GUN IN THAILAND
21,11, 2017, 07:04:39 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก ภาค#14  (อ่าน 3134 ครั้ง)
sawang และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
14,11, 2017, 05:36:18
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #165 เมื่อ: 14,11, 2017, 05:36:18 »

ตูน บอดี้สแลมที่กำลังเป็นโมเดลของคนไทยในการทำความดีเพื่อสังคม ตอนนี้โด่งดังไปถึงต่างประเทศ
ประเทศไทยไม่ต้องไปตามหาผู้นำเทวดาที่ไหน  แต่ประเทศไทยต้องมีพลเมืองที่มีจิตสาธารณะสูงอย่างตูนมากๆ มุ่งทำความดีเพื่อส่วนรวมด้วยวิธีที่หลากหลาย เจริญรอยตามคำชี้แนะของพ่อหลวง และไม่เอาเปรียบสังคมประเทศจะเจริญแน่นอน

ชาแนลนิวส์เอเชีย - สื่อดังสิงคโปร์ "ชาแนลนิวส์เอเชีย' ซึ่งเป็นสื่อระดับเอเชีย นำเสนอรายงานภารกิจวิ่งการกุศล ในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศของ ตูน บอดี้สแลม ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนงบประมาณตามโรงพยาบาลของรัฐ

รายงานของชาแนลนิวส์เอเชีย ระบุว่า นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดังของไทย กำลังอยู่ในภารกิจวิ่งมาราธอนทั่่วประเทศ ในโครงการก้าวคนละก้าว เรี่ยไรเงินบริจาคมอบแด่โรงพยาบาลรัฐ 11 แห่ง

ชาแนลนิวส์เอเชียระบุว่าภารกิจของ ตูน เริ่มต้นจากที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ทางภาคใต้ของไทยและมีเป้าหมายเข้าเส้ยชัยที่อำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราง ทางภาคเหนือของไทยติดชายแดนพม่า

สื่อแห่งนี้ระบุว่าเป้าหมายของ ตูน คือวิ่งเป็นระยะทาง 2,191 กิโลเมตร เป็นเวลา 55 วัน โดยในวันจันทร์(13พ.ย.) เป็นวันที่ 11 ของการวิ่งมาราธอนทั่วประเทศ เป็นระยะทางรวมแล้วกว่า 500 กิโลเมตร

สำนักข่าวดังของสิงคโปร์ระบุว่าความพยายามครั้งนี้ไม่ใช่ภารกิจวิ่งมาราธอนเพื่อเรี่ยไรเงินบริจาคเพื่อมอบแด่โรงพยาบาลต่างๆครั้งแรกของตูน โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2016 เขาเคยวิ่งเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร เพื่อระดมทุนได้ 63 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายของการวิ่งหนล่าสุดคือยอดบริจาค 700 ล้านบาท

ตูน ให้สัมภาษณ์กับชาแนลนิวส์เอเชีย ว่าเขาเลือกวิ่งมาราธอนแทนทำสิ่งอื่นๆอย่างเช่นจัดคอนเสิร์ต เนื่องจากมันไม่ต้องใช้เงินมากมาย "ผมเป็นนักร้องไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ มีคนถามผมว่าทำไมผมถึงไม่จัดคอนเสิร์ตสำหรับระดมทุนเพื่อบริจาคให้โรงพยาบาลเหล่านี้"

"แต่คอนเสิร์ตมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากและเราอาจเหลือเงินแค่เล็กน้อย ซึ่งไม่เพียงพอที่จะซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับโรงพยาบาลเหล่านั้น" เขากล่าว "ดังนั้นผมจึงลองคิดว่า ผมจะเรี่ยไรเงินได้อย่างไรโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย? ผมไม่ต้องใช้อะไรนอกจากออกวิ่งเพื่อสะท้อนปัญหา แล้วขอรับเงินบริจาคบ้างระหว่างทางดูล่ะ?"

ชาแนลนิวส์เอเชียให้ข้อมูลเสริมว่าในปีงบประมาณ 2017 กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้รับงบประมาณ 255,000 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้เป็นที่พึ่งของโรงพยาบาลรัฐนับพันแห่งทั่วประเทศ ผลก็คือไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลตามพื้นที่ชนบทจำนวนมาก

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนบางกลุ่มว่าโครงการนี้เป็นเพียงแค่จำอวดและไม่ได้แก้ปัญหาในระยะยาว ในเรื่องนี้ ตูน บอกกับชาแนลนิวส์เอเชีย เขาไม่ได้คาดหมายว่าจะได้รับเสียงชื่นชมต่อความพยายามของตนเอง "ผมไม่ต้องการคำยกย่อง ผมไม่ใช่ฮีโร่และไม่ใช่คนพิเศษ ท้ายที่สุดแล้ว ผมเป็นเพียงสะพานที่เชื่อมโยงน้ำใจคนไทยทุกคน และสื่อสารให้คนไทยได้รับรู้ปัญหานี้ คนที่ควรได้รับการยกย่องและฮีโร่ตัวจริงคือคุณหมอ คุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่แสนลำบาก"

สื่อมวลชนแห่งนี้รายงานว่าคนไทยมากกว่า 48 ล้านคน หรือราว 75 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด ต้องพึ่งพาระบบประกันสุขภาพอันกว้างขวางของรัฐบาลและจำนวนก็เพิ่มขึ้นในทุกๆปี ขณะที่การทำงานในโรงพยาบาลรัฐถือเป็นงานสาหัสอย่างมากสำหรับเหล่าแพทย์และพยาบาลในไทย และด้วยชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน จำนวนคนไข้ล้นมือและปัญหาระบบราชการ ผลักให้บุคคลกรทางการแพทย์จำนวนมากไหลบ่าสู่ภาคเอกชน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14,11, 2017, 05:39:48 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
14,11, 2017, 10:31:50
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #166 เมื่อ: 14,11, 2017, 10:31:50 »

รอยเตอร์ - อิหร่านประกาศยุติการค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว 7.3 ทางภาคตะวันตกของประเทศ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 450 ราย และบาดเจ็บอีกราว 7,000 คน
บันทึกการเข้า

 
14,11, 2017, 19:15:50
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #167 เมื่อ: 14,11, 2017, 19:15:50 »

ออกลายอันธพาล

รอยเตอร์ - เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมาชี้แจงบทบาทในระยะยาวของทหารอเมริกัน หลังจากที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) สูญเสียดินแดนในอิรักและซีเรียไปเกือบหมดสิ้น โดยยืนยันว่าอเมริกาพร้อมที่เดินหน้าบดขยี้ไอเอสในซีเรียต่อไป “นานตราบที่พวกเขาต้องการ”

- ข่าวเดียวกันแต่สื่อรายงานกันไปคนล่ะทาง -

เอเอฟพี – การโจมตีทางอากาศที่ทำลายตลาดแห่งหนึ่งในเมืองของฝ่ายกบฏในซีเรียส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 61 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ยอดล่าสุดจากกลุ่มสังเกตการณ์ เผยในวันนี้ (14)

การโจมตีสามครั้งเกิดขึ้นที่เมืองอตาเร็บทางตอนเหนือเมื่อวานนี้ (13) ทั้งๆ ที่มีการจัดตั้ง “เขตลดความรุนแรง” ที่นั่น กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (Syrian Observatory for Human Rights) ระบุ

“จำนวนผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 61 ราย รวมถึงเด็ก 5 คนและตำรวจ 3 นาย”

กลุ่มสังเกตการณ์ที่มีฐานในอังกฤษระบุว่า มันยังไม่แน่ชัดว่าการโจมตีทิ้งระเบิดดังกล่าวเป็นฝีมือเครื่องบินขับไล่รัฐบาลซีเรียหรือเครื่องบินของรัสเซียที่เป็นพันธมิตร
-----------------------------------------------------------------------
ส่วนสำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานอีกแบบ

14-11-60/06 : Damascus denounces US-led coalition for adding ‘new bloody massacres’ to their ‘war crimes record’ ดามาสกัสประณามการกระทำของกองกำลังที่นำโดยสหรัฐว่าได้เพิ่ม”การสังหารหมู่นองเลือด”เข้าไปในสถิติ “อาชญากรรมสงคราม” Bashar Assad ได้ประณามการโจมตีแบบปูพรมโดยไม่เลือก ของกองกำลังที่นำโดยสหรัฐ ซึ่งยังคงสังหารประชาชน และทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และในเวลาเดียวกัน ทำให้ความพยายามในการต่อต้านการก่อการร้ายของดามาสกัสหยุดชะงักลง! ดามาสกัสยังได้เตือนประเทศต่างๆที่มักอ้างว่าสนับสนุนหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน แต่ทำเป็นมองไม่เห็นว่ามี”การสังหารหมู่”ใน Raqqa และ Deir ez-Zor - รายงานเนื้อหาโดย SANA

รัฐบาลของประธานาธิบดี Bashar Assad ได้ประณามการโจมตีแบบปูพรมโดยไม่เลือก ของกองกำลังที่นำโดยสหรัฐ ซึ่งยังคงสังหารประชาชน และทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และในเวลาเดียวกัน ทำให้ความพยายามในการต่อต้านการก่อการร้ายของดามาสกัสหยุดชะงักลง

รัฐบาลของซีเรียได้แสดง”การประณามอย่างรุนแรง” ในการโจมตีอย่างต่อเนื่องต่อประชาชนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการของกองกำลังที่นำโดยสหรัฐ - ผู้แทนถาวรของซีเรียประจำ UN ได้มีแถลงการณ์ถึงเลขาธิการ UN และประธานของคณะมนตรีความมั่นคง

ซีเรียได้กล่าวหา “กองกำลังอันธพาล”ที่ได้เพิ่ม”การสังหารหมู่นองเลือด”เข้าไปในสถิติ”อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”

ในคำแถลงระบุว่า เพียงวันเสาร์วันเดียว กองกำลังที่นำโดยสหรัฐ ได้ปฏิบัติการในบริเวณที่พักอาศัยในหมู่บ้าน al-Duwaiji ที่ Deir ez-Zor และสังหารประชาชน 10 ราย และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชน และอ้างว่าเครื่องบินรบของกองกำลังได้ยิงรถของหน่วยกู้ชีพที่กำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในพื้นที่ และสังหารคนในรถทั้งหมด

ยิ่งกว่านั้น ซีเรียเชื่อว่า การโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งความก้าวหน้าของกองทัพซีเรียต่อผู้ก่อการร้าย IS รัฐบาลซีเรีย เรียกร้องให้ UN ดำเนินการ “ทันที” เพื่อ “ยุติอาชญากรรมที่โหดร้ายทารุณที่ดำเนินการโดย”กองกำลัง”ที่ผิดกฎหมาย และป้องกันอาชญากรรมและการโจมตีประชาชนซีเรียที่อาจเกิดขึ้นอีก รวมถึงต่อเอกราช และอาณาเขตโดยถูกต้องของซีเรีย”

https://www.rt.com/news/409657-damascus-us-led-coalition-massacres/

หมีCNN แปล

สรุปคือปัญหาความวุ่นวายในภูมิภาคต่างๆ จนผู้คนล้มตายเรือนแสนเรือนล้านล้วนมีที่มาจากสื่อที่ไม่ข้างใดข้างหนึ่งต้องเป็นเครื่องมือปั่นหัวมนุษย์บนโลกด้วยการเจตนารายงานข่าวจริงปนเท็จให้เกิดการเข้าใจผิดจนเกลียดชังกัน และเห็นดีเห็นงามในการรุกรานชาติอื่นฆ่าฟันกันเป็นผักปลา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14,11, 2017, 19:28:41 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
14,11, 2017, 20:01:02
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #168 เมื่อ: 14,11, 2017, 20:01:02 »

พฤติกรรมของฝูงหมาไฮยีน่า

เอเจนซีส์/รอยเตอร์ - เมื่อวานนี้(13 พ.ย) ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกสหภาพยุโรปได้มีมติร่วมกันเพิ่มมาตรการกดดันเวเนซุเอลา ที่รวมไปถึงการประกาศห้ามค้าอาวุธโดยสินเชิง ประกาศห้ามการเดินทางและยึดทรัพย์ต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวเนซุเอลา เกิดขึ้นวันเดียวกันกับที่ 4 ชาติ รัสเซีย จีน อียิปต์ และโบลิเวีย บอยคอตประชุมไม่เป็นทางการของคณะมนตรีความมั่นคงองค์การสหประชาชาติ หารือ ประเด็นวิกฤตเวเนซุเอลาที่มีสหรัฐฯเป็นตัวตั้งตัวตีจัด

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานเมื่อวานนี้(13 พ.ย)ว่า ในวันจันทร์(13 พ.ย) สหภาพยุโรปออกมาตรการกดดันประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร ด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่แรงมากขึ้น รวมไปถึง คำสั่งห้ามค้าขายอาวุธโดยเด็ดขาด ที่อาจรวมไปถึงสิ่งที่อาจถูกนำมาใช้ได้ทั้งในกิจการพลเรือนหรือกิจการทหาร เพื่อบีบบังคับประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เข้มงวดกับการต้องทำตามหลักนิติรัฐ และมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

โดยอียูออกมาตรการเพื่อลงโทษคาราคัสครั้งนี้ หลังพบว่าการเลือกตั้งในเดือนที่ผ่านมาของเวเนซุเอลาไม่โปร่งใส

ทั้งนี้ในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิก ได้กำหนดกรอบทางกฎหมายสำหรับการคว่ำบาตรขึ้น รวมไปถึงคำสั่งห้ามการเดินทาง และยึดทรัพย์ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลคาราคัส ซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลสหรัฐฯชุดทรัมป์ได้ใช้ในการลงโทษเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาจำนวนหลายสิบคน รวมไปถึงตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

แต่อย่างไรก็ตาม สื่อสหรัฐฯชี้ว่า บรรดารัฐมนตรีอียูยังไม่ประกาศชื่อของเป้าหมายเจ้าหน้าที่คาราคัสที่ถูกคว่ำบาตรออกมา โดยให้เหตุผลว่า ต้องการเปิดโอกาสให้เวเนซุเอลายังสามารถหาทางออกทั้งการเมืองและเศรษฐกิจอย่างสันติผ่านการเจรจา

“ความรับผิดชอบหลักในการยุติวิกฤตในเวเนซุเอลานั้นอยู่ภายในประเทศ” รายงานจากแถลงการณ์ของรัฐมนตรีชาติสมาชิกอียู และในแถลงการณ์ยังกล่าวต่อว่า “ทางอียูขอเรียกร้องโดยตรงไปยังรัฐบาล ให้เร่งรีบนำประชาธิปไตยที่ชอบด้วยกฎหมายกลับคืน ซึ่งรวมไปถึงผ่านการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและเสรี และต่อฝ่ายค้านในแบบที่สมานฉันท์ เพื่อผลลัพท์จากการเจรจาจะสามารถแก้ปัญหาตรึงเครียดในปัจจุบันได้ เพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ”

ทั้งนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แกนนำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาประกาศว่า จะยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจากับคาราคัวอีกครั้งหลังจากหยุดไปชั่วคราว ซึ่งการประชุมหารือจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ที่สาธารณรัฐโดมินิกัน โดยทางฝ่ายค้านประกาศว่า จะตั้งเงื่อนไขเพื่อให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้านั้นยุติธรรมและเป็นประชาธิปไตย

ซึ่งในแถลงการณ์ของที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอียูชี้ว่า ทางสหภาพยุโรปขอเรียกร้องให้รัฐบาลคาราคัสอนุญาตการตรวจสอบผลการเลือกตั้งอย่างครอบคลุมและเป็นอิสระ

นิวยอร์กไทม์สรายงานต่อว่า รัฐบาลมาดูโรออกมาตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของทางอียู โดยเรียกว่า “ผิดกฎหมาย ไม่สมเหตุสมผล และไม่ได้ผล”

และในวันเดียวกันนั้น(13 พ.ย) พบว่าสหรัฐฯพยายามที่จะจัดการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติอย่างไม่เป็นทางการขึ้นเพื่อหามติจัดการกับเวเนซุเอลา

แต่อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ชี้ว่า มีอย่างน้อย 4 ชาติ ได้แก่ รัสเซีย จีน อียิปต์ และ โบลิเวีย ไม่เห็นด้วย และบอยคอตการประชุมครั้งนี้ โดยทั้ง 4 ชาติต่างชี้ว่า 15 ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นไม่สมควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ซึ่งทางเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น วาสซิลี เนเบ็นเซีย(Vassily Nebenzia) ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในเรื่องนี้ว่า “มันเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกิจการภายในเวเนซุเอลา”

ซึ่งตัวแทนของรัสเซียยังตั้งความหวังว่า ทางเวเนซุเอลาจะสามารถหาทางออกได้เองโดยที่ไม่ต้องมีภายนอกเข้าไปเกี่ยวข้อง

ด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำองค์การสหประชาชาติ นิกกี เฮลลี กล่าวกับที่ประชุมว่า “ในความเป็นจริงคือ รัฐบาลเวเนซุเอลานั้นทำเกินเลยขอบเขตไป ด้วยการบีบบังคับไม่ให้คนไปร่วมการประชุม นั่นถือเป็นสิ่งผิด และนั่นช่างน่าเศร้า”

และเฮลลียังกล่าวต่อว่า “เราได้รับแรงกดดันจากพันธมิตรในภูมิภาคไม่ให้เข้าร่วมการประชุมนี้” ซึ่งเธอได้ให้เหตุผลว่า “เป้าหมายนี้ไม่ต้องการลดระดับใครทั้งนั้น และไม่ใช่การทำให้ขายหน้าในระดับภูมิภาค แต่เป็นการยกระดับภูมิภาคขึ้นมา”

ด้านลูอีส เบอร์มมูเดซ( Luis Bermudez) ผู้ช่วยเอกอัครราชทูตประจำองค์การสหประชาชาติของอุรุกวัยซึ่งเข้าร่วมในการหารืออย่างไม่เป็นทางการที่สหรัฐฯจัด แต่ได้แสดงความเห็นว่า ประเทศของเขาไม่เชื่อว่า ***สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลาจะเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ***

ในขณะที่ ราฟาเอล ดาริโอ รามิเรซ(Rafael Dario Ramirez) เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำยูเอ็นได้เปิดประเด็นให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในระหว่างที่การประชุมเริ่มขึ้น โดยกล่าวว่า “การประชุมที่เกิดขึ้นนั้นแสดงความเป็นศัตรู และเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเข้าก้าวก่ายอย่างชัดเจนของสหรัฐฯ ซึ่งนั่นเป็นการบั่นทอนต่อหลัการความเป็นรัฐของชาติสมาชิกองค์การสหประชาชาติ” และชี้ต่อว่า “เราขอประณามการกระทำที่แสดงถึง การบงการทางการเมืองในครั้งนี้”

รอยเตอร์รายงานว่า ในขณะที่รามิเรซยืนให้สัมภาษณ์กับนักข่าว มี หวู ไฮเตา( Wu Haitao) ผู้ช่วยเอกอัครราชทูตจีนประจำองค์การสหประชาชาติ และซาชา เซอร์จิโอ ลอเรนต์ตี โซลิซ(Sacha Sergio Llorentty Soliz)เอกอัครราชทูตโบลิเวียประจำยูเอ็นยืนอยู่ข้างๆ
บันทึกการเข้า

 
14,11, 2017, 21:32:41
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #169 เมื่อ: 14,11, 2017, 21:32:41 »

... "อเมริกา บีบ RT News กีดกั้นไม่ให้เป็นสื่อกระแสหลัก"

... "อเมริกา" ที่หลอกเด็กตามมหาวิทยาลัย มัธยมว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ Freedom of Speech หรือ เสรีนิยมนั้น ไม่จริงแต่อย่างใด พวกเขาพยายามจะครอบครองโลกหลายทางทั้งแบบ Soft Power และ Hard Power แบบแรกนั้น อย่างหนึ่งก็คือการใช้สื่อมวลชนล้างสมองชาวโลกผ่าน หนัง เพลง ข่าว สำนักข่าวของตะวันตกจะออกมาในแนวเดียวกันหมด ว่าต้องการให้ใครเป็นผู้ร้าย ใครเป็นพระเอกในสายตาของโลก

... ขณะที่ "สงครามสื่อ" ก็เป็นอีกสมรภูมิในการต่อสู้กัน ตอนนี้อเมริกาพยายามจะสร้างกฏระเบียบบีบให้ RT สาขาอเมริกายุ่งยากมากขึ้น เพื่อจะสกัดสำนักข่าวจากรัสเซีย ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ที่มีผู้กด Subscribe มากกว่า 2 ล้านคน มากกว่าหลายสำนักข่าวดังๆของอเมริกาเสียอีก เพราะข่าวจากรัสเซียน่าเชื่อถือมากกว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาก็สกัดโดยการบีบนักข่าวสาวคนดังให้ออกจากที่นี่และกล่าวให้ร้ายเพื่อจะทำลายความน่าเชื่อถือของสำนักข่าวนี้ด้วย

... "สงครามข่าวสาร" อเมริกาก็จะครอบโลกต่อไป ขณะที่รัสเซียและจีน ก็ก้าวออกมาสู้ท้าทายอย่างสมศักดิ์ศรี

https://youtu.be/s14rJPKcEP8

Jeerachart Jongsomchai

สื่อส่วนใหญ่ของอีแร้งถูกควบคุมโดยCIAและกลุ่มDEEP  Steetสร้างข่าวลวงเพื่อล้างสมองชาวโลก แม้แต่ภาพยนตร์ที่อีแร้งสร้างก็เป็นอีกสื่อลวงที่สร้างขึ้นมาให้นานาชาติเห็นว่า อีแร้งชั่วเป็นพระเอกตลอดกาลสร้างให้รัสเซีย จีน เกาหลีเหนือเป็นผู้ร้ายตลอดกาล สื่อไทยหลายสำนักก็ลอกข่าวมาจากสื่อขยะเอามาแปลโดยไม่เคยวิเคราะห์ข้อมูลของข่าว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14,11, 2017, 21:35:21 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
14,11, 2017, 21:39:38
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #170 เมื่อ: 14,11, 2017, 21:39:38 »

... "อิสราเอลยืมมือซาอุดิอาระเบีย หวังครองดินแดนอิสลาม"

... หลายสำนักข่าวของโลกต่างบอกเหมือนกันหมดว่าคนที่กระตือรือล้นในการยุแยงให้ “ซาอุดิอาระเบีย” ในการทำสงครามกับ “เลบานอน” คือ “อิสราเอล” โดยหลังจากที่ซาอุดได้ประกาศให้คนของตัวเองถอนตัวออกจากประเทศเลบานอนด่วน เหมือนเป็นการประกาศสงครามกลายๆ หลังจากนั้นอิสราเอลก็ส่งให้เอกอัคราชทูตของตัวเองในหลายประเทศเกลี้ยกล่อมให้ประเทศใกล้เคียงหนุนซาอุดให้การทำสงครามกับเลบานอน โดยอ้างว่าเฮสบุลเลาะห์นั้นเป็นผู้ก่อการร้ายต่อภูมิภาค รวมทั้งอิหร่านด้วย

... เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เกิดกะทันหัน เพราะเมื่อเดือนกันยายน 2017 ที่ผ่านมานั้น อิสราเอลนั้นได้มีการฝึกทหารครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ที่สำนักข่าวอัลจาซีร่ามองว่าอาจจะเตรียมการบุกเพื่อนบ้านทางทิศเหนืออย่างเลบานอนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันสองเดือนต่อมา

... In September, in a sign that Israel may be preparing for a confrontation on its northern border, the Israeli army held its biggest military drill in 20 years, simulating an invasion of Lebanon.

... ในรอบหลายปีในสงครามซีเรียนั้น อิสราเอลนั้นได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดในซีเรียเป็นร้อยครั้ง เพื่อจะช่วยฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลอัลอัสซาด รวมทั้งทิ้งระเบิดสกัดการขนส่งอาวุธจากอิหร่านมาช่วยเฮสบุลเลาะห์ ที่กลุ่มนี้ก็ส่งมาช่วยรัฐบาลซีเรียด้วยเช่นกัน แต่เฮสบุลเลาะห์เองก็มีจรวดมากเป็นหมื่นๆลูกในการต่อต้านอิสราเอล จนรอดมาได้ถึงปัจจุบัน

... Israel has launched more than 100 air strikes on Syrian government and military targets in recent years, according to Reuters news agency estimates, largely on the grounds that it was preventing the transfer of weapons technology from Iran to Hezbollah

... สำนักข่าวอินดิเพนเดนท์ของอังกฤษเคยบอกว่า อิสราเอลนั้นได้ช่วยเหลือทหารฝ่ายต่อต้านกบฏในสงครามซีเรีย ในหลายทาง เช่นการตั้งโรงพยายาลขนาดเล็ก ช่วยจัดยารักษาโรค อาหาร เชื้อเพลิง รวมทั้งสิ่งจำเป็นต่างๆ ในการช่วยเหลือนักรบกลุ่มนั้นในที่ราบสูงโกรัน เพื่อจะรักษาให้หายแล้วไปรบ ( จนตาย ) เพื่อหลอกใช้คนกลุ่มนั้นเป็นเหมือนรัฐกันชนจากเฮสบุลเลาะห์เพื่อรักษารัฐของคนยิวต่อไป  สำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัล บอกว่าเกินกว่าหกกลุ่มในสิบกว่ากลุ่มกบฏในซีเรียนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับอิสราเอล และรัฐยิวก็ทำเรื่องแบบนี้มานานกว่า 6 ปี โดยที่สหประชาชาติและ “อเมริกา” ทำอะไรไม่ได้ ทั้งๆที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ  ( ยังไม่นับการเอาทหารบุกฆ่าคนปาเลสไตน์ในกาซ่าแบบป่าเถื่อนอีก ที่คนผิวชาวยุโรป ไม่สนใจอะไรหรือรู้สึกเศร้าใจเพียงพอที่จะเอาธงชาติปาเลสไตน์มาใส่โปรไฟล์เฟสบุ๊คตัวเอง )

... ยังไม่นับเรื่องการที่ถ้าเกิดสงครามในเลเบานอนนั้น จะทำให้เกิด “คลื่นผู้อพยพ” ย้ายไปที่ยุโรปอีกมากมาย จะทำให้เกิดสงครามกลางเมืองที่จะต่อต้านผู้อพยพและลุกลามไปเป็นต่อต้านศาสนาอิสลาม ที่ตอนนี้หลายประเทศพรรคฝ่ายนิยมขวาจัดที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในยุโรป และอเมริกา ที่มีแนวคิดว่าคนผิวขวาเป็นผู้เก่งสุดและต้องปกครองโลก ต่อต้านผู้นับถือศาสนาอื่น กลุ่มนาซีใหม่ ในหลายประเทศก็เป็นแขนหนึ่งของกระแสขวาจัดกำลังผลิดอกปีศาจความเกลียชังฟื้นวิญญานขึ้นในยุโรปอีกครั้ง ( แม้แต่คนไทยที่อาศัยในยุโรปก็ยังรู้สึกแบบนี้ ตามการเขียนบทและผู้กำกับจากแดนไกล )

... ตอนสงครามโลกครั้งที่สองพวกเขาสร้าง “ผีนาซี” โดยการนำของฮิตเล่อร์ ตามด้วย “ผีคอมมิวนิสต์” ในช่วงสงครามเย็น และจนถึงวันนี้ ซึ่งจุดหมายปลายทางของพวกเขาคือการสร้าง “สงครามครูเสดใหม่” ขึ้นในโลก เพื่อจะได้ปกครองทั้งยุโรปและดินแดนอาหรับ หลังจากที่ทั้งคนคริสต์ คนมุสลิมฆ่ากันตาย จนวันนั้นรัฐยิวจะครองโลกแบบสบายๆ บรรลุความฝันของจาค็อบในที่สุด

... ขั้นตอนจะถึงความฝันนั้น วันนี้ "อิสราเอล" จึงต้องการผู้ช่วย หรือ ยืมมือ "ซาอุดิอาระเบีย" มาช่วยเพื่อขยายอาณาจักรของชาวไซออนนิสต์ของตัวเอง เพื่อทำให้ความฝันของจาค็อบบรรพบุรุษชาวยิวเป็นจริงขึ้นมา

http://www.independent.co.uk/news/world/middle-east/israel-giving-secret-aid-syrian-rebels-bashar-al-assad-golah-heights-hezbollah-fursan-al-joulan-a7797151.html
http://www.aljazeera.com/news/2017/11/israel-instructs-diplomats-support-saudis-cable-171110134749905.html

Jeerachart Jongsomchai
บันทึกการเข้า

 
15,11, 2017, 04:00:24
beamsound
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,016



« ตอบ #171 เมื่อ: 15,11, 2017, 04:00:24 »

เข้ามาอ่านครับ   ฮ๊าา
บันทึกการเข้า
15,11, 2017, 05:24:28
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #172 เมื่อ: 15,11, 2017, 05:24:28 »

รอยเตอร์ - ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ตอบโต้ดุเดือดใส่ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ในช่วงท้ายของการประชุมระหว่างเหล่าชาติเอเชียและตะวันตก หลังถูกฝ่ายหลังตั้งคำถามเกี่ยวกับสงครามยาเสพติดของเขา ในขณะที่พวกผู้นำคนอื่นๆ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ต่างหลีกเลี่ยงที่จะแตะต้องประเด็นนี้

ระหว่างการแถลงข่าวปิดการประชุมอีสต์เอเชียซัมมิต ตามธรรมเนียมโดยเจ้าภาพ ในวันอังคาร(14พ.ย.) ดูเตอร์ ถูกถามว่าเขาจะตอบโต้นายกรัฐมนตรีแคนาดาอย่างไร หลังจาก ทรูโด หยิบยกประเด็นสิทธิมนุษยชนและการฆ่าโดยศาลเตี้ยในสงครามต่อต้านยาเสพติดของเขา ขึ้นมาตั้งคำถาม

"ผมบอกว่าผมจะไม่อธิบายอะไร มันเป็นการดูหมิ่นทั้งโดยส่วนตัวและเป็นทางการ" ดูเตอร์เตกล่าว แม้ไม่ได้พาดพิงชื่อของ ทรูโด โดยตรง "ผมจะตอบคำถามนี้กับชาวฟิลิปปินส์เท่านั้น ผมจะไม่ตอบคำถามพวกตอแหลคนอื่นๆ โดยเฉพาะชาวต่างชาติ หยุดเสียทีเถอะ"

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรูโด ให้สัมภาษณ์ระหว่างแถลงข่าว เผยว่าระหว่างที่พบปะกับ ดูเตอร์เต เขาได้กล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องการวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ว่าเป็นสิ่งที่แคนาดามีความกังวล ซึ่งตรงกันข้ามกับที่ทรัมป์ ที่เข้าร่วมประชุมกับดูเตอร์เต แต่กลับไม่มีการแสดงท่าทีกดดันผู้นำฟิลิปปินส์เกี่ยวกับสงครามยาเสพติดนองเลือด

"ท่านประธานาธิบดีเปิดรับความคิดเห็นของผม มันเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงบวก จริงใจและเป็นกันเองอย่างยิ่ง" ทรูโดกล่าว
บันทึกการเข้า

 
15,11, 2017, 05:31:37
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #173 เมื่อ: 15,11, 2017, 05:31:37 »

จับตาสมรภูมิเลบานอน
โดย สิริอัญญา
วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560

หลังจากสถานการณ์สงครามในซีเรียและอิรักบรรเทาเบาบางลง โดยชัยชนะตกอยู่แก่ฝ่ายพันธมิตรรัสเซีย ซีเรีย อิรัก อิหร่าน และจีน ทำให้แผนการตั้งรัฐอิสลามขนาดใหญ่ในภูมิภาคนั้นถูกทำลายลง และเป็นเหตุให้กลุ่มไอซิสที่มหาอำนาจสนับสนุนต้องกระสานซ่านเซ็น

กระสานซ่านเซ็นไปในที่สามแหล่งใหญ่ คือ ในพื้นที่ยุโรป ซึ่งขณะนี้ก็ปรากฏชัดเจนแล้วว่ายุโรปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว คงเป็นไปตามหลักกฎแห่งกรรม นั่นคือเป็นดินแดนแห่งการก่อการร้าย ที่อาจเกิดก่อการร้ายขึ้นที่ไหนเมื่อใดก็ได้

อีกแหล่งคือ ในพื้นที่เอเชียอาคเนย์ ซึ่งความเร่งเร้าของสถานการณ์จึงก่อให้เกิดการจุดชนวนสงครามก่อการร้ายขึ้นโดยที่ยังไม่พร้อมในสองพื้นที่คือพม่าและฟิลิปปินส์ และเนื่องจากสองประเทศนี้ได้รับทราบสถานการณ์อย่างดียิ่งมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นจึงได้เชื้อเชิญทั้งรัสเซียและจีนเข้ามาช่วยเหลือและสามารถปราบปรามสงครามก่อการร้ายนั้นให้เสร็จสิ้นไปแล้วโดยพื้นฐาน 

และแหล่งสุดท้ายก็คือ ในพื้นที่ปลายแดนของซีเรีย โดยเฉพาะคือเลบานอนและปาเลสไตน์ หรือถ้าพูดโดยพื้นที่ก็คือตลอดแนวที่ราบสูงโกลันและพื้นที่ข้างเคียง ทำให้พื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะจุดใหญ่ที่สุดคือเลบานอนกลายเป็นสมรภูมิใหม่ขึ้นมาตามที่คาดหมายกันไว้ 

เลบานอนเป็นประเทศที่ประกอบด้วยมุสลิมหลายนิกาย ต่อเนื่องอยู่กันกับประเทศปาเลสไตน์ ในสองพื้นที่นี้มีขบวนการปลดปล่อยหลายขบวนการ ทำการต่อสู้เพื่อให้พ้นจากการครอบงำและการยึดพื้นที่ของอิสราเอล ซึ่งได้เข้ายึดพื้นที่จำนวนมากไว้โดยเฉพาะที่ราบสูงโกลัน ไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งสงครามหกวันเมื่อหลายปีก่อน 

ขบวนการต่อสู้ของมุสลิมที่สำคัญก็คือ ขบวนการฮามาสและขบวนการฮิซบุลเลาะห์  ซึ่งขณะนี้ทั้งสองขบวนการนี้ได้ประสานความร่วมมือเพื่อภารกิจเดียวกัน คือปลดปล่อยหรือปลดแอกพื้นที่อันเป็นดินแดนของอิสลามจากการยึดครองของอิสราเอล จึงเป็นอุดมการณ์หรือจุดร่วมสำคัญของความร่วมมือของขบวนการทั้งสองนี้ และยังมีขบวนการเล็กขบวนการน้อยอีกมากมายที่เป็นแนวร่วมกันอยู่

ดังนั้นกำลังหลักที่เป็นหลักในการปลดปล่อยปาเลสไตน์และเลบานอนจึงเป็นขบวนการฮิซบุลเลาะห์และขบวนการฮามาส โดยเฉพาะขบวนการฮิซบุลเลาะห์นั้นมีศักดานุภาพมาก เคยเปิดศึกกับอิสราเอลและได้รับชัยชนะมาแล้วในสงครามแปดวัน โดยเฉพาะเป็นกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากอิหร่านและมุสลิมนิกายชีอะห์ทั่วโลก จนสามารถก่อตั้งองค์กรจัดตั้งทั้งสภาและรัฐบาลเงาที่ทำหน้าที่บัญชาการสงครามอย่างเต็มรูปแบบแล้ว 

ดังนั้นในขณะที่ขบวนการไอซิสได้ล่าถอยเข้าไปในพื้นที่ที่ราบสูงโกลัน โดยได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันและเต็มที่จากสหรัฐ อิสราเอล และซาอุดิอาระเบีย ขบวนการฮิซบุลเลาะห์ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันและเต็มที่จากอิหร่านไม่แพ้กัน

โดยฐานะทางนิตินัย เลบานอนมีฐานะเป็นประเทศ และมีรัฐบาลบริหารประเทศ ในขณะที่มีกองกำลังฮิซบุลเลาะห์กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศอีกกองกำลังหนึ่งนอกจากกองทัพแห่งรัฐเลบานอน ดังนั้นสภาพที่เป็นจริงก็คือรัฐบาลเลบานอนและฮิซบุลเลาะห์ก็คือพวกเดียวกันและประสานการปฏิบัติการอย่างเป็นเอกภาพ

ต่อมาเมื่อไม่กี่วันมานี้ นายกรัฐมนตรีของเลบานอนได้หายตัวไป และไปปรากฏตัวขึ้นในโทรทัศน์ของซาอุดิอาระเบียว่าได้รับคำเชิญให้ไปเยือน แล้วแถลงลาออกจากตำแหน่ง ในขณะที่รัฐสภาเลบานอนแถลงไปอีกทางหนึ่งว่านายกรัฐมนตรีถูกลักพาตัวและเรียกร้องให้ส่งตัวคืน แต่ก็ยังไม่มีความก้าวหน้าแต่ประการใด

ดังนั้นสภาพการณ์ ณ เวลานี้จึงเป็นว่าทั้งรัฐบาลเลบานอนที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีและขบวนการฮิซบุลเลาะห์ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากอิหร่านและเสริมกำลังเตรียมพร้อม เพราะมีท่าทีจากทั้งอิสราเอลและซาอุดิอาระเบียที่เตรียมพร้อมกองทัพเพื่อจะบุกโจมตีเลบานอน โดยกล่าวหาว่าถูกแทรกซึมโดยอิหร่าน การเตรียมกำลังของทั้งซาอุดิอาระเบียและอิสราเอลอย่างขนานใหญ่โดยสหรัฐมีท่าทีสนับสนุนอิสราเอลและซาอุดิอาระเบียด้วยจึงถูกจับตาจากทั่วโลก

เพราะนั่นเป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ชัดว่ากำลังจะเกิดสงครามขึ้น โดยอาจมีกองทัพผสมทั้งจากอิสราเอลและซาอุดิอาระเบียเข้าบุกยึดเลบานอน เมื่อเป็นเช่นนี้กองกำลังฮิซบุลเลาะห์และพันธมิตรทั้งหลายจึงได้เตรียมพร้อมและเสริมกำลังครั้งใหญ่ โดยกองกำลังอาสาสมัครต่าง ๆ ซึ่งภาระเบาบางลงแล้วในพื้นที่อิรักและซีเรีย จึงได้เคลื่อนขบวนเข้าไปสนับสนุนขบวนการฮิซบุลเลาะห์

ฝ่ายบริหารของฮิซบุลเลาะห์ได้ประกาศว่า ไม่ว่าจะเป็นอิสราเอลหรือซาอุดิอาระเบีย ถ้าหากโจมตีเลบานอนจะได้รับการตอบโต้อย่างรุนแรงที่สุด

ในห้วงเวลานั้นประธานาธิบดีปูตินได้เดินทางไปอิหร่าน ได้เข้าหารือกับผู้นำสูงสุดของอิหร่านด้วย หลังจากนั้นทั้งอิหร่านและรัสเซียก็ได้ประกาศท่าทีอย่างเดียวกันที่จะให้การปกป้องคุ้มครองเลบานอน ทำให้แผนการที่จะบุกยึดเลบานอนต้องชะงักลง

การที่นายกรัฐมนตรีเลบานอนหายตัวไปนั้น แทนที่จะทำให้การบริหารประเทศเลบานอนมีปัญหาหรือยอมสยบให้แก่ซาอุดิอาระเบียและอิสราเอลที่ต้องการให้ฮิซบุลเลาะห์ถอนตัวออกไปจากเลบานอน กลับกลายเป็นว่าทั้งรัฐบาลเลบานอนและฮิซบุลเลาะห์กลับผนึกกำลังกันจนเป็นหนึ่งเดียว ประหนึ่งว่ารัฐบาลเลบานอนก็คือฮิซบุลเลาะห์ และฮิซบุลเลาะห์ก็คือเลบานอนนั่นเอง

อิหร่านและรัสเซียไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนที่จะปกป้องคุ้มครองเลบานอนแต่ปาก หากมีการเคลื่อนย้ายสรรพกำลังที่เห็นได้ชัดว่าพร้อมจะรับมือกับการโจมตีทุกทิศทางที่จะเข้ามายังเลบานอน

ในขณะที่ทั้งสหรัฐ อิสราเอล และซาอุดิอาระเบีย ก็ไม่อาจประมาทต่อฮิซบุลเลาะห์ได้ เพราะก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่าฮิซบุลเลาะห์มีขีปนาวุธทั้งพิสัยใกล้และพิสัยกลาง กระทั่งอาจมีขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กด้วย ที่สำคัญคือขีปนาวุธที่ฮิซบุลเลาะห์มีนั้นมีจำนวนมากสุดจะคณานับคือหลายหมื่นลูก และในจำนวนนี้ก็มีขีปนาวุธปลอมที่นำเข้ามาจากจีนจำนวนหนึ่งด้วย

จึงไม่มีใครบอกได้ว่าในจำนวนขีปนาวุธทั้งหมดที่ฮิซบุลเลาะห์มีอยู่นั้น มีของจริงเท่าใด มีของปลอมเท่าใด เฉพาะที่เป็นของจริงนั้นติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กจำนวนเท่าใด แต่อย่างน้อยที่สุดก็สามารถคาดหมายได้ว่ามีจำนวนมากพอที่จะถล่มประเทศอิสราเอลได้ และอาจมีขีดความสามารถตอบโต้กับซาอุดิอาระเบียได้อีกด้วย

สำหรับขีปนาวุธปลอมนั้นแน่นอนว่าไม่สามารถใช้ทำลายข้าศึกได้ แต่สามารถทำลายขีดความสามารถในการป้องกันตนของข้าศึกได้ เพราะเมื่อมีการยิงขีปนาวุธออกไป แม้จะเป็นของปลอมก็ตาม อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องยิงขีปนาวุธต่อต้านหรือเข้ามาสกัดไว้ ก็จะกลายเป็นว่าขีปนาวุธจริงถูกยิงไปเพื่อสกัดขีปนาวุธปลอม แค่นี้ก็พ่ายแพ้แต่ในมุ้งแล้ว และที่สำคัญ ขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธนั้นมีจำนวนมากพอหรือไม่

เพราะเหตุที่ฮิซบุลเลาะห์อาจมีขีปนาวุธทั้งจริงและปลอมจำนวนมากมาย จึงย่อมเกินกำลังที่จะยิงสกัดได้ไหว จึงเป็นความหนักใจสำคัญของทั้งสหรัฐและอิสราเอล

ตัวแปรอีกประการหนึ่งก็คือสงครามระหว่างซาอุดิอาระเบียกับเยเมน ซึ่งกำลังกลายเป็นสงครามยืดเยื้อที่ฝ่ายเยเมนกระทำสงครามจรยุทธ์ในสงครามยืดเยื้อเต็มรูปแบบไปแล้ว ทำให้ซาอุดิอาระเบียที่เป็นประเทศใหญ่ มีอาวุธยุทโธปกรณ์มาก ไม่สามารถเผด็จศึกเยเมนได้แม้ว่าใช้เวลานานหลายปีแล้ว ต้องสูญเสียผู้คนและงบประมาณจำนวนมาก กระทั่งเกิดความขัดแย้งขึ้นภายในซาอุดิอาระเบียดังที่ทราบกันอยู่

สภาพซาอุดิอาระเบียขณะนี้ไม่ต่างกับเมื่อครั้งสหรัฐติดปลักหล่มอยู่ในสงครามเวียดนาม คือดูเหมือนว่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่กลับไม่สามารถเผด็จศึกเอาชัยชนะได้ มิหนำซ้ำ ยังถูกพร่าผลาญกำลังทางเศรษฐกิจจนเกิดเป็นปัญหาภายในใหญ่หลวงขึ้นแล้ว

ล่าสุดนักรบของเยเมนได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ถล่มสนามบินกรุงริยาดซึ่งเป็นเมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย ทำให้เกิดการตื่นตระหนกชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะนี่คือสัญญาณเตือนว่าแม้แต่ศูนย์กลางการบริหารประเทศของซาอุดิอาระเบียก็อยู่ในพิสัยของขีปนาวุธจากเยเมน ทำให้มีความเสี่ยงภัยอย่างใหญ่หลวง

และเป็นที่แน่ชัดว่าเมื่อใดที่เกิดสงครามระหว่างอิสราเอล ซาอุดิอาระเบีย กับเลบานอนแล้ว เยเมนก็ย่อมผสมโรงเปิดสงครามตลบหลังตีท้ายครัวซาอุดิอาระเบียอย่างแน่นอน

สถานการณ์ล่าสุดจึงยันอยู่ในลักษณะนี้ แต่ดูทีท่าแล้วเลบานอนย่อมเสียแก่รัสเซียและอิหร่านแน่นอนแล้ว ทำให้พันธมิตรรัสเซีย อิหร่าน ซีเรีย อิรัก จีน ที่เพิ่งได้กาตาร์มาเป็นพวกก็จะได้เลบานอนเข้ามาเป็นพวกอีกประเทศหนึ่งแล้ว.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15,11, 2017, 05:33:37 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
15,11, 2017, 05:47:15
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #174 เมื่อ: 15,11, 2017, 05:47:15 »

สื่อBBCของอังกฤษเผยแพร่รายงานพิเศษ "ความลับที่สกปรกของรัคคา" (Raqqa's dirty secrets) โดยแฉว่า กองทัพสหรัฐ และอังกฤษเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังไอซิสเสียเอง

ไม่รู้ว่าบีบีซีคิดอะไรอยู่ในใจถึงต้องการกลับมาเป็นสื่อน้ำดี แต่อย่าเพิ่งไว้ใจ

ผู้สื่อข่าวบีบีซีลงพื้นที่ในรัคคาเพื่อทำรายงานข้อตกลงลับที่ภายใต้การดูแลของกองทัพพันธมิตรสหรัฐ และอังกฤษ และกองกำลังของพวกเคิร์ดที่ได้เข้ายึดเมืองรัคคา ได้ปล่อยให้นักรบไอซิส และครอบครัวจำนวนทั้งหมดประมาณ4,000คนสามารถหลบหนีออกจากเมืองรัคคาได้
http://www.bbc.co.uk/news/resources/idt-sh/raqqas_dirty_secret

กองคาราวานที่ขนพวกไอซิสและสมาชิกของครอบครัวมีความยาวถึง6-7 กิโลเมตร ประกอบด้วยรถบรรทุก50คัน รถบัส13คัน และรถกระบะของพวกไอซิสอีก100กว่าคันนักรบไอซิสบางคนเอาผ้าคลุมหน้า นั่งอยู่บนรถของตัวเองด้วยสีหน้าที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

ในจำนวนนักรบไอซิสที่หลบหนีออกจากเมืองรัคคีนี้มีสมาชิกของไอซิสตัวร้ายหลายคน รวมทั้งนักรบไอซิสต่างชาติจากฝรั่งเศส ตุรกี อาเซอร์ไบจาน ปากีสถาน เยเมน ซาอุดิ อาราเบีย ตูนีเซีย อียิปต์ จีน และประเทศอื่นๆ พวกไอซิสที่หนีออกมาได้ต่างแยกย้ายกระจายกันไปทั่วซีเรีย บางคนเดินทางไปถึงตุรกี

ข้อตกลงลับที่จะช่วยพวกไอซิส และครอบครัวสามารถหลบหนีออกจากเมืองรัคคา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของพวกไอซิสในซีเรีย แต่ได้กลายเป็นกับดักแห่งความตาย หลังจากที่กองทัพซีเรีย ภายใต้การช่วยเหลือของกองทัพรัสเซีย และอิหร่านสามารถคืบคลานเข้ามาเพื่อกระชับพื้นที่และยึดเมืองรัคคาคืนได้

สหรัฐ อังกฤษและนาโต้ รวมทั้งซาอุดิ ยูเออี กาต้าร์ และตุรกีได้ให้การสนับสนุนพวกนักรบจีฮัดหัวรุนแรง รวมทั้งพวกไอซิสที่มาจากร้อยพ่อพันแม่ประเทศตั้งแต่ปี2011 เพื่อทำสงครามในซีเรียเพื่อล้มรัฐบาลอัสสาด โดยจุดประสงค์เพื่อที่จะแบ่งซีเรียออกเป็นส่วนๆ แล้วแบ่งดินแดนกันระหว่างอิสราเอล ตุรกี ซาอุดิ รวมทั้งพวกเคิร์ดที่ต้องการตั้งรัฐเคิร์ดีสถานของตัวเอง

อดีตนายกรัฐมนตรีของกาต้าร์ Hamad bin Jassim bin Jaber al-Thani ให้สัมภาษณ์สื่อQatari TV ในวันที่25ตุลาคมที่ผ่านมาว่ากาต้าร์ร่วมมือกับสหรัฐ ซาอุดิ และตุรกีในการให้การสนับสนุน ทั้งอาวุธและการเงินให้พวกไอซิส และนักรบจีฮัดอื่นๆในการทำสงครามในซีเรียเพื่อล้มรัฐบาลอัสสาด โดยเริ่มปฏิบัติการในปี2011

Al-Thani เปรียบสงครามในซีเรียเป็นเกมกีฬาล่าเหยื่อ โดยพันธมิตรมองว่าประชาธิบดีอัสสาดของเซีย และฝ่ายที่สนับสนุนเขาเป็นเหยื่อ ส่วนตัวเองเป็นผู้ล่าเหยื่อ

กาต้าร์ออกมาแฉว่า ซาอุดิมีส่วนร่วมในการสนับสนุนพวกอัล นุสรา และไอซิสในซีเรีย เพื่อตอบโต้จากการที่ถูกซาอุดิ ยูเออี และบาห์เรนบอยคอตต์

เราเคยร่วมงานกันมานะ แล้วทำไมมาตัดหางปล่อยวัดกันตอนนี้
https://www.trunews.com/article/former-qatari-pm-admits-to-arming-isis-with-u.s.-saudi-arabia

หนึ่งในสมาชิกไอซิสจากฝรั่งเศสบอกว่า เพื่อนของเขาได้เดินทางกลับฝรั่งเศส เพราะว่ามีงานใหญ่ก่อการร้ายรอที่นั้นอยู่

Thanong FC
บันทึกการเข้า

 
15,11, 2017, 05:49:36
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,841



« ตอบ #175 เมื่อ: 15,11, 2017, 05:49:36 »

Deep State (รัฐบาลเงา)ของสหรัฐเป็นใคร?

มีบทความทางวิชาการเกี่ยวกับในทฤษฎีการเมืองของสหรัฐว่ามีโครงสร้างอำนาจที่แท้จริงอย่างไร บทความนี้ชื่อว่า"The Structure of Power in American Society" เขียนโดย C Wright Mills ตีพิมพ์ในThe British Journal of Sociologyในปี1958 โดยผู้เขียนระบุว่า อำนาจที่แท้จริงในสหรัฐสร้างอยู่บนฐานของกลุ่มอิลิท3กลุ่มคือ

1. ทหารหรือเพนตากอน (military industrial complex)

2. ผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ (corporate executives) และ

3. ฐานการเมือง ซึ่งประกอบด้วยพนักงานรัฐ ซีไอเอ และนักการเมืองตัวแทนในสภาคอนเกรซ

บอกแล้วไงว่าประชาธิปไตยไม่มีจริงในสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการลอบสังหารประธานาธิบดีเคเนดี้ในปี1963 พวกDeep Stateคุมกลไกอำนาจการเมืองในสหรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ การเงิน สังคม สื่อ วัฒนธรรมสมัยใหม่ผ่านฮอลลีวู๊ด และการศึกษาเพื่อให้คนอเมริกันและชาวโลกเชื่อว่าสหรัฐเป็นศูนย์กลางของโลก ทำอะไรก็ถูกต้องดีงามไปหมด เพราะว่าสหรัฐเป็นดินแดนของโอกาส และปกป้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยของโลก

ทั้งๆที่สหรัฐพูดอย่างทำอย่างมาตลอด แต่เครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อของสหรัฐมีพลังและความซับซ้อนมาก (sophisticated) มากจนเกือบจะทุกคนเคลิ้มเห็นดีเห็นงามไปด้วย

แต่ยังมีแฟนคลับหลายคนเข้ามาโต้แย้งอย่างเอาเป็นเอาตายว่าประชาธิปไตยดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ เพราะตรวจสอบได้ ไม่ชอบใครก็ไม่ต้องเลือก อย่างน้อยก็ดีกว่าติ่งทหาร เผด็จการ

โดยหารู้ความจริงไม่ว่าประชาธิปไตยในประเทศต่างๆในโลกคือระบบหวยล็อคนั้นเอง ตัวละครที่เป็นนักการเมืองล้วนแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งนั้น

เราต้องแยกแยะประชาธิปไตยที่เป็นเพียงอุดมการณ์ กับประชาธิปไตยในโลกแห่งความเป็นจริง ว่ามันคนละเรื่องกัน

เหมือนกับที่เราอยากได้แฟนผู้ชายหรือผู้หญิงที่หล่อสวย รวย เก่ง ฉลาด มาจากตระกูลดี แต่ในชีวิตจริง เราได้แฟนไม่หล่อไม่สวย ไม่รวย ไม่เก่งหรือไม่ฉลาดมาก ครอบครัวก็ธรรมดา แต่เราต้องทนๆอยู่ด้วยกันกับแฟนหรือคู่ครองเพื่อดูแลครอบครัวตามสภาพความเป็นจริงของโลก

thanong
14/11/2017
บันทึกการเข้า

 
15,11, 2017, 07:06:00
bigbang
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605



« ตอบ #176 เมื่อ: 15,11, 2017, 07:06:00 »

Deep State (รัฐบาลเงา)ของสหรัฐเป็นใคร?

มีบทความทางวิชาการเกี่ยวกับในทฤษฎีการเมืองของสหรัฐว่ามีโครงสร้างอำนาจที่แท้จริงอย่างไร บทความนี้ชื่อว่า"The Structure of Power in American Society" เขียนโดย C Wright Mills ตีพิมพ์ในThe British Journal of Sociologyในปี1958 โดยผู้เขียนระบุว่า อำนาจที่แท้จริงในสหรัฐสร้างอยู่บนฐานของกลุ่มอิลิท3กลุ่มคือ

1. ทหารหรือเพนตากอน (military industrial complex)

2. ผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ (corporate executives) และ

3. ฐานการเมือง ซึ่งประกอบด้วยพนักงานรัฐ ซีไอเอ และนักการเมืองตัวแทนในสภาคอนเกรซ

บอกแล้วไงว่าประชาธิปไตยไม่มีจริงในสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการลอบสังหารประธานาธิบดีเคเนดี้ในปี1963 พวกDeep Stateคุมกลไกอำนาจการเมืองในสหรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ การเงิน สังคม สื่อ วัฒนธรรมสมัยใหม่ผ่านฮอลลีวู๊ด และการศึกษาเพื่อให้คนอเมริกันและชาวโลกเชื่อว่าสหรัฐเป็นศูนย์กลางของโลก ทำอะไรก็ถูกต้องดีงามไปหมด เพราะว่าสหรัฐเป็นดินแดนของโอกาส และปกป้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยของโลก

ทั้งๆที่สหรัฐพูดอย่างทำอย่างมาตลอด แต่เครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อของสหรัฐมีพลังและความซับซ้อนมาก (sophisticated) มากจนเกือบจะทุกคนเคลิ้มเห็นดีเห็นงามไปด้วย

แต่ยังมีแฟนคลับหลายคนเข้ามาโต้แย้งอย่างเอาเป็นเอาตายว่าประชาธิปไตยดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ เพราะตรวจสอบได้ ไม่ชอบใครก็ไม่ต้องเลือก อย่างน้อยก็ดีกว่าติ่งทหาร เผด็จการ

โดยหารู้ความจริงไม่ว่าประชาธิปไตยในประเทศต่างๆในโลกคือระบบหวยล็อคนั้นเอง ตัวละครที่เป็นนักการเมืองล้วนแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งนั้น

เราต้องแยกแยะประชาธิปไตยที่เป็นเพียงอุดมการณ์ กับประชาธิปไตยในโลกแห่งความเป็นจริง ว่ามันคนละเรื่องกัน

เหมือนกับที่เราอยากได้แฟนผู้ชายหรือผู้หญิงที่หล่อสวย รวย เก่ง ฉลาด มาจากตระกูลดี แต่ในชีวิตจริง เราได้แฟนไม่หล่อไม่สวย ไม่รวย ไม่เก่งหรือไม่ฉลาดมาก ครอบครัวก็ธรรมดา แต่เราต้องทนๆอยู่ด้วยกันกับแฟนหรือคู่ครองเพื่อดูแลครอบครัวตามสภาพความเป็นจริงของโลก

thanong
14/11/2017


ที่ JFK ถูกลอบสังหารก็อาจจะโดนกลุ่มอิลิทดังกล่าว ไม่ใช่คิวบาตามที่อ้างในเอกสารลับครับ
บันทึกการเข้า
15,11, 2017, 07:10:47
bigbang
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605



« ตอบ #177 เมื่อ: 15,11, 2017, 07:10:47 »

หลักฐานชัดเจนขึ้นแล้ว พลเมืองอเมริกาและชาวโลกว่าอย่างไร ยิ้มยิงฟัน

"รัสเซียโชว์ภาพพิสูจน์สหรัฐช่วยเหลือไอเอส"
https://www.dailynews.co.th/foreign/610184
บันทึกการเข้า
15,11, 2017, 08:36:11
Skyline รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,618


« ตอบ #178 เมื่อ: 15,11, 2017, 08:36:11 »

หลักฐานชัดเจนขึ้นแล้ว พลเมืองอเมริกาและชาวโลกว่าอย่างไร ยิ้มยิงฟัน

"รัสเซียโชว์ภาพพิสูจน์สหรัฐช่วยเหลือไอเอส"
https://www.dailynews.co.th/foreign/610184

คลิปวีดิโอเกมซ์ครับ
บันทึกการเข้า

ร่วมรณรงค์ยกเลิกระบบโควต้า 

“A fear of weapons is a sign of retarded sexual and
emotional maturity.”
- Sigmund Freud

“ความกลัวอาวุธคือสัญญาณของความถดถอยทางเพศและวุฒิภาวะทางอารมณ์”
- ซิกมันด์ ฟรอยด์
15,11, 2017, 09:14:44
bigbang
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605



« ตอบ #179 เมื่อ: 15,11, 2017, 09:14:44 »

คลิปวีดิโอเกมซ์ครับ

อ้าว สำนักรัสเซีย งัยรีบออกมาไม่เช็ค  เหงื่อตก  หน้าแหกเลย 55
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15,11, 2017, 09:27:24 โดย bigbang » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: