GUN IN THAILAND
15,11, 2018, 12:50:21 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 15 16 [17] 18 19 ... 30   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก ภาค#15  (อ่าน 10660 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
11,01, 2018, 18:52:16
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,286



« ตอบ #240 เมื่อ: 11,01, 2018, 18:52:16 »

ฟิลิปปินส์โดนจีนเบี้ยวซะแล้ว
เป็นอุทาหรณ์ประเทศเล็กๆดำเนินกลยุทธการต่างประเทศท่ามกลางเขาควายของมหาอำนาจต้องระวัง รักษาสมดุลย์ให้ดีๆไว้ดีที่สุด


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WfhJFG4Gdds" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WfhJFG4Gdds</a>
บันทึกการเข้า

 
11,01, 2018, 19:00:04
ชาวดง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100%..............แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น..............คือ "เนรคุณในหลวง"
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #241 เมื่อ: 11,01, 2018, 19:00:04 »

 หัวเราะปิดปาก  จีนยึดทะเลจีนใต้เป็นพื้นที่เซฟโซนก่อนถึงแผ่นดินใหญ่ ยังไงตามเกาะต่างๆที่จีนยึดคงมีอุปกรณ์ทางทหารลงไว้เพียบละครับ
บันทึกการเข้า
11,01, 2018, 19:01:20
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,286



« ตอบ #242 เมื่อ: 11,01, 2018, 19:01:20 »

 ไม่เกรงใจเจ้าบ้านซีเรียเลย

สำนักข่าว Rt และเว็บไซต์ข่าว Sputnik รายงานว่าสหรัฐอเมริกามีฐานทัพอยู่ในซีเรียมากกว่า 10 กว่าแห่ง

ฐานทัพอเมริกันในซีเรีย

ปัจจุบันสหรัฐฯได้จัดตั้งฐานทัพขึ้น 14 แห่งในประเทศซีเรีย ซึ่งในจำนวนดังกล่าว ฐานทัพ 12 แห่งตั้งอยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอีกสองฐานทัพอยู่ทางตอนใต้ของประเทศซีเรีย

1.  ฐานทัพ  Dirik

ฐานทัพนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของชายแดนซีเรียกับตุรกี  ในเขตพื้นที่นี้มีสองฐานทัพด้วยกัน  ซึ่งทั้งสองฐานทัพมีกองพลร่มของอเมริกาที่จะคอยช่วยกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย ที่เรียกว่า “กองกำลังประชาธิปไตยของซีเรีย”  นอกจากนี้ยังเป็นฐานทัพของเครื่องบินโลจิสติกส์ของอเมริกาอีกด้วย

2. ฐานทัพ Sabah Al Khair

ฐานทัพนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเคิร์ดในเขตพื้นที่ฮาสากาห์ โดยมีความสำคัญ เนื่องจากเหตุผลสองประการ   ประการแรกเพราะใกล้ชิดกับชายแดนซีเรียและอิรัก และประการที่สองใกล้กับเมืองฮาสากาห์   ซึ่งเป็นหนึ่งศูนย์กลางของชาวเคิร์ดซีเรีย ฐานทัพนี้ใช้เฉพาะ เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงจอดของเฮลิคอปเตอร์อเมริกัน เฮลิคอปเตอร์เหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการย้ายกองกำลังของชาวเคิร์ด ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลซีเรียและขนย้ายอาวุธ

3. ฐานทัพ Ayn Essa

ฐานทัพนี้นี้ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนตุรกีกับเมืองรักกาห์ ( Raqa ) ภารกิจที่สำคัญที่สุดของฐานทัพแห่งนี้ คือการจัดหากระสุนและอุปกรณ์ให้แก่หน่วยเคิร์ดภายใต้การควบคุมของกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งเครดิสถานซีเรีย

4. ฐานทัพ  Tel Somman 

ฐานทัพนี้เป็นฐานของอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดอันดับสอง ระหว่างพรมแดนซีเรียกับตุรกี และอยู่ใกล้กับเมืองรักกาห์  ซึ่งฐานทัพนี้เป็นฐานที่สำคัญที่สุดของหน่วยข่าวกรองและการเฝ้าระวังสหรัฐฯในซีเรีย  อเมริกาได้ประกาศว่า ฐานแห่งนี้เป็นศูนย์การดักฟังสัญญาณ และตัดสัญญาณโทรศัพท์และไร้สายของไอซิส อีกทั้งเป็นศูนย์ติดต่อกับสำนักงานใหญ่ของสนธิสัญญาต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ ที่อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

5.  ฐานทัพ Al-Tabaka

ฐานทัพนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองรักกาห์ซีเรีย ถูกใช้เป็นสนามบินของสหรัฐฯ

6.  ฐานทัพ  Al-Jalibyat

ฐานทัพนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองรักกาห์  เป็นหน่วยทหารลับและถูกสั่งห้ามโดยมีเครื่องบินโลจิสติกส์ที่ล้ำสมัย 40 ลํา  เส้นทางการบิน เป็นฐานยิงอาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูงและอาวุธขั้นสูงจำนวนมาก

7.  ฐานทัพ Harbul Ehesk

ฐานนี้นับเป็นฐานที่แปดที่อยู่ใกล้ชายแดนทางเหนือของประเทศซีเรียกับตุรกี นี่คือฐานที่ประจำการของกองกำลังอเมริกัน

8.  ฐานทัพ  Jabal Matsumur

ฐานแห่งนี้ตั้งอยู่ทางเหนือสุดในเขตพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นฐานแห่งการเสริมสร้างความแรงของคลื่นสถานีวิทยุพิเศษกองทัพสหรัฐฯและฝรั่งเศส

9.  ฐานทัพ Syrin

ฐานทัพนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมือง Manjib เป็นฐานของหน่วยร่มชูชีพอเมริกันและเป็นแหล่งในการกระจายภารกิจของพวกเขาในพื้นที่ต่างๆของซีเรีย

10-11.   ฐานทัพ Altanf 1 และ 2

ฐานทัพนี้โดยรวมจะเป็นฐานทัพสองแห่ง ทั้งสองฐานจะมีความแตกต่างกับฐานอื่น ๆ ของสหรัฐฯและความแตกต่างก็คือ มีฐานสองแห่งเป็นฐานร่วมระหว่างอังกฤษ อเมริกาและกองทัพปลดปล่อยใหม่ซีเรีย

12.  ฐานทัพ “Tel Tamr”

ฐานทัพนี้เป็นฐานร่วมที่สามของอเมริกา ฝรั่งเศสและกองทัพปลดปล่อยซีเรียใหม่  ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียใกล้กับเมืองชาวเคริด์ ในฮาซากาห์  มีทหารอเมริกันราว 200 นายและทหารฝรั่งเศส 70 นายใช้เป็นฐานทัพในค่ายฝึกอบรมสำหรับกองทัพปลดปล่อยซีเรียใหม่

13. ฐานทัพ “manbij”

ฐานทัพนี้เป็นหนึ่งในฐานยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาในซีเรีย  เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งระหว่างกองกำลังเคิร์ดกับกองทัพปลดปล่อยซีเรียใหม่  ดูเหมือนฐานนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกันความขัดแย้งนี้และป้องกันไม่ให้อิทธิพลของกองทัพซีเรียเข้าไปในเขตพื้นที่นี้

14.  ฐานทัพ  Aleppo

ฐานทัพอเมริกันแห่งนี้ก็ยังตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธ์ศาสตร์  ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเฝ้าดูความขัดแย้งระหว่างกองทัพปลดปล่อยซีเรียใหม่และกองกำลังชาวเคิร์ดและอิทธิพลของกองทัพซีเรีย ดังนั้นอเมริกาจึงได้จัดตั้งฐานในเขตพื้นที่นี้เพื่อควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

มีสองประเด็นที่สำคัญในที่นี้  คือ ประการแรก บางเว็บไซต์รายงานว่า ฐานทัพเหล่านี้มีมากกว่าที่กล่าวไปข้างต้น  และประการที่สอง ฐานทัพเหล่านี้เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่และสร้างขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ และตามสื่อของตุรกีและรัสเซียเผยว่า พวกเขากำลังสร้างฐานทัพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อีกด้านหนึ่ง สื่อตุรกีได้รายงานถึง คลังกระสุนจำนวน 13 แห่งในเขตเคริด์ของประเทศซีเรีย  ซึ่งเป็นคลังอาวุธของกลุ่มชาวเคริด์และ PKK  ซึ่งได้รับมาจากอเมริกา เป็นที่น่าสังเกตว่า คลังกระสุนทั้งหมดอยู่ใกล้ฐานของสหรัฐอเมริกาและบางส่วนอยู่ถัดไปจากพวกเขา

บทสรุป

ผลของข้อมูลที่ได้รับมีดังนี้

ประการแรก : อเมริกาได้เพิ่มกองกำลังและฐานทัพของตนในซีเรีย เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตนในการปรากฏตัวอยู่ในซีเรีย

ประการที่สอง:  พวกเขากำลังดำเนินนโยบายใหม่ในเขตพื้นที่ของชาวเคริดร์ในซีเรียด้วยการติดอาวุธชนิดเบาและหนักให้กับชาวเคิร์ดในประเทศซีเรีย

ประการที่สาม :  การกระทำของสหรัฐฯ แม้จะมีคำแถลงการณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ  ได้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางใหม่ของสหรัฐฯในการต่อต้านกลุ่มมุกอวิมัตในซีเรีย

ดังนั้นประเด็นดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การกระทำของสหรัฐฯได้เริ่มขึ้นหลังจากความสำเร็จของแกนกลุ่มมุกอวิมัตในซีเรียและอิรัก ซึ่งหมายความว่าพวกเขายอมรับในความล้มเหลวของแผนการของพวกเขาในซีเรียและอิรัก และขณะนี้จึงมีมาตรการใหม่ ๆ โดยที่พวกเขาตั้งใจที่จะป้องกันและสกัดไม่ให้กลุ่มมุกอวิมัตรุกคืบในภูมิภาคนี้ไปมากกว่านี้

Source: tasnimnews.com
บันทึกการเข้า

 
11,01, 2018, 19:04:48
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,286



« ตอบ #243 เมื่อ: 11,01, 2018, 19:04:48 »

พฤติกรรมน่าเคลือบแคลง

เมื่อวานนี้ (อังคารที่ 9 มกราคม 61)  นายิบ ตน ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เดินทางถึงซาอุดิอาระเบียเป็นที่เรียบร้อยแล้วในการเยือนริยาด 5 วัน
นายิบ ตน ราซัก ได้โพสต์ข้อความบนทวีตเตอร์ของตนเอง ว่า  ได้เดินทางถึงซาอุดิอาระเบียแล้ว ในการปฏิบัติภารกิจ 5 วัน  และได้รับการต้อนรับจากเจ้าชายฟัยซอล บันดาร์ซาอูด เจ้าเมืองริยาด

ตามแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย ระบุว่า  การเยือนริยาดของ นายิบ ราซัก ครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของกษัตริย์ซัลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย ซึ่งจะสิ้นสุดการเยือนในวันที่ 12 มกราคม 2561 และในการเยือนครั้งนี้มีนักการเมืองและการทหารจำนวนหนึ่งร่วมติดตามไปด้วย

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะพบกับกษัตริย์ซัลมานและเจ้าชาย โมฮัมมัด บิน ซัลมาน พูดคุยประเด็นทวิภาคี  ภูมิภาคและระหว่างประเทศ

เมื่อปีที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี นายิบ ตน ราซัก ซึ่งเป็นผู้นำคนที่ 6 ของประเทศมาเลเซียได้กล่าว ในการพบปะกับกษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุฯที่ได้มาเยือนมาเลเซียว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเขากับซาอุดีอาระเบียอยู่ในระดับสูงสุด

กษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดิอาระเบียได้เยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เมื่อปีที่ผ่านมาพร้อมคณะมากกว่า 600 คน  ตามคำเชิญของสุลต่านโมฮัมเหม็ด ที่5 กษัตริย์แห่งมาเลเซีย  ซึ่งถือว่า เขาเป็นกษัตริย์คนแรกของซาอุดีอาระเบียที่ได้เยือนมาเลเซียในรอบ 10 ปี

มาเลเซียเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับซาอุดิอาระเบียในทศวรรษที่ 1960 หลังจากที่ได้รับอิสรภาพจากลัทธิล่าอาณานิคมของอังกฤษในปี 1957

ในปี 1961  ซาอุดิอาระเบียและมาเลเซียได้ริเริ่มเปิดสถานทูตในกรุงกัวลาลัมเปอร์และเจดดาห์ และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้เริ่มขึ้นในยุคสมัยของ ตนกู อับดุล เราะฮ์มาน นายกรัฐมนตรีคนแรกของมาเลเซีย

ถัดจากนั้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การบริหารของอับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของมาเลเซียและนายกรัฐมนตรี นายิบ ตน ราซัก ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับซาอุดิอาระเบียเริ่มเข้าสู่ทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ

รายงานจากสื่อของซาอุดิอาระเบียว่า มาเลเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับสองของซาอุดิอาระเบียในตะวันออกกลาง ปริมาณการค้าระหว่างสองประเทศในปี 2014 เทียบกับสองปีก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 12.4%  หรือเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านเหรียญ ซาอุดิอาระเบียได้กลายเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่ 19 ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นปลายทางการส่งออก 21 แห่งแรกและเป็นแหล่งนำเข้าที่ 16 ของประเทศ

ประมาณร้อยละ 60 ของการส่งออกของมาเลเซียคือน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบนี้  เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์และอาหารก็เป็นสินค้าส่งออกอื่น ๆ ของประเทศนี้

ซาอุดิอาระเบีย เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าอาหารฮาลาลของมาเลเซีย ในทางตรงกันข้าม มาเลเซียมีหุ้นส่วนในกิจกรรมด้านสาธารณูปโภคหลายอย่างในซาอุดิอาระเบียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การจัดตั้งธนาคารอิสลามที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง “อัล – ราจิฮี”  ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการเยือนมาเลเซียของกษัตริย์อับดุลเลาะห์บิน อับดุลอาซิสแห่งซาอุดิอาระเบีย ในปี 2006   ซึ่งมีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ส่งผลทำให้ปัจจุบันธนาคารนี้มีสาขามากกว่า 24 สาขาทั่วประเทศในมาเลเซีย

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทของมาเลเซียมีบทบาทมากขึ้นในซาอุดิอาระเบีย เช่น โครงการไฟฟ้าและน้ำมุสตะกีลชุอิบ  ในมหาลับอัลฟัยซอล (Al-Faisal University )กรุงริยาด   มหาวิทยาลัย Abdullah University of Science and Technology ในเขตพื้นที่ “ Thole” ชานเมืองมักกะฮ์  นอกจากนี้ยังมี สะพานญามารอต(ขว้างเสาหิน) และการก่อสร้างหอคอยกษัตริย์  ในริยาดซึ่งเป็นโครงการที่มาเลเซียเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

ความสัมพันธ์ระหว่างกัวลาลัมเปอร์ – ริยาดแสดงให้เห็นว่า ซาอุดีอาระเบียได้ริเริ่มความสัมพันธ์เหล่านี้เป็นหลัก และพยายามที่จะเข้าไปมีบทบาทในหลาย ๆ ด้านโดยการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่มาเลเซีย

ซาอุดิอาระเบียให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่มาเลเซียอย่างเต็มที่ ในการเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (1976-1980) ในโครงการแผนพัฒนาที่สาม  และนายต่วน ราซัก  บิดาของนายิบ ราซัก  ซึ่งสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียสามารถระดมทุนและกู้ยืมจากซาอุดิอาระเบียเพื่อสร้างโครงการได้มากถึง 200 ล้านเหรียญ เช่นโครงการสร้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย

เงินบริจาคของซาอุดิอาระเบียได้ให้กับ นายิบ ราซัก เมื่อสองปีก่อนเป็นเรื่องที่ฮือฮาและพูดคุยกันอย่างมากในประเทศ

ในความเป็นจริงแล้ว การบริจาคของซาอุดิอาระเบียในการสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาและสถาบันในประเทศมาเลเซียเป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกัวลาลัมเปอร์ – ริยาด ซาอุฯยังมอบเงินบริจาคให้กับ Perkim (องค์การสวัสดิการของชาวมุสลิมมาเลเซีย) รวมทั้งเงินทุนสำหรับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยอิสลามระหว่างประเทศมาเลเซีย (IIUM) ในปี 1983

มหาวิทยาลัยดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งเป็นตัวแทนจากองค์การความร่วมมืออิสลามและ8 รัฐบาลที่ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยแห่งนี้  ได้แก่ มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี ปากีสถาน อียิปต์ ลิเบีย บังคลาเทศและมัลดีฟส์ ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาได้มอบปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ให้กับกษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดิอาระเบีย

Source: irna.ir
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11,01, 2018, 19:07:05 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
12,01, 2018, 04:25:31
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,286



« ตอบ #244 เมื่อ: 12,01, 2018, 04:25:31 »

เอเจนซีส์ - มีผู้ประท้วงถูกจับกุมากกว่า 300 ราย ขณะที่กองทัพตูนิเซียส่งทหารเข้าไปในหลายเมือง หลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงทั่วประเทศเข้าสู่คืนที่สาม แม้ว่ามีคำขู่จะใช้กองกำลังความมั่นคงเข้าปราบปรามก็ตาม

ผู้เห็นเหตุการณ์เผยว่า ในเมืองธาลา ใกล้ชายแดนแอลจีเรีย ทหารได้ถูกส่งเข้าไปรักษาความสงบ หลังจากมีผู้ประท้วงเผาอาคารหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ บีบให้ตำรวจต้องล่าถอยออกไปจากเมือง

การประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้เกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วตูนิเซีย รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอย่างซูสส์ นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา

สาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นนั้นคือรัฐบาลทำการขึ้นราคาสินค้าและภาษี ซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพเพิ่มมากขึ้น แต่มีการพูดกันว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการลดการขาดดุล และสร้างความพึงพอใจให้กับเจ้าหนี้

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกระยะยาวอีกหลายอย่าง อาทิ ระดับความยากจนที่สูง คนอายุน้อยตกงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เพิ่งเรียนจบ

ในขณะที่ตูนิเซียถูกมองว่าเป็นชาติอาหรับรายเดียวที่ประสบความสำเร็จในแง่ประชาธิปไตย แต่ก็พวกเขาก็มีถึง 9 รัฐบาล นับตั้งแต่มีการโค่นอำนาจ “ไซน์ อัล-อาบีดีน เบน อาลี” แถมรัฐบาลเหล่านั้นก็ยังไม่มีรายใดที่แก้ไขปัญหาเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจได้เลย

“ผู้คนประมาณ 330 รายที่เกี่ยวข้องกับการทำลายทรัพย์สินและปล้นสะดมได้ถูกจับกุมเมื่อคืนนี้” โฆษกกระทรวงมหาดไทย ระบุ ทำให้ยอดรวมของผู้ถูกจับกุมนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้น ขยับไปอยู่ที่ประมาณ 600 ราย

ทางกองทัพยังได้ส่งทหารลงพื้นที่ในอีกหลายเมือง อาทิ ซูสส์ คาเบลี บีเซิร์ท ฯลฯ เพื่อปกป้องอาคารหน่วยงานรัฐบาลที่กำลังตกเป็นเป้าโจมตีของผู้ประท้วง

เมื่อหลายปีก่อนเกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง ลุกลามไปทั่วประเทศในตะวันออกกลางจนสุดท้ายเกิดกองกำลังของมุสลิมบราเธอร์ฮูดที่เกิดจากการรวมตัวของเหล่าผู้ประท้วงจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลในหลายประเทศแล้วกลายมาเป็นไอเอสที่มีชาติตะวันตกหนุนหลังลับๆ จุดกำเนิดของการประท้วงที่ลุกลามเป็นวงกว้างครั้งนั้นเริ่มที่ตูนิเซีย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,01, 2018, 04:30:08 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
12,01, 2018, 05:59:02
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,286



« ตอบ #245 เมื่อ: 12,01, 2018, 05:59:02 »

วันเด็กปีนี้เด็กไทยจะมีโอกาสได้เห็นมั้ยครับ?


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=J5KFiviPpyg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=J5KFiviPpyg</a>
บันทึกการเข้า

 
12,01, 2018, 10:17:55
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,928



« ตอบ #246 เมื่อ: 12,01, 2018, 10:17:55 »

 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ตามอ่านครับท่าน  ขอบคุณครับ ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
12,01, 2018, 11:24:36
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,286



« ตอบ #247 เมื่อ: 12,01, 2018, 11:24:36 »

Jeerachart Jongsomchai

วิสัยทัศน์ผู้นำที่ดีต้องมองไกลและอ่านขาด
ไม่ใช่วิสัยทัศน์เทียมที่เกิดจากการใช้วลีเท่ห์ๆ หรือใช้กระบวนการของสื่อหิวเงินเขียนเชียร์ผู้คนสังคมให้หลงคล้อยตามจนเกิดมโนภาพว่าเป็นคนมีวิสัยทัศน์ แต่ไร้ความรับผิดชอบ อย่างประชานิยม จำนำข้าว หรือทฤษฏีสองสูงที่พาชาติให้ต้องเผชิญกับความชิบหายแถมด้วยปัญหานานานับประการที่ตามมาในภายภาคหน้า

... "ปูตินกล่าวถึงเรื่องสำคัญในปี 2018 นี้"

... เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2018 ที่ผ่านมา "ลุงปูติน" ได้ออกมาพบปะกับผู้สื่อข่าวหลักในประเทศพร้อมกับกล่าวถึงเรื่องสำคัญที่น่าจับตามองในปีนี้ว่ามีอะไรบ้าง

... เช่น เรื่องที่ว่า "อเมริกา" จะแทรกแซงประเทศอื่นๆในหลายประเทศอีกต่อไป รวมทั้งบอกว่ารู้ดีว่าใครที่โจมตีฐานทัพรัสเซียในซีเรียล่าสุดด้วย แม้จะไม่บอกชื่อประเทศออกมา ( เรื่องนี้เดาไม่ยาก เพราะว่าปีที่ผ่านมาอเมริกาก็ยิงจรวดจากฐานเรือกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ยิงใส่ฐานทัพรัสเซียมาแล้ว )  โดยบอกว่าคนที่กระทำนั้นต้องการทำลายความสัมพันธ์ระหว่าง "รัสเซีย ตุรกี อิหร่าน" ให้หวาดระแวงกันเอง และบอกด้วยว่าไม่มีใครพอใจที่จะถูกอเมริกาเข้ามาแทรกแซง

... ส่วนเรื่อง "เกาหลีเหนือ" นั้น ลุงปูตินบอกว่า วัยรุ่นคิมจองอึน จะชนะในกรณีความพิพาทเรื่องคาบสมุทรเกาหลี เพราะว่าเขามีอาวุธที่ยิงได้ไกลถึง 13,000 กิโลเมตร ที่สามารถยิงตกได้เกือบทุกที่ในโลก

... ส่วนเรื่องความเสี่ยงของ "คริปโตเคอร์เรนซี่" หรือเงินดิจิตัล นั้น ลุงปูตินบอกว่า บางประเทศอาจจะใช้จ่ายได้ แต่ไม่สามารถเก็บเป็นทรัพย์สินที่มีค่าได้ และพวกเขาที่ลงทุนก็ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงด้วยตัวเอง   แต่ภาครัฐอาจจะต้องแบกรับความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ด้วย ยามเกิดเหตุการณ์ยากลำบาก เพื่อช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้น
.
https://www.rt.com/news/415645-putin-briefing-top-quotes/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,01, 2018, 11:43:41 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
12,01, 2018, 11:54:18
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,286



« ตอบ #248 เมื่อ: 12,01, 2018, 11:54:18 »

คุณ Paisal Puechmongkol ได้เขียนเปรียบเปรยสถานการณ์ความขัดแย้งของมหาอำนาจในปัจจุบันกับเรื่องสามก๊ก ได้น่าอ่านมากครับ

ตอนที่ 34
#ประกายกระบี่ที่ซ่อนในฝัก

สถานการณ์สงครามในขณะนี้ อ้วนเสี้ยวผู้บัญชาการใหญ่และกองทัพเจ็ดหัวเมืองยังคงตั้งมั่นกินลมชมวิวอยู่ที่ชายแดนเมืองลกเอี๋ยง ในขณะที่กองทัพแปดหัวเมืองยันอยู่กับกองทัพของตั๋งโต๊ะ ลิโป้ที่ด่านเฮาโลก๋วน ส่วนซุนเกี๋ยนนั้นตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลเลียงต๋ง คุมเชิงด่านกิสุยก๋วน ซึ่งลิฉุย กุยกี สองทหารเอกของตั๋งโต๊ะรักษาด่านอยู่

 
ฝ่ายลิโป้ซึ่งตั้งค่ายอยู่นอกกำแพงด่านเฮาโลก๋วน หลังจากได้รับชัยชนะกองทัพแปดหัวเมือง สังหารทหารเอกเสียคนหนึ่งและฟันทหารเอกบาดเจ็บพิการอีกคนหนึ่งแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ยกทหารมาท้ารบกับกองทัพของแปดหัวเมืองอีกครั้งหนึ่ง

 
เจ้าเมืองทั้งแปดหัวเมืองพร้อมทั้งเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย จึงยกทหารออกไปหน้าค่าย ตั้งกระบวนเรียงหน้ากระดาน เพื่อจะรบกับลิโป้ด้วยวิธีรบโดยอาศัยฝีมือทหารเอกดังเดิม ทั้ง ๆ ที่รู้และสัมผัสตลอดมาแล้วว่าการรบด้วยฝีมือทหารเอกนั้นเป็นรองฝ่ายลิโป้ที่ฝีมือรบเข้มแข็งและองอาจกล้าหาญยิ่งนัก นับเป็นการรบที่ผิดหลักพิชัยสงคราม เพราะเป็นการรบที่ไม่เห็นชัยชนะ หากเป็นการรบที่อาศัยแต่ปาฏิหาริย์เป็นที่พึ่งเท่านั้น

 
กองซุนจ้านเจ้าเมืองปักเป๋งได้ขับม้าออกจากขบวนแถวของแปดเจ้าเมือง เข้ารบด้วยลิโป้ ซึ่งขับม้าออกหน้าทหารมารออยู่ก่อนแล้ว กองซุนจ้านรบด้วยลิโป้ได้เพียงสิบเพลงก็อ่อนกำลังลงจึงชักม้าหนี

 
ลิโป้ขับม้าไล่ตามใกล้เข้ามาถึงระยะทวนแทงแล้ว ลิโป้จึงเงื้อทวนแทงกองซุนจ้าน แต่พลันได้ยินเสียงตวาดดังสนั่นดุจฟ้าร้องว่า “เฮ้ย! ไอ้ลูกสามพ่อ ชิมคมทวนของกูดีกว่า” ม้าเซ็กเธาว์ที่ลิโป้ขี่จึงชะงักลง เสียงโลหะตันสองอันกระทบกันดัง“เป๊ง” ยินสนั่นกลบเสียงกลองรบและเสียงโห่ร้องของทหารทั้งสองฝ่าย ทวนของเตียวหุยฟาดปัดเอาทวนของลิโป้กระดอนไป กองซุนจ้านฉวยโอกาสนั้นขับม้าหลบเข้ามาหลังทหาร

 
คำด่า “ไอ้ลูกสามพ่อ” ที่เตียวหุยด่าลิโป้ครั้งนี้ตรงกับข้อเท็จจริงเพราะลิโป้มีพ่อตัวคนหนึ่ง มีเต๊งหงวนเป็นพ่อบุญธรรมอีกคนหนึ่ง ลิโป้ฆ่าเต๊งหงวนเสียแล้วมาอยู่ด้วยตั๋งโต๊ะ นับถือตั๋งโต๊ะเป็นพ่อบุญธรรมอีกคนหนึ่ง จึงเป็นลูกสามพ่อ เป็นคำด่านักการเมืองที่รุนแรงโดยมีความเต็มว่า “นักการเมืองสามพรรคเหมือนคนสามพ่อ เป็นจัญไรแผ่นดิน”

 
ด้านเตียวหุยกับลิโป้กรายทวนรบกันบนหลังม้าโดยมีทหารของทั้งสองฝ่ายตั้งขบวนอยู่ด้านหลัง ธงทิวประจำกองทัพรับลมปลิวไสว เสียงกลองศึกดังสนั่นผสานเข้ากับเสียงโห่ร้องของทหารทั้งสองฝ่าย ทำให้ทั้งลิโป้ เตียวหุย ต่างคึกคะนองยิ่งนัก

 
สิ้นเพลงที่ห้าสิบ กวนอูสังเกตเห็นม้าที่เตียวหุยขี่อยู่นั้นอ่อนกำลังลง ในขณะที่ม้าเซ็กเทาของลิโป้ยังเริงร่าคะนองคล่องแคล่วรวดเร็วดังเดิม เกรงว่าเตียวหุยจะเสียที จึงขับม้ากรายง้าวนิลนาคะ ออกไปกลางลานรบสมทบกับเตียวหุยรบด้วยลิโป้

 
เล่าปี่ยืนม้าอยู่ข้างกองซุนจ้านทอดสายตาเขม้นมองเชิงรบแล้ว ความวิตกในการศึกก็หมดไปจากใจเห็นเป็นทีจะจับลิโป้ จึงขับม้ารำกระบี่คู่ถลันออกไปในลานรบล้อมลิโป้ไว้ แล้วแกว่งกระบี่โบกเป็นสัญญาณพร้อมตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า “เต็ง”

 
กวนอู เตียวหุย รู้ความหมายสัญญาณก็ชักม้าวนรอบลิโป้สลับไปมา แล้วตั้งเป็นขบวนพยุหะขึ้น โดยเล่าปี่เข้ารบตรงด้านหน้าของลิโป้ กวนอูเข้ารบทางด้านขวาของลิโป้ และเตียวหุยเข้ารบทางด้านซ้ายของลิโป้

 
สามก๊กฉบับวิจารณ์ของจีนระบุว่า เล่าปี่ตวาดออกเสียงว่า “เต็ง” แล้วตั้งขบวนพยุหะ สามก๊กฉบับสมบูรณ์ระบุว่า สามพี่น้องแห่งสวนท้อล้อมลิโป้ไว้ในลักษณะอักษรรูปตัว “T” ซึ่งตรงกับคำว่า “เต็ง” ในภาษาจีน

 
ในขณะที่บางตำราว่าการตั้งขบวนรบชนิดนี้เป็นการตั้งขบวนแบบค่ายกลดาวไถ และถือเป็นขบวนพยุหะในการศึกชนิดหนึ่ง เป็นแต่ใช้กำลังคนน้อยเท่านั้น

 
เล่าปี่ถือกระบี่คู่อยู่เผชิญหน้าเป็นตัวล่อ ดูประหนึ่งจะเสียเปรียบเพราะกระบี่เป็นอาวุธสั้นกว่าทวนของลิโป้ แต่เมื่อเป็นพยุหะดังนี้แล้ว ทวนยาวของลิโป้ก็ไร้พิษสง เพราะไม่ว่าจะฟาดหรือแทงก็จะติดขัดไปสิ้น นั่นคือหากจะแทงก็ต้องดึงทวนมาข้างหลัง สภาพเช่นนี้ทั้งง้าวของกวนอูและทวนของเตียวหุยย่อมกดดันทั้งในทางฟาดและทางแทงอยู่ทั้งสองด้าน หากจะฟันก็ต้องเงื้อทวนขึ้นทางด้านขวาย่อมจะติดง้าวของกวนอูอีก ทั้งจะเปิดช่องว่างทางด้านซ้ายให้เตียวหุยเอาทวนแทงที่ข้างตัวถึงหัวใจได้โดยสะดวก

 
ขบวนพยุหะของสามพี่น้องแห่งสวนท้อกดดันบังคับให้วงล้อมแคบลงทุกที ลิโป้ติดขัดละล้าละลังไปเสียทุกทางก็ตกใจยิ่งนัก อาศัยแต่กำลังและความแคล่วคล่องว่องไวของม้าเซ็กเทาหลีกหลบป้องปัดอาวุธของสามพี่น้องแห่งสวนท้อเอาตัวรอดเพียงอย่างเดียวและตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างสิ้นเชิง จึงคิดหนีเอาตัวรอด

 
แต่ธรรมดาม้านั้น ในยามเผชิญศึกดังนี้ไม่สามารถชักม้าถอยหลังได้ ดังนั้นลิโป้จึงตัดสินใจเสี่ยงโน้มตัวไปข้างหน้าจนเกือบซบคอม้า เอาทวนชี้ตรงไปทางเล่าปี่ ฝ่ายเล่าปี่ถือกระบี่คู่เป็นอาวุธสั้นกว่าปะหน้าทางตรงไม่ได้เพราะจะถูกทวนเสียก่อน เล่าปี่จึงเอากระบี่คู่ปัดทวนของลิโป้ ในพลันที่กระบี่คู่ของเล่าปี่ฟาดไปทางซ้ายเพื่อปัดทวนของลิโป้นั้น ลิโป้กระทืบโกลนม้าเซ็กเทาโผนกระโจนไปทางด้านขวาของเล่าปี่ ฝ่าวงล้อมออกไปได้อย่างหวุดหวิด แล้วอาศัยฝีเท้าอันรวดเร็วดุจพายุของม้าเซ็กเทาชักม้าหนีออกจากสนามรบ ราวกับเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่มิได้วางแผนไว้ก่อนแต่ประการใด

 
สามพี่น้องแห่งสวนท้อและทหารของทั้งแปดหัวเมืองจึงยกทหารไล่ตามลิโป้ไป เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย นั้นสกัดทางที่จะไปยังค่ายของลิโป้นอกกำแพงด่านไว้ลิโป้และทหารเข้าค่ายไม่ได้จึงยกหนีเข้าด่านเฮาโลก๋วนแล้วปิดประตูด่านเสีย

 
กองทัพของแปดหัวเมืองจึงยกเข้าไปประชิดด่านเฮาโลก๋วน ให้ทหารปีนหักเข้าตีด่านเป็นสามารถ ลิโป้อยู่บนเชิงเทินพร้อมกับทหารเอกคนอื่น ๆ ของตั๋งโต๊ะได้ให้ทหารยิงเกาทัณฑ์ ทิ้งก้อนศิลาและทรายคั่วใส่ทหารของทั้งแปดหัวเมืองอย่างดุเดือด ทหารของทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บลงเป็นอันมาก

 กองทัพแปดหัวเมืองเห็นจะหักเอาด่านไม่สำเร็จ จึงให้สัญญาณถอยแล้วยกทหารกลับมาที่ค่ายดังเก่า
สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ว่าการที่กวนอูเข้าช่วยเตียวหุย แล้วเล่าปี่เข้าไปสมทบอีกคนหนึ่งเป็นเพราะกลัวแพ้นั้น น่าจะเป็นการเข้าใจผิดของล่ามจีนในขณะนั้นเนื่องจากล่ามเหล่านั้นเป็นราษฎรสามัญที่หอบแต่เสื่อผืนหมอนใบมารับจ้างค้าขายในประเทศไทย ไม่มีความรู้ทางการทหารและพิชัยสงคราม เห็นสามคนรุมคนเดียวจึงเข้าใจเจตนาว่าช่วยกันรุมเพราะกลัวแพ้

 
ตั้งแต่เข้าร่วมกองทัพปฏิวัติ เล่าปี่พยายามปิดบังอำพรางตนอยู่ตลอดมา ไม่เคยออกความเห็น ไม่เคยพูดจาเกี่ยวกับการศึกสงคราม และไม่เคยแสดงออกถึงความสามารถให้ปรากฏ แต่เมื่อเห็นว่าฝ่ายปฏิวัติจะเสียทีและเสียการใหญ่ จึงจำต้องแก้ไขสถานการณ์ให้เปลี่ยนแปลงจากรับเป็นรุกด้วยการหาทางจับลิโป้ให้จงได้ เหตุนี้จึงจำต้องเผยประกายความสามารถของตนเองให้ตั้งค่ายกลพยุหะ “เต็ง” ทั้ง ๆ ที่ใจจริงแล้วเล่าปี่คงไม่อยากแสดงออกเท่าใดนัก เพราะย่อมคิดอะไรอยู่ในใจเหมือนกับคนอื่น ๆ

 
ก็เช่นเดียวกันกับโจโฉที่ปิดบังและอำพรางความสามารถของตนตลอดมา ถนอมและไม่ยอมใช้กำลังทัพของตนอย่างสุดชีวิต ตลอดระยะของสงครามที่มาถึงขั้นนี้ โจโฉไม่เคยออกรบ ไม่เคยให้ทหารของตัวออกรบ ทั้งไม่เคยเสนอแผนการรบที่จะเผด็จศึกต่อกองทัพปฏิวัติ ทำตนเป็นเพียงหน่วยลาดตระเวนและประสานงานระหว่างกองทัพทุกหัวเมืองเท่านั้น

 
โจโฉแม้ว่าจะพยายามพรางความสามารถของตนไว้สักเพียงใด แต่ครั้นเห็นกองทัพปฏิวัติเสียทีถูกลิโป้สังหารทหารเอกเสียหลายคน และรุกรบอย่างไม่หยุดยั้ง โจโฉก็ต้องเผยความสามารถของตนออกมาให้เห็นด้วยการทำหนังสือรายงานการศึกถึงอ้วนเสี้ยวผู้บัญชาการใหญ่ว่า “ให้ปรึกษากันว่าผู้ใดจะคิดอ่านกลศึกประการใด จึงจะได้ตัวลิโป้ ถ้าได้ตัว ลิโป้แล้ว ก็จะได้ตัวตั๋งโต๊ะโดยง่าย”

 
หนังสือของโจโฉนี้คือการชี้นำสงคราม เสนอเข็มมุ่งให้จับตัวหรือฆ่าลิโป้เสียด้วยกลอุบาย เพราะโจโฉได้เห็นแล้วว่าการรบด้วยอาศัยฝีมือทหารเอกนั้นไม่สามารถเอาชัยต่อลิโป้ได้ และถ้าหากได้ตัวลิโป้แล้วก็สามารถเอาชนะตั๋งโต๊ะได้โดยง่าย ความคิดการศึกของโจโฉอันได้แสดงให้ปรากฏในรายงานการศึกนี้มีค่าแท้ควรทอง เพราะมีฐานะเสมือนกุญแจไขประตูแห่งชัยชนะในสงครามครั้งนี้ และสะท้อนถึงสติปัญญาความคิดของโจโฉในการอ่านการศึกของทั้งสองฝ่ายได้อย่างกระจ่างยิ่ง

 
แต่ผู้บัญชาการใหญ่อ้วนเสี้ยวไร้สติปัญญาความสามารถจึงเมื่อเห็นรายงานนี้แล้วก็ไม่เห็นถึงความนัยที่จะเอาชัยต่อตั๋งโต๊ะ ดังนั้นอ้วนเสี้ยวจึงไม่ได้สั่งการใด ๆ ตามที่โจโฉได้เสนอไว้

 
ความคิดของเล่าปี่ที่จะจับตัวลิโป้ และให้สัญญาณน้องร่วมสาบานตั้งค่ายกลพยุหะนั้น ก็คือความคิดอย่างเดียวกันกับความคิดของโจโฉ ต่างกันก็ตรงที่เล่าปี่ใช้กลพยุหะ ในขณะที่โจโฉต้องการใช้กลอุบาย

 
โจโฉ เล่าปี่ ต่างมองกันออกและอ่านกันและกันกระจ่าง ทั้ง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างก็พยายามพรางความรู้ความสามารถของตน

 
ดังนั้นในขณะที่โจโฉไม่มองเห็นเจ้าเมืองคนใดอยู่ในสายตาตัว แต่กับสามพี่น้องแห่งสวนท้อแล้ว โจโฉกลับมองอย่างสนใจทุกฝีก้าว และพยายามเข้าใกล้เอาใจอยู่เสมอไม่ว่าในครั้งที่สนับสนุนกวนอูให้ออกรบ การส่งสุราให้กำลังใจแก่กวนอู และแม้ในการส่งหมูเห็ดเป็ดไก่ไปเอาใจเล่าปี่ถึงในค่าย

 
พฤติกรรมเหล่านี้คือพฤติกรรมที่ทั้งโจโฉและเล่าปี่ต่างก็มีความนัยอยู่ในใจของตนเองและความนัยที่อยู่ในใจของทั้งสองคนนี้อาจจะเป็นเรื่องเดียวกันและเหมือนกันก็เป็นได้!

 
อันการสงครามในยุคสามก๊กนั้น นอกจากจะรบกันด้วยฝีมือของทหารเอกแล้ว ยังมีการรบโดยรูปแบบอื่นอีกสี่วิธีคือ การรบด้วยกำลังทหาร การรบด้วยกลอุบาย การรบด้วยขบวนพยุหะ และ “การรบด้วยพลังจักรวาล อันเป็นมรรควิถีของยอดขุนพลผู้นำทัพ”

 
เป็นหน้าที่ของขุนพลผู้นำทัพที่จะพิจารณาวินิจฉัยเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีเพื่อเอาชัยชนะต่อข้าศึก หาได้จำกัดหรือตายตัวแต่อย่างใดไม่

 
การรบก่อนหน้าศึกครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายใช้วิธีการรบด้วยฝืมือทหารเอก ซึ่งฝ่ายเมืองหลวงได้เปรียบฝ่ายปฏิวัติตลอดมา เพราะฝ่ายเมืองหลวงมีทหารเอกที่มีฝีมือรบพุ่ง และมีความเชี่ยวชาญการรบมากกว่าฝีมือทหารเอกของหัวเมืองมากมายนัก ดังนั้นเพียงเพลงสองเพลงรบทหารเอกของกองทัพปฏิวัติจากหัวเมืองต่าง ๆ ก็หัวขาด ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

 
ยกเว้นก็แต่ครั้งที่ทหารเลวไร้ชื่อเสียงเรียงนามผู้หนึ่งซึ่งหนวดยาว หน้าแดงถือง้าวนิลนาคะ นามว่ากวนอูได้ตัดหัวฮัวหยงทหารเอกฝ่ายเมืองหลวงได้ในเวลาชั่วสุรายังไม่ทันหายอุ่น จึงกู้หน้าให้แก่ฝ่ายปฏิวัติได้เป็นครั้งแรก

 
ผู้นำทัพของทั้งสองฝ่ายต่างก็ขี้เท่อพอ ๆ กัน และรู้จักใช้แต่วิธีรบโดยอาศัยฝีมือทหารเอกเท่านั้น ไม่มีความสามารถและไม่มีความรู้ทางยุทธวิธีที่จะใช้วิธีการรบโดยวิธีอื่นได้ ดังนั้นเมื่อฮัวหยงหัวหลุดออกจากบ่า และลิโป้เสียทีแก่สามพี่น้อง จึงทำให้สถานการณ์สงครามที่ฝ่ายเมืองหลวงเป็นฝ่ายรุกและได้เปรียบ แปรเปลี่ยนไปโดยมูลฐาน

 ฝ่ายเมืองหลวงซึ่งเป็นฝ่ายรุกรบอย่างฮึกเหิมและได้เปรียบมาโดยตลอดต้องถอยกลับไปตั้งหลักอยู่ในด่าน ในขณะที่ฝ่ายปฏิวัติเปลี่ยนสภาพจากฝ่ายรับกลายเป็นฝ่ายรุกและรุกเข้าประชิดด่านเฮาโลก๋วน กดดันต่อความรู้สึกนึกคิดของตั๋งโต๊ะและกองทัพฝ่ายเมืองหลวงอย่างรุนแรงที่สุด เพราะความหวังที่จะอาศัยลิโป้กำราบศึกได้พังทะลายลงแล้ว และไม่สามารถคิดอ่านวิธีการรบแบบอื่นมาทดแทนได้.

เครดิต:  สามก๊กฉบับคนขายชาติ
          (อ้างอิงวรรณกรรมเป็นหลัก)
บันทึกการเข้า

 
12,01, 2018, 12:00:48
Kongunang
เทิดไท้องค์ราชันย์
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,217


กฏหมายมีไว้เพื่อบังคับใช้...มิใช่ย่ำยี...


« ตอบ #249 เมื่อ: 12,01, 2018, 12:00:48 »

...ไม่ค่อยมีเวลามาตาม กท.นี้ช่วงนี้ คิวงานแน่นอยู่ ว่างเดี๋ยวมาแจมครับ อายนะ
บันทึกการเข้า

...ปรัชญา ความจริง และความถูกต้องในคุณธรรม ไม่เคยทำร้ายผู้ใด...
12,01, 2018, 15:15:06
Kongunang
เทิดไท้องค์ราชันย์
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,217


กฏหมายมีไว้เพื่อบังคับใช้...มิใช่ย่ำยี...


« ตอบ #250 เมื่อ: 12,01, 2018, 15:15:06 »

https://www.facebook.com/MGRNEWS1/videos/2041238072832707/

...วิเคราะห์สถานการณ์โลก สดอยู่...

...ขอขอบคุณผู้บรรยาย วิทยากรทั้ง 2 ท่าน ไว้ ณ ที่นี้ด้วย  ธุจ้า
1. ท่านไพศาล   พืชมงคล
2. ท่านสุริยะใส  กตะศิลา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,01, 2018, 15:21:18 โดย Kongunang » บันทึกการเข้า

...ปรัชญา ความจริง และความถูกต้องในคุณธรรม ไม่เคยทำร้ายผู้ใด...
12,01, 2018, 15:40:51
beamsound รักในหลวง
super member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2,143



« ตอบ #251 เมื่อ: 12,01, 2018, 15:40:51 »

...ไม่ค่อยมีเวลามาตาม กท.นี้ช่วงนี้ คิวงานแน่นอยู่ ว่างเดี๋ยวมาแจมครับ อายนะ
อยากฟัง มุมมองของท่านเกี่ยวกับยิวครับ ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า
12,01, 2018, 15:59:52
Kongunang
เทิดไท้องค์ราชันย์
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,217


กฏหมายมีไว้เพื่อบังคับใช้...มิใช่ย่ำยี...


« ตอบ #252 เมื่อ: 12,01, 2018, 15:59:52 »

อยากฟัง มุมมองของท่านเกี่ยวกับยิวครับ ยิ้มยิงฟัน

...ยินดีนะครับ ที่ได้สนทนา คำถามที่ท่านสมาชิกถาม ผมมิกล้าไปวิจารณ์ชนชาติหรือเชื้อชาติยิวได้ เพราะอาจจะสอดแทรกอคติไปโดยไม่รู้ตัว
คงไม่เป็นธรรมกับชาตินั้นๆกระมังครับ ถ้าฝืนความรู้สึกแล้วผมทำไม่ได้จริงๆ อีกอย่างอาจไปกระทบจิตใจสมาชิกที่นิยมยิวในแนวคิดน่ะ
ทางออกคือตามกระแสข่าวและค้นหาแหล่งข้อมูลในอดีต ตามเวปไซด์น่าจะดีกว่านะครับ ขออภัยด้วย ยิ้มหมุนหน้า
บันทึกการเข้า

...ปรัชญา ความจริง และความถูกต้องในคุณธรรม ไม่เคยทำร้ายผู้ใด...
12,01, 2018, 19:24:01
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,676



« ตอบ #253 เมื่อ: 12,01, 2018, 19:24:01 »

ข้อมูลจากเอกสารลับก่อนหน้านี้ พาราไดซ์เปเปอร์ แฉ: บริษัทที่คนอเมริกันเป็นเจ้าของ ซื้อก๊าซจากรัสเซียแล้วไปขายโก่งราคาให้บรรดามิตรประเทศในยุโรป:

ช่างเป็นเรื่องน่าอนาถสังเวชสำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบาลอเมริกาประกาศแถมกดดันบรรดามิตรประเทศยุโรปให้คว่ำบาตรรัสเซีย ไม่ซื้อก๊าซจากรัสเซียไปเมื่อปีที่แล้วเอง ปีนี้มีแฉว่า ๑.รัฐบาลอเมริกากลับฝืนมติคว่ำบาตรของตนเอง ติดต่อซื้อก๊าซจากรัสเซียให้ประชาชนของตนเองไปแล้ว ๒.บริษัทที่คนอเมริกันเป็นเจ้าของก็ไม่น้อยหน้า ซื้อก๊าซซึ่งรัสเซียขายให้ในราคามิตรภาพแล้วไปโก่งราคาขายให้บรรดาประเทศในยุโรปใช้กัน

ท่านมองเห็นอะไรครับ? ผมมองเห็นความขัดแย้งของคนอเมริกัน ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มรัฐบาลเงา (Deep State) หรือกลุ่มทุนยิวที่ต้องการโดดเดี่ยวหรือคว่ำบาตรรัสเซีย นักการเมืองอเมริกันที่ได้ทุนอุดหนุนจากกลุ่มทุนยิวเหล่านี้ ยังอยากให้อเมริกาทำสงครามกับรัสเซีย อิหร่านและเกาหลีเหนือด้วย กลุ่มที่ ๒ เป็นชาวอเมริกันที่ไม่ต้องการเอาการเมืองมาก้าวก่ายการทำมาค้าขาย และยังอยากทำมาค้าขายกับรัสเซียต่อไป สองกลุ่มนี้กำลังขัดแย้งกันอยู่ในสังคมอเมริกัน

ฝ่ายกลุ่มที่ ๑ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนยิว  รีบร้อนในการคว่ำบาตรรัสเซียไปหน่อย จึงคว่ำบาตร มิให้มิตรประเทศอื่นๆ ซื้อก๊าซจากรัสเซีย ลืมไปว่าประชาชนอเมริกันเองนั่นแหละที่จะเดือดร้อน ในเมื่อคนอเมริกันซื้อได้ ประเทศอื่นๆ ก็ย่อมซื้อได้เช่นกัน มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจึงไม่ได้มีพิษสงอะไรแล้ว

๙ มกราคม ๒๕๖๑

https://oilprice.com/Energy/Natural-Gas/Paradise-Papers-Reveal-US-Selling-Russian-LNG-In-Europe.html

ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
เจ้าแร้งนี่มันเลาจริงๆจนหาช่องทางดีไม่ได้เลยสร้างความขัดแย้งไปทั่วจะเฝ้ารอดูวันที่แร้งล่มสลาย ยิ้มเด้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,01, 2018, 23:52:51 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
13,01, 2018, 05:28:09
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,286



« ตอบ #254 เมื่อ: 13,01, 2018, 05:28:09 »

Paisal Puechmongkol

การให้ทานและการก่อหนี้สิน...แก้ความยากจนไม่ได้!
โดย สิริอัญญา
วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2561

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์สูงสุดนับแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา และเป็นประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในปัจจุบันนี้กลายเป็นประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว และประชาชนก็มีหนี้สินล้นพ้นตัว ถึงขนาดต้องใช้เวลาชำระหนี้ถึง 120 ปี คือถึงชาติหน้าก็ยังใช้ไม่หมด

การที่ประเทศมหาอำนาจที่มั่งคั่งร่ำรวยที่สุดของโลกมีชะตากรรมเป็นเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และควรศึกษาหาบทเรียนเพื่อจะได้ไม่ทำความผิดพลาดซ้ำ เนื่องจากประเทศไทยเราเป็นประเทศเล็ก หากทำความผิดซ้ำรอยประเทศมหาอำนาจก็คงต้องประสบหายนะอย่างใหญ่หลวง

และวันนี้ก็มีอาการและปรากฏการณ์หลายอย่างว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่หายนะตามอย่างสหรัฐอเมริกา คือระดับประเทศก็มีหนี้สินจำนวนมหาศาล และกำลังก่อหนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง แม้กระทั่งภาคประชาชนก็มีหนี้สินล้นพ้นตัวมากขึ้นโดยลำดับ ถึงขั้นที่มีการออกประกาศนียบัตรเป็นคนจนคือออกบัตรคนจนถึงประมาณ 12 ล้านคนจากจำนวนประชากร 70 ล้านคน

การจะค้นคว้าว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นมาอย่างไร ก็ต้องค้นคว้าหาสาเหตุที่ทำให้เกิดผลนั้นจึงจะเป็นหนทางแห่งความรู้ที่จะนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหานั้น

ทำไมสหรัฐอเมริกาที่เป็นมหาอำนาจและมั่งคั่งจึงกลายเป็นประเทศหนี้สินล้นพ้นตัว?

สาเหตุก็เริ่มแต่การนำนโยบายประชานิยมมาใช้ในสมัยอดีตประธานาธิบดีนิกสันที่ต้องการสร้างความนิยมทางการเมืองด้วยการบำรุงบำเรอประชาชนให้ได้รับผลประโยชน์เฉพาะหน้ามากมายหลายสถาน มีการนำเงินงบประมาณแผ่นดินไปบำรุงบำเรอให้กับประชาชนโดยที่ไม่ได้เกิดมรรคผลใด ๆ ในทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องยาวนาน

จนประชาชนเสพติดนโยบายประชานิยมชนิดที่เลิกไม่ได้และกำหนดให้พรรคการเมืองอื่น ๆ ก็ต้องใช้นโยบายประชานิยมและดำเนินนโยบายประชานิยมอย่างเดียวกัน และแข่งขันกันบำรุงบำเรอให้ประชาชนจมปลักอยู่กับประชานิยมจนถอนตัวไม่ขึ้น จนกลายเป็นสังคมพิกลพิการ และรอคอยแต่การช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น

การนำเงินงบประมาณไปปรนเปรอนโยบายประชานิยมมากขึ้นโดยลำดับ ได้ก่อให้เกิดภาระรายจ่ายงบประมาณแผ่นดินเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งรายได้ปกติของรัฐบาลไม่สามารถนำมาใช้จ่ายได้เพียงพอ จึงนำไปสู่การกู้ยืมเงินมาชดเชยงบประมาณ และยิ่งกู้มากเท่าใดการติดหลงในประชานิยมก็มากขึ้นเท่านั้น พรรคการเมืองก็แข่งขันกันในการนำเสนอการปรนเปรอให้ประชาชนนิยมเพิ่มมากขึ้นสุดแท้แต่จะเสกสรรคิดอ่านขึ้นมา

จนในที่สุดงบประมาณแผ่นดินกว่าครึ่งหนึ่งก็ถูกใช้ไปในนโยบายประชานิยมทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องก่อหนี้สินให้กับประเทศชาติเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งและมีอัตราเพิ่มในลักษณะเกือบทวีคูณอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุให้กู้เท่าใดก็ไม่พอต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์หน่วยงานของรัฐล้มละลายบ้าง เกิดเหตุการณ์ชัตดาวน์ส่วนราชการบ้าง แม้กระทั่งมีข่าวคราวเสมอมาว่ารัฐต่าง ๆ หลายรัฐกำลังล้มละลาย และระดับประเทศก็กำลังล้มละลายเหมือนกัน

และมาถึงวันนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าในระดับประเทศจะสามารถชดใช้หนี้สินได้อย่างไร จึงก่อให้เกิดคำนินทาว่านี่แหละเป็นที่มาของนโยบายก่อสงครามเพื่อชำระสะสางหนี้หรือล้างหนี้ดังที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้

นั่นเป็นส่วนของภาครัฐบาล ซึ่งบทเรียนอันยาวนานของสหรัฐได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ายิ่งดำเนินนโยบายประชานิยมไปมากเท่าใด ประเทศจะฉิบหายวายวอดจนหมดสิ้น ก็แลขนาดเป็นประเทศมหาอำนาจที่มั่งคั่งยังเป็นไปได้ถึงเพียงนั้น แล้วประเทศไทยที่ระบบเศรษฐกิจอ่อนด้อยกว่ามากมายจะไม่วายวอดดอกหรือ?

สำหรับภาคประชาชนซึ่งติดหลงในการปรนเปรอของนโยบายประชานิยมก็เหมือนกับกองไฟที่เพิ่มเติมเชื้อไฟมากเท่าใด ไฟก็ยิ่งลุกโพลงเป็นกองใหญ่มากขึ้นเท่านั้น กองไฟใหญ่ขึ้นเท่าใดก็ต้องการฟืนมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งไม่มีฟืนจะใส่ ไฟก็จะดับฉันใด ในเวลาไม่นานนักหายนะที่จะนำมาซึ่งความดับสูญซึ่งการดำรงคงอยู่ทางเศรษฐกิจของประเทศชาติและประชาชนก็ฉันนั้น

นโยบายประชานิยมได้ทำลายความเป็นคนจนสิ้นสูญ คือผลิตก็ไม่เป็น ต้องพึ่งพาอาศัยการว่าจ้างและเมื่อไม่มีเงินว่าจ้างก็ต้องไปก่อหนี้ยืมสินขึ้น ผลิตแล้วก็เก็บเกี่ยวไม่เป็น บำรุงปุ๋ยและป้องกันอันตรายไม่เป็นก็ต้องไปว่าจ้างเอาทั้งสิ้น ผลิตเสร็จแล้วก็ขายไม่เป็น ต้องรอให้รัฐบาลไปอุ้มชูในราคาที่อาจไม่สอดคล้องกับตลาด จึงพากันขาดทุนทั้งผู้ผลิตและรัฐบาล

นานวันเข้าก็ง่อยเปลี้ยเสียขาปัญญาอ่อน ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งแบมือขอรัฐบาลในทุกเรื่องราว และในภาครัฐก็คุ้นชินกับวิธีการให้ทาน แทนที่จะคิดอ่านสร้างสรรค์พัฒนาชาติบ้านเมืองซึ่งมีศาสตร์พระราชาเป็นหลักบ้านหลักเมืองอยู่แล้วก็ไม่ได้ทำ เอะอะก็จะใช้วิธีการให้ทานเพื่อเอาใจผู้เสพติดประชานิยมที่พิกลพิการทั้งหลาย

นี่คือความจริงที่เป็นจริงในบ้านเมืองของเราที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการให้ทานและการก่อหนี้สินให้กับประชาชนนั้นไม่ใช่หนทางในการแก้ไขปัญหาความยากจน แต่กลายเป็นการเดินทางซ้ำรอยหายนะที่ประเทศมหาอำนาจที่มั่งคั่งกำลังประสบอยู่นั่นเอง

จึงถึงเวลาที่จะต้องเลิกประพฤติปฏิบัติแบบการให้ทานและประชานิยมและนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเร็วที่สุด.
บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 ... 15 16 [17] 18 19 ... 30   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: