GUN IN THAILAND
25,04, 2018, 19:53:33 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 7 8 [9]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สภาวะเศรษฐกิจ 4 รายงานสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่รากหญ้า จนถึงชั้นบรรยากาศสตาร์โตส  (อ่าน 1982 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
10,04, 2018, 21:39:07
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,681


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #120 เมื่อ: 10,04, 2018, 21:39:07 »

https://www.prachachat.net/general/news-142628

ทางหลวง เผยถนน 8 สายหลับในมากที่สุด เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ติดป้ายเตือน “ง่วงหยุดพัก”

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า นอกจากการเตรียมความพร้อมของกรมทางหลวง ในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์2561 ภายใต้นโยบาย One Transport ของกระทรวงคมนาคมแล้ว ยังสั่งการให้สำนักทางหลวงและแขวงทางหลวงในพื้นที่ติดตั้งป้ายเตือน “ง่วงหยุดพัก” และจุดบริการประชาชน เพิ่มเติมในจุดที่เกิดอุบัติเหตุบนสายทางที่พบว่าเกิดจากการหลับในของผู้ขับขี่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเหนื่อยล้าและเป็นทางตรงระยะยาว

โดยจากสถิติของสำนักอำนวยความปลอดภัยกรมทางหลวงพบว่า ทางหลวงจำนวน 8 สายทางที่มีสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่หลับใน ได้แก่

ทางหลวงหมายเลข 1 ตอน พาน – สันทรายหลวง ระหว่าง กิโลเมตรที่ 916 – 922 ระยะทางประมาณ 6 กม. พื้นที่จังหวัดเชียงราย

ทางหลวงหมายเลข 323 ตอนแยกปากกิเลน – น้ำตกไทรโยคใหญ่ ระหว่างกิโลเมตรที่ 110 – 115 ระยะทางประมาณ 5 กม.พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

ทางหลวงหมายเลข 1 ตอน วังม่วง – แม่เชียงรายบน ระหว่างกิโลเมตรที่ 535 – 540 ระยะทางประมาณ 5 กม. พื้นที่จังหวัดตาก

ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน น้ำรอด – พ่อตาหินช้าง ระหว่างกิโลเมตรที่ 415 – 425 ระยะทางประมาณ 10 กม. พื้นที่จังหวัดชุมพร

ทางหลวงหมายเลข 224 ตอน พะโค – หนองสนวน ระหว่างกิโลเมตรที่ 90 – 95 ระยะทางประมาณ 5 กม. พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ทางหลวงหมายเลข 402 ตอน หมากปรก – เมืองภูเก็ต ระหว่างกิโลเมตรที่ 30 – 35 ระยะทางประมาณ 5 กม. พื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน ปากท่อ – สระพัง ระหว่างกิโลเมตรที่123 – 133 ระยะทางประมาณ 10 กม.ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม

ทางหลวงหมายเลข 35 ตอน สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน – นาโคก ระหว่างกิโลเมตรที่ 40 – 45 ระยะทางประมาณ 5 กม. ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

อธิบดีกรมทางหลวง ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ในทั้ง 8 จุด กรมทางหลวงได้ติดตั้งป้ายเตือน “ง่วงหยุดพัก” ในจุดที่เหมาะสมเพื่อเตือนผู้ใช้ทางที่ผ่านพื้นที่ดังกล่าวทราบว่าจุดดังกล่าวมีโอกาสหลับในสูง

เนื่องจากเป็นทางตรงระยะยาว และเป็นจุดที่จะใกล้จุดหมายของผู้ขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่ฝืนตัวเอง ดังนั้นขอให้ผู้ใช้ทางหยุดพักเพื่อผ่อนคลาย โดยกรมทางหลวงแนะนำให้พักที่จุดบริการกรมทางหลวงที่ตั้งอยู่บนสายทางเนื่องจากมีความพร้อมในการรองรับทั้งที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องดื่ม รวมถึงข้อแนะนำต่างๆ
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
11,04, 2018, 20:23:46
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 821



« ตอบ #121 เมื่อ: 11,04, 2018, 20:23:46 »


สงกรานต์ปีนี้นอกจากเตรียมรถให้พร้อมแล้วต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมกันด้วยนะครับ
ขอให้พี่น้องสมาชิกเดินทางโดยสวัสดิภาพทุกท่านนะครับ ธุจ้า
บันทึกการเข้า
15,04, 2018, 21:06:52
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,681


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #122 เมื่อ: 15,04, 2018, 21:06:52 »

สงกรานต์ปีนี้นอกจากเตรียมรถให้พร้อมแล้วต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมกันด้วยนะครับ
ขอให้พี่น้องสมาชิกเดินทางโดยสวัสดิภาพทุกท่านนะครับ ธุจ้า


ขอบคุณครับ

https://www.sanook.com/news/6067854/

เล่นสงกรานต์เพลิน ขาดงาน 3 วัน เจ้านายเลิกจ้างได้ไม่ต้องจ่ายชดเชย เตือนวางแผนเดินทางกลับ

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สถานประกอบกิจการส่วนใหญ่ ได้ประกาศให้เป็นวันหยุดต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายวัน เพื่อให้ลูกจ้างเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัว และร่วมกิจกรรมตามประเพณีนิยม กสร. ขอฝากเตือนไปยังลูกจ้างทุกท่านที่เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์ให้วางแผนการเดินทางไปกลับเพื่อความสะดวก ปลอดภัยและกลับมาทำงานทันตามวันเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ขาดงานโดยไม่มีเหตุอันจำเป็น เพราะอาจทำให้ลูกจ้างถูกลงโทษทางวินัยและอาจเป็นสาเหตุให้นายจ้างบอกเลิกจ้างได้

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ได้กำหนดกรณีลูกจ้างละทิ้งหน้าเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควรนายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น จึงขอให้ลูกจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างเคร่งครัด
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
16,04, 2018, 09:58:03
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 821



« ตอบ #123 เมื่อ: 16,04, 2018, 09:58:03 »


“อยู่หมอชิตเรียกรถยาก” ฟังทางนี้! “ตำรวจ” บริการรับ-ส่งฟรี ต่อเนื่องวันที่ 2 แล้ว



ประชาชนที่ลงรถ-กลับจากต่างจังหวัด ที่สถานีขนส่งหมอชิต ให้ความสนใจใช้บริการ รถตู้ตำรวจฟรี ไปไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อย่างต่อเนื่อง

วันนี้(16 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันที ที่ประชาชนผู้ใช้บริการรถร่วมบริการ บขส. และรถเสริม ลงรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หรือหมอชิต เพื่อเตรียมตัวทำงานในวันพรุ่งนี้

ประชาชนจำนวนมาก ให้ความสนใจใช้บริการรถตู้ตำรวจ รับ-ส่งประชาชนฟรี เดินทางจากสถานีขนส่งหมอชิต ไปสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดบริการรถตู้รับ-ส่งประชาชนฟรี ระหว่างวันที่ 15 -17 เมษายน เวลา 04.00 น. – 09.00 น. และ 16.00 น. – 20 น. ซึ่งผู้สนใจ สามารถขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่บริเวณริมรั้ว ด้านหน้าสถานีขนส่งหมอชิต โดยจะมีตำรวจคอยอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือขนสัมภาระต่าง ๆ ให้กับประชาชน





ขอบคุณภาพจาก : FM91 Trafficpro
Cr.http://www.springnews.co.th/view/237710?sp=
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16,04, 2018, 10:09:32 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
16,04, 2018, 20:23:59
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,681


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #124 เมื่อ: 16,04, 2018, 20:23:59 »

จาก กระทู้ ข้างบนดีครับ นี่สิ ถึงจะเรียกว่า บริการประชาชน ของจริง

https://www.prachachat.net/economy/news-143914

“พาณิชย์” เผยผลประชุม TIFA กับสหรัฐ แจงเหตุผลไม่ให้ขึ้นภาษีเหล็ก-อลูมิเนียมจากไทย

กระทรวงพาณิชย์เผยผลการประชุมกรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย – สหรัฐฯ หรือ TIFA ระหว่างวันที่ 9 – 10 เมษายน 2561 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ได้หารือขอยกเว้นไม่ให้ขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย ชี้แจงเหตุผลครองส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ น้อย มีมาตรการดูแลไม่ให้เกิดการสวมสิทธิ และการทุ่มตลาด พร้อมร่วมแก้ปัญหาการผลิตส่วนเกินล้นตลาด ขณะเดียวกันได้แจ้งการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สหรัฐฯ ใช้ในการพิจารณาต่ออายุ GSP รวมทั้งได้หารือเพื่อให้สหรัฐฯ ยอมรับให้หน่วยงานเกษตรของไทยสามารถตรวจและออกเครื่องหมายรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์ของสหรัฐฯ ในสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยได้


นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังจากกลับจากนำคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุม TIFA กับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 9 – 10 เมษายน 2561 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ว่า ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญเรื่องการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยคำนึงถึง ความสัมพันธ์ที่ดีและมีมายาวนานระหว่างกันถึง 200 ปี ไทยได้ขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นการใช้มาตรการ 232 และไม่ขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย ชี้แจงเหตุผลในฐานะประเทศพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน อีกทั้งไทยมีการส่งออกและครองส่วนแบ่งตลาดเหล็กและอลูมิเนียมในสหรัฐฯ น้อย มีมาตรการกำกับดูแลไม่ให้เหล็กจากประเทศอื่นมาอ้างสิทธิว่าเป็นเหล็กจากไทย ตลอดจนมีการใช้มาตรการทุ่มตลาดกับเหล็กนำเข้าราคาต่ำทะลักเข้าไทย และพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการแก้ไขปัญหาเหล็กส่วนเกินในตลาดโลก ขณะเดียวกัน ไทยได้แจ้งการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองแรงงานซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งในส่วนการปราบปรามสินค้าละเมิดฯ การบังคับใช้กฎหมาย และการพัฒนาปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น และได้ขอให้สหรัฐฯ พิจารณาต่ออายุสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ GSP แก่ไทย โดยไม่จัดไทยไว้ในกลุ่มประเทศที่ต้องถูกทบทวนว่าจะได้ต่ออายุ GSP หรือไม่

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า การประชุม TIFA ครั้งนี้ ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะในประเด็นการต่ออายุ GSP เนื่องจากในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2561 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่ต้องถูกทบทวนการต่ออายุ GSP เพราะไม่ได้เปิดตลาดและคุ้มครองสิทธิแรงงาน และไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าว โดยประเทศที่อยู่ในรายการทบทวนและอาจเสี่ยงถูกตัด GSP จากสหรัฐฯ มี 3 ประเทศ คือ อินเดีย (กรณีเปิดตลาดโคนมและอุปกรณ์ทางการแพทย์) อินโดนีเซีย (กรณีเปิดตลาดสินค้า บริการและการลงทุน) และคาซัคสถาน (กรณีการคุ้มครองแรงงานและสิทธิแรงงาน) นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2561 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่มีการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่อาจส่งผลกระทบกับสหรัฐฯ ซึ่งจะต้องเฝ้าระวัง และมีการหารือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด มี 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าวเช่นกัน

นางนันทวัลย์ เสริมว่า ไทยยังได้หารือขอให้สหรัฐฯ เร่งกระบวนการตรวจสอบด้านสุขอนามัยกับสินค้าส้มโอของไทย เพื่อให้สามารถส่งออกส้มโอไปสหรัฐฯ ได้ ซึ่งสหรัฐฯ แจ้งว่ากระบวนการต่างๆ ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว และหากไม่มีผู้คัดค้าน ไทยน่าจะสามารถส่งออกส้มโอไปสหรัฐฯ ได้ภายในปีนี้ รวมทั้งได้หารือเรื่องที่จะให้กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ รับรองให้หน่วยงานไทย อาทิ กรมการข้าว และกรมวิชาการเกษตรของไทย เป็นหน่วยงานที่สามารถตรวจและออกเครื่องหมายรับรองเกษตรอินทรีย์ของสหรัฐฯ กับสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยไปตลาดโลก โดยเฉพาะในตลาดที่ให้การยอมรับตราเครื่องหมายรับรองเกษตรอินทรีย์ของสหรัฐฯ

สำหรับเรื่องที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้ไทยยอมรับค่าความปลอดภัยของสารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) ในเนื้อหมูและเครื่องใน ตามมาตรฐาน Codex นั้น ไทยได้ชี้แจงให้เห็นว่าจะต้องมีการศึกษาและมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะหารือร่วมกันต่อไปในเรื่องการศึกษา และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับระดับความปลอดภัยของการใช้สารแรคโตพามีน การประเมินความเสี่ยงต่อผู้บริโภค และการจัดการด้านความปลอดภัยผู้บริโภค เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปี 2560 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 3 ของไทย รองจาก จีน และญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายมีมูลค่าการค้ารวม 41,400.82 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 13.30 โดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 26,536.64 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีสินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า และไทยนำเข้าจากสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 14,864.18 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีสินค้านำเข้าสำคัญได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ น้ำมันดิบ อุปกรณ์ยานยนต์ แผงวงจรไฟฟ้า เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16,04, 2018, 20:25:37 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
17,04, 2018, 21:17:34
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,681


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #125 เมื่อ: 17,04, 2018, 21:17:34 »

https://www.matichon.co.th/news/920642

ราชกิจจาฯ ประกาศกำหนด ‘มาตรฐานปลาร้า’ ระบุกลิ่นต้องหอม เนื้อนุ่ม ไม่มีพยาธิ-สิ่งแปลกปลอม

เมื่อวันที่ 17 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้า : ปลาร้าตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 โดยระบุว่าด้วยคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรเห็นสมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องปลาร้าเป็นมาตรฐานทั่วไปตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร 2551 เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 15 และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ประกอบมติคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ในการประชุมครั้งที่ 1/ 2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงออกประกาศกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ปลาร้า มกษ. 7023-2561 ไว้เป็นมาตรฐานทั่วไป

สำหรับเนื้อหาโดยสรุป กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับปลาร้า ตั้งแต่คำอธิบาย กระบวนการผลิต ส่วนประกอบและเกณฑ์คุณภาพซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะทางกายภาพที่ต้องคลุกเคล้ากันพอดี ไม่แห้งหรือเละเกินไป เนื้อปลานุ่ม หนังไม่ฉีกขาด มีสีตามลักษณะเฉพาะของเนื้อปลา กลิ่นหอมตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นคาว เหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว เป็นต้น
สำหรับการใส่เกลือ ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 โดยน้ำหนัก ไม่พบพยาธิตัวจี๊ดและตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในตับ ไม่มีสิ่งแปลกปลอม แมลง ชิ้นส่วนสัตว์ที่ไม่ใช่ปลา และปลาที่ไม่ได้บรรจุในฉลาก ห้ามใช้สีและวัตถุกันเสีย สารปนเปื้อนต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ ยังระบุถึงเกณฑ์กำหนดด้านจุลินทรีย์ในปลาร้าอย่างละเอียด รวมถึงการบรรจุและการแสดงฉลากสำหรับขายปลีก และขายส่ง อีกทั้งเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรซึ่งให้เป็นไปตามกฎกระทรวงอีกด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17,04, 2018, 21:19:16 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
18,04, 2018, 20:39:42
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 821



« ตอบ #126 เมื่อ: 18,04, 2018, 20:39:42 »


จาก กระทู้ ข้างบนดีครับ นี่สิ ถึงจะเรียกว่า บริการประชาชน ของจริง

https://www.prachachat.net/economy/news-143914

“พาณิชย์” เผยผลประชุม TIFA กับสหรัฐ แจงเหตุผลไม่ให้ขึ้นภาษีเหล็ก-อลูมิเนียมจากไทย

กระทรวงพาณิชย์เผยผลการประชุมกรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย – สหรัฐฯ หรือ TIFA ระหว่างวันที่ 9 – 10 เมษายน 2561 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ได้หารือขอยกเว้นไม่ให้ขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย ชี้แจงเหตุผลครองส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ น้อย มีมาตรการดูแลไม่ให้เกิดการสวมสิทธิ และการทุ่มตลาด พร้อมร่วมแก้ปัญหาการผลิตส่วนเกินล้นตลาด ขณะเดียวกันได้แจ้งการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สหรัฐฯ ใช้ในการพิจารณาต่ออายุ GSP รวมทั้งได้หารือเพื่อให้สหรัฐฯ ยอมรับให้หน่วยงานเกษตรของไทยสามารถตรวจและออกเครื่องหมายรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์ของสหรัฐฯ ในสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยได้


นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังจากกลับจากนำคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุม TIFA กับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 9 – 10 เมษายน 2561 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ว่า ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญเรื่องการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยคำนึงถึง ความสัมพันธ์ที่ดีและมีมายาวนานระหว่างกันถึง 200 ปี ไทยได้ขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นการใช้มาตรการ 232 และไม่ขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย ชี้แจงเหตุผลในฐานะประเทศพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน อีกทั้งไทยมีการส่งออกและครองส่วนแบ่งตลาดเหล็กและอลูมิเนียมในสหรัฐฯ น้อย มีมาตรการกำกับดูแลไม่ให้เหล็กจากประเทศอื่นมาอ้างสิทธิว่าเป็นเหล็กจากไทย ตลอดจนมีการใช้มาตรการทุ่มตลาดกับเหล็กนำเข้าราคาต่ำทะลักเข้าไทย และพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการแก้ไขปัญหาเหล็กส่วนเกินในตลาดโลก ขณะเดียวกัน ไทยได้แจ้งการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองแรงงานซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งในส่วนการปราบปรามสินค้าละเมิดฯ การบังคับใช้กฎหมาย และการพัฒนาปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น และได้ขอให้สหรัฐฯ พิจารณาต่ออายุสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ GSP แก่ไทย โดยไม่จัดไทยไว้ในกลุ่มประเทศที่ต้องถูกทบทวนว่าจะได้ต่ออายุ GSP หรือไม่

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า การประชุม TIFA ครั้งนี้ ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะในประเด็นการต่ออายุ GSP เนื่องจากในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2561 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่ต้องถูกทบทวนการต่ออายุ GSP เพราะไม่ได้เปิดตลาดและคุ้มครองสิทธิแรงงาน และไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าว โดยประเทศที่อยู่ในรายการทบทวนและอาจเสี่ยงถูกตัด GSP จากสหรัฐฯ มี 3 ประเทศ คือ อินเดีย (กรณีเปิดตลาดโคนมและอุปกรณ์ทางการแพทย์) อินโดนีเซีย (กรณีเปิดตลาดสินค้า บริการและการลงทุน) และคาซัคสถาน (กรณีการคุ้มครองแรงงานและสิทธิแรงงาน) นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2561 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่มีการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่อาจส่งผลกระทบกับสหรัฐฯ ซึ่งจะต้องเฝ้าระวัง และมีการหารือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด มี 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าวเช่นกัน

นางนันทวัลย์ เสริมว่า ไทยยังได้หารือขอให้สหรัฐฯ เร่งกระบวนการตรวจสอบด้านสุขอนามัยกับสินค้าส้มโอของไทย เพื่อให้สามารถส่งออกส้มโอไปสหรัฐฯ ได้ ซึ่งสหรัฐฯ แจ้งว่ากระบวนการต่างๆ ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว และหากไม่มีผู้คัดค้าน ไทยน่าจะสามารถส่งออกส้มโอไปสหรัฐฯ ได้ภายในปีนี้ รวมทั้งได้หารือเรื่องที่จะให้กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ รับรองให้หน่วยงานไทย อาทิ กรมการข้าว และกรมวิชาการเกษตรของไทย เป็นหน่วยงานที่สามารถตรวจและออกเครื่องหมายรับรองเกษตรอินทรีย์ของสหรัฐฯ กับสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยไปตลาดโลก โดยเฉพาะในตลาดที่ให้การยอมรับตราเครื่องหมายรับรองเกษตรอินทรีย์ของสหรัฐฯ

สำหรับเรื่องที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้ไทยยอมรับค่าความปลอดภัยของสารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) ในเนื้อหมูและเครื่องใน ตามมาตรฐาน Codex นั้น ไทยได้ชี้แจงให้เห็นว่าจะต้องมีการศึกษาและมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะหารือร่วมกันต่อไปในเรื่องการศึกษา และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับระดับความปลอดภัยของการใช้สารแรคโตพามีน การประเมินความเสี่ยงต่อผู้บริโภค และการจัดการด้านความปลอดภัยผู้บริโภค เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปี 2560 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 3 ของไทย รองจาก จีน และญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายมีมูลค่าการค้ารวม 41,400.82 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 13.30 โดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 26,536.64 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีสินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า และไทยนำเข้าจากสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 14,864.18 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีสินค้านำเข้าสำคัญได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ น้ำมันดิบ อุปกรณ์ยานยนต์ แผงวงจรไฟฟ้า เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์

ยินดีด้วยนะครับ ผลการเจรจาที่ออกมาถือเป็นเรื่องดี และทำให้ไทยและสหรัฐฯยังเป็น
พันธมิตรที่ดีต่อกัน
บันทึกการเข้า
20,04, 2018, 17:19:32
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 821



« ตอบ #127 เมื่อ: 20,04, 2018, 17:19:32 »

https://www.matichon.co.th/news/920642

ราชกิจจาฯ ประกาศกำหนด ‘มาตรฐานปลาร้า’ ระบุกลิ่นต้องหอม เนื้อนุ่ม ไม่มีพยาธิ-สิ่งแปลกปลอม

เมื่อวันที่ 17 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้า : ปลาร้าตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 โดยระบุว่าด้วยคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรเห็นสมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องปลาร้าเป็นมาตรฐานทั่วไปตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร 2551 เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 15 และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ประกอบมติคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ในการประชุมครั้งที่ 1/ 2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงออกประกาศกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ปลาร้า มกษ. 7023-2561 ไว้เป็นมาตรฐานทั่วไป

สำหรับเนื้อหาโดยสรุป กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับปลาร้า ตั้งแต่คำอธิบาย กระบวนการผลิต ส่วนประกอบและเกณฑ์คุณภาพซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะทางกายภาพที่ต้องคลุกเคล้ากันพอดี ไม่แห้งหรือเละเกินไป เนื้อปลานุ่ม หนังไม่ฉีกขาด มีสีตามลักษณะเฉพาะของเนื้อปลา กลิ่นหอมตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นคาว เหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว เป็นต้น
สำหรับการใส่เกลือ ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 โดยน้ำหนัก ไม่พบพยาธิตัวจี๊ดและตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในตับ ไม่มีสิ่งแปลกปลอม แมลง ชิ้นส่วนสัตว์ที่ไม่ใช่ปลา และปลาที่ไม่ได้บรรจุในฉลาก ห้ามใช้สีและวัตถุกันเสีย สารปนเปื้อนต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ ยังระบุถึงเกณฑ์กำหนดด้านจุลินทรีย์ในปลาร้าอย่างละเอียด รวมถึงการบรรจุและการแสดงฉลากสำหรับขายปลีก และขายส่ง อีกทั้งเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรซึ่งให้เป็นไปตามกฎกระทรวงอีกด้วย


ก็ดีครับ สะอาดแล้วมันเป็นมาตรฐานทั่วไป ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจคุณภาพมากขึ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20,04, 2018, 18:33:57 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
21,04, 2018, 17:57:56
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 821



« ตอบ #128 เมื่อ: 21,04, 2018, 17:57:56 »


 ธุจ้าขออนุญาตท่านเจ้าของกระทู้นำข้อมูลมาแบ่งปันครับ ธุจ้า

ปรากฏการณ์แจ๊คหม่า ขายทุเรียน 80,000 ลูกใน 1 นาที



จีนจะเข้ามา "กินรวบ" ไทย? / โดย ลงทุนแมน
ถ้าเราตกใจกับเรื่อง
แจ๊คหม่าขายทุเรียนได้ 80,000 ลูกภายใน 1 นาที
ถ้าเราได้อ่านข้อมูลนี้จะตกใจมากขึ้น
ว่าอาณาจักร อาลีบาบา ใหญ่แค่ไหน

เว็บไซต์ Tmall ตั้งราคาขายทุเรียนลูกละ 990 บาท ก็แปลว่ามูลค่าทุเรียนที่ขายได้คือ 80 ล้านบาทภายใน 1 นาที

จริงๆแล้วอาลีบาบาเคยขายได้เร็วสุดขนาดไหน?

ปีที่แล้วโปรโมชั่นในวันคนโสดจีน อาลีบาบาขายได้สินค้ารวมกันได้ 30,000 ล้านบาท ภายใน 2 นาที..

ยอดขาย 30,000 ล้านบาท ห้างสรรพสินค้าบางแห่งของไทยขายทั้งปียังไม่ได้เท่านี้

แล้วทั้งปีอาลีบาบาขายสินค้าได้เท่าไร?

ปี 2017 อาลีบาบาขายสินค้าในประเทศจีนได้ทั้งหมด 18.7 ล้านล้านบาท มากกว่า GDP ไทยทั้งประเทศที่ 14 ล้านล้านบาท

ที่น่าสนใจต่อมา ทั้งหมดเป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์..

และ 79% เป็นการซื้อผ่านมือถือ ส่วนที่เหลืออีกแค่ 21% เป็นการซื้อผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์

คนไทยกำลังตื่นเต้นกับเงิน 11,000 ล้านบาท ที่อาลีบาบาเข้ามาลงทุนในไทย

แต่ปีที่แล้วอาลีบาบามีกำไร 200,000 ล้านบาท ก็เท่ากับว่าอาลีบาบาเจียดเงินแค่ 5% ของกำไรปีที่แล้วเข้ามาลงทุนในไทยครั้งนี้

ถ้าถามว่าการลงทุนในครั้งนี้จะดูดีในสายตาบางคน แต่ในอีกแง่มุมก็อาจมีคนเสียประโยชน์

ใครได้ประโยชน์ และ ใครเสียประโยชน์?

คนที่ได้ประโยชน์ก็คือ

1) ผู้บริโภค ทั้งคนไทยและคนจีน เมื่อทุกอย่างเชื่อมถึงกัน สินค้าราคาถูกจากจีนก็จะถูกนำเข้ามา สินค้าราคาถูกจากไทยก็ส่งออกไป สุดท้ายผู้บริโภคทั้ง 2 ประเทศจะซื้อของได้ถูกลง

2) จะเกิดการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวกับ e-commerce เป็นจำนวนมาก และจะมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องใหม่ๆเกิดขึ้น เช่นการขนส่งพัสดุ การสร้างคลังสินค้า

3) ธุรกิจ SME โรงงาน ผู้ผลิต ที่สามารถนำเสนอสินค้าแปลกใหม่ จากเดิมไม่รู้จะเข้าถึงตลาดยังไง แต่ตอนนี้จะเข้าถึงตลาดได้มากขึ้นเป็นร้อยล้านคน

4) แพลตฟอร์มคนกลางก็จะได้ประโยชน์ เพราะจะกินส่วนแบ่งจากสินค้าที่ขายได้ ซึ่งก็คือ อาลีบาบานั่นเอง

ใครเสียประโยชน์?

1) เจ้าของกิจการค้าปลีกดั้งเดิมในไทย จะสู้สินค้าออนไลน์ที่ต้นทุนต่ำกว่า มีราคาสินค้าถูกกว่าไม่ได้

2) พ่อค้าคนกลาง หรือ ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า จะถูกตัดออกไป ถ้าอยากอยู่ได้ก็ต้องมาขายสินค้าในอาลีบาบา

3) ธุรกิจ SME โรงงาน ผู้ผลิต ที่ผลิตสินค้าที่ทับซ้อนกับคนจีน บางรายจะแข่งเรื่องต้นทุนไม่ได้ ทำให้ถูกแย่งตลาด

เรื่องนี้อาจจะดูน่ากลัว แต่จริงๆแล้วเราควรจะกลัวมานานแล้ว

เพราะถึงไม่มีเรื่องนี้

อาลีบาบาก็เข้ามาประเทศไทยได้ซักพักแล้ว โดยที่เราไม่รู้ตัว..

นั่นก็คือ ลาซาด้า (LAZADA)

เรามาดูงบการเงินของลาซาด้ากันว่าเขาทำธุรกิจอย่างไร

ปี 2557 บริษัทลาซาด้า ขาดทุน 863 ล้านบาท
ปี 2558 บริษัทลาซาด้า ขาดทุน 1,959 ล้านบาท
ปี 2559 บริษัทลาซาด้า ขาดทุน 2,115 ล้านบาท
ปี 2560 บริษัทลาซาด้า ขาดทุน 568 ล้านบาท

ทำไมลาซาด้ายอมขาดทุนปีละพันล้าน?

คำตอบคือ ตอนแรกลาซาด้ายอมขายของขาดทุนเพื่อแย่งให้คนมาซื้อในโลกออนไลน์

แต่เรื่องนี้มีอะไรซ่อนอยู่

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ขายได้ปริมาณที่มากพอ ณ จุดนั้น การขายสินค้าบนโลกจริงจะมีต้นทุนที่สู้ในโลกออนไลน์ไม่ได้ ไม่มีทางเลยที่เราจะมีร้านขายทุเรียนที่ไม่มีพนักงานขาย แต่ขายได้ 80,000 ลูกใน 1 นาที

และสิ่งที่อาลีบาบากำลังเข้ามาลงทุนก็คงหนีไม่พ้นการเข้ามาเสริม Scale ให้เข้าถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วขึ้น..

เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็คงไม่ต่างจากสมัยพระนารายณ์เลือกทำการค้ากับชาวต่างประเทศมากมาย

สมัยก่อนอาจจะเป็นฝรั่งหัวทอง

แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเรื่องราวต่างจากเดิมคือ เปลี่ยนเป็นคนจีนหัวดำ

สุดท้ายการค้าจะคึกคักขึ้น มีสินค้าไทยส่งออกไปต่างประเทศมากมาย

สมัยก่อนเป็นงาช้าง แต่สมัยนี้อาจเป็นทุเรียน

แต่ที่จะไม่เปลี่ยนไปเลย คือ

เรื่องนี้ จะมีคนที่ได้ประโยชน์เยอะมาก

และก็เสียประโยชน์เยอะมากเช่นกัน..
--------
ติดตามบทความลงทุนแมน ได้ที่
-แอปลงทุนแมน longtunman.com/app
-อินสตาแกรม instagram.com/longtunman
-ทวิตเตอร์ twitter.com/longtunman
-ไลน์ line.me/R/ti/p/%40longtunman
--------
[5526].



Cr.https://www.facebook.com/longtunman/
บันทึกการเข้า
22,04, 2018, 21:16:04
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,681


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #129 เมื่อ: 22,04, 2018, 21:16:04 »

http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/699226


แผนสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ทุ่ม 6 หมื่นล้านบาทฤกษ์สร้างใน 10 ปี

สนามบินเชียงใหม่ เปิดบริการครบ 30 ปี เมื่อ 1 มีค.ที่ผ่านมาปีที่แล้วมีอากาศยานพาณิชย์ขึ้น-ลง 71,994 เที่ยวบิน มีสายการบินประจำในประเทศ 8 สายการบิน ใน 13 เส้นทาง และระหว่างประเทศ 26 สายการบิน ใน 23 เส้นทาง เฉลี่ย 221 เที่ยวบินต่อวัน

มีผู้โดยสาร 10.23 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 8.30 เดินทางระหว่างประเทศราวๆ 2.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.72 % เป็นผู้โดยสารชาวจีนถึง 1.42 ล้านคน และมีปริมาณขนถ่ายสินค้า 17,303 พัสดุภัณฑ์
ศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ 8 ล้านคนต่อปี แต่ปีที่ผ่านมาเกินกว่า 10 ล้านคน พุ่งแบบก้าวกระโดด จึงต้องปรับการคาดการณ์จากเดิมปี 2568 จะรองรับได้ 18 ล้านคน มาเป็นเป้าปี 2565 ส่วนปี 2574 จะรองรับได้ 20 ล้านคน ก็ร่นมาเป็นปี 2568
จากข้อมูลฝ่ายบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ”ทอท” ระบุว่าเบื้องต้นจะเน้นแก้ปัญหาระยะสั้นในสนามบินเชียงใหม่ และสนามบินภูเก็ตก่อน
แม้จะเร่งปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนขยายพื้นที่บริการ ภายใต้คุณภาพระดับสากลมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) มาโดยตลอด ก็ยังไม่ทันต่ออัตราเติบโตของปริมาณผู้โดยสาร

ปีนี้สนามบินเชียงใหม่เร่งปรับปรุงหลายด้านเช่น เพิ่มพื้นที่บริเวณหน้าชานชาลาอาคารผู้โดยสาร จัดเจ้าหน้าที่ตรวจค้นให้เพียงพอกับจำนวนเครื่องเอ็กซเรย์ และอีกหลายๆแผน จากนั้นปี 2562 จะพัฒนาพื้นที่ดาดฟ้าชั้น 2 เป็นห้องโถงผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ เป็นต้น ด้วยงบพัฒนาต่อเนื่องเกือบ 2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ทอท.วางแผนลงทุนระยะ 10 ปี (2558-2568) ใช้งบฯลงทุน 2.2 แสนล้านบาท ปรับแผนให้รองรับกับศักยภาพจริงที่มีผู้โดยสารใช้บริการแต่ละสนามบิน

สำหรับ พื้นที่สร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 จะอยู่บริเวณ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน รัฐบาลมีนโยบายจะสร้างไว้รองรับลูกค้าระดับแมสที่เพิ่มสูงขึ้นทุก ๆ ปี ส่วนที่เดิมจะรองรับลูกค้าระดับไฮเอนด์

แห่งที่2 จะรองรับผู้ใช้บริการได้ 10 ล้านคน ใช้เงินลงทุนประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเสนอให้บอร์ดเห็นชอบในหลักการช่วง เม.ย.- พ.ค.นี้ พร้อมสนามบินภูเก็ต

ส่วนจะเริ่มลงทุนเมื่อไหร่ต้องขึ้นอยู่กับการผลักดันอย่างจริงจังของภาครัฐด้วย ที่น่ากังวลคือ หาก 2สนามบินแห่งใหม่ไม่เสร็จใน 10 ปีนี้ความแออัดของสนามบินจะอลหม่านกว่านี้

อย่างไรก็ตามแผนพัฒนาสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 มีภาคเอกชนทั้งร่วมทุนไทยและทุนจีน เช่นกลุ่มจินเป่ยให้ความสนใจที่จะลงทุนในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ โดยพร้อมระดมทุนเพื่อลงทุนให้ในวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท มีเงื่อนไขร่วมบริหารระยะหนึ่ง ซึ่งนำเสนอจังหวัด และเข้าพบตัวแทนรัฐบาล เมื่อ 9 สิงหาคม 2560 แล้ว

แต่ท้ายที่สุดรัฐบาล ฟันธงพื้นที่ก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งใหม่ ที่บ้านธิ ลำพูน ส่วนการดำเนินงานตามแผนก็อย่างที่ทราบๆกัน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

อยากถามชาวเชียงใหม่ว่า อยากให้สร้างที่ไหนระหว่าง อำเภอดอยหล่อ เชียงใหม่ที่มีทุนพร้อมกว่า 1.5 แสนล้านบาท กับ ที่บ้านธิ ลำพูน ซึ่งรัฐฯต้องผลักดันงบกว่า 6 หมื่นล้านมาดำเนินการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22,04, 2018, 21:21:20 โดย storm40sw » บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
22,04, 2018, 22:56:25
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 821



« ตอบ #130 เมื่อ: 22,04, 2018, 22:56:25 »


ได้คุยกับคนเชียงใหม่ท่านนึง บอกว่า
สนับสนุนให้สร้างที่ดอยหล่อจ้าว ไม่ไกลจากตัวเมืองและมีถนนหลายสายเชื่อมระหว่างอำเภอ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23,04, 2018, 08:01:55 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
24,04, 2018, 23:16:25
storm40sw
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 19,681


คิดจะเป็นคนดีอย่ามีเงื่อนไข


« ตอบ #131 เมื่อ: 24,04, 2018, 23:16:25 »

https://www.matichonacademy.com/content/article_12300

เมื่อ”แฟนต้า”น้ำแดง ประกาศเป็นเจ้าแห่งน้ำไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์-ทำไมคนไทยต้องถวายน้ำแดง?

เป็นภาพที่แชร์กันทั่วไปในโลกโซเชียล กับแบรนด์น้ำอัดลมแฟนต้า น้ำแดงที่ใส่ภาพการ์ตูนนางกวักพร้อมตัวอักษร “เงินทองจงมา” จนกลายเป็นเรื่องฮาในโลกออนไลน์ในแบบที่ใครก็ต้องรับว่าเป็นความจริง ซึ่งเรื่องนี้ก็เกิดความขำขันตรงที่แบรนด์แฟนต้าประเทศไทยออกมาเล่นมุขนี้ซะเอง
กระนั้น ความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งได้ทำต่อเนื่องกันมา
หลายคนก็สงสัยว่าทำไมคนไทยจึงต้องถวายน้ำแดงไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น กุมารทอง เจ้าแม่นางกวัก หรือศาลพระภูมิ เจ้าที่

โดยเฉพาะร้านค้าต่างๆ ถ้าที่นั่นมี “เจ้าแม่นางกวัก” ก็ต้องมีน้ำแดงวางไว้อยู่ด้วย

โดยมีความเชื่อต่างๆนานาว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชอบน้ำแดงบ้าง บ้างก็เชื่อว่าอาจจะเป็นตัวแทนของเลือด คล้ายพิธีการเซ่นสังเวย เพื่อเป็นการสักการะบูชาสิ่งที่ตนนับถือ

ขณะที่ในแง่วิทยาศาสตร์มองว่าสีแดงให้ความรู้สึกที่ดี มีความขลัง สร้างพลัง สร้างขวัญกำลังใจได้ดีกว่า

ขณะที่บ้างก็มองว่าเป็นการเปลี่ยนรูปแบบมาจากน้ำอุทัยทิพย์ เพราะในสมัยก่อนมีแต่สิ่งนี้เท่านั้นที่เป็นสีแดง หรือแม้กระทั่งแต่ก่อนอาจจะถวายน้ำเปล่าแต่ที่น้ำเปลี่ยนสีแดงเพราะเสียบก้านธูปลงไป จึงทำให้เชื่อมาจนถึงทุกวันนี้ว่าต้องถวาย น้ำแดง

และลงเอยว่าสีแดง เป็นสีมงคล แสดงถึง ความศักดิ์สิทธิ์

ขณะเดียวกันเราจะเห็นว่า นอกจาก “น้ำแดง” แล้วอาหารที่มักนิยมถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเลือกใช้สีแดงและสีทองเป็นหลัก ถ้าทำสีแดงไม่ได้ก็จะแต้มสีแดงเช่น หัวหมู หมูสามชั้น ซาละเปา ขนมเปี๊ยะ ฯลฯ หรือจะเป็นแดงล้วนเลยเช่น น้ำแดง (อย่างไง ๆ ก็ต้องมีน้ำชา น้ำเหล้า ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องดื่มหลักวางไว้ด้วย) ขนมถ้วยฟู ขนมอี๋ (พวกนี้กลายเป็นสีแดงอ่อน/ชมพู ไปแล้ว)

 
บันทึกการเข้า

My mind is the weapon...Everything else is merely an accessory
แต่ข้าผู้ยากไร้  มีเพียงฝันของข้า  ข้าหว่านความฝันไว้ที่ใต้เท้าท่าน  เหยียบเบาๆเพราะท่านเหยียบบนความฝันของข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: