GUN IN THAILAND
23,10, 2017, 21:43:58 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 21 22 [23] 24   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 3. รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตสเฟีย  (อ่าน 4722 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
03,10, 2017, 22:10:31
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #330 เมื่อ: 03,10, 2017, 22:10:31 »

http://money.sanook.com/517049/

คง VAT 7% อีก 1 ปี! ประกาศราชกิจจามีผลบังคับใช้แล้ว

การคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)7 % ตามมติคณะรัฐมนตรี มีผลบังคับใช้ตามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งเป็นการต่ออายุ ปีต่อปี นับตั้งแต่ประกาศใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นต้นมา

เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๖๔๖)พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๘๐ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๖๔๖) พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๕/๒๕๕๙เรื่อง การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙

มาตรา ๔ ให้ลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๐ แห่งประมวลรัษฎากรและคงจัดเก็บในอัตรา ดังต่อไปนี้

(๑) ร้อยละหกจุดสาม สําหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนําเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

(๒) ร้อยละเก้า สําหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนําเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
04,10, 2017, 22:10:58
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #331 เมื่อ: 04,10, 2017, 22:10:58 »

https://www.prachachat.net/tourism/news-49999


ทัวร์จีนแห่เที่ยวไทยช่วงหยุดยาววันชาติจีน คาดสร้างรายได้ให้ปท.กว่า 11,000 ล้านบาท
วันที่ 4 ตุลาคม 2560 - 21:29 น.
262
SHARES

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 1-8 ตุลาคม 2560 หรือ Golden Week ซึ่งเป็นวันชาติของจีน ได้มีการคาดการณ์จาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวน 260,000 คน ขยายตัวถึง ร้อยละ 35 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สอดคล้องกับข้อมูลจาก CTrip หรือ Ctrip.com เว็บไซต์บริการท่องเที่ยวชั้นนำของจีน ที่มีพบว่าประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วง Golden Week


โดยกระทรวงฯ คาดว่าจะมีการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวจีนในหลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และสมุย ฯลฯ ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน

คาดว่าจะสร้างรายได้แก่ประเทศกว่า 11,000 ล้านบาททั้งนี้ ยังคาดว่าตลอดทั้งเดือนตุลาคม จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเยือนประเทศไทยกว่า 6 แสนคน ขยายตัวกว่าร้อยละ 20 และสร้างรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 30 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ปลัดฯพงษ์ภาณุเปิดเผยว่า ตนได้กำชับและได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการในการรองรับนักท่องเที่ยว ดังนี้

1. สั่งการให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ทุกจังหวัดประสานเครือข่ายให้รับทราบข้อมูลล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม
2. สั่งการให้ศูนย์แก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ทั่วประเทศ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาจีน เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าว และประสานกับสถานกงสุลจีนที่อยู่ในส่วนภูมิภาคเผื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นจุดหรือสถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยงในพื้นที่
3. ประสานกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) อย่างใกล้ชิดในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเข้ามาเป็นจำนวนมาก

4. ร่วมกับสถานทูตจีนประจำประเทศไทย ในการเตรียมบุคลากรและระบบการรายงานข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์
5. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ในช่วงเวลาดังกล่าวเช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พิธีการทางศุลกากร เป็นต้น
6. ให้กรมการท่องเที่ยวประสานบริษัททัวร์ในการเฝ้าระวัง รวมถึงเน้นย้ำนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับข้อปฏิบัติที่เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆอาทิ การดำน้ำ กิจกรรมแอดเวนเจอร์ เป็นต้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04,10, 2017, 22:13:43 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
05,10, 2017, 20:13:55
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #332 เมื่อ: 05,10, 2017, 20:13:55 »

http://m.thansettakij.com/content/216206?ts

“อมตะ” ลงนาม MOU กับ Saab AB สวีเดน พัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองอากาศยาน

อมตะ” ร่วมลงนาม MOU กับ Saab AB ประเทศสวีเดน ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอากาศยานและนวัตกรรมอากาศยานชั้นนำของโลก ศึกษาความร่วมมือ เดินหน้าพัฒนา เมืองอัจฉริยะ และเมืองอากาศยาน หรือ Amata Aerospace City ในนิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอากาศยานในเอเซีย และระดับโลก หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด(มหาชน) AMATA เปิดเผยว่า วันนี้ ( 5 ต.ค. 2560) บริษัทอมตะ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Amata Aerospace City ( )กับ บริษัท Saab AB โดยมี Mr . Hakan Buskhe President and CEO เข้าร่วมลงนามในความตกลงดังกล่าว และมี พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่การ พัฒนา “ เมืองอัจฉริยะ และเมืองอากาศยาน” หรือ Aerospace City ในนิคมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ที่เป็นรูปธรรมซึ่งจะสอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC)

ทั้งนี้ แนวทางความร่วมมือจะครอบคลุมการศึกษาและพัฒนาทั้งทางด้านการจราจรภายในเมืองอัจฉริยะ , การวางระบบผังเมืองอัจฉริยะ และ การฝึกอบรมแบบการบินจำลอง (simulation) ที่จะทำให้ไทย เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอากาศยานทั้งในระดับเอเซีย และในระดับโลก

“ Saab เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้านอากาศยานและนวัตกรรมอากาศยาน ที่จะเข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองอากาศยานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก”นายวิกรมกล่าว

 

ในการพัฒนา เมืองอัจฉริยะ และเมืองอากาศยาน จะนำไปสู่การพัฒนา และรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยาน ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่สำคัญของประเทศ (New S-curve) ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะเวลา 20 ปีข้างหน้า

นายวิกรม กล่าวว่า ภายใต้แนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และเมืองอากาศยานครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในแผนงานการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสมบูรณ์แบบหรือ Smart City ครอบคลุมการพัฒนาในด้านสำคัญต่างๆ ใน8 ด้าน 1 พลังงานอัจฉริยะ(Smart Energy ) 2 การสัญจรอัจฉริยะ ( Smart Mobility ) 3 ชุมชนอัจฉริยะ(Smart Community ) 4. สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment ) 5.ระบบการศึกษาอัจฉริยะ ( Smart Education ) 6. ระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Manufacturing ) 7. เมืองอากาศยานอัจฉริยะ(Smart Aerospace City ) และ 8 นวัตกรรมอัจฉริยะ (Smart Innovation)

นาย Håkan Buskhe ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Saab AB กล่าวว่า Saab มีความยินดีที่จะร่วมมือกับ อมตะ ในการพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะ และเมืองอากาศยาน ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการเดินหน้าโครงการในอนาคตได้ และบริษัท ถือเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยประสบการณ์ ในฐานะที่ บริษัท Saab AB เป็นสัญชาติสวีเดนที่ผลิตและให้บริการเกี่ยวกับ อากาศยานด้านการป้องกันประเทศ , อากาศยานด้านการทหาร และอากาศยานเพื่อความมั่นคงของพลเรือน ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก โดย Saab ได้เริ่มเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการในกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2541

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานกรรมการบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน และอดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ในการพัฒนาโดยเมืองอัจฉริยะอมตะ และเมืองอากาศยาน ในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างก้าวกระโดดภายใต้แนวคิด ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งทางอมตะ มีความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย รวมทั้งยังเป็นกลไกสำคัญ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยาน และคลัสเตอร์ด้านอากาศยานของไทย

บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทย ที่มีลูกค้ามากกว่า 1,000 บริษัท ทั้งในไทย และบริษัทชั้นนำระดับโลก ที่เข้ามาลงทุนและตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ กว่า 80 ตารางกิโลเมตร ในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะทั้งสองแห่ง โดยแบ่งเป็นนิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี และนิคมอมตะซิตี้ จ.ระยอง โดยในแต่ละปีโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมของอมตะผลิตสินค้าต่างๆ คิดเป็นสัดส่วน 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)ของประเทศไทย    โดยโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสมบูรณ์แบบหรือ Smart City คือการยกระดับพื้นที่ 42 ตารางกิโลเมตร ในนิคมอุตสาหกรรม อมตะนคร จ.ชลบุรี ด้วยการใช้เทคโนโลยีระดับสูง พร้อมๆกับการพัฒนาพลังงานทางเลือก ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อให้เกิดความอย่างยั่งยืน โดย Smart City ถือว่าอยู่ในทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางของเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC).
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05,10, 2017, 20:16:37 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
07,10, 2017, 08:38:20
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #333 เมื่อ: 07,10, 2017, 08:38:20 »

https://www.prachachat.net/marketing/news-50591

คอเหล้า สะดุ้ง! “ไทยเบฟ” ขยับราคา

แหล่งข่าวจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทได้แจ้งไปยังเอเย่นต์ทั่วประเทศว่าตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป บริษัทจะปรับราคาสินค้ากลุ่มเหล้าใหม่ เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างและอัตราภาษี ของ พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งจะทำให้สินค้าส่วนใหญ่มีราคาเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ 12-282 บาทต่อลัง (12 ขวด) อาทิ สุราขาว 35 ดีกรี 625 มล. เพิ่มขึ้น 24 บาท ต่อลัง (12 ขวด) สุราขาว 40 ดีกรี 625 มล. เพิ่มขึ้น 24 บาท ต่อลัง (12 ขวด) สุรามังกรทอง 375 มล. เพิ่มขึ้น 282 บาท ต่อโหล (12 ขวด) แสงโสมเหรียญทอง 700 มล. เพิ่มขึ้น 50 บาท ต่อโหล (12 ขวด) หงส์ทอง 700 มล. เพิ่มขึ้น 72 บาท ต่อโหล (12 ขวด) เบลนด์ 285 1 ลิตร เพิ่มขึ้น 102 บาท ต่อโหล (12 ขวด) เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าบางรายการที่ไม่ปรับขึ้น โดยยังคงราคาเดิมเอาไว้ เช่น สุราขาวบางยี่ขัน 40 ดีกรี 640 มล. บรั่นดีเมอริเดียน 38 ดีกรี 350 มล. และ 700 มล.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จาก พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ได้เปลี่ยนวิธีการคำนวณภาษี จากเดิมที่ใช้ฐานราคาหน้าโรงงานอุตสาหกรรม และราคานำเข้า มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำแทน และยังเน้นการจัดเก็บจากปริมาณแอลกอฮอล์ ทำให้เหล้าที่มีดีกรีสูง ๆ จะต้องเสียภาษีแพงขึ้น

โดยอัตราภาษีใหม่ มีผลให้เหล้าขาวเสียภาษีฝั่งมูลค่า ในอัตรา 2% และภาษีในฝั่งปริมาณ ในอัตรา 155 บาทต่อปริมาณหนึ่งลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ส่วนเหล้าสีจะเสียภาษีฝั่งมูลค่า ในอัตรา 20% และภาษีในฝั่งปริมาณ 255 บาทต่อปริมาณหนึ่งลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
07,10, 2017, 19:07:43
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #334 เมื่อ: 07,10, 2017, 19:07:43 »

https://www.prachachat.net/tourism/news-51320

เฮ…ปลดแล้ว! กพท. ยัน ICAO ปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทย ชี้ธุรกิจการบินแข่งเดือดอีกรอบ

หลังจากที่กรมการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ถูกองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization :ICAO) “ติดธงแดง” ประเทศไทยบนเว็บไซต์ของ ICAO หลังจากกรมการบินพลเรือนไม่สามารถแก้ไขปัญหา “ข้อบกพร่องที่มีนัยยะสำคัญต่อความปลอดภัย” (Significant Safety Concerns : SSC) มาตั้งแต่ปี 2558

ล่าสุด เมื่อเช้าของวันนี้ (7 ตุลาคม) พบว่า เว็บไซต์ ICAO ได้ปรับแล้ว และไม่มีสัญลักษณ์ธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยอีกต่อไป

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ยืนยันถึงกรณีดังกล่าวนี้ว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 ตุลาคม 2560 (เวลาประเทศไทย) ได้พบว่าเว็บไซต์ทางการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) คือ เว็บไซต์ www.icao.int ได้มีการปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยแล้ว หลังทราบว่าทาง ICAO ได้ประชุมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา

“ถือเป็นข่าวดีของอุตสาหกรรมการบินของไทยอย่างยิ่ง นับจากนี้ไป กพท.เตรียมแจ้งข่าวดีนี้แก่องค์การการบินพลเรือนของประเทศที่กังวลเกี่ยวกับการปักธงแดง อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น หลังจากช่วงที่ไทยติดธงแดง สายการบินสัญชาติไทยไม่สามารถเพิ่มเที่ยวบินเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ โดยกพท.เชื่อว่านับจากนี้ไป อุตสาหกรรมการบินของไทยจะยิ่งเติบโตมากขึ้นไปอีก จากเดิมที่เติบโตอยู่แล้ว เพราะสายการบินสัญชาติไทยสามารถกลับเข้าไปแข่งขันได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยมสู่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้” นายจุฬากล่าว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07,10, 2017, 19:10:06 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
08,10, 2017, 20:14:54
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #335 เมื่อ: 08,10, 2017, 20:14:54 »

https://www.prachachat.net/finance/news-51425

ธปท.ชี้สัญญาณหนี้คนจนพุ่ง ! ยันใช้ดอกเบี้ยต่ำปลุกศก.โต

ธปท.ชี้คนจนยังมี “หนี้เพิ่ม” ถ่วงภาคบริโภคในประเทศ หวังพึ่ง 3 เครื่องยนต์หลัก “ส่งออก-ท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐ” ปั๊มเศรษฐกิจโตสดใส

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า รายงานนโยบายการเงินเดือนกันยายนที่ผ่านมาระบุปัจจุบันหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง โดยสิ้นไตรมาส 2/60 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีไทยอยู่ที่ระดับ 78.4% ซึ่งเป็นผลจากแนวโน้มของกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูง มีหนี้ครัวเรือนลดลง แต่กลับว่ากลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อยยังคงก่อหนี้ “เพิ่มขึ้น” ขณะที่รายได้ทรงตัว

นอกจากนี้ยังพบว่าการจ้างงานอกภาคเกษตรในกลุ่มลูกจ้างรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท/เดือน ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น จึงทำให้ภาพรวมหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง และยังเป็นปัจจัยถ่วงการบริโภคของเศรษฐกิจไทยอยู่

“เราเห็นสัญญาณการจ้างงานเพิ่มขึ้นแต่ธุรกิจที่เติบโตดี เช่น การส่งออก ท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานนอกภาคเกษตรในกลุ่มรายได้ปานกลาง (รายได้ 1-2 หมื่นบาท/เดือน) แต่ลูกจ้างรายได้ต่ำก็ยังต้องใช้เวลาอีกระยะ” นายจาตุรงค์กล่าว

ดังนั้นเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจึงยังคงต้องพึ่งพาด้านการส่งออก ซึ่งปีนี้มีการเติบโตดีต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ธปท.จึงคาดว่าปีนี้การส่งออกขยายตัว 5.9% นอกจากนี้ยังมีด้านท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจีนและอาเซียนเข้ามาจำนวนมาก ส่วนการลงทุนของภาครัฐ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจาก พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่ทำให้การเบิกจ่ายลงทุนล่าช้า แต่ ธปท.ยังคาดว่าปีนี้การลงทุนภาครัฐจะโตได้ 5.5% ซึ่งจะช่วยหนุนธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อสนับสนุน ส่วนการใช้จ่ายภาคเอกชนยังคงขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่เริ่มกระจายตัวมากขึ้น อีกทั้งมีแรงกระตุ้นจากภาครัฐ อย่างไรก็ดี โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวสูงกว่ากรณีฐานจะมาจากเศรษฐกิจสหรัฐที่ขยายตัวดีกว่าคาด

“ธปท.ยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย (ดอกเบี้ยต่ำ) ต่อไป เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยให้ต่อเนื่อง และส่งผ่านไปยังอุปสงค์ (ความต้องการในประเทศ และเอื้อให้แรงกดดันเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นระยะต่อไป” นายจาตุรงค์กล่าว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08,10, 2017, 20:16:49 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
09,10, 2017, 20:36:43
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #336 เมื่อ: 09,10, 2017, 20:36:43 »

https://www.prachachat.net/property/news-51848

บขส.เปิดโฉมรถมินิบัสขนาด 7 เมตร 21 ที่นั่ง นำร่องวิ่งกรุงเทพฯ–พุทธมณฑล-ราชบุรี ดีเดย์ 11 ต.ค.นี้

พลตรีสุรพล ตาปนานนท์ ประธานกรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า รถมินิบัสที่นำมาให้สื่อมวลชนเยี่ยมชมที่ด้านหน้าอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) เป็นรถมินิบัส ขนาด 7 เมตร (21 ที่นั่ง) ที่ผู้ประกอบรถร่วมฯ จะนำมาวิ่งให้บริการทดแทนรถตู้ที่มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ในเส้นทางกรุงเทพฯ-พุทธมณฑล-ราชบุรี ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2560

โดยรถคันนี้ได้จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ บขส.เตรียมนำรถมินิบัสมาวิ่งให้บริการในเส้นทางระหว่างประเทศ น่าน-ไชยะบุรี-หลวงพระบาง ระยะทาง 373 กิโลเมตร ในเดือนพฤศจิกายน 2560

ส่วนโครงการเช่ารถโดยสารขนาดเล็ก (MINI BUS) ของ บขส.จำนวน 55 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังข้อเสนอแนะและขั้นตอนการประกวดราคา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน และสามารถจัดหารถ MINI BUS ได้ประมาณกลางปีหน้า

อย่างไรก็ดี บขส.พร้อมดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่กำหนดให้รถตู้ที่วิ่งในเส้นทางหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร) ที่มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ให้ทยอยเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารขนาดเล็ก (MINI BUS)

ซึ่ง บขส.ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายนี้ เนื่องจากเป็นการดำเนินการปรับเปลี่ยนรถโดยสารครั้งแรก ดังนั้นต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยสูงสุด และคุณภาพของรถโดยสารต้องได้มาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09,10, 2017, 20:38:48 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
10,10, 2017, 18:18:37
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #337 เมื่อ: 10,10, 2017, 18:18:37 »

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/776421

แบงก์-โรงหนัง-ห้าง ประกาศปิด26ต.ค. แสดงความอาลัยร.9

โลตัส ปิดชั่วคราว 26 ต.ค.ให้พนักงานร่วมวางดอกไม้จันทน์
"จอห์น คริสตี้" ประธานกรรมการกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัสจะปิดให้บริการในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 26 ต.ค. 2560 นับเป็นครั้งแรกใน 23 ปีที่เราดำเนินธุรกิจที่จะมีการปิดให้บริการชั่วคราว สำหรับสาขาขนาดใหญ่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งตามเวลาทำการปกติของแต่ละสาขาในวันที่ 27 ต.ค. 2560 ส่วนเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส จะเปิดให้บริการในเวลา 06.00 น. ของวันที่ 27 ต.ค. 2560
ทั้งนี้ เทสโก้ โลตัส มีพนักงานกว่า 63,000 คน ทุกสาขาทั่วประเทศรวมกว่า 1,900 แห่ง เพื่อให้พนักงารวมใจกันถวายความจงรักภักดีและแสดงความอาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และให้พนักงานเทสได้มีโอกาสร่วมวางดอกไม้จันทน์ และร่วมเป็นจิตอาสาภายในชุมชน และรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
อิเซตันประกาศปิด
ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ประกาศแจ้งปิดบริการวันพฤหัสที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นเวลา 1 วัน เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
'กรุงไทย'ประกาศปิดทุกสาขาวันพระราชพิธีถวายพระเพลิง
ธนาคารกรุงไทย (KTB) แจ้งว่า เพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีโอกาสร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ธนาคารจึงได้ประกาศหยุดทำการสำนักงานและสาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 พร้อมทั้งจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวันที่ 27 ตุลาคม 2560
'ทหารไทย'ปิดทุกสาขาวันพระราชพิธีถวายพระเพลิง
ธนาคารทหารไทย (TMB) หรือ ทีเอ็มบี แจ้งว่า จะปิดบริการทุกสาขาทั่วประเทศ ในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญยิ่งของประเทศและจิตใจของปวงชนชาวไทย เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานไปร่วมกราบถวายบังคมพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวลูกค้าจะยังคงได้รับบริการที่ต่อเนื่องผ่านช่องทางบริการดิจิทัล และในกรณีที่ลูกค้าต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อ ทีเอ็มบี คอนแท็กต์ เซ็นเตอร์ โทร 1558 ซึ่งเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB), ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) , ธนาคารทิสโก้ (TISCO), ธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์ (LHBank) และธนาคารยูโอบี (UOB) ประกาศปิดให้บริการทุกสาขาในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ 26 ตุลาคม นี้เช่นกัน
‘เมเจอร์’ประกาศปิด 26 ต.ค. ทั่วประเทศ 119 สาขา
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (มหาชน) ประกาศแจ้งปิดการให้บริการ วันที่ 26 ต.ค.นี้ เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานทั้งในส่วนของโบว์ลิ่งและโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทุกสาขาทั่วประเทศ 119 สาขา ได้มีโอกาสร่วมแสดงความจงรักภักดีน้อมถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
12,10, 2017, 20:59:22
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #338 เมื่อ: 12,10, 2017, 20:59:22 »

https://www.prachachat.net/property/news-53760

ทางหลวงทุบสะพานหน้าสนามบินดอนเมือง 4 ทุ่ม วันที่ 6 พ.ย.เป็นต้นไป เสร็จ ก.ย.ปีหน้า

ทางหลวงทุบสะพานหน้าสนามบินดอนเมือง 4 ทุ่ม วันที่ 6 พ.ย.เป็นต้นไป เสร็จ ก.ย.ปีหน้า แนะใช้ทางเลี่ยง-เผื่อเวลาเดินทาง 3 ชม.

นายมนตรี เดชาสกุลสม ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้อสรุปร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเริ่มปิดการจราจรเพื่อก่อสร้างสะพานทางเข้าสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่เวลา 22,00 น. ของวันที่ 6 พ.ย.2560 เป็นต้นไป

โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.2561 ใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท


“กรมจะปิดจราจรขาออกช่วงเวลา 4 ทุ่มถึงตี 5 เริ่มวันที่ 6 พ.ย.นี้เป็นต้นไป จะใช้เวลาช่วงกลางคืนดำเนินการ เพื่อรื้อสะพานเดิมออก และเป็นการลดผลกระทบด้านการจราจร เพราะถนนวิภาวดีฯมีประมาณการจราจรหนาแน่น เฉลี่ย 1.8 แสนคันต่อวัน”



สำหรับประชาชนที่จะเดินทางเข้าไปภายในสนามบินดอนเมือง สามารถใช้เส้นทางเลี่ยง 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ใช้สะพานกลับรถบริเวณคลังสินค้า โดยเลี้ยวซ้ายไปตามถนนภายในสนามบิน จะมีป้ายปิดประกาศไว้ตลอดเส้นทาง 2.ใช้สะพานกลับรถบริเวณธูปเตะมีย์ จากนั้นเข้าประตูที่ 3 และ 4 ของสนามบิน และ 3.ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์

“จากการเริ่มทดลองปิดเมื่อช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ดูแล้วไม่น่ามีความกังวลมากนัก สำหรับรูปแบบการก่อสร้างสะพานเป็นรูปแบบเดิมคือ แต่ขยับตำแหน่งช่วงทางขึ้นไปอยู่บริเวณที่ดินของรถไฟ ซึ่งยินยอมให้ใช้พื้นที่แล้ว เมื่อแล้วเสร็จจะทำช่วยบรรเทาติดขัดบนถนนวิภาวดีฝั่งขาออกและหน้าสนามบินดอนเมืองได้”

นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการฝ่ายสนามบินและอาคารสนามบินดอนเมือง กล่าวว่า หลังจากนี้จะแจ้งให้ผู้โดยสารและสายการบินที่ใช้บริการสนามบินดอนเมืองให้รับทราบ เพื่อให้เตรียมตัวในการเดินทางโดยให้เผื่อเวลาในการเดินทางมากขึ้น ประมาณ 2-3 ชั่วโมง

เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารและเที่ยวบินขึ้นลงจำนวนมาก ซึ่งผู้โดยสาร ณ เดือนก.ย.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 105,517 คน/วัน ส่วนเที่ยวบินอยู่ที่ 713 เที่ยวบิน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,10, 2017, 21:03:30 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
14,10, 2017, 10:48:58
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #339 เมื่อ: 14,10, 2017, 10:48:58 »

https://www.prachachat.net/facebook-instant-article/news-54660

Q3 หนี้เสียเอสเอ็มอีทะลุ 2 แสน ล. แบงก์อ่วม NPL พีกสุดงัดทุกกลยุทธ์ลุยแก้-

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ไตรมาส 3 ปี 2560 นี้ คาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) น่าจะมีสัดส่วนสูงสุด (พีก) สุดที่ระดับ 3.02% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งระบบ หรือมีมูลค่า 4.26 แสนล้านบาท จากนั้นคาด NPL จะทยอยลดลงในไตรมาส 4 และปิดงวดบัญชีปี 2560 ไปอยู่ที่ 2.83% หรือ 4.04 แสนล้านบาท เนื่องจากแบงก์ต่าง ๆ จะมีการบริหารจัดการ ทั้งวิธีการขายหนี้ และตัดหนี้สูญ รวมไปถึงเป็นช่วงที่แบงก์น่าจะมีการปล่อยสินเชื่อใหม่มากขึ้น

สำหรับ NPL ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกหนี้ที่กลับเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้แต่ไปไม่รอด (Re-Entry) ในช่วงที่ผ่านมา ตามด้วยกลุ่มลูกหนี้ NPL ที่เกิดขึ้นใหม่ โดยหากดูไส้ในจะพบว่าภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากแนวโน้มยังเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น ซึ่งสัดส่วน NPL ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ 4.26 แสนล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่เกิน 50% เกิดจากเอสเอ็มอีถึง 2.2 แสนล้านบาท

“มองไประยะข้างหน้า โดยเฉพาะไตรมาส 4 เชื่อว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ดี ล้อไปกับการลงทุนของรัฐบาล ซึ่งจะดึงให้ภาพรวมดูดีขึ้น แต่ก็เหมือนเราหลอกตัวเอง เนื่องจากฐานสินเชื่อขยายตัว จึงทำให้สัดส่วนต่อ NPL ดูเหมือนต่ำลง แต่หากดูไส้ในจริง ๆ ยังมีประเด็นที่ต้องเป็นห่วง และไม่มีใครพูดถึง คือ NPL ในภาคเอสเอ็มอีที่ยังโตต่อเนื่อง” นายนริศกล่าว

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริการงานวิจัย กลุ่มงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้ม NPL ในไตรมาส 3 น่าจะขึ้นมาพีกที่ 3.06 % หรือคิดเป็นมูลค่า 4.25 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/60 ที่ NPL รวมอยู่ที่ 2.95% หรือมีมูลค่า 4.16 แสนล้านบาท โดย NPL ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเอสเอ็มอี ทั้งในส่วนที่เป็น re-Entry และ NPL เกิดใหม่ ซึ่งรวม ๆ แล้วคิดเป็น NPL เพิ่มขึ้นราว 9 หมื่นล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ที่มี NPL เพียง 85,000 ล้านบาท แบ่งเป็น NPL รายใหม่ที่ 54,729 ล้านบาท ขณะที่เป็นหนี้ Re-Entry 19,933 ล้านบาท

ขณะที่คาดการณ์ NPL ในไตรมาส 4 มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 2.98% เนื่องจากเริ่มเห็น NPL เกิดใหม่ และยอด Re-Entry ขยายตัวในอัตราชะลอ แต่ก็ยังต้องติดตามสถานการณ์ “สินเชื่อรายย่อย” ที่แบงก์ยังค่อนข้างระมัดระวังด้านคุณภาพหนี้ต่อเนื่อง

“เชื่อว่า NPL ได้ผ่านจุดพีกไปแล้วในไตรมาส 3 เพราะดูในปัจจุบัน NPL ใหม่และ Re-Entry มีการขยายตัวลดลงแล้ว ดังนั้นก็น่าจะทำให้ NPL โดยรวมในไตรมาส 4 ปรับลดลงมาได้ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยแบงก์ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อยังไม่สม่ำเสมอ และโตต่ำกว่าอดีตที่เคยทำมา ทั้งในส่วนของบัตรเครดิตและพีโลน (ส่วนบุคคล) ทำให้ศูนย์วิจัยปรับการขยายตัวของสินเชื่อบุคคลอยู่ระดับทรงตัว จากเดิมที่คาดว่าจะโต 1% ในปีนี้” นางสาวกาญจนากล่าว

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ประเมินว่า NPL กลุ่มเอสเอ็มอีของธนาคารปีนี้น่าจะอยู่ที่ 2.4-2.5% ใกล้เคียงกับ NPL ทั้งระบบ โดย NPL ของเอสเอ็มอีกับรายย่อยเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันสัดส่วน NPL เกิดใหม่ลดลงมาอยู่ที่ 33% ของ NPL ที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ขณะที่ Re-Entry อยู่ที่ 60-70% แต่ก็ถือว่าต่ำกว่าปี 2558 ที่สัดส่วน NPL ใหม่อยู่ที่ 90%

ทั้งนี้ NPL ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคการเกษตร ก่อสร้าง โดยสิ้นไตรมาส 3/60 แบงก์มียอดสะสม NPL เอสเอ็มอีกว่า 2 แสนล้านบาท
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
16,10, 2017, 08:03:37
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #340 เมื่อ: 16,10, 2017, 08:03:37 »

https://www.prachachat.net/prachachat-top-story/news-55269

แอร์ไลน์เปิดศึกแย่งนักบิน ใช้เงินล่อล้วงคอการบินไทย

นักบินขาด แอร์ไลน์ระอุ เปิดศึกแย่งตัวกัปตัน-นักบินผู้ช่วย ล่าสุด ทุกสายการบินแห่ประกาศเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มความถี่เที่ยวบิน ทยอยรับมอบเครื่องบินฝูงบินใหม่เข้าประจำการเพียบ หลัง ICAO ปลดธงแดง เผยทีเด็ดจูงใจเสนอรายได้แสนงาม พร้อมรถยนต์ประจำตำแหน่ง คอนโดฯ สวัสดิการค่าเทอมบุตร จับตา แอร์โฮสเตส วิศวกร ช่างเทคนิค เป็นคิวต่อไป

หลังจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ประกาศปลดธงแดงประเทศไทย จากประเทศที่มีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยด้านการบิน เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ส่งผลให้ธุรกิจสายการบินในไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลาย ๆ สายการบินเตรียมรับมอบเครื่องบินใหม่ เพื่อนำไปเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่เที่ยวบินทำให้มีความต้องการนักบินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

แข่งแย่งตัวแก้นักบินขาด

แหล่งข่าวระดับสูงจากสายการบินรายหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปิดเส้นทางบินใหม่ และการเพิ่มเที่ยวบินของสายการบินต่าง ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแย่งชิงบุคลากรด้านการบินมากขึ้น เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส วิศวกร และช่างเทคนิค ซึ่งขณะนี้เริ่มมีภาพของการแย่งตัวนักบินกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะสายการบินที่ต้องใช้เครื่องบินแบบ แอร์บัส เอ 330 สำหรับทำการบินระยะกลาง ปัจจุบันมีเพียง 3 สายการบินที่มีเครื่องบินแบบนี้ในฝูงบิน คือ การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ และไทยไลอ้อนแอร์ ที่กำลังจะรับเครื่องแบบนี้เพิ่มภายในสิ้นปีนี้ เพราะแต่ละสายการบินต่างต้องการนักบินที่สามารถใช้งานได้ทันที

ส่วนเครื่องบินอีก 2 แบบที่ใช้กันมากในไทย ทั้งโบอิ้ง 737-800, โบอิ้ง 737-900 สายการบินที่ใช้ เช่น นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และนิวเจน แม้ปัจจุบันนักบินจะยังเพียงพอ แต่ต้องจับตาเพราะแต่ละสายการบินต่างมีแผนรับมอบเครื่องบินรุ่นนี้เพิ่ม ส่วนเครื่องบินแบบ แอร์บัส เอ 320 ซึ่งไทยแอร์เอเชียและไทยสมายล์ใช้ ยังไม่พบปัญหาขาดนักบิน

ด้านนายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ กล่าวว่า โดยภาพรวมตอนนี้สายการบินต่าง ๆ มีการดึงตัวนักบินกันบ้าง ที่ผ่านมาไทยไลอ้อนแอร์ได้นักบินจากการบินไทย ที่เคยบินแอร์บัส เอ 330 มาอบรมเพิ่ม เพื่อเปลี่ยนมาบินเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 และโบอิ้ง 737-900 ให้ อย่างไรก็ตาม ไทยไลอ้อนแอร์มีแผนสร้างบุคลากรนักบิน ด้วยการเปิดรับสมัครนักเรียนการบิน (Student Pilot) รุ่นแรก ซึ่งปิดรับสมัครไปแล้วเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา และในไตรมาส 4

ก็เตรียมรับมอบเครื่องบินใหม่ แอร์บัส เอ 330-300 ขนาด 392 ที่นั่ง 3 ลำ และปี 2561 เดิมมีแผนรับมอบ โบอิ้ง 737 MAX 5 ลำ แต่พอ ICAO ปลดธงแดงก็อาจรับเพิ่มเป็น 10 ลำ เพื่อนำไปทำการบินสู่ประเทศจีน

นายเจริญพงษ์ ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนิวเจน กล่าวว่า นิวเจนมีนักบินเพียงพอสำหรับฝูงบิน โบอิ้ง 737-800 จำนวน 12 ลำ ในปัจจุบัน แต่เนื่องจากมีแผนจะรับมอบเครื่องบิน โบอิ้ง 737-800 เพิ่มอีกปีละ 4 ลำ เพื่อนำมาเปิดเส้นทางบินใหม่ จึงมีแผนจะตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักบิน เพื่อรองรับความต้องการใช้งานในระยะยาว

ฟากนายโชคชัย ปัญญายงค์ ประธานกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด กล่าวว่า จากนี้ไปนกสกู๊ตมีแผนจะทยอยรับมอบเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777-200 อีก 2-3 ลำ และมีแผนจะเพิ่มความถี่เที่ยวบินในหลาย ๆ เส้นทาง รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังซีอาน ประเทศจีน โตเกียว (นาริตะ) และโซล (อินชอน)

งัดรายได้-สวัสดิการสูงจูงใจ

นาวาอากาศโท ปิยะ ตรีกาลนนท์ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด (บีเอซี) โรงเรียนฝึกการบิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปลดธงแดงของ ICAO จะทำให้มีการดึงตัวนักบินมากขึ้น คาดว่าน่าจะเห็นภาพการดึงตัวนักบินที่ชัดเจนในอีก 6-12 เดือนนับจากนี้ เพราะแต่ละสายการบินต่างเตรียมแผนขยายฝูงบินรอรับไว้แล้ว

จากการสำรวจข้อมูลของผู้สำเร็จการศึกษาจากบีเอซีพบว่า รายได้นักบินในไทย โคไพลอต จบใหม่ อยู่ที่ 1-1.5 แสนบาท/เดือน, ซีเนียร์โคไพลอต 2-2.5 แสนบาท/เดือน และกัปตัน 2.5-3.5 แสนบาท/เดือน ส่วนรายได้ของนักบิน สายการบินในตะวันออกกลาง ระดับซีเนียร์โคไพลอต 3 แสนบาท/เดือน, กัปตัน 5 แสนบาท/เดือนเครื่องบิน 1 ลำ มีความต้องการใช้นักบิน 15 คน เมื่อสายการบินมีนักบินไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน ก็ต้องดึงตัวจากคู่แข่ง โดยมีเรื่องของค่าตอบแทนรายได้ที่สูงขึ้น รวมถึงสวัสดิการต่าง ๆ จูงใจ เช่น รถยนต์ รวมทั้งการเสนอให้นักบินผู้ช่วยอาวุโส (ซีเนียร์โคไพลอต) มารับการฝึกอบรมเพิ่ม 1-2 เดือน ที่สายการบินตน เพื่อก้าวขึ้นเป็นกัปตัน เป็นต้น

“ก่อนที่ไทยจะถูกปักธงแดง มีนักบินจากการบินไทยลาออกไปสมัครสายการบินในมิดเดิลอีสต์ ประมาณ 100 คน แต่พอถูกปักธงแดงการดึงตัวนักบินก็ชะลอลงและล่าสุดหลังจาก ICAO ปลดธงแดงออก ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สายการบินจากตะวันออกกลางจะเข้ามาดึงตัวไปอีก ด้วยข้อเสนอจูงใจ ทั้งรายได้ รถประจำตำแหน่ง คอนโดมิเนียม รวมถึงสวัสดิการ เช่น ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติของบุตร เป็นต้น” นาวาอากาศโทปิยะกล่าว

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ในฐานะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) กล่าวถึงโอกาสการพัฒนาสายการบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า

เรื่องศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) สำคัญมากในเรื่องการบิน จังหวะเวลานี้เป็นโอกาสสูงสุดของบริษัทการบินไทย ขณะนี้ฐานะการเงินเริ่มดีขึ้น ทุกค่ายกำลังต้องการเข้ามา

สร้าง hub อยู่ตรงนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่อปี 32 ล้านคน ต้องใช้โอกาสนี้ทำให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องภาพลักษณ์ ยุทธวิธี เป็นโอกาสมหาศาล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16,10, 2017, 08:05:33 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
17,10, 2017, 20:52:35
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #341 เมื่อ: 17,10, 2017, 20:52:35 »

https://www.prachachat.net/property/news-56225

ประกาศเวนคืนอสังหาฯ ขยายทางหลวงแผ่นดินพื้นที่ 4 อำเภอ จ.เชียงราย

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๕๒ สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๐ – บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๐ (ต้าตลาด) ที่บ้านหัวดอย บ้านผางาม บ้านร่องห้า และบ้านสบเปา และเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๔๒๑ สายหัวดอย – บ้านใหม่พัฒนา เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน ลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมือวันที่ 10 ตุลาคม ระบุว่าตามที่ได้ประกาศใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๕๒ สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๐ – บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๐ (ต้าตลาด) ที่บ้านหัวดอย บ้านผางาม บ้านร่องห้า และบ้านสบเปาและเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๔๒๑ สายหัวดอย – บ้านใหม่พัฒนา พ.ศ. ๒๕๕๙

ในท้องที่อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเวียงชัย อำเภอพญาเม็งราย และอำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย นั้น อธิบดีกรมทางหลวงผู้เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาเห็นว่า การขยายและสร้างทางหลวงแผ่นดินสายดังกล่าวเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค ซึ่งหากการเวนคืนเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืน อสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และมาตรา ๖๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะรัฐมนตรีโดยมติเมื่อวันที่๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงกำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๕๒ สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๐ – บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๐ (ต้าตลาด) ที่บ้านหัวดอย บ้านผางาม บ้านร่องห้า และบ้านสบเปา และเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๔๒๑ สายหัวดอย – บ้านใหม่พัฒนาพ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ มีอำนาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
18,10, 2017, 21:18:01
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #342 เมื่อ: 18,10, 2017, 21:18:01 »

https://www.prachachat.net/property/news-56323

เร่งสะพานข้ามโขง “บึงกาฬ-ปากซัน” เชื่อมเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยววันเดียวทะลุ 3 ประเทศ

คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต

เริ่มมีความคืบหน้าให้เห็นและใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาทุกขณะ สำหรับการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 เชื่อมสองฝั่งแม่น้ำโขงจากบึงกาฬ-ปากซัน หลัง “ทล.-กรมทางหลวง” ศึกษาโครงการแล้วเสร็จเมื่อปี 2557

ล่าสุดได้รับงบประมาณปี 2559-2561 วงเงิน 250 ล้านบาท เวนคืนที่ดินเพื่อเดินหน้าก่อสร้างต่อไป จากการสำรวจมีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้ ที่อยู่ในแนวเส้นทางโครงการ ประกอบด้วย ที่ดิน จำนวน 174 แปลง สิ่งปลูกสร้าง จำนวน 69 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจประมาณราคา และกำหนดราคาทดแทน จำนวน 67 ราย เบิกจ่ายแล้วจำนวน 32 ราย ส่วนต้นไม้ จำนวน 133 ราย อยู่ระหว่างการสำรวจประมาณราคา และกำหนดราคาทดแทน จำนวน 98 ราย เบิกจ่ายแล้วจำนวน 44 ราย

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2561 กรมได้รับงบประมาณเวนคืนที่ดินครบแล้ว ส่วนการก่อสร้างยังไม่ได้เริ่ม เนื่องจากต้องรอทาง สปป.ลาวได้แหล่งเงินทุนที่จะมาก่อสร้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างขอกู้เงินจากเนด้า คาดว่าจะเป็นปี 2562

สำหรับเงินลงทุนโครงการอยู่ที่ 3,640 ล้านบาท แยกเป็น ค่าก่อสร้างถนน 890 ล้านบาท (ฝั่งไทย 750 ล้านบาท และฝั่งลาว 140 ล้านบาท) งานสะพาน 1,510 ล้านบาท (ฝั่งไทย 860 ล้านบาท และฝั่งลาว 650 ล้านบาท) อาคารสำนักงานด่าน 1,000 ล้านบาท (ฝั่งละ 500 ล้านบาท) และค่าเวนคืน 240 ล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างฝั่งไทยจะใช้เงินงบประมาณ ส่วนฝั่งลาวจะใช้เงินกู้

แนวเส้นทางจะสร้างอยู่บนพื้นที่ ต.วิศิษฐ์ ต.ไคสี และ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ อยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยรูปแบบการก่อสร้างจะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขง 1 แห่ง ความยาว 1.35 กม. ขนาด 2 ช่องจราจร เชื่อมโยงระหว่างฝั่งไทยกับลาว พร้อมถนนตัดใหม่เป็นลักษณะถนนเลี่ยงเมือง ขนาด 4 ช่องจราจร ในฝั่งไทย เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงสาย 222 (บึงกาฬ-พังโคน) จาก จ.หนองคาย ไปยัง จ.นครพนม และ จ.สกลนคร ส่วนฝั่งลาวจะเป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทาง 2.86 กม.

ทั้งโครงการมีระยะทางรวม 16.18 กม. แยกเป็น งานก่อสร้างฝั่งไทย 12.13 กม. และฝั่งลาว 3.18 กม. โดยแนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นที่ฝั่งไทย อยู่ที่จุดตัดทางหลวงสาย 222 กม.ที่ 123+430 ใกล้กับที่ดินกรมทางหลวง

จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม เลี้ยวขวาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตัดกับทางหลวงชนบทสาย 3217

ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านหนองนาแซง แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดิม ตัดทางหลวงชนบทสาย 3013 ที่บ้านห้วยดอกไม้ ใกล้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยดอกไม้

แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดิม ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และเลี้ยวขวาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านด่านพรมแดนฝั่งไทย บริเวณทิศตะวันออกของหนองกุดจับ ก่อนยกระดับข้ามทางหลวงสาย 212 กม.ที่ 125+925 ที่บ้านดอนยม อยู่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขง ประมาณ 200 เมตร จุดที่ข้ามแม่น้ำโขงจะผ่าน ต.บึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ และ ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ จะมีเวนคืนที่ดิน 620 ไร่ บริเวณฝั่งไทย เพื่อตัดถนนใหม่ จะผ่านจุดสลับทิศทางจราจร ข้ามด่านพรมแดนฝั่งลาว ทางฝั่งตะวันตกของหนองง้า และสิ้นสุดที่ทางหลวงสาย 13 กม.ที่ 136+677

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และท่องเที่ยวระหว่างไทยกับลาว รวมถึงทำให้การขนส่งสินค้าจากไทยไปสู่ตลาดจีนตอนใต้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะ “ยางพารา” ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของบึงกาฬ ที่สำคัญจะเปิดเส้นทางท่องเที่ยว 3 ประเทศใน 1 วัน “ไทย-ลาว-เวียดนาม” หลังการคมนาคมเชื่อมโยงถึงกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18,10, 2017, 21:19:40 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
19,10, 2017, 08:19:07
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #343 เมื่อ: 19,10, 2017, 08:19:07 »

http://m.thansettakij.com/content/220756?ts

ราคายางดิ่ง 5 โล 100 ชาวสวนกระอัก

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์  สภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า วันนี้ (วันที่ 17 ต.ค.60) เกษตรกรขายยางก้อนถ้วยราคา 17 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ตลาดกลางยางพารา จังหวัดสงขลา ยางแผ่นดิบ 45.55 บาท โดยที่ราคากลาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กำหนดราคาไว้ที่ 46.77 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าราคากลาง 1.22 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ที่ 63.65 บาทต่อกิโลกรัม

"สวนทางกับ กยท.ปรับเพิ่มเงินเซสส์ อัตราคงที่ 2 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อนำไปใช้เป็นเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่ารักษาพยาบาลเอกชน ไม่ได้คำนึงถึงเกษตรกรเลย ทาง สยยท. จึงขอให้ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานกรรมการ กยท.และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ลงมาช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างเร่งด่วน"

นายอุทัย กล่าวอีกว่า การลงทุนของ 5 บริษัทใหญ่กับ กยท. ยังไม่เห็นแผนงานชัดเจน ควรซื้อทั้ง 6 ตลาดพร้อมกัน จะช่วยชี้นำราคายางได้ ไม่ใช่ไปซื้อยางตลาดเล็กๆ และมีกระแสข่าวว่าซื้อยางมารอขายขาดทุนร่วมหมื่นตันไม่มีโกดังเก็บ ทำให้ยางราคาขึ้นเหนียว รอขายเป็นขี้ยาง ท้ายสุดจะเข้าทางพ่อค้ามาช้อนซื้อยางราคาถูกในภายหลัง

แหล่งข่าวจากพ่อค้ายาง เผยว่า  จริงๆ แล้วความต้องการยางไม่ได้ลดน้อย  แต่พ่อค้าจีนหันไปซื้อยางประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา เมียนมา และลาว แทนเพราะราคาถูกกว่า และไม่ต้องเสียเงินเซสส์ อย่างเมืองไทยด้วย
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
20,10, 2017, 14:08:27
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,227


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #344 เมื่อ: 20,10, 2017, 14:08:27 »

http://money.sanook.com/521021/

บัตรคนจนมีเงินหมุนเวียนศก.ฐานรากแล้ว1,700ลบ.

รมช. พาณิชย์ เผย โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สร้างเงินหมุนเวียนลงระบบเศรษฐกิจฐานราก 1,700 ล้านบาทแล้ว ระบุ ภายใน 3 เดือนนี้จะยังไม่เปลี่ยนแปลงเงื่อนไข

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลัง ลงพื้นที่ติดตามการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ร้านค้าชุมชน ย่านสำโรงเหนือ และ ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ โดยพบว่า ประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์รูดบัตรซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก ซึ่งจากการประเมินการจับจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศ ขณะนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบเศรษฐกิจชุมชนแล้วกว่า 1,700 ล้านบาท และภายในเดือนพฤศจิกายนนี้จะสามารถติดตั้งเครื่อง EDC ได้ครบ 18,000 ร้านตามเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยคลี่คลายปัญหาจำนวนร้านค้าที่รับบัตรสวัสดิการมีไม่เพียงพอได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินผลการดำเนินโครงการในช่วง 1 เดือนแรก โดยจะมีการรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงวงเงินภายในบัตรและเงื่อนไขในการใช้นั้น ภายใน 3 เดือนนี้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
หน้า: 1 ... 21 22 [23] 24   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: