GUN IN THAILAND
18,08, 2018, 01:24:17 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: [1] 2 3 ... 16   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตส  (อ่าน 3902 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
16,01, 2018, 21:09:19
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,843


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« เมื่อ: 16,01, 2018, 21:09:19 »

สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตสเฟียร์

https://www.prachachat.net/finance/news-102105

ตามนั้น! ครม.ไฟเขียวกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ62 จำนวน 3 ล้านล้านบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ที่ 3 ล้านล้านบาท ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ

ด้านนายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ที่ประชุม ครม.เห็นชอบวงเงินและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำนวน 3 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท จากวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2561 หรือเพิ่มขึ้น 3.4%

โครงสร้างงบประมาณรายจ่าย ประกอบด้วย รายจ่ายประจำ 2.255 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.01 แสนล้านบาทจากปีงบประมาณ 61 หรือเพิ่มขึ้น 4.7% คิดเป็นสัดส่วน 75.2% ของวงเงินงบประมาณรวม, รายจ่ายลงทุน 6.66 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7 พันล้านบาทจากปีงบประมาณ 61 หรือเพิ่มขึ้น 1% คิดเป็นสัดส่วน 22.2% ของวงเงินงบประมาณรวม, รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 7.85 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.44 พันล้านบาทจากปีงบประมาณ 61 หรือลดลง 9.7% ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 62 ไม่มีรายการที่เสนอตั้งงบรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

ขณะที่ประมาณการจัดเก็บรายได้สุทธิในปีงบประมาณ 2562 ตั้งไว้ที่ 2.55 ล้านล้านบาท และเป็นงบประมาณขาดดุล 4.45 แสนล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณ 2561 คิดเป็นสัดส่วน 2.6% ของ GDP

แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 จะให้ความสำคัญกับการดำเนินภารกิจที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2558-2564) นโยบายสำคัญของรัฐบาล แผนปฏิรูปประเทศ แผนแม่บทระยะปานกลางและระยะยาว ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของรัฐบาลให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ทั้ง 3 มิติ คือ มิติกระทรวง/หน่วยงาน มิติบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ และมิติบูรณาการเชิงพื้นที่

ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 อยู่บนพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่คาดว่า ในปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.7 – 4.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้และการใช้จ่ายภาคครัวเรือน แรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น พร้อมประมาณการอัตราเงินเฟ้อในปี 62 ไว้ในช่วง 1.1-2.1% และมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 6.1% ของจีดีพี
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
17,01, 2018, 08:40:59
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,843


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #1 เมื่อ: 17,01, 2018, 08:40:59 »

https://money.sanook.com/539237/
ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

เห็นข่าวคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองมีคอลเลกชันนาฬิกาหรูหลายเรือนแล้ว บอกตรง ๆ ว่าต่อมอิจฉาทำงานไม่หยุดกันเลยทีเดียว คิดแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป เผื่อวันข้างหน้าจะมีเงินซื้อได้สักเรือนหนึ่งหรืออาจมีผู้ใหญ่ใจดีมอบให้ (ยืม) มาใส่ติดข้อมือบ้าง

ไหน ๆ ก็แตะเรื่องนาฬิกาแล้ว Sanook! Money ขอเอามูลค่าของยี่ห้อนาฬิกาสวิสที่สูงติดอันดับต้น ๆ ของโลกมาฝากกัน (อ้างอิงจากข้อมูลเมื่อปี 2559)

ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของขวัญใจมหาชนคนทั้งโลกนั่นคือ โรเล็กซ์ (Rolex) มีมูลค่า 243,000 ล้านบาท

รองแชมป์คือ โอเมก้า (Omega) ที่มีมูลค่า 120,900 ล้านบาท

อันดับสามตกเป็นของแบรนด์ในฝันของใครหลายคน Patek Philippe มูลค่า 62,000 ล้านบาท

อันดับที่ 4 กับ 5 คือ Chopard, Longines ด้วยมูลค่า 36,100 และ 35,800 ล้านบาท ตามลำดับ

ส่วน ริชาร์ด มิลล์ ที่โด่งดังกระฉ่อนโลกออนไลน์นั้น แม้จะไม่ได้อยู่ในลิสต์นี้ แต่มีตัวเลขผลประกอบการน่าสนใจ โดยเมื่อปี 2558 มีรายได้จากทั่วโลกอยู่ที่ 6,170 ล้านบาท ส่วนในปี 59 ทำรายได้ไป 7,400 ล้านบาท

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : Statista
ภาพ : iStockPhoto
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
17,01, 2018, 20:43:20
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,143



« ตอบ #2 เมื่อ: 17,01, 2018, 20:43:20 »

ถ้าให้บอกชื่อนาฬิกาที่ราคาแพง คำตอบในใจของเพื่อนพี่น้องสมาชิกหลายๆท่านน่าจะเป็นโรเล็กซ์ เพราะไม่ใช่แค่บอกเวลา แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่สะท้อนรสนิยมและฐานะ ของผู้ที่สวมใส่อีกด้วยครับ ยิ้มหมุนหน้า
บันทึกการเข้า
18,01, 2018, 07:57:08
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,843


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #3 เมื่อ: 18,01, 2018, 07:57:08 »

ถ้าให้บอกชื่อนาฬิกาที่ราคาแพง คำตอบในใจของเพื่อนพี่น้องสมาชิกหลายๆท่านน่าจะเป็นโรเล็กซ์ เพราะไม่ใช่แค่บอกเวลา แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่สะท้อนรสนิยมและฐานะ ของผู้ที่สวมใส่อีกด้วยครับ ยิ้มหมุนหน้า


เป็นผมถ้าพอจะไขว่คว้าได้ ขอนาฬิกา ที่ผลิต ในสวิสซักเรือนก็พอ แต่ถ้ามีเงินมาก จะขยับเป็น นาฬิกา สปอร์ต Moto Gp แบบ Tissot.... อีก step ก็ BIETILING

https://www.prachachat.net/economy/news-102870

เคาะแล้ว!ค่าแรงขั้นต่ำ ประชุมมาราธอน 7ชม.คลอด7อัตรา 8-22บาท/วัน


เวลา 16.16 น. วันที่ 17 มกราคม นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ครั้งที่ 2/2561 ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร กระทรวงแรงงาน โดยเป็นการประชุมเพื่อหารือประเด็น การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ทั้งนี้ หลังการประชุมนานกว่า 7 ชั่วโมง ข้อสรุปอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 มีทั้งหมด 7 อัตรา คือ ตั้งแต่ 8-22 บาท

โดยมี 3 จังหวัด ได้ขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 330 บาท/วัน ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง

และมี 7 จังหวัด ได้ขึ้น เป็น 325 บาท ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา

จังหวัดที่ได้เพิ่มเป็น 320 บาท มี 14 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี สระบุรี อยุธยา หนองคาย ลพบุรี ตราด ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา และพังงา

จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 318 บาท มี 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์ และปราจีนบุรี

ส่วนจังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 315 บาท มี 21 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ประจวบคีรีขันธ์ นครสวรรค์ สระแก้ว พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ น่าน กาญจนบุรี และอ่างทอง

จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 310 บาท มี 22 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี นครศรีธรรมราช ตรัง แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ศรีสะเกษ ตาก ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ ราชบุรี ระนอง มหาสารคาม ชุมพร หนองบัวลำภู และสตูล

ขณะที่ จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 308 บาท  ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี

ค่าแรงใหม่มีผล 1 เม.ย.- หารือลดหย่อนภาษีอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 22.45 น. นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการประชุมดังกล่าว แถลงผลการประชุม ว่า มีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ไล่ตั้งแต่ 308, 310, 315, 318, 320, 325 และ สูงสุด 330 บาทตามลำดับ

ประชาชาติ
หน้าแรก  เศรษฐกิจในประเทศ
เศรษฐกิจในประเทศ
เคาะแล้ว!ค่าแรงขั้นต่ำ ประชุมมาราธอน 7ชม.คลอด7อัตรา 8-22บาท/วัน
วันที่ 17 มกราคม 2561 - 23:12 น.
17K
SHARES


เวลา 16.16 น. วันที่ 17 มกราคม นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ครั้งที่ 2/2561 ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร กระทรวงแรงงาน โดยเป็นการประชุมเพื่อหารือประเด็น การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ทั้งนี้ หลังการประชุมนานกว่า 7 ชั่วโมง ข้อสรุปอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 มีทั้งหมด 7 อัตรา คือ ตั้งแต่ 8-22 บาท

โดยมี 3 จังหวัด ได้ขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 330 บาท/วัน ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง

และมี 7 จังหวัด ได้ขึ้น เป็น 325 บาท ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา

จังหวัดที่ได้เพิ่มเป็น 320 บาท มี 14 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี สระบุรี อยุธยา หนองคาย ลพบุรี ตราด ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา และพังงา

จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 318 บาท มี 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์ และปราจีนบุรี

ส่วนจังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 315 บาท มี 21 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ประจวบคีรีขันธ์ นครสวรรค์ สระแก้ว พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ น่าน กาญจนบุรี และอ่างทอง


จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 310 บาท มี 22 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี นครศรีธรรมราช ตรัง แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ศรีสะเกษ ตาก ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ ราชบุรี ระนอง มหาสารคาม ชุมพร หนองบัวลำภู และสตูล

ขณะที่ จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 308 บาท  ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี



ค่าแรงใหม่มีผล 1 เม.ย.- หารือลดหย่อนภาษีอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 22.45 น. นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการประชุมดังกล่าว แถลงผลการประชุม ว่า มีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ไล่ตั้งแต่ 308, 310, 315, 318, 320, 325 และ สูงสุด 330 บาทตามลำดับ



โดยที่ประชุมมีข้อตกลงร่วมกัน เกี่ยวกับการพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความสามารถในการแข่งขัน
โดยจังหวัดที่ได้ค่าแรงสูงสุดมี 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง คือ 330 บาท

ส่วนจังหวัดที่ได้อัตราค่าจ้างน้อยที่สุดในรอบนี้คือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

ขณะที่ กทม. และปริมณฑล อยู่ที่ 325 บาท
ค่าเฉลี่ยของค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 315.97 บาท

ซึ่งการประกาศค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้จะมีผลวันที่ 1 เมษายน 2561 โดยไม่มีผลย้อนหลังแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายจักรินทร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมครั้งนี้ได้มีการเสนอข้อเสนอเพิ่มเติม 3 เรื่อง ด้วยกัน คือ

1. กำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องมีการกำหนดโครงสร้างเงินเดือน เพื่อให้ลูกจ้างเห็นอนาคต และเป็นหลักประกันในเรื่องอัตราค่าจ้างที่จะมีการขึ้นทุกปี

2.กำหนดอัตราค่าจ้างแบบลอยตัวให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยจะมีการนำร่องในจังหวัดเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งจะทำให้สถานประกอบการได้แรงงานฝีมือที่ต้องการ ในทางหนึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาฝีมือแรงงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะจ้างในอัตราที่สูง

และ 3. การกำหนดมาตรการลดหย่อนภาษีของผู้ประกอบการที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น ให้สามารถนำเงินดังกล่าวมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า

โดยข้อเสนอดังกล่าว ยังต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการค่าจ้างอีกครั้ง ซึ่งจะต้องใช้คณะกรรมการฯ ชุดใหม่ เนื่องจากคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 หมดวาระแล้ว

อย่างไรกตาม ก่อนหน้านี้ พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเมื่อได้ข้อยุติ วันที่ 17 ม.ค. แล้ว จากนั้นจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ถัดไปวันที่ 23 ม.ค. 2561 ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ พลตำรวจเอกอดุลย์ กล่าวว่า ได้ให้นโยบายบอร์ดไตรภาคีว่า ให้พิจารณาโดยยึดหลักความเป็นธรรม ให้ลูกจ้างมีรายได้สำหรับการครองชีพเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องให้ผู้ประกอบการหรือนายจ้างอยู่ได้ เกณฑ์การพิจารณาค่าแรง จะมาจากกรอบของแต่ละจังหวัด ที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดเสนอ โดยพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และอัตราการเติบโต ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการหดตัวทางเศรษฐกิจด้วย รวมทั้งจะทำตามกรอบนโยบายของรัฐบาล คือลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และนายจ้างสามารถประกอบธุรกิจได้ ขยายกิจการได้ โดยจะเป็นการปรับขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เท่ากัน ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยยึดฐานอัตราค่าแรงเดิมของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่ปรับอัตราค่าจ้างเป็นอัตราเดียวเท่ากันทั้งประเทศ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21,01, 2018, 21:43:19 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
18,01, 2018, 08:07:39
beamsound รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,915



« ตอบ #4 เมื่อ: 18,01, 2018, 08:07:39 »

เป็นผมถ้าพอจะไขว่คว้าได้ ขอนาฬิกา ที่ผลิต ในสวิสซักเรือนก็พอ แต่ถ้ามีเงินมาก จะขยับเป็น นาฬิกา สปอร์ต Moto Gp แบบ Tissot.... อีก step ก็ BIETILING

https://www.prachachat.net/economy/news-102870

เคาะแล้ว!ค่าแรงขั้นต่ำ ประชุมมาราธอน 7ชม.คลอด7อัตรา 8-22บาท/วัน

ประชาชาติ
หน้าแรก  เศรษฐกิจในประเทศ
เศรษฐกิจในประเทศ
เคาะแล้ว!ค่าแรงขั้นต่ำ ประชุมมาราธอน 7ชม.คลอด7อัตรา 8-22บาท/วัน
วันที่ 17 มกราคม 2561 - 23:12 น.
17K
SHARES


เวลา 16.16 น. วันที่ 17 มกราคม นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ครั้งที่ 2/2561 ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร กระทรวงแรงงาน โดยเป็นการประชุมเพื่อหารือประเด็น การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ทั้งนี้ หลังการประชุมนานกว่า 7 ชั่วโมง ข้อสรุปอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 มีทั้งหมด 7 อัตรา คือ ตั้งแต่ 8-22 บาท

โดยมี 3 จังหวัด ได้ขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 330 บาท/วัน ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง

และมี 7 จังหวัด ได้ขึ้น เป็น 325 บาท ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา

จังหวัดที่ได้เพิ่มเป็น 320 บาท มี 14 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี สระบุรี อยุธยา หนองคาย ลพบุรี ตราด ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา และพังงา

จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 318 บาท มี 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์ และปราจีนบุรี

ส่วนจังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 315 บาท มี 21 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ประจวบคีรีขันธ์ นครสวรรค์ สระแก้ว พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ น่าน กาญจนบุรี และอ่างทอง

จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 310 บาท มี 22 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี นครศรีธรรมราช ตรัง แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ศรีสะเกษ ตาก ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ ราชบุรี ระนอง มหาสารคาม ชุมพร หนองบัวลำภู และสตูล

ขณะที่ จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 308 บาท  ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี

ค่าแรงใหม่มีผล 1 เม.ย.- หารือลดหย่อนภาษีอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 22.45 น. นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการประชุมดังกล่าว แถลงผลการประชุม ว่า มีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ไล่ตั้งแต่ 308, 310, 315, 318, 320, 325 และ สูงสุด 330 บาทตามลำดับ

ประชาชาติ
หน้าแรก  เศรษฐกิจในประเทศ
เศรษฐกิจในประเทศ
เคาะแล้ว!ค่าแรงขั้นต่ำ ประชุมมาราธอน 7ชม.คลอด7อัตรา 8-22บาท/วัน
วันที่ 17 มกราคม 2561 - 23:12 น.
17K
SHARES


เวลา 16.16 น. วันที่ 17 มกราคม นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ครั้งที่ 2/2561 ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร กระทรวงแรงงาน โดยเป็นการประชุมเพื่อหารือประเด็น การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ทั้งนี้ หลังการประชุมนานกว่า 7 ชั่วโมง ข้อสรุปอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 มีทั้งหมด 7 อัตรา คือ ตั้งแต่ 8-22 บาท

โดยมี 3 จังหวัด ได้ขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 330 บาท/วัน ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง

และมี 7 จังหวัด ได้ขึ้น เป็น 325 บาท ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา

จังหวัดที่ได้เพิ่มเป็น 320 บาท มี 14 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี สระบุรี อยุธยา หนองคาย ลพบุรี ตราด ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา และพังงา

จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 318 บาท มี 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์ และปราจีนบุรี

ส่วนจังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 315 บาท มี 21 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ประจวบคีรีขันธ์ นครสวรรค์ สระแก้ว พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ น่าน กาญจนบุรี และอ่างทอง


จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 310 บาท มี 22 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี นครศรีธรรมราช ตรัง แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ศรีสะเกษ ตาก ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ ราชบุรี ระนอง มหาสารคาม ชุมพร หนองบัวลำภู และสตูล

ขณะที่ จังหวัดที่ได้ขึ้นเป็น 308 บาท  ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี



ค่าแรงใหม่มีผล 1 เม.ย.- หารือลดหย่อนภาษีอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 22.45 น. นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการประชุมดังกล่าว แถลงผลการประชุม ว่า มีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ไล่ตั้งแต่ 308, 310, 315, 318, 320, 325 และ สูงสุด 330 บาทตามลำดับ



โดยที่ประชุมมีข้อตกลงร่วมกัน เกี่ยวกับการพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความสามารถในการแข่งขัน
โดยจังหวัดที่ได้ค่าแรงสูงสุดมี 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง คือ 330 บาท

ส่วนจังหวัดที่ได้อัตราค่าจ้างน้อยที่สุดในรอบนี้คือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

ขณะที่ กทม. และปริมณฑล อยู่ที่ 325 บาท
ค่าเฉลี่ยของค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 315.97 บาท

ซึ่งการประกาศค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้จะมีผลวันที่ 1 เมษายน 2561 โดยไม่มีผลย้อนหลังแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายจักรินทร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมครั้งนี้ได้มีการเสนอข้อเสนอเพิ่มเติม 3 เรื่อง ด้วยกัน คือ

1. กำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องมีการกำหนดโครงสร้างเงินเดือน เพื่อให้ลูกจ้างเห็นอนาคต และเป็นหลักประกันในเรื่องอัตราค่าจ้างที่จะมีการขึ้นทุกปี

2.กำหนดอัตราค่าจ้างแบบลอยตัวให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยจะมีการนำร่องในจังหวัดเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งจะทำให้สถานประกอบการได้แรงงานฝีมือที่ต้องการ ในทางหนึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาฝีมือแรงงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะจ้างในอัตราที่สูง

และ 3. การกำหนดมาตรการลดหย่อนภาษีของผู้ประกอบการที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น ให้สามารถนำเงินดังกล่าวมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า

โดยข้อเสนอดังกล่าว ยังต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการค่าจ้างอีกครั้ง ซึ่งจะต้องใช้คณะกรรมการฯ ชุดใหม่ เนื่องจากคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 หมดวาระแล้ว

อย่างไรกตาม ก่อนหน้านี้ พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเมื่อได้ข้อยุติ วันที่ 17 ม.ค. แล้ว จากนั้นจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ถัดไปวันที่ 23 ม.ค. 2561 ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ พลตำรวจเอกอดุลย์ กล่าวว่า ได้ให้นโยบายบอร์ดไตรภาคีว่า ให้พิจารณาโดยยึดหลักความเป็นธรรม ให้ลูกจ้างมีรายได้สำหรับการครองชีพเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องให้ผู้ประกอบการหรือนายจ้างอยู่ได้ เกณฑ์การพิจารณาค่าแรง จะมาจากกรอบของแต่ละจังหวัด ที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดเสนอ โดยพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และอัตราการเติบโต ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการหดตัวทางเศรษฐกิจด้วย รวมทั้งจะทำตามกรอบนโยบายของรัฐบาล คือลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และนายจ้างสามารถประกอบธุรกิจได้ ขยายกิจการได้ โดยจะเป็นการปรับขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เท่ากัน ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยยึดฐานอัตราค่าแรงเดิมของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่ปรับอัตราค่าจ้างเป็นอัตราเดียวเท่ากันทั้งประเทศ
แรงงานต่างด้าวได้เท่านี้มั๊ยครับ ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า
18,01, 2018, 09:20:54
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,843


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #5 เมื่อ: 18,01, 2018, 09:20:54 »

แรงงานต่างด้าวได้เท่านี้มั๊ยครับ ยิ้มยิงฟัน
ได้เท่ากันครับ   ไทย/ เทศ
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
19,01, 2018, 12:11:11
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,843


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #6 เมื่อ: 19,01, 2018, 12:11:11 »

 ปิดถนน สร้างรถไฟฟ้า

เริ่มพรุ่งนี้! ปิดลาดพร้าว 2 จุด เตรียมสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มีความจำเป็นต้องเบี่ยงจราจรบนถนนลาดพร้าว 2 จุด เพื่อเตรียมงานรื้อย้ายสาธารณูปโภค โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ในระหว่างวันที่ 19 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีรายละเอียดดังนี้

จุดที่ 1 ถนนลาดพร้าว ตั้งแต่ซอยลาดพร้าว 136 ถึงซอยลาดพร้าว 128 ในระยะแรกจะเริ่มต้นตั้งแต่ ซอยลาดพร้าว 136 ถึงซอยลาดพร้าว 134 ระยะทางประมาณ 200 เมตร และจะขยายไปจนถึง ซอยลาดพร้าว 128

จุดที่ 2 ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 45/1 ถึงซอยลาดพร้าว 23 โดยระยะแรกจะเริ่มต้นตั้งแต่ ซอยลาดพร้าว 45/1 ถึงซอย 45 ระยะทางประมาณ 200 เมตร และจะขยายไปจนถึง ซอยลาดพร้าว 23

โดยทั้ง 2 จุด ดังกล่าวนี้ จะดำเนินการปิดการจราจรช่องทางขวาสุด (ชิดเกาะกลางถนน) 1 ช่องจราจร ขาเข้า ตลอด 24 ชั่วโมง และปิดการจราจรเพิ่มอีก 1 ช่องทาง (ขาออก) ในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เพื่อขนย้ายเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ดำเนินงาน

ทั้งนี้ การเบี่ยงการจราจรเพื่อการดำเนินงานก่อสร้าง อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจมีเสียงดังรบกวนในวันเวลาดังกล่าว ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง และ รฟม. ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
19,01, 2018, 13:59:03
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,843


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #7 เมื่อ: 19,01, 2018, 13:59:03 »

https://www.autoinfo.co.th/online/208549/

 มาซดา ทุ่มงบ 7,200 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิตเครื่องยนต์ใหม่ เพิ่มกำลังการผลิต 100,000 เครื่อง เตรียมส่งออกไปทั่วโลก

บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน เมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MPMT เปิดสายการผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ 2.0 ลิตร ณ นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดระยอง

มิตสึโนบุ มูไกดะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน เมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อให้กระบวนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยครบวงจรมากที่สุด ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และรถยนต์ ทาง มาซดา มอเตอร์ ได้ทุ่มเม็ดเงินลงทุนอีกกว่า 22.1 พันล้านเยน หรือประมาณ 7,200 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานการผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์ จากเดิม 30,000 เครื่อง/ปี เป็น 100,000 เครื่อง/ปี

นอกจากนี้ โรงงานแห่งนี้จะเริ่มการผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ 2.0 ลิตร เพื่อส่งออกไปยังโรงงานผลิตรถยนต์ที่ประเทศมาเลเซีย และประเทศเวียดนาม รวมถึงป้อนให้กับโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ในประเทศไทยอีกด้วย

ประวัติ บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

กุมภาพันธ์ 2556 เริ่มการก่อตั้งโรงงาน

มกราคม 2558    เริ่มต้นการผลิตเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ

ตุลาคม 2558      เริ่มต้นการผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร

มกราคม 2559    เริ่มต้นการผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร

มกราคม 2561    เพิ่มโรงงานสายการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และเพิ่มกำลังผลิตเครื่องยนต์เป็น 100,000 เครื่อง/ปี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19,01, 2018, 14:00:50 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
19,01, 2018, 19:42:43
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,143



« ตอบ #8 เมื่อ: 19,01, 2018, 19:42:43 »

https://www.autoinfo.co.th/online/208549/

 มาซดา ทุ่มงบ 7,200 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิตเครื่องยนต์ใหม่ เพิ่มกำลังการผลิต 100,000 เครื่อง เตรียมส่งออกไปทั่วโลก

บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน เมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MPMT เปิดสายการผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ 2.0 ลิตร ณ นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดระยอง

มิตสึโนบุ มูไกดะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน เมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อให้กระบวนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยครบวงจรมากที่สุด ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และรถยนต์ ทาง มาซดา มอเตอร์ ได้ทุ่มเม็ดเงินลงทุนอีกกว่า 22.1 พันล้านเยน หรือประมาณ 7,200 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานการผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์ จากเดิม 30,000 เครื่อง/ปี เป็น 100,000 เครื่อง/ปี

นอกจากนี้ โรงงานแห่งนี้จะเริ่มการผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ 2.0 ลิตร เพื่อส่งออกไปยังโรงงานผลิตรถยนต์ที่ประเทศมาเลเซีย และประเทศเวียดนาม รวมถึงป้อนให้กับโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ในประเทศไทยอีกด้วย

ประวัติ บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

กุมภาพันธ์ 2556 เริ่มการก่อตั้งโรงงาน

มกราคม 2558    เริ่มต้นการผลิตเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ

ตุลาคม 2558      เริ่มต้นการผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร

มกราคม 2559    เริ่มต้นการผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร

มกราคม 2561    เพิ่มโรงงานสายการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และเพิ่มกำลังผลิตเครื่องยนต์เป็น 100,000 เครื่อง/ปี

........จะช่วยยกระดับเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตระดับโลกก และส่งเสริมความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ ปรบมือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19,01, 2018, 20:39:18 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
20,01, 2018, 05:27:30
beamsound รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,915



« ตอบ #9 เมื่อ: 20,01, 2018, 05:27:30 »

........จะช่วยยกระดับเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตระดับโลกก และส่งเสริมความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ ปรบมือ
จ้างแรงงานต่างด้าว  วิศวกรจากต่างประเทศ จ้างคนไทยงระดับผู้จัดการ 5 คน หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า
20,01, 2018, 18:54:07
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,843


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #10 เมื่อ: 20,01, 2018, 18:54:07 »

http://m.thansettakij.com/content/250801?ts


เล็งสร้างสนามบินแม่สอด 2 ตีคู่เส้นทางรถไฟเชื่อม 3 จังหวัดบูมระเบียงเศรษฐกิจ


3 จังหวัดเหนือตอนล่างผุดระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก เล็งสร้างสนามบินแม่สอด 2 และทางรถไฟเชื่อมการค้าตาก-พิษณุโลก-สุโขทัย

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) สมาคมการผังเมืองไทย และสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย และจังหวัดตาก-พิษณุโลก-สุโขทัย ได้ร่วมกันจัดประชุมสัมมนาขับเคลื่อนโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันตก (WEC) ที่ห้องประชุม ศูนย์แสดงสินค้าและส่งเสริมการท่องเที่ยว OTOP เทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดตาก คือ สนามบินแม่สอด แห่งที่ 2 ใน ตำบลแม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก พื้นที่ กว่า 1,900 ไร่ และโครงการเส้นทางรถไฟพิษณุโลก-สุโขทัย-ตาก (แม่สอด) เพราะเป็นโครงการของรัฐบาลที่ภาคเอกชนในพื้นที่ร่วมผลักดัน ในการผลักดันให้เกิดระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันตก WEC เส้นทางเศรษฐกิจสายใหม่ เป็นการริเริ่มของภาคเอกชน ที่ภาครัฐต้องให้การสนับสนุน และพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก (แม่สอด-แม่ระมาด-พบพระ) จะได้รับประโยชน์มหาศาลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการ WEC นี้ได้กำหนดพื้นที่ ที่จะต่อจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC และเชื่อมไปยัง East-West Economic Corridor EWEC

“ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันตก จะเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน ของอนุภูมิภาค ไทยและกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และการบริการสุขภาพ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยวธรรมชาติ ศูนย์กลางการขนส่ง การเดินทาง การคมนาคม ทางบก ทางอากาศ”

นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก กล่าวว่า โครงการ Western Economic Corridor-WEC จะเพิ่มประสิทธิภาพการค้าระหว่างประเทศของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ด้วยการบูรณาการ 3 จังหวัด ตาก-สุโขทัย-พิษณุโลก เข้าด้วยกัน เพราะในพื้นที่แต่ละจังหวัดมีความโดดเด่น ในการสร้างโอกาสให้พื้นที่เศรษฐกิจ ที่จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นที่ร่วมกัน ก่อให้เกิดความชัดเจนต่อนักธุรกิจและนักลงทุน มีทางเลือกที่จะประกอบธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่าที่ประชุม Western Economic Corridor-WEC ได้มีการบรรยายเรื่อง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อพัฒนาการพาณิชย์ อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวตามแนวระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันตก โดยนายฐาปนา บุณยประวิตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย และการเสวนาแนวทางการสร้างส่วนร่วมของภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อน WEC โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถทางด้านเศรษฐกิจ-การค้า-การลงทุน-การพาณิชย์และการท่องเที่ยว มาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูล ประกอบด้วย นายชัยวัฒน์ วิทิตธรรมวงศ์ ประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก-นายชัยคม ศกุนรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย-นายณฐกร โซ่จินดามณี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก-นายถิระยุทธ ฉันติกุล รองนายกเทศมนตรีนครแม่สอด ตัวแทน ดร.เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด-นายชวพันธ์ ชวเจริญพันธ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก-โดยมีนายธรรมรงค์ ราชามุสิกะ อุปนายกสมาคมการผังเมืองไทย เป็นผู้ดำเนินรายการการประชุมเสวนา Western Economic Corridor-WEC

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,332 วันที่ 18 - 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
20,01, 2018, 22:28:48
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,143



« ตอบ #11 เมื่อ: 20,01, 2018, 22:28:48 »

จะมีช่องทางการขนส่งและแลกเปลี่ยนสินค้าที่มีประสิทธิภาพ คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนสะพัดนับหมื่นล้านบาทเลยทีเดียวครับ ปรบมือ   ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า
21,01, 2018, 21:44:15
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,843


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #12 เมื่อ: 21,01, 2018, 21:44:15 »

https://www.prachachat.net/tourism/news-104628

เล็งของบฯ 2หมื่นล้าน ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

“กรมการท่องเที่ยว” ขานรับนโยบาย รวม.ท่องเที่ยวฯ เล็งของบฯสนับสนุนกว่า 2 หมื่นล้าน หนุนกว่า 2 พันโครงการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ หวังซ่อมสร้างอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของประเทศไทยจำนวนมาก ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม รัฐบาลจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะพัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

โดยทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงได้มอบหมายให้กรมการท่องเที่ยวพิจารณาเสนอโครงการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ต้องการกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง คัดกรองส่งนักท่องเที่ยวเข้าชุมชน และเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ถูกใช้มานานจนต้องซ่อมสร้างอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่นอย่างทั่วถึง จากนโยบายดังกล่าวนี้ ทำให้กรมการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างพิจารณาคำของบประมาณโครงการต่าง ๆ รวมประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นมีจำนวนทั้งหมด 2,639 โครงการ แบ่งเป็นเมืองรอง 55 จังหวัด 1,843 โครงการ และเมืองหลัก 22 จังหวัด 796 โครงการ โดยพิจารณาคัดเลือกจากพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเน้นพื้นที่เมืองท่องเที่ยวรอง ส่วนเมืองหลักจะเน้นชานเมืองหรือชุมชนนอกเมืองตลอดจนเมืองที่อยู่รอบ ๆ สนามบินหลัก ขณะเดียวกันก็จะพิจารณาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่มีความชำรุดทรุดโทรมด้วย

“โครงการขนาดเล็กไม่เกิน 5 ล้านบาทที่ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี หรือโครงการประเภทปรับปรุงซ่อมแซมที่ไม่ใช่การก่อสร้างใหม่หรือขนาดใหญ่ และการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับคนทั้งมวล หรือ universal design จะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรก” นายอนันต์กล่าว และยกตัวอย่างแนวคิดหรือลักษณะโครงการด้วย

อาทิ การสร้างแหล่งกำเนิดสินค้าโอท็อปให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาตลาดที่มีอยู่เดิมให้เป็นตลาดเพื่อการท่องเที่ยว การพัฒนาย่านดาวน์ทาวน์หรือของเมือง การปรับปรุงภูมิทัศน์ ป้ายบอกทาง และการปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม

นายอนันต์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับแนวทางการเร่งรัดจัดทำงบประมาณพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศนั้น ทางกรมการท่องเที่ยวได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมในการจัดทำโครงการ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด 76 จังหวัด กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ เป็นต้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21,01, 2018, 21:46:16 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
22,01, 2018, 07:20:14
ชาวดง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100%..............แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น..............คือ "เนรคุณในหลวง"
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 737


« ตอบ #13 เมื่อ: 22,01, 2018, 07:20:14 »

 ยิ้มยิงฟัน  26 นี้อาจมีข่าวดีสำหรับ คอเหล้า คอเบียร์  (บุหรี่ด้วย)  ย้ำนะครับย้ำว่า แค่อาจจะมีข่าวดี    มีข่าวมาเฉยๆ
บันทึกการเข้า
22,01, 2018, 09:25:07
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,143



« ตอบ #14 เมื่อ: 22,01, 2018, 09:25:07 »

https://www.prachachat.net/tourism/news-104628

เล็งของบฯ 2หมื่นล้าน ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

“กรมการท่องเที่ยว” ขานรับนโยบาย รวม.ท่องเที่ยวฯ เล็งของบฯสนับสนุนกว่า 2 หมื่นล้าน หนุนกว่า 2 พันโครงการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ หวังซ่อมสร้างอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของประเทศไทยจำนวนมาก ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม รัฐบาลจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะพัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

โดยทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงได้มอบหมายให้กรมการท่องเที่ยวพิจารณาเสนอโครงการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ต้องการกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง คัดกรองส่งนักท่องเที่ยวเข้าชุมชน และเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ถูกใช้มานานจนต้องซ่อมสร้างอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่นอย่างทั่วถึง จากนโยบายดังกล่าวนี้ ทำให้กรมการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างพิจารณาคำของบประมาณโครงการต่าง ๆ รวมประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นมีจำนวนทั้งหมด 2,639 โครงการ แบ่งเป็นเมืองรอง 55 จังหวัด 1,843 โครงการ และเมืองหลัก 22 จังหวัด 796 โครงการ โดยพิจารณาคัดเลือกจากพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเน้นพื้นที่เมืองท่องเที่ยวรอง ส่วนเมืองหลักจะเน้นชานเมืองหรือชุมชนนอกเมืองตลอดจนเมืองที่อยู่รอบ ๆ สนามบินหลัก ขณะเดียวกันก็จะพิจารณาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่มีความชำรุดทรุดโทรมด้วย

“โครงการขนาดเล็กไม่เกิน 5 ล้านบาทที่ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี หรือโครงการประเภทปรับปรุงซ่อมแซมที่ไม่ใช่การก่อสร้างใหม่หรือขนาดใหญ่ และการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับคนทั้งมวล หรือ universal design จะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรก” นายอนันต์กล่าว และยกตัวอย่างแนวคิดหรือลักษณะโครงการด้วย

อาทิ การสร้างแหล่งกำเนิดสินค้าโอท็อปให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาตลาดที่มีอยู่เดิมให้เป็นตลาดเพื่อการท่องเที่ยว การพัฒนาย่านดาวน์ทาวน์หรือของเมือง การปรับปรุงภูมิทัศน์ ป้ายบอกทาง และการปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม

นายอนันต์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับแนวทางการเร่งรัดจัดทำงบประมาณพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศนั้น ทางกรมการท่องเที่ยวได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมในการจัดทำโครงการ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด 76 จังหวัด กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ เป็นต้น

ของบ อีกแล้ววว ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 16   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: