GUN IN THAILAND
23,10, 2018, 01:16:36 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 19   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตส  (อ่าน 4881 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
31,01, 2018, 19:52:13
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,571



« ตอบ #30 เมื่อ: 31,01, 2018, 19:52:13 »

โครงการใหญ่ๆลงแถวสถานีบ้านกระโดนเยอะมากครับ คาดว่าจะเป็นจะเป็นศูนย์การขนส่งที่ดีที่สุดในภาคอีสาน ปรบมือ
บันทึกการเข้า
01,02, 2018, 09:21:59
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #31 เมื่อ: 01,02, 2018, 09:21:59 »

โครงการใหญ่ๆลงแถวสถานีบ้านกระโดนเยอะมากครับ คาดว่าจะเป็นจะเป็นศูนย์การขนส่งที่ดีที่สุดในภาคอีสาน ปรบมือ
เห็นด้วยครับ


ไปเที่ยวทะเล ระวังด้วย.....

อย่าลืมเตือนเพื่อน เตือนญาติ! เริ่มแล้ววันนี้ วันแรก 1 ก.พ. ห้ามสูบบุหรี่ใน 24 ชายหาด
———
อยากสูบแถวละแวกหาดทำได้หรือไม่?
.

หากอยู่ละแวกหาดให้มองหา ป้ายประกาศเขตการจัดระเบียบให้สูบและทิ้งขยะจากบุหรี่ก่อนจะลงไปที่ ชายหาด
.

ย้ำ! ผู้ที่จะเดินลงไปในชายหาดต้องสูบให้เสร็จก่อน ห้ามไปเดินสูบบุหรี่บริเวณชายหาดอย่างเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วน 24 หาดนำร่อง มีตามนี้!!!
.

หาดบานชื่น จ.ตราด, หาดแหลมเสด็จ จ.จันทบุรี, หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง, หาดบางแสน หาดถ้ำพัง หาดทรายแก้ว หาดดงตาล พัทยา จ.ชลบุรี, หาดชะอำ จ.เพชรบุรี, หาดหัวหิน หาดเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์, หาดทรายรี จ.ชุมพร, หาดบ่อผุด อ.เกาะสมุย หาดโฉลกบ้านเก่า เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี, หาดปลายทราย จ.นครศรีธรรมราช, หาดชลาทัศน์ จ.สงขลา, หาดวาสุกรี จ.ปัตตานี, หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต, หาดเกาะไข่นอก หาดเกาะไข่ใน จ.พังงา, หาดพระแอะ หาดคลองดาว หาดคอกวาง จ.กระบี่, หาดเจ้าสำราญ จ.ตรัง
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
01,02, 2018, 13:29:40
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,571



« ตอบ #32 เมื่อ: 01,02, 2018, 13:29:40 »

เมื่อหลายปีก่อนก็ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ คนสูบก็พ่นควันกันเห็นๆ ปีนี้ระวังด้วย
อาจโดนข้อหาหนัก หากไปเที่ยวทะเลแล้วต้องการสูบบุหรี่ก็จะมีโซนสูบบุหรี่ไว้ให้บริการครับ
บันทึกการเข้า
02,02, 2018, 11:50:38
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #33 เมื่อ: 02,02, 2018, 11:50:38 »

เมื่อหลายปีก่อนก็ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ คนสูบก็พ่นควันกันเห็นๆ ปีนี้ระวังด้วย
อาจโดนข้อหาหนัก หากไปเที่ยวทะเลแล้วต้องการสูบบุหรี่ก็จะมีโซนสูบบุหรี่ไว้ให้บริการครับ

 รักกันนะ

>> ...พรุ่งนี้! ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง '30 สตางค์!' เฉพาะกลุ่ม 'ดีเซล' ส่วน 'เบนซิน' ราคาคงเดิม..
..

>> ...มีผลวันพรุ่งนี้ 05.00 น. เป็นต้นไป..  #บางจากแก๊สโซฮอล์คลับ #ราคาน้ำมัน
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
04,02, 2018, 20:50:16
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #34 เมื่อ: 04,02, 2018, 20:50:16 »

https://money.sanook.com/542417/

"รีไฟแนนซ์" เทคนิคประหยัดดอกเบี้ย คุณค่าที่คนผ่อนบ้านคู่ควร

สินเชื่อรีไฟแนนซ์ คือ ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นเงินผ่อน เพราะการเปลี่ยนแหล่งเงินกู้ยืมเพื่อลดอัตราดอกเบี้ย จะช่วยแบ่งเบาภาระ ลดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ในระดับหนึ่ง แถมยังมีโอกาสผ่อนหนี้หมดเร็วขึ้นอีกด้วย

ซึ่งการรีไฟแนนซ์บ้านหรือที่อยู่อาศัยอื่น ๆ สามารถทำได้ทุก ๆ 3 - 5 ปี ขึ้นอยู่กับสัญญาที่ทำเอาไว้ และโดยปกติดอกเบี้ยจ่ายในสัญญาช่วง 3 ปีแรก จะถูกกว่าปีต่อ ๆ ไป ทำให้หลายคนนิยมทำรีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปี เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลง

ถ้าใครสนใจ ก็สามารถหารายละเอียดสินเชื่อรีไฟแนนซ์ของธนาคารต่าง ๆ ได้ตามหน้าเว็บไซต์ของแต่ละแบงก์เลย...

แต่! เราจะรู้ได้ยังไงว่า...สินเชื่อรีไฟแนนซ์ของที่ไหนทำแล้วคุ้มค่าและเหมาะสมกับเราที่สุด?

 

วิธีสังเกตว่าทำรีไฟแนนซ์กับธนาคารไหนดีที่สุด ให้ทุกคนลองมองและเปรียบเทียบปัจจัยต่าง ๆ 4 ข้อ ดังนี้…

 

1. อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของ 3 ปีแรก

อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง เป็นสิ่งที่สำคัญ ย้ำอีกรอบว่า… “สำคัญ!!!”

โดยเฉพาะ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยใน 3 ปีแรก เนื่องจากปีต่อ ๆ ไป อัตราดอกเบี้ยมักจะแพงขึ้น และหลายคนก็มักจะมองหาแหล่งเงินกู้ใหม่ทุก 3 ปี

ลองดูว่าอัตราดอกเบี้ยใน 3 ปีแรก มีทางเลือกไหนที่น่าสนใจบ้าง จากนั้นก็นำอัตราดอกเบี้ย 3 ปี ที่หามาได้บวกกันแล้วเฉลี่ย 3 ปี ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก ที่แต่ละธนาคารเสนอให้

ซึ่งคำศัพท์สำคัญที่คนผ่อนบ้านต้องรู้เลย ก็คือ อัตราดอกเบี้ย “MLR (Minimum Loan Rate)” และ “MRR (Minimum Retail Rate)” โดยแต่ละธนาคารจะใช้อัตราดอกเบี้ยข้างต้นไม่เหมือนกัน หน้าที่ของเราคือไปหาว่าอัตรา MRR และ MLR ของแต่ละแห่งอยู่ที่เท่าไหร่? และอัตราดอกเบี้ยที่แต่ละทางเลือกแจ้งมาเป็นแบบไหน?

ดังนั้นถ้าเราสามารถหาแหล่งเงินกู้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก ที่ดูเข้าท่า (อัตราดอกเบี้ยถูกกว่าที่เดิมเยอะ ๆ) ก็ควรคัดเข้ามาไว้ใน Watch List ไว้ก่อน เพื่อที่เราจะทำการเปรียบเทียบปัจจัยอื่นต่อไป

 

2. ค่าใช้จ่ายที่ลดลงในแต่ละเดือน

ค่าใช้จ่ายที่ลดลงในแต่ละเดือนในช่วง 3 ปีแรก เป็นสาเหตุสำคัญอีกข้อ ที่ทำให้หลายคนสนใจทำรีไฟแนนซ์กันมากขึ้น เพราะการรีไฟแนนซ์จะช่วยให้ประหยัดเงินในเรื่องนี้ไปได้บางส่วน

ลองให้ทางธนาคารที่เราติดต่ออยู่คำนวณยอดชำระต่อเดือนมาให้ เพื่อพิจารณาว่าธนาคารไหนจะช่วยเราลดภาระในส่วนนี้ได้มากที่สุด ถ้าได้ยอดชำระที่ถูกใจเรียบร้อยแล้ว ก็คัดทางเลือกนั้นเข้ามาไว้ใน Watch List ได้เลย

ถ้าเราประหยัดค่าใช้จ่ายได้ เราก็จะมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้น สามารถเอาไปลงทุนต่อได้อีก เราอาจจะได้ทั้งการลดค่าใช้จ่าย และผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ

แน่นอนว่าการทำธุรกรรมรีไฟแนนซ์กับธนาคารทุกแห่ง ต้องมี “ค่าธรรมเนียม” และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ซึ่งทางเลือกแต่ละทางก็จะมีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันออกไป

โดยค่าใช้จ่ายสำคัญที่มักจะพบเจออยู่บ่อย ๆ จะประกอบไปด้วย ค่าจดจำนอง (1% ของวงเงินกู้), ค่าประเมินราคา, ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ, ค่าอากรแสตมป์ (0.05% ของวงเงินกู้), ค่าประกันอัคคีภัย เป็นต้น ซึ่งบางแห่งก็จะยกเว้นค่าใช้จ่ายบางตัวให้ บางแห่งก็ให้ผู้กู้เป็นคนออกเต็ม ๆ

ยิ่งไปกว่านั้นบางที่ก็จะมี “ค่าประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ” ให้ซื้อควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับธนาคารว่า ทางผู้กู้จะมีเงินมาชดใช้หนี้ให้ได้ทั้งหมด หากว่าระหว่างทางที่ผ่อนชำระ ผู้กู้เสียชีวิตหรือเป็นอะไรขึ้นมา จนไม่สามารถผ่อนชำระต่อได้ ทางธนาคารก็จะได้เงินที่คุ้มครองสินเชื่ออยู่อย่างแน่นอน

โดยส่วนมาก ธนาคารจะยื่นข้อเสนอที่ลดอัตราดอกเบี้ยให้ หากว่ามีการซื้อประกันชีวิตพร้อมกับการทำรีไฟแนนซ์ ทั้งนี้ ก็เป็นหน้าที่ของเราเองแล้ว ที่จะต้องพิจารณาดูว่าเงินที่สามารถลดไปได้ กับเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละปีมันคุ้มค่ากันหรือไม่

 

4. จำนวนเงินที่ประหยัดได้

3 ข้อแรกว่าสำคัญแล้ว แต่สุดท้าย..ก็ต้องมาได้ข้อสรุปที่ข้อนี้กันทุกคนนั่นแหละ

เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำรีไฟแนนซ์ ก็คือ “จำนวนเงินทั้งหมดที่สามารถประหยัดได้ในช่วง 3 ปีแรก”

โดยส่วนมากแล้ว ถ้าทางเลือกไหนให้อัตราดอกเบี้ยถูกที่สุด ก็มีโอกาสที่จะช่วยให้เราประหยัดได้มากที่สุด แต่ถ้าโดนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือต้องทำประกันชีวิตควบคู่กับวงเงินเพิ่มเข้ามา ก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ประหยัดมากที่สุดก็ได้ ทางเลือกอื่นอาจจะน่าสนใจกว่าด้วยซ้ำไป

ดังนั้น ต่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกที่สุด หรือได้ยอดผ่อนชำระรายเดือนที่น้อยที่สุด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป ต้องพิจารณาองค์ประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วตัดสินใจเลือกทางที่จะช่วยให้เรา “ประหยัดเงินได้” ในช่วง 3 ปีแรก ถึงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

เมื่อทุกคนรู้ถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ควรสังเกต เพื่อที่จะทำรีไฟแนนซ์ให้คุ้มค่ามากที่สุดแล้ว ก็สามารถขอรายละเอียดทางเลือกต่าง ๆ จากธนาคารได้โดยตรง หรือจะลองคำนวณด้วยตัวเองดูคร่าว ๆ โดยใช้ข้อมูลต่าง ๆ จากหน้าเว็บไซต์ของธนาคารได้เช่นกัน

แต่ขอย้ำอีกทีว่า “รีไฟแนนซ์” เป็นวิธีประหยัดเงิน ประหยัดเวลา และแบ่งเบาภาระทางการเงินได้ดีที่สุดทางหนึ่ง เป็นคุณค่าที่ (คนผ่อนบ้าน) ทุกคนคู่ควรจริง ๆ !!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04,02, 2018, 20:54:06 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
04,02, 2018, 22:17:31
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,571



« ตอบ #35 เมื่อ: 04,02, 2018, 22:17:31 »

บางทีแบงค์ส่วนใหญ่จะผูกเงื่อนไขค่าธรรมเนียมการรีไฟแนนซ์ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายกรณีที่ลูกค้าจะย้ายแบงค์ลองเปรียบเทียบดูให้ดีนะครับว่าค่าธรรมเนียมที่โดนปรับกับส่วนลดที่จะได้รับอันไหนจะคุ้มค่ากว่ากันครับ
บันทึกการเข้า
05,02, 2018, 20:49:47
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #36 เมื่อ: 05,02, 2018, 20:49:47 »

บางทีแบงค์ส่วนใหญ่จะผูกเงื่อนไขค่าธรรมเนียมการรีไฟแนนซ์ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายกรณีที่ลูกค้าจะย้ายแบงค์ลองเปรียบเทียบดูให้ดีนะครับว่าค่าธรรมเนียมที่โดนปรับกับส่วนลดที่จะได้รับอันไหนจะคุ้มค่ากว่ากันครับ

ขอบคุณครับ.

https://m.posttoday.com/biz/gov/537516

ไทยคว้าอันดับ1ประเทศน่าเริ่มต้นธุรกิจที่สุดในโลก.... อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/biz/gov/537516
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
07,02, 2018, 21:46:01
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #37 เมื่อ: 07,02, 2018, 21:46:01 »

https://www.prachachat.net/finance/news-113834

ค่าเงินบาทผันผวน หลังตลาดหุ้นดิ่งทั่วโลก

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (6/2) ที่ระดับ 31.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าวานนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 245 ต่อ 182 ให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ก่อนที่จะส่งต่อให้วุฒิสภาสหรัฐลงมติเป็นลำดับต่อไป โดยการผ่านร่างงบประมาณจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการดำเนินงานต่อไปได้อีก 6 สัปดาห์ หรือจนถึงวันที่ 23 มีนาคม ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์ หรือการปิดหน่วยงานของรัฐ อย่างไรก็ตาม นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ออกมาเรียกร้องให้สภาคองเกรสขยายเพดานหนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาล โดยสำนักงานงบประมาณสภาคองเกรสได้ประมาณการไว้ว่า งบประมาณของกระทรวงการคลังอาจจะหมดลงภายในกลางเดือนมีนาคมนี้ ดังนั้นสภาคองเกรสจึงจำเป็นที่จะต้องขยายเพดานหนี้ให้สำเร็จก่อนช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาล นอกจากนี้ สำนักข่าวซินหัวยังได้รายงานด้วยว่า ในปี 2554 สภาคองเกรสคว้าน้ำเหลวในการขยายเพดานหนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรับ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.41-57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 31.56/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ


สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (7/2) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2378/81 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (6/2) ที่ระดับ 1.2401/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันจันทรน์ที่ผ่านมา (5/2) นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนจะปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่อาจจะมีอุปสรรคจากความผันผวนในตลาดเงิน นอกจากนี้นายดรากีกล่าวต่อรัฐสภายุโรปด้วยว่า ทางอีซีบีจะจับตาดูอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลยูโรอย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วงนี้เจ้าหน้าที่อีซีบีกำลังหารือกันว่าทางอีซีบีควรจะมีการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนกลับเข้าสู่ภาวะแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนอยู่ในช่วงระหว่าง 1.2362-1.2405 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2365/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (7/2) เปิดตลาดที่ระดับ 109.45/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (6/2) ที่ระดับ 109.00/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วานนี้ กระทรวงสุขภาพ แรงงานและสวัสดิการสังคมของญี่ปุ่นรายงานว่า อัตราค่าจ้างรายเดือนโดยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นปรับตัวลดลงร้อยละ 0.2 ในปี 2560 เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนอัตราค่าจ้างรายเดือนโดยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นซึ่งรวมถึงโบนัสด้วยนั้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 สู่ระดับ 316,907 เยน หรือประมาณ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสำนักข่าวเกียวโดได้รายงานว่า เฉพาะในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียวนั้น ค่าจ้างรายเดือนโดยเฉลี่ยซึ่งรวมถึงโบนัส เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 สู่ระดับ 551,222 เยน อีกทั้ง นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ยังคงมองว่า บีโอเจยังคงอยู่ห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับร้อยละ 2 ส่งผลให้บีโอเจจะยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปอีก ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 108.91-109.71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 108.95/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (8/2) ตัวเลขดุลการค้าของเยอรมนี (8/2) และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (8/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.4/-2.15 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.45/-0.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07,02, 2018, 21:47:51 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
09,02, 2018, 07:45:49
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #38 เมื่อ: 09,02, 2018, 07:45:49 »

สัปดาห์นี้มีรถใหม่เปิดตัว 2 รุ่น คือ Ford Ranger Raptor เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย. (ใครมี Kimber Raptor อยุ่แล้ว จะพิจารณา เก็บ Ford Raptor ไว้คู่กันก็ไม่ผิดกติกา).... กับ Susuki Swift eco car เครื่อง dual jet

มาดูรายละเอียด ของ Ford สินค้าแดนเมกา ประชาธิปไตย ก่อน


ฟอร์ดเผยโฉม “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ครั้งแรกของโลก สุดยอดรถกระบะออฟโรดที่สะท้อนนิยาม “เกิดมาแกร่ง” อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance)

          - เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรถกระบะออฟโรด โดยได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) เข้ากับความแข็งแกร่งด้านยนตรกรรมของฟอร์ด เรนเจอร์
          - เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ใช้โช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox เพื่อซับแรงกระแทกเมื่อขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง อีกทั้งช่วงล่างที่ถูกยกสูงขึ้นและระยะช่วงล้อที่กว้างขึ้น มุมไต่และมุมจากเพิ่มขึ้น จึงช่วยเรื่องการทรงตัว ทำให้ขับขี่ออฟโรดขั้นสุดได้อย่างมั่นใจ           
          - ระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อคทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น
          - การผสานการทำงานของขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ได้รับการพิสูจน์ความทนทานจากการทดสอบที่ยาวนาน มอบแรงบิดและแรงม้าที่เต็มประสิทธิภาพด้วยเทอร์โบ 2 ลูกและอัตราทดเกียร์ที่แคบลง
          - เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผ่านการทดสอบมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมสุดหฤโหดรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของระบบดังกล่าว มอบความตื่นเต้นเร้าใจให้กับผู้ขับขี่
          ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่จากฟอร์ด เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรก ณ ประเทศไทย ในวันนี้
          เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ ผ่านขั้นตอนการออกแบบ ผลิต และทดสอบจากทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเมนต์ตลาดรถกระบะในฐานะรถกระบะสมรรถนะสูงของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ทั้งนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อนักขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง โดยตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบรถกระบะสายพันธุ์ "เกิดมาแกร่ง" ให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก
          "เราตื่นเต้นและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เผยโฉมรถรุ่นดังกล่าวสู่สาธารณชน เมื่อขับ เรนเจอร์  แร็พเตอร์ คุณจะรู้สึกเสมือนเป็นฮีโร่" มร. จามัล ฮามีดิ หัวหน้าทีมวิศวกร ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) กล่าว
          "ทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พัฒนาต่อยอดรถรุ่นแร็พเตอร์ จากรถฟอร์ด เอฟ-150 แร็พเตอร์ รุ่นต้นแบบ ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของรถยนต์ในตำนาน พร้อมผสมผสานดีเอ็นเอตามแบบฉบับของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance)"
          การออกแบบที่ดุดัน
          เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดดเด่นด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก
          เมื่อมองจากด้านหน้า กระจังหน้าใหม่อันสะดุดตาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ฟอร์ด เอฟ-150 แร็พเตอร์ ซึ่งเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงคันแรกของโลกจากโรงงาน โลโก้ฟอร์ดสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์จัดวางอยู่บนกระจังหน้าอย่างองอาจ มอบความโดดเด่นเมื่อปรากฏตัวท่ามกลางฝุ่นอันคละคลุ้ง ชุดกันชนด้านหน้าซึ่งติดกับเฟรมรถได้รับการออกแบบให้มีความทนทานสำหรับการขับขี่ในทะเลทรายและดูน่าเกรงขาม แผงกันชนด้านหน้ายังมาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมช่องรีดอากาศ ที่ช่วยลดการต้านลมของตัวรถได้เป็นอย่างดี
          แก้มข้างรถคู่หน้าแบบใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิท ไม่เพียงแต่ดูแข็งแกร่ง แต่ยังทนต่อการบุบและรอยขีดข่วนที่มักจะเกิดจากการใช้งานออฟโรด อีกทั้งแก้มข้างรถคู่หน้าที่ถูกตีโป่งขยายออกนั้น เพื่อรองรับระยะยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้นและยางออฟโรดขนาดใหญ่ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีสีภายนอกให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue) สีแดงเรซ เร้ด (Race Red) สีดำแชโดว์ แบล็ค (Shadow Black) สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) และสีพิเศษเฉพาะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์อย่าง สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey) ที่โดดเด่น โดยตัดกับสีเทาไดโน่ เกรย์ (Dyno Grey) เพื่อขับให้รูปลักษณ์ของรถดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
          รูปลักษณ์ของตัวรถยังดูใหญ่ขึ้นในทุกมิติ โดยมาพร้อมความสูงถึง 1,873 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,180 มิลลิเมตร และความยาว 5,398 มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมมุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา ซึ่งเหนือชั้นกว่ารถรุ่นใดที่เคยมีมา
          เมื่อพิจารณาไล่ตั้งแต่ด้านล่างขึ้นไป จะสังเกตได้ว่าบันไดข้างรถของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ นั้นเหนือชั้นกว่ารถทั่วไปในท้องตลาด โดยออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เศษหินกระแทกกับตัวถังรถด้านหลัง และรูที่ถูกเจาะนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ระบายทราย โคลน และหิมะได้ โดยผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอยเพื่อเพิ่มความคงทนโดยเฉพาะ ทั้งยังผ่านการทดสอบด้วยการกดน้ำหนัก 100 กิโลกรัมถึง 84,000 ครั้ง เพื่อจำลองการใช้งานในสนามทดสอบจริงกว่า 10 ปี และทำการเคลือบถึงสองชั้น โดยทำการพ่นสี powder-coated ก่อนพ่น grit-paint ทับอีกชั้น เพื่อมอบความรู้สึกแข็งแกร่ง ทั้งยังมีความทนทานสูงต่อรอยขีดข่วนและรอยเปื้อนที่เกิดจากอากาศและสภาพแวดล้อม
          บริเวณกันชนท้ายได้ผ่านการปรับปรุงโดยเพิ่มชุดตะขอเกี่ยวจำนวน 2 ชุด ที่รองรับการลากจูงได้ถึง 3.8 ตัน นอกจากนี้ ส่วนท้ายรถยังได้รับการพัฒนาด้วยกรอบตัวเซ็นเซอร์ที่เรียบเสมอกับตัวถัง และตัวเชื่อมขอลากที่ได้รับการติดตั้งและออกแบบพิเศษ ส่วนท้ายกระบะมอบพื้นที่ใช้งานอย่างกว้างขวางด้วยขนาด 1,560 x 1,743 มิลลิเมตร ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยในช่วงวันหยุด
          การออกแบบภายใน เรนเจอร์ แร็พเตอร์มาพร้อมความประณีตขั้นสูงตามดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) ที่ผสานสีสันต่าง ๆ และการเลือกสรรวัสดุที่คงทนและเหมาะสมสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน เบาะที่นั่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการใช้งานการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังมอบความสะดวกสบายระหว่างการเดินทางอย่างเหนือชั้น การเลือกใช้หนังกลับเป็นวัสดุของเบาะนั้น ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยึดเกาะที่นั่งได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพิจารณาการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ โดยคำนึงถึงการใช้งานจริง
          ฟอร์ดได้จัดการทดสอบขับขี่ในระยะไกลหลายครั้งเพื่อประเมินคุณภาพของเบาะที่นั่งเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นบนถนนใหญ่หรือเส้นทางออฟโรดสุดสมบุกสมบันเพื่อจำลองการใช้งานจริงของลูกค้า เบาะที่นั่งที่มีความหนาเป็นพิเศษผ่านการตรวจประเมินคุณภาพในทุกจุด ช่วยในเรื่องการรองรับด้านข้างและยังช่วยลดความรู้สึกถึงการสะเทือนของรถ ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการปรับปรุงโครงสร้าง โดยออกแบบให้เบาะมีการโอบด้านข้างมากขึ้นเพื่อช่วยในการประคองผู้ขับขี่
          เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ผู้ขับขี่เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จะสังเกตได้ถึงความแตกต่างของทุก ๆ รายละเอียดบริเวณคอนโซลหน้ารถ ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายสีน้ำเงินและการเลือกใช้วัสดุหนัง แผงหน้าปัดที่มาในรูปแบบที่ดุดันแสดงฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบต่าง ๆ พวงมาลัยของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบาอันเป็นดีเอ็นเอใหม่ของแร็พเตอร์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างฉับไว เพิ่มความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการ
          ดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) มีบทบาทสำคัญในการออกแบบเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นอย่างมาก ซึ่งรวมถึงแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker ที่เป็นแถบสีแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้นักขับออฟโรดทราบถึงตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้สลักลายโลโก้แร็พเตอร์ลงบนขอบพวงมาลัย เพื่อมอบความโดดเด่นสะดุดตาอีกด้วย
          แชสซี ระบบเบรก และช่วงล่าง
          แชสซีของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบใหม่มาเป็นพิเศษสำหรับการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูงและทนต่อแรงกระแทกที่อาจเกิดจากการขับขี่โดยเฉพาะ
          ระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อคทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น
          แชสซีได้ถูกออกแบบมาใหม่เพื่อรองรับระบบช่วงล่างที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถเพิ่มระยะช่วงล้อคู่หน้าและหลัง และยังเพิ่มระยะการให้ตัวของล้อได้มากขึ้น แชสซีผลิตจากเหล็กอัลลอย HSLA (High-Strength Low-Alloy) เกรดต่างๆ อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงด้านข้างของแชสซี (side-rails) เพื่อรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
          แชสซีด้านหน้าได้มีการเพิ่มความแข็งแรงของจุดยึดหูโช้คที่ถูกขยายความสูงขึ้นมา ในขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ช็อคซึ่งทำขึ้นมาพิเศษให้เฉพาะเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เท่านั้น รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์ ช่วยให้เพลาเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระโดยที่มีการขยับตัวในแนวราบน้อยมาก อีกทั้งยังมีชุดตะขอเกี่ยว 2 ชุดด้านหน้าและด้านหลังที่รองรับน้ำหนักจากการลากจูงได้ถึง 3.8 ตัน และโครงสร้างแท่นยึดยางอะไหล่ที่ถูกเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับยางอะไหล่ขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว
          เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมกับระบบเบรกอันทรงพลังโดยการใช้ชิ้นส่วนพิเศษที่ทำขึ้นเฉพาะรุ่น คาลิปเปอร์เบรกคู่หน้าเป็นแบบลูกสูบคู่ ที่เพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขึ้น 9.5 มิลลิเมตร มาพร้อมกับจานเบรกคู่หน้าแบบมีครีบระบายความร้อนที่มีขนาดใหญ่ถึง 332 x 32 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับดิสก์เบรกที่มาพร้อมกับระบบ brake actuation master cylinder ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีจานเบรกแบบมีครีบระบายความร้อนขนาด 332 x 24 มิลลิเมตรคู่กับคาลิปเปอร์เบรกใหม่ขนาด 54 มิลลิเมตร
          "ประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดของเรนเจอร์ แร็พเตอร์นั้น โดดเด่นเหนือกว่ารถทั่วไปในท้องตลาด และยังให้ความรู้สึกน่าเกรงขามเมื่อขับขี่บนทางเรียบ" มร. ดาเมียน รอส หัวหน้าทีมวิศวกร ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และวิศวกรรมยานยนต์พิเศษ ของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว
          "ทุกอย่างของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากฟอร์ด เรนเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะอันเหนือชั้นและความรู้สึกที่โดดเด่นเมื่อยามขับขี่ จากจุดเริ่มต้นที่เน้นการขับขี่ที่เร้าใจ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จึงเป็นรถที่มีความพิเศษและเหนือความคาดหมายอย่างแท้จริง"
          ระบบช่วงล่างสายพันธุ์รถแข่งของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับการขับขี่ที่ความเร็วสูงบนสภาพพื้นผิวขรุขระ โดยที่ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบและได้รับความสบายอย่างเต็มที่ ด้วยโช้คแบบ Position Sensitive Damping (PSD) ที่จะเพิ่มแรงต้านเมื่อมีการกระแทกเต็มช่วงยุบกระบอกสูบ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดให้ดียิ่งขึ้น และจะลดแรงต้านเมื่อขับขี่บนถนนทางเรียบ เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล จึงเห็นได้ว่าระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทั้งสองรูปแบบ
          โช้คอัพผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดย Fox Racing Shox ใช้ลูกสูบขนาด 46.6 มิลลิเมตร ทั้งคู่หน้าและหลัง ช่วงล่างถูกออกแบบมาให้มีระยะการให้ตัวของล้อสูงเพื่อความสามารถในการซับแรงกระแทกขณะขับออฟโรด แต่ด้วยระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass technology) จึงทำให้การขับขี่บนถนนทางเรียบเป็นไปอย่างราบรื่น
          นอกจากนั้น เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมีปีกนกที่ทำจากอะลูมิเนียม โดยปีกนกบนทำด้วยวิธีการฟอร์จและปีกนกล่างใช้วิธีการหล่อ เพื่อให้ระบบช่วงล่างทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แข็งแรงทนทานต่อการขับขี่แบบออฟโรดถึงขีดสุด
          เอาชนะทุกเส้นทางหฤโหด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09,02, 2018, 07:49:48 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
11,02, 2018, 19:59:06
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #39 เมื่อ: 11,02, 2018, 19:59:06 »

https://www.prachachat.net/economy/news-115713

สทนช.หว่าน 5 หมื่นล. ลุย 7 โครงการน้ำ

สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เดินเต็มสูบเร่ง 7 โครงการน้ำขนาดใหญ่ งบฯ5 หมื่นล้านบาท เสร็จใน 5 ปี

 

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบให้ สทนช.ร่วมทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของประเทศ ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ คือ 1.จัดการน้ำอุปโภคบริโภค 2.การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) 3.จัดการน้ำและอุทกภัย 4.การจัดการคุณภาพน้ำ 5.การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม และ 6.บริหารจัดการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเตรียมแผนงานโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาสําคัญของทุกภาค ซึ่งจะเริ่มขับเคลื่อนในปีนี้

อาทิ ภาคเหนือ เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ลุ่มน้ำยมทั้งระบบ การพัฒนาบึงขนาดใหญ่ (บึงบอระเพ็ด/บึงสีไฟ) และการเติมน้ำเขื่อนภูมิพล ภาคกลาง เช่น การป้องกันน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาเต็มระบบทั้ง 9 แผนงาน ได้แก่ คลองบางบาล-บางไทร คลองชัยนาท-ป่าสัก เป็นต้น ภาคอีสาน เช่น การเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน ผันน้ำป่าสัก-ลําตะคอง การผันน้ำห้วยหลวง รวมทั้งแผนงานเร่งด่วนและแผนการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ area base ซึ่งขณะนี้มีแผนงานที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาแล้ว 216 โครงการ จำนวนเงิน 4,212 ล้านบาท โดยพิจารณาโครงการที่มีความพร้อมสามารถดำเนินการได้ทันที

ขณะเดียวกัน สทนช.มีแผนงานโครงการขนาดใหญ่ที่เริ่มต้นแล้ว ได้แก่ 1) โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำแม่งัด-แม่กวง เนื่องจากเขื่อนแม่กวงมีความจุ 263 ล้าน ลบ.ม. แต่มีปริมาณน้ำไหลเข้าไม่มาก ไม่เพียงพอกับชุมชน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ขาดความต้องการปีละ 137 ล้าน ลบ.ม. จึงผันน้ำจากลําน้ำแม่แตง และเขื่อนแม่งัด มีความจุ 265 ล้าน ลบ.ม. โดยขุดอุโมงค์ขนาดความกว้าง 4.2 ม. ความยาว 48.6 กม. สามารถเพิ่มน้ำให้เขื่อนแม่กวง ปีละ 160 ล้าน ลบ.ม. และสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 49,069 ไร่ ใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างปี 2558-2564

2) โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นการขุดขยายคลองระบายน้ำ ร.1 เนื่องจากปริมาณฝนตกมีแนวโน้มมากขึ้น เพื่อให้ระบายน้ำได้มากขึ้นจากเดิม 465 ลบ.ม./วินาที เป็น 1,200 ลบ.ม./วินาที ใช้งบประมาณ 6,500 ล้านบาท ดําเนินการก่อสร้างปี 2558-2562

3) โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง จ.ตรัง ช่วง อ.เมือง จ.ตรัง มีความแคบ ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน จึงขุดคลองสายใหม่ ความยาว 7.55 กม. พร้อมประตูระบายน้ำ 2 แห่ง ของแม่น้ำตรังเป็น 750 ล้าน ลบ.ม./วินาที และผลักดันการรุกตัวของน้ำเค็มในแม่น้ำตรังในช่วงฤดูแล้ง ใช้งบประมาณ 1,482.50 ล้านบาท ดําเนินการก่อสร้างปี 2559-2562

4) โครงการคลองผันน้ำเลี่ยงเมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากคลองท่าดี มีขีดความสามารถระบายน้ำได้ 268 ลบ.ม./วินาที หากเกิดฝนตกหนัก อาจจะมีน้ำหลากประมาณ 600 ลบ.ม./วินาที จึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอีก 750 ลบ.ม./วินาที เป็น 1,018 ลบ.ม./วินาที โดยการขุดคลองสายใหม่ ความยาว 18.64 กม. และปรับปรุงระบบคลองสายเดิม ความยาว 17.80 กม. พร้อมก่อสร้างประตูระบายน้ำจํานวน 7 แห่ง ใช้งบประมาณ 9,580 ล้านบาท คาดว่าเริ่มก่อสร้างปี 2561-2565

5) โครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และชะลอน้ำหลากในฤดูฝน มีความจุ 20.10 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์ 13,014 ไร่ ใช้งบประมาณ 2,349 ล้านบาท ดําเนินการก่อสร้างปี 2561-2565 6) โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ จ.พะเยา เพื่อบรรเทาน้ำท่วม/น้ำแล้งในลุ่มน้ำยม ความจุ96 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน 28,000 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 35,000 ไร่ ใช้งบประมาณ 3,981 ล้านบาท ดําเนินการก่อสร้างปี 2559-2563

7) โครงการประตูน้ำศรีสองรัก จ.เลย เนื่องจากแม่น้ำเลยมีเขื่อนเก็บน้ำ จึงต้องมีการสร้างประตูน้ำ เพื่อทดน้ำในแม่น้ำเลยพร้อมระบบท่อส่งน้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ชะลอน้ำหลากในช่วงฤดูฝน และเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 72,500 ไร่ ใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท คาดว่าสามารถดําเนินการก่อสร้างได้ในปี 2561-2566 โดยทั้ง 7 โครงการต้องแล้วเสร็จใน 5 ปีงบประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
12,02, 2018, 07:38:34
johnny007
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 626



« ตอบ #40 เมื่อ: 12,02, 2018, 07:38:34 »

สัปดาห์นี้มีรถใหม่เปิดตัว 2 รุ่น คือ Ford Ranger Raptor เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย. (ใครมี Kimber Raptor อยุ่แล้ว จะพิจารณา เก็บ Ford Raptor ไว้คู่กันก็ไม่ผิดกติกา).... กับ Susuki Swift eco car เครื่อง dual jet



ขออนุญาตฺนอกเรื่องนิดนึงนะครับ  Ford ไทยแลนด์นี่ผมเตือนเลยห่างๆไว้เป็นดีชีวิตจะเป็นสุข  ซื้อมารถดีก็ดีไป  ถ้าพังนี่กอดคอกันซ่อมกันตายไปข้างเลย
บันทึกการเข้า
12,02, 2018, 18:21:03
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #41 เมื่อ: 12,02, 2018, 18:21:03 »

https://money.sanook.com/544275/

'สวนดุสิตโพล' เผยคนไทยส่วนใหญ่กังวลค่าครองชีพสูง-ศก.ตกต่ำ วอนรัฐเร่งแก้

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,273 คน ถึงความวิตกกังวลและความหนักใจของประชาชนที่มีในบ้านเมือง ณ วันนี้ ทั้งในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขให้ตรงกับความต้องการของประชาชน

อันดับ 1 คือ ชีวิตความเป็นอยู่ ปากท้อง รายได้ ค่าครองชีพสูง ของกิน-ของใช้แพง 78.32% เพราะมีหนี้สิน เงินไม่พอใช้ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย มีภาระมาก ความเป็นอยู่ลำบาก สังคมเหลื่อมล้ำ ฯลฯ  วิธีแก้ ประหยัด กินใช้อย่างพอเพียง ทำงานหารายได้เพิ่ม กู้ยืม หมุนเงิน รัฐบาลช่วยเหลือ เร่งแก้ไขปัญหา ฯลฯ

อันดับ 2 เศรษฐกิจตกต่ำ การค้าการลงทุนไม่ดี 69.05% เพราะกระทบต่อทุกภาคส่วน มีคนตกงาน ต่างชาติไม่ลงทุน ทำให้ประเทศไม่ก้าวหน้า คนไม่มีกำลังซื้อ ฯลฯ วิธีแก้ รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุน ธนาคารให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ยกเว้นภาษี เร่งจัดการเลือกตั้ง ฯลฯ

อันดับ 3 อุบัติเหตุบนท้องถนน การจราจร 66.46% เพราะเกิดเหตุบ่อยครั้ง มีความรุนแรงมากขึ้น คนใช้รถใช้ถนนมากขึ้น กฎหมายไม่รุนแรง ออกไปทำงานทุกวัน ฯลฯ วิธีแก้ ช่วยกันรณรงค์ กระตุ้นให้เกิดจิตสำนึก ปฏิบัติตามกฎจราจร เมาไม่ขับ ขับรถอย่างมีสติ ไม่ประมาท ฯลฯ

อันดับ 4 การเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งและความขัดแย้ง 63.45% เพราะยังมีความขัดแย้ง การทุจริตคอรัปชั่น กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อยากให้มีการเลือกตั้ง ฯลฯ วิธีแก้ รัฐบาลดำเนินการตามโรดแมป จัดการเลือกตั้ง ปฏิรูปอย่างจริงจัง รับฟังความคิดเห็น ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ฯลฯ

อันดับ 5 โรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพอนามัย 63.08% เพราะมีโรคประจำตัว กระทบต่อการทำงาน ค่ารักษาพยาบาลสูง กังวลว่าไม่มีคนคอยดูแล ไม่อยากป่วย ฯลฯ วิธีแก้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด กินอาหารมีประโยชน์ ฯลฯ

อันดับ 6 หน้าที่การงาน งานที่ทำ ธุรกิจ ค้าขาย 61.67% เพราะเศรษฐกิจไม่ดี อาจมีการเลิกจ้าง ลดค่าแรง มีลูกค้าน้อยลง รายได้ลด ธุรกิจซบเซา ฯลฯ วิธีแก้ ช่วยเหลือตนเอง หาจุดเด่นเพื่อเพิ่มมูลค่า ขยันทำงานมากขึ้น หารายได้เสริม ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ฯลฯ 

อันดับ 7 สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ สภาพอากาศ 45.17% เพราะเสื่อมโทรมลงทุกวัน มีคนบุกรุก ทำร้ายสัตว์ป่าและธรรมชาติ ทำให้โลกร้อน อากาศเปลี่ยนแปลง ฯลฯ วิธีแก้ กระตุ้นให้ทุกคนมีจิตสำนึก ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์และไม่ทำลาย ฟื้นฟูผืนป่า รัฐเอาจริงเอาจัง ฯลฯ

อันดับ 8 คุณภาพการศึกษาไทย 43.12% เพราะมีผลต่อการพัฒนาประเทศ เป็นห่วงเยาวชน ครูและบุคลากรทางการศึกษา การศึกษาไทยรั้งท้าย ฯลฯ วิธีแก้ ปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง ปรับโครงสร้างการศึกษา จัดการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ฯลฯ

อันดับ 9 การบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน 42.81% เพราะมีข่าวให้เห็นบ่อยครั้ง ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายในทางมิชอบ ไม่ยุติธรรม คนรวยกับคนจนแตกต่างกัน ฯลฯ วิธีแก้ มีช่องทางร้องเรียน ดำเนินการอย่างจริงจัง มีบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเหมาะสม ช่วยกันสอดส่องดูแล ฯลฯ

อันดับ 10 คุณธรรม จริยธรรมของคนในสังคม 40.93% เพราะสังคมเสื่อมโทรม คนเห็นแก่ตัว ไม่มีน้ำใจ อารมณ์ร้อน มีพฤติกรรมรุนแรง โหดร้าย อาชญากรรมมากขึ้น ฯลฯ วิธีแก้ การอบรมเลี้ยงดูที่ดี ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ มีแบบอย่างที่ดีให้เห็น ใกล้ชิดศาสนา ฯลฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,02, 2018, 18:22:34 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
14,02, 2018, 20:41:34
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #42 เมื่อ: 14,02, 2018, 20:41:34 »

https://money.sanook.com/544473/

เศรษฐกิจฟื้นแล้ว! กำไรรัฐวิสาหกิจอู้ฟู่ ประกาศจ่ายโบนัสสูงสุด 7.5 เดือน

การจ่ายโบนัสของบริษัทต่าง ๆ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ ถือเป็นดัชนีชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่าพ่อค้าแม่ค้าอาจสะท้อนความเห็นว่า ยังทำมาค้าไม่คล่องนัก แต่ปี 2560 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจดีขึ้น รัฐวิสาหกิจบางแห่งจ่ายโบนัสสูงถึง 7 เดือนครึ่ง

การเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ในรอบปี 2560 ที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี รัฐวิสาหกิจบางแห่ง จ่ายโบนัสสูงถึง 7 เดือนครึ่ง โดยรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ประกาศจ่ายโบนัสในอัตราสูงขึ้น

ขณะที่รัฐวิสาหกิจที่จ่ายโบนัสสูงสุด 7.5 เดือน มี 2 แห่ง คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งเป็นโบนัสเท่ากับปีที่ผ่านมา ส่วนอีกแห่งคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยเงินพิเศษที่ได้รับในปี 2560 ถือว่าสูงสุด และไม่ได้มีทุกปี ซึ่งผู้บริหารให้เหตุผลว่าเนื่องมาจาก ปตท. มีผลการดำเนินงานที่ดี

ส่วนรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง มีรายงานว่าสามารถจ่ายโบนัสสูงสุด 7 เดือน หลายแห่ง เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ได้รับคะแนนประเมินจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. สูงมาก จึงทำให้จ่ายโบนัส 6 เดือน และเงินเพิ่มอีก 1 เดือน รวมเป็น 7 เดือน สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่จ่ายโบนัส 6 เดือน

ส่วนโรงงานยาสูบในปี 2559 จ่ายโบนัส 7 เดือน ซึ่งปี 2560 คาดว่าน่าจะจ่ายได้ใกล้เคียงกับโบนัสเดิม ส่วนธนาคารออมสิน ผู้บริหารประกาศว่าจะจ่ายโบนัส 6 เดือน มากกว่าปี 2559 ที่จ่ายโบนัส 5.3 เดือน

มีรายงานว่า สำหรับสถาบันการเงินของรัฐอื่น ๆ มีผลประกอบการที่ดีขึ้น ประกาศจ่ายโบนัส 2 – 4 เดือน นอกจากนี้พบว่า บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ประกาศจ่ายโบนัสและเงินพิเศษในปี 2560 ประมาณ 4 เดือน ส่วนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จ่าย 2 เดือน ขณะที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีการจำกัดโบนัสตามกฎหมายไว้ไม่เกิน 3.75 เดือน

ขณะที่การนำส่งรายได้ในปีงบประมาณ 2560 สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 30,000 ล้านบาท
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 26,000 ล้านบาท
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 21,000 ล้านบาท
ธนาคารออมสิน 13,000 ล้านบาท และ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 11,000 ล้านบาท

ด้าน นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า ในรอบปี 2560 ที่ผ่านมา ภาพรวมการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจมีกำไรเพิ่มขึ้นเกือบทุกแห่ง เป็นผลมาจากเศรษฐกิจดีขึ้น และส่วนหนึ่งเพราะ สคร.เข้าไปกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิด ทำให้ลดต้นทุนการประกอบธุรกิจลงได้มาก ส่งผลดีทำให้มีกำไรสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ส่วนตัวไม่อยากให้นำโบนัสของรัฐวิสาหกิจ ไปเปรียบเทียบกับเอกชนที่ได้รับโบนัสน้อย เพราะเกณฑ์ที่ใช้นั้นใช้มานานแล้ว และเกณฑ์มีการปรับเปลี่ยนทุกปี โดยเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งกับ สคร. ซึ่งรัฐวิสาหกิจบางแห่งสามารถจ่ายโบนัสได้ตามผลกำไรที่เพิ่มขึ้น และต้องได้คะแนนประเมินสูง เช่น หากได้ 3 คะแนน สามารถนำกำไรไปจ่ายโบนัสได้ 9% หากได้ 4 คะแนน จ่ายได้ 10% และ 5 คะแนนเต็มจะได้ 11% ถือเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้รัฐวิสาหกิจปรับตัว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14,02, 2018, 20:44:41 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
15,02, 2018, 08:00:16
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,943


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #43 เมื่อ: 15,02, 2018, 08:00:16 »

https://money.kapook.com/view150042.html

ปรับอัตราค่าจ้างใหม่ สาขาอาชีพงานฝีมือสูงสุดวันละ 550 บาท เริ่ม 10 ส.ค.นี้

 กระทรวงแรงงาน เผย ขึ้นอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือสูงสุดวันละ 550 บาท ในบางสาขาอาชีพ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2559 เพื่อเป็นแรงผลักดันให้คนทำงานพัฒนาฝีมือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

         วันที่ 9 มิถุนายน 2559 นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เน้นย้ำให้ยกระดับฝีมือแรงงานไทยให้มีมาตรฐานเพื่อให้ค่าจ้างสูงขึ้นและเป็นไปตามอัตราค่าจ้าง ตามมาตรฐานที่คณะกรรมการค่าจ้าง กระทรวงแรงงานกำหนด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือสูงสุดวันละ 550 บาท อยู่ในแรงงานสาขาอาชีพช่างหล่อเครื่องประดับ, สาขาอาชีพช่างตกแต่งเครื่องประดับ และสาขาอาชีพช่างฝังอัญมณีบนเครื่องประดับ โดยจะมีแผนกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อไป เพื่อเป็นแรงผลักดันให้คนทำงานพัฒนาฝีมือและเป็นแรงงานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
15,02, 2018, 20:45:58
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,571



« ตอบ #44 เมื่อ: 15,02, 2018, 20:45:58 »

ธุรกิจ SMEs ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำปกติกำไรก็น้อยอยู่แล้วยังมาโดนค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก เจ้าของกิจการต้องรับภาระกันเพิ่มขึ้นนะครับดีไม่ดีจะเลิกจ้างพนักงานเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายแทน งานนี้อาจมีคนตกงานเพิ่มมากกว่าได้ค่าแรงเพิ่มก็เป็นไปได้ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 19   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: