GUN IN THAILAND
24,06, 2017, 23:54:00 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: [1] 2 3 ... 26   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก #ภาค11  (อ่าน 6482 ครั้ง)
jeed และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
16,05, 2017, 02:34:28
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« เมื่อ: 16,05, 2017, 02:34:28 »

ตั้งใจฟังนะทรัมป์... ปูตินประกาศในงานประชุมงานสัมมนาทางเศรษฐกิจ R&D ที่กรุงปักกิ่งว่า รัสเซียไม่เคยกลัวหน้าไหนทั้งนั้นแม้กระทั่งจีนก็ไม่กลัว เพราะพิจารณาแล้วว่าดีถึงได้ร่วมมือทางเศรษฐกิจกับกรุงปักกิ่ง ชัดนะ! ปูตินบอกว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐนั่นแหละที่สร้างไวรัสเรียกค่าไถ่คอมพิวเตอร์ขึ้นมา
-------------

วันที่ 15 พ.ค.60 สำนักข่าว TASS ของรัสเซียพาดหัวข่าวว่า "รัสเซียไม่ใช่ประเทศที่จะกลัวอะไร - ปูตินกล่าว" (Russia not the one to be afraid of anything — Putin)

รัสเซียไม่ได้กลัวจีน ในฐานะที่เป็นคู่แข่งประเทศหนึ่งในเศรษฐกิจทั่วโลกร่วมมือกับกรุงปักกิ่ง กรุงมอสโคยอมรับเฉพาะสิ่งที่ดีต่อตนเองเท่านั้น ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ปูตินกล่าวในการแถลงข่าวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศแถบและถนน (ฺBelt and Road) ในกรุงปักกิ่ง

"รัสเซียไม่ใช่ประเทศที่หวาดกลัวอะไร และแน่นอนว่าการกระทำของจีนก็ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการดูดกลืนใดๆทั้งนั้น พวกเราได้ทำการตัดสินใจร่วมกัน และพวกรเราก็ไม่ได้ตัดสินใจที่เป็นอันตรายต่อพวกเราเอง พวกเราตกลงร่วมกันเฉพาะกับข้อเสนอที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราเท่านั้น" ปูตินกล่าว

ผู้นำรัสเซียกล่าวอีกว่า "มันเป็นบาปที่จะไม่ใช่โอกาสต่างๆที่เกิดขึ้นมาใหม่อันเนื่องมาจากความร่วมมือกัน รัสเซียเป็นประเทศหนึ่งที่เปิดกว้างสำหรับความร่วมมือกับทุกประเทศ และจีนก็ได้แสดงให้เห็นถึงการเปิดกว้างแบบเดียวกันนี้ต่อโลกทั้งมวลในวันนี้"

ปรธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า ในวันแรกของงานประชุม The Belt and Road ในกรุงปักกิ่ง ตนเองได้พบกับตัวแทนนักธุรกิจต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งจากยุโรปด้วย บรรดานักธุรกิจชาวต่างชาติได้ตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้จีนได้แสดงให้เห็นว่าเปิดกว้างมากขึ้น และมุ่งมั่นต่อเศรษฐกิจแบบเปิดมากกว่าหลายประเทศที่พบว่ามักจะใช้กำลังบังคับขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก [ทรัมป์จาม ฮัดเช้ยยย! หรือเปล่า? - ผู้แปล]

เกี่ยวกับเรื่องการระบาดของมัลแวร์เรียกค่าไถ่เมื่อสองวันที่ผ่านมานี้ ได้มีสื่อของอังกฤษบางสำนักบอกว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังนั้น ปูตินได้กล่าวในการแถลงข่าวในกรุงปักกิ่งว่า "เห็นได้ชัดว่าแรนซัมแวร์ (ไวรัสเรียกค่าไถ่ทางไซเบอร์) พัฒนาขึ้นในประเทศสหรัฐ การบริหารจัดการของบริษัทไมโครซอฟท์ได้ทำให้มันชัดเจนว่า ไวรัสตัวนี้ถือกำเนิดขึ้นจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ" RT รายงาน

ปูตินกล่าวเพิ่มเติมว่าการปล่อยไวรัสทางไซเบอร์เป็น "การแง้มฝา" (lifting a lid) ที่ "อาจจะย้อนกลับไปทำลายบรรดาผู้ที่พัฒนามันขึ้นมาและใช้มันก็ได้" ซึ่งรวมทั้งหน่วยข่าวกรองทั้งหลายด้วย

การโจมตีของแรนซัมแวร์ ซึ่งติดคอมพิวเตอร์หลายแสนเครื่องทั่วโลกควรจะทำให้ประชาคมนานาชาติกล้าที่จะแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ "ในระดับการเมืองที่สูงสุด" ปูตินกล่าว

[มัลแวร์ WannaCry ซึ่งเป็นไวรัสเรียกค่าไถ่ทางคอมพิวเตอร์ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้เป็นผลผลิตจากเครื่องมือสอดแนมถ้ำมองหรือการจารกรรมทางคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อว่า "EternalBlue" ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยองค์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (NSA) ตามรายงานข่าวทั่วไประบุว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า "The Shadow Brokers" เป็นผู้ปล่อยไวรัสหรือมัลแวร์ตัวนี้ออกมา

ใครคือ The Shadow Brokers? The Shadow Brokers (TSB) เป็นกลุ่มแรกที่ปรากฎขึ้นในปี 2016 ได้เผยแพร่เครื่องมือถ้ำมองทางคอมพิวเตอร์หลายอย่างซึ่งเป็นของ NSA ของสหรัฐ TSB มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับกลุ่มแอ็กเกอร์ Equation Group ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการย่อยของ NSA ทาง NSA อ้างว่าเครื่องมือ EternalBlue ทีใช้สำหรับเข้านอกออกในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทั่วโลกนี้ของตนเองถูกขโมยไปโดยแฮ็กเกอร์

พอจะมองออกหรือยังว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังของการจับไฟล์เป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ในครั้งนี้?​ ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่า งานหลักของ NSA คือถ้ำมอง งานรองคือเรียกค่าไถ่ แน่นอนสื่อตะวันตกและของสหรัฐพยายามพูดแก้ต่างให้ NSA สมมุติว่าผู้ที่คิดค้นและพัฒนาเครื่องมือ EternalBlue ตัวนี้ขึ้นมาเป็นโปรแกรมเมอร์หรือแฮ็กเกอร์หรือหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย

แน่นอนว่าเรื่องดราม่าก็จะตามมามากกว่านี้ รัฐบาลสหรัฐอาจจะถีบนักการทูตและคนรัสเซียที่อยู่ในประเทศสหรัฐทั้งหมดออกจากสหรัฐเหมืนนกับที่โอบามาเคยทำมาแล้วก็ได้ และอาจจะตามด้วยการเรียกร้องให้นานาชาติคว่ำบาตรรัสเซีย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่รัสเซีย แม้ว่าสื่อตะวันตกบางรายจะพยายามกล่าวหารัสเซียก็ไม่ได้ผล เพราะว่าในวงการเขาต่างก็รู้กันหมดว่า EternalBlue องค์เครื่องมือที่สำคัญในไวรัส WannaCry ตัวนี้พัฒนาขึ้นมาโดย NSA ของสหรัฐ - ผู้แปล]

ส่วนกรณีการทดลองขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์นี้ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจของเกาหลีเหนือเป็นอย่างมาก แต่สหรัฐและญี่ปุ่นไม่ปลื้ม รัสเซียในฐานะหนึ่งในลูกพี่ใหญ่ของเกาหลีเหนือ เมื่ออยู่ในที่ประชุมนานาชาติ ปูตินก็ต้องเนียนตามน้ำซะหน่อยโดยกล่าวว่า "การทดลองขีปนาวุธของกรุงเปียงยางเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะยอมรับได้ (ในใจปูตินคงจะแอบยิ้มและยกนิ้วโป้งให้คิมน้อยแน่เลย นายแน่มากไอ้น้องรัก)" CNN ก็รีบฮุบเหยื่อทันทีพาดหัวซะใหญ่โตว่า "ปล่อยขีปนาวุธ อันตราย ปูตินจวกการปล่อยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และคัดค้านการขู่ขวัญคนอื่น"

"ผมได้เน้นย้ำแล้วว่าพวกเรายืนกรานคัดค้านการขยาย 'สมาคมนิวเคลียร์' (nuclear club) ซึ่งรวมทั้งวิธีต่างๆที่มีอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี โดยเกาหลีเหนือ" ปูตินกล่าว

ผู้นำรัสเซียกล่าวอีกว่า "พวกเราพิจารณาว่าไม่สามารถยอมรับได้ทั้งนิวเคลียร์และการทดลองขีปนาวุธ พวกเราต้องการให้กลับเข้าสู่การเจรจากับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หยุดการขู่ขวัญเขา และหาวิธีอื่นๆเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยสันติ" [เห็นได้ชัดว่าข้อความตอนหลังนี้ปูตินหมายถึงสหรัฐอย่างชัดเจน ปรามคิมน้อย แต่เล็คเชอร์ทรัมป์แทน - ผู้แปล]

ปูตินพูดถึงการปล่อยขีปนาวุธครั้งล่าสุดว่า "มันไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซียโดยตรง" (it didn’t pose a direct threat to Russia.) ก่อนหน้านี้ทรัมป์บอกว่าตนเองไม่อาจจะจินตนาการได้เลยว่ารัสเซียจะพึงพอใจกับการทดลองขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
15/05/2560
------------
http://tass.com/economy/945899
http://edition.cnn.com/2017/05/15/europe/north-korea-putin-russia-missile/index.html
https://www.rt.com/news/388373-pyongyang-nuclear-capable-missile/
https://www.rt.com/news/388395-putin-ransomware-creators-intelligence/
http://www.bbc.com/news/technology-39920141
https://en.wikipedia.org/wiki/WannaCry_ransomware_attack
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Shadow_Brokers
https://en.wikipedia.org/wiki/Equation_Group
https://en.wikipedia.org/wiki/WannaCry_ransomware_attack
บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 02:37:21
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #1 เมื่อ: 16,05, 2017, 02:37:21 »

รบไปรบมาเล่นปล่อยห่าใส่ซะงั้น

   รอยเตอร์ - การแพร่ระบาดของเชื้ออหิวาตกโรคในเมืองหลวงของเยเมนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 115 ราย ขณะที่พวกกบฏฮูตีนิกายชีอะห์ซึ่งยึดเมืองหลวงอยู่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน และขอความช่วยเหลือจากนานาชาติเมื่อวานนี้ (14 พ.ค.)
       
       กบฏฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านได้บุกยึดกรุงซานาเอาไว้ตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 2014 และทำสงครามต่อสู้กับกลุ่มพันธมิตรซาอุดีอาระเบียที่ต้องการชิงอำนาจคืนให้แก่ประธานาธิบดี อับดุรรับบูห์ มันซูร์ ฮาดี
       
       สงครามกลางเมืองซึ่งยืดเยื้อมานานถึง 2 ปีได้ทำลายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และคร่าชีวิตชาวเยเมนไปกว่า 10,000 คน ขณะที่ประชาชนอีกหลายล้านต้องละทิ้งบ้านเรือนหนีตาย
       
       องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เตือนว่า เวลานี้มีสถานพยาบาลที่พร้อมให้บริการอยู่เพียงไม่กี่แห่ง และประชากร 2 ใน 3 ของเยเมนก็กำลังขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด
       
       “สถานการณ์ในขณะนี้รุนแรงเกินกว่าที่ระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อมจะรองรับไหว แล้วเราจะรับมือกับปัญหาที่ยากลำบากและซับซ้อนนี้ได้อย่างไร” โมฮัมเหม็ด ซาเลม บิน ฮาฟีส รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐบาลกบฏฮูตี ให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวซาบา
       
       หลังจากร่วมหารือกับ เจมี แมคโกลดริก ผู้ประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นและเจ้าหน้าที่นานาชาติที่กรุงซานา กระทรวงสาธารณสุขของกบฏฮูตีได้ตัดสินใจประกาศ “ภาวะฉุกเฉิน” ในเมืองหลวง และเรียกร้องให้องค์กรบรรเทาทุกข์ รวมถึงประเทศผู้บริจาคทั้งหลาย ช่วยกันยับยั้ง “หายนะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
       
       ซาบาระบุว่า มีรายงานผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออหิวาตกโรคในกรุงซานาและจังหวัดอื่นๆ ของเยเมนรวม 8,595 กรณีระหว่างวันที่ 27 เม.ย. - 13 พ.ค. ขณะที่ผลตรวจในห้องแล็บยืนยันการติดเชื้อแล้ว 213 ราย และพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 115 ราย
       
       เชื้ออหิวาตกโรคจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการท้องร่วงเฉียบพลัน และอาจเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
       
       ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานยอดผู้เสียชีวิตจากเชื้ออหิวาต์ในเยเมน 51 ราย และเตือนว่ามีชาวเยเมนราว 7.6 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
       
       กรุงซานาเป็นพื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้ออหิวาต์มากที่สุด ตามมาด้วยจังหวัดข้างเคียงอย่าง อามานัต อัลเซมาห์ นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ป่วยในเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น โฮเดดาห์, ตาอิซ และเอเดน เป็นต้น
       
       ชาวเยเมน 17 ล้านคนจากทั้งหมด 26 ล้านคนกำลังขาดแคลนอาหาร และมีเด็กๆ อย่างน้อย 3 ล้านคนที่เสี่ยง “อันตรายร้ายแรง” จากภาวะทุพโภชนาการ ตามข้อมูลของยูเอ็น
บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 02:39:58
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #2 เมื่อ: 16,05, 2017, 02:39:58 »

นี่ก็ปล่อยห่า
        เอเอฟพี - ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุในวันจันทร์(15พ.ค.) รัสเซียไม่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีทางไซเบอร์ทั่วโลกครั้งมโหฬาร และวิพากษ์วิจารณ์ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯว่าเป็นคนสร้างซอฟต์แวร์ต้นตอ
       
       คอมพิวเตอร์หลายแสนเครื่องในประเทศต่างๆมากกว่า 150 ชาติทั่วโลก ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (ransomware) นับเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งมโหฬารเท่าที่เคยมีมา
       
       เหตุโจมตีเริ่มต้นขึ้นในวันศุกร์(12พ.ค.) เป้าหมายมีทั้งธนาคาร โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ โดยอาศัยข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยในระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าของบริษัทไมโครซอฟต์
       
       "ในฐานะแหล่งต้นตอของภัยคุกคามนี้ คณะผู้นำของบริษัทไมโครซอฟท์พูดแถลงเรื่องนี้เอาไว้อย่างตรงไปตรงมาแล้ว พวกเขาบอกว่าแหล่งที่มาของไวรัสนี้คือสำนักงานทำงานเฉพาะทางของสหรัฐฯ" ปูตินกล่าวในวันจันทร์ (15)
       
       เขาอ้างถึงเว็บบล็อคหนึ่งที่โพสต์โดย แบรด สมิธ ประธานไมโครซอฟต์ ที่ยอมรับว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯได้พัฒนาโปรแกรมสำหรับใช้ในการโจมตี
       
       แคสเปอร์สกี้ แล็บ บริษัทรักษาความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีฐานอยู่ในมอสโก บอกว่า ผู้ร้ายกลุ่มนี้ใช้รหัสดิจิตอลที่เชื่อว่า พัฒนาโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ (เอ็นเอสเอ) ที่รั่วไหลออกมาจากการทิ้งเอกสารจำนวนมาก
       
       แคสเปอร์สกี้เสริมว่า กลุ่มนักเจาะระบบที่เรียกตัวเองว่า แชโดว์ โบรกเกอร์ส ปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ออกมาในเดือนเมษายน โดยอ้างว่า พบรหัสดิจิตอลที่เอ็นเอสเอเผลอปล่อยออกมา
       
       "มันก็เหมือน ยักษ์จินีหลุดออกจากมาตะเกียง โดยเฉพาะการที่มันถูกสร้างโดยหน่วยงานลับ มันสามารถก่อความเสียหายให้ทั้งผู้เขียนและผู้สร้างด้วย" ปูติน ให้สัมภาษณ์รอบนอกการประชุมซัมมิตนานาชาติแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง "มันไม่เกี่ยวข้องกับรัสเซียแม้แต่น้อย"
       
       สหรัฐฯเคยกล่าวหารัสเซียยกระดับการโจมตีหลายต่อหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา โดยในเดือนมีนาคม กระทรวงยุติธรรมอเมริกากล่าวหาว่า 2 เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงรัฐบาลกลางรัสเซีย ว่าจ้างอาชญากรแฮกเกอร์ 2 คน ขโมยข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้ยาฮูราว 500 ล้านบัญชี
       
       ในขณะที่ไม่พบความเสียหายร้ายแรงเกิดกับสถาบันต่างๆของรัสเซีย อย่างเช่นธนาคารและโรงพยาบาลต่างๆ ปูตินระบุว่าหตุการณ์นี้น่ากังวลและจำเป็นต้องมีการพูดคุยในระดับการเมืองอย่างจริงจังและโดยทันที "นี่ไม่ใช่เรื่องดี และเรียกได้ว่าน่ากังวล จำเป็นต้องหาระบบป้องกันที่สามารถสิ่งที่ปรากฏนี้อย่างได้ผล"
       
       
บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 02:45:54
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #3 เมื่อ: 16,05, 2017, 02:45:54 »

นสพ.กรุงเทพธุรกิจได้รายงานข่าวว่า “ทูตสหรัฐฯปัดประณามไทย แค่แสดงความห่วงใย” ทั้งนี้นายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวภายหลังการหารือ กับ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงกรณีการจับกุมมารดาของ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ว่า ที่สหรัฐฯออกแถลงการณ์ออกมานั้น ไม่ได้เป็นการประณาม แต่เป็นการแสดงความห่วงใยกับเหตุการณ์ ที่ขัดแย้งกับพันธกิจของประเทศไทยต่อนานาชาติ ที่จะต้องเคารพสิทธิการแสดงออก และเหตุการณ์นี้ยังเป็นการสร้างความข่มขู่ในสังคม และห่วงใยสถานการณ์การจำกัดสิทธิมนุษยชน สิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงออกต่างๆ ทั้ง การชุมนุม และการนำตัวพลเรือนขึ้นศาลทหาร

นายกลิน เดวีส์ ยังขอเรียกร้องให้รัฐบาล อนุญาตให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่ออนาคตทางการเมืองได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญและกระบวนการออกเสียงประชามติ

ขณะเดียวกันเมื่อ14 พฤษภาคม 2559 ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตประธานรัฐสภา โพสต์เฟซบุ๊ก 'Arthit Ourairat' โดยได้แชร์บทความของ 'เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง' ที่ ซึ่งตีพิมพ์ในคอลัมน์ "ขอคิดด้วยฅน" ในหนังสือพิมพ์ แนวหน้า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 'ไทยเป็นเอกราช มิใช่ประเทศราช : อัปรีย์ไป จัญไรมา? ' ที่วิพากษ์วิจารณ์มารยาทนักการทูต คือ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย นายกลิน เดวีส์ ที่มารับตำแหน่งใหม่ แทน นางคริสตี้ เอ เคนนี

ดร.อาทิตย์ ระบุว่า เอกอัครราชทูต คือ ผู้แทนจากประมุขของรัฐต่อประมุขของรัฐ ซึ่งประเทศไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็เป็นประเทศที่มีอธิปไตยและมีศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน ซึ่งการที่อเมริกาส่งคนไม่มีมารยาทมาเป็นทูต ถือว่าไม่ให้เกียรติประเทศไทย ดังนั้น ประเทศไทยควรตอบโต้โดยแจ้งว่า เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ Persona Non Grata ให้อเมริกาเอาตัวกลับประเทศ

“เอกอัครราชทูตคือผู้แทนจากประมุขของรัฐต่อประมุขของรัฐและโดยเฉพาะไทยเรามีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไม่ว่าประเทศไทยจะเล็กหรือจนกว่าอย่างไร เราก็เป็นประเทศที่มีอธิปไตยและมีศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน ใครจะมาหยาม กักขละ กุ้ย แสดงกิริยามารยาทที่ถ่อย กำพืดต่ำ ต่อเราไม่ได้” ดร.อาทิตย์กล่าว

“ประเทศไทยในฐานะที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ดีงามมาก่อนสหรัฐ เราต้องสอนอเมริกาได้ การส่งคนไม่มีมารยาทมาเป็นทูต ถือว่าดูถูกเรา เราควรตอบโต้โดยแจ้งว่าเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ Persona Non Grata ให้อเมริกาเอาตัวกลับ” ดร.อาทิตย์ยืนยัน

ขณะที่เฟซบุ๊กของคนใช้ชื่อว่า Vatinee Senarak‎ to การเมืองใต้ร่มภูธร วันที่ 12 พฤษภาคมเขียนว่า “เผื่อมีใครเอาไปบอกทั่นทูตมั่ง”ขออนุญาตนำเอาข้อคิดเห็นของ คุณปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ มาให้อ่าน เพราะถูกใจความเห็นนี้..

รู้สึกเป็นห่วงประเทศสหรัฐอเมริกาเหมือนกัน:

ผมเป็นห่วงเหมือนกันนะครับ รัฐบาลมะกันทำตัวเป็นอันธพาลโลกตัวจริง หนุนการทำรัฐประหารในยูเครนและฮอนดูรัส, สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในซีเรีย, ส่งทหารไปช่วยซาอุฯ ที่บุกรุกเยเมน, ส่งทหารไปล้มรัฐบาลอิรักและลิเบีย ฯลฯ แล้วมาสั่งสอนประเทศอื่นๆว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนบ้าง ไม่เป็นประชาธิปไตยบ้าง สิ่งที่ประเทศไทยทำไปนั้น เทียบไม่ได้เลยกับพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชน พฤติกรรมละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ฯลฯ ของรัฐบาลมะกัน

ผมเป็นห่วงว่าผลกรรมที่รัฐบาลก่อนๆ ของมะกันได้ทำไว้จะส่งผลตามมาถึงประชาชนชาวอเมริกันที่บริสุทธิ์ บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ ผู้คนจะฆ่ากันตายเป็นผักปลาและในที่สุด อาจเกิดจลาจลจนประเทศแตกแยกออกเป็นหลายประเทศเพราะผลกรรมที่เคยกระทำไว้กับประเทศต่างๆ ตามมา

ขอขอบคุณที่มะกันห่วงประเทศไทยนะครับ แต่ถ้าจะให้ดี ผมอยากให้ทูตคนนี้หันกลับไปส่องกระจกดูพฤติกรรมของรัฐบาลตัวเองบ้าง แล้วจะเห็นว่ามีชาติอยู่ชาติหนึ่งที่ชอบละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอยู่เป็นประจำและมากกว่าชาติหลายๆ ชาติบนโลกนี้ด้วย
บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 02:47:42
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #4 เมื่อ: 16,05, 2017, 02:47:42 »

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_349121

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 15 พ.ค. รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นกลางกรุง บริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ ย่านสนามหลวง กทม. จากอานุภาพของแรงระเบิด ส่งผลให้หญิงสาวที่อยู่บริเวณนั้น ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือจนปลอดภัยแล้ว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่อีโออีและกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว โดยกันพื้นที่โดยรอบห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปบริเวณดังกล่าวด้วย

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือน.ส.กัญชนา บุญชีพ ได้รับบาดเจ็บบริเวณ ข้อพับด้านขวา และน.ส.จันทร์เพ็ญ วุฒิเอกไพบูลย์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณ แขนซ้าย เป็นรอย 2 จุด ส่วนความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป
บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 06:16:25
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,931



« ตอบ #5 เมื่อ: 16,05, 2017, 06:16:25 »

 เหงื่อตก เหงื่อตก  ท่านบอกว่า   เป็นแค่ท่อ ระเบิด  ไม่ต้องห่วง    เหงื่อตก เหงื่อตก  ตามอ่านครับ ธุจ้า
บันทึกการเข้า
16,05, 2017, 08:12:29
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #6 เมื่อ: 16,05, 2017, 08:12:29 »

เอะ!  ยังงัยกัน

 รอยเตอร์     หุ้นของพวกบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์พุ่งทะยานถ้วนหน้า โดย ไฟร์อาย พุ่งทะยาน 8 เปอร์เซ็นต์ ส่วน ไซแมนเท และ พาโล อัลโต เน็ตเวิร์คส ต่างปิดบวก 3 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับ ซิสโก ที่ขยับขึ้น 2.7 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดได้อานิสงส์จากเหตุโจมตีทางไซเบอร์ทั่วโลกครั้งมโหฬาร ที่อีกด้านหนึ่งก่อผลดีกับธุรกิจความปลอดภัยทางเทคโนโลยี
บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 08:17:42
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #7 เมื่อ: 16,05, 2017, 08:17:42 »

ระวังเล่ห์ชักศึกเข้าบ้าน!
โดย สิริอัญญา  / แนวหน้า
วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม 2560

ในขณะที่มีข่าวว่าขบวนการก่อการร้ายไอซิสเข้าไปตั้งฐานในประเทศฟิลิปปินส์ เหตุการณ์รุนแรงก็เกิดขึ้นในประเทศนั้น และไม่ทันไรประเทศมหาอำนาจก็พากันชักแถวส่งขบวนเรือรบเข้าไปเยี่ยมเยือนฟิลิปปินส์กันไม่ขาดระยะ

เช่นเดียวกับประเทศอินโดนีเซีย เมื่อมีข่าวว่าผู้ก่อการร้ายไอซิสเข้าไปเคลื่อนไหว ไม่ทันไรประเทศมหาอำนาจก็พากันชักแถวส่งขบวนเรือรบเข้าไปซ้อมรบกันในย่านนั้น จนชายหาดแทบจะเต็มไปด้วยรอยเท้าทหารต่างชาติ

เป็นปรากฏการณ์เช่นเดียวกับซีเรียและอิรักในระยะเริ่มต้น เพราะพอถึงระยะหนึ่งเมื่อความรุนแรงจากการก่อการร้ายของขบวนการไอซิสขยายตัวไป ก่อเหตุร้ายที่เหี้ยมโหดอำมหิต ประเทศมหาอำนาจก็ใช้โอกาสนั้นส่งทหารเข้าไปยึดครองประเทศซีเรียและอิรัก อ้างว่าเพื่อปราบปรามขบวนการก่อการร้ายไอซิส

จนถึงวันนี้สถานการณ์ในซีเรียและอิรักกำลังฟื้นคืนสู่ความเป็นปกติ รัฐบาลของทั้งสองประเทศโดยการสนับสนุนของรัสเซีย จีน และอิหร่าน สามารถยึดพื้นที่กลับคืนได้เกือบทั้งประเทศแล้ว และขบวนการก่อการร้ายก็อพยพหลบหนีออกไป จนเหลือพื้นที่เสี่ยงภัยอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่ปรากฏว่าประเทศมหาอำนาจที่ฉวยโอกาสเข้าไปยึดดินแดนของซีเรียและอิรักยังคงไม่ยอมถอนทหารออกมา มิหนำซ้ำยังส่งทหารเข้าไปเพิ่มเติม อ้างว่าเพื่อรักษาความปลอดภัยจากพวกผู้ก่อการร้ายไอซิสต่อไปอีก

จนกระทั่งถึงวันนี้ความจริงได้เป็นที่รู้กันทั่วโลกแล้วว่า บางชาติมหาอำนาจนั่นแหละเป็นตัวการสร้างขบวนการก่อการร้ายไอซิสขึ้น แล้วส่งขบวนการนั้นเข้าไปยังประเทศที่เป็นเป้าหมายเพื่อให้ก่อเหตุร้ายที่โหดเหี้ยมอำมหิตขึ้น จากนั้นก็ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อส่งทหารของตนเองเข้าไปตั้งฐานทัพ เข้ายึดครองดินแดนของประเทศอื่น โดยใช้ข้ออ้างว่าเพื่อปราบปรามผู้ก่อการร้ายไอซิส

นั่นเป็นการทำสงครามรุกรานโดยแท้! และถึงวันนี้ความจริงนี้ก็เป็นที่เปิดเผยกันทั่วไปในโลกนี้แล้ว แม้กระทั่งสื่อกระแสหลักที่รับใช้ประเทศมหาอำนาจตลอดมาก็ไม่สามารถทัดทานหรือปิดกั้นความจริงได้อีกต่อไป แต่แทนที่สันติภาพและสันติสุขจะเกิดขึ้นในโลก ชาติมหาอำนาจเหล่านั้นกลับทำเป็นดื้อตาใส ไม่ยอมถอนทหารออกมาจากการรุกรานประเทศอื่น ในบางพื้นที่ก็สร้างความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา โดยการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับฝักฝ่ายต่าง ๆ ที่เกิดความขัดแย้งขึ้น แล้วก็สนับสนุนให้มีการฆ่าฟันกัน และถือโอกาสนั้นขายอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นของแถมตามไปด้วย

ทว่าสงครามรุกรานทั้งปวงเป็นสงครามที่ไม่เป็นธรรม ถึงแม้จะเข้มแข็งเกรียงไกรสักปานใดก็ไม่สามารถก้าวล่วงกฎแห่งสงครามไปได้ นั่นคือสงครามที่ไม่เป็นธรรมจะต้องพ่ายแพ้ในที่สุดเสมอ

ฟิลิปปินส์ดูเหมือนจะรู้เท่าทันว่ากำลังตกเป็นเป้าหมายในการยึดครอง ดังนั้นจึงปรับท่าทีหันไปปรับทุกข์ผูกมิตรร่วมมือกับจีนและรัสเซีย และขับไล่ทหารต่างชาติให้ออกจากดินแดนของประเทศตนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ถึงแม้ขณะนี้จะถูกกดดันบีบคั้นอย่างไร ประเทศฟิลิปปินส์ก็ยังคงเดินหน้าขับไล่กองทัพต่างชาติออกไป รวมทั้งลดระดับการซ้อมรบกับประเทศมหาอำนาจลงไปด้วย

ผิดกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นซึ่งยังโง่ไม่ลืมหูลืมตา และไม่ฟังเสียงประชาชนที่ต้องการขับไล่ฐานทัพต่างชาติออกไปจากดินแดนของตน เพราะประชาชนชาวเกาหลีใต้และญี่ปุ่นรู้ดีว่าไม่ว่าจะมีข้ออ้างใด ๆ ก็ตาม แต่การที่ชาติมหาอำนาจเข้ามายึดครองตั้งฐานทัพในประเทศของตน เนื้อแท้แล้วก็คือการยึดครองเอกราชอธิปไตยนั่นเอง

ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นไม่เคยถูกรุกรานจากเกาหลีเหนือ และไม่เคยมีร่องรอยของสงครามระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเกิดขึ้นเลย ไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ ว่าเกาหลีเหนือจะยึดครองดินแดนของเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่น แต่การที่รัฐบาลญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยินยอมให้ชาติมหาอำนาจเข้ามาตั้งฐานทัพและขยายฐานทัพเพิ่มขึ้นนั้น ผลที่แท้จริงก็คือได้สูญเสียเอกราชอธิปไตยไปแล้ว

จะมีเรื่องใดโง่เขลาเบาปัญญายิ่งกว่าการให้ต่างชาติเข้ามาตั้งฐานทัพในดินแดนของตนเล่า! เพราะเหตุนี้ในภาคประชาชนของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจึงได้ร่วมแรงร่วมใจต่อสู้เดินขบวนขับไล่ฐานทัพต่างชาติออกจากดินแดนของตนอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย เพราะในที่สุดภาระแบบนี้ก็ต้องตกอยู่กับประชาชน และยากที่จะหวังผู้มีอำนาจไปจัดการแก้ไข

ใกล้เข้ามาก็คือที่พม่า ซึ่งในตอนแรกนั้นก็มีการปะทะและต่อสู้กันระหว่างทหารของรัฐบาลพม่ากับชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญา ในขณะที่การต่อสู้เกิดขึ้น บรรดาองค์กรและหน่วยงานที่รับใช้ต่างประเทศก็พากันรุมประณามรัฐบาลพม่าว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องให้พม่ายุติการปราบปรามชาวโรฮิงญา

มาถึงวันนี้ความจริงก็เปิดเผยต่อชาวโลกอีกแล้วว่า ขบวนการต่อสู้ของชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นขบวนหลักที่ทำการต่อสู้กับพม่านั้น ขณะนี้ได้เปิดเผยตัวเองออกมาแล้วว่าเป็นขบวนการก่อการร้ายไอซิส

แล้วพวกองค์การสิทธิมนุษย์ชนและ NGO ทั้งหลายที่เคยป่าวร้องปกป้องพวกโรฮิงญาดังกล่าวจะว่ากล่าวเรื่องนี้อย่างไร? 

นั่นเป็นตัวอย่างที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ชาวไทยทั้งประเทศจะต้องรู้เท่าทันเล่ห์กลของต่างชาติ ที่ใช้พวกทรยศชาติ พวกขายชาติ ในชื่อองค์กรหลากหลายสารพัด ที่กำลังขับเคลื่อนเพื่อจุดชนวนชักนำให้ต่างชาติยกกองทัพเข้ามาในประเทศของเรา จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องประณามขับไล่ขบวนการทรยศชาติและขายชาติเหล่านี้จนถึงที่สุด.
บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 14:22:12
สิงห์สามแพร่ง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100% ..........แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น ............คือ "เนรคุณในหลวง"
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,863


จอหงวนติดดิน ตงฉินบ้านนอก


« ตอบ #8 เมื่อ: 16,05, 2017, 14:22:12 »

 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า  มาด้วยคนครับ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
16,05, 2017, 15:44:59
Blackmoon
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 336



« ตอบ #9 เมื่อ: 16,05, 2017, 15:44:59 »

ติดตามครับ ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
16,05, 2017, 18:03:23
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #10 เมื่อ: 16,05, 2017, 18:03:23 »

NSA wanna cry, Kim Jong-un wanna laugh. ตรรกะของสหรัฐในการป้ายขี้ตนเองให้เกาหลีเหนือกรณีการระบาดมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (WannaCry) ทั่วโลก
-------------

1.) พบโค้ค EternalBlue ของ NSA สหรัฐในมัลแวร์ WannaCry
2.) NSA อ้างว่าถูกแฮ็กเกอร์ขโมยไป NSA ไม่ผิด
3.) นักวิเคราะห์จาก Google พบโค้ดของแฮ็กเกอร์ Lazarus Group คาดว่าเป็นของค่ายเกาหลีหนือใน มัลแวร์ WannaCry
4.) นักวิเคราะห์และสื่อสหรัฐบอกว่า เรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับเกาหลีเหนือแน่นอน
5.) นักมโนโซเชียลโปรอเมริกาจินตาการต่อไปอีกว่า เกาหลีเหนือใช้โค้ดของ NSA จากนั้นพวกรัสเซียก็ขโมยไปใช้งาน
6.) ถ้าแฮ็กเกอร์กลุ่ม Lazarus อ้างแบบ NSA บ้างว่าโค้คของตนเองก็ถูกขโมยไปเช่นกัน Lazarus และเกาหลีเหนือจะพ้นจากการตกเป็นผู้ต้องสงสัยไหม?
7.) ปูตินประจานสหรัฐต่อหน้าผู้นำและนักธุรกิจทั่วโลกในงาน R&D ที่กรุงปักกิ่งว่าการแพร่กระจายของไวรัสเรียกค่าไถ่ทางคอมพิวเตอร์เป็นฝีมือของหน่วยข่าวกรองสหรัฐนั่แแหละ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัสเซีย
8.) นักวิเคราะห์จากสหรัฐกล่าวว่าพวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงใน NSA ของสหรัฐนั่นแหละที่จะต้องรับผิดชอบในความผิดทางอาญาซึ่งเกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์ WannaCry หากพวกเขายืนยันว่าพวกเขารู้เกี่ยวกับเรื่องไวรัสตัวนี้ แต่ล้มเหลวที่จะแจ้งให้ผู้ที่จะตกเป็นเหยื่อทราบล่วงหน้า

The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
16/05/2560
------------
https://sputniknews.com/analysis/201705161053647646-nsa-wannacry-virus-prosecution/
http://www.bbc.com/news/technology-39931635
https://www.rt.com/news/388492-wannacry-ransomware-code-north-korea/
https://sputniknews.com/science/201705141053606790-nsa-hacking-tools-wannacry-ransomware/
https://www.youtube.com/watch?v=i-VjwA_UtQE
บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 19:02:34
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #11 เมื่อ: 16,05, 2017, 19:02:34 »

ม้าอารีซวยแล้ว เจอพวกองกรณ์กะสื่อดราม่าเล่นงาน
แล้วต่อไปใครมันจะช่วย. เอางี้คราวหน้ามีผู้อพยพ ส่งไปเมกาเลย



       เอเจนซีส์ - UNHCR รายงานล่าสุด ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยถูกรัฐบาลมาเลเซียขังภายในสถานกักกันที่มีสภาพแออัด สกปรก และถูกทำร้าย มีผู้ลี้ภัยจำนวนไม่ต่ำกว่า 24 ราย ต้องจบชีวิตนับตั้งแต่ปี 2015 หนึ่งในโรฮิงญาเผย ผู้ลี้ภัยต้องดื่มน้ำจากส้วมประทังชีวิต
       
       สื่อเอเชียนคอร์เรสปอนเดนต์ รายงานวันนี้(16 พ.ค)ว่า “พวกเขาให้แค่น้ำถ้วยเล็กๆพร้อมอาหารแก่พวกเรา หรือไม่เราต้องดื่มน้ำจากโถส้วมแทน” ผู้อพยพหญิงชาวโรฮิงญาวัย 18 ปีได้เปิดเผยกับเดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ และกล่าวต่อว่า “แต่เมื่อเวลาที่จะตายเท่านั้นที่พวกยามจะมา หรือหากเวลาที่พวกเราบ่น หรือร้องขอไปโรงพยาบาล เราจะถูกเฆี่ยนตี”
       
       ทั้งนี้คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนมาเลเซีย (Suhakam) รายงานว่า สภาพความเป็นอยู่ของผู้อพยพในเรือนจำนั้น “ดูคล้ายจะถูกทรมาน” ในขณะที่ผู้ที่อยู่ในเรือนจำเหล่านี้ถูกปฎิเสธที่จะได้รับอาหารอย่างพอเพียง น้ำ และการรักษาพยาบาล
       
       สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR เปิดเผยกับเดอะการ์เดียนว่า 24 คน ที่ส่วนใหญ่มีสัญชาติพม่า เสียชีวิตในค่ายกักกันตั้งแต่ปี 2015
       
       “การเสียชีวิตพวกนี้สามารถป้องกันได้อย่างแน่นอน” ซีอีโอกลุ่ม 45 สิทธิอามี สมิท(Fortify Rights Amy Smith) กล่าว และเสริมต่อว่า “การแก้ไขนั้นง่ายมาก แค่เพียงรัฐบาลมาเลเซียเลิกปฎิบัติกับผู้ลี้ภัยเสมือนนักโทษอุกฉกรรจ์”
       
       สื่อเอเชียนคอร์เรสปอนเดนต์ระบุว่า รอยเตอร์ได้รายงานถึงยอดเสียชีวิตในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่า อ้างจากรายงานของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนมาเลเซีย ที่อ้างไปถึงการเสียชีวิต 83 คนในปี 2015 และอย่างน้อย 35 คนในปี 2016
       
       “ตัวเลขนั้นสูงและน่าตกใจ และทางหน่วยงานได้เรียกร้องให้มีการปรับปรุงทั้งระบบ” เจรัลด์ โจเซฟ(Jerald Joseph ) ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนมาเลเซียกล่าว
       
       มีกลุ่มคนจำนวน 246,270 คนที่อยู่ในความกังวลของทางUNHCR ในมาเลเซีย และจากทั้งหมดราว 150,000  คนเป็นผู้ขอลี้ภัยและผู้อพยพ
       
       ส่วนใหญ่คือโรฮิงญา พลเมืองมุสลิมในพม่าที่หนีจากการทำร้ายและการสังหารของกลุ่มชาตินิยมชาวพุทธและกองทัพพม่า พบว่ามีจำนวนมากต้องอยู่ในมาเลเซียจำนวนหลายสิบปี
       
       ทั้งนี้มาเลเซียไม่ได้เข้าร่วมในอนุสัญญาว่าด้วยผู้อพยพปี 1951 ผู้ยื่นขอลี้ภัย และผุ้อพยพ ต่างถูกปฎิเสธสิทธิพื้นฐานในการศึกษา สุขภาพ และการจ้างงาน
       
       และพบว่า บรรดาผู้ลี้ภัยต้องทำงานอย่างผิดกฎหมายประเภท คนทำความสะอาด คนงานก่อสร้างในโรงพยาบาล การละเมิดสิทธิแรงงาน ยังรวมไปถึง การปฎิเสธให้ค่าจ้าง ซึ่งมีรายงานออกไปอย่างแพร่หลาย
       
       ในปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซียประกาศโครงการนำร่อง ในการเป็นพันธมิตรร่วมกับ UNHCR ในการอนุญาตให้ผู้อพยพโรฮิงญาจำนวน 300 คนสามารถทำงานได้ โดยมีการชื่นชมจากจำนวนมากในฐานะเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่สิทธิของผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่นั่น
       
       อย่างไรก็ตาม “ไม่ว่าโครงการนำร่องนี้จะถูกแปลให้เป็นสิ่งที่มีความหมายมากกว่า เช่นสิทธิของคนงานสำหรับผู้ลี้ภัยทั้งหมดที่ได้ลงทะเบียนกับUNHCR การเข้าถึงที่ดีกว่าทางการแพทย์ การศึกษากับเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี ไม่ต่ำกว่า  30,000 คน และการถูกกีดกันน้อยลงจากเจ้าหน้าที่ ยังคงถูกพบเห็น” ดร. เกอร์ฮาร์ด ฮอฟสเตดตอร์( Dr Gerhard Hoffstaedter) จากมหาวิทยาลัยรัฐควีนสแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้อพยพในมาเลเซีย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16,05, 2017, 19:04:41 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
16,05, 2017, 20:38:07
krungsic
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,007



« ตอบ #12 เมื่อ: 16,05, 2017, 20:38:07 »

 ธุจ้า ธุจ้า มาติดตามต่อครับ
บันทึกการเข้า
16,05, 2017, 20:41:04
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #13 เมื่อ: 16,05, 2017, 20:41:04 »

วอนจังแก: พล.อ. Han Min-goo รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ประกาศว่ากรุงโซลอาจจะชิงโจมตีก่อนในกรณีที่พบว่ากรุงเปียงยางใกล้จะโจมตี (ฟังดูเหมือนอ่านสคริปท์ของทรัมป์ยังไงก็ไม่รู้สิ)
-------------

วันที่ 16 พ.ค.60 Sputnik พาดหัวข่าวว่า "Seoul May Launch Preemptive Strike in Case of ‘Imminent’ Pyongyang Attack"

เกาหลีใต้อาจจะลงมือโจมตีก่อน หากมีหลักฐานว่าเกาหลีเหนือจะปล่อยขีปนาวุธขนาดใหญ่โจมตีประเทศ พล.อ. Han Min-koo รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันอังคารนี้

หลังเกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการทดลองปล่อยขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยกลาง Hwasong-12 ที่มีศักยภาพบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้จากการทดลงในตอนเช้าของวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.60 นี้ โดยขีปนาวุธดังกล่าวถูกปล่อยจากฐานปล่อยที่เมือง Kusong ขีปนาวุธพุ่งขึ้นที่พิกัดความสูง 2,111.5 กม. ไกล 787 กม. ตกลงในน่านน้ำสากลในทะเลญี่ปุ่น นักวิเคราะห์คาดว่าขีปนาวุธรุ่นนี้สามารถยิงไปได้ไกลถึง 4,500 กิโลเมตร (ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น รวมทั้งฐานทัพของสหรัฐในเกาะกวมในแปซิฟิกด้วย) ถือว่าเป็นสำเร็จและความก้าวหน้าทางเทโนโลยีด้านการทหารครั้งสำคัญของเกาหลีเหนือ แม้จะถูกกดขี่ด้านเศรษฐกิจจากสหรัฐและพรรคพวกอย่างหนักเป็นเวลาหลายสิบก็ตาม

"จุดยืนของพวกเราก็ือว่า พวกเราสามารถที่จะชิงลงมือโจมตีก่อน เพื่อลดความเสียหายให้กับฝ่ายของพวกเรา หากมีสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธของเกาหลีเหนืออย่างกระชั่นชิด" พล.อ. Han กล่าวในต่อคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งชาติแห่งรัฐสภาเกาหลีใต้ อ้างคำพูดโดยสำนักข่าว Yonhap

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ยังได้เน้นย้ำด้วยว่า จากการประเมินการทดลองขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเมื่อเร็วๆนี้ ทั้งกรุงโซลและกรุงโตเกียวได้ตกลงร่วมกันว่า กรุงเปียงยางอาจจะทำการปล่อยขีปนาวุธพิสัยกลาง (IRBM) แทนที่จะเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)

[พล.อ. Han Min-goo ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ในสมัยที่นางปาร์ค กึน-เฮ เป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ปัจจุบันนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งนายใหญ่กลาโหมเกาหลีใต้ที่รับคำสั่งจากวังห้าเหลี่ยมเพนตากอนอีกต่อหนึ่ง ในฐานะรักษาการ เพราะว่าประธานาธิบดีมูน แจ-อิน คนใหม่ของเกาหลีใต้ซึ่งเพิ่งจะชนะการเลือกตั้งมาหมาดๆ ยังไม่ได้ฟอร์มคณะรัฐมนตรีของตนเองขึ้นมา

ท่าทีของ พล.อ. Han Min-goo ขัดแย้งกับนโยบาย Sunshine ของปธน.มูน ที่มุ่งสู่การสานสัมพันธ์คืนดีกับเกาหลีเหนือ แต่ท่าทีของ พล.อ. Han Min-goo กลับถูกใจฝ่ายสหรัฐและญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง

"สหรัฐควรจะเตรียมชิงโจมตีเกาหลีเหนือก่อนด้วยอาวุธแบบเดิม" เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐกล่าวกับสำนักข่าว NBC NEW วันที่ 13 เมษายน 2560 ราวหนึ่งสัปดาห์ต่อมาฝ่ายเกาหลีเหนือก็ตอบโต้ว่า เกาหลีเหนือนี่แหละที่จะชิงโจมตีสหรัฐก่อนอย่าสาหัสสากรรจ์ จะทำให้สหรัฐกลายเป็นเถ้าธุลีไปเลย

วันนี้ พล.อ. Han Min-goo ผู้ที่กำลังจะปลิวไปจากเก้าอี้กลาโหม ก็ราดน้ำมันเข้าใส่กองไฟก่อนจะโบกมือลาว่า กรุงโซลล่อเป็นฝ่ายลงมือโจมตีเกาหลีเหนือก่อน เมื่อสถานการณ์จวนเจียน ท่านมูนก็ตามเช็ดตามถูคาบน้ำลายของสมุนสหรัฐต่อไป

ส่วนญี่ปุ่นเรียกต้องให้ทูตพิเศษเกาหลีใต้เพิ่มการกดดันต่อเกาหลีเหนืออีก หลังเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดลองขีปนาวุธ Sputnik รายงานโดยอ้างข่าวจากสื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ฝ่ายรัสเซียเสนอให้มีการแต่งตั้งทูตพิเศษของยูเอ็นไปประจำการที่เกาหลีเหนือเพื่อสังเกตการณ์และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูเหมือนว่าสหรัฐและนานาชาติจะไม่สนใจข้อเสนอของรัสเซีย

ล่าสุด UNSC ออกามาขู่ว่าจะเพิ่มมาตรการกดดันเกาหลีเหนืออีก หากเกาหลีเหนือยังไม่หยุดการทดลองขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ แต่ UNSC ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าถ้าเกาหลีเหนือระงับโครงการด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และอวกาศของตนเองแล้วสหรัฐจะไม่รุกรานเกาหลีเหนือและจะยกเลิกการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ฝ่ายเกาหลีเหนือคงจะบอกว่าดู อัฟกานิสถาน อิรัค ลิเบีย ซีเรีย และเยเมนสิ เพราะว่าพวกนั่นไม่มีนิวเคลียร์และกองเรือดำน้ำยังไงหละถึงตกอยู่ในสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

ถ้าแน่จริงสหรัฐก็ปลดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดประมาณ 6,000 กว่าลูกและขีปนาวุธทั้งหมดของตนเองก่อนสิ เกาหลีเหนือถึงจะเชื่อ และเอา THAAD ออกไปจากเกาหลีใต้ด้วย ถอนกองทัพของตนเองออกไปจากเกาหลีใต้ให้หมด จากนั้นมาคุยกัน สหรัฐบอกว่าฝันไปเถอะ คิมน้อยก็บอกว่า "ฝันไปเถอะ" เช่นกัน - ผู้แปล]

The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
16/05/2560
------------
https://sputniknews.com/asia/201705161053653849-seoul-strike-pyongyang/
http://www.nbcnews.com/news/world/u-s-may-launch-strike-if-north-korea-reaches-nuclear-n746366
https://www.rt.com/usa/386683-mccain-preemptive-strike-korea-trump/
https://www.rt.com/news/385418-north-korea-pre-emptive-strike/
http://nypost.com/2017/04/13/trump-prepared-to-launch-preemptive-strike-against-north-korea-report/
https://sputniknews.com/politics/201705161053649194-dprk-missile-threat/
https://sputniknews.com/politics/201705161053645771-unsc-measures-against-north-korea-launches/
https://sputniknews.com/world/201705151053632760-north-korea-missile-launch/
บันทึกการเข้า

 
17,05, 2017, 02:34:42
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,048



« ตอบ #14 เมื่อ: 17,05, 2017, 02:34:42 »

โดนัลด์ ทรัมป์หันเข้าหารัสเซียเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ ISIS:
ขอลำดับเหตุการณ์ให้ทราบ ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน
๑.มีข่าววิกิหลีกปูดออกมาว่าอเมริกาและพันธมิตรพัฒนาไอสิสและอัลกออิดะห์ขึ้นมาสร้างความวุ่นวายในซีเรีย แล้วกุข่าวว่าเป็นอาหรับสปริง ประชาชนซีเรียเกลียดชังรัฐบาลตนเองแล้วลุกฮือต่อต้าน ที่จริงแล้วเป็นฝีมือกลุ่มก่อการร้ายที่อเมริกาและพันธมิตรสร้างขึ้นป่วนรัฐบาลซีเรียเอง
๒.รัฐบาลซีเรียใกล้จะล้มมะร่อมมะร่ออยู่แล้ว ประธานาธิบดีอัสสาดของซีเรียกลับตั้งสติทัน หันไปขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย
๓.รัสเซียมองเห็นช่องทางที่จะขยายประเทศ BRICS จึงส่งกองกำลังทหารทั้งกองทัพบกกองทัพอากาศไปช่วยเต็มที่ ถล่มกลุ่มก่อการร้ายทยอยเหี้ยนเตียนไปทีละค่ายสองค่าย แถมเวลาเครื่องบินรบถล่ม มีคลิปวีดิโอให้ดูอีกต่างหาก
๔.หลังจากรัสเซียทำท่าจะจัดการกลุ่มก่อการร้ายได้หมด อเมริกาและพันธมิตรหน้าแตก หันมาเปลี่ยนแผนส่งเครื่องบินรบไปทิ้งระเบิดบ้าง โดยอ้างว่าตั้งใจถล่มไอสิส แต่ทุกครั้งที่ถล่ม คนตายกลับเป็นประชาชนชาวซีเรีย แต่มีผู้สื่อข่าวรายงานหลายครั้งว่าเครื่องบินรบอเมริกา หย่อนระเบิดลงทะเลทรายบ้าง ป่าบ้าง  ไม่ได้ตั้งใจถล่มไอสิสแต่อย่างใด นักบินบางท่านก็ออกมาแฉว่าหน่วยเหนือมิได้มีคำสั่งให้ถล่มไอสิสทั้งที่มองเห็นรังไอสิสอย่างชัดเจน

๕.อเมริกาอ้างว่าหัวหน้าคนสำคัญกลุ่มไอสิสชื่อว่าอาบู บักร์ อัล-บัคดะดิ (Abu Bakr al-Baghdadi) ถูกกองทัพอเมริกาสังหารไปเรียบร้อยแล้ว ผู้คนหันมามองควับ ทำท่าจะยกย่องสรรเสริญ แต่เอาไปเอามาไม่นาน นายอาบูบักร์คนนี้ก็โผล่ออกมาให้สัมภาษณ์อีก อเมริกาเลยหน้าจ๋อยไป

ไม่นาน อเมริกาก็ออกข่าวว่าพวกตนสามารถสังหารนายอาบูบักร์คนเดิมนี้เสียชีวิตไปแล้วอีกถึง ๒ ครั้ง ต่อมา ก็พิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นความจริงอีกทั้ง ๒ ครั้ง ตอนนี้ ประชาชนไม่เชื่อ รัฐบาลอเมริกาอีกแล้ว และตอนนี้ นายอาบูบักร์คนนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่เหมือนเดิม

ขณะนี้ มีข่าวว่ากลุ่มเครือข่ายรัฐบาลเงาคือซีไอเอกำลังวิตกกังวลที่โดนัลด์ ทรัมป์ได้ให้ข้อมูลที่มีเกี่ยวกับไอสิสแก่รัฐบาลรัสเซีย (และซีเรีย) โดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาพูดชัดเจนว่า   มอบให้แล้ว เป็นผลดีมากกว่าเสีย (http://theduran.com/confirmed-donald-trump-defends-sharing-information-with-russia/) ที่จริงแล้ว จะเป็นการพิสูจน์รัฐบาลอเมริกาด้วยซ้ำ ถ้ารัฐบาลอเมริกามีน้ำใจตั้งใจที่จะจัดการกลุ่มก่อการร้ายจริง ไม่น่ามีอะไรต้องวิตก ก็ปรับนโยบายให้ตรงกัน แล้วร่วมกันกวาดล้างก็จบเรื่อง

ถ้าจะให้เดานะครับ ซีไอเอคงกลัวว่ารัสเซียจะเห็นหลักฐานว่ารัฐบาลอเมริกา (ภายใต้การกำหนดนโยบายของ Deep State) ในอดีตร่วมมือกับไอสิสหรือให้การสนับสนุนไอสิสนะสิครับถึงวิตกกังวลกันขึ้นมา

ดูท่าว่าหนังใกล้จะถึงจุดอวสานเสียแล้วละครับแม่เรียม

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐
ปฐมพงษ์  โพธิประสิทธินันท์
https://www.theguardian.com/us-news/2017/may/15/donald-trump-shared-classified-information-russia-white-house-report
   
----------------------------------------------

  รอยเตอร์ - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันอังคาร(16พ.ค.) ออกมาปกป้องตนเองเกี่ยวกับการตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลลับสุดยอดกับเจ้าหน้าที่รัสเซีย ระหว่างการพบปะกันที่ทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุเขามีสิทธิ์อย่างเต็มที่สำหรับแชร์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับก่อการร้ายและความปลอดภัยด้านการบินของสายการบินต่างๆ
       
       ทรัมป์ ใช้บัญชีทวิตเตอร์ตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ในนั้นรวมถึงสมาชิกรีพับลิกันของตนเอง หลังสื่อมวลชนรายงานว่าเขาเปิดเผยข้อมูลลับสุดยอดเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการกลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส)

   รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ระบุว่าทรัมป์ได้แบ่งปันข้อมูลที่ได้รับจากพันธมิตรหนึ่งของสหรัฐฯในการสู้รบกับพวกไอเอส กับ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย และ เซอร์เก คิลส์ยัก เอกอัครราชทูตแดนหมีขาว ระหว่างพบปะกันเมื่อวันพุธที่แล้ว(10พ.ค.)
       
       การเปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์(15พ.ค.) ก่อปัญหาเพิ่มเติมกับรัฐบาล ในขณที่พวกเขากำลังพยายามก้าวผ่านผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรงจากกรณีทรัมป์ ไล่ เจมส์ โคมีย์ พ้นจากเก้าอี้ผู้อำนวยการเอฟบีไอเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม โดย โคมีย์ อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและทีมหาเสียงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี 2016 ของทรัมป์
       
       "ในฐานะประธานาธิบดี ผมต้องการแบ่งปันข้อมูลกับรัสเซีย (ณ การหารืออย่างเปิดเผยที่ทำเนียบขาว) ซึ่งผมมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ที่จะแชร์ข้อมูลด้านก่อการร้ายและความปลอดภัยด้านการบินของสายการบิน" ทรัมป์ระบุในทวิตเตอร์ "ด้วยเหตุผลต่างๆด้านมนุษยธรรม ประกอบกับผมต้องการใให้รัสเซียยกระดับต่อสู้กับไอเอสและก่อการร้ายมากยิ่งขึ้น"
       
       ประธานาธิบดีสหรัฐฯรายนี้ได้เขียนลงบนทวิตเตอร์ในเวลาต่อมา โดยพุ่งเป้าไปที่พวกปล่อยข้อมูลรั่วไหลภายในประชาคมข่าวกรอง ซึ่งมักเล็งเป้าเล่นงานรัฐบาลอายุไม่กี่เดือนของเขาบ่อยครั้ง
       
       ทรัมป์ ออกมาตอบโต้คำครหาดังกล่าวเป็นการส่วนตัว หลังจากก่อนหน้านี้ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศ และ เอช.อาร์.แม็คมาสเตอร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เผยแพร่ถ้อยแถลงระบุว่าระหว่างพูดคุยกับรัสเซียนั้น ไม่ได้มีการสนทนากันเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล, วิธีการหรือปฏิบัติการทางทหารแต่อย่างใด โดย แม็คมาสเตอร์ บอกว่ารายงานข่าวในเบื้องต้นของวอชิงตันโพสต์ไม่เป็นจริงแม้แต่น้อย
       
       ด้านเครมลินก็ออกมาปกป้องทรัมป์เช่นกันในวันอังคาร16พ.ค.) โดยระบุว่ารายงานข่าวที่ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯรายนี้เผยแพร่ข้อมูลลับสุดยอดนั้น "เหลวไหลสิ้นดี"
       
       พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบอกกับรอยเตอร์ว่าแม้ประธานาธิบดีมีอำนาจเปิดเผยข้อมูลต่างๆตามที่ต้องการ ไม่เว้นกระทั่งข้อมูลลับสุดยอด แต่ในกรณีนี้เขาดำเนินการโดยไม่ได้ปรึกษากับพันธมิตรซึ่งเป็นผู้มอบข้อมูลดังกล่าว ซึ่งอาจกระทบกับข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองที่มีมาอย่างยาวนาน
       
       เหล่าพันธมิตรในนั้นรวมถึงออสเตรีย, นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น อ้างคำปฏิเสธของทำเนียบขาวและยืนยันว่าการแบ่งปันข้อมูลจะดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางส่วนแสดงความเห็นว่ารายงานข่าวนี้อาจกัดเซาะความไว้วางใจระหว่างพันธมิตร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17,05, 2017, 02:47:08 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
หน้า: [1] 2 3 ... 26   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: