GUN IN THAILAND
16,08, 2017, 21:38:24 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 15   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความคืบหน้ากรณีลุงวิศวะครับ!!!!!!!!!!!!!!!!  (อ่าน 4757 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
19,06, 2017, 22:21:32
chubbyops
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 326



« ตอบ #90 เมื่อ: 19,06, 2017, 22:21:32 »

จริงๆผมคิดว่า ทางลุงเป็นประเภท มีปืนแล้วใจใหญ่นะครับ แล้วไปทางยั่วยุด้วย จริงอย่างที่ว่า ถ้าไม่มีคลิปแรกนี้ อะไรๆคงเปลี่ยนไปเข้าทางลุงแกอีกเยอะ

ผมเองก็ยอมรับว่าเป็นคนใจใหญ่เวลามีปืนไปด้วย(ปกติจะติดไปเฉพาะต้องไปต่างจังหวัดหรือเข้าสวน) คือไม่กลัวหากมีโจรผู้ร้ายจะเข้ามาทำร้าย แต่คงไม่ไปพูดจายั่วยุหรือหาเรื่องใคร เพราะนิสัยไม่ใช่แบบนั้น . แฟนผมเอง เป็นคนกลัวปืน แต่พอต้องไปต่างจังหวัดกับผม ผ่านทางเปลี่ยวมืดๆดึกๆ กลับถามทุกครั้งว่า เอาปืนมาด้วยใช่มั้ย สบายใจละ กลัวเจอโจรดักปล้น ฯลฯ  เป็นอย่างนั้นไป  ยิ้มยิงฟัน

แต่ผมเองอยากทราบสักนิดครับ ว่าตัวอย่างเหตุแบบลุงนี้ หากเข้าข่ายสมัครใจวิวาท เหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ ควรจะต้องมีระยะห่างของเวลาสักเท่าใด จึงจะถือว่าการยั่วยุในเหตุการณ์แรก ได้จบสิ้นไปแล้วครับ (เช่นเคยอ่านเจอว่า มีการยั่วยุกันในร้านเหล้า ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แยกย้ายกันไป โจทก์กลับบ้านไปแล้ว จำเลยยังตามไปหาเรื่องพร้อมอาวุธมีด  โดนโจทก์ยิงถึงแก่ความตาย เท่าที่จำได้คือศาลยกฟ้องเป็นป้องกันตัว เหตุการณ์แรกได้จบสิ้นไปแล้ว ประมาณนี้นะครับ)
บันทึกการเข้า
19,06, 2017, 22:43:01
scout21231
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 28



« ตอบ #91 เมื่อ: 19,06, 2017, 22:43:01 »

น่าเห็นใจ ครับ
บันทึกการเข้า

ลิ้งค์ ทางร้าน ครับ  http://2013.gun.in.th/index.php?topic=86344.0
19,06, 2017, 22:52:50
บังเอก ปรีดิ์เปรม
ชีวิต...นี้เพื่อ..มนัส..ปรีดิ์เปรม...และ..ลูกอินทร์..
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,939


ทับสะเเกเมืองน่าอยู่....


« ตอบ #92 เมื่อ: 19,06, 2017, 22:52:50 »

ข้อความนี้ ขัดเหตุผล ครับ เพราะจะไม่เกิดขึ้นจริงตามที่ถาม
คนจะมีเหตุให้ต้องทำร้ายกัน ต้องมีการทะเลาะกันจนถึงขนาดก่อการวิวาท

แต่ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายมีปืน สำนึกของอีกฝ่าย คือความกลัวตาย ยากนักที่มนุษย์จะกล้าสวน สู้กับปืน
นี่อาจเป็นข้อเท็จจริง ที่ใช้ในการพิจารณาด้วย  เพราะถือว่าอาวุธปืน คิออาวุธร้ายแรงที่สุด
ที่อ้าง ว่าเก่ง กล้าสวนควันปืนนั้น ขี้ไม้ทั้งนั้น  

ใครจะเชื่อหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่ถ้าทำตามอย่างที่ผมจัดการกับ คนที่กร่างมาหลายราย พอเห็นปืน ก็ง่อยกินทุกราย
ไม่เห็นว่าที่เมากร่างนั้น จะดุร้าย ขึ้นมาเลย.. เสียงปืน คืออำนาจพร้อมจะฆ่า  จะกำหราบ พวกมีด ไม้ มือเปล่าได้หมด

แต่ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายมีปืน อย่าทำอย่างที่บอกนะครับ .. ท่านจะต้องรีบหาที่ีกำบัง ก่อนเป็นดี. ยิ้มเด้ง
.....ชัดเจน..คือ..เรื่องจริง.... ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า

ข้ายังเป็นผู้เรียนรู้..หาความรู้...ยังไม่ใช่ผู้รู้...จึงไม่อวดรู้..และ อย่าอวดรู้...มีอะไรในโลกที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิดมากมาย..
19,06, 2017, 22:56:38
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14,498


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #93 เมื่อ: 19,06, 2017, 22:56:38 »

จริงๆผมคิดว่า ทางลุงเป็นประเภท มีปืนแล้วใจใหญ่นะครับ แล้วไปทางยั่วยุด้วย จริงอย่างที่ว่า ถ้าไม่มีคลิปแรกนี้ อะไรๆคงเปลี่ยนไปเข้าทางลุงแกอีกเยอะ

ผมเองก็ยอมรับว่าเป็นคนใจใหญ่เวลามีปืนไปด้วย(ปกติจะติดไปเฉพาะต้องไปต่างจังหวัดหรือเข้าสวน) คือไม่กลัวหากมีโจรผู้ร้ายจะเข้ามาทำร้าย แต่คงไม่ไปพูดจายั่วยุหรือหาเรื่องใคร เพราะนิสัยไม่ใช่แบบนั้น . แฟนผมเอง เป็นคนกลัวปืน แต่พอต้องไปต่างจังหวัดกับผม ผ่านทางเปลี่ยวมืดๆดึกๆ กลับถามทุกครั้งว่า เอาปืนมาด้วยใช่มั้ย สบายใจละ กลัวเจอโจรดักปล้น ฯลฯ  เป็นอย่างนั้นไป  ยิ้มยิงฟัน

แต่ผมเองอยากทราบสักนิดครับ ว่าตัวอย่างเหตุแบบลุงนี้ หากเข้าข่ายสมัครใจวิวาท เหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ ควรจะต้องมีระยะห่างของเวลาสักเท่าใด จึงจะถือว่าการยั่วยุในเหตุการณ์แรก ได้จบสิ้นไปแล้วครับ (เช่นเคยอ่านเจอว่า มีการยั่วยุกันในร้านเหล้า ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แยกย้ายกันไป โจทก์กลับบ้านไปแล้ว จำเลยยังตามไปหาเรื่องพร้อมอาวุธมีด  โดนโจทก์ยิงถึงแก่ความตาย เท่าที่จำได้คือศาลยกฟ้องเป็นป้องกันตัว เหตุการณ์แรกได้จบสิ้นไปแล้ว ประมาณนี้นะครับ)

หากยังต่อเนื่อง ไม่ขาดด้วยเวลานาน ที่จะไปเตรียมการมาเอาคืน หรือห่างด้วยระยะทาง ก็ยังถือว่า เป็นเหตุการณ์ ต่อเนื่องกันอยู่
แต่ห่างด้วยระยะทางที่แยกย้ายกันไป และเหตุการณ์ เดิมที่เคยวิวาทกัน จบไปแล้ว ต่างแยกย้ายกันไป ก็ไม่ต่อเนื่องแล้วครับ

กรณี ตามแถบสีแดง เป็นคำพิพากษาฎีกา ที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ครับ แต่สลับกันครับ โจทก์ ต้องเปลี่ยนจำเลย จำเลยต้องเปลี่ยนผู้ตาย
เหตุการณ์ไม่ต่อเนื่อง ขาดตอนไปแล้ว แต่ผู้ตาย กลับเตรียมการณ์พกมีดจะไปเอาคืนถึงบ้านจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิ์ ป้องกันตัว  เหตุวิวาท ก่อนหน้าขาดตอนไปแล้ว  จำเลยจึงอ้างป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ ได้ครับ.


บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

"เศษหินบนทางเดิน อาจทิ่มพื้นรองเท้าได้ ถ้าไม่อยากเจ็บเท้า ก็ควรต้องก้าวข้ามมันไปซะ"

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
19,06, 2017, 23:09:45
Kunladej Thiravech
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 237



« ตอบ #94 เมื่อ: 19,06, 2017, 23:09:45 »

มองในมุมของประชาชนทั่วๆไปของผมก็คือสามัญชนไม่มีสิทธิที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองเลย
ประชาชนทั่วไปมีสิทธิปกป้องตัวเอง  แต่ไม่ใช่ไปสมัครใจวิวาทแล้วอ้างป้องกัน หรือเป็นฝ่ายไปยั่วยุเขา พอเขามาก็ยิงเขาตายแล้วอ้างป้องกันครับ

อีกฝ่ายมาจำนวนมากกว่า โดนขับรถตามมา โดนเดินมาเปิดประตูทำร้ายก็ห้ามตอบโต้
ที่เขามาเพราะไปยั่วยุเขาก่อน  มันยังมีทางเลี่ยงหรือวิธีแก้ปัญหาอื่นอีกเยอะแยะ ถ้าล็อคประตูเขาปิดกระจกเขาจะทำอะไรได้ไหม ? ถ้าไม่ไปบีบแตรยาวด่าบุพการีเขาแบบนั้นเขาจะขับรถตามมาไหม ? กฎหมายคุ้มครองเฉพาะผู้สุจริตครับ  คนหัวหมอหาช่องว่างกฎหมายเอาเปรียบคนอื่นมันมีเยอะ  เรื่องแบบนี้นักกฎหมายเขาคิดกันมาหมดแล้วครับ 

แม้ท้ายที่สุดจะจบลงที่ไม่มีความผิดแต่ก็ต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล เสียเงินจ้างทนาย เสียสุขภาพจิตกลัวโดนทำร้าย
เสียเวลาขึ้นศาล เสียเงินจ้างทนาย เสียสุขภาพจิตกลัวโดนโจทก์ทำร้าย... เทียบกับพ่อแม่เด็กที่ต้องเห็นลูกตาย ต้องไปนั่งฟังพระสวดศพลูกตัวเอง ผมว่ากรณีหลังหนักกว่านะ

ในมุมมองของคนมีความรู้กฏหมายก็มองแต่ว่านี่คือการทำความผิด แต่กระบวนการทั้งหมดทั้งมวลนั้นไม่ได้ทำให้สังคมรู้สึกปลอดภัยในการอยู่ภายใต้กฏหมายนี้เลย........... งง
กฎหมายมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังโดยละเอียด(ไม่ศึกษาก็คงไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่ลองพยายามดูหน่อยก็ดี)  การปล่อยให้คนควบคุมอารมณ์ไม่ได้พกปืนพอหัวร้อนแล้วยิงใครก็ได้นี่สังคมปลอดภัยกว่าอย่างนั้นหรือ ?  ระหว่างเด็กห้าวที่ของขึ้นแล้ววิ่งไปต่อยลุง กับลุงที่ของขึ้นแล้วท้าชาวบ้านชวนตีแล้วเอาปืนไปยิงเขาตาย  คนไหนเป็นอันตรายต่อสังคมมากกว่ากัน  ลองคิดให้ดี ๆ ครับ

ลองดูง่ายๆว่าคนที่ลุงแกขอความช่วยเหลือไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่นักกฏหมายแต่กลับฝากความหวังไว้กับเจ๊แหม่มโพธ์ดำมากกว่าเจ้าหน้าที่ทางกฏหมาย......  ยิ้มเด้ง
ถ้าลุงบริสุทธิ์ใจจริงก็สู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม ทนายมี ศาลมี  ถ้าบริสุทธิ์จริงจะกลัวอะไร ?  ผมมองว่าการใช้กลไกอื่นนอกกระบวนการยุติธรรมนี่ขี้ขลาดนะ  ใช้กระแสสังคม/กระแสข่าวกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงานอัยการ  เดี๋ยวพอใกล้พิพากษาก็เล่นข่าวสร้างกระแสกดดันศาลอีก  บ้านเราทำแบบนี้กันบ่อย (เล่นนอกเกมส์ ใช้ไม่ได้ครับ) 
บันทึกการเข้า
19,06, 2017, 23:12:07
kaiju
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,391



« ตอบ #95 เมื่อ: 19,06, 2017, 23:12:07 »


หากยังต่อเนื่อง ไม่ขาดด้วยเวลานาน ที่จะไปเตรียมการมาเอาคืน หรือห่างด้วยระยะทาง ก็ยังถือว่า เป็นเหตุการณ์ ต่อเนื่องกันอยู่
แต่ห่างด้วยระยะทางที่แยกย้ายกันไป และเหตุการณ์ เดิมที่เคยวิวาทกัน จบไปแล้ว ต่างแยกย้ายกันไป ก็ไม่ต่อเนื่องแล้วครับ

กรณี ตามแถบสีแดง เป็นคำพิพากษาฎีกา ที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ครับ แต่สลับกันครับ โจทก์ ต้องเปลี่ยนจำเลย จำเลยต้องเปลี่ยนผู้ตาย
เหตุการณ์ไม่ต่อเนื่อง ขาดตอนไปแล้ว แต่ผู้ตาย กลับเตรียมการณ์พกมีดจะไปเอาคืนถึงบ้านจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิ์ ป้องกันตัว  เหตุวิวาท ก่อนหน้าขาดตอนไปแล้ว  จำเลยจึงอ้างป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ ได้ครับ.
[/size]



ยังมีประเด็นที่ผมสงสัยครับ อีกฝ่ายมีมีดอีกฝ่ายมีปืน ใช้ปืนยิงมีดตายทำไมถึงเข้้าป้องกันตัวเเหละครับน่าจะเข้าป้องกันตัเกินกว่าเหตุจนทำให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตายนะครับ ไม่ใช่ป้องกันตัวเเบบ ป อาญา 68 นั้นคือป้องกันตัวเเบบคนยิงไม่ต้องรับผิดใดๆเลยนะครับ อาวุธต่างอนุภาพกันยังไงก็ต้องโดนเกินกว่าเหตุเเน่นอนใช่หรือไม่ครับ หรือว่ามีตัวเเปรที่เพิ่มเข้ามาคือในบ้านของคนยิงเลยทำให้่ได้ความชอบธรรมมาเพิ่มอีก เข้า 68 ได้หรืออย่างไรครับ ??????????
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19,06, 2017, 23:14:54 โดย kaiju » บันทึกการเข้า
19,06, 2017, 23:25:12
Pornpotkrub
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 273


« ตอบ #96 เมื่อ: 19,06, 2017, 23:25:12 »

ได้ความรู้เยอะมากๆ ติดตามครับ จะเล่นปืนต้องศึกษา  ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
19,06, 2017, 23:30:01
IronSightMAN
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



« ตอบ #97 เมื่อ: 19,06, 2017, 23:30:01 »

ประเทืองปัญญายิ่งนักครับ ธุจ้า
บันทึกการเข้า
19,06, 2017, 23:41:22
chubbyops
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 326



« ตอบ #98 เมื่อ: 19,06, 2017, 23:41:22 »


หากยังต่อเนื่อง ไม่ขาดด้วยเวลานาน ที่จะไปเตรียมการมาเอาคืน หรือห่างด้วยระยะทาง ก็ยังถือว่า เป็นเหตุการณ์ ต่อเนื่องกันอยู่
แต่ห่างด้วยระยะทางที่แยกย้ายกันไป และเหตุการณ์ เดิมที่เคยวิวาทกัน จบไปแล้ว ต่างแยกย้ายกันไป ก็ไม่ต่อเนื่องแล้วครับ

กรณี ตามแถบสีแดง เป็นคำพิพากษาฎีกา ที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ครับ แต่สลับกันครับ โจทก์ ต้องเปลี่ยนจำเลย จำเลยต้องเปลี่ยนผู้ตาย
เหตุการณ์ไม่ต่อเนื่อง ขาดตอนไปแล้ว แต่ผู้ตาย กลับเตรียมการณ์พกมีดจะไปเอาคืนถึงบ้านจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิ์ ป้องกันตัว  เหตุวิวาท ก่อนหน้าขาดตอนไปแล้ว  จำเลยจึงอ้างป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ ได้ครับ.




ครับผม พิมพ์เพลินมึนๆ จำเลย-โจทก์ สลับกันครับ ขอบคุณครับที่ให้ความรู้  ธุจ้า
บันทึกการเข้า
20,06, 2017, 00:47:29
สุพจน์ รักในหลวง
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 813



« ตอบ #99 เมื่อ: 20,06, 2017, 00:47:29 »

ประชาชนทั่วไปมีสิทธิปกป้องตัวเอง  แต่ไม่ใช่ไปสมัครใจวิวาทแล้วอ้างป้องกัน หรือเป็นฝ่ายไปยั่วยุเขา พอเขามาก็ยิงเขาตายแล้วอ้างป้องกันครับ
ที่เขามาเพราะไปยั่วยุเขาก่อน  มันยังมีทางเลี่ยงหรือวิธีแก้ปัญหาอื่นอีกเยอะแยะ ถ้าล็อคประตูเขาปิดกระจกเขาจะทำอะไรได้ไหม ? ถ้าไม่ไปบีบแตรยาวด่าบุพการีเขาแบบนั้นเขาจะขับรถตามมาไหม ? กฎหมายคุ้มครองเฉพาะผู้สุจริตครับ  คนหัวหมอหาช่องว่างกฎหมายเอาเปรียบคนอื่นมันมีเยอะ  เรื่องแบบนี้นักกฎหมายเขาคิดกันมาหมดแล้วครับ 
เสียเวลาขึ้นศาล เสียเงินจ้างทนาย เสียสุขภาพจิตกลัวโดนโจทก์ทำร้าย... เทียบกับพ่อแม่เด็กที่ต้องเห็นลูกตาย ต้องไปนั่งฟังพระสวดศพลูกตัวเอง ผมว่ากรณีหลังหนักกว่านะ
กฎหมายมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังโดยละเอียด(ไม่ศึกษาก็คงไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่ลองพยายามดูหน่อยก็ดี)  การปล่อยให้คนควบคุมอารมณ์ไม่ได้พกปืนพอหัวร้อนแล้วยิงใครก็ได้นี่สังคมปลอดภัยกว่าอย่างนั้นหรือ ?  ระหว่างเด็กห้าวที่ของขึ้นแล้ววิ่งไปต่อยลุง กับลุงที่ของขึ้นแล้วท้าชาวบ้านชวนตีแล้วเอาปืนไปยิงเขาตาย  คนไหนเป็นอันตรายต่อสังคมมากกว่ากัน  ลองคิดให้ดี ๆ ครับ
ถ้าลุงบริสุทธิ์ใจจริงก็สู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม ทนายมี ศาลมี  ถ้าบริสุทธิ์จริงจะกลัวอะไร ?  ผมมองว่าการใช้กลไกอื่นนอกกระบวนการยุติธรรมนี่ขี้ขลาดนะ  ใช้กระแสสังคม/กระแสข่าวกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงานอัยการ  เดี๋ยวพอใกล้พิพากษาก็เล่นข่าวสร้างกระแสกดดันศาลอีก  บ้านเราทำแบบนี้กันบ่อย (เล่นนอกเกมส์ ใช้ไม่ได้ครับ) 
ชอบครับ ธุจ้า
บันทึกการเข้า

20,06, 2017, 01:28:30
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14,498


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #100 เมื่อ: 20,06, 2017, 01:28:30 »

ประชาชนทั่วไปมีสิทธิปกป้องตัวเอง  แต่ไม่ใช่ไปสมัครใจวิวาทแล้วอ้างป้องกัน หรือเป็นฝ่ายไปยั่วยุเขา พอเขามาก็ยิงเขาตายแล้วอ้างป้องกันครับ
ที่เขามาเพราะไปยั่วยุเขาก่อน  มันยังมีทางเลี่ยงหรือวิธีแก้ปัญหาอื่นอีกเยอะแยะ ถ้าล็อคประตูเขาปิดกระจกเขาจะทำอะไรได้ไหม ? ถ้าไม่ไปบีบแตรยาวด่าบุพการีเขาแบบนั้นเขาจะขับรถตามมาไหม ? กฎหมายคุ้มครองเฉพาะผู้สุจริตครับ  คนหัวหมอหาช่องว่างกฎหมายเอาเปรียบคนอื่นมันมีเยอะ  เรื่องแบบนี้นักกฎหมายเขาคิดกันมาหมดแล้วครับ 
เสียเวลาขึ้นศาล เสียเงินจ้างทนาย เสียสุขภาพจิตกลัวโดนโจทก์ทำร้าย... เทียบกับพ่อแม่เด็กที่ต้องเห็นลูกตาย ต้องไปนั่งฟังพระสวดศพลูกตัวเอง ผมว่ากรณีหลังหนักกว่านะ
กฎหมายมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังโดยละเอียด(ไม่ศึกษาก็คงไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่ลองพยายามดูหน่อยก็ดี)  การปล่อยให้คนควบคุมอารมณ์ไม่ได้พกปืนพอหัวร้อนแล้วยิงใครก็ได้นี่สังคมปลอดภัยกว่าอย่างนั้นหรือ ?  ระหว่างเด็กห้าวที่ของขึ้นแล้ววิ่งไปต่อยลุง กับลุงที่ของขึ้นแล้วท้าชาวบ้านชวนตีแล้วเอาปืนไปยิงเขาตาย  คนไหนเป็นอันตรายต่อสังคมมากกว่ากัน  ลองคิดให้ดี ๆ ครับ
ถ้าลุงบริสุทธิ์ใจจริงก็สู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม ทนายมี ศาลมี  ถ้าบริสุทธิ์จริงจะกลัวอะไร ?  ผมมองว่าการใช้กลไกอื่นนอกกระบวนการยุติธรรมนี่ขี้ขลาดนะ  ใช้กระแสสังคม/กระแสข่าวกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงานอัยการ  เดี๋ยวพอใกล้พิพากษาก็เล่นข่าวสร้างกระแสกดดันศาลอีก  บ้านเราทำแบบนี้กันบ่อย (เล่นนอกเกมส์ ใช้ไม่ได้ครับ) 


 ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ
บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

"เศษหินบนทางเดิน อาจทิ่มพื้นรองเท้าได้ ถ้าไม่อยากเจ็บเท้า ก็ควรต้องก้าวข้ามมันไปซะ"

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
20,06, 2017, 01:43:03
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14,498


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #101 เมื่อ: 20,06, 2017, 01:43:03 »

ยังมีประเด็นที่ผมสงสัยครับ อีกฝ่ายมีมีดอีกฝ่ายมีปืน ใช้ปืนยิงมีดตายทำไมถึงเข้้าป้องกันตัวเเหละครับน่าจะเข้าป้องกันตัเกินกว่าเหตุจนทำให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตายนะครับ ไม่ใช่ป้องกันตัวเเบบ ป อาญา 68 นั้นคือป้องกันตัวเเบบคนยิงไม่ต้องรับผิดใดๆเลยนะครับ อาวุธต่างอนุภาพกันยังไงก็ต้องโดนเกินกว่าเหตุเเน่นอนใช่หรือไม่ครับ หรือว่ามีตัวเเปรที่เพิ่มเข้ามาคือในบ้านของคนยิงเลยทำให้่ได้ความชอบธรรมมาเพิ่มอีก เข้า 68 ได้หรืออย่างไรครับ ??????????


ข้อเท็จจริง ที่ยุติในคดีนี้ ลักษณะมีความอุกฉกรรจ์ แตกต่างจาก กรณีทั่วไปครับ  แต่ผมจำไม่ได้ครับ
.................
ซึ่ง กรณี มีแต่มีด จะเข้ามาทำร้าย สามารถยิงป้องกันตัวได้ แต่เจตนาเพื่อยับยั้ง ไม่ใช่ยิงให้ตาย
ต้องไม่ใช่ ยิงจุดตาย เช่นยิงเข้าช่องท้อง เชิงกราน แขน-ขา สีข้าง ทำได้เพราะสามารถหยุดยั้ง
ท่านใดที่คิดเถียง แล้วจะยิงให้โดน แขนขา มันยากนะ มันก็เรื่องของท่าน ซึ่งไม่ใช่ข้ออ้าง  หัวเราะปิดปาก

ยิงเพื่อป้องกัน หากคนร้ายไม่เดี้ยง แต่จะทำร้ายต่ออีก ท่านมีสิทธิ์ยิงซ้ำ เป็นนัดที่ ๒ ที่ ๓ ได้จนหมดสภาพ  ไม่ใช่ว่ายิงได้ เพียง ๑ นัด  แต่เมื่อคนร้ายหยุด หรืออาวุธหลุดจากมือ อย่าได้ซ้ำเด็ดขาด เพราะจะผิดกฎหมาย ทันที

ไม่ใช่ยิงหัว ลำคอ ทรวงอก จะเร็ว ช้า ก็ตายแน่ ๆ คำพิพากษาฎีกา วางแนวไว้ ว่ากระทำเกินกว่าเหตุ
เพราะเพียงแค่ยิงจุดอื่น อาจหยุดยั้งได้ แต่จำเลยเลือกยิง ที่ใบหน้า ซึ่งเป็นจุดตาย จึงการป้องกันตัวที่กระทำที่เกินกว่าเหตุ
จึงมีความผิด ตามกฎหมาย  ยิ้มเด้ง


   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20,06, 2017, 11:02:28 โดย Ro@d - รักในหลวง » บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

"เศษหินบนทางเดิน อาจทิ่มพื้นรองเท้าได้ ถ้าไม่อยากเจ็บเท้า ก็ควรต้องก้าวข้ามมันไปซะ"

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
20,06, 2017, 07:24:56
เทพ ผู้ตรวจสอบ
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 665



« ตอบ #102 เมื่อ: 20,06, 2017, 07:24:56 »


ข้อเท็จจริง ที่ยุติในคดีนี้ ลักษณะมีความอุกฉกรรจ์ แตกต่างจาก กรณีทั่วไปครับ  แต่ผมจำไม่ได้ครับ
.................
ซึ่ง กรณี มีแต่มีด จะเข้ามาทำร้าย สามารถยิงป้องกันตัวได้ แต่เจตนาเพื่อยับยั้ง ไม่ใช่ยิงให้ตาย
ต้องไม่ใช่ ยิงจุดตาย เช่นยิงเข้าช่องท้อง เชิงกราน แขน-ขา สีข้าง ทำได้เพราะสามารถหยุดยั้ง
ท่านใดที่คิดเถียง แล้วจะยิงให้โดน แขนขา มันยากนะ มันก็เรื่องของท่าน ซึ่งไม่ใช่ข้ออ้าง  หัวเราะปิดปาก 

ไม่ใช่ยิงหัว ลำคอ ทรวงอก จะเร็ว ช้า ก็ตายแน่ ๆ คำพิพากษาฎีกา วางแนวไว้ ว่ากระทำเกินกว่าเหตุ
เพราะเพียงแค่ยิงจุดอื่น อาจหยุดยั้งได้ แต่จำเลยเลือกยิง ที่ใบหน้า ซึ่งเป็นจุดตาย จึงการป้องกันตัวที่กระทำที่เกินกว่าเหตุ
จึงมีความผิด ตามกฎหมาย  ยิ้มเด้ง


   


 ธุจ้า  ธุจ้า
ผมยิงในสนาม เป้านิ่ง ระยะ 15 เมตรขึ้นไป ยิงแขนขาเป้า ยังยิงโดนลำบาก คงไม่ต้องพูดถึงคนที่เคลื่อนที่ได้  ุทุบๆ
ถ้าต้องยิงเพื่อหยุดยั้งคงต้องเน้นช่วงท้อง เป้าใหญ่กว่า ตามที่พี่ระบุด้านบนครับ  ธุจ้า
ลูก คงต้องเป็นหัวรู เพิ่มความมั่นใจ
บันทึกการเข้า

จงมีสติ อยู่เสมอ
20,06, 2017, 07:42:37
aids
ผม เอด ครับ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,136



« ตอบ #103 เมื่อ: 20,06, 2017, 07:42:37 »


ได้ความรู้ข้อกฏหมายมากขึ้น มีหลายมุมมอง ขอบคุณทุกท่านครับ ธุจ้า


ป.ล.ผมต้องฝึกยิงขา ยิงแขน ยิงมือแล้วครับ
จะได้ไม่เกินกว่าเหตุ  ตาแป๋ว
บันทึกการเข้า

แจก  "เหรียญ ๕ บาทครุฑ" ฟรี สำหรับเพื่อนที่ร่วมบุญกันครับ http://2013.gun.in.th/index.php?topic=88117.0
20,06, 2017, 08:00:46
cz 455 hatsan o/v
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 228



« ตอบ #104 เมื่อ: 20,06, 2017, 08:00:46 »

ถ้าจะลากยาวขนาดนั้น ผมว่าคนที่ผิดและไม่มีน้ำใจก็คือรถตู้ ซึ่งเห็นรถกำลังจะออกยังจอด
แล้วกลับกันว่าลุงไม่มีน้ำใจ ต้นเหตุจริงๆคือถ้ารถตู้ไม่จอดเรื่องทั้งหมดก็ไม่เกิด
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 15   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: