกาศของการยางแห่งประเทศไทยยืนยันการประมูลขายยางดังกล่าว โดยมีสาระดังนี้ ตามที่มีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เรื่องการเลื่อนประมูลยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 ซึ่งอาจทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง กยท.จึงขอยืนยันว่าการดำเนินการประมูลยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 ในวันที่ 21-22 มีนาคม 2560 มิได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

แหล่งข่าววงการยางพาราเปิดเผยว่า การประชุมของคณะอนุกรรมการระบายสต๊อกยางพาราของ กยท.เรื่องการเปิดประมูลยางในโกดังหลายแห่งที่ภาคใต้ ครั้งที่ 4 จำนวน 1.2 แสนตัน เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมาไร้ข้อสรุปว่าจะเปิดประมูลเมื่อใด แต่จะมีการประชุมอีกครั้งก่อนที่คณะกรรมการบริหาร กยท.จะเดินทางไปดูงานยางที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ขณะที่นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท.ยอมรับว่า จำเป็นต้องเลื่อนเวลาประมูล เนื่องจากราคายางต่างประเทศตกลงเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ล่าสุดในช่วงเย็นวันที่ 16 มีนาคม นายธีธัชได้กลับลำกะทันหัน ประกาศประมูลยางครั้งที่ 4 ในวันที่ 21-22 มีนาคมนี้

"เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้กับวงการยางมาก โดยเฉพาะมติของอนุกรรมการระบายสต๊อกยางวันที่ 9 มีนาคมเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะเป็นเรื่องได้เสียในวงการยางมากพอสมควร ว่าทำไมคณะอนุกรรมการฯและนายธีธัชต้องกลับลำกะทันหัน กลัวว่าถ้าเลื่อนไปประมูลปลายเดือนมีนาคมนี้จะได้ราคาต่ำกว่านี้หรือไม่ เพราะการประมูลครั้งนี้จะอ้างอิงราคาซื้อขายยางในตลาด SICOM ของสิงคโปร์วันที่ 17 มีนาคมนี้เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดราคายางในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน วันที่ 17 มีนาคม 2560 เพิ่มขึ้น 530 หยวน/ตัน เป็น 18,230 หยวน/ตัน ดังนั้น นายธีธัชต้องออกมาอธิบายในเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อวงการยาง"

นายกัมปนาท วงศ์ชูวรรณ ผู้จัดการกลุ่มเกษตรกรทำสวนธารน้ำทิพย์ จ.ยะลา ผู้ผลิตยางและแปรรูปยางส่งออกรายใหญ่ของภาคใต้ เปิดเผยว่า การเปิดประมูลยางพาราของ กยท.ก่อนหน้านี้ส่งผลทำให้ราคายางแผ่นรมควันปรับตัวลดลงจากราคา 95 บาท/กก. จนกระทั่งตอนนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 75 บาท/กก. ราคาต่ำลงไปประมาณ 20 บาท/กก.

ทั้งนี้ สถาบันเกษตรกรก็สนับสนุนให้นำยางค้างสต๊อกออกมาประมูลขาย แต่ต้องเป็นเวลาที่เหมาะสม เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยาง ส่วนการประมูลครั้งนี้ก็จะต้องโปร่งใส ไม่มีการฮั้วราคากัน และ กยท.ต้องมีวิสัยทัศน์ ไม่ใช่วันนี้ยกเลิก พรุ่งนี้บอกว่าจะเปิดประมูล ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่สต๊อกยางเอาไว้เพื่อจะขายในช่วงราคาขาขึ้นตอนนี้ก็มีทั้งประสบภาวะขาดทุนและมีกำไร เพราะราคายางสะวิงขึ้นลงเร็วมาก ไม่มีเสถียรภาพ ปัจจุบันผลผลิตยางส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในมือกลุ่ม 4-5 บริษัทผู้ส่งออกแล้ว

ด้านนายสมพร ศรียวง ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านพรุนายขาว จำกัด จ.พัทลุงกล่าวว่า ขณะนี้ฝั่งอันดามันหยุดกรีดยางแล้ว แต่ทางฝั่งอ่าวไทยยังกรีดอยู่ แต่เมื่อมีข่าวว่า กยท.จะเปิดประมูลยางก็ทำให้ราคายางร่วงลงมา 3 บาท/กก. กระทบต่อสถาบันเกษตรกรที่สต๊อกเอาไว้ ซึ่งราคาไม่นิ่ง ขึ้นลงวูบวาบ จึงต้องยอมปล่อยขายแม้ว่าจะขาดทุนประมาณ 50%

"ไม่รู้ว่ามีใครยืนอยู่ข้างพ่อค้า หรือเกษตรกรและเหมือนว่าจะหายางราคาถูกให้กับพ่อค้าด้วยซ้ำ สำหรับยางในสต๊อกของรัฐบาลที่เหลืออยู่ควรจะเปิดประมูลในเดือนเมษายน 2560 จะเหมาะสมกว่า" นายสมพรกล่าว
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
19,03, 2017, 19:39:20
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #93 เมื่อ: 19,03, 2017, 19:39:20 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1489921803

กระทรวงอุตฯขึ้นค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเครื่องจักรในรอบ 28 ปี


ยสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ.2560 แทนกฎกระทรวงเดิมซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2532 โดยค่าธรรมเนียมใหม่เก็บเพิ่มขึ้น 20% หลังไม่ได้ปรับมาเป็นเวลา 28 ปี เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และภาระต้นทุนการให้บริการที่จะอนุญาตให้เอกชน เข้ามาช่วยตรวจสอบเครื่องจักร และได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มแล้ว

ทั้งนี้ รายละเอียดค่าธรรมเนียม อาทิ ค่าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร สำหรับเครื่องจักร มูลค่าเกินห้าแสนบาท คิดเครื่องละ 750 บาท ถ้าจดทะเบียนหลายเครื่อง เก็บสูงสุดไม่เกินเพดาน 12,000 บาท จากเดิมเครื่องละ 500 บาท หลายเครื่องเก็บสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนค่าจดทะเบียนการจำนอง หรือขายฝากเครื่องจักร สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท จากเดิม 100,000 บาท ค่าจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร เครื่องละ 100 บาท หากมีหลายเครื่องในคราวเดียว ไม่เกิน 2,000 บาท จากเดิมคิดต่อเล่ม เล่มละ 100 บาท

"ผู้ประกอบการสามารถแปลงเครื่องจักรที่ผ่านการจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์เพื่อนำไปขอกู้เงินจากธนาคารได้ โดยสามารถยื่นได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ทุกจังหวัด หรือกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ถ้าเอกสารครบถ้วน กระบวนการจะใช้เวลาไม่เกิน 10 วันทำการเท่านั้น จะสามารถนำเอาหลักฐานไปติดต่อกับธนาคารได้ ปัจจุบันโรงงานในไทยมีเครื่องจักรถึง 10 ล้านเครื่อง แต่เพิ่งมีการจดทะเบียนจำนองเครื่องจักรไปได้เพียง 9 แสนเครื่อง วงเงิน 5.8 ล้านล้านบาท ในวงเงินจำนวนนี้เป็นเครื่องจักรของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จดจำนอง คิดเป็นมูลค่า 80% และของเอสเอ็มอีมูลค่าเพียง 20% ดังนั้น อยากเชิญชวนให้เอสเอ็มอีนำเครื่องจักรในโรงงานมาจดทะเบียน เพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการขอสินเชื่อ" นายสมชายกล่าว
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
20,03, 2017, 16:25:43
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #94 เมื่อ: 20,03, 2017, 16:25:43 »

http://news.sanook.com/2186474/

ขสมก.เตรียมยกเลิกรถเมล์ฟรี ก.ย.นี้
ขสมก. เตรียมยกเลิกโครงการรถเมล์ฟรี โดยจะเริ่มยกเลิกเดือนกันยายนนี้

วันนี้ (20 มี.ค.60) นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กล่าวว่า เตรียมยกเลิกโครงการรถเมล์ฟรี ภายหลังจากที่ติดตั้งระบบตั๋วร่วมกับรถโดยสารของ ขสมก.ในช่วงเดือนกันยายนนี้ ขณะนี้มีรถเมล์โดยสารสาธารณะที่ให้บริการฟรีมีประมาณ 800 คัน โดยจะยกเลิกรถเมล์ฟรีทั้งหมดภายในช่วงต้นปีหน้า เริ่มจากยกเลิกรถเมล์ล็อตแรกราว 200 คัน ภายในเดือนกันยายนนี้ จากนั้นจะยกเลิกล็อตที่สองในช่วงปลายปีและทำการยกเลิกล็อตสุดท้ายช่วงต้นปี 2561
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
20,03, 2017, 18:25:47
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #95 เมื่อ: 20,03, 2017, 18:25:47 »

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1490006237

"กอบกาญจน์" เรียกเว็บอโกด้าหารือ ไม่ให้กดราคาห้องพักกับผู้ประกอบการ

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงเตรียมหารือกับเว็บไซต์อโกด้า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจองห้องพักในโรงแรมที่มีเครือข่ายมากสุดในโลก ในเรื่องการทำตลาดด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นการไม่ให้อโกด้ากดราคาห้องพักกับผู้ประกอบการ และอยากให้เป็นอิสระตามกลไกตลาด หลังจากที่ผ่านมาพบว่าอโกด้าจะมีข้อตกลงกับผู้ประกอบการโรงแรมว่า ผู้ที่จะมาลงลิสต์รายชื่อให้บริการเช่าห้องพักผ่านเว็บไซต์นั้น ต้องตั้งราคาที่อโกด้าถูกสุดเท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และเสียโครงสร้างด้านราคา

พร้อมกับหารือเรื่องตรวจสอบรายชื่อของห้องพักในกลุ่มของโรงแรมผิดกฎหมายและถูกกฎหมาย ซึ่งกระทรวงจะขอความร่วมมืออโกด้าให้พิจารณาเลือกเฉพาะโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเข้าไว้ในระบบ เชื่อว่าระยะยาวจะเปลี่ยนแปลงได้

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เพื่อป้องกันปราบปรามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีการกระทำผิดกับนักท่องเที่ยว โดยการหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบ การขายสินค้าและบริการที่เกินราคาจากความเป็นจริง กระทรวงท่องเที่ยวฯ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการใน จ.กาญจนบุรี ร่วมบูรณาการการทำงานเพื่อเป็นต้นแบบจังหวัดที่มีมาตรฐานการบริการ ราคาเดียวกัน ทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ ก่อนขยายไปอีก10 จังหวัด และเตรียมทำหนังสือถึงทุกสถานทูตในไทย ขอข้อมูลเกี่ยวกับการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวทั้งเรื่องของการขายของเกินราคา โก่งราคาสินค้า และการขายสินค้า 2 มาตรฐาน ระหว่างนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ

นายภานุวัฒน์ ศีลแดนจันทร์ ตัวแทนผู้ประกอบการ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวและสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวกาญจนบุรี ส่วนใหญ่พัก 1 คืน ค่าใช้จ่าย 800 บาท/วัน/คน และหลังจากเปิดตัวโครงการเที่ยวเมืองกาญจน์ สบ๊าย สบาย จะทำให้ความเชื่อมั่นในมาตรฐาน ความปลอดภัย เกิดขึ้นในสายตานักท่องเที่ยว และส่งผลให้รายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 20% หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็น 1,000 บาท/วัน/คน รายได้รวมจะเพิ่มเป็น 2.4 หมื่นล้านบาท จากปี 2559 มีรายได้ 2 หมื่นล้านบาท
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
21,03, 2017, 09:10:32
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #96 เมื่อ: 21,03, 2017, 09:10:32 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1489987656

ทุ่ม 2 หมื่นล.ผุด "มอเตอร์เวย์แม่สอด" แจ้งเกิดโครงข่ายเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-เมียนมา
กรมทางหลวงเร่งโครงข่ายหนุนการค้าชายแดนไทย-เมียนมาและเขตเศรษฐกิจแม่สอด ทุ่ม 2 หมื่นล้าน เจาะเขาผุดอุโมงค์มอเตอร์เวย์ 70 กม. พาด 2 อำเภอ 9 ตำบล จากเมืองตาก-ชายแดน เสริมแกร่งโลจิสติกส์ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ดีเดย์ 30 มี.ค.นี้เทคอนกรีตเชื่อมสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 ปี"61 ขยาย 4 เลนเสร็จสมบูรณ์

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายตาก-แม่สอด ระยะทางประมาณ 70-80 กม. เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดและการค้าชายแดนเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีประเทศเมียนมา โดยผลศึกษาใช้งบประมาณ 35 ล้านบาท จะใช้เวลา 15 เดือน รวมทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) มีกำหนดเสร็จในเดือน เม.ย. 2561 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 15,000-20,000 ล้านบาท

"มอเตอร์เวย์สายนึ้เป็น 1 ในโครงการที่อยู่ในแผนแม่บทของกรมที่จัดทำไว้เป็นแผน 20 ปี ตั้งแต่ปี"60-79 ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เชื่อมการเดินทางและโลจิสติกส์ของประเทศ เราต้องวางแผนไว้เนิ่น ๆ เป็นการเริ่มนับหนึ่งวันนี้เพราะอีกไม่นานทางหลวงสาย 12 ช่วงตาก-แม่สอด แม้จะขยายเป็น 4 เลน แต่ก็ยังเป็นอุปสรรคในการเดินทางและขนส่ง เพราะเส้นทางยังคงคดเคี้ยวและลาดชัน"


 
ทุ่ม 2 หมื่นล.ผุด "มอเตอร์เวย์แม่สอด" แจ้งเกิดโครงข่ายเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-เมียนมา

updated: 21 มี.ค. 2560 เวลา 07:00:22 น.
 

ก ก ก
กรมทางหลวงเร่งโครงข่ายหนุนการค้าชายแดนไทย-เมียนมาและเขตเศรษฐกิจแม่สอด ทุ่ม 2 หมื่นล้าน เจาะเขาผุดอุโมงค์มอเตอร์เวย์ 70 กม. พาด 2 อำเภอ 9 ตำบล จากเมืองตาก-ชายแดน เสริมแกร่งโลจิสติกส์ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ดีเดย์ 30 มี.ค.นี้เทคอนกรีตเชื่อมสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 ปี"61 ขยาย 4 เลนเสร็จสมบูรณ์

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายตาก-แม่สอด ระยะทางประมาณ 70-80 กม. เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดและการค้าชายแดนเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีประเทศเมียนมา โดยผลศึกษาใช้งบประมาณ 35 ล้านบาท จะใช้เวลา 15 เดือน รวมทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) มีกำหนดเสร็จในเดือน เม.ย. 2561 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 15,000-20,000 ล้านบาท

"มอเตอร์เวย์สายนึ้เป็น 1 ในโครงการที่อยู่ในแผนแม่บทของกรมที่จัดทำไว้เป็นแผน 20 ปี ตั้งแต่ปี"60-79 ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เชื่อมการเดินทางและโลจิสติกส์ของประเทศ เราต้องวางแผนไว้เนิ่น ๆ เป็นการเริ่มนับหนึ่งวันนี้เพราะอีกไม่นานทางหลวงสาย 12 ช่วงตาก-แม่สอด แม้จะขยายเป็น 4 เลน แต่ก็ยังเป็นอุปสรรคในการเดินทางและขนส่ง เพราะเส้นทางยังคงคดเคี้ยวและลาดชัน"



เปิดแนวมอเตอร์เวย์ใหม่

สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการจะครอบคลุม2อำเภอ 9 ตำบล คืออำเภอเมืองตาก ได้แก่ ตำบลแม่ท้อ ตำบลหนองบัวใต้ ตำบลน้ำริม ตำบลตลุกกลางทุ่ง และตำบลวังหิน กับอำเภอแม่สอด ได้แก่ ตำบลแม่ปะ ตำบลพะวอ ตำบลแม่กาษา และตำบลแม่ละเมา

โดยแนวเส้นทางจะเป็นแนวตัดใหม่ทั้งหมด จะเชื่อมกับถนนเลี่ยงเมืองตากที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและถนนสาย 12 (ตาก-แม่สอด) ช่วงตำบลตลุกกลางทุ่งไปสิ้นสุดปลายทางที่ตำบลแม่ปะและตำบลท่าสายลวด จะมีการเวนคืนที่ดินไม่มากเนื่องจากส่วนใหญ่พาดผ่านพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานเป็นหลัก (ดูแผนที่)




ส่วนรูปแบบการก่อสร้างจะผสมผสานมีทั้งเป็นอุโมงค์ผสมกับทางยกระดับ (viaduct) และทางระดับพื้น ซึ่งอุโมงค์มี 2 ช่วง คือ ดอยรวกและดอยพะวอ คิดเป็นระยะทางช่วงละประมาณ 10-15 กม.

ปี"61 ขยาย 4 เลนเสร็จ

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมได้งบประมาณ 7,000 ล้านบาท ขยาย 4 ช่องจราจรทางหลวงหมายเลข 12 หรือถนนสายแม่สอด-ตาก ระยะทาง 76.13 กม. จะแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2561 รองรับพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตาก

ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตอนที่ 1 ระยะทาง 12 กม. จากลานสาง-สามแยกแม่สอด และตอนที่ 2 ระยะทาง 13.3 กม. ช่วงวงเวียนแม่สอด-ศาลพระวอ อยู่ระหว่างก่อสร้างตอนที่ 3 ช่วงบ้านลานสาง-ดอยสน ระยะทาง 31 กม. ค่าก่อสร้าง 690 ล้านบาท จะแล้วเสร็จเดือน ก.ย. 2560 ส่วนตอนที่ 4 ช่วงดอยสน-พะวอ ระยะทาง 19.9 กม. ค่าก่อสร้าง 1,500 ล้านบาท จะเสร็จปี 2561

30 มี.ค.เชื่อมสะพานเมย 2

นอกจากนี้มีโครงการทางเลี่ยงเมืองแม่สอดพร้อมสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 ระยะทาง 21.40 กม.ค่าก่อสร้าง 3,900 ล้านบาท เชื่อมระหว่างชายแดนประเทศไทยและเมียนมา บริเวณท้ายบ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เชื่อมจังหวัดเมียวดีของประเทศเมียนมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง ในวันที่ 30 มี.ค.นี้จะเทคอนกรีตเชื่อมสะพานทั้ง 2 ฝั่งเข้าด้วยกัน ทั้งโครงการมีกำหนดแล้วเสร็จเดือน ก.ย. 2560

รูปแบบก่อสร้างสะพานเป็นแบบคานยื่นสมดุล (Balance Cantilever) ความยาวช่วงกลาง 120 เมตร ความยาวที่ต่อจากช่วงกลางข้างละ 75 เมตร ช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร จำนวน 2 ช่องจราจร รวมความยาวของสะพาน 760 เมตร ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงรองรับแนวความคิดการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมและขนส่งระหว่างประเทศไทยกับเมียนมา รองรับปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยผ่านสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 รวมทั้งจะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 1



สนามบินปรับปรุงเสร็จปีหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังมีโครงการปรับปรุงท่าอากาศยานแม่สอด วงเงิน 1,500 ล้านบาท ประกอบด้วยงานก่อสร้างทางขับ ลานจอดเครื่องบิน เสริมผิวทาง และงานก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ปัจจุบันกำลังปรับปรุงจะแล้วเสร็จปี 2561 นอกจากนี้ยังศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายนครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-แม่สอดอีกด้วย

สำหรับ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้กำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งอยู่ระหว่าง ต.แม่ปะและ ต.ท่าสายลวด บริเวณริมแม่น้ำเมย มีพื้นที่พัฒนา 5,603 ไร่ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่อยู่ในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นทางที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเป็นประตูเชื่อมโยงไปยังเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศเมียนมาและสามารถเชื่อมโยงไปยังอินเดียและจีนตอนใต้ได้

ขณะเดียวกันยังเชื่อมการค้าจากประเทศเมียนมาจากย่างกุ้งและเมาะละแหม่งผ่านเมียวดีมาด่านแม่สอด, สุโขทัย, พิษณุโลก, ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ ไปยังด่านชายแดนมุกดาหาร ผ่านสะหวันนะเขต ฝั่ง สปป.ลาว ไปยังเว้และท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม โดยเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านในประเทศไทยจากตาก-มุกดาหาร มีระยะทางรวม 713 กม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21,03, 2017, 09:16:00 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
21,03, 2017, 20:29:46
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #97 เมื่อ: 21,03, 2017, 20:29:46 »

http://www.thairath.co.th/content/891580

ราชกิจจาฯ ก.ม.ภาษีสรรพสามิตใหม่ บุหรี่ 5 บาทต่อมวน-อาบอบนวด 1พันต่อรอบ

ราชกิจจาฯ ลงประกาศ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ คาดบังคับใช้เดือน ก.ย. กำหนดเพดานในอนาคต 20 ปี บุหรี่ขยับ 5 บาทต่อมวน ด้านอธิบดี แจงจัดเก็บจริงไม่สูงตา

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891580
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
22,03, 2017, 10:10:41
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #98 เมื่อ: 22,03, 2017, 10:10:41 »

เพจ Facebook ทนาย เกิดผล

#ห้ามInbox

ขายของออนไลน์ ให้แจ้งราคาให้ชัดแจ้ง  #ห้ามส่งราคาใน inbox

ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 44 พ.ศ. 2560 เรื่องการแสดงราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าและบริการ ผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือออนไลน์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๕) มาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จึงออกประกาศดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ เป็นต้นไป

ข้อ ๒ ในประกาศนี้ “ผู้ประกอบธุรกิจ” ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ผ่านระบบพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์

ข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแสดงราคาจำหน่าย ค่าบริการ รวมถึงประเภท ชนิด ลักษณะ ขนาด น้ำหนัก และรายละเอียดของสินค้าหรือบริการ โดยการเขียน พิมพ์ หรือกระทำให้ปรากฏ ด้วยวิธีอื่นใดในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือระบบออนไลน์ของผู้ประกอบธุรกิจนั้น ในลักษณะที่ชัดเจน ครบถ้วน เปิดเผย สามารถอ่านได้โดยง่าย การแสดงราคาจำหน่ายสินค้า ค่าบริการตามวรรคหนึ่ง ให้แสดงราคาต่อหน่วย ราคาหรือค่าบริการนั้นจะมีตัวเลขภาษาใดก็ได้ แต่ต้องมีตัวเลขอารบิคอยู่ด้วย สำหรับข้อความหรือรายการที่แสดงควบคู่กับราคาจำหน่ายหรือค่าบริการต้องเป็นภาษาไทย แต่จะมีภาษาอื่นด้วยก็ได้

ข้อ ๔ กรณีที่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากราคาจำหน่ายสินค้าหรือ ค่าบริการที่ให้บริการที่แสดงไว้ตามข้อ ๓ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องแสดงค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ชัดเจน ครบถ้วนและเปิดเผย โดยแสดงไว้ควบคู่กับการแสดงราคาจำหน่ายสินค้าหรือค่าบริการที่ให้บริการ

ข้อ ๕ การแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าหรือค่าบริการที่ให้บริการตามข้อ ๓ ต้องแสดงให้ตรงกับราคาที่จำหน่าย หรือค่าบริการที่ให้บริการ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายหรือให้บริการแก่ผู้ซื้อต่ำกว่า ราคาจำหน่าย หรือค่าบริการที่แสดงไว้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐

หมายเหตุ

ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542

ผู้ร้องเรียน แจ้งเบาะแสมีสิทธิได้รับสินบนนำจับ 25%ของยอดปรับที่เจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับ

แจ้ง 1569 กรมการค้าภายใน
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
23,03, 2017, 08:32:25
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #99 เมื่อ: 23,03, 2017, 08:32:25 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1490181242

คนกรุงอ่วมกทม.ขึ้นค่าโดยสารบีทีเอสจาก10เป็น15บาทพ.ค.นี้

คนใช้รถไฟฟ้าอ่วม พ.ค.นี้ กทม.ปรับค่าโดยสารบีทีเอสส่วนขยาย "อ่อนนุช-แบริ่ง-สำโรง" "ตากสิน-บางหว้า" จาก 10 บาทเป็น 15 บาทตลอดสาย ชี้โดน รฟม.โขกค่าเช่ารางสายสีเขียว ปี"61 รื้ออัตราใหม่จ่ายเหมารายโซนพื้นที่

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า 3 เม.ย. 2560 จะเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ 1 สถานีถึงสถานีสำโรง มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิด หลัง บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ บีทีเอสซี ผู้รับจ้างเดินรถทดสอบเสมือนจริง 15 มี.ค.-2 เม.ย. จะเปิดใช้ฟรี 1 เดือนถึง 30 เม.ย. จากนั้น 1 พ.ค.เริ่มเก็บค่าโดยสาร อยู่ระหว่างพิจารณาอัตราที่เหมาะสม จากปัจจุบันค่าโดยสารส่วนต่อขยายตากสิน-บางหว้าและอ่อนนุช-แบริ่ง 10 บาทตลอดสาย

"เดิมการเดินทางของประชาชนจังหวัดสมุทรปราการจะต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะ รถยนต์ส่วนตัวมาขึ้นสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เมื่อเปิดเดินรถ 1 สถานีครั้งนี้จะช่วยให้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ตามนโยบายนายกฯ ที่อยากให้พี่น้องที่อาศัยอยู่บริเวณไข่ขาว เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งปลายปี" 61 จะเปิดใช้ตลอดเส้นทาง"

รถไฟฟ้าสายสีเขียวแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทางรวม 13 กม. มี 9 สถานี ได้แก่ 1.สถานีสำโรง 2.ปู่เจ้าสมิงพราย 3.พิพิธภัณฑ์เอราวัณ 4.โรงเรียนนายเรือ 5.สมุทรปราการ 6.ศรีนครินทร์ 7.แพรกษา 8.สายลวด 9.เคหะสมุทรปราการ คาดว่าจะมีผู้โดยสาร 1 แสนเที่ยวคน/วัน

แหล่งข่าวจาก กทม.กล่าวว่า ตั้งแต่ 1 พ.ค.นี้ กทม.จะปรับค่าโดยสารโดยบีทีเอสส่วนต่อขยายเป็น 15 บาทตลอดสาย จากปัจจุบัน กทม.รับภาระแทนผู้โดยสารเก็บ 10 บาทตลอดสาย จะรวมช่วง 1 สถานีแบริ่ง-สำโรงด้วย เนื่องจาก กทม.ต้องจ่ายค่าเช่ารางให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 8 ล้านบาท/เดือนจนกว่าจะโอนทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ

"ราคา 10 บาทตลอดสายเราเก็บมาตั้งแต่ปี"56 กทม.ต้องรับภาระส่วนต่าง 5 บาทคิดเป็นเงินเฉลี่ยปีละ 600 ล้านบาท"

ส่วนค่าโดยสารหลังเปิดเดินรถเต็มเส้นทางปลายปี 2561 กทม.มีแนวคิดรื้อค่าโดยสารบีทีเอสใหม่ทั้งหมด จะเก็บเป็นโซนพื้นที่ 3 โซน คือ โซนในเมือง 10 สถานี มีสถานีสยามเป็นจุดศูนย์กลาง โซนที่ 2 พื้นที่ถัดจากในเมืองอีก 10 สถานี และโซนที่ 3 ถัดจากโซนที่ 2 เป็นสถานีรอบนอก ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด จำนวนสถานีและอัตราค่าโดยสาร จะคิดเป็นอัตราเหมาจ่ายตามรายโซนพื้นที่
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
23,03, 2017, 20:40:08
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #100 เมื่อ: 23,03, 2017, 20:40:08 »

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1490262040

ก.แรงงาน เปิดลิสต์ "5 อันดับ" กิจการที่มีการเลิกจ้างมากสุด

นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า สถานการณ์การเลิกจ้างในภาพรวมของประเทศ ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2560 พบว่าสถานการณ์การเลิกจ้างและแนวโน้มการเลิกจ้างมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมาของรัฐบาล ที่เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการลงทุนภาครัฐและให้สถาบันการเงิน เช่น ธนาคารออมสิน ช่วยเหลือสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ และธุรกิจ SMEs กู้ยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งนโยบายด้านอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อเศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวดีขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น ทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคต่างๆ

นายสุเมธกล่าวว่า ในส่วนของการเลิกจ้างมีแนวโน้มลดลงโดยจะเห็นได้จากข้อมูลจำนวนลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างและมายื่นคำร้องลดลง โดยในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีสถานประกอบกิจการที่เลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมด 172 แห่ง ลูกจ้างยื่นคำร้องรวม 4,290 คน เงินสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างได้รับรวม 123,149,121 บาท สำหรับประเภทกิจการที่มีการเลิกจ้างมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.กิจการประเภทการผลิตและจำหน่าย คิดเป็นร้อยละ 41  2.กิจการประเภทอื่นๆ เช่น จัดทำเอกสาร ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ คิดเป็นร้อยละ 15  3.กิจการโรงแรม/สถานบันเทิง/งานบริการ คิดเป็นร้อยละ 11  4.กิจการสื่อสารคมนาคม คิดเป็นร้อยละ 9 และ 5.กิจการก่อสร้าง คิดเป็นร้อยละ 7 ทั้งนี้ มีสถานประกอบกิจการที่มีแนวโน้มเลิกจ้าง 4 แห่ง ลูกจ้างจำนวน 882 คน

อธิบดี กสร.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้อัตราการเลิกจ้างในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 มีจำนวนลดลง โดยในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2559 มีจำนวนอัตราการเลิกจ้าง 31,570 คน/30,570 คน / 29,748 คน ลดลงตามลำดับ เดือนมกราคม 2560 มีจำนวน 29,076 คน ซึ่งเมื่อวิเคราะห์จากภาพรวมแล้วสถานการณ์การเลิกจ้างและแนวโน้มการเลิกจ้างมีทิศทางที่ดีขึ้น
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
24,03, 2017, 08:45:03
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #101 เมื่อ: 24,03, 2017, 08:45:03 »

ทำไมจึงสำเร็จ! ตามไปดู "เนเธอร์แลนด์" ประเทศเล็กสู่ยักษ์เกษตรเบอร์ 2 ของโลก



"เนเธอร์แลนด์" ประเทศแสนสงบในยุโรป แม้จะมีขนาดเล็กด้วยประชากรเพียง 17 ล้านคน แต่ศักยภาพกลับไม่เล็กตามไปด้วย เพราะเป็นประเทศอันดับ 2 ของโลกที่ส่งออกผลผลิตด้านเกษตรกรรม เป็นรองแค่สหรัฐเท่านั้น นอกจากนั้น ยังสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้เป็นอันดับ 1 ของโลกเกษตรกรรมและการส่งออกด้านอาหารของเนเธอร์แลนด์คิดเป็นมูลค่าถึง 91,000 ล้านยูโร เท่ากับ 22% ของการส่งออกทั้งหมด และเป็น 8.8% ของการจ้างงานทั่วประเทศ เบื้องหลังความสำเร็จมาจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับการเกษตรในการบรรยายพิเศษเรื่อง "The Netherland"s Top Sectors : Policy and Implementation" ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย "ศาสตราจารย์อัลด์ ไดเฮาเซนส์" ประธาน บริษัท "Dutch Topsec-tor Agri & Food" ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาและวิจัยภายใต้ความร่วมมือของรัฐ กล่าวถึงอนาคตในอีก 40 ปีข้างหน้าว่า ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนถึง 2-3 พันล้านคน ชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นอีก 3,000 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการบริโภคอาหารเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูง"แม้ว่าจะเป็นความท้าทายของโลกครั้งยิ่งใหญ่ แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรรม และการพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับคนรุ่นใหม่เช่นกัน" ไดเฮาเซนส์กล่าวความท้าทายที่ว่า ได้แก่ การเพิ่มผลผลิตการเกษตรและผลผลิตจากสัตว์ การพัฒนาคุณภาพอาหารและความปลอดภัยด้านอาหาร การลดผลกระทบจากการผลิตต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศ และการนำผลผลิตที่เหลือมาผลิตซ้ำใหม่ดูเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการนำผลผลิตที่เหลือทิ้งมาผลิตซ้ำใหม่ แต่ไดเฮาเซนส์ชี้ว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้หากใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆอนาคตคือโลกแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันเนเธอร์แลนด์มีการปรับใช้กับการเกษตรอย่างกว้างขวาง "สมาร์ทเทคโนโลยี" ทั้งระบบเซ็นเซอร์ โดรน และหุ่นยนต์ สามารถช่วยเพิ่มสมรรถภาพด้านผลผลิตได้ เช่น ระบบเซ็นเซอร์ช่วยให้อาหารสัตว์หรือใส่ปุ๋ยได้อย่างแม่นยำ รวมถึงช่วยเหลือในระบบจัดการน้ำ โดรนใช้ในการสำรวจผลผลิต หรือหุ่นยนต์ช่วยทุ่นแรง หรือช่วยด้านการขนส่งและจัดเก็บได้"จีโนมิกส์" การศึกษาด้านจีโนมของสิ่งมีชีวิต ก็สามารถช่วยเหลือในการผสมพันธุ์สัตว์เพื่อขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น ได้สัตว์ในเจเนอเรชั่นถัดไปที่มีกำลังผลิตเพิ่ม เช่น วัวที่รีดน้ำนมได้ไวขึ้น หรือการผลิตผลิตผลที่เหมาะกับบุคคลประเภทต่าง ๆเทคโนโลยี "ไบโอรีไฟเนอรี่" หรือการใช้วัตถุดิบธรรมชาติหรือของเสียจากอุตสาหกรรม มาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นผ่านกระบวนการเพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบเหลือเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้ไม่เหลือของเสียทิ้งอีกเลย (Zero Waste) และเป็นการทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนที่เป็นวงกลมอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงเทคโนโลยี "การควบคุมสภาพภูมิอากาศ" เช่น การเลี้ยงมะเขือเทศในเรือนกระจก ใช้ความร้อน คาร์บอนไดออกไซด์ และแสงประดิษฐ์ ซึ่งผลผลิตจะงอกงามโดยไม่กระทบสภาพแวดล้อมโลก เพิ่มผลผลิตจาก 5 กก./ตร.ม.เป็น 75 กก./ตร.ม.อย่างไรก็ตาม ไดเฮาเซนส์มองว่าโลกยังต้องการเทคโนโลยีด้านอาหารมากกว่านี้เพื่อรองรับอนาคต จึงเสนอแนะว่าการร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจ รัฐบาล และเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ นับตั้งแต่วันนี้คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จทั้งมวลที่เนเธอร์แลนด์มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยด้านเกษตรและอาหาร "WageningenUniversity" ได้รับการก่อตั้งมาร่วมร้อยปี ท่ามกลางหลายประเทศในยุโรปทยอยปิดประเทศในช่วงเวลานั้น ทำให้เนเธอร์แลนด์ต้องดิ้นรนด้านอาหารด้วยตัวเอง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยถือเป็นความสำเร็จระดับนานาชาติ มีนักศึกษาจากทั่วโลกนับหมื่นคนการก่อตั้งมหาวิทยาลัยดังกล่าว ถือเป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ด้านอาหารของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับความร่วมมือของภาคธุรกิจและรัฐบาลมาโดยตลอด โดยเฉพาะนโยบาย "ท็อปเซ็กเตอร์" นโยบายด้านอุตสาหกรรมที่มีมานับตั้งแต่ปี 2010 ให้ความสำคัญกับการให้เงินกองทุนสนับสนุนด้านงานวิจัยด้านเกษตรและอาหาร ซึ่งเงินทุนจะมาจากภาครัฐและเอกชน 50/50 ปัจจุบัน Wageningen University มีโปรเจ็กต์ด้านอาหารกว่า 450 โปรเจ็กต์ ในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก นับเป็นความสำเร็จระดับสากลอย่างยิ่งยวดไดเฮาเซนส์ ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการรับมือกับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของโลกอนาคตว่า ความร่วมมือ "ระหว่างประเทศ" คือหัวใจสำคัญ เพราะเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ต่างคนต่างมีให้แก่กันและกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ปัจจุบันสามารถคิดค้น และพัฒนาได้จากคนทั่วโลกสำหรับประเทศไทย Wageningen University กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถร่วมมือกันในด้านการจัดอบรบบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือด้านเทรนนิ่งนักวิจัยรองรับโลกในอนาคตได้เช่นเดียวกันติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์www.facebook.com/PrachachatOnlineทวิตเตอร์ @prachachatติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้ 
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
25,03, 2017, 09:00:57
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #102 เมื่อ: 25,03, 2017, 09:00:57 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1490240115

ราคาน้ำมันดิบปรับลดต่อเนื่อง หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น5ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบประวัติการณ์

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่อเนื่อง หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 5 ล้านบาร์เรล ไปสู่ระดับสูงสุดในรอบประวัติการณ์

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่อเนื่อง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 17 มี.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 5 ล้านบาร์เรล ไปสู่ระดับสูงสุดในรอบประวัติการณ์ที่ 533.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล โดยสาเหตุหลักมาจากการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในประเทศสหรัฐฯ นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันดิบสหรัฐฯ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล
 
- การผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าในปีก่อนหน้าที่เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ระดับ 8.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลกังวลต่อนักลงทุน แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก จะบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ระดับ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงครึ่งปีแรกก็ตาม

-  ตลาดหุ้นปิดลบ จากความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประสบความล่าช้า หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประสบปัญหาในการรวบรวมเสียงสนับสนุนของสมาชิกพรรครีพับลิกันในการยกเลิกโครงการโอบามา แคร์

- ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐฯ เดือน ก.พ. 60 ลดลงร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ไปสู่ระดับ 5.48 ล้านยูนิต ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ในเดือน ม.ค. 60 ถือว่าเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคค่อนข้างทรงตัว ประกอบกับสถานการณ์อุปทานที่ล้นตลาดเริ่มคลี่คลายลง โดยเฉพาะในเอเชียเหนือ และอินเดีย

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย หลังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในศรีลังกา เวียดนาม และมาเลเซียที่ยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงในช่วงการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่น

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
                                                       
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 47-52 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

จับตาการปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 25–26 มี.ค. ว่ากลุ่มโอเปกจะมีมาตรการในการควบคุมการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมหรือไม่ โดยล่าสุด การประชุมของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 17 มี.ค. รายงานว่า กลุ่มโอเปกปรับลดกำลังการผลิตในเดือนก.พ. ได้ร้อยละ 106 ซึ่งมากกว่าเดือน ม.ค. ที่ปรับลดลงได้ร้อยละ 93 เนื่องจากซาอุดิอาระเบียคงกำลังการผลิตในระดับที่ต่ำกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวันและกำลังคาดผลิตคาดจะปรับลดลงต่อเนื่องในเดือน มี.ค. ภายหลังจากอิรักและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีการปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตน้ำมันดิบ

การผลิตน้ำมันดิบของลิเบียคาดจะปรับตัวลดลงราว 100,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ในระดับ 600,000 บาร์เรลต่อวัน ภายหลังจากเหตุความไม่สงบภายในประเทศในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบจากท่าเรือ Es Sider และ Ras Lanuf ปรับลดลง แม้ว่าล่าสุดกลุ่ม Libyan National Army สามารถควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้แล้วแต่ความตึงเครียดปรับเพิ่มมากขึ้นหลังข้อตกลงในการรวมบริษัทน้ำมันแห่งชาติสิ้นสุดลง
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
25,03, 2017, 22:36:31
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #103 เมื่อ: 25,03, 2017, 22:36:31 »

http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1490437772

"บีโอไอ"หนุนลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร-ภาษีเงินได้นิติบุคคล

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้มีมติเปิดให้การส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบห่วงโซ่อุปทาน โดยนางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า BOI จะให้การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า 3 แบบ ได้แก่ 1) กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle หรือ HEV) ผู้สนใจจะต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 และจะต้องเสนอเป็นแผนงานรวม (Package)

ประกอบไปด้วย โครงการประกอบรถยนต์-โครงการผลิตหรือใช้ชิ้นส่วนสำคัญ ๆ ส่วนสิทธิประโยชน์จะได้รับการ "ยกเว้น" อากรขาเข้าเครื่องจักร

2) กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือ PHEV) ผู้สนใจจะต้องยื่นขอรับการส่งเสริมภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยจะต้องยื่นเป็นแผนงานรวม (Package) ประกอบไปด้วย โครงการประกอบรถยนต์และโครงการผลิตหรือใช้ชิ้นส่วนสำคัญ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับประกอบไปด้วย การ "ยกเว้น" อากรขาเข้าเครื่องจักร การ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี และหากมีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญมากกว่า 1 ชิ้นจะได้รับการ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นชิ้นละ 1 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 6 ปี

3) กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Bettery Electric Vehicle หรือ BEV) จะต้องยื่นคำรับการส่งเสริมภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยจะต้องเสนอแผนงานรวมเช่นกัน สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับประกอบไปด้วย การ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่ 5-8 ปี แต่หากมีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญมากกว่า 1 ชิ้นจะได้รับสิทธิประโยชน์ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นชิ้นละ 1 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 10 ปี

นอกจากนี้ BOI ยังให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Bus) โดยขอรับการส่งเสริม

ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ต้องเสนอโครงการเป็นแบบแผนงานรวม สิทธิประโยชน์จะได้รับการ "ยกเว้น" อากรขาเข้าเครื่องจักร "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี หากมีการผลิต/ใช้ชิ้นส่วนสำคัญมากกว่า 1 ชิ้นจะได้รับการ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นชิ้นละ 1 ปี รวมแล้วไม่เกิน 6 ปี แต่กิจการนี้หากผู้ประกอบการSMEs ไทยมีศักยภาพที่จะผลิตได้ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการส่งเสริมSMEs ด้วยการ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลมากกว่าเกณฑ์ปกติอีก 2 ปี กิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า จะต้องยื่นขอรับการส่งเสริมภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ด้วยการเสนอแผนการจัดหาอุปกรณ์/ชิ้นส่วน และแผนพัฒนาระบบอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV Smart Charging System) จะได้รับการ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
26,03, 2017, 20:27:35
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 18,655


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #104 เมื่อ: 26,03, 2017, 20:27:35 »

http://www.matichon.co.th/news/507738

เปิดแล้วสะพานมิตรภาพ-พญาเย็น ช่วยระบายการจราจรถนนมิตรภาพคล่องตัว

วันที่ 25 มี.ค. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพ-พญาเย็น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมีนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ ในการนี้นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้มอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนในพื้นที่จำนวน 8 แห่ง ทั้งนี้นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมนำเยี่ยมชมนิทรรศการของสะพานมิตรภาพ-พญาเย็น ซึ่งภายในงานมีคณะผู้บริหารกรมทางหลวงชนบท สื่อมวลชน และผู้แทนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน ณ บริเวณสะพานมิตรภาพ-พญาเย็น

นายอาคม กล่าวว่า สะพานมิตรภาพ-พญาเย็น จะทำให้ประชาชนตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับประชาชนตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สามารถไปมาหาสู่ ค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า ลดมลภาวะจากการสัญจร ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพ ในช่วงเทศกาลหรือติดขัดกรณีเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากเส้นทางที่ผ่านสะพานแห่งนี้ เป็นเส้นทางลัดจากถนนมิตรภาพช่วงอำเภอมวกเหล็กไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา การสร้างสะพานสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายได้อย่างสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนักท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากในการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยไม่ต้องไปกลับรถในเขตอำเภอปากช่อง(กลางดง) เพื่อเข้าสู่ทางหลวงชนบท สาย นม.1016 โดยสามารถใช้เป็นทางเลี่ยงทางลัดได้ เนื่องจากช่วงมวกเหล็กไปปากช่อง เป็นช่วงถนนที่มีความลาดชัน การจราจรติดขัดเป็นประจำ การใช้ทางลัดข้ามสะพานมิตรภาพ – พญาเย็น สู่ทางหลวงชนบท สาย นม.1016 เพื่อไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงสะดวกรวดเร็ว ลดระยะเวลาในการเดินทาง

ด้านนายพิศักดิ์ กล่าวว่า กรมทางหลวงชนบท(ทช.)ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบ ก่อสร้างสะพาน พร้อมถนนเชิงลาด ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณการก่อสร้างรวม 27.806 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณปี 2559 จำนวน 5.684 ล้านบาท และงบผูกพันประมาณปี 2560 จำนวนเงิน 22.122 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาการก่อสร้าง 360 วัน ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2559 โดยรูปแบบโครงการก่อสร้างประกอบด้วย ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดผิวจราจรกว้าง 9 เมตร ทางเท้ากว้างข้างละ 1 เมตร ความยาว 60 เมตร ก่อสร้างถนนเชิงลาดคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวจราจรกว้าง 6 เมตร ไม่มีไหล่ทาง ฝั่งตำบลมิตรภาพความยาว 19.70 เมตร และฝั่งตำบลพญาเย็น ความยาว 833.30 เมตร รวมความยาวถนนเชิงลาดทั้งสองฝั่งเป็นระยะทาง 853 เมตร ก่อสร้างระบบป้องกันการกัดเซาะโดยวางและติดตั้งกล่องลวดตาข่ายบรรจุหินใหญ่ ช่วงบริเวณสะพาน ท้องคลองและริมตลิ่ง การรติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและสิ่งอำนวยความปลอดภัยบนสะพานและถนนเชิงลาด

นอกจากนี้ ทช.เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมตามภารกิจของ ทช. การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตั้งแต่เริ่มโครงการ ก่อนการก่อสร้าง ระหว่างก่อสร้าง และก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยยึดถือประโยชน์และความพึงพอใจของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในการดำเนินการโครงการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชนตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทั้งสองฝั่งลำน้ำเป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของชื่อสะพานแห่งนี้ว่า“สะพานมิตรภาพ– พญาเย็น”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26,03, 2017, 20:29:25 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: