GUN IN THAILAND
24,01, 2019, 16:58:36 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 22   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตส  (อ่าน 6758 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
08,07, 2018, 20:31:26
ชาวดง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100%..............แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น..............คือ "เนรคุณในหลวง"
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 750


« ตอบ #210 เมื่อ: 08,07, 2018, 20:31:26 »

Sayan Rujiramora

The Economic Collapse Blog
Investors Pulling Money Out Of Global Stock Funds At The Fastest Pace Since The Last Financial Crisis?

เราไม่ได้เห็นอะไรอย่างนี้มาตั้งแต่วิกฤติครั้งที่แล้วเมื่อปี 2008 ..นักลงทุนกำลังถอนการลงทุนออกจากกองทุนตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเห็นมาเลยในรอบสิบปี หลายคนเชื่อว่านี่คือสัญญานว่าเรากำลังจะเจอกับเรื่องยุ่งยากเข้าแล้ว..ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2018 ตลาดหุ้นทั่วโลกตกไปแล้วถึง $10 ล้านล้าน และจะยิ่งมากขึ้นอีกในครึ่งหลังของปีจนอาจทำให้เข้าสู่ panic mode ในระบบการเงินก็ได้

แต่ตลาดหุ้นในสหรัฐก็ยังคงมีเสถียรภาพดีอยู่ คนอเมริกันส่วนใหญ่จึงยังไม่ได้รับสัญญานว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น..แต่ถ้ามองย้อนไปในประวัติศาสตร์ ตลาด emerging market มักจะเกิดอาการวุ่นวายนำมาก่อนเป็นสัญญานต้นๆ ว่าวิกฤติโลกครั้งใหญ่จะมาแล้ว ..และนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

ตลาดการเงินในตลาดเกิดใหม่ emerging markets ทั้งโลกเวลานี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการล้มเหลวแล้ว การสูญเสียที่จะตามมา มันมหาศาลมาก

ขณะที่ราคาหุ้นทั่วโลกเริ่มที่จะร่วงอย่างแรง นักลงทุนต่างรีบถอนเงินจากกองทุน ..

ข่าวจาก CNBC ..กองทุนหุ้นทั่วโลกมีการถอนจากตลาดหุ้นแล้วถึง $12,400 ล้านในเดือนมิถุนายนเดือนเดียว เป็นอัตราที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ตุลาคม 2008 ..Lehman Bros. ก็ล้มไปในเดือนกันยายนปีนั้น และจุดชนวนให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดนับจาก Great Depression ครั้งใหญ่... ทำให้ตลาดหุ้นตกไปมากกว่า 60%

แล้วนี่มันจะหมายถึงวิกฤติรุนแรงอีกครั้งกำลังจะมาเยือนสหรัฐหรือเปล่า

อาจไม่ใช่ แต่มันไม่ใช่สัญญานที่ดีแน่ๆ ...นักลงทุนกำลังถอนเงินออกจากตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะใน ETF (กองทุนเปิดในตลาดหลักทรัพย์ Exchange Traded Fund)

การแข็งขึ้นของดอลล่าร์บวกกับหุ้นต่างประเทศนอกสหรัฐไม่ perform เท่าที่ควร น่าจะเป็นสาเหตุที่นักลงทุนในกองทุนเหล่านี้พากันทิ้งหุ้น non-US

รายชื่อประเทศของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่อยู่ในโหมดวิกฤติ เริ่มจะยาวขึ้นทุกที อาร์เจนติน่า เวเนซูล่า เตอรกี บราซิล และอัฟริกาใต้ เป็นแค่ตัวอย่าง

ถ้าความวุ่นวายในตลาดเกิดใหม่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การออกจากตลาดต่อๆไปก็คงอาจถึงขั้นเทขาย ..และคงใช้เวลาไม่นานหรอกในการทีจะเกิดการถล่มทลายของระบบการเงิน

ในหมู่ประชาชนอเมริกันทั่วๆไป ก็ยังคงพากันคิดว่าระบบการเงินในสหรัฐยังอยู่สถานภาพที่ดี ..แต่จากหลายๆเหตุการณ์ ครึ่งปีแรกของ 2018 เป็นช่วงที่แย่ที่สุดของโลกนับแต่วิกฤติของปี 2008 มา ..

เมื่อ Federal Reserve ขึ้นอัตราดอกเบี้ย มันก็ไปเพิ่มความกดดันทางการเงินต่อตลาดเกิดใหม่ หนี้ที่มีอยู่จากเงินทุนราคาถูกเริ่มมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และหนี้ที่จะเกิดใหม่ก็จะมีดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นด้วย ....แต่ Fed ก็ตัดสินใจที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องโดยไม่ฟังเสียงจากทั่วโลก

ขณะเดียวกัน trade wars ที่สหรัฐได้เริ่มไปแล้วกับหลายๆประเทศ ก็ยังจะเพิ่มมาตรการไปอีกอย่างต่อเนื่อง

เกษตกรและผู้ผลิตอาหารของสหรัฐ จะเป็นเป้าสำหรับสงครามการค้าครั้งนี้ซึ่งยังไม่มีสัญญานคุกคามในตอนนี้.. แต่ก็เริ่มจะเห็นได้ชัดขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์สุดสัปดาห์นี้

อัตราภาษีใหม่จะใช้กับแคนาดาในเรื่องเนื้อสัตว์ การต่อต้านจากจีนและเม็กซิโกจะพุ่งเป้าไปที่เนื้อสุกร ...จีนมีแผนจะเพิ่มภาษี 25% สำหรับถั่วเหลืองตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคมนอกเหนือจากเนื้อหมู ส่วนเม็กซิโกเพิ่มอีก 20%

ส่วน EU ก็เพิ่มภาษีอีกจำนวน $3,200 ล้านมีผลมาตั้งแต่ 22 มิถุนายนแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นอัตราภาษี 25% สำหรับสินค้าสหรัฐหลายชนิด รวมไปถึงจักรยานยนตร์ เรือ วิสกี้

CNN คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐคงจะเริ่มมีการชลอตัวอย่างรุนแรงตั้งแต่นี้ไป

มันจะเป็นโดมิโน่ในลักษณะนี้ : เริ่มจากธุรกิจต่างๆถูกกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาษี จากนั้น บริษัทผู้ผลิตก็ไม่อาจหาวัตถุดิบเพื่อการผลิตได้ ต่อมาความเชื่อมั่นในหมู่นักธุรกิจและประชาชนทั่วไปเริ่มลดลง ..ธุรกิจต่างๆก็เริ่มจะมีผลจากการลดสเกลการใช้จ่ายของคนทั่วๆไป ....ถึงเวลา a perfect storm

ถ้าสถานการณ์ปัญหาการเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่มันยังเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ และถ้า Fed ยังคงเพิ่มอัตราดอกเบี้ยไปอีก และถ้า trade wars ยังคงเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีก ...มันก็เพียงแค่รอเวลาเท่านัน..ที่จะเกิดวิบัติครั้งใหญ่ในอเมริกา

Michael Snyder is a nationally syndicated writer, media personality and political activist. He is the author of four books including The Beginning Of The End and Living A Life That Really Matters.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09,07, 2018, 06:04:54 โดย ชาวดง » บันทึกการเข้า
08,07, 2018, 21:05:31
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,025


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #211 เมื่อ: 08,07, 2018, 21:05:31 »

https://www.prachachat.net/marketing/news-186785
ซึมกัน ทั้งตลาด เมื่อ บอลโลก …ไม่เปรี้ยง

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

ทันทีที่อีเวนต์ระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก 2018 เริ่มต้นขึ้น หลาย ๆ สินค้าก็พยายามโหนกระแสนี้แบบสุดฤทธิ์ หวังสร้างสีสัน เพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจผ่านแคมเปญการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ

ขณะที่ภาพรวมบรรยากาศที่เกิดขึ้นปีนี้ ดูเหมือนแคมเปญการตลาด หรือการจัดอีเวนต์ จะกระจุกตัวอยู่แค่รายใหญ่ ๆ เท่านั้น ทำให้กระแสฟุตบอลโลกโดยรวมไม่ค่อยคึกคักอย่างที่ควรจะเป็น



ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่าช่วง 1 เดือนที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกจะมีเงินสะพัดทั้งในระบบและนอกระบบประมาณ 78,386 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อ 4 ปีก่อนที่มีเงินสะพัดมากถึง 95,154 ล้านบาท

“ธนวรรธน์ พลวิชัย” ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่า สาเหตุหลัก ๆ ที่ให้เม็ดเงินในช่วงฟุตบอลโลกปีนี้ลดลงกว่าเมื่อ 4 ปีก่อน มาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ไม่เติบโต ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย อีกทั้งทีมฟุตบอลขวัญใจคนไทย อย่างอิตาลี เนเธอร์แลนด์ ก็ไม่ผ่านรอบคัดเลือกประกอบกับฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดสดฟรี ซึ่งแตกต่างจาก 4 ปีก่อนที่ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมีการขายกล่องรับสัญญาณ ทำให้มีการทำตลาดอย่างคึกคัก

แหล่งข่าวจากบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ให้มุมมองกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การทำตลาดเกี่ยวกับฟุตบอลโลกปีนี้ค่อนข้างจะมีข้อจำกัดพอสมควร เพราะลิขสิทธิ์การทำตลาดหลัก ๆ อยู่ที่ผู้ประมูล 9 รายใหญ่ ดังนั้นแบรนด์อื่น ๆ จึงโฟกัสไปที่การจัดโปรโมชั่นเป็นหลัก เพื่อกระตุ้นยอดขาย เพราะไม่สามารถจัดอีเวนต์ หรือใช้โลโก้ฟุตบอลโลกมาต่อยอดจัดแคมเปญอื่น ๆ ได้

ขณะเดียวกันกลุ่มสินค้าที่โหนกระแสนี้ก็กระจุกตัวแค่กลุ่มเครื่องดื่ม และร้านอาหารเท่านั้น ส่งผลให้บรรยากาศโดยรวมของกระแสฟุตบอลโลกก็ไม่คึกคัก

“ถ้ามองในเชิงธุรกิจก็ต้องยอมรับว่า 9 รายใหญ่ใช้เงินจำนวนมากในการประมูลสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกมา ซึ่งจำเป็นต้องทำการตลาดอย่างคุ้มค่าและเต็มที่กับเม็ดเงินที่ลงไป ทำให้ภาพความคึกคักกระจุกอยู่แค่ 9 รายใหญ่ที่มีแคมเปญ มีอีเวนต์ออกมาอย่างชัดเจน ขณะที่ภาพรวมทั้งตลาดไม่ได้คึกคัก”

อีกปัจจัยสำคัญ คือ ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ไม่เติบโต ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ยอดขายของสินค้าก็ไม่เติบโตตามแผนที่วางไว้ ทำให้สินค้าบางรายก็ตัดสินใจลดงบฯของการจัดแคมเปญทางการตลาดลงด้วย และหันไปจัดโปรโมชั่นแทน เพื่อสร้างยอดขายในแง่ของธุรกิจอีเวนต์ “เกรียงไกร กาญจนะโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจอีเวนต์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ฟุตบอลโลกปีนี้อาจจะไม่เอื้อให้หลาย ๆ แบรนด์จัดอีเวนต์ เนื่องจากลิขสิทธิ์การทำตลาดอยู่ที่ผู้ประมูล ทำให้สินค้าอื่น ๆ ไม่สามารถนำโลโก้ หรือสิทธิ์อื่น ๆ มาต่อยอดทางธุรกิจ หรือจัดอีเวนต์ชวนคนออกมาชมการถ่ายทอดสดร่วมกันได้ ทำให้สินค้าส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่การจัดโปรโมชั่นที่เกี่ยวเนื่องกับฟุตบอลโลก เพื่อกระตุ้นยอดขายมากกว่า

“ฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็อาจจะไม่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้แก่ธุรกิจร้านอาหาร ผับ บาร์เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเวลาถ่ายทอดสด โดยช่วงถ่ายทอดสดรอบลึก ๆ ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญคงจะเป็นช่วงดึก ซึ่งไม่สอดรับกับเวลาปิดของร้านตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นธุรกิจร้านอาหารเหล่านี้ก็จะได้อานิสงส์เฉพาะช่วงเปิดสนามแรก ๆ เท่านั้น”

เช่นเดียวกับการใช้งบฯโฆษณาผ่านสื่อช่วงบอลโลกนี้ก็อาจจะไม่เปรี้ยงเช่นกัน โดย “ภวัต เรืองเดชวรชัย” ผู้อำนวยการธุรกิจ สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด มีเดียเอเยนซี่ ฉายภาพกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอการเติบโตลง ประกอบกับรูปแบบการขายสปอนเซอร์จากเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็แตกต่างออกไปจากเมื่อ 4 ปีก่อนที่มีการขายแพ็กเกจการทำตลาดของสปอนเซอร์ที่เข้าร่วมสนับสนุนอย่างชัดเจน ดังนั้นปีนี้สินค้าจึงมีข้อจำกัดในการทำตลาด ทำให้งบโฆษณาผ่านสื่อที่เกี่ยวกับแคมเปญบอลโลกก็ไม่โตตามไปด้วย แต่คาดการณ์ว่าภาพรวมงบฯโฆษณาปีนี้มีลุ้นจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง

เมื่อบอลโลกไม่เปรี้ยง…หลายๆสินค้าก็ออกอาการซึมตามไปด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08,07, 2018, 21:07:31 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
12,07, 2018, 23:19:24
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,025


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #212 เมื่อ: 12,07, 2018, 23:19:24 »

https://www.prachachat.net/tourism/news-189339

เชียงใหม่ติดอันดับ 6 ใน 10 สถานที่น่าไปเที่ยวที่สุดในเอเชีย ปี 2561 ของโลนลี แพลนเน็ต

ซีเอ็นเอ็น รายงาน 10 อันดับสถานที่น่าไปเที่ยวที่สุดในเอเชียประจำปี 2561 จากการจัดอันดับของนิตยสารโลนลี แพลนเน็ต ซึ่งจัด 10 อันดับสถานที่น่าเที่ยวที่สุดในเอเชียมาเป็นปีที่ 3 โดยปีนี้ เชียงใหม่ ติดอันดับ 6 สำหรับอันดับ 1 ได้แก่ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ , 2 ประเทศอุซเบกิสถาน ,3. เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ,4.ภูมิภาคฆาฏตะวันตก ประเทศอินเดีย, 5. เมืองนางาซากิ ญี่ปุ่น, 6.เชียงใหม่ ประเทศไทย, 7. ลุมพินี ประเทศเนปาล, 8. อ่าวอารูกัม ประเทศศรีลังกา,9.มณฑลเสฉวน ประเทศจีน, 10. วนอุทยานแห่งชาติโคโมโด ประเทศอินโดนีเซีย

ทั้งนี้โลนลี แพลนเน็ต พูดถึงเชียงใหม่ว่า เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไทยมานาน และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆเกิดขึ้น ทำให้เป็นจุดน่าสนใจให้กลับไปเที่ยวซ้ำอีก โดยหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ก็อาทิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม

สำหรับเมืองปูซาน เป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเกาหลีใต้ อยู่ห่างจากกรุงโซล ด้วยระยะเวลาเดินทางโดยเครื่องบิน 2 ชั่วโมงครึ่ง เป็นเมืองที่ผู้คนนิยมไปท่องเที่ยวในช่วงซัมเมอร์ และมีชื่อเสียงในเรื่องอาหารทะเลที่มีรสชาติอร่อย และชายหาดที่สวยงาม

นายคริส ซีเออร์ ประชาสัมพันธ์ของโลนลี แพลนเน็ต เอเชีย-แปซิฟิก กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ทวีปเอเชียเป็นทวีปที่กว้างใหญ่ และมีความหลากหลายสำหรับผู้ที่ฝันอยากจะหลบไปพักผ่อน”

นายคริส ซีเออร์ ยังกล่าวด้วยว่า “ผู้เชี่ยวชาญของเรากำลังทำการคัดสรรจากคำแนะนำจำนวนมากมายหลายพัน เพื่อจัดอันดับสถานที่น่าไปเที่ยวที่สุดของปีหน้า”
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
13,07, 2018, 19:36:38
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,953



« ตอบ #213 เมื่อ: 13,07, 2018, 19:36:38 »

https://www.prachachat.net/tourism/news-189339

เชียงใหม่ติดอันดับ 6 ใน 10 สถานที่น่าไปเที่ยวที่สุดในเอเชีย ปี 2561 ของโลนลี แพลนเน็ต

ซีเอ็นเอ็น รายงาน 10 อันดับสถานที่น่าไปเที่ยวที่สุดในเอเชียประจำปี 2561 จากการจัดอันดับของนิตยสารโลนลี แพลนเน็ต ซึ่งจัด 10 อันดับสถานที่น่าเที่ยวที่สุดในเอเชียมาเป็นปีที่ 3 โดยปีนี้ เชียงใหม่ ติดอันดับ 6 สำหรับอันดับ 1 ได้แก่ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ , 2 ประเทศอุซเบกิสถาน ,3. เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ,4.ภูมิภาคฆาฏตะวันตก ประเทศอินเดีย, 5. เมืองนางาซากิ ญี่ปุ่น, 6.เชียงใหม่ ประเทศไทย, 7. ลุมพินี ประเทศเนปาล, 8. อ่าวอารูกัม ประเทศศรีลังกา,9.มณฑลเสฉวน ประเทศจีน, 10. วนอุทยานแห่งชาติโคโมโด ประเทศอินโดนีเซีย

ทั้งนี้โลนลี แพลนเน็ต พูดถึงเชียงใหม่ว่า เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไทยมานาน และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆเกิดขึ้น ทำให้เป็นจุดน่าสนใจให้กลับไปเที่ยวซ้ำอีก โดยหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ก็อาทิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม

สำหรับเมืองปูซาน เป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเกาหลีใต้ อยู่ห่างจากกรุงโซล ด้วยระยะเวลาเดินทางโดยเครื่องบิน 2 ชั่วโมงครึ่ง เป็นเมืองที่ผู้คนนิยมไปท่องเที่ยวในช่วงซัมเมอร์ และมีชื่อเสียงในเรื่องอาหารทะเลที่มีรสชาติอร่อย และชายหาดที่สวยงาม

นายคริส ซีเออร์ ประชาสัมพันธ์ของโลนลี แพลนเน็ต เอเชีย-แปซิฟิก กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ทวีปเอเชียเป็นทวีปที่กว้างใหญ่ และมีความหลากหลายสำหรับผู้ที่ฝันอยากจะหลบไปพักผ่อน”

นายคริส ซีเออร์ ยังกล่าวด้วยว่า “ผู้เชี่ยวชาญของเรากำลังทำการคัดสรรจากคำแนะนำจำนวนมากมายหลายพัน เพื่อจัดอันดับสถานที่น่าไปเที่ยวที่สุดของปีหน้า”

แอ่วเจียงใหม่ ม่วนอ๊กม่วนไจ๋ แต๊ๆเจ้า
บันทึกการเข้า
16,07, 2018, 21:45:05
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,025


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #214 เมื่อ: 16,07, 2018, 21:45:05 »

https://www.prachachat.net/education/news-190895


มหา’ลัยรัฐ-เอกชนปรับกลยุทธ์สารพัด เปิดหลักสูตรระยะสั้นสาขาทักษะและวิชาชีพ จับลูกค้า-ผู้เรียนทุ