GUN IN THAILAND
19,02, 2019, 14:53:39 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: [1] 2 3 ... 23   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตส  (อ่าน 7325 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
16,01, 2018, 21:09:19
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,058


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« เมื่อ: 16,01, 2018, 21:09:19 »

สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตสเฟียร์

https://www.prachachat.net/finance/news-102105

ตามนั้น! ครม.ไฟเขียวกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ62 จำนวน 3 ล้านล้านบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ที่ 3 ล้านล้านบาท ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ

ด้านนายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ที่ประชุม ครม.เห็นชอบวงเงินและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำนวน 3 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท จากวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2561 หรือเพิ่มขึ้น 3.4%

โครงสร้างงบประมาณรายจ่าย ประกอบด้วย รายจ่ายประจำ 2.255 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.01 แสนล้านบาทจากปีงบประมาณ 61 หรือเพิ่มขึ้น 4.7% คิดเป็นสัดส่วน 75.2% ของวงเงินงบประมาณรวม, รายจ่ายลงทุน 6.66 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7 พันล้านบาทจากปีงบประมาณ 61 หรือเพิ่มขึ้น 1% คิดเป็นสัดส่วน 22.2% ของวงเงินงบประมาณรวม, รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 7.85 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.44 พันล้านบาทจากปีงบประมาณ 61 หรือลดลง 9.7% ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 62 ไม่มีรายการที่เสนอตั้งงบรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

ขณะที่ประมาณการจัดเก็บรายได้สุทธิในปีงบประมาณ 2562 ตั้งไว้ที่ 2.55 ล้านล้านบาท และเป็นงบประมาณขาดดุล 4.45 แสนล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณ 2561 คิดเป็นสัดส่วน 2.6% ของ GDP

แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 จะให้ความสำคัญกับการดำเนินภารกิจที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2558-2564) นโยบายสำคัญของรัฐบาล แผนปฏิรูปประเทศ แผนแม่บทระยะปานกลางและระยะยาว ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของรัฐบาลให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ทั้ง 3 มิติ คือ มิติกระทรวง/หน่วยงาน มิติบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ และมิติบูรณาการเชิงพื้นที่

ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 อยู่บนพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่คาดว่า ในปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.7 – 4.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้และการใช้จ่ายภาคครัวเรือน แรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น พร้อมประมาณการอัตราเงินเฟ้อในปี 62 ไว้ในช่วง 1.1-2.1% และมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 6.1% ของจีดีพี
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
17,01, 2018, 08:40:59
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,058


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #1 เมื่อ: 17,01, 2018, 08:40:59 »

https://money.sanook.com/539237/
ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

เห็นข่าวคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองมีคอลเลกชันนาฬิกาหรูหลายเรือนแล้ว บอกตรง ๆ ว่าต่อมอิจฉาทำงานไม่หยุดกันเลยทีเดียว คิดแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป เผื่อวันข้างหน้าจะมีเงินซื้อได้สักเรือนหนึ่งหรืออาจมีผู้ใหญ่ใจดีมอบให้ (ยืม) มาใส่ติดข้อมือบ้าง

ไหน ๆ ก็แตะเรื่องนาฬิกาแล้ว Sanook! Money ขอเอามูลค่าของยี่ห้อนาฬิกาสวิสที่สูงติดอันดับต้น ๆ ของโลกมาฝากกัน (อ้างอิงจากข้อมูลเมื่อปี 2559)

ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของขวัญใจมหาชนคนทั้งโลกนั่นคือ โรเล็กซ์ (Rolex) มีมูลค่า 243,000 ล้านบาท

รองแชมป์คือ โอเมก้า (Omega) ที่มีมูลค่า 120,900 ล้านบาท

อันดับสามตกเป็นของแบรนด์ในฝันของใครหลายคน Patek Philippe มูลค่า 62,000 ล้านบาท

อันดับที่ 4 กับ 5 คือ Chopard, Longines ด้วยมูลค่า 36,100 และ 35,800 ล้านบาท ตามลำดับ

ส่วน ริชาร์ด มิลล์ ที่โด่งดังกระฉ่อนโลกออนไลน์นั้น แม้จะไม่ได้อยู่ในลิสต์นี้ แต่มีตัวเลขผลประกอบการน่าสนใจ โดยเมื่อปี 2558 มีรายได้จากทั่วโลกอยู่ที่ 6,170 ล้านบาท ส่วนในปี 59 ทำรายได้ไป 7,400 ล้านบาท

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : Statista
ภาพ : iStockPhoto
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
17,01, 2018, 20:43:20
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,082



« ตอบ #2 เมื่อ: 17,01, 2018, 20:43:20 »

ถ้าให้บอกชื่อนาฬิกาที่ราคาแพง คำตอบในใจของเพื่อนพี่น้องสมาชิกหลายๆท่านน่าจะเป็นโรเล็กซ์ เพราะไม่ใช่แค่บอกเวลา แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่สะท้อนรสนิยมและฐานะ ของผู้ที่สวมใส่อีกด้วยครับ ยิ้มหมุนหน้า
บันทึกการเข้า
18,01, 2018, 07:57:08
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,058


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #3 เมื่อ: 18,01, 2018, 07:57:08 »

ถ้าให้บอกชื่อนาฬิกาที่ราคาแพง คำตอบในใจของเพื่อนพี่น้องสมาชิกหลายๆท่านน่าจะเป็นโรเล็กซ์ เพราะไม่ใช่แค่บอกเวลา แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่สะท้อนรสนิยมและฐานะ ของผู้ที่สวมใส่อีกด้วยครับ ยิ้มหมุนหน้า


เป็นผมถ้าพอจะไขว่คว้าได้ ขอนาฬิกา ที่ผลิต ในสวิสซักเรือนก็พอ แต่ถ้ามีเงินมาก จะขยับเป็น นาฬิกา สปอร์ต Moto Gp แบบ Tissot.... อีก step ก็ BIETILING

https://www.prachachat.net/economy/news-102870

เคาะแล้ว!ค่าแรงขั้นต่ำ ประชุมมาราธอน 7ชม.คลอด7อัตรา 8-22บาท/วัน


เวลา 16.16 น. วันที่ 17 มกราคม นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ครั้งที่ 2/2561 ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร กระทรวงแรงงาน โดยเป็นการประชุมเพื่อหารือประเด็น การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ทั้งนี้ หลังการประชุมนานกว่า 7 ชั่วโมง ข้อสรุปอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 มีทั้งหมด 7 อัตรา คือ ตั้งแต่ 8-22 บาท

โดยมี 3 จังหวัด ได้ขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 330 บาท/วัน ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง

และมี 7 จังหวัด ได้ขึ้น เป็น 325 บาท ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา

จังหวัดที่ได้เพิ่มเป็น 320 บาท มี 14 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี สระบุรี อยุธยา หนองคาย ลพบุรี ตราด ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา และพังงา

จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 318 บาท มี 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์ และปราจีนบุรี

ส่วนจังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 315 บาท มี 21 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ประจวบคีรีขันธ์ นครสวรรค์ สระแก้ว พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ น่าน กาญจนบุรี และอ่างทอง

จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 310 บาท มี 22 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี นครศรีธรรมราช ตรัง แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ศรีสะเกษ ตาก ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ ราชบุรี ระนอง มหาสารคาม ชุมพร หนองบัวลำภู และสต