GUN IN THAILAND
20,06, 2018, 22:05:00 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตส  (อ่าน 3002 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
01,06, 2018, 21:09:28
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,743


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #165 เมื่อ: 01,06, 2018, 21:09:28 »

https://www.sanook.com/money/570223/

พนักงานแบงก์ระส่ำ ธนาคารปิดสาขาต่อเนื่อง-ไทยพาณิชย์ลดเยอะสุด

เผยภาพรวม ธนาคารพาณิชย์ไทย ยังเดินหน้าปิดสาขาลงอย่างต่อเนื่อง ช่วง 4 เดือนแรก ปี 2561 ทั้งระบบ ยกเลิกไปแล้ว 34 สาขา แต่หากแยกเป็นรายธนาคาร ปรากฏว่า ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นแชมป์ ปิดสาขาไปถึง 65 สาขา

รายงานสถานการณ์การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยจำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจำนวน 23 ธนาคาร ณ สิ้นเดือน เมษายน 2561 พบว่ามีจำนวนสาขาทั้งสิ้น  6,750 สาขา ลดลงจากสิ้นปี 2560 ที่มีจำนวน 6,784 สาขา รวมลดลง 34 สาขา

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 อันดับแรก ที่มีการปิดสาขามากที่สุดในระยะ 4 เดือน คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ มีจำนวนสาขาที่ลดลงถึง 65 สาขา โดยเดือน เม.ย. 2561 มีจำนวนสาขา 1,096 สาขา ขณะที่สิ้นปี 2560 มีจำนวน 1,161 สาขา

ส่วนธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อื่นๆ มีความเคลื่อนไหวในเรื่องจำนวนสาขา ดังนี้

ธนาคารกรุงเทพ เดือน เม.ย. 2561 ลดลง 2 สาขา ระยะ 4 เดือน ลดลง 1 สาขา

ธนาคารกรุงไทย เดือน เม.ย.2561 ลดลง 1 สาขา ระยะ 4 เดือน ลดลง 2 สาขา

ธนาคารกสิกรไทย เดือน เม.ย.2561 เพิ่มขึ้น 3 สาขา ระยะ 4 เดือน เพิ่มขึ้น 5 สาขา

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 1 สาขา ระยะ 4 เดือน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

สถานการณ์การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ เป็นสถานการณ์ที่น่าจับตายิ่ง หลังจากที่เทคโนโลยีระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้ามามีบทบาท ทำให้ธนาคารพัฒนาตัวเองไปสู่ระบบธนาคารอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น มีการพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ ขึ้นมารองรับ ทำให้ลูกค้าธนาคารสามารถใช้บริการต่างๆ ของธนาคารด้วยตัวเองเกือบทุกบริการ

ทำให้ธนาคารต้องลดจำนวนสาขาของธนาคารลง ซึ่งหมายถึงพนักงานธนาคารจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พนักงานธนาคารที่อดีตเคยเป็นมนุษย์ทองคำ หรือเป็นบุคลากรที่มีความต้องการมากที่สุดของระบบถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ แนวโน้มการให้บริการทางการเงิน ภาครัฐยังจะเปิดให้องค์กรเอกชนที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่างร้านสะดวกซื้อ เข้ามาให้บริการบางอย่าง เช่น โอนเงิน ชำระค่าบริการต่างๆ เป็นต้น ทำให้ธนาคารมีคู่แข่งในการให้บริการเพิ่มขึ้นด้วย
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
01,06, 2018, 22:19:35
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 966



« ตอบ #166 เมื่อ: 01,06, 2018, 22:19:35 »

https://www.sanook.com/money/570223/

พนักงานแบงก์ระส่ำ ธนาคารปิดสาขาต่อเนื่อง-ไทยพาณิชย์ลดเยอะสุด

เผยภาพรวม ธนาคารพาณิชย์ไทย ยังเดินหน้าปิดสาขาลงอย่างต่อเนื่อง ช่วง 4 เดือนแรก ปี 2561 ทั้งระบบ ยกเลิกไปแล้ว 34 สาขา แต่หากแยกเป็นรายธนาคาร ปรากฏว่า ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นแชมป์ ปิดสาขาไปถึง 65 สาขา

รายงานสถานการณ์การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยจำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจำนวน 23 ธนาคาร ณ สิ้นเดือน เมษายน 2561 พบว่ามีจำนวนสาขาทั้งสิ้น  6,750 สาขา ลดลงจากสิ้นปี 2560 ที่มีจำนวน 6,784 สาขา รวมลดลง 34 สาขา

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 อันดับแรก ที่มีการปิดสาขามากที่สุดในระยะ 4 เดือน คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ มีจำนวนสาขาที่ลดลงถึง 65 สาขา โดยเดือน เม.ย. 2561 มีจำนวนสาขา 1,096 สาขา ขณะที่สิ้นปี 2560 มีจำนวน 1,161 สาขา

ส่วนธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อื่นๆ มีความเคลื่อนไหวในเรื่องจำนวนสาขา ดังนี้

ธนาคารกรุงเทพ เดือน เม.ย. 2561 ลดลง 2 สาขา ระยะ 4 เดือน ลดลง 1 สาขา

ธนาคารกรุงไทย เดือน เม.ย.2561 ลดลง 1 สาขา ระยะ 4 เดือน ลดลง 2 สาขา

ธนาคารกสิกรไทย เดือน เม.ย.2561 เพิ่มขึ้น 3 สาขา ระยะ 4 เดือน เพิ่มขึ้น 5 สาขา

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 1 สาขา ระยะ 4 เดือน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

สถานการณ์การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ เป็นสถานการณ์ที่น่าจับตายิ่ง หลังจากที่เทคโนโลยีระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้ามามีบทบาท ทำให้ธนาคารพัฒนาตัวเองไปสู่ระบบธนาคารอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น มีการพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ ขึ้นมารองรับ ทำให้ลูกค้าธนาคารสามารถใช้บริการต่างๆ ของธนาคารด้วยตัวเองเกือบทุกบริการ

ทำให้ธนาคารต้องลดจำนวนสาขาของธนาคารลง ซึ่งหมายถึงพนักงานธนาคารจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พนักงานธนาคารที่อดีตเคยเป็นมนุษย์ทองคำ หรือเป็นบุคลากรที่มีความต้องการมากที่สุดของระบบถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ แนวโน้มการให้บริการทางการเงิน ภาครัฐยังจะเปิดให้องค์กรเอกชนที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่างร้านสะดวกซื้อ เข้ามาให้บริการบางอย่าง เช่น โอนเงิน ชำระค่าบริการต่างๆ เป็นต้น ทำให้ธนาคารมีคู่แข่งในการให้บริการเพิ่มขึ้นด้วย

ต้นทุนแต่ละสาขาสูงครับ ปัจจุบันคนหันมาใช้บริการช่องทางดิจิตอล ทำให้บริมาณคนมาใช้บริการที่สาขาลดลง เป็นผลทำให้ต้องลดจำนวนสาขาลงตามมาครับ
บันทึกการเข้า
03,06, 2018, 23:03:22
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,743


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #167 เมื่อ: 03,06, 2018, 23:03:22 »

https://www.prachachat.net/ict/news-168571

“5G” พลิกโฉมธุรกิจ ไทยพร้อมมาก…รอแค่คลื่น


5G ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ไม่เฉพาะแค่ในธุรกิจโทรคมนาคม “นาดีน อัลเลน” ประธาน บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานเปิดตัวโซลูชั่นเครือข่ายรูปแบบใหม่ “Do Zone” ว่า 5G ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่มีการทดลองใช้งานในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว อาทิ ซอฟต์แบงก์ของญี่ปุ่นที่ได้ทดลอง 5G บนคลื่น 4.5 GHz Verizon ของสหรัฐอเมริกาทดลองใช้เชื่อมต่อกับรถยนต์ด้วยสปีด 6.4 Gbps ขณะรถเคลื่อนที่ทั้งคาดว่าปี 2566 20% โมบายทราฟฟิทั่วโลกจะใช้งาน 5G

“5G จะเป็น Game Changer ให้กับทุกอุตสาหกรรมสร้างการเติบโตทางธุรกิจจากการประยุกต์ใช้งาน 5G ด้วยการแข่งกันสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ที่กระโดดเข้ามาก่อนย่อมได้เปรียบ เหมือนกับตอนที่เริ่มต้น 4G ในไทย เห็นได้ชัดว่าใครเริ่มก่อนก็ได้มาร์เก็ตแชร์ก่อน และมีรายได้เพิ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 10%”


ขณะที่รายงาน 5G Business Potential ของอีริคสัน ประเมินว่า 5G จะทำให้ผู้ให้บริการในไทยเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นถึง 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 22% ของรายได้ที่คาดไว้ภายในปี 2569″

ในประเทศไทยคาดว่า 5G จะเริ่มใช้อย่างกว้างขวางตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งกลุ่มแรก ๆ หนีไม่พ้นวงการโทรคมนาคม ที่จะช่วยให้เข้าไปมีบทบาทใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมอื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และที่น่าจับตาคืออุตสาหกรรมการผลิตที่ไทยมีความแข็งแกร่ง จะประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต อุตสาหกรรมพลังงาน ความปลอดภัยสาธารณะ สุขภาพ และบันเทิง ซึ่งตลาดไทยพร้อมมากในการใช้ 5G โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้กับ IOT

ขณะที่ “การจัดสรรคลื่นความถี่” คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริม 5G ซึ่งต้องผสมผสานทั้งคลื่นในย่านความถี่ต่ำอย่าง 700 MHz ที่จะสนับสนุนการส่งสัญญาณให้ครอบคลุม ย่านความถี่ระดับกลางอย่าง 3.5 GHz ที่มีศักยภาพในการส่งผ่านและรองรับการใช้งานด้วยความเร็วที่ดีในระดับหนึ่ง และคลื่นย่านความถี่สูง อย่าง 26-28 GHz ที่จะใช้เป็นจุดกระจายสัญญาณในอาคาร เพื่อรองรับการใช้ชีวิตกว่า 80% ของผู้ใช้งานในแต่ละวัน

“คลื่นความถี่ในไทยก็มีเท่า ๆ กับประเทศอื่น อยู่ที่เวลาในการจัดสรร เข้าสู่อุตสาหกรรม ซึ่งเชื่อว่า กสทช.ได้วางแผนไว้แล้ว ส่วนการแข่งขันกันระหว่างเจ้าของเทคโนโลยี เชื่อว่าอีริคสันก็แข็งแกร่งพอถึงได้อยู่ยาวนานมาถึง 140 ปี และแต่ละปีได้ทุ่มงบฯวิจัยพัฒนาถึง 20% ของรายได้ เพื่อนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา อย่างเครือข่าย 5G ของอีริคสันสามารถลดต้นทุนโมบายบรอดแบนด์ต่อ GB ลงถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับ 4G”
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
04,06, 2018, 09:27:58
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 966



« ตอบ #168 เมื่อ: 04,06, 2018, 09:27:58 »


ผลการจัดอันดับความเร็วในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทในปท.ต่างๆ
บ้านเราเร็วที่สุดอันดับ 8 ของโลก พอใช้ได้นะครับ

บันทึกการเข้า
06,06, 2018, 16:40:15
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,743


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #169 เมื่อ: 06,06, 2018, 16:40:15 »

https://www.prachachat.net/marketing/news-170019

อสมท จอดำ สปริงนิวส์ ดีเดย์ 16 มิ.ย.นี้ เหตุติดหนี้ยืดเยื้อ

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อสมท ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลแก่ บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งได้ทำสัญญาร่วมกันตั้งแต่ปี 2557 ต่อมาสปริงนิวส์ได้ค้างชำระค่าเช่าใช้บริการโครงข่ายฯ ตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเงินกว่า 104 ล้านบาท (รวมค่าปรับตามสัญญาและดอกเบี้ย ตามกฎหมาย : ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 61) ที่ผ่านมา อสมท ได้มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้เป็นระยะเวลานานแล้ว และสปริงนิวส์ได้ขอขยายเวลาชำระเงินเรื่อยมา โดยอ้างว่าบริษัทฯอยู่ในช่วงวางแผนเพิ่มทุนและจะทยอยผ่อนชำระหนี้ค่าใช้บริการ แต่สปริงนิวส์ก็ไม่ได้ชำระแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการ บมจ อสมท พิจารณาแล้วเห็นว่า หาก อสมท และ กสทช.ไม่พิจารณาดำเนินการใดๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐและอาจถูกร้องในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ดังนั้นอสมท จึงได้ดำเนินการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กสทช. เพื่อยุติการให้บริการ โดยคณะกรรมการ กสทช. ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 เห็นชอบการยุติให้บริการตามสัญญาให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ระหว่าง อสมท และ สปริงนิวส์ แล้ว โดย อสมท จะดำเนินการยุติการให้บริการโครงข่ายฯ แก่สปริงนิวส์ ในวันที่ 16 มิ.ย. 2561 ในทันที

“อสมท ได้มีหนังสือถึง บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด เรื่องแจ้งเลิกสัญญาและยุติการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสปริงนิวส์ได้เสนอแนวทางขอผ่อนชำระต่อเนื่อง แต่เนื่องจากหนี้สินดังกล่าวค้างชำระ มาตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเป็นการค้างที่นานเกินกำหนดระยะเวลา ทำให้คณะกรรมการและฝ่ายบริหาร ต้องปกป้องผลประโยชน์เพื่อผู้ถือหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยการบอกยกเลิกสัญญา” นายเขมทัตต์กล่าว

นอกจากนี้ นายเขมทัตต์ยังกล่าวเสริมว่า การสนับสนุนให้อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลทั้งระบบขยายตัวและแข็งแรงอยู่รอดได้ รัฐควรส่งเสริมด้านการผลิตคอนเทนต์ ให้มีต้นทุนต่ำ โดยช่วยเหลือด้านภาษีหรือสิทธิอื่นๆ การสนับสนุนให้เปิดตลาดเพื่อการส่งออกคอนเทนต์, การดำเนินการทำ Mux pool เป็นโครงข่ายเดียว เพื่อให้โครงข่ายการออกอากาศได้มีต้นทุนต่ำลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ดิจิทัลมีต้นทุนต่ำลงไปด้วยในระยะยาว ส่วนการสนับสนุนระยะสั้นในการชดเชย 50% ของค่าใช้จ่าย โครงข่าย ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการแก้ไขให้ถูกจุด เพื่อให้ประชาชนผู้ชมได้ประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06,06, 2018, 16:41:52 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
06,06, 2018, 22:24:10
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 966



« ตอบ #170 เมื่อ: 06,06, 2018, 22:24:10 »

https://www.prachachat.net/marketing/news-170019

อสมท จอดำ สปริงนิวส์ ดีเดย์ 16 มิ.ย.นี้ เหตุติดหนี้ยืดเยื้อ

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อสมท ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลแก่ บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งได้ทำสัญญาร่วมกันตั้งแต่ปี 2557 ต่อมาสปริงนิวส์ได้ค้างชำระค่าเช่าใช้บริการโครงข่ายฯ ตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเงินกว่า 104 ล้านบาท (รวมค่าปรับตามสัญญาและดอกเบี้ย ตามกฎหมาย : ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 61) ที่ผ่านมา อสมท ได้มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้เป็นระยะเวลานานแล้ว และสปริงนิวส์ได้ขอขยายเวลาชำระเงินเรื่อยมา โดยอ้างว่าบริษัทฯอยู่ในช่วงวางแผนเพิ่มทุนและจะทยอยผ่อนชำระหนี้ค่าใช้บริการ แต่สปริงนิวส์ก็ไม่ได้ชำระแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการ บมจ อสมท พิจารณาแล้วเห็นว่า หาก อสมท และ กสทช.ไม่พิจารณาดำเนินการใดๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐและอาจถูกร้องในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ดังนั้นอสมท จึงได้ดำเนินการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กสทช. เพื่อยุติการให้บริการ โดยคณะกรรมการ กสทช. ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 เห็นชอบการยุติให้บริการตามสัญญาให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ระหว่าง อสมท และ สปริงนิวส์ แล้ว โดย อสมท จะดำเนินการยุติการให้บริการโครงข่ายฯ แก่สปริงนิวส์ ในวันที่ 16 มิ.ย. 2561 ในทันที

“อสมท ได้มีหนังสือถึง บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด เรื่องแจ้งเลิกสัญญาและยุติการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสปริงนิวส์ได้เสนอแนวทางขอผ่อนชำระต่อเนื่อง แต่เนื่องจากหนี้สินดังกล่าวค้างชำระ มาตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเป็นการค้างที่นานเกินกำหนดระยะเวลา ทำให้คณะกรรมการและฝ่ายบริหาร ต้องปกป้องผลประโยชน์เพื่อผู้ถือหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยการบอกยกเลิกสัญญา” นายเขมทัตต์กล่าว

นอกจากนี้ นายเขมทัตต์ยังกล่าวเสริมว่า การสนับสนุนให้อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลทั้งระบบขยายตัวและแข็งแรงอยู่รอดได้ รัฐควรส่งเสริมด้านการผลิตคอนเทนต์ ให้มีต้นทุนต่ำ โดยช่วยเหลือด้านภาษีหรือสิทธิอื่นๆ การสนับสนุนให้เปิดตลาดเพื่อการส่งออกคอนเทนต์, การดำเนินการทำ Mux pool เป็นโครงข่ายเดียว เพื่อให้โครงข่ายการออกอากาศได้มีต้นทุนต่ำลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ดิจิทัลมีต้นทุนต่ำลงไปด้วยในระยะยาว ส่วนการสนับสนุนระยะสั้นในการชดเชย 50% ของค่าใช้จ่าย โครงข่าย ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการแก้ไขให้ถูกจุด เพื่อให้ประชาชนผู้ชมได้ประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ข่าวมาว่า 16 มิ.ย.แฟนสปริงนิวส์ จะยังคงรับชมรายการได้ตามปกติครับ
บันทึกการเข้า
07,06, 2018, 15:33:09
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,743


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #171 เมื่อ: 07,06, 2018, 15:33:09 »

ข่าวมาว่า 16 มิ.ย.แฟนสปริงนิวส์ จะยังคงรับชมรายการได้ตามปกติครับ

ขอบคุณครับ ที่แจ้งข่าว update

https://www.sanook.com/money/570457/

ไฮโซสุดๆ "เบนซ์แท็กซี่" เริ่มวิ่งแล้ววันนี้ ค่าบริการเริ่มต้น 150 บาท ( 3 มิ.ย.61)



voice tv
สนับสนุนเนื้อหา
บริษัท ออล ไทย แท็กซี่ จำกัด ในเครือนครชัยแอร์ ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดตัวรถ TAXI VIP เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่น C350 e Avantgarde วิ่งรับผู้โดยสารตั้งแต่วันนี้ (1 มิ.ย.) เริ่มต้นค่าบริการ 2 กิโลเมตรแรก 150 บาท

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า วันนี้มีการเปิดตัวรถ TAXI VIP ของบริษัท ออล ไทย แท็กซี่ จำกัด ซึ่งใช้รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น C 350 e Avantgarde มาให้บริการ พร้อมขยายขอบเขตการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้รองรับความต้องการเดินทางของผู้โดยสารได้ทุกกลุ่ม ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก ซึ่งต้องการยกระดับคุณภาพมาตรฐานรถแท็กซี่ไทย ภายใต้การดำเนินโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2560 เป็นต้นมา

เพื่อเป็นการพัฒนามาตรฐานรถแท็กซี่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านสมรรถนะตัวรถ ระบบบริหารจัดการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ควบคู่กับการยกระดับการให้บริการ สามารถเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นได้อย่างสะดวก ซึ่งปัจจุบันรถแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ทุกคันจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐาน TAXI OK และผู้ขับรถผ่านการตรวจสอบประวัติ มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ สำหรับการให้บริการรถ TAXI VIP เป็นรูปแบบการให้บริการที่เป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับรองรับความต้องการกลุ่มผู้โดยสาร เช่น ลูกค้าองค์กรธุรกิจ, ธุรกิจโรงแรม, นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ที่ต้องการความหรูหราสะดวกสบายและการให้บริการในการเดินทางระดับพรีเมียม ผู้ให้บริการต้องดำเนินการในรูปแบบนิติบุคคลที่มีการบริหารงานอย่างเป็นมืออาชีพ มาตรฐานตัวรถต้องมีสมรรถนะสูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เป็นรถใหม่หรือมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี และไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร เสริมความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเบรกแบบ ABS และมีถุงลมนิรภัยที่นั่งด้านหน้าอย่างน้อย 1 คู่ กล่องป้ายไฟแสดงข้อความ TAXI VIP หรือข้อความอื่นตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในรถเหมือนกับ TAXI OK ประกอบด้วย GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ, มาตรวัดค่าโดยสาร, ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสารอย่างน้อย 1 จุด ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้และใช้งานสะดวก, กล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot ทำงานร่วมกันได้แบบ Real-Time ส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการของผู้ประกอบการ และศูนย์บริหารจัดการรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก (DLT TAXI CENTER) พร้อมบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตลอดการเดินทาง

บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
07,06, 2018, 20:34:25
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 966



« ตอบ #172 เมื่อ: 07,06, 2018, 20:34:25 »

ขอบคุณครับ ที่แจ้งข่าว update

https://www.sanook.com/money/570457/

ไฮโซสุดๆ "เบนซ์แท็กซี่" เริ่มวิ่งแล้ววันนี้ ค่าบริการเริ่มต้น 150 บาท ( 3 มิ.ย.61)



voice tv
สนับสนุนเนื้อหา
บริษัท ออล ไทย แท็กซี่ จำกัด ในเครือนครชัยแอร์ ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดตัวรถ TAXI VIP เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่น C350 e Avantgarde วิ่งรับผู้โดยสารตั้งแต่วันนี้ (1 มิ.ย.) เริ่มต้นค่าบริการ 2 กิโลเมตรแรก 150 บาท

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า วันนี้มีการเปิดตัวรถ TAXI VIP ของบริษัท ออล ไทย แท็กซี่ จำกัด ซึ่งใช้รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น C 350 e Avantgarde มาให้บริการ พร้อมขยายขอบเขตการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้รองรับความต้องการเดินทางของผู้โดยสารได้ทุกกลุ่ม ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก ซึ่งต้องการยกระดับคุณภาพมาตรฐานรถแท็กซี่ไทย ภายใต้การดำเนินโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2560 เป็นต้นมา

เพื่อเป็นการพัฒนามาตรฐานรถแท็กซี่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านสมรรถนะตัวรถ ระบบบริหารจัดการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ควบคู่กับการยกระดับการให้บริการ สามารถเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นได้อย่างสะดวก ซึ่งปัจจุบันรถแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ทุกคันจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐาน TAXI OK และผู้ขับรถผ่านการตรวจสอบประวัติ มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ สำหรับการให้บริการรถ TAXI VIP เป็นรูปแบบการให้บริการที่เป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับรองรับความต้องการกลุ่มผู้โดยสาร เช่น ลูกค้าองค์กรธุรกิจ, ธุรกิจโรงแรม, นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ที่ต้องการความหรูหราสะดวกสบายและการให้บริการในการเดินทางระดับพรีเมียม ผู้ให้บริการต้องดำเนินการในรูปแบบนิติบุคคลที่มีการบริหารงานอย่างเป็นมืออาชีพ มาตรฐานตัวรถต้องมีสมรรถนะสูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เป็นรถใหม่หรือมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี และไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร เสริมความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเบรกแบบ ABS และมีถุงลมนิรภัยที่นั่งด้านหน้าอย่างน้อย 1 คู่ กล่องป้ายไฟแสดงข้อความ TAXI VIP หรือข้อความอื่นตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในรถเหมือนกับ TAXI OK ประกอบด้วย GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ, มาตรวัดค่าโดยสาร, ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสารอย่างน้อย 1 จุด ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้และใช้งานสะดวก, กล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot ทำงานร่วมกันได้แบบ Real-Time ส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการของผู้ประกอบการ และศูนย์บริหารจัดการรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก (DLT TAXI CENTER) พร้อมบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตลอดการเดินทาง


ค่าบริการแพงอยู่ครับเหมาะกับผู้มีรายได้สูงถ้าอัตราค่าบริการแพงขนาดนี้น่าจะมีบริการอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากรับ-ส่ง เช่นมีบริการน้ำดื่มและ WIFI ในขณะใช้บริการ อีกอย่างนะครับเรื่อง ความปลอดภัยขณะใช้บริการถ้ามีความแตกต่างจากแท็กซี่ทั่วไปก็น่าจะเป็นจุดเด่นอีกจุดนึงเลยนะครับ ที่คนจะเลือกใช้บริการ
บันทึกการเข้า
09,06, 2018, 21:35:32
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,743


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #173 เมื่อ: 09,06, 2018, 21:35:32 »

https://www.innnews.co.th/breaking-news/news_107071/

ทล.เปิดใช้อุโมงค์ฟ้าฮ่ามแก้จราจร
กรมทางหลวง เปิดใช้อุโมงค์ฟ้าฮ่าม จ.เชียงใหม่ แก้ไขปัญหาจราจร หนุนเส้นทางท่องเที่ยว ขนส่งสินค้าเกษตร

ทั้งนี้ นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดฟ้าฮ่ามและสะพานขัวสลีเวียงพิงค์ที่จุดตัดบนทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 1001 ระยะทาง 3.04 ก.ม. และขยายสะพานข้ามแม่น้ำปิง รวมงานก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำปิง มีจุดเริ่มต้นบนทางหลวงหมายเลข 11 ที่ กม. 93+960 สิ้นสุดที่ กม. 97+000 ระยะทาง 3.04 กิโลเมตร งบประมาณ 1,172,771,000 บาท ซึ่งโครงการก่อสร้างทางลอดฯ เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2558 ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การขนส่งสินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว แก้ไขปัญหาการจราจรรอบเมืองเชียงใหม่ ปัญหาคอขวดสะพานข้ามแม่น้ำปิง ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
10,06, 2018, 10:03:58
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 966



« ตอบ #174 เมื่อ: 10,06, 2018, 10:03:58 »

https://www.innnews.co.th/breaking-news/news_107071/

ทล.เปิดใช้อุโมงค์ฟ้าฮ่ามแก้จราจร
กรมทางหลวง เปิดใช้อุโมงค์ฟ้าฮ่าม จ.เชียงใหม่ แก้ไขปัญหาจราจร หนุนเส้นทางท่องเที่ยว ขนส่งสินค้าเกษตร

ทั้งนี้ นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดฟ้าฮ่ามและสะพานขัวสลีเวียงพิงค์ที่จุดตัดบนทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 1001 ระยะทาง 3.04 ก.ม. และขยายสะพานข้ามแม่น้ำปิง รวมงานก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำปิง มีจุดเริ่มต้นบนทางหลวงหมายเลข 11 ที่ กม. 93+960 สิ้นสุดที่ กม. 97+000 ระยะทาง 3.04 กิโลเมตร งบประมาณ 1,172,771,000 บาท ซึ่งโครงการก่อสร้างทางลอดฯ เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2558 ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การขนส่งสินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว แก้ไขปัญหาการจราจรรอบเมืองเชียงใหม่ ปัญหาคอขวดสะพานข้ามแม่น้ำปิง ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ

งบประมาณการตกแต่งตรงนี้น่าจะนำไปพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างอื่น ดีกว่าหรือไม่
มากกว่าความหรูหราของอุโมงค์

บันทึกการเข้า
10,06, 2018, 22:03:07
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,743


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #175 เมื่อ: 10,06, 2018, 22:03:07 »

https://www.sanook.com/news/6754862/

เปิดโปงโรงงานขยะพิษ ลอบนำเข้าจากต่างประเทศมาทิ้งไทย 20 วัน โอนเงินกลับ 28 ล้าน

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผย ว่า จากการตรวจค้น 11 บริษัท 25 โรงงานคัดแยกขยะอิเลคทรอนิก หรือขยะพิษ ที่มีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่พบคนไทยเป็นเจ้าของ 100 % แต่ส่วนมากยอมรับว่าเป็นนอมินีให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน และไม่มีบริษัทใดทำบัญชีภาษีถูกต้อง แต่พบว่ามีการว่าจ้างบริษัทคนไทยทำบัญชีภาษีเท็จ และแจ้งเป็นบริษัทขาดทุน

โดยบริษัทที่มีกำไรมากที่สุดคือ 90,000 บาทต่อปีเท่านั้น แต่จากการตรวจค้นพบหลักฐานการโอนเงินไปต่างประเทศ เพียง 20 วัน กว่า 28 ล้านบาท ขณะนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับคนไทยที่ขายชาติทำบัญชีภาษีเท็จ ช่วยต่างชาติในการทุจริตฉ้อโกงภาษีทำให้ไทยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆจากขบวนการนำซากขยะอิเล็กทรอนิคส์จากต่างชาติเข้ามาในไทย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รายงานผลการดำเนินการดังกล่าว โดยตรงกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้ดำเนินการต่อเนื่องขุดรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก และหากพบส่วนราชการหน่วยใด ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิด ก็จะต้องดำเนินเอาผิดและหามาตรการแก้ไขและปิดช่องว่างให้หมด พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้ประชาชนออกมาแสดงจุดยืน ไม่ยอมให้ใครไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ หรือนักธุรกิจต่างชาติมาใช้ประเทศไทยเป็นถังขยะอันตรายของโลก เนื่องจากขณะนี้ต่างประเทศคนทั้งโลกเห็นแล้วว่าขยะเหล่านี้เป็นอันตรายไม่นำเข้าแล้วแต่เหตุใดประเทศไทยถึงอนุญาตอยู่
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
10,06, 2018, 22:45:26
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 966



« ตอบ #176 เมื่อ: 10,06, 2018, 22:45:26 »

https://www.sanook.com/news/6754862/

เปิดโปงโรงงานขยะพิษ ลอบนำเข้าจากต่างประเทศมาทิ้งไทย 20 วัน โอนเงินกลับ 28 ล้าน

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผย ว่า จากการตรวจค้น 11 บริษัท 25 โรงงานคัดแยกขยะอิเลคทรอนิก หรือขยะพิษ ที่มีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่พบคนไทยเป็นเจ้าของ 100 % แต่ส่วนมากยอมรับว่าเป็นนอมินีให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน และไม่มีบริษัทใดทำบัญชีภาษีถูกต้อง แต่พบว่ามีการว่าจ้างบริษัทคนไทยทำบัญชีภาษีเท็จ และแจ้งเป็นบริษัทขาดทุน

โดยบริษัทที่มีกำไรมากที่สุดคือ 90,000 บาทต่อปีเท่านั้น แต่จากการตรวจค้นพบหลักฐานการโอนเงินไปต่างประเทศ เพียง 20 วัน กว่า 28 ล้านบาท ขณะนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับคนไทยที่ขายชาติทำบัญชีภาษีเท็จ ช่วยต่างชาติในการทุจริตฉ้อโกงภาษีทำให้ไทยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆจากขบวนการนำซากขยะอิเล็กทรอนิคส์จากต่างชาติเข้ามาในไทย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รายงานผลการดำเนินการดังกล่าว โดยตรงกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้ดำเนินการต่อเนื่องขุดรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก และหากพบส่วนราชการหน่วยใด ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิด ก็จะต้องดำเนินเอาผิดและหามาตรการแก้ไขและปิดช่องว่างให้หมด พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้ประชาชนออกมาแสดงจุดยืน ไม่ยอมให้ใครไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ หรือนักธุรกิจต่างชาติมาใช้ประเทศไทยเป็นถังขยะอันตรายของโลก เนื่องจากขณะนี้ต่างประเทศคนทั้งโลกเห็นแล้วว่าขยะเหล่านี้เป็นอันตรายไม่นำเข้าแล้วแต่เหตุใดประเทศไทยถึงอนุญาตอยู่

มลพิษทั้งนั้นเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่าขยะเหล่านี้จะเข้ามาในบ้านเราได้อย่างง่ายดาย
น่าสงสัยจริงๆครับถึงกระบวนการนำเข้ามา
บันทึกการเข้า
11,06, 2018, 16:01:37
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,743


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #177 เมื่อ: 11,06, 2018, 16:01:37 »

มลพิษทั้งนั้นเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่าขยะเหล่านี้จะเข้ามาในบ้านเราได้อย่างง่ายดาย
น่าสงสัยจริงๆครับถึงกระบวนการนำเข้ามา

ส่วนตัวผมเชื่อว่า เป็นกระบวนการครับ

https://www.prachachat.net/tourism/news-172251

บินไทยเร่งปั๊มรายได้ฝ่ายช่าง ผนึกโรลส์-รอยซ์ปั้นศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์

“การบินไทย” ผนึกความร่วมมือ “โรลส์-รอยซ์” ปักธงดอนเมือง จัดตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ คาดเบื้องต้นใช้เงินลงทุนราว 1 พันล้านบาท ตั้งเป้าสร้างรายได้เพิ่มอีก 4-5 พันล้านได้ในปี”63 พร้อมหนุนรายได้ฝ่ายช่างของการบินไทยแตะ 8 พันล้าน

 

นายสุรชัย เพียรเจริญศักดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายช่าง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท โรลส์-รอยซ์ สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ของการบินไทย เพื่อขยายเทรนต์แคร์เน็ตเวิร์ก (TRENT Care Network) รวมระยะเวลา 10 ปี หลังจากศึกษาความเป็นไปได้นานถึงกว่า 1 ปี โดยใช้โรงซ่อมบำรุงเครื่องยนต์อากาศยานของการบินไทย ที่บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง โดยการบินไทยจะเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์ของบริษัท โรลส์-รอยซ์ สำหรับเครื่องยนต์รุ่น TRENT คาดใช้งบฯลงทุน 1 พันล้าน

โดยเบื้องต้นคาดว่าใช้งบฯลงทุนรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ในการซ่อมและค่าใช้จ่ายสำหรับส่งช่างซ่อมบำรุงไปอบรม โดยระยะแรกจะใช้งบฯ 500 ล้านบาท เพื่อซ่อมเครื่องยนต์ TRENT 1000 ของเครื่องบินโบอิ้ง 787 และระยะที่ 2 ค่อยลงทุนเพิ่มอีกราว 500 ล้านบาท สำหรับซ่อมเครื่องยนต์ TRENT 700 ของเครื่องบินแอร์บัส 330

โดยเครื่องบินทั้ง 2 รุ่นเป็นรุ่นที่การบินไทยใช้ทำการบิน และยังได้รับความนิยมจากสายการบินจากทั่วโลก ซึ่งสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าจะสามารถซ่อมเครื่องยนต์ได้ครบทั้ง 2 รุ่นภายใน 3 ปีตั้งเป้ามีรายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้

นายสุรชัยกล่าวว่า หลังจากลงนามความร่วมมือกันเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา การบินไทยคาดว่าจะเริ่มมีรายได้การซ่อมเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ เร็วที่สุดเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และคาดว่าปี 2562 จะมีรายได้ 1,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 4,000-5,000 ล้านบาทในปี 2563 จากกำลังการซ่อม 30 เครื่องยนต์ต่อปี ทำให้คาดว่าในปี 2563 การบินไทยจะมีรายได้จากการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นเป็น 7,000-8,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ที่ 3,000 ล้านบาท และในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการซ่อมเป็น 70-80 เครื่องยนต์ต่อปี

“ความร่วมมือในอนาคตจะไปต่ออย่างไรเราคงต้องพิจารณาความชัดเจนของนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากรัฐบาลว่ามีนโยบายอย่างไร และในลักษะใดบ้าง สำหรับท่าอากาศยานดอนเมือง”

พร้อมรองรับลูกค้านอก

ด้านนางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายช่างของการบินไทยดำเนินการซ่อมเครื่องยนต์อากาศยานแบบต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อให้บริการแก่เครื่องบินการบินไทยและสายการบินลูกค้า ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาขีดความสามารถ ทั้งในด้านการฝึกอบรมบุคลากรรวมทั้งการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อรองรับเครื่องยนต์อากาศยานรุ่นใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมการบิน

โดยการลงนามความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ ครั้งนี้ เพื่อพัฒนาโรงซ่อมเครื่องยนต์อากาศยานที่การบินไทยมีอยู่ให้ซ่อมเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่สายการบินส่วนใหญ่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ซึ่งการบินไทยมีขีดความสามารถที่จะขยายกำลังการซ่อมเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ TRENT 700 และ TRENT 1000 ที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาค นับเป็นการเพิ่มการใช้ประโยชน์โรงซ่อมอย่างคุ้มค่า รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาความสามารถทางธุรกิจร่วมกัน สามารถเพิ่มรายได้จากลูกค้าภายนอกประเทศ สร้างผลตอบแทนและเป็นประโยชน์สูงสุดแก่การบินไทยด้วย

“ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สนองต่อนโยบายของรัฐ และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต หรือ new growth engine ซึ่งจะช่วยสนับสนุนโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานของแผนอีอีซีให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรภายในประเทศในด้านการซ่อมเครื่องยนต์อากาศยาน ที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ความรู้ รวมทั้งเทคโนโลยีขั้นสูง สร้างขีดความสามารถของประเทศทางด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการบินให้เป็นหนึ่งในภูมิภาค

ปั้น กทม.ศูนย์ทดสอบเครื่องยนต์

นายคริส ชอร์ตั้น ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการบินพาณิชย์ บริษัท โรลส์-รอยซ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในงานสิงคโปร์แอร์โชว์ที่ผ่านมา การบินไทยและโรลส์-รอยซ์ได้มีโอกาสฉลองความร่วมมือ โดยเน้นเฉพาะที่โรงงานทดสอบเครื่องยนต์ และส่วนหนึ่งในการประกาศความร่วมมือในครั้งนั้น เราได้ตกลงกันว่าเราจะใช้หนึ่งในโรงงานทดสอบเครื่องยนต์ของการบินไทยที่กรุงเทพฯ ในการทดสอบเครื่องยนต์ในระยะยาว สำหรับเครื่องยนต์ Trent XWB ซึ่งการบินไทยมีอยู่ในฝูงบินในปัจจุบัน

“การประกาศถึงความร่วมมือในวันนี้บ่งบอกให้รู้ว่า การบินไทยและโรลส์-รอยซ์จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา เราจะร่วมมือกันเพื่อหาทางที่จะพัฒนาโรงงานซ่อมเครื่องยนต์ของการบินไทย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อทางโรลส์-รอยซ์จะได้ต้อนรับการบินไทยเป็นครอบครัวของ Rolls-Royce Authorized Maintenance Centres ซึ่งจะเป็นอีกขั้นหนึ่งของความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ และเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งโรลส์-รอยซ์ การบินไทย และประเทศไทย จะพัฒนาไปข้างหน้าร่วมกัน ซึ่งจะทำให้โรลส์-รอยซ์นำมาซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพ และความสามารถในการทำงาน ความยืดหยุ่น และทางเลือกในเครือข่ายการให้บริการแก่ลูกค้า”

ปริมาณเครื่องโรลส์-รอยซ์พุ่ง

สำหรับการบินไทยไม่เฉพาะการให้บริการที่มีประสิทธิภาพสำหรับเครื่องยนต์ในฝูงบินของการบินไทยเอง ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าการบินไทยมีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยทุกแบบของโรลส์-รอยซ์อยู่ในฝูงบิน แต่ความร่วมมือระหว่างการบินไทยและโรลส์-รอยซ์ในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสให้การบินไทยสามารถให้บริการแก่สายการบินอื่น ๆ ได้อีก เป็นการสร้างรายได้ให้กับการบินไทยและจากการคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ในฝูงบินจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ซึ่งย่อมมีความต้องการโรงงานศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์ตามมานั้น เป็นสิ่งที่ดีที่กำลังจะเกิดขึ้นสำหรับประเทศไทยเป็นโอกาสที่จะได้สร้างบุคลากร และทีมงานที่มีความชำนาญ และความเชี่ยวชาญในประเทศนี้ และอย่างที่การบินไทยได้พูดถึงคือ โครงการนี้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในการพัฒนาภาคอากาศยานในประเทศไทย ซึ่งเรามีความเชื่อมั่นว่าจะประสบผลสำเร็จ
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
12,06, 2018, 16:18:25
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,743


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #178 เมื่อ: 12,06, 2018, 16:18:25 »

https://www.prachachat.net/facebook-instant-article/news-172607

ไทย” ขึ้นแท่นเบอร์ 1 จุดหมายยอดนิยม “ธุรกิจไมซ์” โลก-

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ ได้เปิดเผยเกี่ยวกับผลสำรวจความคิดเห็นจากนักธุรกิจไมซ์กว่า 20 ประเทศทั่วโลกพบว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ ยอดนิยมอันดับ 1 ที่นักเดินทางอยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์

แซงหน้าญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ด้วยปัจจัยโดดเด่นเรื่องการบริการต้อนรับ ความคุ้มค่า และความหลากหลายของอาหารและกิจกรรมไมซ์

“จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ บอกว่า ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นที่รู้จัก และเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำระดับโลก ทีเส็บจึงได้ดำเนินงานเพื่อพัฒนาและโปรโมตประเทศไทยสู่สายตาคนทั่วโลกในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางไมซ์ และยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่อยู่ในตำแหน่ง Top of Mind destination for MICE

และเพื่อให้สามารถนำจุดขายที่สำคัญมาส่งเสริมและพัฒนาประเทศไทยให้ได้รับเลือกเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานไมซ์ในใจนักธุรกิจทั่วโลก ทีเส็บจึงศึกษาปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกจุดหมายปลายทางไมซ์ ประเมินภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางไมซ์ที่ตลาดต้องการ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับไมซ์ในประเทศอื่น ๆ

ทั้งนี้ ทีเส็บมอบหมายให้ บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด ซึ่งเป็นสมาชิกของ Global Market Research Association ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 39 ประเทศทั่วโลก ทำการสำรวจภาพลักษณ์ประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์ ดำเนินการศึกษาสำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกกว่า 20 ประเทศที่มีต่อประเทศไทย

ซึ่งผลการศึกษาในครั้งนี้พบว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ที่ได้รับความนิยม และนักเดินทางไมซ์อยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ซ้ำเป็นอันดับ 1 โดยมี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

โดยปัจจัยที่สร้างความประทับใจเป็นพิเศษของประเทศไทย คือ ความเป็นมิตรการต้อนรับของผู้คน ความคุ้มค่า และความหลากหลายของอาหารนานาชาติ และกิจกรรมไมซ์ ส่งผลให้นักเดินทางไมซ์ที่เคยเดินทางมาจัดงานหรือร่วมงานไมซ์ในประเทศไทย กว่า 85% ยินดีที่จะกลับมาจัดงานหรือร่วมงานไมซ์ในประเทศไทย มากกว่าประเทศอื่น ๆ

นอกจากนี้ยังปรากฏว่า ประเทศไทยเป็นตัวเลือก “อันดับแรก” ที่กลุ่มตัวอย่างให้ความนิยม โดยมีภาพลักษณ์โดดเด่นใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.ความต้องการพื้นฐาน ได้แก่ ศูนย์กลางการเชื่อมโยงการเดินทางสะดวก ที่พักได้มาตรฐานระดับสากล สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยม 2.ความประทับใจ ได้แก่ การบริการต้อนรับของผู้คน และอาหาร 3.ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่ ประเพณีและวัฒนธรรม และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานไมซ์มากมายให้เลือก มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศสะดวก มีโอกาสทางธุรกิจ และเป็นประเทศที่มีความเป็นเอกลักษณ์

“สุกิจ ตันสกุล” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจยังพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่าปัจจัยพื้นฐานที่จุดหมายปลายทางไมซ์จำเป็นต้องมี คือ ความคุ้มค่าเงิน มีที่พักที่ได้มาตรฐานสากล การเดินทางไป-กลับจากประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์มีความสะดวกทั้งโดยเครื่องบินและรถไฟ ความเชี่ยวชาญในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และการกำกับดูแลที่ดี สอดคล้องตามหลักนโยบายการดำเนินธุรกิจ/หลักบรรษัทภิบาล

และเมื่อวิเคราะห์โดยจำแนกปัจจัยเด่นตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างพบว่า ผู้ประกอบการไมซ์จะคำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางในประเทศ นักเดินทางไมซ์คำนึงถึงการต้อนรับและความคุ้มค่า นักธุรกิจจะคำนึงถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจุดหมายปลายทางที่ดี ส่วนสมาคมและองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ จะคำนึงถึงการควบคุมในเรื่องต้นทุนด้านที่พัก ความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ และจุดหมายปลายทางที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง

เมื่อเจาะด้านกิจกรรมที่สร้างความประทับใจสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ คือ การประชุมเจรจาธุรกิจที่ทำนัดไว้ล่วงหน้าในระหว่างเข้าร่วมงาน งานเลี้ยงอาหารค่ำที่งานประชุม และงานแสดงวัฒนธรรม/โชว์การแสดง ซึ่งจัดขึ้นภายในงานประชุมนานาชาติ หรืองานแสดงสินค้านานาชาติ ตามลำดับ

ดังนั้น ผู้ประกอบการไมซ์ในประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมดังกล่าวนี้ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ประกอบกับทีเส็บเองจะต้องมีการสื่อสารเกี่ยวกับประเทศไทยให้มากขึ้น ในเรื่องของการเดินทางภายในประเทศที่ง่ายและสะดวก มีโอกาสทางธุรกิจที่ดี มีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานไมซ์มากมายให้เลือก อาหารในระดับเวิลด์คลาส และการมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อให้ตรงกับภาพลักษณ์ของประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์ในอุดมคติ

“จิรุตถ์” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากนี้ สิ่งที่ยืนยันได้ถึงศักยภาพของประเทศไทยในความพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก คือ การที่สมาคมธุรกิจไมซ์ระดับโลกต่างวางใจและเชื่อมั่นประเทศไทย ที่จะสามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมครั้งใหญ่ประจำปีของแต่ละสมาคมได้ อาทิ งาน 86th UFI Global Congress 2019 การประชุมของกลุ่มธุรกิจงานแสดงสินค้า (เอ็กซิบิชั่น) รายการใหญ่ที่สุด ระหว่าง 6-9 พฤศจิกายนนี้ ณ ไอคอนสยาม, งานประชุม SITE Global Conference 2019 ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2562

จากงานดังกล่าวถือเป็นโอกาสดีที่ไทยได้แสดงศักยภาพต่อผู้นำธุรกิจ อีเวนต์และอินเซนทีฟ
จากทั่วโลก ทำให้ผู้จัดงานไมซ์จากหลายแห่งได้พิจารณาหรือแนะนำประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานสำหรับลูกค้ามากขึ้น เมื่อมาเห็นผลิตภัณฑ์และความพร้อมของบุคลากร ตลอดจนสถานที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,06, 2018, 16:21:45 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
13,06, 2018, 21:04:24
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 966



« ตอบ #179 เมื่อ: 13,06, 2018, 21:04:24 »


คดีสินบน โรลส์ รอยซ์ จบยังไง หรือ ยังตรวจสอบอยู่ เห็นข่าวอยู่พักนึง แล้วก็เงียบหายไป....
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: