GUN IN THAILAND
21,11, 2019, 10:43:06 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 28   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตส  (อ่าน 13288 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
15,02, 2018, 20:59:21
beamsound เกิดสมัย ร.9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,237



« ตอบ #45 เมื่อ: 15,02, 2018, 20:59:21 »

ธุรกิจ SMEs ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำปกติกำไรก็น้อยอยู่แล้วยังมาโดนค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก เจ้าของกิจการต้องรับภาระกันเพิ่มขึ้นนะครับดีไม่ดีจะเลิกจ้างพนักงานเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายแทน งานนี้อาจมีคนตกงานเพิ่มมากกว่าได้ค่าแรงเพิ่มก็เป็นไปได้ครับ
นายจ้างเตรียมกันพักใหญ่แล้วครับ เห็นแว็ปๆ อายิโน๊ะโมโต๊ะไปเปิดที่พม่าแล้ว  โรงงานทำไม้ยางพาราแถวบ้านผมหลายโรง
           มีแต่พม่าและลาวมีทีพักในโรงงานเรียบร้อย  คนไทยหมดสิทธิ รง.ถุงมือก็เช่นกัน ต่างด้าวหมดแล้ว แล้วคนไทย ปรบมือ
           ไม่ต้องทำงาน ธุจ้า
บันทึกการเข้า
16,02, 2018, 17:24:08
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,374


คนฉลาดจะมีแต่ความสงสัย ส่วนคนโง่จะมีแต่ความมั่นใจ


« ตอบ #46 เมื่อ: 16,02, 2018, 17:24:08 »

เอาข่าวเฟซบุ้ค สถานทูตสหรัฐอเมริกา มาลงหน่อยเข้ากับช่วงฝึก Cobra gold พอดี



เอกอัครราชทูตเดวีส์มอบเงินทุนจำนวน 325,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ให้แก่กองทุนเพื่ออนุสรณ์สถานโลก (WMF) เพื่อบูรณะวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในขั้นตอนที่ 2  เอกอัครราชทูตเดวีส์กล่าวว่า “วัดไชยวัฒนารามเป็นสถานที่ที่มีความงดงาม และยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและศาสนาไทยอีกด้วย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับการรับรองจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ”  เอกอัครราชทูตเดวีส์กล่าวต่อว่า “กองทุนเอกอัครราชทูตฯ เป็นโครงการที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือประเทศเจ้าบ้านด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่เปราะบางและเสี่ยงต่อการสูญสลาย  ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา กองทุนเอกอัครราชทูตฯ ได้ให้เงินทุนแก่โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมมากกว่า 900 โครงการในกว่า 125 ประเทศทั่วโลก  ผลงานที่มีมานานถึง 17 ปีนี้ถือเป็นความช่วยเหลือทางการเงินหลักในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินราว 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”

Ambassador Glyn Davies awarded a grant of $325,000 from the Ambassadors Fund for Cultural Preservation (AFCP) to The World Monuments Fund which will be used to fund Phase Two of the restoration of Wat Chaiwatthanaram in Ayutthaya. “Wat Chai is a magnificent and beautiful site.  As part of the UNESCO World Heritage area in Ayutthaya, it is also an important part of Thai architectural and religious history,” said Ambassador Davies. “The Ambassadors Fund for Cultural Preservation program allows American Ambassadors to support efforts within their host countries to preserve cultural heritage that is fragile and in danger of being lost forever.  Since 2001, the AFCP program has provided financial support to more than 900 cultural preservation projects in over 125 countries.  This achievement, now 17 years in the making, represents a major contribution of nearly $26 million towards the preservation of cultural heritage worldwide.”
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
16,02, 2018, 19:38:12
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,374


คนฉลาดจะมีแต่ความสงสัย ส่วนคนโง่จะมีแต่ความมั่นใจ


« ตอบ #47 เมื่อ: 16,02, 2018, 19:38:12 »

http://www.motortrivia.com/2017/01/continental-to-build-tire-plant-in-rayong-thailand/
Continental เปิดฐานการผลิตยางรถในไทย เริ่มเดินเครื่องปี 2562

●   คอนติเนนทอล หนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงชั้นนำของโลก ประกาศเลือกจังหวัดระยองเป็นสถานที่ก่อตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยการลงทุนในเฟสแรกจะใช้งบประมาณ 250 ล้านยูโร หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท และจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ภายในปี 2562 เพื่อผลิตยางรถยนต์และยางรถกระบะ

●   โรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตรวม 4 ล้านเส้นต่อปีภายในปี 2565 และสามารถสร้างงานใหม่ให้กับประเทศไทยได้ถึง 900 ตำแหน่ง

●   การลงทุนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแผนกลยุทธ์ในระยะยาวของสายงานยางรถยนต์ของคอนติเนนทอลตามแผนงาน “วิสัยทัศน์ปี 2568” (Vision 2025) ในการขยายและสร้างสมดุลของฐานการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างดีที่สุดในทุกภูมิภาคทั่วโลก

●   มร. นิโคไล เซตเซอร์ (Nikolai Setzer) กรรมการบริหารคอนติเนนทอล ผู้รับผิดชอบด้านการจัดซื้อและดูแลส่วนงานยางรถยนต์กล่าวว่า “การลงทุนในประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงแผนการเติบโตที่เรามุ่งมั่นตามวิสัยทัศน์ปี 2568 ที่เราเน้นสร้างสมดุลของการกระจายฐานการผลิตทั่วโลก พร้อมไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของคอนติเนนทอลในฐานะผู้ผลิตยางรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก”

●   “หนึ่งในหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะยาวของเราคือ การทำงานที่ฉับไวและมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดได้อย่างรวดเร็ว เราจะมีกำลังการผลิตที่พอเพียงสำหรับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเราเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตตามแผนของบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยจะนำศักยภาพด้านการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้”

●   มร. ฟิลิปป์ ฟอน เฮอเชต (Philipp von Hirschheydt) หัวหน้าส่วนธุรกิจตลาดยางทดแทนสำหรับรถยนต์และรถกระบะในเอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริมว่า “การตัดสินใจเปิดโรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งใหม่ของคอนติเนนทอลในประเทศไทย จะสร้างความแข็งแกร่งของบริษัททั้งในตลาดเมืองไทยและในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกมากขึ้น โรงงานแห่งนี้จะรองรับแผนการเติบโตทางธุรกิจของบริษัททั้งในตลาดยางสำหรับโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ และตลาดยางทดแทนของผู้ใช้รถครอบคลุมทั้งยางรถยนต์และรถกระบะ ทั้งนี้จะทำให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าของเราใน 2 ตลาด เราต้องการได้โอกาสในการเจาะตลาดที่กำลังเติบโตของภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในตลาดยางทดแทน และเรามั่นใจว่าโรงงานของเราจะช่วยให้ทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น และเป็นการยกระดับตำแหน่งทางการตลาดของเราไปพร้อมกัน”

●   มร. ไมเคิล เอ็กเนอร์ (Michael Egner) ผู้จัดการโครงการการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในเอเซียแปซิฟิก ให้ความเห็นว่า “กระบวนการคัดเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานแห่งใหม่ของเรามีความซับซ้อนมาก เราต้องพิจารณาทั้งในเรื่องระยะห่างของของพื้นที่ตั้งโรงงานกับตลาดเป้าหมายและลูกค้า โครงสร้างสาธารณุปโภคพื้นฐานและที่สำคัญคือแรงงาน รวมทั้งสถาบันการศึกษาที่จะสามารถป้อนแรงงานที่มีฝีมือให้แก่เรา รัฐบาลไทยและองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านการลงทุนได้ให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีตลอดกระบวนการตัดสินใจครั้งนี้ บริษัทจึงขอขอบคุณอย่างจริงใจ จากนี้ไปบริษัทจะมุ่งมั่นในการร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อให้บรรลุความสำเร็จในระยะยาว”

●   สถานที่ตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งใหม่ของคอนติเนนทอลในจังหวัดระยอง มีคุณสมบัติตอบโจทย์ทุกด้านของการลงทุน ทั้งในด้านทำเลที่ตั้งที่สะดวกในการเข้าถึงลูกค้าและตลาดเป้าหมาย และยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครเพียง 140 กม. ห่างจากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเพียง 60 กม. อีกทั้งยังมีวิทยาลัยอาชีวะและมหาวิทยาลัยที่พร้อมป้อนบุคลากรอย่างครบถ้วน ขนาดของโรงงานคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 750,000 ตร.ม. ซึ่งจะรองรับกำลังการผลิตสูงสุดได้ถึง 25 ล้านเส้นต่อปี บริษัทคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างและวางศิลาฤกษ์ในปี 2560 นี้

●   นับตั้งแต่ปี 2542 คอนติเนนทอลมีการลงทุนเปิดโรงงานผลิตยางรถยนต์ที่ Timisoara (โรมาเนีย), Camacari (บราซิล), Hefei (จีน), Kaluga (รัสเซีย), Sumter (สหรัฐฯ), โครงการโรงงานที่จังหวัดระยอง (ประเทศไทย) และโครงการลงทุนสำหรับผลิตยางรถยนต์เชิงพาณิชย์ใน Clinton, Mississippi (สหรัฐฯ) ซึ่งจะช่วยเสริมกำลังการผลิตของคอนติเนนทอลเพิ่มเป็น 21 โรงงาน ครอบคลุม 17 ประเทศ

●   สำหรับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ปัจจุบันคอนติเนนทอลมีโรงงานเปิดดำเนินการอยู่ห้าแห่งได้แก่ Hefei (จีน), Alor Setar (มาเลเซีย), Petaling Jaya (มาเลเซีย), Modipuram (อินเดีย) และ Kalutara (ศรีลังกา) นับตั้งแต่เริ่มโครงการ วิสัยทัศน์ปี 2568 ส่วนงานยางรถยนต์ของคอนติเนนทอลได้ทำการลงทุนมูลค่ากว่า 3 พันล้านยูโรเพื่อขยายกำลังการผลิต วิจัย และพัฒนา ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วโลก ในปี 2559 คอนติเนนทอลสามารถผลิตยางรถยนต์และยางรถกระบะได้มากกว่า 150 ล้านเส้น

Continental Corporation
●   Continental เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีระดับสุดยอดเพื่อรองรับการขนส่งผู้คนและสินค้าต่างๆ ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของผู้จำหน่ายรถยนต์ในระดับนานาชาติ ผู้ผลิตยางรถยนต์ และพันธมิตรในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ บริษัทพร้อมเต็มที่ในการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย สะดวกสบาย ตอบสนองความต้องการเฉพาะและคุ้มค่า ในปี 2559 บริษัทสามารถทำยอดขายได้ถึงประมาณ 40,500 ล้านยูโรผ่านห้าสายงานได้แก่ Chassis & Safety, Interior, Powertrain, Tire และ ContiTech ปัจจุบัน Continental มีพนักงานกว่า 220,000 คนใน 55 ประเทศ

●   สายงานยางรถยนต์ (Tire Division) ปัจจุบันมีสายการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์กว่า 24 แห่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้าน R&D มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดค่าใช้จ่ายและพัฒนาระบบการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ในฐานะผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกที่มีพนักงานถึง 49,000 อัตรา Tire Division สามารถทำยอดขายในปี 2558 ได้สูงถึง 10,400 ล้านยูโร   ●

บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
16,02, 2018, 19:40:30
มะอะอุ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,338



« ตอบ #48 เมื่อ: 16,02, 2018, 19:40:30 »

เอาข่าวเฟซบุ้ค สถานทูตสหรัฐอเมริกา มาลงหน่อยเข้ากับช่วงฝึก Cobra gold พอดี



เอกอัครราชทูตเดวีส์มอบเงินทุนจำนวน 325,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ให้แก่กองทุนเพื่ออนุสรณ์สถานโลก (WMF) เพื่อบูรณะวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในขั้นตอนที่ 2  เอกอัครราชทูตเดวีส์กล่าวว่า “วัดไชยวัฒนารามเป็นสถานที่ที่มีความงดงาม และยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและศาสนาไทยอีกด้วย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับการรับรองจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ”  เอกอัครราชทูตเดวีส์กล่าวต่อว่า “กองทุนเอกอัครราชทูตฯ เป็นโครงการที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือประเทศเจ้าบ้านด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่เปราะบางและเสี่ยงต่อการสูญสลาย  ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา กองทุนเอกอัครราชทูตฯ ได้ให้เงินทุนแก่โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมมากกว่า 900 โครงการในกว่า 125 ประเทศทั่วโลก  ผลงานที่มีมานานถึง 17 ปีนี้ถือเป็นความช่วยเหลือทางการเงินหลักในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินราว 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”

Ambassador Glyn Davies awarded a grant of $325,000 from the Ambassadors Fund for Cultural Preservation (AFCP) to The World Monuments Fund which will be used to fund Phase Two of the restoration of Wat Chaiwatthanaram in Ayutthaya. “Wat Chai is a magnificent and beautiful site.  As part of the UNESCO World Heritage area in Ayutthaya, it is also an important part of Thai architectural and religious history,” said Ambassador Davies. “The Ambassadors Fund for Cultural Preservation program allows American Ambassadors to support efforts within their host countries to preserve cultural heritage that is fragile and in danger of being lost forever.  Since 2001, the AFCP program has provided financial support to more than 900 cultural preservation projects in over 125 countries.  This achievement, now 17 years in the making, represents a major contribution of nearly $26 million towards the preservation of cultural heritage worldwide.”

การรักษาไว้ซึ่งประวัติศาตร์ให้พ้นจากภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่ ต้องใช้ความพยายามและความอดทนมากๆครับ ชาวอยุธยารู้ดีว่าแต่ละปีๆ หน่วยงานต่างๆที่รับผิดชอบต้องใช้ความอดทนและความพยายามในการรักษาไว้ให้โบราณสถานงดงามและอยู่คู่กับประเทศไทยไปยาวนาน
จากการทีอเมริกามอบเงินเพื่อบูรณะวัดไชยวัฒนารามแสดงให้เห็นว่าการอนุรักษ์คือภารกิจของพลเมืองโลก....ยังไงเราชาวไทยก็ช่วยกันรักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ชาติไทยกันนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17,02, 2018, 06:21:43 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
17,02, 2018, 22:16:24
มะอะอุ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,338



« ตอบ #49 เมื่อ: 17,02, 2018, 22:16:24 »

“อาคม” ชงรถไฟทางคู่เข้า ครม. มี.ค.นี้

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1206400
บันทึกการเข้า
18,02, 2018, 19:59:53
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,374


คนฉลาดจะมีแต่ความสงสัย ส่วนคนโง่จะมีแต่ความมั่นใจ


« ตอบ #50 เมื่อ: 18,02, 2018, 19:59:53 »

https://www.prachachat.net/facebook-instant-article/news-118198

แลนด์มาร์กใหม่ “สะพานเลียบทะเลชลบุรี” ขยาย “อ่างศิลา-คลองตำหรุ บูมท่องเที่ยว-

จากถนนตามผังเมืองรวมจังหวัดชลบุรี “สาย ฉ” ที่ขีดแนวโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อแก้ปัญหารถติด

ปัจจุบันกลายเป็น “สะพานเลียบชายฝั่งทะเลชลบุรี” แลนด์มาร์กใหม่ที่ลือชื่อ หลังเปิดใช้ปลายปี 2559 เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีสะพานเลียบชายทะเล

ทั้งโครงการมีระยะทางรวม 17 กม. แนวเส้นทางจะสร้างคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท แต่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (สผ.) เมื่อปี 2556 ให้ก่อสร้างได้ 7 กม.

โครงการถูกออกแบบก่อสร้างมีทั้งงานถนนและสะพาน ขนาด 4 ช่องจราจร แบ่งสร้าง 5 ช่วง ค่าก่อสร้าง 1,800 ล้านบาท ก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานท้องถิ่น

ปัจจุบันสร้างเสร็จเปิดใช้แล้วมีช่วงที่ 1 จากศาลารวมใจชลไปถึงโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ยาว 1,880 เมตร เปิดใช้วันที่ 14 ก.ย. 2560

ช่วงที่ 3 งานสะพานเลียบชายทะเล จากเทศบาล ต.บางทราย ถึงบางทรายซอย 83 ยาว 980 เมตร เปิดใช้วันที่ 16 พ.ย. 2559 ช่วงที่ 4 และ 5 จากศาลารวมใจชล ถึงถนนคลองสังเขป ยาว 2,400 เมตร

เหลือช่วงที่ 2 จากโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ถึงถนนหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ยาว 1,600 เมตร ค่าก่อสร้างกว่า 400 ล้านบาท ตามแผนกรมโยธาฯจะเริ่มก่อสร้างในเดือน เม.ย. 2561 แล้วเสร็จ 2563

ปัจจุบันทางจังหวัดตั้งชื่ออย่างเป็นทางการให้สะพานแห่งนี้ว่า “สะพานชลมารควิถี” ล่าสุดยังได้เสนอคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จันทบุรี จะต่อขยายเส้นทางช่วงหัว-ท้ายออกไปอีก 11.5 กม.เพื่อให้โครงข่ายสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

โดยจะต่อขยายจากช่วงบางกรวย-ถนนสุขุมวิท บริเวณคลองตำหรุ 9 กม. และต่อจากช่วงที่ 2 ไปถึงทางหลวง 3134 เป็นถนนเข้าอ่างศิลา 2.5 กม. หลังจากนี้จะจ้างที่ปรึกษาและทำรายงานอีไอเอ คาดว่าจะใช้เวลา 2 ปีกว่าจะได้รับอนุมัติและเริ่มก่อสร้างได้

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะเป็นเส้นทางลัดเลี่ยงรถติดในเมือง ช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางเหลือไม่ถึง 1 ชั่วโมง

อีกทั้งเป็นโครงข่ายใหม่ให้กับจังหวัดชลบุรี อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากเป็นเมืองสำคัญด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ในระดับนานาชาติ มีการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว และเกิดปัญหารถติด ถนนสายนี้จะเป็นทางเลือกหนึ่งในการเดินทาง ไปท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของจังหวัดชลบุรี
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
20,02, 2018, 12:17:42
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,374


คนฉลาดจะมีแต่ความสงสัย ส่วนคนโง่จะมีแต่ความมั่นใจ


« ตอบ #51 เมื่อ: 20,02, 2018, 12:17:42 »

เส้นเกษตร - นวมินทร์

สรุปแล้ว!!!! ตอม่อเกษตร-นวมินทร์ สร้างทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้านะคะ

*****(19/2/61)วันนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้สรุปผลการพิจารณาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ พื้นที่ที่มีการก่อสร้างเสาตอม่อเตรียมไว้แล้วบนแนวกึ่งกลางถนนประเสริฐมนูกิจ (ถนนเกษตร-นวมินทร์) ซึ่งที่ผ่านมามีรูปแบบพิจารณา 4 รูปแบบ คือ

1. การพัฒนาด้วยระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า)

2. การพัฒนาด้วยระบบทางพิเศษ (ทางด่วน) ขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E-W corridor (โครงข่ายเชื่อมต่อจาก N2 กับทางหลวงพิเศษหมายเลข 9)

3. การพัฒนาด้วยระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และส่วนต่อขยายกับแนวโครงข่ายทดแทน N1 แนวคลองบางบัวและคลองบางเขน

4. การพัฒนาด้วยระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า) และระบบทางด่วนบนแนวเส้นทางเดียวกัน

*****จากการศึกษาได้ข้อสรุปว่า รูปแบบที่ 4 ที่มีรถไฟฟ้าและทางด่วนอยู่ในเส้นทางเดียวกันมีความเหมาะสมที่จะสามารถรองรับการเดินทางได้ที่สุด อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบขนส่งมวลชนทางราง เพิ่มความสะดวก ปลอดภัยและประหยัดเวลา

*****สำหรับแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) จะเริ่มต้นจากแยกแครายมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนงามวงศ์วาน จุดตัดทางพิเศษศรีรัช แยกพงษ์เพชร แยกบางเขน แยกเกษตร ต่อเนื่องไปตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ผ่านจุดตัดถนนลาดปลาเค้า แยกเสนา จุดตัดถนนสุคนธสวัสดิ์ จุดตัดทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) จุดตัดทางหลวง 350 จุดตัดถนนนวมินทร์เลี้ยวขวาไปทางทิศใต้ตามแนวถนนนวมินทร์ ผ่านแยกโพธิ์แก้ว แยกศรีบูรพา แยกแฮปปี้แลนด์ แยกบางกะปิ สิ้นสุดที่จุดตัดถนนพ่วงศิริและถนนรามคำแหง รวมระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตรจำนวนสถานีเบื้องต้น 18 สถานี

*****ส่วนของระบบทางด่วนจะเป็นการต่อขยายแนวระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และส่วนต่อขยายไปยังถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก ส่วนต่อขยายที่ทางแยกต่างระดับรัชวิภา โดยแนวเส้นทางแบ่งเป็น2 ช่วงคือ
1. ช่วงแนวทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และส่วนต่อขยายไปยังถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตรและ
2. ช่วงทดแทนตอน N1 แนวคลองบางบัว คลองบางเขน และเรียบขนานดอนเมืองโทลล์เวย์ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร

Timeline งานก่อสร้างเบื้องต้นจะเสนอให้ครม. อนุมัติในหลักการภายในสิ้นปีนี้ หลังจากนั้นจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อ อาจจะไม่จำเป็นต้องสร้างพร้อมกัน แต่จะมีการวางแผนงานก่อสร้างร่วมกัน

ทั้งนี้โครงการยังไม่ได้ออกแบบรายละเอียดหรือออกแบบก่อสร้าง สำหรับรูปแบบโครงการและรูปแบบรถไฟฟ้าเป็นแนวคิดที่สรุปมาได้เบื้องต้นเท่านั้นค่ะ

อัพเดทเพิ่มเติม สนข.ตั้งใจจะบรรจุโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเข้า M-Map 1 โดยเป็นรถไฟฟ้าสายที่ 11 จากเดิมที่มี 10 สาย หวังให้กทม.-ปริมณฑลกลายเป็น “มหานคร” ได้อย่างสมบูรณ์ โดยคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จภายในปี 2572

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://www.home.co.th/hometips/detail/90294

Cr.home.co.th
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
20,02, 2018, 22:27:07
มะอะอุ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,338



« ตอบ #52 เมื่อ: 20,02, 2018, 22:27:07 »

ทางด่วนและรถไฟฟ้าก็มีความสำคัญในหน้าที่ของมันเองครับ แล้วแต่ความแหมาะสมของพื้นที่ รถไฟฟ้าถ้าสร้างผ่านมหาวิทยาลัยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย ส่วนทางด่วนก็มีความสำคัญในการจราจร แต่ปัญหาก็มีผลกระทบด้านมลพิษ ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสียครับ ยังไงก็ขอให้ได้ข้อสรุปที่ตรงกันเร็วๆนะครับ
บันทึกการเข้า
22,02, 2018, 10:43:33
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,374


คนฉลาดจะมีแต่ความสงสัย ส่วนคนโง่จะมีแต่ความมั่นใจ


« ตอบ #53 เมื่อ: 22,02, 2018, 10:43:33 »

https://www.prachachat.net/property/news-120604

ดันสถานีบางซื่อเทียบชั้นสุวรรณภูมิ “ไพรินทร์”สั่งใช้โมเดลทอท.ดึงเอกชนบริหาร

“ไพรินทร์” สั่งรถไฟใช้โมเดล ทอท.บริหารสนามบินสุวรรณภูมิ ต้นแบบจัดการพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ 3 แสนตารางเมตร หวั่นตั้งบริษัทลูกไม่ทัน เล็ง outsource เอกชนมืออาชีพดำเนินการรายสัญญา ไล่ตั้งแต่พื้นที่ร้านค้า เก็บค่าจอดรถ จ้างแม่บ้านยัน รปภ. ส่องผลงานก่อสร้างรุดหน้ากว่า 60% อิตาเลียนไทยขอขยายเวลาเพิ่ม 100 วัน ร.ฟ.ท.ยังคงเป้าเปิดหวูด มิ.ย. 2563

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ถึงแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่สถานีกลางบางซื่อของรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนจะเปิดบริการในเดือน มิ.ย. 2563
 
“จะต้องสรุปว่าการบริหารจัดการจะให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการเองหรือให้เอกชนมาบริหารโครงการ และต้องเปิด PPP หรือไม่ เนื่องจากการจัดตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สิน บริษัทลูก ร.ฟ.ท.มาดำเนินการ คงจะไม่ทันกับกำหนดการเปิดบริการของรถไฟฟ้า”
 
สถานีบางซื่อน้อง ๆ สุวรรณภูมิ
 
แหล่งข่าวกล่าวว่า ทั้งนี้สถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 300,000 ตารางเมตร หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ต้องบริหารพื้นที่สถานีให้เหมือนกับสนามบินสุวรรณภูมิ จะต้องมีการบริหารพื้นที่หลายส่วน เช่น พื้นที่เชิงพาณิชย์ มีอยู่ 6,000 ตารางเมตร การจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลภายในและภายนอกสถานี พนักงานรักษาความสะอาด การติดตั้งกล้องวงจรปิด จัดเก็บค่าที่จอดรถ ระบบไฟฟ้า น้ำประปา เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยยังไม่เคยมีสถานีรถไฟที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
 
ล่าสุด นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้ ร.ฟ.ท.ไปหารือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ว่า จะมีแนวทางเสนอแนะอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากลักษณะการบริหารจะคล้ายกัน พร้อมกับย้ำว่า ร.ฟ.ท.ไม่ควรจะดำเนินการเอง ควรจ้างเอกชนดำเนินการ เนื่องจากจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
 
จ้างเอกชนบริหารจัดการ
 
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ ร.ฟ.ท.จะดำเนินการเอง โดยเปิดให้เอกชนมาดำเนินการในแต่ละงาน ในลักษณะเอาต์ซอร์ซ (outsource) เหมือนกับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่จะมีการจ้างบริษัทมาเข็นกระเป๋า บริหารพื้นที่ร้านค้า เนื่องจากการให้เอกชนมาร่วม PPP จะต้องใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี
 
“เรื่องเร่งด่วนตอนนี้ คือ จะทำยังไงกับการบริหารพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ทุกอย่างต้องแล้วเสร็จในปี 2562 เพราะเมื่อถึงปี 2563 รถไฟฟ้าเปิดใช้แล้ว พื้นที่คอมเมอร์เชี่ยลหรือการบริการอื่น ๆ ก็ต้องพร้อมให้บริการผู้โดยสารที่มาใช้รถไฟฟ้าด้วย”
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีกลางบางซื่อ มีพื้นที่กว่า 400 ไร่ (สถานีบางซื่อเก่ารวมกับบริเวณใกล้เคียง) เป็นสถานีต้นทางของรถไฟฟ้าสายสีแดง และเป็นสถานีมีพื้นที่ใหญ่ที่สุด โดยอาคารสถานีมีพื้นที่ใช้สอย 300,000 ตารางเมตร เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางแห่งใหม่และใหญ่ที่สุดของประเทศและภูมิภาคอาเซียน
 
เนื่องจากจะเป็นสถานีชุมทางของรถไฟทางไกลสายเหนือ สายตะวันออก และสายใต้ ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง แอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟความเร็วสูงที่จะพัฒนาในอนาคต
 
รูปแบบสถานีออกแบบเป็น 4 ชั้น มี 24 ชานชาลา เริ่มจาก “ชั้นใต้ดิน” เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถประมาณ 1,700 คัน มีโถงเชื่อมต่อขึ้นไปยังชั้นจำหน่ายตั๋วโดยสาร และมีทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีบางซื่อ
 
“ชั้นพื้นดิน” หรือชั้น 1 เป็นพื้นที่โถงพักคอยและรับผู้โดยสาร มีพื้นที่ชั้นลอยสำหรับควบคุมระบบการเดินรถ และต้อนรับบุคคลสำคัญ มีพื้นที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร พื้นที่พาณิชยกรรม ร้านค้า และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสถานีบางซื่อของรถไฟฟ้าใต้ดิน รถ บขส.และ ขสมก.
 
“ชั้นที่ 2” เป็นชั้นชานชาลารถไฟสายสีแดง 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกลทุกเส้นทาง 8 ชานชาลา และ “ชั้นที่ 3” เป็นชั้นชานชาลารถไฟความเร็วสูงทุกเส้นทาง 10 ชานชาลา และรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ 2 ชานชาลา
 
ใช้โมเดล ทอท.เป็นต้นแบบ
 
ด้านนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้มอบให้ ร.ฟ.ท.ไปศึกษารูปแบบการจัดการบริหารพื้นที่สถานีกลางบางซื่อกับ ทอท. เนื่องจาก ทอท.มีประสบการณ์บริหารพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิมาแล้ว
 
ซึ่งสถานีกลางบางซื่อส่วนที่เป็นอาคารสถานีมีขนาดใหญ่มากพอ ๆ กับสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะออกแบบเป็นอาคารสูง 3 ชั้นรวมใต้ดินเป็น 4 ชั้น ส่วนการดำเนินการยังไม่สรุปว่า ร.ฟ.ท.จะดำเนินการเองโดยจ้างเอกชนมาดำเนินการเป็นส่วน ๆ หรือให้บริษัทลูกที่ ร.ฟ.ท.จะจัดตั้งมาบริหารจัดการ อยู่ระหว่างทำรายละเอียด แต่คงไม่ให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการเองเหมือนที่ผ่านมา ที่มีการซอยสัญญายิบย่อย ทั้งนี้จะเร่งดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้เปิดบริการพร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดงในปี 2563
 
งานก่อสร้างคืบหน้า 60%
 
สำหรับความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายสีแดง แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ภาพรวมงานก่อสร้างทั้งโครงการคืบหน้าแล้วกว่า 60% แยกเป็นงานสัญญาที่ 1 งานสถานีกลางบางซื่อ และศูนย์ซ่อมบำรุง เริ่มงานก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2556 มีกลุ่มกิจการร่วมค้า SU (บมจ.ซิโน-ไทยฯ และ บมจ.ยูนิคฯ) เป็นผู้ก่อสร้าง ล่าสุดมีผลงานเร็วกว่าแผน มีความคืบหน้าอยู่ที่ประมาณ 65% ตามแผนที่ปรับตามการขอขยายเวลาของผู้รับเหมาจะแล้วเสร็จในปี 2562
 
สัญญาที่ 2 งานโครงสร้างทางวิ่งยกระดับและระดับพื้น งานสถานี 8 แห่ง และถนนเลียบทางรถไฟและถนนทางข้ามไซต์ก่อสร้างของ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หลังเริ่มงานตอกเข็มเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2556 ปัจจุบันคืบหน้า 94.65% ยังล่าช้าจากแผนเล็กน้อย ล่าสุดขอขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีก 100 วัน จากสิ้นสุดวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นเดือน พ.ค. 2561
 
และสัญญาที่ 3 งานระบบไฟฟ้า เครื่องกลและจัดหาตู้รถไฟฟ้า ได้กลุ่มมิตซูบิชิ-ฮิตาชิ-สุมิโตโมจากประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้เริ่มงานเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2559 ล่าสุดมีความคืบหน้า 24.39% ยังล่าช้าจากแผน 20% ตามแผนจะแล้วเสร็จในปี 2563

บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
22,02, 2018, 16:55:55
มะอะอุ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,338



« ตอบ #54 เมื่อ: 22,02, 2018, 16:55:55 »

https://www.prachachat.net/property/news-120604

ดันสถานีบางซื่อเทียบชั้นสุวรรณภูมิ “ไพรินทร์”สั่งใช้โมเดลทอท.ดึงเอกชนบริหาร

“ไพรินทร์” สั่งรถไฟใช้โมเดล ทอท.บริหารสนามบินสุวรรณภูมิ ต้นแบบจัดการพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ 3 แสนตารางเมตร หวั่นตั้งบริษัทลูกไม่ทัน เล็ง outsource เอกชนมืออาชีพดำเนินการรายสัญญา ไล่ตั้งแต่พื้นที่ร้านค้า เก็บค่าจอดรถ จ้างแม่บ้านยัน รปภ. ส่องผลงานก่อสร้างรุดหน้ากว่า 60% อิตาเลียนไทยขอขยายเวลาเพิ่ม 100 วัน ร.ฟ.ท.ยังคงเป้าเปิดหวูด มิ.ย. 2563

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ถึงแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่สถานีกลางบางซื่อของรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนจะเปิดบริการในเดือน มิ.ย. 2563
 
“จะต้องสรุปว่าการบริหารจัดการจะให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการเองหรือให้เอกชนมาบริหารโครงการ และต้องเปิด PPP หรือไม่ เนื่องจากการจัดตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สิน บริษัทลูก ร.ฟ.ท.มาดำเนินการ คงจะไม่ทันกับกำหนดการเปิดบริการของรถไฟฟ้า”
 
สถานีบางซื่อน้อง ๆ สุวรรณภูมิ
 
แหล่งข่าวกล่าวว่า ทั้งนี้สถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 300,000 ตารางเมตร หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ต้องบริหารพื้นที่สถานีให้เหมือนกับสนามบินสุวรรณภูมิ จะต้องมีการบริหารพื้นที่หลายส่วน เช่น พื้นที่เชิงพาณิชย์ มีอยู่ 6,000 ตารางเมตร การจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลภายในและภายนอกสถานี พนักงานรักษาความสะอาด การติดตั้งกล้องวงจรปิด จัดเก็บค่าที่จอดรถ ระบบไฟฟ้า น้ำประปา เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยยังไม่เคยมีสถานีรถไฟที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
 
ล่าสุด นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้ ร.ฟ.ท.ไปหารือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ว่า จะมีแนวทางเสนอแนะอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากลักษณะการบริหารจะคล้ายกัน พร้อมกับย้ำว่า ร.ฟ.ท.ไม่ควรจะดำเนินการเอง ควรจ้างเอกชนดำเนินการ เนื่องจากจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
 
จ้างเอกชนบริหารจัดการ
 
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ ร.ฟ.ท.จะดำเนินการเอง โดยเปิดให้เอกชนมาดำเนินการในแต่ละงาน ในลักษณะเอาต์ซอร์ซ (outsource) เหมือนกับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่จะมีการจ้างบริษัทมาเข็นกระเป๋า บริหารพื้นที่ร้านค้า เนื่องจากการให้เอกชนมาร่วม PPP จะต้องใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี
 
“เรื่องเร่งด่วนตอนนี้ คือ จะทำยังไงกับการบริหารพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ทุกอย่างต้องแล้วเสร็จในปี 2562 เพราะเมื่อถึงปี 2563 รถไฟฟ้าเปิดใช้แล้ว พื้นที่คอมเมอร์เชี่ยลหรือการบริการอื่น ๆ ก็ต้องพร้อมให้บริการผู้โดยสารที่มาใช้รถไฟฟ้าด้วย”
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีกลางบางซื่อ มีพื้นที่กว่า 400 ไร่ (สถานีบางซื่อเก่ารวมกับบริเวณใกล้เคียง) เป็นสถานีต้นทางของรถไฟฟ้าสายสีแดง และเป็นสถานีมีพื้นที่ใหญ่ที่สุด โดยอาคารสถานีมีพื้นที่ใช้สอย 300,000 ตารางเมตร เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางแห่งใหม่และใหญ่ที่สุดของประเทศและภูมิภาคอาเซียน
 
เนื่องจากจะเป็นสถานีชุมทางของรถไฟทางไกลสายเหนือ สายตะวันออก และสายใต้ ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง แอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟความเร็วสูงที่จะพัฒนาในอนาคต
 
รูปแบบสถานีออกแบบเป็น 4 ชั้น มี 24 ชานชาลา เริ่มจาก “ชั้นใต้ดิน” เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถประมาณ 1,700 คัน มีโถงเชื่อมต่อขึ้นไปยังชั้นจำหน่ายตั๋วโดยสาร และมีทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีบางซื่อ
 
“ชั้นพื้นดิน” หรือชั้น 1 เป็นพื้นที่โถงพักคอยและรับผู้โดยสาร มีพื้นที่ชั้นลอยสำหรับควบคุมระบบการเดินรถ และต้อนรับบุคคลสำคัญ มีพื้นที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร พื้นที่พาณิชยกรรม ร้านค้า และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสถานีบางซื่อของรถไฟฟ้าใต้ดิน รถ บขส.และ ขสมก.
 
“ชั้นที่ 2” เป็นชั้นชานชาลารถไฟสายสีแดง 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกลทุกเส้นทาง 8 ชานชาลา และ “ชั้นที่ 3” เป็นชั้นชานชาลารถไฟความเร็วสูงทุกเส้นทาง 10 ชานชาลา และรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ 2 ชานชาลา
 
ใช้โมเดล ทอท.เป็นต้นแบบ
 
ด้านนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้มอบให้ ร.ฟ.ท.ไปศึกษารูปแบบการจัดการบริหารพื้นที่สถานีกลางบางซื่อกับ ทอท. เนื่องจาก ทอท.มีประสบการณ์บริหารพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิมาแล้ว
 
ซึ่งสถานีกลางบางซื่อส่วนที่เป็นอาคารสถานีมีขนาดใหญ่มากพอ ๆ กับสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะออกแบบเป็นอาคารสูง 3 ชั้นรวมใต้ดินเป็น 4 ชั้น ส่วนการดำเนินการยังไม่สรุปว่า ร.ฟ.ท.จะดำเนินการเองโดยจ้างเอกชนมาดำเนินการเป็นส่วน ๆ หรือให้บริษัทลูกที่ ร.ฟ.ท.จะจัดตั้งมาบริหารจัดการ อยู่ระหว่างทำรายละเอียด แต่คงไม่ให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการเองเหมือนที่ผ่านมา ที่มีการซอยสัญญายิบย่อย ทั้งนี้จะเร่งดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้เปิดบริการพร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดงในปี 2563
 
งานก่อสร้างคืบหน้า 60%
 
สำหรับความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายสีแดง แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ภาพรวมงานก่อสร้างทั้งโครงการคืบหน้าแล้วกว่า 60% แยกเป็นงานสัญญาที่ 1 งานสถานีกลางบางซื่อ และศูนย์ซ่อมบำรุง เริ่มงานก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2556 มีกลุ่มกิจการร่วมค้า SU (บมจ.ซิโน-ไทยฯ และ บมจ.ยูนิคฯ) เป็นผู้ก่อสร้าง ล่าสุดมีผลงานเร็วกว่าแผน มีความคืบหน้าอยู่ที่ประมาณ 65% ตามแผนที่ปรับตามการขอขยายเวลาของผู้รับเหมาจะแล้วเสร็จในปี 2562
 
สัญญาที่ 2 งานโครงสร้างทางวิ่งยกระดับและระดับพื้น งานสถานี 8 แห่ง และถนนเลียบทางรถไฟและถนนทางข้ามไซต์ก่อสร้างของ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หลังเริ่มงานตอกเข็มเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2556 ปัจจุบันคืบหน้า 94.65% ยังล่าช้าจากแผนเล็กน้อย ล่าสุดขอขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีก 100 วัน จากสิ้นสุดวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นเดือน พ.ค. 2561
 
และสัญญาที่ 3 งานระบบไฟฟ้า เครื่องกลและจัดหาตู้รถไฟฟ้า ได้กลุ่มมิตซูบิชิ-ฮิตาชิ-สุมิโตโมจากประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้เริ่มงานเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2559 ล่าสุดมีความคืบหน้า 24.39% ยังล่าช้าจากแผน 20% ตามแผนจะแล้วเสร็จในปี 2563



ผมว่าอย่างน้อยก็ดีกว่ารฟทจัดการเองนะ
บันทึกการเข้า
24,02, 2018, 09:32:06
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,127



« ตอบ #55 เมื่อ: 24,02, 2018, 09:32:06 »

 ธุจ้า ขอบคุณครับท่าน ธุจ้า
บันทึกการเข้า
25,02, 2018, 16:35:43
มะอะอุ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,338



« ตอบ #56 เมื่อ: 25,02, 2018, 16:35:43 »



ยอดผลิตรถยนต์เดือน ม.ค. แตะ 1.66 แสนคัน ส่งสัญญาณบวก ขยายตัว 9.15% เติบโตทั้งในประเทศและส่งออก....
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Cr.https://www.posttoday.com/auto/541311
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26,02, 2018, 10:00:45 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
25,02, 2018, 20:57:14
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,374


คนฉลาดจะมีแต่ความสงสัย ส่วนคนโง่จะมีแต่ความมั่นใจ


« ตอบ #57 เมื่อ: 25,02, 2018, 20:57:14 »

ผมว่าอย่างน้อยก็ดีกว่ารฟทจัดการเองนะ

ครับผม

https://money.sanook.com/547169/
ลดค่าโดยสารเรือแสนแสบระยะละ 1 บาท มีผล 26 ก.พ.นี้

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า จากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดีเซลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้มีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดราคาลงเหลือ 26.69 บาท/ลิตร ซึ่งต่ำกว่า 27 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทางของกรมเจ้าท่า เรื่อง การกำหนดอัตราค่าโดยสารเรือกลประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กำหนดอัตราค่าโดยสารของเรือโดยสารในคลองแสนแสบตามช่วงราคาน้ำมันดีเซล

โดยให้มีการปรับเพิ่มหรือลดอัตราค่าโดยสาร เมื่อราคาน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงติดต่อกันเป็นเวลา 10 วัน ดังนั้น กรมเจ้าท่าจะออกประกาศให้เรือโดยสารในคลองแสนแสบปรับลดอัตราค่าโดยสารให้อยู่ในช่วงราคาน้ำมันดีเซล 25.01-27.00 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม กรมเจ้าท่า ได้ประสานงานกับบริษัท ครอบครัวขนส่ง จำกัด ผู้ประกอบการเรือโดยสารในคลองแสนแสบ ให้ปรับลดอัตราค่าโดยสารลงทันที ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 โดยไม่ต้องรอประกาศให้มีผลในวันที่ 1 มีนาคม 2561 ตามหลักเกณฑ์ต่อไป ซึ่งจะมีผลทำให้อัตราค่าโดยสารของเรือโดยสารในคลองแสนแสบ จากอัตราค่าโดยสารเดิมอยู่ที่ราคา 10-12-14-16-18-20 (ตามระยะ) (บาท/คน) ปรับลดเป็น 9-11-13-15-17-19 (ตามระยะ) (บาท/คน) โดยเป็นการปรับลดลงระยะละ 1 บาท
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
26,02, 2018, 10:52:11
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,374


คนฉลาดจะมีแต่ความสงสัย ส่วนคนโง่จะมีแต่ความมั่นใจ


« ตอบ #58 เมื่อ: 26,02, 2018, 10:52:11 »

https://www.prachachat.net/property/news-122338

ถนน 4 เลนนครนายกเสร็จแล้วรองรับโลจิสติกส์-หนุนท่องเที่ยว

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมได้ดำเนินการก่อสร้าง ขยายถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2005 แยกทางหลวงหมายเลข 33-บ้านคลอง 33 มีจุดเริ่มต้นโครงการจากถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) กม. ที่ กม.112 ไปทางทิศตะวันตก

โดยปรับปรุงถนนเดิมจากขนาด 2 ช่องจราจร เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก มีเกาะกลางกว้าง 4.50 เมตร ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ 1 แห่ง และก่อสร้างสะพานข้ามคลอง 3 แห่ง รวมระยะทาง 10.003 กิโลเมตร

ซึ่งถนนสายดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 33 กับทางหลวงชนบทสาย นย.3007 อันเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์ขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ในการใช้เป็นเส้นทางการเกษตรและอุตสาหกรรม รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยวให้สามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้ประชาชนได้สัญจรเรียบร้อยแล้ว
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
27,02, 2018, 07:29:16
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 20,374


คนฉลาดจะมีแต่ความสงสัย ส่วนคนโง่จะมีแต่ความมั่นใจ


« ตอบ #59 เมื่อ: 27,02, 2018, 07:29:16 »

https://www.prachachat.net/tourism/news-122856

“การบินไทย” แจ้งผลประกอบการปี’60 ขาดทุน 2 พันล้าน

ประชาชาติ
หน้าแรก  ธุรกิจท่องเที่ยว
ธุรกิจท่องเที่ยว
“การบินไทย” แจ้งผลประกอบการปี’60 ขาดทุน 2 พันล้าน
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 - 19:36 น.
2.2K
SHARES


บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2560 มีกำไรจากการดำเนินงานธุรกิจการบิน (Operating profit) จำนวน 2,856 ล้านบาท (ต่ำกว่าปีก่อน 29.8%) สาเหตุหลักมาจากค่าน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่สูงกว่าปีก่อน 24.2% ประกอบกับรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยต่ำกว่าปีก่อน 7.7% จากการแข่งขันที่รุนแรงและการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน (Fuel Surcharge) ถึงแม้ว่าจะมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารสูงกว่าปีก่อนก็ตาม ทั้งนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแล้ว บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 2,072 ล้านบาท

เรืออากาศเอก กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายบริหารงานกฎหมายและบริหารทั่วไป ปฏิบัติงานในหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2560 บริษัทฯ ได้เข้าสู่ระยะที่ 3 ของแผนปฏิรูปองค์กร คือ “การเติบโตอย่างยั่งยืน” โดยมีกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 6 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) พัฒนาเครือข่ายการบินที่แข่งขันได้ ทำกำไรและลดความซับซ้อนของฝูงบิน 2) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างรายได้ 3) สร้างความเป็นเลิศในการให้บริการ (Service Ring) 4) มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ 5) สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนความยั่งยืนและพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพดีเยี่ยม 6) บริหารบริษัทในเครือและกลุ่มธุรกิจ และพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจใหม่เพื่อความยั่งยืน โดยได้มีการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น การเปิดเส้นทางบินตรงสู่กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย เพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในจุดบินที่มีศักยภาพและขยายเส้นทางบินในภูมิภาคอาเซียนโดยใช้สายการบินไทยสมายล์

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เพิ่มศักยภาพฝูงบินโดยรับมอบเครื่องบินใหม่ จำนวน 7 ลำ และปลดระวางเครื่องบินเช่าดำเนินงาน A330-300 จำนวน 2 ลำ ทำให้ฝูงบิน ณ 31 ธันวาคม 2560 มีจำนวน 100 ลำ สูงกว่า ณ สิ้นปีก่อน 5 ลำ โดยมีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเพิ่มขึ้นจาก 11.5 ชั่วโมง เป็น 12.0 ชั่วโมง มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้น 6.4% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 14.7% อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 79.2% สูงกว่าปีก่อนซึ่งเฉลี่ยที่ 73.4% และสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยมีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 24.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.3%

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 บริษัทฯ ต้องเผชิญความท้าทายจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน และการแข่งขันที่รุนแรงจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินทั้งในประเทศและทั่วโลก ประกอบกับจากเหตุการณ์เครื่องยนต์โรลส์รอยซ์รุ่น TRENT1000 ที่ติดตั้งกับเครื่องบินโบอิ้ง 787-8 ที่บริษัทฯ มีอยู่ในฝูงบิน จำนวน 6 ลำ ที่ประสบปัญหาจากตัวใบพัดในเครื่องยนต์ (Turbine Blade) ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับสายการบินทั่วโลกที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบกับการให้บริการและกระทบต่อตารางการบิน ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ตลอดจนสูญเสียโอกาสในการหารายได้ตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจาเรียกค่าชดเชยจากผลกระทบดังกล่าว

ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยประจำปี 2560 มีรายได้ รวมจำนวน 191,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,389 ล้านบาท (6.3%) โดยเพิ่มขึ้นทั้งจากรายได้ค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกิน รายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์ และรายได้จากการบริการอื่นๆ ค่าใช้จ่าย รวมจำนวน 189,090 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12,604 ล้านบาท (7.1%) เป็นผลจากค่าน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น 4,879 ล้านบาท (10.8%) จากราคาน้ำมันเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 24.2% ประกอบกับปริมาณการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต ถึงแม้ว่าจะมีการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมันได้ดีขึ้นกว่าปีก่อนก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมน้ำมันสูงขึ้น 8,313 ล้านบาท (6.6%) สาเหตุหลักเกิดจากปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยานเพิ่มขึ้น ขณะที่มีต้นทุนทางการเงินสุทธิ ลดลง 588 ล้านบาท (11.5%) จากการบริหารเงินสดและการปรับโครงสร้างทางการเงินต่อเนื่องจากปีก่อน เป็นผลให้มีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 2,856 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 1,215 ล้านบาท

ในปี 2560 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว รวมจำนวน 979 ล้านบาท และรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน จำนวน 3,191 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 1,581 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 2,072 ล้านบาท โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,107 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.97 บาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 0.01 บาท
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 28   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: