GUN IN THAILAND
23,10, 2017, 21:46:58 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 23 24 [25] 26 27 28   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก #ภาค13  (อ่าน 8988 ครั้ง)
NOIY555 และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
13,10, 2017, 03:51:24
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #360 เมื่อ: 13,10, 2017, 03:51:24 »

รัฐบาลซีเรียออกปากไล่ทหารอเมริกาให้ออกจากประเทศ:

แผน A ของอเมริกาคือใช้กลุ่มก่อการร้ายไอสิสยึดประเทศซีเรีย แล้วก็ขโมยน้ำมันไปใช้ แผน B คือให้กลุ่มชาวเคิร์ดแบ่งแยกประเทศแทน

ระยะนี้ อเมริกากำลังอยู่ในช่วงแผน B กลุ่มก่อการร้ายไอสิสหนีหัวซุกหัวซุนเนื่องจากกองทัพรัสเซียและซีเรียไล่ล่า ไม่รู้จะหนีไปไหนก็หนีไปรวมกลุ่มกันอยู่ใกล้ๆ ฐานทัพอเมริกา โดยที่อเมริกาไม่ได้ทำอะไรเลย วันดีคืนดี กลุ่มก่อการร้ายก็รวมตัวกันกับกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดโจมตีรัฐบาลซีเรีย+รัสเซียก็มี

หลังจากรัสเซียออกมาไล่หลายรอบแล้ว ทั้งรมว.ต่างประเทศและรมว.กลาโหมว่าอเมริกาไม่มีสิทธิ์ส่งหทารเข้าซีเรียและพฤติกรรมรัฐบาลทหารอเมริกาในซีเรียก็สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายไอสิสและกลุ่มติดชาวเคิร์ดเพื่อการแบ่งแยกดินแดนมากกว่าอย่างอื่น แต่รัฐบาลอเมริกาก็หน้าทน หน้าหนาอย่างไร้ยางอายต่อไป จะไล่ทหารอเมริกาออกจากประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเรื่องยากยิ่งนัก เพราะกิตติศัพท์ในความหน้าด้านหนังหน้าหนาของรัฐบาลอเมริกาในเรื่องนี้นั้นเป็นที่ร่ำลือไปทั่วยุทธจักร

ข่าวข้างล่างนี้บอกว่ารมว.ต่างประเทศซีเรียออกมาไล่บ้างว่าทหารอเมริกาไม่ได้ช่วยอะไรรัฐบาลซีเรียเลย มีแต่จะสนับสนุนไอสิส ช่วยให้กลุ่มก่อการร้ายไอสิสที่ตนสร้างขึ้นรอดตัวจากการถูกลอบโจมตีของรัฐบาลซีเรียและรัสเซียเท่านั้น

๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๐
https://www.youtube.com/watch?v=VdF7eshQcyg&feature=share
บันทึกการเข้า

 
13,10, 2017, 13:45:42
beamsound
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 962



« ตอบ #361 เมื่อ: 13,10, 2017, 13:45:42 »

ข่าวใหญ่ครับ   !!!สหรัฐฯลาออกจาก "ยูเนสโก" แล้ว อ้างไม่เป็นกลางกับยิว

https://mgronline.com/around/detail/9600000104585


เมื่อไหร่ลาออกจาก นาโต้ คงจะเป็นข่าวดีมาก หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า
13,10, 2017, 14:22:22
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #362 เมื่อ: 13,10, 2017, 14:22:22 »

ข่าวใหญ่ครับ   !!!สหรัฐฯลาออกจาก "ยูเนสโก" แล้ว อ้างไม่เป็นกลางกับยิว

https://mgronline.com/around/detail/9600000104585


เมื่อไหร่ลาออกจาก นาโต้ คงจะเป็นข่าวดีมาก หัวเราะปิดปาก

 ธุจ้า ธุจ้า
เอเจนซีส์ / รอยเตอร์ - สหรัฐฯและอิสราเอล ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกขององค์การยูเนสโก( UNESCO) อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้(12 ต.ค) อ้าง หน่วยงานพิทักษ์มรดกโลกของยูเอ็นบิดเบือนทางประวัติศาสตร์ แถมมีอคติกับยิว การลาออกกระเทือน UNESCO หนัก เชื่อกระทบโปรเจกต์อนุรักษ์มรดกโลกอย่างเห็นได้ชัด แหล่งข่าวชี้ผลการลาออกจะเป็นทางการสิ้นเดือนธันวาคม 2018

RT สื่อรัสเซียรายงานเมื่อวานนี้(12 ต.ค)ว่า องค์การองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก(UNESCO) ที่ก่อตั้งมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดในปี 1945 ที่มีสหรัฐฯช่วยเหลือในการก่อตั้ง ต้องขาดหัวเรือใหญ่และผู้บริจาคชาติสำคัญไปแล้วในวันพฤหัสบดี(12 ต.ค)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,10, 2017, 14:24:57 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,10, 2017, 14:23:39
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #363 เมื่อ: 13,10, 2017, 14:23:39 »

ระทึก!! เกิดแผ่นดินไหวความแรง 2.9 ใกล้ สถานีทดสอบนิวเคลียร์เกาหลีเหนือพุงกเยรี เช้ามืดวันนี้

รอยเตอร์ - ก่อนรุ่งสางวันนี้(13 ต.ค) เกิดแผ่นดินไหวระดับความแรง 2.9 ในระดับความลึก 5 ก.ม ใกล้กับสถานีทดสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งที่ 6 ของเกาหลีเหนือ เชื่อเป็นแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ และไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้เชี่ยวชาญชี้ แรงเขย่าล่าสุด ส่งสัญญาณความไม่มั่นคงของพื้นที่สถานีทดสอบพุงกเยรี

รอยเตอร์รายงานวันนี้(13 ต.ค) เกิดแรงสั่นสะเทือนและดินถล่มระลอกใหญ่ใกล้กับสถานีทดสอบระเบิดไฮโดรเจนของเกาหลีเหนือในวันศุกร์(13 ต.ค) อ้างอิงจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ โดยทางเกาหลีใต้เชื่อว่า ***เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และไม่มีรายงานความเสียหายเกิดขึ้น***
บันทึกการเข้า

 
13,10, 2017, 18:28:00
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #364 เมื่อ: 13,10, 2017, 18:28:00 »

เอเอฟพี/เอเจนซีส์– ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โรดริโก ดูเตอร์เต ประกาศในวันพฤหัสบดี(12 ต.ค)ว่า เขาสามารถสั่งขับเอกอัครราชทูตจากชาติสมาชิกสหภาพยุโรปให้ออกนอกฟิลิปปินส์ได้ภายใน 24 ช.มเท่านั้น โดยอ้างว่าชาติเหล่านี้หาทางที่พยายามจะขับฟิลิปปินส์ให้ออกจากการเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติจากปัญหาฆ่าตัดตอนสงครามยาเสพติด

เอเอฟพีรายงานวันนี้(13 ต.ค)ว่า ในการแถลงผู้นำฟิลิปปินส์แสดงความโกรธออกมาให้สาธารณะรับรู้ในแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวานนี้(12 ต.ค)ว่า เขาจะไม่อดทนต่อเสียงตำหนิจากกลุ่มชาติยุโรปต่อโครงการสงครามยาเสพติดของตัวเองอีกต่อไป ที่มีตัวเลขผู้ที่ต้องจบชีวิตภายใต้น้ำมือตำรวจฟิลิปปินส์จำนวนอย่างน้อย 3,850 คนภายในระยะเวลาเพียงแค่ 15 เดือนตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง
บันทึกการเข้า

 
14,10, 2017, 13:59:21
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #365 เมื่อ: 14,10, 2017, 13:59:21 »

เอเอฟพี - เกาหลีเหนือเริ่มเคลื่อนย้ายขีปนาวุธและคาดว่ากำลังเตรียมพร้อมยิงทดสอบครั้งใหม่ ต้อนรับแผนการซ้อมรบทางทะเลระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วัน รายงานเผยวันนี้ (14 ต.ค.)

กองทัพเรือสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันศุกร์ (13) ว่าจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน เข้าร่วมการฝึกยุทธวิธีทางทะเลกับเกาหลีใต้ในสัปดาห์หน้า เพื่อแสดงแสนยานุภาพข่มขวัญโสมแดง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดในภูมิภาค
บันทึกการเข้า

 
14,10, 2017, 14:03:51
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #366 เมื่อ: 14,10, 2017, 14:03:51 »

วันก่อนประกาศถอนตัวจากยูเนสโก้
นนี้จะยกเลิกอุดหนุนเวิลแบงค์แล้ว แววเสื่อมเริ่มมา

เอเอฟพี - สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะเพิ่มวงเงินอุดหนุนธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เมื่อวานนี้ (13 ต.ค.) หลังจากที่ทางธนาคารได้ออกมาเรียกร้องขอเพิ่มทุนเพื่อขยายภารกิจต่อต้านความยากจนทั่วโลก

สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ซึ่งมีฐานอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยัง “ด้อยประสิทธิภาพ” และควรบริหารเงินได้ดีกว่านี้ภายใต้งบสนับสนุนการพัฒนาเกือบ 60,000 ล้านดอลลาร์ที่สหรัฐฯ มอบให้ในแต่ละปี

เขาระบุว่า หากเวิลด์แบงก์ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่านี้ ก็จะสามารถสร้างฐานเงินทุนและขยายการปล่อยกู้ได้ โดยไม่ต้องขอเงินเพิ่มจากรัฐสมาชิก 189 ประเทศ

ในถ้อยแถลงต่อคณะกรรมการด้านการพัฒนาซึ่งมีหน้าที่กำหนดโครงการของเวิลด์แบงก์และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มนูชิน ระบุว่า เวิลด์แบงก์ควรลดเงินอุดหนุนประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือจากภายนอกมากนัก และต้องสร้างวินัยการคลัง เช่น ควบคุมการจ่ายเงินเดือนและสวัสดิการให้แก่พนักงาน เป็นต้น
บันทึกการเข้า

 
15,10, 2017, 05:39:57
ilikeguns
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210


« ตอบ #367 เมื่อ: 15,10, 2017, 05:39:57 »

คงกำลังหน้ามืดเพราะถังแตกน่ะครับ  หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า
15,10, 2017, 14:44:52
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #368 เมื่อ: 15,10, 2017, 14:44:52 »

เอเจนซีส์ - 18 รัฐของสหรัฐฯ ที่รวมไปถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐนิวยอร์ก ได้ยื่นฟ้องทางกฎหมายต่อประธานาธิบดีทรัมป์ หลังจากได้ลงนามคำสั่งทางบริหารตามอำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี(12 ต.ค) ยกเลิกใช้เงินรัฐบาลกลางสหรัฐฯสนับสนุนอเมริกันมีรายได้น้อยในโครงการประกันสุขภาพพื้นฐาน “โอบามาแคร์” โดยอ้างว่า เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่เป็นเหมือนเป็นการตัดสายออกซิเจนช่วยชีวิตรากหญ้าอเมริกัน

สื่อซาลอนรายงานเมื่อวานนี้(14 ต.ค)ว่า ในวันศุกร์(13 ต.ค) รัฐต่างๆ 18 รัฐในสหรัฐฯ เป็นต้นว่า รัฐวอชิงตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก และกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้ลงนามยื่นฟ้องทางคดีต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อบังคับให้รัฐบาลสหรัฐฯยังคงทำการจ่ายเงินสนับสนุนต่อกลุ่มผู้ประกันสุขภาพรายได้น้อยในโครงการประกันสุขภาพพื้นฐาน “โอบามาแคร์” ต่อไป

ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 1 วันก่อนหน้า(12 ต.ค) ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า เงินสนับสนุนจำนวนราว 7 พันล้านดอลลาร์ในโครงการประจำปี 2017 และ 10 พันล้านดอลลาร์ในปีถัดไป จะสิ้นสุดลง

ซึ่งสื่ออังกฤษ ดิอินดีเพนเดนต์ รายงานถึงแถลงการณ์ทำเนียบขาวที่ออกมา โดยอ้างว่า การตัดสินใจยุติเงินสนับสนุนโอบามาแคร์ครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานการได้รับคำแนะนำจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯและกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ ที่ได้สรุปว่า

***ไม่มีความเหมาะสมในการต้องให้เงินจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯเพื่อช่วยเหลือเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า “cost-sharing reduction payments” โดยต้องจ่ายทดแทนให้ให้กับบริษัทประกันในโครงการโอบามาแคร์***

“จากผลของการศึกษา ทำให้ทางรัฐบาลสหรัฐฯไม่สามารถทำการสนับสนุนอย่างถูกกฎหมายต่อสมทบทุนร่วมเพื่อลดค่าใช้จ่าย (cost-sharing reduction payments) นี้ได้อีกต่อไป” รายงานจากแถลงการณ์ทำเนียบขาว

เดอะฮิลรายงานว่า ในคืนวันพฤหัสบดี(12 ต.ค) ทรัมป์ออกมาประกาศต่อสาธารณะว่า เขาจะหยุดการจ่ายเงินสนับสนุนให้กับโครงการโอบามาแคร์ สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้กับหลายฝ่ายเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษชี้ว่า ในคำสั่งที่ทรัมป์ลงนามวันพฤหัสบดี(12 ต.ค)นอกเหนือจากที่สั่งให้หยุดการให้เงินช่วยเหลือในกลุ่มประกันตนที่มีรายได้น้อยเพื่อที่กลุ่มคนเหล่านี้จะสามารถซื้อประกันสุขภาพของตัวเองได้ ผู้นำสหรัฐฯยังอนุญาตให้บรรดาบริษัทประกันสามารถเสนอแผนประกันสุขภาพนอกตลาดที่ถูกควบคุมโดยกฎหมายประกันสุขภาพ

โดยทาง VOX ชี้ว่า เป็นการเปิดทางอนุญาตให้บริษัทที่มีขนาดเล็กสามารถซื้อประกันสุขภาพให้กับพนักงานของตัวเองผ่าน Association Health Plans

ทางด้านแกนนำพรรคเดโมแครตทั้งสภาสูงและสภาล่างสหรัฐฯ ชัค ชูมเมอร์ และอดีตประธานสภาคองเกรส แนนซี เพโลซี ออกมาชี้ว่า คำสั่งทางบริหารของทรัมป์ที่ยุติการให้เงินสนับสนุนจะทำให้ค่าพรีเมียมของผู้ซื้อประกันสุขภาพสูงขึ้น

ซาลอนชี้ว่า การยื่นฟ้องของทั้ง 18 รัฐในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อจะหยุดการบังคับใช้คำสั่งชั่วคราว และต้องการให้เงินช่วยเหลือยังคงได้รับการจ่ายต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15,10, 2017, 14:46:45 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
15,10, 2017, 18:04:22
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #369 เมื่อ: 15,10, 2017, 18:04:22 »

หมี CNN

15-10-60/15 : CLOSER TO TRIGGER! "ใกล้เปิดฉากขึ้นเรื่อยๆ" เกาหลีเหนือส่งสัญญานระเบิดกวมหากถูกโจมตี! เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือประกาศ "ดาบแห่งความยุติธรรม" โดยสาบานว่าจะโจมตีเกาะกวมที่เป็นพื้นที่ครอบครองของสหรัฐฯ ด้วย "ห่าขีปนาวุธ" หนึ่งวันหลังแถลงการณ์ว่าจะสานต่อโครง การอาวุธนิวเคลียร์โดยไม่สนใจต่อแรงกดดันจากนานาชาติที่เกาหลีเหนือกำลังเผชิญอยู่สหรัฐได้ทำการขมขู่เกาหลีเหนือด้วยการใช้เครื่องบินวางระเบิดชนิด บี-1บี จำนวนสองลำ บินผ่านบริเวณที่เปรียบเหมือนหลังบ้านของเกาหลีเหนือและทำการทดสอบการยิงภาคพื้นดินเมื่อตอนต้นสัปดาห์ ก่อนจะทำการเตรียมความพร้อมกองทัพเรือด้วยการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

---------------------------------------------------------------------------
RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : "ใกล้เปิดฉากขึ้นเรื่อยๆ" เกาหลีเหนือส่งสัญญานระเบิดกวมหากถูกโจมตี

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือประกาศ "ดาบแห่งความยุติธรรม" โดยสาบานว่าจะโจมตีเกาะกวมที่เป็นพื้นที่ครอบครองของสหรัฐฯ ด้วย "ห่าขีปนาวุธ" หนึ่งวันหลังแถลงการณ์ว่าจะสานต่อโครงการอาวุธนิวเคลียร์โดยไม่สนใจต่อแรงกดดันจากนานาชาติที่เกาหลีเหนือกำลังเผชิญอยู่

สหรัฐได้ทำการขมขู่เกาหลีเหนือด้วยการใช้เครื่องบินวางระเบิดชนิด บี-1บี จำนวนสองลำ บินผ่านบริเวณที่เปรียบเหมือนหลังบ้านของเกาหลีเหนือและทำการทดสอบการยิงภาคพื้นดินเมื่อตอนต้นสัปดาห์ ก่อนจะทำการเตรียมความพร้อมกองทัพเรือด้วยการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ไม่นานหลังจากเรือรบบรรทุกขนาดใหญ่ ยูเอสเอส โรนัลด์ เรย์แกนเริ่มปฏิบัติการซ้อมร่วมเป็นระยะเวลา 10 วัน กับเรือรบของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น กองทัพสหรัฐประจำน่านน้ำแปซิฟิกได้ออกแถลงการณ์ว่า เรือรบยูเอสเอสมิชิแกนที่เป็นเรือดำน้ำชั้นโอไฮโอ ที่ได้บรรทุกขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐฯ ได้ถูกเรียกให้ขึ้นสู่ผิวน้ำที่ท่าเมืองปูซาน เกาหลีใต้

หน่วยงานข่าวโคเรียเซนทรัลที่อยู่ภายใต้การจัดการของเกาหลีเหนือรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา "หากจักรวรรดิสหรัฐฯและหุ่นเชิดเกาหลีใต้จุดชนวนสงครามนิวเคลียร์ต่อต้านเรา นั่นจะเป็นการก้าวไปสู่ความตายของพวกเขา"

กองทัพเรือสหรัฐฯในแปซิฟิกแถลงว่า การขึ้นเทียบท่าของเรือยูเอสเอส มิชิแกนดังกล่าวเป็นการเยี่ยมเยียนตามปกติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนพลไปยังด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก เรือรบบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ทำให้กองทัพเรือสามารถจู่โจมได้ทันทีและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจพิเศษที่เป็นความลับได้ ทั้งนี้ยังเสริมอีกว่า เรือลำดังกล่าวได้บรรทุก ขีปนาวุธยุทธวิธี และอุปกรณ์สำหรับการสื่อสารขั้นสูง ทั้งยังพร้อมสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติการพิเศษต่างๆ

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ ยังไม่ได้ทวีตข้อความข่มขู่เกาหลีเหนือเพื่อเป็นการตอบโต้แต่อย่างใด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีได้พิมพ์ข้อความอวยพรกองทัพเรือว่า "สุขสันต์วันเกิด" และเสริมว่า "รู้สึกเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับใช้ชาติในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพสหรัฐฯ"

sputniknews.com/asia/201710131058219264

บันทึกการเข้า

 
15,10, 2017, 21:22:53
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #370 เมื่อ: 15,10, 2017, 21:22:53 »

เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – โกเบ สตีล และ นิสสัน ถูกเปิดโปงกรณีฉาวโฉ่น่าอับอายเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งได้สร้างความแปดเปื้อนให้แก่ชื่อเสียงเกียรติคุณในเรื่องคุณภาพของบรรดาธุรกิจสัญชาติญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน เหล่าบริษัท “เจแปน อิงก์” (Japan Inc) ซึ่งเพียงไม่นานมานี้เองยังก้องกระเดื่องในฐานะผู้นำหน้าทรงอำนาจน่าเกรงขามของโลกอุตสาหกรรม เวลานี้กลับกำลังต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักหน่วง ในท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกอันดุเดือด และผลกำไรที่หดเล็กลงทุกที

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ภาพของบิ๊กบอสบริษัทกำลังโค้งคำนับก้มต่ำเพื่อแสดงการขอโทษขอโพยต่อหน้ากล้องถ่ายภาพและวิดีโอ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางตามสื่อต่างๆ ของญี่ปุ่น และจุดประกายให้เกิดกระแสของการหันกลับมาตรึกตรองค้นหาจิตวิญญาณแห่งชาติกันใหม่อีกระลอกหนึ่ง

นายใหญ่ของโกเบ สตีล ยอมรับว่าบริษัทของเขาได้ปลอมแปลงข้อมูลด้านคุณภาพในผลิตภัณฑ์โลหะต่างๆ ที่จัดส่งไปให้แก่ลูกค้าราว 500 ราย ในจำนวนนี้มีทั้งยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถยนต์อย่างโตโยต้า, บริษัทอุตสาหกรรมสร้างเครื่องบิน และบรรดาผู้รับเหมางานด้านผลิตยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย

รายงานข่าวที่ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาบางส่วนยังถูกใช้ไปในการผลิตรถไฟหัวกระสุน “ชินกังเซน” ของญี่ปุ่นด้วย ยิ่งเพิ่มทวีความขายหน้าให้แก่ตรา “เมดอินเจแปน” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่ามีความหมายเท่ากับคำว่า “คุณภาพ”

การเปิดเผยเรื่องนี้ออกมาได้ทำให้มูลค่าหุ้นของโกเบ สตีล ตกฮวบหดหายคิดเป็นมูลค่าราว 1,800 ล้านดอลลาร์แล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือลดไปมากกว่า 40% ในเวลาเดียวกันความอื้อฉาวยังคงแผ่ลามลงลึกไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างเช่น ลวดเหล็ก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวสำคัญที่สุดตัวหนึ่งของบริษัทแห่งนี้

ข่าวของโกเบ สตีล ปรากฏขึ้นมาไม่กี่วันหลังจาก นิสสัน ได้ประกาศขอเรียกคืนรถยนต์ของตนในญี่ปุ่นจำนวนกว่า 1 ล้านคันกลับมาตรวจสอบ ภายหลังยอมรับว่ามีการปล่อยปละให้พนักงานที่ไม่ได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบรถขั้นสุดท้ายก่อนขนส่งไปให้แก่บรรดาดีลเลอร์

“ครั้งหนึ่งแบบแผนวิธีการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เคยได้รับการยกย่องชมเชยจากทั่วโลก แต่เวลานี้ตำแหน่งงานต่างๆ กำลังถูกเอาต์ซอร์ส และโรงงานต่างๆ กำลังถูกส่งไปต่างประเทศ อะไรๆ กำลังเปลี่ยนแปลงไปหมด” โคจิ โมริโอกะ ศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งมหาวิทยาลัยคันไซ กล่าวให้ความเห็น

ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสผู้นี้ชี้ต่อไปว่า การแข่งขันในระดับโลกที่เข้มข้นยิ่งขึ้นทุกขณะ และแรงผลักดันให้ดำเนินการตัดลดต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างไม่รู้จักสิ้นสุด ได้ส่งผลทำให้เกิดสถานการณ์ในพวกประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ซึ่งบรรดาคนงานพากันเงียบเฉยเพื่อปกป้องคุ้มครองตัวพวกเขาเอง ถึงแม้พวกเขามองเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

“ในเวลาเดียวกับที่โลกาภิวัตน์ดำเนินไปเรื่อยๆ บริษัทต่างๆ จึงกำลังขยายการผลิตในท้องถิ่นที่พวกตนไปตั้งโรงงาน ขณะเดียวกันบรรดาชาติเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ทั้งหลายก็กำลังมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นทุกที” โมริโอกะบอก

แรงกดดันจากคู่แข่งที่เป็นบริษัทอินเดียและบริษัทจีน

การเปิดโปงแลการยอมรับสารภาพของบริษัทญี่ปุ่นเหล่านี้ เกิดขึ้นในขณะที่ภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของทั่วโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนโฉมแปลงร่างกันอย่างมโหฬาร ผู้เชี่ยวชาญหลายรายระบุ

คนงานในประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาเต็มที่แล้วอย่างญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นทุนแพงทั้งในด้านค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆ กำลังถูกนำมาแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งกันโดยตรง กับพวกแรงงานโรงงานราคาถูกในเหล่าประเทศตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่

พนักงานมากประสบการณ์ที่ได้รับสัญญาจ้างซึ่งมีเสถียรภาพ กำลังถูกแทนที่ด้วยมือใหม่ซึ่งตำแหน่งงานอยู่ในสภาพงานชั่วคราว เวลาเดียวกับที่ฝ่ายบริหารเรียกร้องต้องการผลิตภาพที่สูงยิ่งขึ้นจากลูกจ้างพนักงานทุกๆ คน

ขณะเดียวกัน พวกบริษัทหน้าใหม่ในแวดวงอุตสาหกรรม กำลังสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในวงการมายาวนาน

ตัวอย่างเช่นในภาคการผลิตเหล็กกล้า ยักษ์ใหญ่สัญชาติอินเดียและสัญชาติจีนสามารถที่จะขยายตัวไปได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการกดดันเบียดขับพวกคู่แข่งสัญชาติญี่ปุ่น

สำหรับในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์นั้น บริษัทญี่ปุ่นรายมหึมาทั้งหลายใช้วิธีการขยายการผลิตในต่างแดน แทนที่จะทำรถในญี่ปุ่นแล้วส่งออกไปต่างประเทศ
บันทึกการเข้า

 
16,10, 2017, 03:17:53
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #371 เมื่อ: 16,10, 2017, 03:17:53 »

รอยเตอร์/เอเอฟพี/ – กองกำลังกบฏซีเรียที่หนุนหลังโดยสหรัฐฯ ประกาศในวันอาทิตย์ (15 ต.ค.) ว่า ได้เริ่มเปิดฉากทำศึก “ระยะสุดท้าย” ในการชิงเมืองร็อกเกาะฮ์กลับคืนมา หลังจากขบวนนักรบ “รัฐอิสลาม” (ไอเอส) และพลเรือนจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางออกไปจากเมืองตามที่ตกลงกัน เหลืออยู่แต่พวกฮาร์ดคอร์ ซึ่งระบุกันว่าเป็นกลุ่มนักรบไอเอสชาวต่างชาติและญาติพี่น้องบางคน

“การสู้รบจะดำเนินไปจนกว่าทั่วทั้งเมืองจะสะอาดแล้ว” เป็นคำแถลงของ “กองกำลังประชาธิปไตยชาวซีเรีย” (Syrian Democratic Forces หรือ SDF) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรของกองกำลังท้องถิ่นชาวเคิร์ดและชาวอาหรับ ที่ได้รับการฝึก, ติดอาวุธ, และให้การสนับสนุนโดยสหรัฐฯ
 
โฆษกของ SDF ตอลัล เซโล บอกว่า มีนักรบไอเอสที่เป็นชาวซีเรีย 275 คนถอนตัวออกไปจากเมืองพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวที่เป็นพลเรือน ทิ้งให้นักรบไอเอสที่เป็นคนต่างชาติ “ไม่มากไปกว่า 200 – 300 คน” ยังคงยึดที่มั่นเพื่อทำการสู้รบต่อไป

ภายใต้เงื่อนไขในการถอนตัวออกไปของพวกเขา พลเรือนอื่นๆ ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร็อกเกาะฮ์จะได้รับอนุญาตให้เดินทางออกไปจากเมืองได้โดยปลอดภัย เซโลกล่าว พร้อมกับระบุว่าเขาเชื่อว่าเวลานี้มีพลเรือนเหลืออยู่ในเมืองเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

SDF นั้นได้เริ่มบุกตีเมืองร็อกเกาะฮ์มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน และเวลานี้ยึดครองพื้นที่ราว 90% ของตัวเมืองแล้ว หลังจากการถอนตัวของนักรบไอเอสชาวซีเรียเช่นนี้ จึงดูใกล้ที่ตีได้ทั้งเมืองเต็มทีแล้ว

อย่างไรก็ดี พ.อ.ไรอัน ดิลลอน ผู้ทำหน้าที่โฆษกให้พันธมิตรนานาชาติที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำ ซึ่งกำลังหนุนหลัง SDF ในการทำสงครามปราบปรามไอเอส กล่าวเตือนว่า “เรายังคงคาดหมายว่าจะเจอกับการสู้รบที่ยากลำบาก”

ร็อกเกาะฮ์เป็นเมืองใหญ่ในซีเรียแห่งแรกที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของกลุ่มไอเอส ซึ่งได้ประกาศก่อตั้ง “รัฐกาหลิบ” แบบอิสลามขึ้นมาในดินแดนกว้างใหญ่ระหว่างซีเรียกับอิรักที่ตีชิงมาได้ในปี 2014 หลังจากนั้นเมืองนี้ก็ได้กลายเป็นศูนย์ปฏิบัติการสำหรับการก่อการโจมตีในต่างแดนของไอเอส ตลอดจนเป็นเวทีของการสังหารหมู่อันโหดร้ายทารุณที่สุดบางเหตุการณ์ของนักรบญิฮาดกลุ่มนี้

ทว่า “รัฐอิสลาม” ต้องตกเป็นฝ่ายล่าถอยในระยะ 2 ปีหลังมานี้ โดยกำลังสูญเสียดินแดนผืนใหญ่หลายผืนทั้งที่อิรักและซีเรีย และถูกกดดันให้ถอยกลับเข้าไปยังที่มั่นซึ่งพื้นที่หดแคบลงไปเรื่อยๆ ตามแนวหุบเขายูเฟรติส

“เมื่อคืนนี้ (เสาร์ที่14) นักรบกลุ่มสุดท้าย (ซึ่งทำข้อตกลงยอมถอนตัว) ได้ออกไปจากเมืองแล้ว” มอสตาฟา บาลี โฆษกอีกคนหนึ่งของ SDF บอก

มีรายงานสับสนขัดแย้งกันเองในเรื่องจำนวนผู้คนในขบวนรถลำเลียงที่ล่าถอยออกไปจากเมือง ตลอดจนผู้คนเหล่านี้เป็นใครกันบ้าง

เซโลกล่าวว่านักรบไอเอสชาวซีเรีย 275 คนถอนตัวไปพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวของพวกเขา ขณะที่ ไลลา มอสตาฟา ประธานของสภาพลเรือนแห่งร็อกเกาะฮ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาภายใต้การอุปถัมภ์ของ SDF เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการพลเรือนของเมือง บอกว่าตัวเลขดังกล่าวรวมเอาพวกนักรบและสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาเอาไว้หมดแล้ว เธอกล่าวด้วยว่าเรื่องที่สมาชิกสภาอีกคนหนึ่งได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่ามีนักรบไอเอสที่เป็นคนต่างชาติบางคนถอนตัวไปกับขบวนรถลำเลียงคราวนี้ด้วยนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ก่อนที่ขบวนรถดังกล่าวเดินทางออกไป พันธมิตรนานาชาติที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำเคยประมาณการว่ามีนักรบไอเอสที่ยังอยู่ในร็อกเกาะฮ์อีกราว 300 – 400 คน

โล่มนุษย์

ขบวนรถลำเลียงนี้จะมุ่งหน้าไปยังดินแดนที่ไอเอสยังยึดครองอยู่ในบริเวณภาคตะวันออกของซีเรีย โอมาร์ อัลลูช แห่งสภาพลเรือนแห่งร็อกเกาะฮ์กล่าวในวันเสาร์ (14)

เซโลบอกว่า จนกระทั่งถึงตอนเช้าวันอาทิตย์ (15) ขบวนรถลำเลียงนี้ยังคงอยู่ในพื้นที่ซึ่ง SDF ยึดครองอยู่ ส่วนบาลีพูดถึงพลเรือนที่ออกไปจากเมืองพร้อมกับพวกนักรบไอเอสในขบวนรถดังกล่าวว่า อยู่ในฐานะเป็นโล่มนุษย์

บาลีขยายความว่า นักรบไอเอสปฏิเสธไม่ยอมปล่อยพลเรือนเหล่านั้นในทันทีที่ออกจากเมืองไปตามที่มีการตกลงกันไว้ โดยยังคงต้องการนำพวกเขาไปให้ไกลที่สุดในระหว่างการเดินทางถอยหนี เพื่อใช้เป็นเครื่องค้ำประกันความปลอดภัยของนักรบไอเอสเหล่านี้เอง

การถอนตัวของพวกนักรบโดยนำเอาพลเรือนกลุ่มหนึ่งไปด้วย กำลังกลายเป็นเรื่องสามัญไปเสียแล้วในสงครามกลางเมืองซีเรียที่ดำเนินมา 6 ปี ในฐานะเป็นวิธีการที่จะทำให้กองกำลังอาวุธซึ่งกำลังถูกปิดล้อมอยู่ ยอมถอนตัวออกไป และทำให้ฝ่ายที่เข้าตีสามารถยึดพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับข้อตกลงคราวนี้เกิดขึ้นได้โดยที่มีสภาพลเรือนแห่งร็อกเกาะฮ์และพวกอาวุโสของชนเผ่าเป็นตัวกลาง ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะ “ลดการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนให้เหลือน้อยที่สุด” พันธมิตรนานาชาติแถลงในวันเสาร์ (14) ขณะที่พวกผู้นำชนเผ่าต่างๆ จากร็อกเกาะฮ์บอกว่า พวกเขาหวังหาทางป้องกันไม่ให้พลเรือนที่ยังคงติดอยู่ในเมืองนี้ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ

มาถึงตอนนี้ เซโลกล่าวว่า “ถ้าหากยังมีพลเรือนใดๆ ยังคงอยู่ (ในสถานที่หลบซ่อนภายในเมืองนี้) พวกเขาก็จะต้องเป็นครอบครัวของ (นักรบไอเอสที่เป็น) คนต่างชาติพวกนั้น เพราะพลเรือนได้ถอยออกจากเมืองไปหมดสิ้นแล้ว”

การที่ SDF ตัดสินใจเร่งรัดให้การสู้รบจบลงด้วยการอนุญาตให้พวกนักรบไอเอสบางส่วนถอนตัวจากร็อกเกาะฮ์เช่นนี้ นับว่าผิดแผกแตกต่างไปจากความปรารถนาซึ่งระบุเอาไว้ของกลุ่มพันธมิตรนานาชาตินำโดยสหรัฐฯที่ได้ให้ความสนับสนุน SDF ทั้งด้วยการโจมตีทางอากาศและการส่งกองทหารหน่วยรบพิเศษเข้ามาเป็นที่ปรึกษา

ดิลลอนกล่าวในวันอาทิตย์ (15) ว่า ทางกลุ่มพันธมิตรนานาชาติไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการอพยพออกไปของพวกนักรบไอเอส แต่ก็เสริมว่า “เราอาจจะไม่เห็นด้วยอย่างเต็มที่เสมอไปกับพวกหุ้นส่วนของเราในบางครั้งบางคราว แต่เราก็ต้องเคารพวิธีการจัดการกับปัญหาของพวกเขา”

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรนานาชาติใช้เวลาหลายสัปดาห์ทีเดียวในการขัดขวางไม่ให้ขบวนลำเลียงของนักรบไอเอสซึ่งอพยพออกจากที่มั่นตรงบริเวณพรมแดนระหว่างซีเรียกับเลบานอน เดินทางไปถึงดินแดนของไอเอสในภาคตะวันออกของซีเรีย โดยที่นักรบไอเอสเหล่านี้ยอมถอนตัว ภายหลังทำความตกลงกับกองกำลังฝ่ายรัฐบาลซีเรียและกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่ปิดล้อมพวกเขาอยู่

สำหรับการสู้รบชิงเมืองร็อกเกาะฮ์ที่ผ่านมา ได้สร้างความสูญเสียอย่างหนักหน่วงให้แก่ประชาชนในเมืองนี้ โดยตัวเมืองจำนวนมากได้ถูกทำลายกลายเป็นซากปรักหักพังทั้งจากการถล่มโจมตีอย่างตั้งใจของกลุ่มพันธมิตรนานาชาติ และจากการสู้รบแบบประชิดตัวไล่ล่ากันไปตามถนนทีละสายซึ่งดำเนินมาเป็นแรมเดือน ผู้คนนับหมื่นนับแสนต้องหลบหนีกลายเป็นผู้ลี้ภัย ขณะที่พลเรือนเสียชีวิตไปอย่างน้อยหลายร้อยคน

ในอีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวฝ่ายทหารของรัฐบาลซีเรียระบุในวันเสาร์(14) ว่า กองทัพสามารถเข้ายึดเมืองมายาดีน ในหุบเขายูเฟรตีส ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดเดอีร์ เอสซอร์ ทางภาคตะวันออกของซีเรียเอาไว้ได้แล้ว ทำให้เวลานี้ไอเอสเหลือดินแดนที่ยึดเอาไว้ได้ในซีเรีย เพียงแค่เมืองเล็กๆ และหมู่บ้านอีกไม่กี่แห่ง ตลอดจนบริเวณที่อยู่รอบๆ ทะเลทรายเท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16,10, 2017, 03:28:39 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
16,10, 2017, 03:22:01
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #372 เมื่อ: 16,10, 2017, 03:22:01 »

16-10-60/07 : TOMAHAWKS NEAR DPRK SERIOUS CHALLENGE! "โทมาฮอว์ค" ใกล้ DPRK "ท้าทายเปียงยางอย่างร้ายแรง" เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ USS Michigan ได้ไปถึงท่าเรือบูซาน ของเกาหลีใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร Dmitry Litovkin กล่าวว่าเป้าหมายของเรือดำน้ำนี้คือการกดดันเกาหลีเหนืออย่างหนัก USS Michigan เป็นเรือดำน้ำขนาด 18,000 เมตริกตัน ติดตั้ง 154 ขีปนาวุธโทมาฮอว์ค มีความสามารถในการยิงเป้าหมายที่ห่างออกไป 1,400 ไมล์

---------------------------------------------------------------------------
RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย พัดโบก : "โทมาฮอว์ค" ใกล้ DPRK "ท้าทายเปียงยางอย่างร้ายแรง"

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ USS Michigan ได้ไปถึงท่าเรือบูซาน ของเกาหลีใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร Dmitry Litovkin กล่าวว่าเป้าหมายของเรือดำน้ำนี้คือการกดดันเกาหลีเหนืออย่างหนัก

USS Michigan เป็นเรือดำน้ำขนาด 18,000 เมตริกตัน ติดตั้ง 154 ขีปนาวุธโทมาฮอว์ค มีความสามารถในการยิงเป้าหมายที่ห่างออกไป 1,400 ไมล์

"เป้าหมายชัดเจนว่ามาเพื่อกดดันเกาหลีเหนือซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับสหรัฐ" Litovkin กล่าว

ล่าสุด เปียงยางได้โบก"ดาบแห่งความยุติธรรม" เมื่อวันศุกร์ โดยปฏิญาณที่จะโจมตีพื้นที่กวมของสหรัฐด้วยขีปนาวุธแบบซัลโว หนึ่งวันหลังจากระบุว่าเปียงยางจะทดสอบขีปนาวุธจนแล้วเสร็จไม่ว่านานาชาติจะกดดันเท่าไรก็ตาม

https://sputniknews.com/analysis/201710141058240102-tomahawks-near-dprk-serious-challenge/


หมี CNN
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16,10, 2017, 03:32:01 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
16,10, 2017, 05:43:50
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #373 เมื่อ: 16,10, 2017, 05:43:50 »

เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – รัฐบาลกลางอิรักระบุเมื่อวันอาทิตย์ (15 ต.ค.) ว่ากองกำลังชาวเคิร์ดจากต่างประเทศกำลังปรากฏตัวอยู่ในจังหวัดเคอร์คุก ซึ่งมีความหมายเท่ากับเป็น “การประกาศสงคราม” นับเป็นการเพิ่มทวีความตึงเครียดให้แก่ข้อพิพาทที่แบกแดดมีอยู่กับชาวเคิร์ดในอิรัก

ทางด้านเจ้าหน้าที่ชาวเคิร์ดพากันออกมาปฏิเสธข้ออ้างของแบกแดดที่ว่า กองกำลังอาวุธจากพรรคแรงงานชาวเคิร์ด (Kurdistan Workers' Party หรือ PKK) ซึ่งเป็นกลุ่มนอกกฎหมายในตุรกี ปรากฏตัวปะปนอยู่ในหมู่นักรบชาวเคิร์ดในอิรัก ที่มีชื่อเรียกกันว่า กองทัพ “เพชเมอร์กา”ด้วย ในการเคลื่อนกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์เผชิญหน้ากับกองทัพอิรัก ในจังหวัดเคอร์คุกที่อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำมัน

ทว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ไฮเดอรื อัล-อาบาดี ยืนยันว่า มีนักรบในกองกำลังของ PKK ปะปนอยู่ในหมู่ “นักรบที่มิได้ขึ้นกับกองกำลังความมั่นคงตามปกติในจังหวัดเคอร์คุก” พร้อมกับพูดด้วยว่า เรื่องนี้คือ “การยกระดับ (การเผชิญหน้า) ที่มีอันตราย”
บันทึกการเข้า

 
16,10, 2017, 06:37:11
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,692



« ตอบ #374 เมื่อ: 16,10, 2017, 06:37:11 »

... "ตลาดหุ้นอเมริกากำลังเดินต่อไปเพื่อตกหน้าผาตาย ?"

... ตอนนี้มีดัชนีสองอย่างที่ทำการพิจารณาแล้วว่าตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกากำลังเจอทางตัน จะไปต่อก็จะฟองสบู่แตก ถ้าลดดอกเบี้ยและเฟดขายหนี้เสียหุ้นเน่าทิ้งก็จะเกิด "การเทขายแบบดิ่งเหว" หรือ Tapering Tantrum แบบในปี 2013 ที่ตอนนั้นเฟดออกข่าวว่าจะลดการทำ QE สุดท้ายต้องทำต่อจนเงินไหลไปกองอยู่ที่ตลาดหุ้นกันหมด

... ปัจจัยที่หนึ่งคือ อัตราส่วน P/E หรือ Price to Earnings Ratio หรือสั้นๆ คือ P/E Ratio เป็นอัตราส่วนระหว่างราคาหุ้นปัจจุบันเทียบกับกำไรต่อหุ้น (EPS) ในสี่ไตรมาสล่าสุด ปรากฏว่าอัตรานี้สูงขึ้นมากที่สุดเทียบเท่ากับเทื่อเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ผ่านมา เช่น ปี 1893 ที่เกิดการตื่นตระกหนกครั้งใหญ่ครั้งแรกของตลาดหุ้น และครั้งที่สองคือตอนวิกฤติดอดคอมที่คนแห่ไปซื้อหุ้นมากมาย และล่าสุดนั้นคือเมื่อปี 2008 ที่เกิดวิกฤติซับไพร์มหรื แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส ที่ทั้งหมดนั้นอัตรา P/E นั้นสูงกว่า 26.5% ทั้งสิ้น

... แปลว่าราคาหุ้นสูงกว่ากำไรที่เกิดจากการประกอบการที่ได้จริง

... More importantly, since the 1870s, there have been a total of THREE periods in which the average stock P/E ratio was above 26.5.

The first time was around the Panic of 1893.
The second was around the 2000 dot-com crash.
And the third was around the 2008 financial collapse.

... และอีกหนึ่งปัจจัยก็คือ "อัตราส่วนระหว่างมูลค่าตลาดหุ้นกับจีดีพี" ปรากฏว่ามูลค่าหุ้นในตลาดมากแต่จีดีพีต่ำประเทศอเมริกาเศรษฐกิจซบเซามาก ทำให้อัตรานี้สูงมาก ตอนนี้อยู่ที่ 120% ทั้งที่ค่าเฉลี่ยตลอด 45 ปีที่ผ่านมานั้นมีแค่ 75% เท่านั้น ที่ดัชนีชี้วัดนี้วออร์ บัฟเฟตบอกว่าบอกอะไรชัดเจนที่สุด หรือ "ราคาหุ้นสูงเกินความเป็นจริง" ทั้งๆกิจการตกต่ำ ขายของไม่ได้ หลายบริษัทต้องไล่คนงานออกไปมากมาย เช่น HSBC นั้นกำไรล่วงลงมา 62% แต่ยังราคาหุ้นแพงเป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความจริง หรือ Overvalued Stock

... แปลว่าเงินที่อ้างว่าเอาเงินคนทั่วโลกมาซื้อหุ้นเพื่อมาระดมทุนสร้างกิจการทางธุรกิจผลิตสินค้ามาค้าขายนั้น ไม่ได้มีการสร้างผลผลิตอะไรเลย แต่ไปเก็งกำไรซื้อหุ้นขายไขว่ไปมาแค่นั้นเอง

... และนี้คือสาเหตุที่แท้จริงที่เฟดหรือธนาคารกลางอเมริกาพยายามจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอการไหลของเงินไปกองที่ตลาดหุ้น ตลาดทุนกันมากกว่านี้ เพราะถ้ายังเดินหน้าด้วยอัตราแบบนี้ ฟองสบู่ของตลาดหุ้นอเมริกาจะแตกในเร็ววันเร็วเดือนนี้แน่ แต่เพราะว่าเดือนที่แล้วมีพายุเข้าประเทศเศรษฐกิจตกต่ำยังต้องการเงินหมุนเวียนในประเทศ เลยทำให้ทางป้าเยเลนต้องชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน

... นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เดือนธันวาคมนี้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อปิดประตูเขื่อนอีกบานกั้นน้ำแห่งเงินการเก็งกำไรไม่ให้ไหลบ่าเข้าเขื่อนมากกว่านี้ก่อนเขื่อนจะแตกและทำลายประเทศย่อยยับ

... แต่ถ้าเฟดรีบขึ้นดอกเบี้ยและเทขายหุ้นเน่าออกจากบริษัทต่างๆที่เมื่อคราววิกฤติซับไหร์มไปกว้านซื้้อไว้ แบบเร่งด่วนก็จะเกิดการตื่นตระหนกและเทขายหุ้นทิ้งแบบดิ่งเหว เงินจะไหออกจากตลาดหุ้นแบบกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย ที่เรียกว่า Taper Tantrum

... ซึ่งถ้าเกิดเร่งขึ้นดอกเบี้ยก็จะมีผลต่อหนี้ของประเทศอีก งานนี้ระเบิดเศรษฐกิจอาจจะแตกก่อนก็ได้

.
http://www.zerohedge.com/news/2017-02-24/us-stock-market-highly-overvalued-heres-why
https://www.ft.com/content/0048255c-824d-11e7-94e2-c5b903247afd?mhq5j=e5
http://www.marketwatch.com/story/two-thirds-of-us-investors-think-stocks-are-overvalued-2017-07-21

Jeerachart Jongsomchai
บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 ... 23 24 [25] 26 27 28   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: