GUN IN THAILAND
23,07, 2017, 19:33:18 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 15   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก #ภาค12  (อ่าน 3225 ครั้ง)
saroj1234, tometome และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
04,07, 2017, 14:01:15
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,076



« ตอบ #15 เมื่อ: 04,07, 2017, 14:01:15 »

        เอเอฟพี - เจ้าหน้าที่ระดับสูงบนเรือรบลำใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ระบุในวันจันทร์(3ก.ค.) กองกำลังขอเขามีความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดและพร้อมโจมตีพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย
       
       เรือบรรทุกเครื่องบินหญ่ที่สุดของโลก ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู.บุช รับหน้าที่เป็นผู้นำปฏิบัติการโจมตีในอิรักและซีเรียของสหรัฐฯ โดยเบื้องต้นมีเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส) แต่บ่อยครั้งก็เล็งเป้าเล่นงานกองกำละงรัฐบาลซีเรียและพันธมิตรของพวกเขาที่กำลังสู้รบกับกลุ่มต่างๆที่สหรัฐฯสนับสนุน
       
       เรือบรรทุกเครื่องบินความยาว 330 เมตร มีเครื่องบินประจำการแต่ละช่วงเวลาราว 70-90 ลำ ในนั้นรวมถึงฝูงบินเอฟ-18 ซึ่งใช้สำหรับปฏิบัติการโจมตีทางเป้าหมายไอเอสในโมซุล, รอกเกาะห์และที่อื่นๆ
       
       เจมส์ แม็คคอลล์ ผู้บัญชาการกองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 8 บอกกับผู้สื่อข่าวว่าปฏิบัติการส่วนใหญ่จากทั้งหมด 1,600 เที่ยวบินในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีเป้าหมายโจมตีไอเอสในอิรักและซีเรีย แต่มีจำนวนเล็กน้อยที่เล็งเป้าหมายถล่มพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย
       
       รัฐาลซีเรียกำลังต่อสู้กับไอเอส แต่ขณะเดียวกันก็กำลังสู้รบกับพันธมิตรของสหรัฐฯในอีกพื้นที่หนึ่งของประเทศที่ถูกสงครามฉีกเป็นชิ้นๆ
       
       แม็คคอลล์ บอกว่าเครื่องบินรบลำหนึ่งจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ได้สอยเครื่องบินรบของซีเรียร่วงเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน หลังกองทัพสหรัฐฯได้แจ้งเตือนไปหลายต่อหลายครั้ง ขณะที่เขายอมรับว่ามีความตึงเครียดอย่างสูงกับกองกำลังฝักใฝ่รัฐบาลในพื้นที่ต่างๆของซีเรีย
       
       "เรามองไปที่กองกำลังพันธมิตรนานาชาติและหาทางรับประกันความปลอดภัยแก่พวกเขา" เขาบอกกับผู้สื่อข่าวจากบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งเทียบท่านอกชายฝั่งเมืองไฮฟาของอิสราเอลมาหลายวันแล้ว
       
       สหรัฐฯปฏิบัติการทางทหารโดยตรงต่อกองกำลังรัฐบาลซีเรียครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก 59 ลูก ถล่มสนามบินทหารเชย์รัต ในคำกล่าวอ้างว่าเพื่อแก้แค้นเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมี
       
       เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำเนียบขาวเผยว่ามีความเป็นไปได้ที่ประธานานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด กำลังเตรียมการโจมตีด้วยอาวุธเคมีรอบใหม่ และเมื่อถูกถามว่ากองทัพสหรัฐฯจะโจมตีกองกำลังของอัสซาดอีกรอบหรือไม่หากมีการใช้อาวุธเคมีอีก นาวาเอกวิลล์ เพนนิงตัน ปฏิเสธไม่ขอคาดเดาเกี่ยวกับแนวทางตอบโต้ในอนาคต
ยิ้มหมุนหน้า ปรบมือ ตามอ่านครับท่าน  ธุจ้า  เจ้ายักษ์ให่ญ่แห่งท้องทะเล   ตอนนี้นอนพักอยู่ที่   Mediterranean Sea  Port  Haifa ดินแดนอันศักดิ์สิทธ์ิ  ท่าน บีบี่๋ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ์ George H.W Bush เรือบรรทุกเครื่องบินชั่้นนิมิต ที่ใหญ่ที่สุด  ยิ้มหมุนหน้า ปรบมือ
บันทึกการเข้า
04,07, 2017, 17:57:18
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,246



« ตอบ #16 เมื่อ: 04,07, 2017, 17:57:18 »

        เอเอฟพี - ศาลสูงสุดฟิลิปปินส์มีคำสั่งรับรองการประกาศกฎอัยการศึกทั่วพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของทั้งประเทศวันนี้ (4 ก.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจำเป็นสำหรับการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธที่สวามิภักดิ์ต่อรัฐอิสลาม (ไอเอส)
       
       ผู้นำฟิลิปปินส์ประกาศกฎอัยการศึกทั่วทั้งเกาะมินดาเนาเมื่อวันที่ 23 พ.ค. เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เมืองมาราวี (Marawi) ถูกกลุ่มมือปืนหลายร้อยคนที่ปฏิบัติการภายใต้ธงไอเอสบุกยึดไว้ จนก่อให้เกิดการสู้รบกับทหารของรัฐบาลมาจนถึงขณะนี้
       
       ส.ส.ฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องให้ศาลสูงสุดยับยั้งกฎอัยการศึก เนื่องจาก “ขาดความจริงรองรับ”
       
       อย่างไรก็ตาม คณะผู้พิพากษาส่วนใหญ่ลงความเห็นปฏิเสธคำร้องดังกล่าว โฆษกศาลสูงสุด ธีโอดอร์ เต ให้สัมภาษณ์วันนี้ (4) โดยไม่อธิบายเหตุผลใดๆ เพิ่มเติม
       
       การสู้รบที่มาราวีทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 460 ราย ประชาชนกว่า 400,000 คนต้องละทิ้งบ้านเรือน และแม้สหรัฐฯ จะส่งหน่วยรบพิเศษเข้ามาช่วยสนับสนุนภารกิจของกองทัพฟิลิปปินส์ แต่ก็ยังไม่อาจขับไล่พวกมือปืนหัวรุนแรงออกไปได้ทั้งหมด
       
       ดูเตอร์เต ยืนยันว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เพราะการบุกยึดมาราวีเป็นแผนขั้นต้นของกลุ่มอิสลามิสต์ซึ่งต้องการสถาปนา “จังหวัด” ของไอเอสขึ้นในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ขณะที่ฝ่ายค้านแสดงความเป็นห่วงว่า กฎอัยการศึกจะเปิดช่องให้มีการกดขี่และใช้ความรุนแรงกับประชาชน ไม่ต่างจากยุคของ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ที่ครองอำนาจในฟิลิปปินส์นานถึง 20 ปี ก่อนจะถูกโค่นล้มด้วยการปฏิวัติพลังประชาชนในปี 1986
บันทึกการเข้า

 
04,07, 2017, 18:10:11
สิงห์สามแพร่ง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100% ..........แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น ............คือ "เนรคุณในหลวง"
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,930


จอหงวนติดดิน ตงฉินบ้านนอก


« ตอบ #17 เมื่อ: 04,07, 2017, 18:10:11 »

 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า  ตามมาขึ้นบ้านใหม่ด้วยคนครับ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
04,07, 2017, 19:06:43
aea_gun
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


สิ่งใดไม่เคยมีก็มีมา สิ่งใดมีมาแล้วก็ดับไป


« ตอบ #18 เมื่อ: 04,07, 2017, 19:06:43 »

 ตาแป๋วมาตามติดครับ
บันทึกการเข้า
04,07, 2017, 19:38:53
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14,408


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #19 เมื่อ: 04,07, 2017, 19:38:53 »

 ยิ้มเด้ง ยิ้มเด้ง ยิ้มเด้ง รักกันนะ
บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

"เศษหินบนทางเดิน อาจทิ่มพื้นรองเท้าได้ ถ้าไม่อยากเจ็บเท้า ก็ควรต้องก้าวข้ามมันไปซะ"

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
05,07, 2017, 02:24:42
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,246



« ตอบ #20 เมื่อ: 05,07, 2017, 02:24:42 »

        รอยเตอร์/ซีเอ็นเอ็น - เจ้าหน้าที่สหรัฐฯยันเอง เชื่อจรวดที่เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบในวันอังคาร(4ก.ค.) เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป(ไอซีบีเอ็ม) ดังที่กล่าวอ้าง ที่นักวิเคราะห์บางคนคาดมีพิสัยทำการโจมตีไกลถึงรัฐอะแลสกาของอเมริกา ขณะที่รัฐบาลปธน.ทรัมป์ เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้
       
       เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์และเอ็นบีซีรายงานว่าได้รับการบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายคน เชื่อว่าการทดสอบเมื่อวันอังคาร(4ก.ค.)ของเกาหลีเหนือ ก็คือขีปนาวุธข้ามทวีป นับเป็นหลักชัยแห่งการพัฒนาขีปนาวุธของเปียงยาง
       
       การยิงคราวนี้ เกิดขึ้นก่อนหน้าวันชาติสหรัฐฯ และมีขึ้นไม่กี่วันก่อนที่เหล่าผู้นำจากกลุ่มประเทศจี 20 มีกำหนดประชุมกันเพื่อหารือถึงก้าวย่างต่างๆสำหรับยังยั้งโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ ซึ่งละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
       
       ก่อนมีรายงานข่าวจากฟ็อกซ์นิวส์และเอ็นบีซี เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯหลายคนเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลทรัมป์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านทหารจากกระทรวงกลาโหมและด้านการทูตจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดประชุมซึ่งเกิดขึ้นอย่างปุบปับในวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อหารือถึงทางเลือกต่างๆที่จำเป็น หากอเมริกาได้ข้อสรุปว่าเกาหลีเหนือทำการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป
       
       ซีเอ็นเอ็นอ้างคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่าหากได้ข้อสรุปว่ามันเป็นการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป เป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คือมาตรการที่เป็นไปได้ต่างๆที่จะอนุมัติเพื่อตอบโต้
       
       ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวบอกว่าแม้ยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่มาตรการตอบโต้อาจรวมไปถึงการเสริมทรัพยากรทางทหารของสหรัฐฯ อย่างเช่นกำลังพล เครื่องบินรบและกองเรือเข้าไปประจำการในภูมิภาคเพิ่มเติม ขณะที่ทางเลือกด้านการทูตก็ถูกนำมาพิจารณาเช่นกัน ในนั้นรวมถึงการคว่ำบาตรเพิ่มเติม
       
       ถ้าสหรัฐฯสรุปว่ามันเป็นการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป เพนตากอนจะสื่อสารกับสาธารณะว่ามาตรการป้องกันขีปนาวุธทุกรูปแบบบนกองเรือที่ประจำการทางตะวันตกของแปซิฟิกและขีปนาวุธภาคพื้นที่ประจำการในอะแลสกาจะอยู่ในขั้นเตรียมพร้อมเต็มอัตรา เช่นเดียวกับระบบป้องกันขีปนาวุธในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายส่งสารถึงพันธมิตรเอเชียและโลกว่าอเมริกาพร้อมยืนหยัดปกป้องต่อการรุกรานของเกาหลีเหนือ
       
       สื่อมวลชนแห่งรัฐของเกาหลีเหนือระบุว่าการทดสอบดังกล่าวสั่งการและตรวจตราโดยท่านผู้นำคิม จองอึน และส่งยิงขีปนาวุธ “ฮวาซอง-14” ขึ้นไปจนถึงระดับความสูง 2,802 กิโลเมตร และพุ่งเป็นระยะทาง 933 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 39 นาที ก่อนไปตกในทะเลญี่ปุ่น
       
       เกาหลีเหนือเผยว่ากำลังพัฒนาขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ที่มีแสนยานุภาพโจมตีได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ บางอย่างซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อเดือนมกราคม ว่าจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น
       
       นักวิเคราะห์บางส่วนบอกว่ารายละเอียดการเดินทางของจรวดเมื่อวันอังคาร(4ก.ค.) บ่งชี้ว่าขีปนาวุธใหม่มีพิสัยมากกว่า 8,000 กิโลมตร ซึ่งทำให้พื้นที่บางส่วนของแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯอยู่ในระยะทำการ อย่างไรก็ตามก็มีบางส่วนที่เชื่อว่ามันไม่น่าจะมีพิสัยไกลขนาดนั้น
       
       ก่อนหน้านี้พวกนักวิเคราะห์เชื่อว่าเกาหลีเหนือยังคงอยู่ห่างไกลอีกหลายปีจากการมีขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบที่มีศักยภาพโจมตีสหรฐฯ เนื่องจากขีปนาวุธดังกล่าวไม่เพียงแค่ต้องมีพิสัยโจมตีที่ไกลเพียงพอ แต่มันยังต้องมีหัวรบขนาดเล็กพอที่จะติดตั้งบนขีปนาวุธ รวมถึงมีเทคโนโลยีสำหรับรับประกันว่ามันจะทนทานต่อแรงเสียดทานในตอนที่เดินทางกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลก
       
บันทึกการเข้า

 
05,07, 2017, 06:40:09
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,246



« ตอบ #21 เมื่อ: 05,07, 2017, 06:40:09 »

คาบสมุทรเกาหลีกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

        เอเอฟพี/รอยเตอร์ - เกาหลีเหนือในวันพุธ(5ก.ค.) คุยโวขีปนาวุธข้ามทวีป(ไอซีบีเอ็ม) ของพวกเขามีแสนยานุภาพติดหัวรบนิวเคลียร์หนักขนาดใหญ่ พร้อมอ้างผู้นำคิม จองอึน ประกาศก้องการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯอยู่ในขั้นสุดท้าย ในขณะที่วอชิงตันและโซลไม่อยู่เฉย ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธลงสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งเกาหลีใต้
       
       การยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปเมื่อวันอังคาร(4ก.ค.) ซึ่งมีศักยาภาพพุ่งไปได้ไกลถึงรัฐอะแลสกา เป็นช่วงเวลาแห่งความผกผันในความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ของเปียงยาง และสำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือในวันพุธ(5ก.ค.) รายงานโดยอ้างคำพูดของคิม จองอึน ระบุว่าการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯเข้าสู่ "ขั้นสุดท้ายแล้ว"
       
       สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนืออ้างคำพูดของคิม ที่เดินทางไปตรวจตราการยิงทดสอบด้วยตนเอง ระบุด้วยว่าการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปของเปียงยาง เป็นของขวัญที่มอบแด่ "คนเลวอเมริกัน" ในวันชาติของพวกเขา "พวกเลวอเมริกันคงไม่มีความสุขเท่าไหร่สำหรับของขวัญที่มอบให้ในวาระฉลองวันชาติ 4 กรกฎาคม และเราจะส่งของขวัญให้พวกเขาอีกครั้ง เพื่อช่วยคลายความเบื่อหน่ายให้พวกเขา"
       
       การยิงคราวนี้ เกิดขึ้นก่อนหน้าวันชาติสหรัฐฯ และมีขึ้นไม่กี่วันก่อนที่เหล่าผู้นำจากกลุ่มประเทศจี 20 มีกำหนดประชุมกันเพื่อหารือถึงก้าวย่างต่างๆสำหรับยังยั้งโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ ซึ่งละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
       
       ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯยืนยันเอง เชื่อว่าจรวดที่เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบในวันอังคาร(4ก.ค.) เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป(ไอซีบีเอ็ม) และล่าสุด เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศ ออกมาแถลงประณามการกระทำดังกล่าวและยืนยันว่าโสมแดงได้ดำเนินการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปเป็นครั้งแรก
       
       "สหรัฐฯประณามการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปของเกาหลีเหนือ การทดสอบไอซีบีเอ็มเป็นตัวแทนของภัยคุกคามที่ลุกลามครั้งใหม่ต่อสหรัฐฯ, พันธมิตรและคู่หูของเรา, ต่อภูมิภาคและต่อโลก" ทิลเลอร์สันระบุในถ้อยแถลง "สหรัฐฯจะไม่มีวันยอมรับเกาหลีเหนือที่ติดอาวุธนิวเคลียร์"
       
       ความก้าวหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป ถือเป็นตัวแทนของหลักชัยสำหรับชาติคอมมิวนิสต์แห่งนี้ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เคยประกาศว่าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น
       
       ในถ้อยแถลง ทิลเลอร์สัน เรียกรัฐบาลเปียงยางว่าเป็นระบบการปกครองที่อันตรายและบอกว่าอเมริกาจะแสวงหามาตรการที่หนักหน่วงขึ้น ณ ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สำหรับลงโทษเกาหลีเหนือต่อการทดสอบขีปนาวุธหนล่าสุด
       
       ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ทางกองทัพสหรัฐฯเปิดเผยในวันอังคาร(4ก.ค.) ว่าทหารอเมริกาและเกาหลีใต้ ได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกลงสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งเกาหลีใต้ เพื่อสำแดงแสนยานุภาพหลังจากเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธไอซีบีเอ็ม
       
       
บันทึกการเข้า

 
05,07, 2017, 06:48:14
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,246



« ตอบ #22 เมื่อ: 05,07, 2017, 06:48:14 »

ตะวันออกกลางก็อึมครึม กาต้าร์ประกาศพร้อมรบ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกาต้าร์บอก: 'กาต้าร์พร้อมรบ'
นายฮาหมัด บิน อาลี อัล อัตติยะห์ (Hamad bin Ali Al Attiyah) ให้สัมภาษณ์วันนี้ว่า 'ประเทศกาต้าร์พร้อมรบ' (We are ready for war) แปลว่าคงปฏิเสธเงื่อนไขซาอุฯ อีกรอบ
ประเทศซาอุดิอาระเบียและพันธมิตรอาหรับที่เป็นลูกน้องอเมริกาได้ยื่นเงื่อนไขเด็ดขาดให้กาต้าร์ปฏิบัติ ๑๓ ข้อ ถ้าไม่ทำตามจะปฏิบัติการทางทหาร โดยกำหนดเวลาให้ ๑๐ วัน รัฐบาลกาต้าร์ปฏิเสธทันที ไม่ทำตามข้อเสนอ หลังจากนั้น ซาอุฯ และพรรคพวกได้ยืดเวลาให้อีก ๒ วันซึ่งเหลือวันเดียวคือพรุ่งนี้ (ตามเวลาในกาต้าร์)
แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกาต้าร์ได้ออกมาบอกชัดเจนแล้วว่า 'พวกเราพร้อมรบ' สรุปว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ซาอุฯ ยื่นเวลาขีดเส้นตายให้กาต้าร์และกาต้าร์เองก็ไม่ต้องการเป็นทาสซาอุฯ ปล่อยให้ซาอุฯ เข้ามาปล้นทรัพย์ของตนได้ตามใจชอบจึงปฏิเสธออกมาแล้ว
พรุ่งนี้ ตอนกลางคืนเป็นต้นไป น่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่าง ๑. ซาอุฯ และพรรคพวกขยายเวลาให้กาต้าร์ออกไปอีก ๒.เกิดสงครามระหว่างซาอุฯ กับกาต้าร์ โดยที่แต่ละฝ่ายต่างมีมิตรประเทศช่วยเหลือ
๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

ปฐมพงษ์  โพธิประสิทธินันท์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05,07, 2017, 06:49:58 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
05,07, 2017, 07:21:24
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14,408


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #23 เมื่อ: 05,07, 2017, 07:21:24 »

 ธุจ้า  ธุจ้า  ธุจ้า  ปรบมือ  รักกันนะ
บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

"เศษหินบนทางเดิน อาจทิ่มพื้นรองเท้าได้ ถ้าไม่อยากเจ็บเท้า ก็ควรต้องก้าวข้ามมันไปซะ"

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
05,07, 2017, 08:15:59
ขาว เมืองชล รักพ่อหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,912



« ตอบ #24 เมื่อ: 05,07, 2017, 08:15:59 »


...ไม่มีสัจจะในหมู่โจร!! ยอดขายถล่มทลาย ....ทะลุเป้า 555... ยิ้มยิงฟัน


สหรัฐฯ เสียอย่าง..ปลื้มอีก ขายฝูงบินขับไล่ F-15 ให้แก่กาตาร์ วงเงิน 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 408 แสนล้านบาท

ท่ามกลางวิกฤติชาติอาหรับ นำโดยซาอุฯ ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/974058

บันทึกการเข้า



"ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป.... เป็นวิสัยของคนดี"
http://www.youtube.com/watch?v=p4ELdp8lOKQ&feature=relmfu
https://www.youtube.com/watch?v=AXqGa6UMSkg
05,07, 2017, 08:48:03
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14,408


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #25 เมื่อ: 05,07, 2017, 08:48:03 »

ในความขัดแย้งระหว่าง เมกัน กับคิมน้อย เริ่มจากทรัมป์ ทำให้มหาอำนาจอย่างเมกัน กลายเป็นตัวตลกร้าย ไปแล้ว

โสมแดง ประกาศชัดแจ้ง จะใช้นิวเคลียร์จัดการ กับเมกา และพันธมิตร บรรดาเครื่่องบินเรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน
และเหล่าทหารเมกัน และพันธมิตร ที่เป็นกำลังรบ ใช้ได้กับ ตะวันออกกลาง และประเทศอื่น ก็เพียงเท่านั้น เป็นแค่น้ำจิ้ม
ที่หามีอานุภาพใด จะรับได้กับความขัดแย้งนี้ 

กำลังของเมกัน ที่แสดงแสนยานุภาพ จะหายวับทันตา เมื่อ คิมเริ่ม สงคราม และเมื่อนั้น ในความขัดแย้งนี้ จะเปลี่ยนเป็นความขัดแย้ง
ระหว่างค่าย ขึ้นมาทันที นิวเคลียร์ คงยากจะไม่เกิด ก็เพราะ คิม ต้องใช้แน่นอน ไม่ใช่เพื่อความอยู่รอด แต่เพื่อ กอดคอกันตายไปด้วยกัน

สถานะของ เมกัน ทึ่บอกใครก็ไม่ได้ และหลอกคนที่รู้ทันก็ไม่ได้.. มีแต่ต้องใช้จิตวิทยา ทั้งบวกและลบ ประคองสถานการณ์ไว้ ไม่ให้
แหลมคมยิ่งขึ้น เพราะหากปล่อยมันจะขึ้นสู่จุด ที่เรียกกว่า แปลเป็นคุณภาพใหม่่ ที่รุนแรงขึ้น และใช้การแก้ปัญหาอย่างที่เคยใช้ไม่ได้อีก
นั้นคือทะลุ สู่การใช้กำลัง อนาคตตรงงนีิ้ เห็นได้ชัดคือความพินาจของ ฝ่ายเมกันและพันธมิตร และโสมแดง ก่อนที่จะลาก ชาติอื่น ลงเหวไปด้วย
เมื่อมองเห็นอนาคต ที่ไม่โสภา ทางเลือกบังคับแค่ ๓ ทาง ลงมือก่อนแล้วกอดคอกันตาย หรือ โดนก่อนแล้วกอดคอกันตาย และ
ประคองสถานการณ์เอาไว้ แล้วหาทางญาติดี แบบมีและไว้เชิง ให้อยู่ในแบบสงครามน้ำลาย อาโอกาสหยิบฉวยจากบางสถานการณ์
ให้เกิดผลดีกับ คู่ความขัดแย้ง แล้วรอดมาให้ได้ อย่างครั้งยุค สงครามเย็น. ยิ้มเด้ง
บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

"เศษหินบนทางเดิน อาจทิ่มพื้นรองเท้าได้ ถ้าไม่อยากเจ็บเท้า ก็ควรต้องก้าวข้ามมันไปซะ"

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
05,07, 2017, 12:22:38
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,246



« ตอบ #26 เมื่อ: 05,07, 2017, 12:22:38 »

บทความน่าสนใจเผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์  Islamtimes อ้างคำพูดจากจากนักภูมิศาสตร์การเมือง ชาวสวิส Peter Kuying

islamtimes –  ยุโรปในวันนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ไม่มีความปลอดภัยของโลก  กลุ่มก่อการร้ายหลังจากที่พ่ายแพ้ในอิรักและซีเรียและต้องพบกับความอัปยศที่สุดแห่งยุคสมัย กำลังเดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดของตน และประเด็นนี้เองถือเป็นระฆังเตือนภัยไปยังบรรดาผู้สนับสนุนการก่อการร้ายทั้งหลาย

Peter Kuying นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ด้านภูมิศาสตร์การเมืองได้เขียนในบันทึกให้กับหนังสือพิมพ์ กัยฮาน  โดยชี้ถึงรากเหง้าของการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในยุโรปและบทบาทที่อันตรายของอเมริกาในการก่อความไม่สงบ  ครั้งหนึ่งเขาเคยอยู่ในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารโลกและเคยทำงานและเคลื่อนไหวในประเด็นที่สำคัญ เช่น ประเด็นเรื่องสภาพแวดล้อมในปัจจุบันนี้ Peter Kuying  เป็นนักบรรยายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในยุโรปอเมริกาและแอฟริกา  เขายังเป็นเจ้าของคอลัมน์ใน เว็บไซด์ Global Riserch “Sputnik” และ “Rt ” แหละนี่คือเนื้อหาบันทึกของผู้เชี่ยวชาญชาวสวิสที่มอบให้กับหนังสือพิมพ์กัยฮาน

น้อยมากที่วันหนึ่งจะสามารถนอนหลับสบายได้ทั้งคืน โดยที่ไม่ได้ยินข่าวจากเหตุการณ์ก่อการร้ายในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกตะวันตกและยุโรป ซึ่งในวันนี้การโจมตีก่อการร้ายได้กลายเป็นเหตุการณ์ปกติ  การโจมตีของผู้ก่อการร้ายในเวลาเวลาน้อยกว่าสามเดือนได้เกิดขึ้นในลอนดอนเมื่อเร็ว ๆ ซึ่งล่าสุดเกี่ยวกับเหตุระเบิดในสถานีรถไฟใต้ดินบรัสเซลส์ แต่ด้วยการควบคุมอย่างรวดเร็วของตำรวจทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ  แม้ในแอฟริกาก็เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายที่น่าสะพรึงกลัว ในแอฟริกากลาง คองโก และบุรุนดี ประชาชนต้องเผชิญกับการถูกสังหารและปล้นสะดม

ในประเทศฟิลิปปินส์และเมือง มาราวี กลุ่มก่อการร้ายไอซิสก็ได้เข้ามามีอิทธิพล จนสามารถยึดครองเมืองมาราวีได้สำเร็จ “ตามความเชื่อของผมถือว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของอเมริกาในการต่อสู้และต่อกรกับ ดูเตเต้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพราะเขามีนโยบายต่อต้านอเมริกา และเขายังเลือกเป็นพันธมิตรกับจีนและรัสเซียมากกว่าอเมริกา และสิ่งนี้เองคือความโกรธแค้นสำหรับอเมริกา  แต่ในความคิดของผมเชื่อว่าการใช้ไอซิสเป็นเครื่องมือสร้างความหวาดกลัว ได้กลายเป็นเครื่องมือด้านนโยบายต่างประเทศของอเมริกาไปเสียแล้ว  โดยที่กองกำลังทหารอเมริกาได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี   นอกจากนี้อเมริกาด้วยการสนับสนุนไอซิสในภูมิภาคและพยายามสร้างความวุ่นวายและทำให้โลกไม่ปลอดภัยนั้นเพื่อปลุกความต้องการอันจอมปลอมให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาคมโลก และเปิดโอกาสให้อเมริกาเข้าประชิดตามแนวชายแดนประเทศต่างๆ โดยอ้างการรักษาความปลอดภัยให้แก่พวกเขา”

“ผมเชื่อว่าผู้ก่อการร้ายและอุดมการณ์ของพวกเขาอยู่ในมือของเพนตากอนและวอชิงตัน เพื่อแพร่ขยายเหตุการณ์ก่อการร้ายไปสู่มิติที่กว้างขึ้น จำนวนของการโจมตีได้เพิ่มขึ้นทุกวันและเราสามารถถามแค่สิ่งเดียวคือการโจมตีของผู้ก่อการร้ายครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นที่ไหน ? หาใช่ว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด  เป็นสิ่งที่เศร้ามาก แต่เราก็ต้องยอมรับว่าการโจมตีของผู้ก่อการร้ายจะไม่มีวันจบสิ้นเพราะการโจมตีเป็นส่วนหนึ่งของเกมสงคราม…!“

อีกด้านหนึ่งของขอบกรรไกรแห่งการสู้รบของอเมริกาในเรื่องนี้คือประเด็นเศรษฐกิจ  สถาบันต่างๆอาทิเช่น Wall Street และสถาบันการเงินอื่น ๆระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบทำให้มีผู้ยากจนเพิ่มขึ้นทุกวัน พวกเขาได้สร้างหนี้ที่มากขึ้น โดยทั่วไปแล้ว นโยบายของอเมริกาขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  บนเงินดอลลาร์ อเมริกาจะเขียนว่า เราพึ่งพาพระเจ้า แต่บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าถ้าเขียนไว้ว่า “ผู้ให้การสนับสนุนเราคือเงินตรา’ หรืออาจจะดีกว่าถ้าเขียนว่า เงินดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่เป็นการอ้างถึงพระเจ้า!

ภาพรวมแล้ว เศรษฐกิจของอเมริกาขึ้นอยู่กับสงคราม  ประเทศในยุโรปเองก็ได้ทิ้งรอยของพวกเขาในรอยเท้าเปื้อนเลือด เพราะเศรษฐกิจของยุโรปต้องขึ้นกับอเมริกาอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์   โดยที่เศรษฐกิจของอเมริกานั้นส่วนใหญ่เลือกตัวละครของการทำลายล้างแทนการสร้าง  ดำเนินนโยบายการสร้างความแตกแยกและการบิดเบือนเข้ามาแทนที่ความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นโยบายทางเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้คนยากจนด้อยโอกาสและยากจนเร้นแค้นมากกว่าเดิม  และอีกด้านหนึ่งเจ้าของเงินทุนก็ร่ำรวยมหาศาลมากขึ้นทุกวัน  พวกเขาแยกประชาชาติออกจากการปกครอง เพื่อเข้าครอบครองพวกเขา ดังคำกล่าวที่ว่า แบ่งแยกแล้วปกครอง

นี่คือความปั่นปวนของโลกที่กำลังเกิดขึ้น ! โลกจะต้องรู้ว่า ความหวังสำหรับเราในยุโรปไม่มีอีกแล้ว   ควรออกห่างจากอเมริกาและการเมืองสกปรกของพวกเขา  พวกเขาได้ปล้นเศรษฐกิจของยุโรปมานานหลายศตวรรษ ครอบงำความคิดของเรา  ได้แบ่งแยกเราออกจากกัน และปล้นเอาความสามัคคีของเราไป  และผมคิดว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในยุโรปในวันนี้เป็นผลมาจากนโยบายที่มีความผิดพลาดนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05,07, 2017, 12:27:45 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
05,07, 2017, 13:35:49
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,076



« ตอบ #27 เมื่อ: 05,07, 2017, 13:35:49 »

 ธุจ้า  ตามอ่านครับท่าน   ธุจ้า   ปรบมือ  ช่วงนี้ ท่าน บีบี๋งานยุ่งจริง  วันก่อนกล่าวต้อนรับ  เรือ  George  H.W  Bush ที่แวะมาพัก   วันนี้  ต้อนรับท่าน เรนทรา  โมดี  นายกอินเดีย  หนึ่งในมหาอำนาจแห่งเอเชีย  เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ กับทั้งสองประเทศ ปรบมือ
บันทึกการเข้า
05,07, 2017, 18:11:16
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,246



« ตอบ #28 เมื่อ: 05,07, 2017, 18:11:16 »

        เอเจนซีส์ - “วอลโว่ คาร์ กรุ๊ป” ระบุในวันพุธ (5 ก.ค.) ว่ารถยนต์รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบหรือไม่ก็เป็นไฮบริด ส่งสัญญาณว่าในท้ายที่สุดก็ใกล้ถึงจุดจบของการใช้เครื่องยนต์สันดาปมายาวนานเกือบศตวรรษของวอลโว่
       
       ค่ายรถที่มีฐานอยู่ในโกเตนเบิร์กรายนี้จะยังคงผลิตรถยนต์ Volvo ที่ใช้แต่เครื่องยนต์สันดาปสำหรับรุ่นที่ผลิตออกมาก่อนถึงวันเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม จะมีการนำเสนอรถเหล่านั้นในแบบใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบกับแบบไฮบริดด้วย
       
       แผนนี้ทำให้ Volvo กลายเป็นรายแรกที่มีการกำหนดวันสำหรับการสิ้นสุดของรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปเพียงอย่างเดียว ทั้งที่เรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้าในรถยนต์เป็นสิ่งที่พูดกันมานานแล้วในอุตสาหกรรมรถยนต์ ขณะที่ค่ายรถ “เทสลา มอเตอร์” เป็นอีกหนึ่งหัวหอกสำคัญที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบตั้งแต่แรกเริ่ม
       
       “การประกาศครั้งนี้เป็นการบ่งบอกถึงจุดจบของรถยนต์ที่ใช้แต่เครื่องยนต์สันดาปเพียงอย่างเดียว” ฮาคาน ซามูเอลสัน ซีอีโอวอลโว่ระบุในคำแถลง
       
       รถยนต์รุ่นใหม่ 5 รุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์ Volvo จำนวน 3 รุ่น กับแบรนด์ Polestar จำนวน 2 รุ่น ที่จะเปิดตัวในระหว่างปี 2019-2021 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั้งหมด
       
       “รถยนต์ 5 รุ่นนี้จะมีรุ่นเสริมที่เป็นไฮบริดใช้น้ำมันและมีปลั๊ก กับแบบไฮบริด 48 โวลต์เป็นตัวเลือกเสริมในทุกรุ่น นั่นหมายความว่าในอนาคตจะไม่มีรถวอลโว่คันใดที่ไร้ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้า” วอลโว่ระบุ
       
       วอลโว่มีการลงทุนอย่างมากไปกับโรงงานและรถรุ่นใหม่ นับตั้งแต่ถูก Zhejiang Geely Holding Group ซื้อกิจการไปจาก Ford Motor ในปี 2010 และกำลังพยายามสร้างเอกลักษณ์เฉพาะในตลาดรถหรูที่ถูกครองโดย Mercedes-Benz และ BMW
       
       ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์คือการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยซึ่งจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมไปจนถึงการทำรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
       
       เมื่อเดือนที่แล้ว วอลโว่เพิ่งบอกว่าจะปรับธุรกิจในส่วนของ Polestar ให้แยกออกมาเป็นอีกแบรนด์ โดยจะให้เน้นการทำรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงเพื่อจะแข่งขันกับ Tesla และ Mercedes AMG
       
บันทึกการเข้า

 
06,07, 2017, 05:14:09
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,246



« ตอบ #29 เมื่อ: 06,07, 2017, 05:14:09 »

ข่าวนี้กำลังถูกปั่นกระแสในต่างประเทศ
รัฐบาลต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏพร้อมๆกับเร่งแก้ไขภาพลักษญ์และสังคายนาองค์กรณ์ของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ความเชื่อมั่นความศัรทธากลับคืนมาโดยด่วน

        เดอะซัน - สื่อต่างประเทศแต่แผ่กรณีแวดล้อมปริศนาในเหตุเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนบนเกาะเต่า จนถูกเรียกขานว่า "เกาะแห่งความตาย" พร้อมอ้างพยานระบุมันดูแลโดยตระกูลมาเฟียทรงอิทธิพลที่ควบคุมตำรวจบนเกาะ
       
       เดอะซัน สื่อมวลชนของอังกฤษรายงานบนเว็บไซต์ระบุว่าเกาะเต่าได้รับฉายาจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ว่า "เกาะแห่งความตาย" หลังพบเห็นชาวต่างชาติเสียชีวิตในกรณีแวดล้อมที่เป็นปริศนาถึง 7 คน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
       
       เว็บไซต์ข่าวแห่งนี้ระบุว่านอกเหนือจากคดีฆาตกรรม ฮันนาห์ วิเทอริดจ์และเดวิด มิลเลอร์ เมื่อปี 2014 แล้ว คดีที่เหลือถูกตำรวจท้องถิ่นสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือไม่ก็เป็นอุบัติเหตุ
       
       อย่างไรก็ตามล่าสุดมีคำกล่าวอ้างปรากฏขึ้นมาว่าตำรวจบนเกาะถูกควบคุมโดยตระกูลอาชญากรแก๊งหนึ่ง โดยเดอะซันอ้างข้อมูลจากสำนักข่าวอินดิเพนเดนท์ระบุว่าพวกชาวบ้านที่ไม่ประสงค์เอ่ยนามเผยว่าพวกแก๊งนี้มียึดครองเกาะแห่งนี้ โดยชาวบ้านไม่กล้าแม้แต่จะพูดถึง
       
       ในคดีฆาตกรรม วิเทอริดจ์และมิลเลอร์ เบื้องต้นมีข่าวลือว่าทั้งคู่โต้เถียงกับชายไทยคนหนึ่งภายในบาร์ ก่อนถูกพบเป็นศพ แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นชาวพม่า 2 คนที่โดนพิพากษาว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมและลงโทษประหารชีวิต ทว่าบางส่วนเชื่อว่าพวกเขาเป็นแพะรับบาป
       
       เดอะซัน ย้อนถึงคำสัมภาษณ์ของเพื่อนชาวอังกฤษคนหนึ่งของเหยื่อ ที่เคยบอกว่าพวกแก๊งขู่แขวนคอและใส่ร้ายเขาในคดีฆาตกรรม ไม่กี่วันหลังจากวิเทอริดจ์และมิลเลอร์ เสียชีวิต
       
       ฌอน แม็คแอนนา ซึ่ง ณ ขณะนั้นมีอายุ 25 ปี บอกกับเดอะซัน ว่าเขาได้ยินชายกลุ่มหนึ่งพูดคุยกันในบาร์ เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม และคนเหล่านั้นบอกว่าจะฆ่าเขาและทำให้เหมือนกับเป็นการฆ่าตัวตาย
       
       "พวกเขาบอกกับผมว่า เรารู้ว่าแกฆ่าพวกเขา แกกำลังจะฆ่าตัวตายในคืนนี้และเราจะไปดูแกแขวนคอ แกจะตายในคืนนี้ เมื่อได้ยินดังนั้น ผมจึงรีบวิ่งหนี" เขากล่าว พร้อมเผยว่าเขาวิ่งหนีการไล่ล่าไปซ่อนตัวในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งและใช้โอกาสนั้นโพสต์เฟซบุ๊ก ข้อความว่า "ไทยมาเฟียกำลังพยายามฆ่าผม กรุณาช่วยผมด้วย"
       
       ฌอน เล่าต่อว่า "ตอนนั้นผมคิดจริงๆว่าตัวเองกำลังจะตาย พวกเขาคงเอาตัวผมขึ้นไปบนภูเขาและจับแขวนคอ พร้อมกับทำให้เหมือนว่ามันเป็นการฆ่าตัวตาย ผมคิดว่าพวกเขาต้องการแพะ ผมคิดว่าพวกเขารู้ว่าฆาตกรเป็นใคร พวกเขาต้องการแพะรับบาป และพวกเขาไม่ต้องการให้เห็นชาวบ้านท้องถิ่น พวกเขาต้องการให้เป็นชาวตะวันตก"
       
       อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วตำรวจก็เดินทางมาถึงและอารักขาเขาพากลับไปที่โรงแรม อย่างไรก็ตาม ฌอน บอกว่าเขาตัดสินใจหลบหนีอีกครั้ง เพราะเกรงตำรวจอาจฉ้อฉลและเปิดเผยสถานที่พักของเขา
       
       ทั้งนี้เขาเผยว่าเข้าไปหลบซ่อนในป่าตลอดคืน ก่อนรุดขึ้นเรือออกจากเกาะเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามเดอะซันระบุว่าคำขู่ที่เขาเผชิญเมื่อเดือนกันยายน 2014 บังเอิญเกิดขึ้นกับคนอื่นๆในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
       
       เดอะซันระบุว่าเอลิซ ดัลเลอมาจ หญิงสาวชาวเบลเยียมวัย 30 ปี ถูกพบแขวนคอในป่าบนเกาะเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่เมื่อเร็วๆนี้มีรายงานว่าเธอใช้ชื่อปลอมและปฏิเสธให้หมายเลขพาสปอร์ตตอนที่เช็กอินโรงแรมแห่งหนึ่งในคืนสุดท้ายที่มีคนพบเห็นเธอในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
       
       สื่อแห่งนี้อ้างด้วยว่าได้เกิดไฟไหม้อย่างลึกลับภายในห้องของเธอในเย็นวันเดียวกันและเธอได้หลบหนีออกจากโรงแรม ก่อนมีคนพบศพของเธออยู่ภายในป่าในอีกสัปดาห์ต่อมา ทั้งนี้ตำรวจสรุปการเสียชีวิตของเธอว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ทางครอบครัวยืนกรานว่าตำรวจสรุปผิดและเธอไม่ได้ปลิดชีพตนเอง
       
       ก่อนหน้านี้ Dimitri Povse ชาวฝรั่งเศส วัย 29 ปี ก็ถูกพบแขวนคอตายบนเกาะแห่งนี้ ในวันขึ้นปีใหม่ 2015 โดยเดอะซันระบุว่าเหตุเสียชีวิตของเขาถูกสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายเช่นกัน แต่ตำรวจไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมมือของเขาถึงมัดไพล่หลัง
       
       และ 8 เดือนก่อนหน้าที่ ฌอน ต้องวิ่งหน้าตั้งหนีการไล่ล่าของมาเฟีย นิค เพียร์สัน วัย 25 ปีจากเมืองดาร์บี อังกฤษ ถูกพบศพลอยอยู่กลางทะเล เบื้องล่างหน้าผาความสูง 50 ฟุต โดยแม้มีคำกล่าวอ้างว่าเขาตกลงมา แต่ไม่พบร่องรอยกระดูกหัก ทั้งนี้ตำรวจไม่เชื่อว่าเป็นเหตุอาชญากรรม ทว่าครอบครัวของ นิค เผยว่าเจ้าหน้าที่ไม่สืบสวนพยานแม้แต่ปากเดียวและเชื่อว่าเขาถูกฆาตกรรม
       
       คริสตินา แอนเนสลีย์ จากเซาต์อีสต์ลอนดอน ถูกระบุว่าเสียชีวิตจากสาเหตุทางธรรมชาติ หลังพบสารแวเลียมและแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่เดอะซันระบุว่าไม่มีการทำงานรายงานพิษวิทยาและทางครอบครัวของเธอประณามการสืบสวน หลังพบข้อพิรุธต่างๆนานา
       
       รายงานของเดอะซันระบุว่า ลุค มิลเลอร์ จากนิวพอร์ท ถูกพบเป็นศพอยู่ก้นสระน้ำของซันเซ็ตบาร์ บริเวณหาดทรายรีของเกาะเต่าเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2016 และเนื่องด้วยการเสียชีวิตของเขา ทางครอบครัวกล่าวหาตำรวจพยายามปกปิดเรื่องนี้
       
       จากรายงานของตำรวจ เจ้าหน้าที่ชันสูตรสรุปว่าไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่า ลุค ถูกฆาตกรรม แต่แม่ของเขา ซารา คอตตอน กล่าวว่า "มีความไม่สอดคล้องกันมากมายหลายจุดในรายงานของตำรวจ เรารู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและเราจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ลุค ถูกฆาตกรรม"
       
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06,07, 2017, 05:16:02 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 15   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: