GUN IN THAILAND
25,06, 2017, 06:50:19 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 27 28 [29] 30   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก #ภาค10  (อ่าน 8784 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
12,05, 2017, 05:31:07
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #420 เมื่อ: 12,05, 2017, 05:31:07 »

๑๐ ประเทศที่เป็น *ภัยคุกคาม* ความสงบหรือสันติของโลกยิ่งกว่า *เกาหลีเหนือ*:

ข้อมูลจากเวปไซต์ข้างล่าง มีการจัดอันดับประเทศที่เป็นภัยคุกคามความสงบดังนี้

อันดับ ๑ คือสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๑ เป็นต้นมา อเมริกาส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดหรือก้าวก่าย ผิดกฎหมายระหว่างประเทศจำนวน ๙ ประเทศกล่าวคืออิรัก, ซีเรีย, เยเมน, อาฟกานิสถาน, ยูโกสลาเวีย, ลิเบีย, ซูดาน, โซมาเลียและซีเรีย สหประชาชาติไม่เคยเห็นด้วย อเมริกาพยายามยัดเยียดประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนไปให้ แต่ใจลึกๆ อยากได้ทรัพยากรธรรมชาติจากประเทศเหล่านี้ไปครอบครอง

ไม่เพียงแต่รุกรานชาติอื่นเป็นอาจิณ ยังทำทีเดินทางไปสอนประชาขนในชาติอื่นๆ เรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนที่ตนละเมิดอยู่ตลอดเวลา เป็นชาติที่นักการทูตมือถือสากปากถือศีลมากที่สุดในโลก

อันดับ ๒ คือยูเครน ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๕๗ เป็นต้นมา รัฐบาลยูเครนภายใต้การสนับสนุนของอเมริกาเริ่มปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธ์รัสเซียในเมืองดอนบัสส์ของตนเอง ไม่เพียงแต่ใช้อาวุธเคมีกับประชาชน ยังใช้วิธีตัดข้าวปลาอาหารเพื่อให้ชาติพันธุ์รัสเซียที่อาศัยในยูเครนอดอาหารตาย (http://theduran.com/when-ukraine-dropped-chemical-weapons-on-donbass-the-west-didnt-care-video/)

แต่เพราะเป็นสหายอเมริกา จึงไม่มีองค์กรแอมเนสตี้ขี้เรื้อนและฮิวแมนไรัท์ว็อชออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ใดๆ เลย ว่าไปแล้วรัฐบาลยูเครนจึงเลวยิ่งกว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือหลายเท่า

อันดับ ๓ อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการรุกรานเพื่อนบ้านเพื่อนเพื่อแย่งดินแดนตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๙๑ ประเทศหลักๆ ที่ถูกอิสราเอลรุกรานคือปาเลสไตน์ ซีเรียและเลบานอน ฝ่าฝืนมติสหประชาชาติมาตลอด แต่เพราะมีอเมริกาหนุนหลัง อิสราเอลจึงย่ามใจ ไม่เพียงละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ยังละเมิดสิทธิ์ชาวปาเลสไตน์รายวัน แต่ข่าวส่วนใหญ่ไม่มีการตีแผ่ตามสื่อกระแสหลักของอเมริกาและยุโรป

อันดับ ๔ ตุรกี ตุรกีส่งทหารเข้ายึดเกาะไซปรัสตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๑๗ ก่อนหน้าที่จะหันมาทางรัสเซีย แอร์โดกันเคยทำมาค้าขายกับไอสิส เข่นฆ่าชาวเคิร์ดในตุรกีเป็นจำนวนมาก ส่งทหารบุกเข้าซีเรียและอิรักอย่างผิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยตุรกีเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่เรียกว่ากลุ่ม Free Syrian Army (FSA) เข่นฆ่าและปล้นชาวซีเรียเป็นจำนวนมาก เลวร้ายไม่ต่างอะไรจากไอสิสหรืออัลกอิดะห์

อันดับ ๕ สหราชอาณาจักร เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมบุกรุกอิรักและเข่นฆ่าชาวอิรักเป็นจำนวนมาก โดยใช้ข้อมูลเท็จว่าอิรักมีนิวเคลียร์ในครอบครอง จนบัดนี้ แม้จะรู้ว่าเป็นข้อมูลเท็จ แต่ไม่มีใครทำอะไรโทนี่ แบลร์ได้เลย เพราะเขาคือพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา ย่อมมีอภิสิทธิ์ดุจเดียวกับอเมริกา

อันดับ ๖ ซาอุดิอาระเบีย แม้ว่าจะเป็นดินแดนแห่งนครเมกกะห์ แต่รัฐบาลซาอุดิอาระเบียเป็นฐานสำคัญของกลุ่มวะฮาบีย์ ซึ่งพัฒนากลุ่มก่อการร้ายขึ้นมาอีก ๒ กลุ่มคืออัลกออิดะห์และไอสิส คนเหล่านี้ไปดำเนินการก่อการร้ายทั้งในอิรักและซีเรีย เข่นฆ่าชาวมุสลิมด้วยกัน ทำให้ศาสนาอิสลามซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นศาสนาสันติเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

เพราะซาอุฯ คือดินแดนมุสลิมนิกายสุหนี่ห์ แต่ไปสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายวะฮาบีย์ (Wahhabist terrorism) เข่นฆ่าแม้กระทั่งมุสลิมด้วยกันแต่ต่างกลุ่มกล่าวคือชีอะห์ ทั้งในซีเรียและเยเมน คนทั่วโลกจึงมองอิสลามต่างไปจากเดิมว่า 'ขนาดมุสลิมด้วยกันยังฆ่า แล้ว คนนับถือศาสนาอื่นๆ จะเหลือหรือ?' กอปร มีมุสลิมหัวรุนแรงก่อการร้ายในหลายๆ แห่งจึงทำให้คนทั่วโลกเกิดอาการหวาดกลัวมุสลิมตะวันออกกลางกันมากขึ้น

อันดับ ๗ กาต้าร์ รัฐบาลกาต้าร์เป็นหนึ่งในรัฐบาลที่สนับสนุนอัลกออิดะห์และไอสิสในซีเรียเพื่อโค่นรัฐบาลของอัสสาด ความเลวร้ายของอัลกออิดะห์และไอสิสกระพือไปเพียงใด ชื่อเสียงเน่าเฟะของรัฐบาลกาต้าร์ก็ไปตามเพียงนั้น

แต่แปลก แอมเนสตี้และฮิวแมนไรท์ว็อช กลับทำเป็นเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ลงว่ารัฐบาลไหนเป็นพันธมิตรของอเมริกา ย่อมมีอภิสิทธิ์ทำชั่วโดยมีการแฉน้อยมากทั้งนั้น

อันดับ ๘ ฝรั่งเศส ประเทศนี้เคียงบ่าเคียงใหล่กับอเมริกา ในการสนับสนุนให้มีกลุ่มก่อการร้ายป่วนประเทศเพื่อไล่รัฐบาลอัสสาดและนอกจากนั้น ยังส่งเครื่องบินรบไปร่วมทิ้งระเบิดใส่ประชาชนในซีเรีย นอกจากประกาศนียบัตรความเลวที่ได้จากพฤติกรรมในซีเรีย ฝรั่งเศสยังส่งทหารไปรุกรานมาลีอีกชาติหนึ่งด้วย

อันดับ ๙ เยอรมนี นอกจากมีส่วนร่วมในการโค่นรัฐบาลที่ยูเครน แล้วได้ผู้นำที่เป็นข้ารับใช้อเมริกามาแทนที่แล้ว เยอรมนียังเป็นพันธมิตรอเมริกาในการส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดใส่ประชาชนในซีเรีย หูตามืดบอด แยกแยะผิดถูกไม่เป็น เท่ากับเป็นชาติที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกชาติที่น่ารังเกียจ

อันดับ ๑๐ อัลบาเนีย ประเทศมุสลิมอีกประเทศที่กำลังเพาะพันธุ์กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงสายสุหนี่ห์เหมือนซาอุฯ ตอนนี้กำลังกร่างคิดจะผนวกดินแดนเซอร์เบีย, มาร์ซิโดเนีย, มอนเตรเนโกรและกรีซเป็นส่วนหนึ่งของประเทศของตนเอง

ประเทศทั้ง ๑๐ ชาติเหล่านี้ โดยพฤติกรรมที่ทำแล้ว เลวกว่าเกาหลีเหนือหลายเท่า เป็นภัยต่อความสงบสุขของชาวโลกมากกว่าเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือพยายามเก็บตัวอยู่เงียบๆ ไม่เคยรุกรานใคร จ้างคอลัมนิสต์เขียนด่า สร้างภาพให้บ้านป่าเมืองเถื่อน ทุกข์ยากต่างๆ นานา เพื่อให้คนทั่วโลกร่วมรังเกียจ ตอนนี้ เกาหลีเหนือกำลังผลิตนิวเคลียร์พิสัยไกล ก็กลัวว่าเกาหลีเหนือจะล้างแค้นขึ้นมา จึงพยายามวิ่งขาขวิดเพื่อล็อบบี้ให้ชาติอื่นๆ เกลียดเกาหลีเหนือเหมือนตน

๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐

ปฐมพงษ์  โพธิประสิทธินันท์
http://theduran.com/10-countries-that-threaten-world-peace-more-than-north-korea/
บันทึกการเข้า

 
12,05, 2017, 05:51:36
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,931



« ตอบ #421 เมื่อ: 12,05, 2017, 05:51:36 »

 ธุจ้า ตามอ่านครับท่าน ธุจ้า
บันทึกการเข้า
12,05, 2017, 06:18:33
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,931



« ตอบ #422 เมื่อ: 12,05, 2017, 06:18:33 »

    ไอเอชเอส เจนส์/MGR Online - สื่อกลาโหมชื่อดัง “ไอเอชเอส เจนส์” (IHS Jane's) รายงานในวันพฤหัสบดี(11พ.ค.) ว่าหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน(RTMC) ของกองทัพเรือไทย กำลังเล็งซื้อระบบปืนใหญ่อัตตาจร 155 มม. “แอตโมส” (ATMOS) หรือระบบปืนใหญ่เคลื่อนที่ติดตั้งบนรถบรรทุก จากกลุ่มบริษัท Elbit Systems ของอิสราเอล

        ในการยื่นข้อเสนอซื้อ ATMOS ทางหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ต้องการเพิ่มแสนยานุภาพด้านอาวุธของหน่วยงาน ซึ่งเคยซื้อ GC-45/GHN-45 155มม. จากแคนาดา ในช่วงปี 1980 มีชื่อเรียกทางราชการว่า "ปืนใหญ่หนักกระสุนวิถีราบ แบบ 34 (ปนร. 34)"
       

-------------------------------------


               ซีเอ็นเอ็น/อัลจาซีเราะห์ - สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ(ซีไอเอ) เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ แถลงจัดตั้งศูนย์ภารกิจเกาหลี ที่จะทุ่มเทสรรพกำลังจัดการประเด็นเกาหลีเหนือโดยเฉพาะ
       
       ซีไอเอ ประกาศการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษในชื่อ "ศูนย์ภารกิจเกาหลี" สำหรับติดตามสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี และวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวด้านโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของซีไอเอ นับตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยงานเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ที่มีการจัดตั้งหน่วยงานที่มีขอบข่ายการรับผิดชอบต่อประเทศใดเพียงประเทศเดียว
ปรบมือ ปรบมือ  สายตาแหลมคม ไม่ผิดหวังแน่ ปรบมือ ปรบมือ
บันทึกการเข้า
12,05, 2017, 08:18:02
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #423 เมื่อ: 12,05, 2017, 08:18:02 »

... “แผนสกัดความเจริญ การเดินท่อแก๊สจากรัสเซียไปขายยุโรป”

... “รัสเซีย” นั้นส่งออกแก๊สและน้ำมันไปขายเป็นรายได้หลักของประเทศ และกำลังไปได้สวยก่อนปี 2014 เพราะมีโครงการเดินท่อแก๊ส 4 สายหลักที่จะขนส่งแก๊สและน้ำมันไปขายให้ยุโรปตะวันตก ที่ทั้งสองฝ่ายก็ได้ประโยชน์ ลดการผูกขาดของกลุ่มโอเปกที่มีซาอุดิอาระเบียเป็นเจ้าพ่อคุมอยู่ แต่การเติบโตแบบนี้ทำให้อเมริการู้สึกโดดเดี่ยว และอยากจะขายน้ำมันจากชั้นหินดินดานหรือเชลออยของตัวเองบ้าง นับจากนั้นมาจะด้วยตั้งใจหรือบังเอิญ ก็เกิดความวุ่นวายในยุโรปโดยจะเกิดและกระทบกับแนวท่อของ “รัสเซีย” เสมอ

... ท่อแก๊สสายเหนือหรือ Nord Stream นั้นเป็นท่อแก๊สสายใต้ทะเลที่ยาวที่สุดในโลก  โดยเริ่มเดินทางจาก “รัสเซีย” ทางทิศเหนือจากแหล่ง Yuzhno-Russkoye field, และขนส่งถ่ายมาทางบก จนมาสุดที่ชายฝั่งของรัสเซียติดกับทะเลบอลติค แล้วเดินท่อผ่านใต้ทะเลมาโผล่ขึ้นบกที่เยอรมันและ Gazprom ได้ซื้อพื้นที่ของเหมืองร้างในเมือง Waren ของเยอรมันเพื่อปรับทำเป็นที่พักน้ำมันใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปแล้ว ก่อนจะกระจายท่อส่งต่อไปสองสาย สายตะวันตกที่จะสุดทางที่อังกฤษและทางใต้ที่จะสุดทางที่สวิสเซอร์แลนด์และอิตาลี เส้นทางนี้มีโครงการมาตั้งแต่ปี 2011  แต่ก็เริ่มมีกลิ่นไม่ดีของพวกที่พยายามจะขัดขวาง เช่นมีการสร้างความตึงเครียดกับประเทศย่านนี้เช่น ในสวีเดน  รวมทั้งการขนทหารนาโต้และอาวุธรถถังอเมริกามาใน เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย

... เส้นทางนี้ทั้ง “รัสเซียและเยอรมัน” มองว่าจะนำไปสู่การประหยัดทางเศรษฐกิจมากขึ้น จะประหยัดค่าธรรมเนียมและลดความเสี่ยงในการในการขนส่งปรกติได้มาก  ขณะที่ฝ่ายต่อต้านก็บอกว่าค่าดูแลรักษาท่อใต้น้ำจะสูงกว่าบนดินและไม่คุ้มทางเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งจะกระทบกับระดับความลึกน้ำ และการไหลของน้ำ ที่จะมีผลต่อเมืองท่าตามชายฝั่งแถบนี้  เช่นเมือง Szczecin และ Świnoujście ของโปแลนด์เป็นต้น

... ขณะที่อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของ “สวีเดน” และนักการเมืองสวีเดนหลายคน ก็บอกว่าท่อแก๊สนี้จะนำปัญหาความไม่มั่นคงมาสู่สวีเดน เพราะจะนาซึ่งกองเรือของ “รัสเซีย” ในย่านนี้ และจะนำมาซึ่งอิทธิพลทางการเมือง การทหารของรัสเซียในที่สุด โดยอ้างคำกล่าวของ “น้าปูติน” ว่าความปลอดภัยของท่อแก๊สใต้น้ำนี้จะถูกดูแลอย่างดีโดยกองเรือราชนาวีของรัสเซีย ( ก็เป็นเรื่องปรกติ อเมริกาก็ทำแบบเดียวกันที่อัฟกานิสถาน เอาทหารและภาษีประชาชนไปเฝ้าท่อแก๊สของเอกชนเจ้าพ่อน้ำมันขอประเทศ แต่ Gazprom นั้นเป็นรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย แต่กองเรือรัสเซียไม่ได้ไปคุกคามและฆ่าชาวบ้านเพื่อจะไปตั้งฐานทัพเรือในประเทศในย่านนี้  ) ขณะที่รัสเซียก็บอกว่า โครงการนี้เป็นเรื่องของการค้าเศรษฐกิจล้วนๆเท่านั้น ทุกฝ่ายได้ประโยชน์เพราะค่าแก๊สถูกลง และทำให้ยุโรปมั่นคงขึ้น ที่ลดปัญหาเรื่องขาดแคลนพลังงานไปได้

... Swedish military experts and several politicians, including former Minister for Defence Mikael Odenberg, have stated that the pipeline can cause a security policy problem for Sweden
... More political concerns were raised when Vladimir Putin stated that the ecological safety of the pipeline project will be ensured by using the Baltic Fleet of the Russian Navy

... ในอีกเส้นทางหนึ่ง สายหลักที่ฝ่าย “ยูเครน” หลังจากโดนต่างชาติแทรกแซงจนทำให้เกิดสงครามและความขัดแย้ง ทำให้รัสเซียหยุดการส่งแก๊สสายนี้ ทำให้ยูเครนสูญเสียรายได้ต่อปีมากมายหลายพันล้านดอลล่าร์ ในการที่รัสเซียจะต้องจ่ายค่าผ่านแดนให้ยูเครนไปยุโรป

... ส่วน “สายใต้” ที่ต้องผ่านตุรกีนั้น ก็มีการพยายามให้ทั้งสองชาติบาดหมางกัน จนขนาดที่ตุรกียิงเครื่องบินของรัสเซียตก รวมทั้งมีการฆ่าเอกอัครราชทูตจองรัสเซียตายในตุรกี  แต่ด้วยการทูตขั้นเทพ ทำให้ “น้าปูติน” เก็บรักษาเอา “ตุรกี” มาเป็นพันธมิตรได้ และข่าวว่า เส้นทางท่อแก๊สสายใต้กำลังจะเดินหน้าสร้างแล้วในมีกี่วันข้างหน้านี้

... ขณะที่ทาง “รัสเซีย” บอกว่า หนึ่งในโครงการท่อแก๊สสายเหนือนั้น มีแต่เรื่องดี เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของยุโรป และการวิจารณ์ในด้านลบนั้น ก็มาจากพวกที่เสียผลประโยชน์ทางการเงินจากค่าขนส่งและพวกสูญเสียอิทธิพลทางการเมือง โดยจะเอาเรื่องการขาดแคลนแก็สน้ำมันมาเป็นตัวประกันทำให้ยุโรปอ่อนแอ  ใช้ในการสร้างอิทธิพลเหนือยุโรปตะวันตกต่อไป  และพยายามลดอิทธิพลของรัสเซียลง ไม่อยากให้ยุโรปพึ่งพิงรัสเซียมากกว่านี้

... The Russian response has been that the pipeline increases Europe's energy security, and that the criticism is caused by bitterness about the loss of significant transit revenues, as well as the loss of political influence that stems from the transit countries' ability to hold Russian gas supplies to Western Europe hostage to their local political agendas.[91] It would reduce Russia's dependence on the transit countries as for the first time it would link Russia directly to Western Europe.[86] According to Gazprom, the direct connection to Germany would decrease risks in the gas transit zones, including the political risk of cutting off Russian gas exports to Western Europe

.
https://en.wikipedia.org/wiki/Nord_Stream
https://www.rt.com/business/358671-nord-stream-ukraine-scared/

Jeerachart Jongsomchai

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,05, 2017, 08:21:32 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
12,05, 2017, 12:34:51
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14,211


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #424 เมื่อ: 12,05, 2017, 12:34:51 »

"รูเขา รู้เรา ร้อยรบไม่มีพ่าย" รู้ถึงปัจจัยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ทางสถานการณ์โลก

รู้ถึงความต่ำทรามของระบบทุนนิยมสามานย์ ที่ยึดถือประโยชน์ตน แล้วแย่งชิงทรัพย์ยากร
จากทุกมุมโลก 

ที่สุดของ ระบบทุนนิยม ผ่านการต่อสู้เพิ่อเป็นหนึ่ง แล้วเข้าสู่ความสามานย์  ก็ที่เราเห็นอยู่
จากบทความ ที่ จขกท. นำมาเล่าสู่กันฟัง และ ล่าสุดนี้

ทึ่สุดของทุนนิยมสามานย์ คือการแย่งชิง ทำให้ต้องรับกับความหายนะ ตัวบุคคล ต้องกลายเป็นปุ๋ยหมัก 
และความผวาของประเทศเล็ก ๆ  ที่จะไม่ยอมเดิมตาม ก็สามารถทะลุความหวาดกลัว ที่จะต้องเลือกทางเดินที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า และยั่งยืนกว่า เป็นความสามมัคคีนานาชาติ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้ ขับเคี่ยว จนเกิด
ความล่มสลายของ ทุนสามานย์ ..  ก็เราและทั่วโลก ต่างเห็น ร่อยรอยที่ปรากฎตรงหน้า ณ.เวลานี้แล้ว

ทุนนิยม ทุนนิยมสามานย์ เป็นการต่อสู้ทางระบบเศรษฐกิจการเมือง และเป็นศัตรูถาวรกับ ฝั่งสังคมนิยม
ผมทันได้เกิด ในยุคอันธพาลครองเมือง เติบโต เห็นรอยต่อและผลกระทบของมันคือสงคราม ทั้งทั่วโลก และภายในประเทศ  ด้วยอีกคนหนึ่ง ยิ้มเด้ง
     
บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

"เศษหินบนทางเดิน อาจทิ่มพื้นรองเท้าได้ ถ้าไม่อยากเจ็บเท้า ก็ควรต้องก้าวข้ามมันไปซะ"

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
12,05, 2017, 18:51:25
สิงห์สามแพร่ง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100% ..........แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น ............คือ "เนรคุณในหลวง"
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,863


จอหงวนติดดิน ตงฉินบ้านนอก


« ตอบ #425 เมื่อ: 12,05, 2017, 18:51:25 »

 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า   สวัสดีทุกท่านยามค่ำๆรอบวงครับ มาตามก่อนอาหารค่ำครับ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
12,05, 2017, 20:44:04
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #426 เมื่อ: 12,05, 2017, 20:44:04 »

ข่าวเกาหลีเหนือล่าสุด ผอ.ข่าวกรองสหรัฐวิเคราะห์สถานการณ์

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=XzsUG5-99i4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=XzsUG5-99i4</a>
บันทึกการเข้า

 
13,05, 2017, 04:30:41
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #427 เมื่อ: 13,05, 2017, 04:30:41 »

        รอยเตอร์ - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันศุกร์(12พ.ค.) เตือน เจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอที่เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่ง อย่านำเรื่องราวไปเปิดเผยกับสื่อมวลชน บ่งชี้ว่าการมีการบันทึกเสียงสนทนาที่ขัดแย้งกันระหว่างคนทั้งสอง
       
       "เจมส์ โคมีย์ คงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีเทปสนทนาระหว่างเราหลุดออกมา ก่อนที่เขาจะเริ่มปล่อยมันรั่วไหลไปยังสื่อมวลชน" หนึ่งในคำเตือนของทรัมป์ที่โพสต์บนทวิตเตอร์
       
       ข้อความดังกล่าวดูเหมือนเป็นการเตือนว่าหาก โคมีย์ เผยแพร่เรื่องราวต่างๆในเวอร์ชั่นของตนเอง ทางรัฐบาลก็อาจเผยแพร่บทสนทนาตอบโต้เช่นกัน แม้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเทปดังกล่าวมีจริงหรือไม่
       
       คำขู่ที่คลุมเครือของทรัมป์ น่าจะเป็นการโหมกระพือพายุเข้าใส่วอชิงตันหนักหน่วงขึ้นไปอีก จากเดิมที่อยู่ท่ามกลางความตกตะลึงอยู่ก่อนแล้วต่อคำสั่งปลดโคมีย์ พ้นจากเก้าอี้ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ของทรัมป์ เมื่อวันอังคาร(9พ..ค.)
       
       เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสารทิศรุมกระหน่ำ ทรัมป์ ต่อกรณีไล่ โคมีย์ ออกจากตำแหน่ง ในช่วงเวลาที่เอฟบีไอกำลังดำเนินการสืบสวนคำกล่าวหารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2016 และความเป็นไปได้ที่มีการสมคบคิดกันระหว่างมอสโกกับทีมหาเสียงของทรัมป์
       
       ทรัมป์ ระบุในคำแถลงปลด โคมีย์ พ้นตำแหน่งเมื่อวันอังคาร(9พ.ค.) ว่าผู้อำนวยการเอฟบีไอรายนี้เคยบอกกับเขาถึง 3 รอบว่าเขาไม่ได้อยู่ภายใต้การสืบสวนในการตรวจสอบประเด็นรัสเซีย จากนั้นในวันพฤหัสบดี(11พ.ย.) ประธานาธิบดีรายนี้ให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซีนิวส์ การให้คำรับประกันว่า 3 ครั้งดังกล่าว ประกอบด้วยหนหนึ่งระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำและอีก 2 ครั้งระหว่างการพูดคุยทางโทรศัพท์
       
       ส่วน โคมีย์ ไม่เคยเปิดเผยกับสาธารณะว่าเขาพูดคุยอะไรกับทรัมป์
       
       การตรวจสอบของเอฟบีไอและการสืบสวนของสภาคองเกรส คาราคาซังการทำหน้าที่ประธานาธิบดีของทรัมป์มาตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคมและเป็นภัยคุกคามต่อลำดับเป้าหมายด้านนโยบายต่างๆของเขา
       
       หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานในวันศุกร์(12พ.ค.) โคมีย์ ขัดขืนคำขอจากทรัมป์ ที่ต้องการให้เขาสัญญาว่าจะภักดีต่อประธานาธิบดี โดย โคมีย์ เล่าให้พวกคนสนิทฟังว่าเขาถูกเรียกตัวไปยังทำเนียบขาวเพื่อรับประทานอาหารค่ำตัวต่อตัวกับทรัมป์ เพียง 7 วัน หลังพิธีสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม
       
       นิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า ทรัมป์ ร้องขอคำสัญญาจากผู้อำนวยการเอฟบีไอ ณ ขณะนั้น ว่าจะภักดีกับเขา แต่ โคมีย์ ปฏิเสธให้สัญญา โดยบอกกับประธานาธิบดีไปว่าสามารถไว้ใจความซื่อสัตย์สุจริตของเขาได้
       
       คนสนิทของโคมีย์ เปิดเผยกับสื่อแห่งนี้ต่อว่า ทรัมป์ ไม่พอใจคำตอบของผู้อำนวยการเอฟบีไอและบอกกับ โคมีย์ หลังเสร็จสิ้นการดินเนอร์ ว่าเขาต้องการความภักดีจาก โคมีย์ ทว่า ทรัมป์ ก็ได้คำตอบแบบเดิม โดย โคมีย์ เพียงให้สัญญาว่าจะซื้อสัตย์สุจริต
       
บันทึกการเข้า

 
13,05, 2017, 04:37:31
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #428 เมื่อ: 13,05, 2017, 04:37:31 »

เคยได้ยินผู้ใหญ่ของบ้านเมืองพูดถึงการนำเอาระบบฟินเทค หรือระบบการเงินในรูปแบบอิเลคโทรนิคมาใช้ในอนาคตตามก้นฝรั่ง เจอข่าวแบบนี้หลายต่อหลายครั้งแล้ว จะมีใครคิดบ้างว่ากำลังพาประเทศเดินเข้าไปสู่แดนสนธยาที่ชาติตะวันตกเขาสร้างกับดักระบบที่เขาทำขึ้นมาเอาไว้รอควบคุมทาสที่สมัครใจเข้ามาสู่กับดักแห่งใหม่  หลังจากระบบการเงินแบบเก่าหรือเฟี้ยตมันนี้เริ่มเป็นที่น่ากังขาต่อคนบนโลกบางกลุ่มที่เริ่มรู้จักคิดและไม่มั่นใจที่จะยังคงใช้เฟี้ยตมันนี้ต่อไป อย่างเช่นรัสเซีย อิหร่าน หรือบางประเทศในอเมริกาใต้  เนื่องจากระบบการเงินแบบเฟี้ยตมันนี้ได้เอื้อประโยชน์อย่างล้นเหลือให้แก่ผู้ริเริ่มยัดเยียดให้สังคมโลกใช้ระบบกติกาการเงินแบบนี้แต่เพียงฝ่ายเดียว ยิ่งถ้ามนุษย์โลกยอมก้าวเข้าสู่ระบบฟินเทคเต็มตัวตามที่ชาติตะวันตกผู้คิดค้นระบบใหม่นี้ขึ้นมาจะยิ่งทำให้มนุษย์ทั้งโลกถูกควบคุได้ง่ายขึ้น

ระบบคอมพิวเตอร์นับหมื่นเครื่องทั่วโลกติดไวรัส Ransomware (ไวรัสเรียกค่าไถ่), แฮ็กเกอร์ชัดดาวน์ระบบคอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาลทั่วอังกฤษเนื่องจากติด Ransomware
-------------

วันที่ 12 พ.ค.60 RT พาดหัวข่าวว่า "รายงานแจ้งการโจมตีทางไซเบอร์ทั่วโลกด้วยแรนซัมแวร์" (Thousands of ransomware cyberattacks reported worldwide)

มีรายงานแจ้งว่า ไวรัสเรียกค่าไถ่ (ransomware virus) ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างวดเร็ว มีคอมพิวเตอร์ 50,000 กว่าเครื่องตกเป็นเป้าหมาย ไวรัสชนิดนี้ (เป็นมัลแวร์ชนิดหนึ่ง) จะเข้าไปฝังตัวในระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็เข้าระหัสไฟล์ต่างๆให้เจ้าของไฟล์ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ และจะมีข้อความแจ้งเตือนว่าถ้าต้องการให้ไฟล์เหล่านั้นใช้งานได้จะต้องจ่ายค่าปลดระหัสให้กับบางคนซะก่อน เหมือนกับการจับตัวประกันเรียกค่าไถ่ในการก่ออาชญากรรมทั่วไป แต่ในกรณีของคอมพิวเตอร์เป็นการจับไฟล์ข้อมูลของผู้ใช้งานเป็นตัวประกันแทน

รายงานข่าวแจ้งว่า แรนซัมแวร์ที่มีชื่อว่า "WanaCrypt0r 2.0" ได้ติดเข้าไปในโรงพยาบาล National Health Service (NHS) หลายแห่งทั้งในอังกฤษ และที่บริษัท Telefonica ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของสเปนด้วย

โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วอังกฤษถูกโจมตีครั้งใหญ่โดย ransomware ทำให้โรงพยาบาลบางแห่งต้องย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน แพทย์รายงานว่ามีข้อความเรียกร้อง (ค่าไถ่) เงินดิจิตัล bitcoin จำนวน $300 (£230)

BBC รายงานว่าระบบคอมพิวเตอร์ในมี 74 ประเทศซึ่งรวมทั้ง อังกฤษ สหรัฐ จีน รัสเซีย สเปน อิตาลี และไต้หวัน ด้วยติดไวรัสชนิดนี้
 
The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
12/05/2560
------------
https://www.rt.com/news/388153-thousands-ransomeware-attacks-worldwide/
https://www.rt.com/uk/388115-nhs-hospitals-cyber-attack/
http://www.bbc.com/news/technology-39901382
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,05, 2017, 04:49:33 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,05, 2017, 06:43:53
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #429 เมื่อ: 13,05, 2017, 06:43:53 »

จากการที่รายงานข่าวของบีบีซีที่เสนอข่าวเสี้ยมมาตลอด คราวนี้รายงานว่าจีนไม่เชิญนายกไทยเข้าร่วมประชุมโครงการเส้นทางสายไหม

กระทรวงต่างประเทศเผยจีนไม่ได้เชิญนายกรัฐมนตรีร่วมประชุมเส้นทางสายไหม แต่เชิญรัฐมนตรี 6 กระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ด้านนักวิชาการมองว่าไม่ใช่การเพิกเฉยต่อความสัมพันธ์กับทางการไทย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับทางการจีนอย่างแนบแน่นจากการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้ง เรือดำน้ำจากจีน
น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า รัฐบาลจีนไม่ได้ส่งคำเชิญ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 (High-Level Dialogue Belt and Road Forum for International Cooperation) ที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2560 เนื่องจากได้เชิญให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 แทน และนายกรัฐมนตรีได้ตอบตกลงที่จะเข้าร่วมงานดังกล่าวแล้ว โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยนในเดือนกันยายน และทางการจีนเป็นเจ้าภาพเช่นกัน

สำหรับการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 รัฐบาลจีนได้เชิญรัฐมนตรีจาก 6 กระทรวง ประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และตัวแทนของกระทรวงการคลัง เข้าร่วมประชุม

น.ส.บุษฎี บอกว่า ยืนยันว่า แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ได้เดินทางร่วมในการประชุมระดับสูงดังกล่าว ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของไทย เนื่องจากรัฐมนตรีที่ไปร่วมประชุมล้วนเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อประเด็นสำคัญต่างๆ ที่ร่วมหารือกัน ในขณะเดียวกันไทยยังมีความพร้อมในการเป็นจุดเชื่อมที่สำคัญทั้งทางบกและทางทะเลในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
นักวิชาการชี้ ไทย-จีนความสัมพันธ์แนบแน่น
ในมุมมองของ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า แม้ว่าผู้นำของไทยจะไม่ได้รับเชิญร่วมการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ก็ตามแต่ไม่ใช่การเพิกเฉยต่อความสัมพันธ์กับทางการไทย โดยเฉพาะในระยะหลังไทยมีความใกล้ชิดกับทางการจีนอย่างแนบแน่น เช่น การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้ง เรือดำน้ำจากจีน
"หากเปรียบเทียบระดับความพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศในอาเซียนที่ได้รับเชิญไป เช่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์ แล้ว จะเห็นได้ว่าไทยมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแนบแน่นอย่างมีรูปธรรมมากกว่ามาก ทั้งในแง่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์" รศ.ดร.สมชายกล่าว
ส่วนการเชิญนายกรัฐมนตรีของไทยไปร่วมการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับภูมิภาคอาเซียน แต่นักวิชาการผู้นี้มองว่า จีนต้องการสร้างยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระดับโลก โดยการที่ได้ไทยไปร่วมประชุมครั้งนี้อาจจะเป็นนัยในการขยายสมาชิกของ BRICS ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้

นอกจากนี้ กลุ่มความร่วมมือดังกล่าวยังได้หันมาให้ความสำคัญด้านการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานและมีแนวคิดจะสร้างธนาคารร่วมกัน โดยการผลักดันจากจีน โดยที่ รศ.ดร. สมชายวิเคราะห์ว่า เป็นกลยุทธ์แบบคู่ขนานไปกับการประชุมระดับสูงเวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ที่จะจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่กรุงปักกิ่ง และเตรียมผลักดันบทบาทของธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB) ในอนาคตให้เข้มแข็งมากขึ้น และเพิ่มบทบาทของจีนในฐานะผู้นำทางเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ ลงนามคำสั่งคำสั่งฝ่ายบริหารให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจาก ความตกลงหุ้นส่วน เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก 12 ประเทศ หรือ ทีพีพี (the Trans-Pacific Partnership: TPP) ไปแล้วภายหลังจากขึ้นรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,05, 2017, 06:51:02 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,05, 2017, 09:07:18
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #430 เมื่อ: 13,05, 2017, 09:07:18 »

        เอเอฟพี - เกาหลีเหนือในวันศุกร์(12พ.ค.) กล่าวหาสหรัฐฯบังคับข่มขู่ประเทศต่างๆในสหประชาชาติ ให้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อพวกเขา ระบุเป็นพฤติกรรมที่บ้าบอสิ้นดี
       
       คณะผู้แทนเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติเรียกร้องเหล่ารัฐสมาชิกของยูเอ็นให้ทบทวนการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยโต้แย้งว่ามันมีคำถามด้านความชอบธรรมตามกฎหมาย
       
       ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังคณะกรรมการด้านการคว่ำบาตรของยูเอ็น ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มก้อนภูมิภาคต่างๆหลายต่อหลายครั้ง เพื่อขอให้ช่วยกระตุ้นประเทศต่างๆยกระดับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเกาหลีเหนือตามมติที่ผ่านความเห็นชอบเมื่อปีที่แล้ว
       
       เกาหลีเหนือกล่าวหาสหรัฐฯใช้กลอุบายทุกอย่างสำหรับยุยงประเทศต่างๆให้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร "แม้กระทั่งบังคับชาติอื่นๆให้บังคับใช้ ข่มขู่อย่างเปิดเผยว่าพวกเขาอาจเผชิญมาตรการลงโทษอย่างหนักหน่วงจากอเมริกา" ถ้อยแถลงระบุ
       
       สหรัฐฯเคยขู่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศที่ 3 ที่ดำเนินธุรกิจกับเกาหลีเหนือ ซึ่งละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอันเข้มงวดตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
       
       คณะกรรมการคว่ำบาตรที่นำโดยอิตาลี เปิดประชุมลับกับประเทศต่างๆซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละกลุ่มภูมิภาค ณ สหประชาชาติ เพื่อกดดันพวกเขาให้ส่งมอบรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรของพวกเขา
       
       อย่างไรก็ตามจากสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ มีเพียง 54 ชาติที่นำเสนอรายงานตามมติคว่ำบาตรล่าสุดที่ผ่านความเห็นชอบเมื่อเดือนพฤศจิกายน และจนถึงตอนนี้มีแค่ 89 ชาติที่นำเสนอรายงานตามมติคว่ำบาตรหนก่อนเมื่อเดือนมีนาคม 2016
       
       พวกคณะผู้แทนของเกาหลีเหนือกล่าวหาคณะกรรมการคว่ำบาตรว่ากำลังผลักดันเล่นงานภาคธุรกิจต่างๆอย่างเช่นร้านอาหารที่มีคนเกาหลีเหนือเป็นเจ้าของ โดยชี้ว่ามันเป็นการตีความมติสหประชาชาติเลยเถิด
       
       "สหรัฐฯคงหลอนว่าธุรกิจร้านอาหารธรรมดาๆ เป็นโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธกระมัง" ถ้อยแถลงระบุ "วอชิงตันและคณะกรรมการคว่ำบาตรยูเอ็นทำให้ตนเองดูโง่เขลาต่อหน้าประชาคมนานาชาติ จากมาตรการคว่ำบาตรบ้าๆบอๆของพวกเขา"
       
       คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานเปียงยางมาแล้ว 6 รอบ นับตั้งแต่ปี 2006 เพื่อลงโทษเกาหลีเหนือที่ทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธหลายต่อหลายครั้ง ขณะที่เปียงยางกำลังหาทางพัฒนาศักยภาพขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบนิวเคลียร์ที่สามารถยิงได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ
บันทึกการเข้า

 
13,05, 2017, 12:19:34
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #431 เมื่อ: 13,05, 2017, 12:19:34 »

คิมน้อย.แสบสันต์ได้ใจ! ล็อคเป้า THAAD ไว้เรียบร้อยแล้วโชว์ภาพถ่ายดาวเทียม จุดพิกัดที่ตั้ง THAAD อย่างละเอียด

-------------------------------------------------------------------------------
ปอกเปลือก ทรราช / จ๊ะเอ๋.. คิมน้อยโชว์ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงตำแหน่งของขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐในเกาหลีใต้พร้อมระบุพิกัดด้วย ฮี่ๆๆ CIA ตั้งกองบัญชาการลับระดมสมองเตรียมเล่นงานเกาหลีเหนือ

วันที่ 10 พ.ค.60 Sputnik พาดหัวข่าวว่า "เกาหลีเหนือเย้ยกรุงโซลด้วย 'ภาพถ่ายดาวเทียม' ที่ตั้งขีปนาวุธ THAAD" (North Korea Taunts Seoul With ‘Satellite Photos’ of THAAD)
ในความพยายามเพิ่มแรงกดดันต่อกรุงโซลเพื่อให้ยุดิการติดตั้งระบบมิสไซล์ของสหรัฐในดินแดนของเกาหลีใต้นั้น

เมื่อวันจันทร์นี้ กรุงเปียงยางได้เปิดเผยสิ่งที่ตนเองเรียกว่าภาพ ถ่ายทางดาวเทียมความมคมชัดสูง ( high-resolution satellite photographs) พร้อมรายละเอียดตำแหน่งของระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ในพื้นที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งเมือง Seongju จังหวัด Gyeongsang ของเกาหลีใต้

การติดตั้งระบบป้องกันขีนาวุธ THAAD ของสหรัฐในเกาหลีใต้นำมาซึ่งการคัดค้านจากเกาหลีเหนือ จีน และรัสเซีย อันเนื่องมาจากระบบบเรดาร์ที่ทรงพลังของระบบบนี้

เมื่อวันจันทร์นี้ สถานีโทรทัศน์ KCTV ของรัฐบาลเกาหลีเหนือได้เผยแพร่ภาพถ่ายจากดาวเทียมสอดแนมของเกาหลีเหนือจำนวน 2 ภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นอุปกรณ์ต่างๆซึ่งเป็นส่วนประกอบของระบบขีปนาวุธ THAAD ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึี่งใน Seongju County เกาหลีใต้

[หลังจากค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในอินเตอร์ พบว่าที่เมือง Seongju มีสนามกอล์ฟอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 แห่ง จุดที่สหรัฐติดตั้งระบบ THAAD นั้นอยู่ที่ สนามกอล์ฟ Soseong-ri ตำบบล Chojeon (Chojeon-myeon) และเมื่อเปรียบเทียบภาพถ่ายจากดาวเดียมของเกาหลีเหนือกับภาพใน Google Map แล้วพบว่ามีลักษณะภูมิประเทศที่ตรงกัน

และเมื่อค้นดูภาพถ่ายในพื้นที่จริงของสนามกอล์ฟแห่งนี้จากอินเตอร์เน็ทแล้ว จึงสรุปว่า ต้องใช่ที่นี่แน่ๆ เป็นสนามกอล์ฟที่อยู่กลางป่าและอยู่บนแอ่งภูเขาล้อมรอบไปด้วยภูเขาและป่าไม้ ห่างไกลจากย่านชุมชน เป็นของกลุ่มบริษัท Lotte (Lotte Skyhill Seongju Country Club)

Yonhap News ของเกาหลีใต้รายงนว่า สนามกอล์ฟแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซล ประมาณ 296 กม. (บางแห่งบอกว่าห่างจากกรุงโซลประมาณ 250 กม.) แต่เมื่อวัดจากแผนที่ใน google แล้วพบว่าอยุ่ห่างกรุงโซลประมาณ 200 กม. ซึ่งเท่ากับรัศมีทำการของ THAAD แต่ไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของกรุงโซล - ผู้แปล]

สื่อเกาหลีเหนือรายงานว่า "ภาพจากดาวเดียมแสดงให้เห็นถึงเครื่องยิงจรวด THAAD ซึ่งปัจจุบันนี้ประจำการอยู่ใกล้กับแนวสันเขาทางเหนือของสนามกอล์ฟ ในขณะที่ระบบเรดาร์ X-band และอุปกรณ์เสริมอื่นๆตั้งอยู่ใกล้กับแนวสันเขาทางตะวันตกจากจุดศูนย์กลาง" Yanhap ของเกาหลีใต้รายงาน

รายงานข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสอดแนมสองดวงขึ้นสู่วงโควรรอบโลกในปี 2012 และปี 2016 (ด้วยตนเอง) อย่างไรก็ตามไม่มีข้อมูลยืนยันว่าดาวเทียมเหล่านั้นใช้งานได้หรือไม่ KCTV ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆว่าได้ภาพถ่ายเหล่านี้มาได้อย่างไร (ความลับครับ จะเปิดเผยมากทำไมเล่า)

ส่วนอีกข่าวหนึ่งก็คือ ความเคลื่อนไหวของฝั่งสหรัฐ มีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ CIA องค์กรสายลับของสหรัฐได้ทุ่มกำลังไปที่การจับตาเฝ้าระวังการทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธบอลลิสติกของกรุงเปียงยาง ท่ามกลางความหวาดกลัวและวิตกว่าเกาหลีเหนืออาจจะทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่หกในไม่ช้านี้ มีการปล่อยข่าวว่าองค์กรแห่งนี้เตรียมใช้อาวุธเคมีกับคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือด้วย

[เสรีภาพจริงๆ จะลอบสังหารผู้นำประเทศไหนก็ได้ ตามอำเภอใจของตนเอง ถ้าเกาหลีเหนือบอกว่าจะลอบสังหารผู้นำสหรัฐบ้าง อเมริกาคงจะโวยวายและบอกว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้ร้ายอีกนั่นแหละ แต่ถ้าสหรัฐจะรอบสังหารผู้นำประเทศอื่นกลับยกย่องว่าตนเองเป็นฮีโร่ อันที่จริงไม่ต้องให้เกาหลีเหนือลงมือหรอก ในอดีตสหรัฐก็ลอบสังหารผู้นำของตนเองไปหลายคนแล้วนี่ ล่าสุดทรัมป์ดันไปปลดนายโคมี่ออกจากตำแหน่ง ผอ. FBI ซะด้วย ทรัมป์จะอยู่ครบเทอมหรือเปล่าหนอ? - ผู้แปล]

อ้อ… มีอีกข่าวหนึ่งนะครับ เป็นความเคลื่อนไหวจากฝั่งเยอรมันเพื่อกดดันรัฐบาลเกาหลีเหนือตามคำสั่งของจักรวรรดิเฮเกอเมริกานั่นแหละ รอยเตอร์สรายงานว่า เยอรมันจะกระชับการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือด้วยการห้ามไม่ให้มีการเช่าสินทรัพย์ของรัฐบาลเกาหลีเหนือในเยอรมันเพื่อขัดขวางการหารายได้ในต่างประเทศเข้าไปยังเกาหลีเหนือ ซึ่งฝั่งตะวันตกกล่าวหาว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือจะนำรายได้เหล่านั้นไปใช้ในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง ซึ่งเป็นการละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

[มุกเดิม ถ้าเกาหลีเหนือมีรายได้ไม่ว่าจะจากการทำมาค้าขายอะไรก็ตาม สหรัฐและเดอะแก๊งก็จะอ้างว่า เกาหลีเหนือจะต้องนำเงินเหล่านั้นไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แน่ๆ ต้องหาทางสกัดไม่ให้เกาหลีเหนือมีรายได้ ต้องทำให้เกาหลีเหนือยากจนมากๆ โดยไม่สนใจว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปในเกาหลีเหนือหรือไม่

จากนั้นก็เล่นข่าว propaganda ว่านั่นไง มีผู้นำเป็นทรราช ประชาชนก็อดอยากยากจนแบบนี้และ ไปกันเถอะพวกเรา ยกกองทัพไปปลดปล่อยเกาหลีเหนือจากรัฐบาลเผด็จการคอมมิวนิสต์ของคิมน้อย เหมืนอที่ทำมาแล้วในอิรัค ลิเบีย ซีเรีย และเยเมน สงครามๆๆๆ...

ปัจจุบันนี้รัฐบาลเกาหลีเหนือมีทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ราว 2 แห่ง (ไม่รวมสถานทูต) ในกรุงเบอร์ลินประเทศเยอรมัน เปิดให้นักธุรกิจต่างชาติเช่าทำเป็นโรงแรม (City Hostel Berlin) เป็นอาคารคอนกรีตสมัยใหม่ 5 ชั้นหลายสิบห้อง อยู่ติดกับสถานทูตของเกาหลีเหนือ ส่วนอีกที่หนึี่งดัดแปลงเป็นศูนย์ประชุมสำหรับจัดงานทั่วไป ให้เอกชนเช่าเช่นกัน

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั้น หลังจากที่สหภาพโซเวียตยึดเยอรมันตะวันออกได้แล้ว เกาหลีเหนือซึ่งเป็นพันธมิตรกับโซเวียตก็ขอเข้าไปตั้งสถานทูตและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ หลายแห่งในเยรมันตะวันออก และทรัพย์สินเหล่านั้นก็เป็นของรัฐบาลเกาหลีเหนือมาจนถึงทุกวันนี้ บางส่วนถูกขายไป สมัยนั้นมีเจ้าหน้าที่ทางการทูตของเกาหลีเหนืออยู่ในเยอรมันตะวันออกราว 100 คน ปัจจุบันนี้ลดลงเหลือประมาณ 10 คน

 รายได้ที่จากการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและห้องประชุมในเยอรมันคาดว่าถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายของสถานทูตและบางส่วนส่งกลับไปยังเกาหลีเหนือเพื่อพัฒนาประเทศของตนเองให้ก้าวหน้า

การที่เกาหลีเหนือมีรายได้จากการทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายจากต่างประเทศเพื่อนำไปจุนเจือประชาชนของตนเองในประเทศของตนเอง กลายเป็นหนามยอกอกของแก๊งเสรีภาพจอมปลอม แต่นิยมการกดขี่ข่มเหงผู้อื่น เป็นอย่างมาก

เรื่องแบบนี้สหรัฐยอมไม่ได้ จึงสั่งให้เยอรมันเพิ่มการรังแกเกาหลีเหนือให้หนักกว่าเดิม ยังไม่ถึงกับยึดทรัพย์หรือปล้นซึ่งหน้า แต่คาดว่าต่อไปคงจะไม่แน่ แม้จะถูกกลั่นแกล้งรังแกอย่างหนักจากมหาอำนาจเจ้าโลก เกาหลีเหนือก็ยังตะเกียก ตะกายพัฒนาประเทศของตนเอง จนสามารถผลิตดาวเทียม และขีปนาุธ รวมทั้งอาวุธนิวเคลียว์ได้ - ผู้แปล]

The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
11/05/2560

https://sputniknews.com/…/201705101053478376-DPRK-reveals-…/
https://sputniknews.com/…/201705091053440909-berlin-north-…/
https://twitter.com/CurtisMelvin/status/862009759347740672
https://www.rt.com/u…/387928-cia-north-korea-mission-center/
http://www.reuters.com/…/us-germany-northkorea-sanctions-id…
https://sputniknews.com/…/201705101053459889-north-korea-g…/
http://www.dw.com/…/is-berlin-violating-un-sanct…/a-38321591
https://www.youtube.com/watch?v=8B6g4ZqM0Jg

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,05, 2017, 12:21:50 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,05, 2017, 17:45:09
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #432 เมื่อ: 13,05, 2017, 17:45:09 »

จากสงครามเย็นขยายมาสู่การโจมตีทางเศรษฐกิจ มาถึงการสู่รบด้วยการใช้อาวุธผ่านตัวแทนและโดยตรงในตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก ลามมาทะเลจีนใต้ คาบสมุทรเกาหลี  มาบัดนี้เริ่มหันมาเล่นวิธีสกปรก สาดไวรัสคอมพิวเตอร์ใส่กันเพื่อโจมตีทางด้านข้อมูล

เตือนภัยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry กระจายผ่านช่องโหว่ของ วินโดวส์ รีบอัปเดตทันที
วันที่ประกาศ: 13 พฤษภาคม 2560 
ปรับปรุงล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2560 
เรื่อง: เตือนภัยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry กระจายผ่านช่องโหว่ของ วินโดวส์ รีบอัปเดตทันที 
ประเภทภัยคุกคาม: Intrusion

Share on Facebook Share on Twitter Share on Google+

สถานการณ์การโจมตี

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2560 บริษัท Avast ได้เผยแพร่รายงานการพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชื่อ WannaCry [1] จากรายงานกล่าวว่ามัลแวร์ดังกล่าว มีจุดประสงค์หลักเพื่อเข้ารหัสลับข้อมูลในคอมพิวเตอร์เพื่อเรียกค่าไถ่ หากไม่จ่ายเงินตามที่เรียกจะไม่สามารถเปิดไฟล์ได้ สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษสําหรับมัลแวร์นี้คือความสามารถในการกระจายตัวเองจากเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ในเครือข่ายได้โดยอัตโนมัติ ผ่านช่องโหว่ของ วินโดวส์ ผู้ใช้งานที่ไม่อัปเดตระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ มีความเสี่ยงที่จะติดมัลแวร์นี้ โดยจากรายงานกล่าวถึงช่องโหว่ที่พบในการเผยแพร่มัลแวร์ว่าเป็นช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน และถึงแม้ทางผู้พัฒนาจะเผยแพร่ซอฟต์แวร์แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2560 แล้ว แต่ก็ยังพบว่าปัจจุบันมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์ตัวนี้มากกว่า 50,000 เครื่อง ใน 99 ประเทศ โดยเกิดผลกระทบสูงต่อหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศอังกฤษ ในประเทศไทยพบผู้ติดมัลแวร์ตัวนี้อยู่บ้าง แต่ยังไม่พบการแพร่กระจายในวงกว้าง

พฤติกรรมของมัลแวร์ WannaCry

ปัจจุบันพบข้อมูลรายงานการตรวจสอบมัลแวร์จากเว็บไซต์ Hybrid Analysis ซึ่งให้บริการวิเคราะห์มัลแวร์ มีผลลัพธ์ของการวิเคราะห์ไฟล์ต้องสงสัย ซึ่งผู้ใช้งานตั้งชื่อว่า wannacry.exe [2] โดยผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าเป็นมัลแวร์ประเภท Ransomware และมีสายพันธุ์สอดคล้องกับมัลแวร์ WannaCry ที่อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีฟังก์ชันที่พบเรื่องการเข้ารหัสลับข้อมูลไฟล์เอกสารบนเครื่องคอมพิวเตอร์ การแสดงผลข้อความเรียกค่าไถ่ เป็นต้น โดยในรายงานกล่าวถึงการเชื่อมโยงข้อมูลกับไอพีแอดเดรสจากต่างประเทศตามตารางด้านล่าง ซึ่งคาดว่าเป็นไอพีแอดเดรสของผู้ไม่ประสงค์ดีที่ใช้ในการควบคุมและสั่งการ

ไอพีแอดเดรสปลายทาง

พอร์ตปลายทาง

ประเทศ

213.61.66.116

9003/TCP

Germany

171.25.193.9

80/TCP

Sweden

163.172.35.247

443/TCP

United Kingdom

128.31.0.39

9101/TCP

United States

185.97.32.18

9001/TCP

Sweden

178.62.173.203

9001/TCP

European Union

136.243.176.148

443/TCP

Germany

217.172.190.251

443/TCP

Germany

94.23.173.93

443/TCP

France

50.7.151.47

443/TCP

United States

83.162.202.182

9001/TCP

Netherlands

163.172.185.132

443/TCP

United Kingdom

163.172.153.12

9001/TCP

United Kingdom

62.138.7.231

9001/TCP

Germany

นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของมัลแวร์ WannaCry ไว้บนเว็บไซต์ Github รวมถึงไฟล์มัลแวร์ตัวอย่าง ซึ่งทางไทยเซิร์ตกำลังอยู่ในระหว่างการนำไฟล์ดังกล่าวมาเข้ากระบวนการตรวจวิเคราะห์ต่อไป

ข้อแนะนำในการป้องกันและแก้ไข

สำรองข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ และหากเป็นไปได้ให้เก็บข้อมูลที่ทำการสำรองไว้ในอุปกรณ์ที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายอื่นๆ
ติดตั้ง/อัปเดตระบบปฎิบัติการให้เป็นรุ่นล่าสุด รวมถึงโปรแกรมป้องกันไวรัส และโปรแกรมอื่น ๆ โดยเฉพาะโปรแกรมที่มักมีปัญหาเรื่องช่องโหว่อยู่บ่อย ๆ เช่น Java และ Adobe Reader
ปิดการใช้งาน SMBv1
ทำการบล็อก และเฝ้าระวังการเชื่อมต่อจากเครือข่ายผู้ใช้งานภายนอกกับบริการ SMB (Port 137/TCP 138/TCP 139/TCP 445/TCP)
หากมีการแชร์ข้อมูลร่วมกันผ่านระบบเครือข่าย ให้ตรวจสอบสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลแต่ละส่วน และกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้มีสิทธิ์อ่านหรือแก้ไขเฉพาะไฟล์ที่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิเหล่านั้น
ไม่คลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์ที่มาพร้อมกับอีเมลที่น่าสงสัย หากไม่มั่นใจว่าเป็นอีเมลที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ให้สอบถามจากผู้ส่งโดยตรง
หากพบว่าตนเองได้ติดมัลแวร์ WannaCry แล้ว ให้ผู้เสียหายลองดำเนินการตามขั้นตอนในคลิปวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=wg44hFvsqyE เพื่อดำเนินการถอนการติดตั้งมัลแวร์ และทดสอบการกู้คืนไฟล์ผ่านฟังก์ชันการทำงาน Shadow Volumn Copies โดยสามารถศึกษาได้จากบทความ https://www.thaicert.or.th/papers/general/2015/pa2015ge002.html หัวข้อ “การกู้คืนข้อมูลด้วย Shadow Volume Copies”
หากพบเหตุต้องสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในกรณีนี้ สามารประสานกับไทยเซิร์ตได้ทางอีเมล report@thaicert.or.th หรือโทรศัพท์ 0-2123-1212
อ้างอิง

https://blog.avast.com/ransomware-that-infected-telefonica-and-nhs-hospitals-is-spreading-aggressively-with-over-50000-attacks-so-far-today/
https://www.hybrid-analysis.com/sample/ed01ebfbc9eb5bbea545af4d01bf5f1071661840480439c6e5babe8e080e41aa?environmentId=100
https://support.managed.com/kb/a2071/how-to-install-windows-updates-on-a-windows-2012-2008-r2-and-2003-server.aspx
Clear

Paisal Puechmonkol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,05, 2017, 17:46:52 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,05, 2017, 17:49:36
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #433 เมื่อ: 13,05, 2017, 17:49:36 »

        รอยเตอร์ – สหรัฐฯ เตรียมบรรลุข้อตกลงจำหน่ายอาวุธให้แก่ซาอุดีอาระเบีย รวมมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางไปเยือนกรุงริยาดในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่อาวุโสทำเนียบขาวยืนยันเมื่อวันศุกร์ (12 พ.ค.)
       
       เจ้าหน้าที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามบอกกับรอยเตอร์ว่า มูลค่าอาวุธที่วอชิงตันจะจำหน่ายให้แก่รัฐบาลซาอุฯ ในช่วง 10 ปีข้างหน้าอาจสูงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันตนเองของริยาด แต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็จะยังอุดหนุนพันธมิตรหลักอย่างอิสราเอลให้มีแสนยานุภาพทางทหารที่เหนือชั้น (qualitative military edge) กว่าประเทศเพื่อนบ้าน
       
       “การเจรจาข้อตกลงซื้อขายอาวุธหลายฉบับใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว” เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าว
       
       ซาอุดีอาระเบียจะเป็นจุดหมายปลายทางแรกในการไปเยือนต่างประเทศหนแรกของ ทรัมป์ นับตั้งแต่สาบานตนเป็นผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.
       
       รอยเตอร์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหรัฐฯ หวังที่จะผลักดันข้อตกลงจำหน่ายอาวุธแก่ซาอุฯ ทั้งใหม่และเก่ารวมมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนที่ ทรัมป์ จะออกเดินทางไปเยือนริยาดในวันที่ 19 พ.ค.
       
       สหรัฐฯ ถือเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่จัดส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ป้อนกองทัพซาอุฯ ไล่มาตั้งแต่เครื่องบินขับไล่ F-15 ไปจนถึงระบบบัญชาการและควบคุม ซึ่งทำรายได้ให้แก่อเมริกาหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีมานี้
       
       ทรัมป์ ให้สัญญาว่าจะกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ
       
       แพ็กเกจขายอาวุธให้ซาอุฯ จะครอบคลุมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และบริการซ่อมบำรุงจากอเมริกา, เรือรบ, ระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงระบบที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางทะเล
       
       เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ชี้ว่า การจำหน่ายอาวุธล็อตใหญ่นี้ “นอกจากจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ แล้ว ยังช่วยเพิ่มพูนศักยภาพกองทัพซาอุฯ ให้สามารถรับมือภัยคุกคามในภูมิภาคได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่อิสราเอลก็จะยังมีแสนยานุภาพที่เหนือชั้นกว่า”
       
       แหล่งข่าวผู้นี้ระบุด้วยว่า ทรัมป์ จะร่วมการประชุมสำคัญ 3 อย่างที่กรุงริยาด ได้แก่ การประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ซาอุฯ, การประชุมร่วมกับผู้นำ 6 ประเทศในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับผู้นำอาหรับและมุสลิม 56 คนซึ่งได้รับเชิญมาร่วมหารือเกี่ยวกับการต่อสู้ลัทธิสุดโต่ง และการปราบปรามเงินทุนผิดกฎหมาย
       
       วาระสำคัญที่ ทรัมป์ เตรียมจะหารือกับผู้นำชาติอาหรับ ได้แก่ ภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส), สงครามเยเมน, อันตรายจากขีปนาวุธและการขนส่งสินค้าในทะเลแดง รวมไปถึงสงครามกลางเมืองซีเรีย ซึ่งเวลานี้มีกระแสเรียกร้องให้ประกาศ “เขตลดการเผชิญหน้า” (de-escalation zones) เพื่อเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยให้แก่ผู้ลี้ภัยซีเรีย
       
       กองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวหาเตหะรานว่า “ข่มขู่” เรือรบที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่คุกคามการสัญจรทางทะเลระหว่างประเทศ ขณะที่ผู้นำรัฐอ่าวอาหรับส่วนใหญ่ก็มีความหวังว่า ทรัมป์ จะเข้ามาช่วยต่อต้านอิทธิพลของอิหร่านได้
       
       สำหรับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของ ทรัมป์ ได้แก่ อิสราเอล, นครรัฐวาติกัน, การประชุมซัมมิตนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ และการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ G7 ที่เกาะซิซิลี

       
บันทึกการเข้า

 
14,05, 2017, 05:10:57
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,051



« ตอบ #434 เมื่อ: 14,05, 2017, 05:10:57 »

แฉ NSA ของสหรัฐอาจจะอยู่เบื้องหลังของการปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่โจมตีทั่วโลกในครั้งนี้ก็ได้ กรรม!
-------------

วันที่ 12 พ.ค.60 RT พาดหัวข่าวว่า "การโจมตีทางไซเบอร์โดยไวรัสเรียกค่าไถ่หลุดมาทางช่องโหว่ของ NSA" (Leaked NSA exploit blamed for global ransomware cyberattack)

วันเดียวกันนี้ เว็บไซต์ของนิตยสาร Forbes ของสหรัฐพาดหัวข่าวว่า "เครื่องมือทางไซเบอร์ของ NSA ชนิดหนึ่งอาจจะอยู่เบื้องหลังของการระบาดอย่างร้ายแรงทั่วโลค" (An NSA Cyber Weapon Might Be Behind A Massive Global Ransomware Outbreak) [งามไส้! ขอบคุณสวรรค์ งานนี้ไม่ใช่รัสเซีย จีน หรือเกาหลีเหนือ แต่เป็น "NSA หนึ่งในหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐ" - ผู้แปล]

รายงานข่าวจาก RT กล่าวว่า เตรื่องมือสำหรับเจาะระบบคอมพิวเตอร์ที่มีช่องโหว่แบบ zero-day อย่างหนึ่งถูกใช้ในการแสวงหาผลประโยชน์จากรูรั่วอล่างลับๆโดยบรรดาองค์กรหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ และถูกแฉโดย Shadow Brokers กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการปล่อยมัลแวร์ให้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วซึ่งมีคอมพิวเตอร์หลายหมื่นเครื่องทั่วโลกติดไวรัสชนิดนี้

[The New York Times ของสหรัฐรีบออกมาปกป้อง NSA และโยนความผิดให้กับแอ็ดเกอร์ด้วยการพาดหัวข่าวว่า "พวกแอ็กเกอร์ได้โจมตีหลายสิบประเทศผ่านช่องโหว่ในระบบคอมโดยเครื่องมือที่ขโมยไปจาก NSA" (Hackers Hit Dozens of Countries Exploiting Stolen N.S.A. Tool) ว่าไปนั่น! อีกหน่อยก็คงจะได้บทสรุปเดิมคือ "Putin did it!" สินะ หรือไม่ก็อาจจะบอกว่า แฮ็กเกอร์รัสเซียขโยมยไวรัสเครื่องมือสำหรับเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของสหรัฐไปโจมตีโรงพยาบาลต่างๆทั่วโลก สหรัฐเป็นพระเอก รัสเซียเป็นผู้ร้าย ตามเคย! - ผู้แปล]

[ช่องโหว่หรือจุดอ่อนแบบซีโร่-เดย์ เป็นจุดอ่อนประเภทหนึ่งในระบบคอมพิวเคอร์ที่ผู้ใช้งานหรือแม้กระทั่งบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีรูรั่วหรือช่องโหว่หรือจุดอ่อนแบบนี้อยู่ในระบบคอมของตนเอง - ผู้แปล]

ไวรัสเรียกค่าไถ่ (ransomware) ซึ่งโจมตีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โดยการขัดขวางการเข้าถึงและใช้งานไฟล์เอกสารต่างๆของเจ้าของไฟล์เหล่านั้น ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ใช้งานหรือเจ้าของไฟล์หรือเจ้าของคอมพิวเตอร์จะต้องจ่ายเงินประมาณ $150 - $300 ให้กับผู้เรียกค่าไถ่ก่อนถึงจะสามารถเข้าถึงไฟล์เหล่านั้นได้ตามปรกติ มีรายงานว่าช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงซึ่งถูกค้นพบและถูกอำพรางไว้เพื่อการใช้งานในอนาคตโดยสำนักงานฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) ของสหรัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยจำนวนมากกล่าว

"การวิเคราะห์ของพวกเราได้ชี้ให้เห็นว่าการโจมตีภาคสองของไวรัส 'WannaCry' เริ่มต้นผ่านการสั่งประมวลผลคำสั่งอันตรายจากระยะไกลได้ (Remote Code Execution) โดยเครื่องมือ SMBv2 ในระบบวินโดวส์ เจ้าช่องโหว่นี้ (มีโค้ดเนมว่า EternalBlue) ได้ถูกใช้งานผ่านระบบอินเตอร์เน็ทโดยกลุ่ม Shadowbrokers เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2017" บริษัท Kaspersky Lab เจ้าของโปรแกรมสแกนไวรัสค่ายรัสเซียเขียนไว้ในบล็อกแห่งหนึ่งที่โพสค์บทความเกี่ยวกับการโจมตีในครั้งนี้

แม้ว่าทางบริษัทไมโครซอฟท์จะได้ทำการปิดประตูหลังไปแล้วราวหนึ่งเดือนก่อนที่มันจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ดูเหมือนว่ามีผู้ใช้งานหลายคนที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่มีการอัพเดทเวอร์ชั่นล่าสุดกลายเป็นเหยื่อรายแรกๆของการโจมตีในครั้งนี้

วิกิลีกส์ โพสต์ข้อความในทวิเตอร์ว่า "โปรดทราบ: แรนซัมแวร์ที่โจมตีโรงพยาบาลในปัจจุบันนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับไวรัสคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมาโดย NSA ไม่ใช่สำหรับรายการแฉชุด #Vault7 ของวิกิลีกส์ที่เกี่ยวกับ CIA"

ส่วนอีกโพสต์หนึ่งของวิกิลีกส์โพสต์ว่า "โปรดทราบ: วิกิลีกส์ไม่ได้เป็นคนแพร่โค้ดการโจมตีผ่านช่องโหว่ไปยังเรื่องซอฟท์แวร์สำหรับแฮ็กแบบ zero-day ของ CIA อ่าน รายละเอียดได้จาก wikileaks.org/ciav7p1

ในขณะเดียวกัน Edward Snowden จอมแฉอดีตเจ้าหน้าที่ NSA ของสหรัฐซึ่งปัจจุบันนี้ลี้ภัยอยู่ที่รัสเซีย ได้พูดถึงบทบาทของ NSA และความรับผิดชอบในการโจมตีที่รุนแรงเมื่อวันศุกร์นี้ โดยได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า NSA ได้เปิดเผยเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับการกระจายไวรัสที่ใช้โจมตีโรงพยาบาลต่างๆเมื่อพวกเขาพบมัน ไม่ใช่เมื่อพวกเขาสูญเสียมันไปแล้ว เรื่องนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้

"ถ้า NSA สร้างครื่องมืออย่างหนึ่งขึ้นมาเพื่อโจมตีระบบปฏิบัติการ Windows XP - ซึ่งบริษัท Microsoft ปฏิเสธที่จะแก้ไข - และมันก็ตกไปอยู่ในมือของศัตรู NSA ควรจะเขียนโค้ดแก้หรือไม่?" Edward Snowden โพสต์ในทวีตเตอร์

Bruno Kramm ประธาน Pirate Party สาขาเบอร์ลิน กล่าวกับ RT ว่า "แต่สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ ยิ่งพวกเราค้นพบมากขึ้นเท่าไรว่า NSA มีซอฟท์แวร์ชนิดนี้ พวกเราก็ยิ่งรู้มากขึ้นด้วยว่าได้มีการซื้อขายซอฟท์แวร์นี้ด้วย ไม่มีซอฟท์แวร์ใดที่คุณจะสามารถเก็บไว้แต่ภายในระบบได้หรอก"

"นับตั้งแต่วินาทีที่ NSA ได้ทำงานเกี่ยวกับซอฟท์แวร์ชนิดนี้ คุณก็สามารถที่จะมีซอฟท์แวร์ตัวนี้ไว้ในมือได้ และเมื่อคุณได้ซอฟท์แวร์นี้มาแล้ว คุณก็สามารถที่จะใช้มันได้ตามใจคุณ ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้ว ปัญหาที่แท้จริงก็คือพวกเขาเริ่มสร้างมันขึ้นมา"

สรุป: NSA สร้างเจ้าไวรัสตัวนี้ขึั้นมา แต่ยังไม่ยอมรับว่าการโจมตีทางไซเบอร์ในครั้งนี้เป็นฝีมือของตนเอง

The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
13/05/2560
------------
https://www.rt.com/usa/388187-leaked-nsa-exploit-ransomware/
https://sputniknews.com/europe/201705121053564741-cyber-attack-targets-institutions-worldwide/
https://www.theguardian.com/technology/2017/may/12/nhs-ransomware-cyber-attack-what-is-wanacrypt0r-20
https://www.forbes.com/sites/thomasbrewster/2017/05/12/nsa-exploit-used-by-wannacry-ransomware-in-global-explosion/#3ec3d73ae599
https://www.theregister.co.uk/2017/04/10/shadow_brokers_open_sources_hacker_trove/
https://www.nytimes.com/2017/05/12/world/europe/uk-national-health-service-cyberattack.html?smprod=nytcore-iphone&smid=nytcore-iphone-share&_r=2
https://wikileaks.org/ciav7p1/
บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 ... 27 28 [29] 30   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: