GUN IN THAILAND
23,08, 2017, 06:58:35 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 31   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก #ภาค11  (อ่าน 8244 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
19,05, 2017, 04:15:43
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #30 เมื่อ: 19,05, 2017, 04:15:43 »

        เอเอฟพี - จีนและสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีความคืบหน้าในการผ่อนคลายความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ สื่อมวลชนแห่งรัฐรายงานในวันพฤหัสบดี(18พ.ค.) หลังเห็นพ้องในกรอบ "พึงปฏิบัติ" เพื่อปกป้องไม่ให้เกิดเหตุไม่พึงประสงค์ในน่านน้ำพิพาทดังกล่าว
       
       การแยิงชิงอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ ซึ่งเชื่อว่าอุดมไปด้วยทรัพยากรน้ำมันและแหล่งทับถมของก๊าซธรรมชาติ ที่มียาวนานหลายทศวรรษ ทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในจุดล่อแหลมทางทหารที่สุดของเอเชีย

      ประเด็นที่ได้ยินกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือจีนกำลังเดินหน้ายุทธศาสตร์สร้างเกาะเทียม ซึ่งสามารถสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางทหาร กระพือปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงจากผู้กล่าวอ้างชาติอื่นๆ เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ซึ่งโต้แย้งว่าพฤติกรรมของจีนคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือและการบินเหนือน่านน้ำที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง
       
       กรอบพึงปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งเห็นพ้องกันระหว่างการประชุมระหว่างเหล่าเจ้าหน้าที่ของอาเซียนและปักกิ่งที่มณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นการตระเตรียมสำหรับข้อสรุปสุดท้าย ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมในข้อตกลงยังไม่ปรากฏออกมา
       
       ร่างที่เอเอฟพีได้มา บรรยายกรอบข้อตกลงว่าเป็นการวางบรรทัดฐานเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของฝ่ายต่างๆและส่งเสริมความร่วมมือทางทะเลในทะเลจีนใต้ พร้อมระบุว่ามันไม่ช่เครื่องมือสำหรับแก้ไขข้อพิพาทด้านดินแดน
       
       การเจรจาเพื่อหาแนวปฏิบัติมีมานานกว่า 15 ปีแล้ว โดยสมาชิก 10 ชาติอาเซียนและจีนเคยบังคับใช้ ปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้(declaration of conduct) ในปี 2002 เพื่อยับยั้งการกระทำที่เป็นปรปักษ์ ด้วยทุกฝ่ายเห็นพ้องไม่ใช้การข่มขู่หรือบีบบังคับอ้างกรรมสิทธิ์
       
       อย่างไรก็ตาม จีน ปฏิเสธเปลี่ยนมันเป็นผลผูกพันทางกฎหมาย "ข้อพึงปฏิบัติ" ใขณะที่พวกเขากำลังดำเนินการสร้างเกาะเทียม
       
       จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้ ขณะที่ไต้หวันและชาติสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ ในนั้นประกอบด้วย ฟิลิปปินส์, บรูไน, มาเลเซียและ เวียดนาม ก็อ้างกรรมสิทธ์เหนือเขตแดนบางส่วนเช่นกัน
       
       ข้อพิพาทดังกล่าวก่อความแตกแยกอย่างรุนแรงภายในอาเซียน ซึ่งปกติแล้วมักยึดแนวทางบนพื้นฐานความเป็นเอกฉันท์
       
บันทึกการเข้า

 
19,05, 2017, 10:57:20
PanYaChon
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,011


« ตอบ #31 เมื่อ: 19,05, 2017, 10:57:20 »

ติดตามข่าวรายวันครับ
บันทึกการเข้า

ทำในสิ่งที่รักคืออิสระ รักในสิ่งที่ทำคือความสุข
19,05, 2017, 13:02:56
สิงห์สามแพร่ง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100% ..........แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น ............คือ "เนรคุณในหลวง"
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,976


จอหงวนติดดิน ตงฉินบ้านนอก


« ตอบ #32 เมื่อ: 19,05, 2017, 13:02:56 »

 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า    ตามมาด้วยคนครับ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
19,05, 2017, 15:57:02
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,146



« ตอบ #33 เมื่อ: 19,05, 2017, 15:57:02 »

 ธุจ้า ธุจ้า  ตามอ่านครับ ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
19,05, 2017, 18:12:19
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #34 เมื่อ: 19,05, 2017, 18:12:19 »

        เอเอฟพี - ญี่ปุ่นระบุในวันนี้ (19 พ.ค.) ว่า พวกเขาได้ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดกั้นหลังจากที่เรือของจีนแล่นเข้ามาในน่านน้ำพิพาทและปล่อยโดรนลำหนึ่ง เหตุการณ์ความตึงเครียดล่าสุดในข้อพิพาททางอาณาเขตที่ยืดเยื้อมานาน
       
       สองประเทศนี้กำลังมีข้อพิพาทกันเหนือหมู่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งในทะเลจีนตะวันออกที่ถูกบริหารโดยญี่ปุ่นในชื่อเซ็นกากุ แต่ก็ถูกอ้างสิทธิโดยจีนเช่นกันในชื่อเตี้ยวอี๋ว์
       
       โยชิฮิเดะ สุกะ หัวหน้าโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น บอกในการบรรยายสรุปประจำวันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (18) และญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงกล่าวหาว่าจีนโหมกระพือความตึงเครียดอยู่ฝ่ายเดียว
       
       ญี่ปุ่นส่งเครื่องบิน 4 ลำรวมถึงเครื่องบินขับไล่เอฟ-15 สองลำ และเครื่องบินระบบการควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ (AWACS) ไปยังน่านน้ำรอบหมู่เกาะดังกล่าว กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น ระบุ
บันทึกการเข้า

 
19,05, 2017, 18:17:26
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #35 เมื่อ: 19,05, 2017, 18:17:26 »

http://www.publicpostonline.net/14037

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยของอิสราเอล นายโยเอฟ กาแลนท์ (Yoav Galant) กล่าวเมื่อเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะลอบสังหารอัสซาด” เขากล่าวแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมแห่งหนึ่งนอกกรุงเยรูซาเล็ม นสพ. เดอะ ไทม์ ออฟ อิสราเอล (The Times of Israel) รายงาน

“ในมุมมองของผม เรากำลังข้ามเส้นแดง” อดีตหัวหน้ากองกำลังของอิสราเอลในภาคใต้กล่าวและว่า  “ในมุมมองของผม ถึงเวลาแล้วในการลอบสังหาร อัสซาด (ประธานาธิบดีซีเรีย) มันเป็นเรื่องง่ายในขณะนี้”

เขาชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ในประเทศซีเรียว่า “ที่ซึ่งพวกเขากำลังสังหารประชาชน โดยโจมตีด้วยอาวุธเคมี” เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะฆ่าผู้นำซีเรีย

รมต.กระทรวงการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยของอิสราเอลยืนยันว่า การลอบสังหารอัสซาดจะเป็นการ “ตัดหางของงู” หลังจากนั้น “เราสามารถมุ่งความสนใจไปที่หัวซึ่งอยู่ในกรุงเตหะรานได้”

เขายังกล่าวด้วยว่า อัสซาดและพันธมิตร “ฮิซบุลเลาะห์” ขบวนการต่อสู้ในเลบานอนที่อิสราเอลจัดเป็นกลุ่มก่อการร้ายนั้นเป็นภัยคุกคามต่อโลกมากเสียยิ่งกว่าไอซิสและกลุ่มก่อการร้ายซุนนีอื่นๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19,05, 2017, 18:19:34 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
19,05, 2017, 19:29:39
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #36 เมื่อ: 19,05, 2017, 19:29:39 »

19-05-60/16 : ปูตินกร้าว! ประกาศจับมือประเทศอิสลามเข้าเด็ดหัวกลุ่มก่อการร้ายในสิ้นซาก! หลังการประชุมโลกเศรษฐกิจ The Kazan Summit 2017 ที่มีการจัดประชุมวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์สำหรับรัสเซีย-โลกอิสลาม เป็นครั้งที่ 3 รัสเซีย-อิสลาม จัดเต็ม สุดโต่ง! สร้างโลกประชาธิปไตยที่ปราศจากการกดขี่ แบ่งแยก และใช้กำลังเผด็จการ!
-------------------------------------------------------------------------------
RONIN500(Admin Nidnoi) : ปูตินเสนอความร่วมมือของรัสเซียกับชาติอิสลามในการต่อสู้การก่อการร้าย

ในการกล่าวกับผู้เข้าประชุมโลกรัสเซีย-อิสลาม ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin สัญญาจะสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับประเทศอิสลามทั้งปวงที่กำลังต่อสู้กับการก่อการร้ายและพวกหัวรุนแรง

ปูตินกล่าวว่าเขามีความมั่นใจว่ารัสเซียกับประเทศอิสลามสามารถร่วมกับสร้างความเข้มแข็งให้กับความมั่นคงระหว่างประเทศ และสามารถสร้างโลกประชาธิปไตยที่ปราศจากการกดขี่ แบ่งแยก และใช้กำลังเผด็จการ

การประชุมทางเศรษฐกิจ The KazanSummit 2017 จัดที่เมือง Kazan ของรัสเซีย ก่อนหน้าการประชุมนี้ ได้มีการจัดประชุมวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์สำหรับรัสเซีย-โลกอิสลาม เป็นครั้งที่ 3 ที่ Grozny เมืองหลวงของ Chechen

https://www.rt.com/politics/388694-putin-offers-russian-cooperation-to/

หมีCNN

บันทึกการเข้า

 
19,05, 2017, 19:34:15
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #37 เมื่อ: 19,05, 2017, 19:34:15 »

มาเลเซียจะเป็น “ฐานแห่งใหม่ของไอซิสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” หลังบุคคลอันตราย 30 คนสวมรอยเป็นนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ..!

Parstoday –   สื่อมาเลเซียรายงานเมื่อวันพุธที่ 17 พฤษภาคม ว่า ผู้ก่อการร้ายหลายสิบคนหรือบุคคลอันตรายที่ไม่สามารถเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิสในประเทศซีเรียได้นั้น  ขณะนี้กำลังเดินบนท้องถนนในประเทศมาเลเซียอย่างเสรีในฐานะนักท่องเที่ยว

New Straits Times รายงานว่า   พวกเขาถูกจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตุรกีในเส้นทางที่จะเข้าไปยังซีเรียและขณะนี้กำลังอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย

เอกสารการเดินทางของพวกเขาระบุว่าพวกเขาเป็นนักท่องเที่ยว ตามรายงานเปิดเผยว่า ทางการตุรกีได้ยื่นข้อเสนอและแนะทางเลือกให้กับพวกเขา  30 คนดังกล่าวว่าจะกลับไปยังประเทศของตนหรือไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งพวกเขาทั้งหมดเลือกมาเลเซียเพราะมันเป็นประเทศมุสลิมและจากนั้นก็เดินทางเข้ามาในประเทศมาเลเซีย

New Straits Times รายงานว่า  บางประเทศที่คอยให้การสนับสนุนบุคคลอันตราย ซึ่งพวกเขาไม่ประสงค์จะใช้ชีวิตในประเทศของตน จึงได้จัดเตรียมเอกสารให้กับพวกเขาและจากนั้นใช้เอกสารดังกล่าวเดินทางไปประเทศมาเลเซียในฐานะนักท่องเที่ยว

ด้วยเหตุนี้มาเลเซียจึงกลายเป็นประเทศที่คอยให้การต้อนรับแขกผู้ก่อการร้ายต่างประเทศโดยที่ไม่รู้ตัว  หลังจากที่พวกเขาถูกขวางไม่ให้เข้าไปในซีเรียเพื่อร่วมต่อสู้เคียงข้างกลุ่มก่อการร้ายไอซิส

New Straits Times  รายงานเสริมว่า บุคคลเหล่านี้ส่วนมากจะเป็นบุคคลที่อันตรายมาก  เพราะก่อนหน้านี้ที่สนามบินหลายประเทศได้ทำการจับกุมตัวประเภทบุคคลที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติมาแล้ว

ถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมาเลเซีย ได้มีการเฝ้าระวังบุคคลอันตรายเหล่านี้มีแล้วจำนวน 28 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากดูไบ สิงคโปร์และอินโดนีเซีย ที่จะเดินทางต่อไปยังตุรกีและก็ถูกจับกุมดำเนินการ

แม้ว่าไม่มีการระบุสัญชาติบุคคลอันตรายทั้ง 30 คน ที่สวมรอยเป็นนักท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซียก็ตาม แต่เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่มากขึ้นของลัทธิวะฮาบีย์ในมาเลเซีย  ทำให้แวดวงการเมืองและหน่วยงานรักษาความปลอดภัยได้แจ้งเตือนถึงอิทธิพลและการแทรกซึมของบุคคลดังกล่าวในประเทศ

กลุ่มลัทธิวะฮาบีย์ ได้พยายามขยายสร้างโรงเรียนศาสนาและจุดเชื้อเพลิงแห่งความแตกแยกทางนิกายในประเทศมาเลเซียอย่างหนัก อีกทั้งกำลังพยายามที่จะให้ประเทศนี้เป็นฐานสำหรับปรากฏตัวของพวกเขา(สมุนก่อการร้าย)ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ถูกส่งเข้าไปในมาเลเซียในรูปแบบของนักท่องเที่ยว  ซึ่งเป็นกลยุทธ์ใหม่ของกลุ่มก่อการร้ายไอซิส ที่พยายามจะย้ายกองกำลังทหารของพวกเขาไปยังมาเลเซีย

บางแวดวงการเมืองในประเทศนี้เชื่อว่า รัฐบาลกัวลาลัมเปอร์ได้เปิดเวทีและสนามให้กับลัทธิวะฮาบีย์ตักฟีรีย์ และเอื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆสำหรับกิจกรรมและการเคลื่อนไหวของพวกเขาในประเทศมาเลเซียมากเกินไป  ทำให้เป็นการเปิดโอกาสให้กลายเป็นแหล่งชุมนุมของผู้ก่อการร้ายในประเทศ

นั่นคือเหตุผลที่หน่วยงานระดับความมั่นคงในภูมิภาค ได้ออกมาเตือน กรณีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการก่อตัวและจัดตั้งรัฐปกครองที่ถูกรู้จักในนาม รัฐอิสลามกำมะลอโดยผู้ก่อการร้ายไอซิสในจุดหนึ่งจุดใดของมาเลเซียหรือฟิลิปปินส์

นั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าหน้าที่มาเลเซียจึงมีการเชื่อมโยงกรณีการปรากฏตัวที่มีตัวเลขน่าเป็นห่วงของกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ในประเทศที่พวกเขาได้เบนเข็มขยายฐานใหม่ในภูมิภาคนี้หลังจากที่พ่ายแพ้และถูกโจมตีอย่างหนักในอิรักและซีเรีย

ฮิชาม มุดดีน ฮุเซ็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ประกาศเมื่อเร็ว ๆนี้ว่า สมาชิกชาติอาเซียน ได้ประการจุดยืนที่แข็งกร้าวในการดำเนินการกับไอซิส แต่ทว่าการปฏิบัติการทางทหารในอิรักและซีเรียทำให้สะท้อนเหตุการณ์เช่นนี้ในภูมิภาคนี้

ดังนั้นผู้ก่อการร้ายเหล่านี้จึงเดินทางมายังมาเลเซียเพื่อจัดตั้งสาขา เครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายไอซิส

จเรตำรวจมาเลเซีย กล่าวว่า บรรดาผู้ให้การสนับสนุนไอซิสในประเทศนี้ ถูกขนานนามว่า “หมาป่าที่โดดเดี่ยว” ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของมาเลเซีย

ด้วยเหตุนี้เจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเลเซียจึงขอความร่วมมือจากหน่วยสืบราชการลับกับประเทศในภูมิภาครวมทั้งฟิลิปปินส์ เพราะได้ตระหนักแล้วว่าหลังจากนี้ มาเลเซียอาจจะเป็นฐานหรือแหล่งชุมนุมและรวมพลของบรรดากลุ่มก่อการร้ายไอซิสในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ระดับภูมิภาคบางคนแนะว่า รัฐบาลมาเลเซีย ก่อนที่จะจัดการกับพวกหัวรุนแรงและผู้ก่อการร้ายในประเทศ  ลำดับแรกและขั้นตอนแรกที่ต้องเผชิญหน้าและกำจัดคือ ขุดรากรากเหง้าอุดมการณ์แห่งความคลั่งไคล้และการก่อการร้ายนั้นคือลัทธิวะฮาบีเสียก่อน เพื่อที่มาเลเซียจะต้องไม่กลายเป็นรังของกลุ่มก่อการร้ายไอซิส..

http://parstoday.com/fa/asia-i74912

http://www.irna.ir/fa/News/82532893/

http://www.abnewstoday.com/10609

AB News Today
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19,05, 2017, 19:36:21 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
20,05, 2017, 03:00:57
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #38 เมื่อ: 20,05, 2017, 03:00:57 »

ทรัมป์ส่อแววถูกถอดถอนตำแหน่ง หรืออาจถึงกับดับในขฯะที่ทั่วโลกจับตาความวุ่นวายในสหรัฐอเมริกา

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=_ZrzZ9YSX-0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=_ZrzZ9YSX-0</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WzOE5XbaFN0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WzOE5XbaFN0</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20,05, 2017, 03:09:01 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
20,05, 2017, 07:15:58
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,146



« ตอบ #39 เมื่อ: 20,05, 2017, 07:15:58 »

 เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก  ไม่เป็นมิตรกับสือ  ก็เหนือยหน่อย  เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก      ธุจ้า ธุจ้า  ตามอ่านครับท่าน ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
20,05, 2017, 09:07:25
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #40 เมื่อ: 20,05, 2017, 09:07:25 »

... “รัสเซีย จีน กำลังพัฒนาอาวุธทำลายดาวเทียมไล่ตามอเมริกา”

... ในสงครามระหว่างทั้งสองขั้วนั้น ทำการแข่งขันกันทั้ง บนดิน บนตลาดหุ้น บนตลาดทองคำ ตลาดการเงิน ทั้งการทหาร และ บนอวกาศ

... ตอนนี้ “รัสเซียและจีน” กำลังไล่พัฒนาเทคโนโลยีด้าน “การก่อกวนและทำลายดาวเทียม” ของอเมริกามาติดๆ เช่นระบบก่อกวนเรด้าร์ ดาวเทียม (  Radar Jammer ) , ระบบทำลายความสามารถเรด้าร์หรือดาวเทียม

... โดยเฉพาะทางการทหารนั้น เรียกว่า “ASAT” หรือ  Anti-satellite weapons (ASAT)
ที่เป็นอาวุธใช้สำหรับการทำลายความสามารถและทำลายดาวเทียวโดยเฉพาะทางการทหารของศัตรู แม้ว่าในฉากหน้าม่านทั้งหมดจะออกมาบอกว่าจะต้องควบคุมเรื่องอาวุธเหล่านี้ แต่ความจริงหลังเวทีทั้งสองฝ่ายต่างสะสมและพัฒนาอาวุธของตนอย่างหนักและต่อเนื่องมาตลอด

... รวมทั้งพัฒนาระบบก่อกวนและแทรกแซงความสามารถของระบบ SAR หรือ Synthetic aperture radar  ที่มีศักยภาพสูงมาก ระบบ SAR นี้คือระบบการส่งคลื่นเรด้าร์จากฐานประจำการ หรือจากเครื่องบิน จากยาน สถานีอวกาศก็ได้ โดยเรด้าร์จะสามารถประมวลผลแล้วสร้างภาพสองหรือสามมิติจากการตรวจภูมิประเทศของเป้าหมายนั้นๆได้อย่างแม่นยำ ( เป็นสาเหตุว่าทำไม “จีน” ไม่พอใจที่ “อเมริกา” มาตั้งระบบ THAAD ในเกาหลีใต้เพราะว่าจะสามารถรู้ได้หมดว่าภูมิประเทศ ตึกรามบ้านช่องของ “จีนและรัสเซีย” เป็นแบบไหน ซึ่งทางจีนและรัสเซียเองต้องตั้งรับอย่างรู้เท่าทันโดยการพัฒนาระบบป้องกันหรือก่อกวนเรด้าร์ SARเหล่านั้นให้ได้

... หรือมากกว่านั้น ทั้งสองก็กำลังพัฒนาระบบป้องกันแบบ “ทำลายดาวเทียม” เลย เพราะอเมริกาเองก็มีการพัฒนายิงดาวเทียมทางการทหารของฝ่ายตรงข้ามมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ตั้งแต่ยิงจากพื้นธรรมดา จนตอนนี้สามารถยิงจากเครื่องบินแล้ว ที่เครื่องบินนั้นต้องบินได้ในระดับที่สูงมากกว่าเครื่องบินปรกติ

... “A Russian official also acknowledged development of an aircraft-launched missile capable of destroying satellites in low-Earth orbit.”

... On the other side of the world, China is on the verge of fielding an operational anti-satellite weapon. Meanwhile, both great powers are working on developing directed energy weapons to counter American satellites.

... โดย “รัสเซีย”  เองก็ยอมรับว่ากำลังพัฒนาระบบการยิงทำลายดาวเทียมจากเครื่องบนใส่ดาวเทียมที่โคจรในระดับต่ำอยู่เช่นเดียวกัน

... คาดการว่าสงครามใหญ่ครั้งต่อไป จะทำให้โลกมืดและตัดขาดติดต่อกันไม่ได้ เพราะว่าทั้งดาวเทียมทหารและการค้าอาจจะถูกก่อกวนทำลาย ทำให้ตัดขาดจากกัน โดยฝีมือของทั้งสองฝั่ง อะไรที่ทันสมัยมากๆที่เชื่อมกับระบบดาวเทียมก็จะอัมพาตตามไปด้วย  และถ้าท่านไหนคิดว่าบ้านเราประเทศเราไม่ได้เป็นสมรภูมิสงครามไม่เกี่ยวข้อง คงไม่เป็นอะไร ใครจะสู้รบกันยังไงก็ช่างเขา เราไม่สนใจ เรายังสามารถนอนกระดิกพุงดูละครหลังข่าวได้สบายเหมือนเดิม ท่านน่าจะคิดผิดแล้ว

http://russia-insider.com/en/military/how-russia-and-china-would-wage-war-against-america-kill-satellites/ri19874
https://en.wikipedia.org/wiki/Anti-satellite_weapon
https://en.wikipedia.org/wiki/Jammer

Jeerachart Jongsomchai
บันทึกการเข้า

 
21,05, 2017, 02:10:57
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #41 เมื่อ: 21,05, 2017, 02:10:57 »

รัสเซียออกหน้าปกป้องเกาหลีเหนือ เตือนสหรัฐหยุดยั่วยุ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=2YHrBXKo0c4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=2YHrBXKo0c4</a>
บันทึกการเข้า

 
21,05, 2017, 05:31:12
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #42 เมื่อ: 21,05, 2017, 05:31:12 »

... “จาก One Belt One Road ถึง ส่วนต่อขยายสาย CPEC เชื่อมจีนกับปากีสถาน แต่ทำให้อินเดียขุ่นเคืองใจ”

... ผ่านไปแล้วสำหรับการเปิดตัว New World Order ภาคภาษาจีน ที่มี “จีน” เป็นผู้เขียนบทและกำกับการแสดง ที่มีผู้ได้ประโยชน์มากมายในโครงการนี้เข้าร่วมด้วย ผู้นำและตัวแทนกว่า 29 ประเทศเข้าร่วมการประชุมนี้ ที่จะทำให้ “อเมริกา” ถูกตัดขาดจากการเชื่อมร้อยเข้าหากันของ AsiaEurope” “เอเชียและยุโรป” ( พยายามหลีกเลี่ยงคำที่มาจากจิตใต้สำนึกของคนยุโรปที่มักจะเอานำหน้าเสมอว่า “ยูเรเซีย”  ) ขณะที่ “อเมริกา” เองกลับเลือกนโยบายปิดป้องตัวเอง Protectionism ทั้งออกจาก TPP และพยายามไม่เล่นบทผู้นำในการหาพวกเข้ามารวมกลุ่มการค้าเสรี และไม่ใช้กลุ่ม TPP นี้คานอำนาจการขยายตัวของอิทธิพลจีนในเอเชียแปซิฟิค ยิ่งทำให้ One Belt One Road หรือ OBOR ของจีนนั้นยิ่งขลังกว่าเดิม คนมาแห่ชมตลาดปักกิ่งมากขึ้น

... แต่ก็มีหลายประเทศที่นักวิเคราะห์มองว่าแอบตาเขียวหรือไม่กล้าเข้ามา เช่น “อินเดีย” และ “ญี่ปุ่น”

... ญี่ปุ่นนั้น ต้องเดินตามนโยบายที่ลูกพี่ใหญ่เขียนเอาไว้ให้ ออกตัวแรงไม่ได้ จึงไม่ได้เข้าร่วมในโครงการนี้ ส่วนกรณี “อินเดีย” นั้นน่าสนใจมากว่าจะออกทางไหน

... เพราะว่าในมุมมองของจีนนั้น ทางสายไหมใหม่ OBOR นั้น จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ “จีน” สามารถเชื่อมด้านตะวันตกของจีน อย่าง ซินเจียง เข้ากับเอเชียใต้ เพื่อหาทางทำเส้นทางออกทะเลทางมหาสมุทรอินเดียให้ได้เพื่อจะสามารถขนส่งสินค้า พลังงาน น้ำมันแก๊สผ่านมหาสมุนทรอินเดียจากตะวันออกกลาง อาฟริกา หรืออิหร่าน ผ่านทางเมือง Gwadar ของ “ปากีสถาน” ได้ นี่คือหัวใจหลักอีกแห่ง จิ๊กซอร์ตัวสำคัญทางเอเชียใต้ของจีน

... โครงการ CPEC หรือ China–Pakistan Economic Corridor ที่เชื่อมระหว่าง “จีน” กับ “ปากีสถาน” นั้น มีการเจรจาพูดคุยกันมานานแล้ว แต่เพิ่งจะริเริ่มเดินหน้าเมื่อปี 2015 และมีการเปิดใช้บางส่วนได้เมื่อปลายปี 2016 วันที่ 13 เดือน พฤศจิกายนที่ผ่านนี้เอง และ โครงการนี้จะไม่ได้มีเฉพาะเรื่องหลักอย่างการสร้างสาธารณูปโภคทั้งทางระบบราง ทางด่วน ทางเชื่อมทางบกเท่านั้นที่เป็นระบบเครือข่ายที่ทันสมัย เช่น "ท่อส่งแก๊สน้ำมัน" ทางมอเตอร์เวย์ เชื่อมจาก การาจีกับลาฮอร์ หรือ ทางรถไฟเชื่อมคนและการท่องเที่ยวระหว่าง การาจีกับปาชาวาร์ เท่านั้น แต่ยังได้มีโครงการพัฒนาด้านพลังงานร่วมกัน และจะเปิดเขตเศรษฐกิจในปากีสถานขนาดใหญ่ด้วย ( ลองนึกภาพโครงการมาบตาพุต หรือ ทะวาย จะไปเปิดที่เมืองท่า Gwadar หรือใกล้เคียงของปากีสถาน ) และโครงการนี้ จะเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนเศรษฐกิจโฉมหน้าของปากีสถานไปมาก

... “มีปัญหากับอินเดีย”

.. แต่ว่า “อินเดีย” แสดงความเป็นห่วงเพราะว่ามีบางเส้นทางนั้นต้องผ่านดินแดนพิพาทระหว่างอินเดีย กับปากีสถานด้วย เช่นในแคชเมียร์ ที่ถ้าจีนไม่สนใจเรื่องนี้ ก็แปลว่าจีนยอมรับในอำนาจอธิปไตยของปากีสถานเหนือดินแดนดังกล่าวโดยปริยาย ซึ่งอินเดียยอมรับไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นนักวิเคราะห์ บอกว่าการที่อินเดียอาจจะไม่เชื่อมโครงการนี้ CPEC ที่เป็นเหมือนโครงการลูกของ OBOR นั้น โดยเชื่อมโครงการ NSTC ของตนที่เชื่อมกับรัสเซีย อิหร่านกับเมืองทางตะวันตกของอินเดีย และสามารถเชื่อมกับเมือง Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเชื่อมไป “จีน” ได้นั้น ก็เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ( ซึ่งชาติตะวันตกก็พอใจ เพราะว่าถ้า จีน อินเดีย เชื่อมกันผ่านปากีสถานได้ การค้าของทั้งสองชาติที่มีประชากรมากที่สุดของโลกจะทำให้การค้าและเศรษฐกิจในเอเชียพุ่งพรวดมากกว่าเดิม

... ส่วน “จีน” นั้นหวังว่าจะใช้ทางเชื่อม CPEC นี้เชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดีย ที่ต้องซื้อพลังงานและขนถ่ายน้ำมันติอต่อกับตะวันออกกลาง อิหร่าน อาฟริกาได้นั้น โดยไม่ต้องอ้อมผ่านทะเลจีนใต้และช่องแคบมะละกาที่ “อเมริกา” เอาเรือมาป่วนและสร้างความขัดแย้งให้วุ่นวาย และทางนั้น ( ก็เหมือนถนนสุขุมวิท ที่เป็นเส้นทางหลัก ) ผู้คนหนาแน่นอยู่แล้ว จีนจึงพยายามหาเส้นทางใหม่ๆที่สั้นกระชับลง

... โครงการ EPEC ที่มีมูล่าประมาณ 54,000 ล้านดอลล่าร์นั้น นอกจากจะทำให้ “จีน” สนิทแนบกับ “ปากีสถาน” มากขึ้นแล้ว ยังจะทำให้อิทธิพลของจีนในเอเชียใต้มากขึ้นอีกด้วย เพราะจีนจะให้ปากีสถานกู้มาลงทุนในโครงการนี้อีกมากมาย ต้องพึ่งพาจีนมากขึ้น เหมือนที่เมื่อปี 2015 ที่ลุงสีจิ้นผิงเดินทางมาเยือนปากีสถานและหยอดคำหวานเรียกผู้นำปากีสถานว่าเหมือนจีนกับปากีสถานก็เหมือนพี่ชายน้องชายกัน

... During the state visit of Xi Jinping to Pakistan in April 2015, he wrote in an open editorial stating: "This will be my first trip to Pakistan, but I feel as if I am going to visit the home of my own brother." On 20 April 2015,

... ดังนั้น “ปากีสถาน” จึงเป็นเหมือนตัวละคร ขุนศึกกระบี่ไวปานสายลมที่สำคัญของจีนในการทำให้โครงการ One Belt One Road หรือทางสายไหมใหม่สมบูรณ์จึงต้องมีโครงการ CPEC ที่ต้องตัดสินใจแลกกับความหมางใจของเพื่อนสมาชิกกลุ่มบริกส์ด้วยกันเอง อย่าง “อินเดีย” ด้วยก็ตาม แต่ถ้าจีนหาทางต่อรองเจรจามาให้อินเดียเชื่อมกับจีนโดยผ่านปากีสถานได้นั้น เอเชียจะเปลี่ยนโฉมไปมากและรวดเร็วทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของพญามังกรอย่างที่สุด

https://en.wikipedia.org/wiki/China–Pakistan_Economic_Corridor
http://edition.cnn.com/2017/05/13/asia/china-belt-and-road-forum-xi-putin-erdogan/
http://www.rediff.com/news/column/who-benefits-from-the-sino-pakistan-corridor/20170510.htm
https://www.dawn.com/news/1177109

Jeerachart Jongsomchai
บันทึกการเข้า

 
21,05, 2017, 20:04:45
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #43 เมื่อ: 21,05, 2017, 20:04:45 »

นักบาสเก็ตบอล NBA สัญชาติตุรกี Enes Kanter ถูกรัฐบาลตัวเองระงับพาสปอร์ต หลังวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำตุรกีว่าเป็นเผด็จการและเป็นฮิตเล่อร์ของยุคนี้ ทำให้เกิดปัญหาต่อการเดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกา. คุ้นๆว่าประเทศไทยเราก็เคยมีอดีตผู้นำเผด็จการในคราบประชาธิปไตย ที่ถนัดสร้างวาทะกรรมผ่านสื่อให้ตัวเองดูเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ทั้งๆที่จริงแล้วเกือบจะนำพาประเทศไปไทยสู่หุบเหวของมหาวิกฤติหลายต่อหลายครั้งถ้าไม่มีบุคคลต่างๆออกมายับยั้งคัดค้านความคิดบ้องตื้นต่างๆ จนผู้ที่ออกมาต่อต้านหลายคนถูกปิดกั้นช่องทางแสดงความเห็นหรือกลั่นแกล้งด้วยวิธีต่างๆ หลายๆคนจึงกล่าวว่าอดีตผู้นำคนนี้คล้ายๆกับฮิตเล่อร์

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=s-GfRMvMQaY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=s-GfRMvMQaY</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21,05, 2017, 20:13:10 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
21,05, 2017, 20:23:08
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,414



« ตอบ #44 เมื่อ: 21,05, 2017, 20:23:08 »

ด่วน
จีน-รัสเซียตกลงขยายเส้นทางสายไหมทางบกแนวตะวันตก-ตะวันออกไปถึงภาคตะวันออกของรัสเซียที่วลาดิวอสต๊อก
ด้วยเงินลงทุน100,000ล้านหยวน
ขณะนี้มี68ประเทศบนแผ่นดินใหญ่ของโลกเข้าร่วมโครงการเส้นทางสายไหม
มีวงเงินลงทุนกว่า40ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
แต่ละประเทศจะวางโครงการเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมบนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกัน
ไทยเราจะตกขบวนรถนี้หรือไม่
อยู่ที่โครงการรถไฟเชื่อมกับลาวที่เวียงจันทร์และเชื่อมมาเลย์-สิงค์โปร์-บรูไน-อินโด ที่กำลังเตะถ่วงกันแบบสุดลิ่มทิ่มประตูมา28เดือนแล้ว

-------------------------

ถ้าโครงการรถไฟ(รางมาตรฐาน)ไทยจีนไม่ได้สร้าง
จะส่งผลให้โครงการรถไฟ
จีน-มาเลย์-บรูไน -สิงค์โปร์-อินโด เชื่อมกับเส้นทางสายไหมทางบกไม่ได้ด้วย
เพราะต้องเชื่อมกับไทยที่สุไหง
โกล๊ก
โครงการรถไฟเป็นกระดูกสันหลังของโครงการเส้นทางสายไหมทางบกที่เชื่อมตั้งแต่อังกฤษด้านตะวันตกมาจนถึงเกาหลีทางด้านตะวันออก
เส้นทางที่เชื่อมกับอาเซี่ยนมี3เส้นทางคือ
1คุนมิง-พม่า
2คุนมิง-เวียตนาม-กัมพูชา
3คุนมิง-ลาว(ถึงเวียงจันทร์)-ไทย(จากเวียงจันทร์-หนองคาย-โคราช-กรุงเทพ-สุไหงโกล๊ก-มาเลย์-สิงค์โปร์-บรูำร-อินโด)
ถ้าสายพม่า เวียตนาม ลาวเสร็จก่อนเรา(อีก2-3ปีเสร็จหมด)
สินค้าจากพม่า ลาว เวียตนาม เขมรไปจีน รัสเซีย อินเดีย ยุโรป ตะวันออกกลาง จะได้เปรียบเรา
ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมของเราคงเจ๊งบ๊ง
โครงการรถไฟของไทยที่จะเชื่อมกับเขาลงนาม19มกรา57ผ่านมา28เดือนยังไม่ไปไหน
ในปี59มีข่าวว่าจะสร้างเดือนนี้เดือนนั้นสามหน
กระทั่วมีข่าวเรื่องวางศิลาฤกษ์ มีแต่ข่าวเรื่อยๆ แต่ยังไม่ตกลงรายละเอียด
วันนี้ก็ว่าจะเริ่มสร้างในปีนี้
แว่วว่ากำลังเจรจาเป็นรถไฟความเร็วสูงซึ่งต้องทำสัญญากันใหม่
ถ้าข่าวนี้จริง สัญญาใหม่ต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดคือต้องแสดงที่มาของเงินลงทุน ต้องแสดงรายได้รายจ่ายและผลกำไรของโครงการ
ก็สร้างไม่ได้ซีครับ
กระบวนท่านี้ร้ายกาจจริงๆ เปื่อยยิ่งกว่าตุ๋นด้วยกะทะเยอะเลย

Paisal Puechmonkol

อันนั้ส่วนตัวผมมองว่าเป็นดาบสองคม
การที่ไทยทำรางรถไฟเชื่อมจีน มองในแง่เศรษฐกิจก็เป็นเรื่องดีที่เราจะได้เชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด

แต่มองในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์เราประเทศเล็ก เวลาเขาค่อยๆเขยิบมากลืนขาติผ่านการขนส่บที่สะดวกรวดเร็ว มันก็ง่ายเพราะคนเขาเยอะ เงินเขาตัวใหญ่กว่า และเขามีความพยายามแถมขยันกว่า การกลืนชาติผ่านระบบขนส่งที่รวดเร็ว จะมีประสิทธิภาพ อีกหน่อยถ้ามีรางรถไฟเชื่อมถึงกัน. ที่คนบ้านเราเคยอยู่กันสบายๆ ทรัพยากรณ์อุดมสมบูรณ์ คงจะไม่มีอีกแล้ว ดูง่ายๆสี่ปีที่แล้วกับปีนี้ ราคาสินค้าเกษตรแพงขึ้นมาระยับ โดยเฉพาะมะพร้าว ทุเรียน มังคุด เพียงแค่รองรับนักท่องเที่ยวจีน คนไทยหลายคนแทบจะซื้อกินไม่ไหว ข้างราดแดงเนื้อทุกวันนี้แทบจะหาไม่เจอ เพราะวัวโตไม่ทันคนกิน แรงงานต่างชาติที่ขยันและหัดพูดหลายภาษาก็มีมากขึ้น คงต้องคิดกันให้รอบคอบว่าเราจะเดินไปทิศไหน  ระหว่างความเจริญที่ต้องแลกกับความตื่นตัวขยันขันแข็งมากขึ้น หรือจะอยู่แบบอนุรักษณ์บรรยากาศเดิมๆ อยู่แบบพอเพียง แล้วอยู่กันสบายๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21,05, 2017, 20:42:26 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 31   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: