GUN IN THAILAND
25,02, 2018, 03:59:08 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 21   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก ภาค#16  (อ่าน 4117 ครั้ง)
Mandrill และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
03,02, 2018, 01:13:14
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #15 เมื่อ: 03,02, 2018, 01:13:14 »

แฉวิธีการลอบสังหารของ “มอสสาด”-จากยาสีฟันอาบพิษ จนถึงโดรนติดอาวุธ !!

บลูมเบิร์ก รายงาน Ronen Bergman นักข่าวฝ่ายข้อมูลและความมั่นคงของนิตยสาร Yediot Aharonot ได้เปิดเผยถึงปฏิบัติการก่อการร้ายต่างๆที่อิสราเอลดำเนินการในช่วงเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา ในหนังสือเล่มใหม่ของเขาที่ได้รับการตีพิมพ์ โดยเขาได้นำเสนอวิธีการบางอย่างที่มอสสาดและหน่วยข่าวกรองอื่นๆ ของระบอบการปกครองยิวไซออนิสต์ใช้ เพื่อลอบสังหารเจ้าหน้าที่ นักวิทยาศาสตร์และฝ่ายตรงข้าม

Bergman ในหนังสือเล่มใหม่ของเขาภายใต้ชื่อ  “ลุกขึ้น แล้วจงฆ่า” : ประวัติความลับของอิสราเอลในการลอบสังหาร” – โดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น ยาสีฟันอาบยาพิษ ที่กำหนดให้เป้าหมายถึงแก่ชีวิตภายในหนึ่งเดือน, โดรนติดอาวุธ, ระเบิดโทรศัพท์, กล้องโทรทรรศน์ติดตั้งระเบิดควบคุมระยะไกล ที่ใช้ไปในการลอบสังหารบรรดานักวิทยาศาสตร์ฝ่ายตรงกันข้าม และผู้หญิง อีกหนึ่งเครื่องมือที่อิสราเอลใช้ เพื่อเป็นสายลับเข้าไปในหมู่เป้าหมายมุสลิมชาย เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการของอิสราเอล

ในหนังสือเล่มนี้ Bergman ได้อธิบายรูปแบบ และวิธีการใช้เทคนิคต่างๆเหล่านี้ และยอมรับว่าในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา ระบอบปกครองยิวไซออนิสต์ได้ดำเนินการลอบสังหารอย่างน้อยที่สุด 2,700 ครั้ง  Bergman อ้างว่า ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นบนพื้นฐานของการสัมภาษณ์บุคลากรนับพันคน  (รวม เจ้าหน้าที่อาวุโสและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของระบอบการปกครองยิวไซออนนิสต์) และทบทวนเอกสารนับพันชิ้น   หนังสือเล่มนี้กล่าวว่า อิสราเอลใช้การลอบสังหารแทนสงคราม ตัวอย่างเช่น แทนที่จะโจมตีทางทหารกับอิหร่าน ก็จะทำการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของอิหร่านไปอย่างน้อยห้าคน

ในหนังสือเล่มนี้ เขาได้อ้างว่า อิสราเอลได้ใช้การฉายรังสีพิษในการลอบสังหาร ยัสเซอร์ อาราฟัต (Yasser Arafat)

ตามคำเขียนของบลูมเบิร์ก ระบุว่า  Bergman  ได้ตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า  “ลุกขึ้นและจงฆ่า” อาศัยจากคำสอนที่มีอยู่ในคัมภีร์ (תלמוד)  ซึ่งได้มีการกล่าวว่า “ถ้ามีคนจะมาฆ่าคุณ  คุณต้องฆ่าเขาก่อน”

ในหนังสือเล่มนี้ได้อธิบายประวัติศาสตร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลเป้าหมาย และยุทธวิธีที่หน่วยงานข่าวกรองหลายแห่งของระบอบนี้ได้นำมาใช้  เหตุการณ์ที่สามารถชี้ถึงเรื่องนี้ เช่น ในปี 1970 หัวหน้าใหม่ของมอสสาดได้ทำการดำเนินการเปิดบริษัทการค้าหลายร้อยแห่งใน Maurabahr และประเทศอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายว่าในวันหนึ่งพวกเขาอาจจะใช้มันในการนี้  ตัวอย่างเช่นมอสสาดได้สร้าง บริษัท ขนส่งในตะวันออกกลางซึ่งทำการปกปิดการปฏิบัติการในน่านน้ำชายฝั่งมานานหลายปี

Source: tasnimnews akharinkhabar
AB News Today แปล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03,02, 2018, 01:15:57 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 01:18:38
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #16 เมื่อ: 03,02, 2018, 01:18:38 »

ช่วงนี้ นานาประเทศกำลังเดินสายเช็คสมัครพรรคพวก จับขั้วแบ่งฝ่ายกันอุตลุต ล่าสุดอินเดียจับมือยิว

เปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์ – หลัง “เนทันยาฮูเยือนอินเดีย” ครั้งประวัติศาสตร์!

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้เดินทางเยือนกรุงนิวเดลีเป็นเวลาหกวัน เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินเดีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งการเยือนครั้งนี้ นายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดียก็ได้เดินทางมารับถึงสนามบินด้วยตัวเอง สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายได้โพสต์ผ่านหน้าทวิตเตอร์ถึงมิตรภาพที่ดีต่อกันมาแล้ว

การเดินทางเยือนกรุงนิวเดลีของเบนจามิน เนทันยาฮู พร้อมด้วยคณะผู้แทนด้านต่างๆ 130 คน เช่น ด้านไซเบอร์ ด้านเกษตรกรรมและด้านกลาโหมนั้น เขาหวังว่าการเยือนในครั้งนี้จะสามารถบรรลุข้อตกลงระดับสูงกับอินเดียได้ ทั้งนี้ก่อนการเดินทาง นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้กล่าวถึงการเดินทางครั้งนี้ว่า เป็นการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ และจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทลอาวีฟและนิวเดลีในทุกด้าน รวมถึงด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่ออิสราเอลเป็นอย่างมาก

โดยรวมแล้วความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับอิสราเอลนั้น สามารถแบ่งออกเป็นสี่ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงแรก-เกิดขึ้นในปี 1917 – 1950 ในช่วงนี้ชาวอินเดียมีทัศนคติเชิงลบต่ออิสราเอลและผู้นำประเทศ เช่น คานธี ถือว่าการสร้างความสัมพันธ์กับอิสราเอลนั้นเป็นการทรยศต่อมนุษยชาติ

ช่วงที่สอง คือ ช่วงปี 1950 – 1992 แม้ว่าในช่วงนี้นิวเดลีจะยอมรับการเป็นประเทศของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลอย่างสมบูรณ์

ในช่วงที่สาม- เริ่มตั้งแต่ปี 1992 – 2014 ในช่วงเวลานี้ ทั้งสองฝ่ายได้เพิ่มความสัมพันธ์ทางการทูตกันอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงช่วงที่สี่ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากปี 2014 ในยุคของนายนเรนทระ โมที ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับอิสราเอลได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

อย่างไรก็ตาม เราควรคำนึงถึงสามประเด็นหลัก คือ เรื่องการค้า การรักษาความสัมพันธ์ด้านกลาโหม และปัญหาของปาเลสไตน์ไว้เป็นเป้าหมายหลักในการเยือนอินเดียในครั้งนี้

ขณะที่อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในแต่ละปีได้มีการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่ง เบนจามิน เนทันยาฮู นั้นมีความหวังว่า การเดินทางมาเยือนอินเดียในครั้งนี้จะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างเทลอาวีฟกับนิวเดลีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับอิสราเอลในปัญหาการยกเลิกข้อตกลงซื้อขายอาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลอิสราเอลได้แถลงก่อนหน้านี้ว่า อินเดียได้ยกเลิกการสั่งซื้อขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Spike มูลค่า 500 ล้านเหรียญจากอิสราเอล เนื่องมาจากอินเดียต้องการใช้ขีปนาวุธที่ผลิตขึ้นเอง นายแดเนียล คาร์มูล เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศอินเดีย เปิดเผยถึงประเด็นนี้ว่า ถ้ามีปัญหาในประเด็นนี้เกิดขึ้นมาก็ควรที่จะได้รับการแก้ไขทันที

นาย Gilard Cohen รองหัวหน้าฝ่ายกิจการเอเชีย–แปซิฟิก กล่าวในกระทรวงต่างประเทศอิสราเอลว่า เป้าหมายของนายกรัฐมนตรีและคณะ คือการส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ การเยือนกรุงนิวเดลีของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลในครั้งนี้ ถือว่าเป็นผลมาจากการเดินทางเยือนอิสราเอลของนายโมทีก่อนหน้านี้ โดยได้พบปะกับเจ้าหน้าที่ของอิสราเอล แต่ไม่ได้พบปะกับผู้นำปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้นั้น ได้มีการวิจารณ์นายโมทีอย่างกว้างขวาง เนื่องมาจากประเพณีทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีของอินเดียคนก่อนๆนั้นมีแนวคิดที่เป็นกลางในเรื่องของอิสราเอลและความอ่อนไหวต่อปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ แต่แนวทางการเมืองของนายโมทีนั้นแตกต่างกันออกไปและไม่ได้สนใจที่จะพบปะกับเจ้าหน้าที่ของปาเลสไตน์เลยแม้แต่น้อย

แต่ทว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมา อินเดียซึ่งเป็นหนึ่งใน 120 ประเทศที่เรียกร้องให้มีมติคัดค้านการย้ายสถานทูตสหรัฐฯไปยังกรุงเยรูซาเล็ม อย่างไรก็ตาม อิสราเอลเชื่อว่าคะแนนเสียงของอินเดียในสหประชาชาติจะไม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างกรุงนิวเดลีและเทลอาวีฟ เนื่องจากนี่ไม่ใช่ประเด็นใหญ่สำหรับความสัมพันธ์แบบทวิภาคีนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของนิวเดลีเชื่อมั่นว่า โมทีสามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางการทูตและยุทธศาสตร์กับอิสราเอลได้อย่างน่าทึ่ง ในขณะที่เขาได้สร้างสัมพันธ์กับอิสราเอลนั้น เขาก็กำลังพยายามหาทางติดต่อกับนายมะห์มูด อับบาส ผู้นำของปาเลสไตน์ด้วยเช่นกัน โดยก่อนที่ โมทีจะไปเยือนอิสราเอลในเดือนกรกฎาคม ปี 2017 นั้น เขาเป็นเจ้าภาพต้อนรับการมาเยือนของนายอับบาสในนิวเดลีด้วยเช่นกัน

การเยือนอินเดียของเนทันยาฮู นับเป็นการเยือนครั้งที่สองของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลในช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ เอร์เรียล ชารอน อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเคยเดินทางมาเยือนอินเดียในปี 2003 ในระหว่างเดินทางเยือนอินเดียนั้น เนทันยาฮูได้เยี่ยมชมเมืองต่างๆเช่น นิวเดลี อักกรา คุชราตและบอมเบย์ด้วยเช่นกัน ตั้งแต่เนทันยาฮูเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางเยือนอินเดียเพื่อแสดงจุดยืนของตนในภูมิภาคนี้

ขณะที่อินเดียต้องการขยายความสัมพันธ์กับอิสราเอล โดยมีวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อการพัฒนาอุดมการณ์ศาสนาฮินดู การใช้ประโยชน์จากชาวยิวในสหรัฐอเมริกา การซื้ออาวุธทางทหารและการปรึกษาหารือทางทหารกับเจ้าหน้าที่ของอิสราเอล ในปัญหาการแยกตัวของปากีสถานและสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆเช่น อิหร่าน

ในอีกฝากหนึ่ง อิสราเอลต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับกรุงนิวเดลีเพื่อเป้าหมายต่างๆ เช่น เพื่อออกจากการถูกโดดเดี่ยวในระดับนานาชาติ การขายอาวุธและเพื่อกดดันต่อปากีสถาน

http://alwaght.com/fa/News/121739/سفر-بی-سابقه-نتانیاهو-به-هند،-فصلی-نوین-از-روابط-دهلی—تل-آویو

ABNews Today
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03,02, 2018, 01:21:49 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 01:23:29
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #17 เมื่อ: 03,02, 2018, 01:23:29 »

สหรัฐฯ แสดงความกังวลหลัง 'เมียนมา' เตรียมซื้อเครื่องบินรบจากรัสเซีย

สหรัฐฯ กล่าวว่ารัสเซียพยายามติดอาวุธกองทัพที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

หลังจากที่สื่อรัสเซียรายงานว่า รัฐบาลเมียนมามีแผนที่จะซื้อเครื่องบินรบ รุ่น SU-30 จำนวน 6 ลำจากรัสเซีย สหรัฐฯ แสดงความกังวลในเรื่องนี้

แม้รัฐบาลเมียนมาไม่แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว แต่สื่อท้องถิ่นระบุว่ามูลค่าการซื้อเครื่องบินรบครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 200 ล้านดอลลาร์

ทางการรัสเซียกล่าวว่า เครื่องบินรบเหล่านี้จะทำหน้าที่หลักในการปกป้องดินแดน และต่อสู้กับภัยก่อการร้ายของเมียนมา

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เฮเธอร์ นูเอิร์ท กล่าวต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 25 มกราคม ว่าแผนซื้อเครื่องบินครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ต่อเนื่องของรัสเซีย ในการช่วยติดอาวุธให้กับกองทัพที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

เธอกล่าวว่า รัสเซียเคยบอกว่ารัฐบาลเครมลิน สนับสนุนการเจราจาเพื่อหาทางออกในวิกฤตชาวโรฮิงจะในเมียนมา แต่ถ้าข่าวเรื่องขายเครื่องบินรบให้เมียนมาเป็นความจริง จะถือว่าสิ่งที่รัสเซียพูดและทำนั้น ขัดกัน

ความรุนแรงในแคว้นยะไข่จากการปราบปรามคนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงจะที่นับถือศาสนาอิสลาม ทำให้ที่ผู้เดือดร้อนจำนวน เกือบ 7 แสนคนต้องอพยพเข้าไปบังคลาเทศซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา

ก่อนที่เมียนมาจะเลิกระบบเผด็จการทหาร รัฐบาลให้ความสำคัญต่องบประมาณกลาโหมเหนือการใช้จ่ายด้านระบบการศึกษาและการดูแลสุขภาพ

สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน เมียนมากันเงินงบประมาณ 2,100 ล้านดอลลาร์ เพื่อการใช้จ่ายด้านกลาโหม ถือว่าเป็นกระทรวงที่ได้เงินมากเป็นอันดับสาม รองจากงบการคลังและพลังงาน

แม้ว่างบประมาณทหารจะลดลงจากปีก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่ยังมากกว่าของกระทรวงกลาโหมและกระทรวงศึกษาธิการ

นักศึกษาเดินขบวนประท้วง เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ประชาชนในเมียนมาทราบข่าวเรื่องแผนซื้อเครื่องบินจากรัสเซีย โดยนักศึกษา 40 คนที่ร่วมการต่อต้านการซื้อเครื่องบินและบุกเข้าห้องเรียนที่มหาวิทยาลัย ถูกไล่ออกจากสถาบัน

เมื่อเดือนตุลาคม รัฐบาลเมียนมาลงนามรับรองข้อตกลงต่างประเทศด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ภายใต้ความตกลงดังกล่าว ซึ่งมีบังคับใช้วันที่ 6 มกราคม รัฐบาลต้องทำงานเพื่อส่งเสริมสิทธิด้านการรับบริการด้านสุขภาพและการศึกษาของประชาชาชน

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของผู้สื่อข่าว Oliver Slow)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03,02, 2018, 01:25:45 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 01:27:10
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #18 เมื่อ: 03,02, 2018, 01:27:10 »

Recep Tayyip Erdoğan ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวว่า อังการาจะขยายปฏิบัติการในซีเรียไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ เพื่อกวาดล้างพื้นที่เหล่านี้ให้พ้นจากการก่อการร้าย

ประธานาธิบดีตุรกี Rajab Tayyip Erdogan กล่าวว่า แม้ว่ากองกำลังสหรัฐอเมริกาจะตั้งอยู่ในหนึ่งร้อยกิโลเมตรทางตะวันออกของ Afarin และเคียงข้างกองกำลังติดอาวุธพีเพิลส์ โพรเทคชั่น ยูนิตส์ หรือ YPG ของชาวเคิร์ดในซีเรีย แต่พวกเขายังคงจะถูกกวาดล้างโดยกองกำลังตุรกีอย่างแน่นอน

ในความเป็นจริง ถ้อยแถลงและคำพูดของประธานาธิบดีตุรกีแสดงให้เห็นว่า หลังจากที่ได้ปักหลักในอาฟรินแล้ว ก็จะส่งกองกำลังทหารรุกคืบไปยัง manbij ต่อ

ในขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ Recep Tayyip Erdogan กล่าวว่า กองทัพตุรกีจะถอนตัวออกจากพื้นที่ “Afrin” ในภาคเหนือของซีเรียทันทีหลังจากเสร็จสิ้นปฏิบัติการ “กิ่งมะกอก”
บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 01:32:40
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #19 เมื่อ: 03,02, 2018, 01:32:40 »

กองทัพซีเรียเตรียมบุกยึดคืนเมืองอาฟริน:

นับแต่ตุรกีบุกเมืองอาฟริน เข่นฆ่าชาวเมืองเคิร์ดเป็นจำนวนมาก บ้านเมืองก็เสียหายมาก แน่นอนครับ รัฐบาลตุรกีต้องการกวาดล้างเผ่าเคิร์ดให้พ้นจากเมืองนี้ หาไม่อาจจะเป็นภัยแก่ตนเองภายหลัง พอรัฐบาลอเมริกาซึ่งอ้างว่าจะช่วยคุ้มครองชาวเคิร์ดมิได้มาช่วยชาวเคิร์ดตามสัญญา กองทัพตุรกีก็บดขยี้กองกำลังชาวเคิร์ดซึ่งรวมทั้งประชาชนอย่างเมามัน ประชาชนจึงหันมาเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียช่วยอย่างเป็นทางการ

รัฐบาลซีเรียก็มิได้อยู่เฉย สั่งพร้อมจะบุกช่วยประชาชนชาวเคิร์ดของซีเรียที่อาฟริน ทั้งกองทัพบก ทั้งกองทัพอากาศ อาทิตย์ที่แล้วก็ออกมาสั่งให้กองทัพเร่งรุดไปช่วยเหลือ  แต่ปัญหาก็คือชาวเคิร์ดมีหลายกลุ่มครับ บางกลุ่มเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียช่วย แต่บางกลุ่มออกมาต่อต้าน จึงทำให้รัฐบาลซีเรียต้องเจรจากันให้เรียบร้อยเสียก่อน ตอนนี้ มีข่าวว่าชาวเคิร์ดน่าจะตกลงกันใกล้เสร็จแล้ว เมื่อชาวเคิร์ดทุกกลุ่มพร้อมใจกันให้กองทัพซีเรียเข้าช่วยเหลือ รัฐบาลซีเรียก็พร้อมจะลุยทันที

ขณะนี้ รัฐบาลซีเรียได้มอบหมายให้ *กองกำลังผสมจู่โจมเคลื่อนที่เร็วที่ ๕* (The 5th Assault Corps) สแตนด์บายไว้ตลอดเวลาเพื่อบุกอาฟรินทางภาคพื้นดิน

กองกำลังผสมนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลซีเรียสูญเสียเมืองปาล์มิราให้แก่กลุ่มไอสิสซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าที่รัฐบาลซีเรียจะยึดคืนมาได้ ปัญหาของซีเรียก็คือไม่มีหน่วยรบพิเศษเคลื่อนที่เร็วซึ่งมีอาวุธติดตัวที่มีประสิทธิภาพไว้คอยจู่โจมศัตรู รัสเซียจึงเสนอให้มีกองกำลังผสม โดยกองกำลังชุดนี้มาจากชายฉกรรจ์อาสาป้องกันมาตุภูมิชาวซีเรียเอง มีทหารรัสเซียทำหน้าที่ช่วยฝึกพร้อมติดอาวุธที่มีประสิทธิภาพให้ นอกจากนั้น ยังมีกองกำลังติดอาวุธจากอิหร่านมาเสริมด้วย

กองกำลังผสมจู่โจมเคลื่อนที่เร็วที่ ๕ จึงเกิดขึ้นมาและอยู่ภายใต้การวางแผนรบของทหารรัสเซีย ขณะนี้กำลังรอสัญญาณจากชาวเคิร์ดอยู่ครับ
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03,02, 2018, 01:35:44 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 03:44:35
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #20 เมื่อ: 03,02, 2018, 03:44:35 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=dXELzuuPSvw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=dXELzuuPSvw</a>
บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 03:52:06
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #21 เมื่อ: 03,02, 2018, 03:52:06 »

เมกาเต้น รัสเซียทดสอบเครื่องบินรบล่องหนรุ่นล่าสุด Su-57 หรือ T50 PAK FA

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=pdNj2RxxQkY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=pdNj2RxxQkY</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=fOsCuFFPqV8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=fOsCuFFPqV8</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=p0q-eKXmhTc" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=p0q-eKXmhTc</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=fC-HwdIe_0U" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=fC-HwdIe_0U</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03,02, 2018, 11:03:54 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 04:14:39
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #22 เมื่อ: 03,02, 2018, 04:14:39 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=SG69DMXcMiI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=SG69DMXcMiI</a>
บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 08:43:32
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 539



« ตอบ #23 เมื่อ: 03,02, 2018, 08:43:32 »

กองทัพซีเรียเตรียมบุกยึดคืนเมืองอาฟริน:

นับแต่ตุรกีบุกเมืองอาฟริน เข่นฆ่าชาวเมืองเคิร์ดเป็นจำนวนมาก บ้านเมืองก็เสียหายมาก แน่นอนครับ รัฐบาลตุรกีต้องการกวาดล้างเผ่าเคิร์ดให้พ้นจากเมืองนี้ หาไม่อาจจะเป็นภัยแก่ตนเองภายหลัง พอรัฐบาลอเมริกาซึ่งอ้างว่าจะช่วยคุ้มครองชาวเคิร์ดมิได้มาช่วยชาวเคิร์ดตามสัญญา กองทัพตุรกีก็บดขยี้กองกำลังชาวเคิร์ดซึ่งรวมทั้งประชาชนอย่างเมามัน ประชาชนจึงหันมาเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียช่วยอย่างเป็นทางการ

รัฐบาลซีเรียก็มิได้อยู่เฉย สั่งพร้อมจะบุกช่วยประชาชนชาวเคิร์ดของซีเรียที่อาฟริน ทั้งกองทัพบก ทั้งกองทัพอากาศ อาทิตย์ที่แล้วก็ออกมาสั่งให้กองทัพเร่งรุดไปช่วยเหลือ  แต่ปัญหาก็คือชาวเคิร์ดมีหลายกลุ่มครับ บางกลุ่มเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียช่วย แต่บางกลุ่มออกมาต่อต้าน จึงทำให้รัฐบาลซีเรียต้องเจรจากันให้เรียบร้อยเสียก่อน ตอนนี้ มีข่าวว่าชาวเคิร์ดน่าจะตกลงกันใกล้เสร็จแล้ว เมื่อชาวเคิร์ดทุกกลุ่มพร้อมใจกันให้กองทัพซีเรียเข้าช่วยเหลือ รัฐบาลซีเรียก็พร้อมจะลุยทันที

ขณะนี้ รัฐบาลซีเรียได้มอบหมายให้ *กองกำลังผสมจู่โจมเคลื่อนที่เร็วที่ ๕* (The 5th Assault Corps) สแตนด์บายไว้ตลอดเวลาเพื่อบุกอาฟรินทางภาคพื้นดิน

กองกำลังผสมนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลซีเรียสูญเสียเมืองปาล์มิราให้แก่กลุ่มไอสิสซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าที่รัฐบาลซีเรียจะยึดคืนมาได้ ปัญหาของซีเรียก็คือไม่มีหน่วยรบพิเศษเคลื่อนที่เร็วซึ่งมีอาวุธติดตัวที่มีประสิทธิภาพไว้คอยจู่โจมศัตรู รัสเซียจึงเสนอให้มีกองกำลังผสม โดยกองกำลังชุดนี้มาจากชายฉกรรจ์อาสาป้องกันมาตุภูมิชาวซีเรียเอง มีทหารรัสเซียทำหน้าที่ช่วยฝึกพร้อมติดอาวุธที่มีประสิทธิภาพให้ นอกจากนั้น ยังมีกองกำลังติดอาวุธจากอิหร่านมาเสริมด้วย

กองกำลังผสมจู่โจมเคลื่อนที่เร็วที่ ๕ จึงเกิดขึ้นมาและอยู่ภายใต้การวางแผนรบของทหารรัสเซีย ขณะนี้กำลังรอสัญญาณจากชาวเคิร์ดอยู่ครับ
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์

เป้าหมายต่อไป....ซีเรียอาจจะต้องเอา ซู-35เอส และ BM-21-1 มาใช้ เมื่อกองทัพสนธิกำลังพร้อมแล้วก็คงได้เวลายึดที่ราบสูงโกนัลคืนแน่ ยิ้มเด้ง
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 12:32:34
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #24 เมื่อ: 03,02, 2018, 12:32:34 »

หมาป่ากับลูกแกะ

“ทรัมป์” แถลงนโยบายประจำปีวอน 2 พรรค “ปรองดอง” ชี้ภัยนุก “โสมแดง” จ่อประตูบ้านอเมริกา

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 ม.ค ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

นับเป็นวาระสำคัญที่สื่อทั่วโลกจับตามองสำหรับการแถลงนโยบายประจำปีครั้งแรกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรส เมื่อค่ำวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้พรรครีพับลิกันและเดโมแครตหันหน้าประนีประนอมเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาผู้อพยพ รวมถึงระดมเงินทุนเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของอเมริกา ขณะเดียวกันก็เตือนถึงภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือที่อาจมาถึงสหรัฐฯ ในอีกไม่ช้า

ทรัมป์ เรียกร้องขอความสามัคคีในชาติโดยใช้คำว่า “ครอบครัวอเมริกันหนึ่งเดียว” (one American Family) หลังการบริหารประเทศในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความขัดแย้งและข่าวอื้อฉาว

สุนทรพจน์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปีของ ทรัมป์ ได้อ้างถึงผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลซึ่งทำให้เศรษฐกิจอเมริกันกลับมาเฟื่องฟู ขณะเดียวกันก็วิงวอนให้สภาคองเกรสออกกฎหมายคัดกรองคนเข้าเมืองที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

“ค่ำคืนนี้ผมขอวิงวอนให้เราทุกคนมองข้ามความแตกต่าง แสวงหาจุดยืนร่วม และระดมความสามัคคีที่เราจำเป็นต้องมอบให้แก่ประชาชนที่เราทำงานรับใช้” ทรัมป์ กล่าว

“ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าเราจะมีอนาคตร่วมกันอย่างไร และประเทศชาติจะเดินไปทางไหน เราทุกคนคือทีมเดียว ประชาชาติเดียว และครอบครัวอเมริกันหนึ่งเดียว”

แม้ ทรัมป์ จะเริ่มปาฐกถาด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวลรอมชอมเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ลดราวาศอกในความพยายามจำกัดผู้อพยพ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นตัวการก่อปัญหาให้แก่สังคมอเมริกัน
บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 12:35:26
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #25 เมื่อ: 03,02, 2018, 12:35:26 »

เอเอฟพี - องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยเกาหลีเหนือฝ่าฝืนมติคว่ำบาตร ลักลอบส่งออกถ่านหิน เหล็ก เหล็กกล้า และสินค้าต้องห้ามอื่นๆ ทำรายได้เกือบ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2017

คณะทำงานยูเอ็นยังพบหลักฐานว่าเกาหลีเหนือร่วมมือทางทหารกับซีเรียเพื่อพัฒนาโครงการขีปนาวุธและอาวุธเคมี และยังมีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลพม่าด้วย

รายงานยูเอ็นซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (2 ก.พ.) ระบุว่า เกาหลีเหนือ “ยังคงส่งออกสินค้าเกือบทุกประเภทที่ถูกห้ามโดยมติยูเอ็น และทำเงินรายได้เกือบ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐระหว่างเดือน ม.ค. - ก.ย. ปี 2017”

ถ่านหินจากรัฐโสมแดงถูกลักลอบขนส่งไปยังจีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ รัสเซีย และเวียดนาม “โดยใช้เทคนิค เส้นทาง และกลยุทธ์ล่อลวงสารพัดอย่างเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ”

ปีที่แล้ว คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ออกมติลงโทษเกาหลีเหนือหลายระลอก เพื่อคว่ำบาตรสินค้าส่งออก และสกัดแหล่งเงินทุนที่เปียงยางจะนำไปใช้อุดหนุนกิจกรรมกองทัพ

สหรัฐฯ เรียกร้องให้นานาชาติเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันโสมแดง หลังจากมีการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 รวมถึงการยิงทดสอบขีปนาวุธอีกหลายระลอกในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ อาจตกอยู่ในพิสัยโจมตีในไม่ช้า

คณะผู้ตรวจสอบพบว่า เกาหลีเหนือ “ฝ่าฝืนมติคว่ำบาตรครั้งหลังๆ ของยูเอ็น โดยอาศัยช่องโหว่ในห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก, ผู้สมคบคิดต่างชาติ, การจดทะเบียนบริษัทออฟชอร์ และระบบธนาคารระหว่างประเทศ”

ก่อนหน้านี้ ยูเอ็นได้มีมติห้ามเรือสัญชาติเกาหลีเหนือ 7 ลำจอดเทียบท่าเรือทั่วโลก หลังพบว่ามีการลักลอบขนถ่านหินและปิโตรเลียมซึ่งเป็นสินค้าต้องห้าม แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ายูเอ็นควรมีบทลงโทษที่เด็ดขาดยิ่งกว่านี้เพื่อสกัดกั้นกิจกรรมผิดกฎหมายที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ผู้ตรวจสอบยูเอ็นระบุด้วยว่า นักการทูตเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะผู้แทนการค้า มีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งอาวุธ และจัดโครงการแลกเปลี่ยนช่างเทคนิคด้านการทหาร
บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 12:37:51
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,428



« ตอบ #26 เมื่อ: 03,02, 2018, 12:37:51 »

เอเอฟพี - กองทัพสหรัฐฯ จะเดินหน้าปรับปรุงคลังแสงนิวเคลียร์และพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่สร้างความเสียหายในระดับต่ำ (low-yield atomic weapons) เพื่อตอบโต้ยุทธศาสตร์ของรัสเซียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ถ้อยแถลงว่าด้วยการทบทวนจุดยืนนิวเคลียร์ (Nuclear Posture Review - NPR) ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (2 ก.พ.) ได้ชี้แจงจุดมุ่งหมายด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 ที่สหรัฐฯ ออกมากล่าวถึงภัยคุกคามนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สิบปีข้างหน้า

“ยุทธศาสตร์นี้มุ่งพัฒนาศักยภาพที่จะทำให้การนำอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้เป็นไปได้ยากขึ้น เน้นการป้องปรามการโจมตีทางยุทธศาสตร์ที่อาจไม่ได้มาในรูปแบบของอาวุธนิวเคลียร์ต่อสหรัฐฯ ประเทศพันธมิตร และหุ้นส่วน” ทรัมป์ ระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ทำเนียบขาว

“และยิ่งไปกว่านั้น มันยังแสดงถึงเจตนารมณ์ของเราที่จะควบคุมอาวุธและลดการสะสมนิวเคลียร์ คงไว้ซึ่งนโยบายงดทดสอบนิวเคลียร์ และยกระดับความพยายามในการป้องกัน ตรวจจับ และตอบโต้การก่อการร้ายด้วยอาวุธนิวเคลียร์”

NPR ฉบับนี้สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของอเมริกาต่ออนาคตด้านนิวเคลียร์ หลังจากที่อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา เคยกล่าวสุนทรพจน์อันโด่งดังที่กรุงปรากเมื่อปี 2009 เรียกร้องให้ทั่วโลกยุติการสะสมอาวุธนิวเคลียร์

แม้ถ้อยแถลงนี้จะเอ่ยถึงความกังวลที่สหรัฐฯ มีต่อภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ อิหร่าน และจีน แต่ดูเหมือนจะโฟกัสไปที่ “รัสเซีย” มากเป็นพิเศษ

“นี่คือการตอบโต้ที่รัสเซียขยายศักยภาพ ยุทธศาสตร์ และทฤษฎีของพวกเขา” เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุในเอกสารความยาว 75 หน้ากระดาษ

“ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น รวมถึงการที่รัสเซียยึดคาบสมุทรไครเมีย และใช้อาวุธนิวเคลียร์คุกคามพันธมิตรของสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่ามอสโกได้ตัดสินใจที่จะหวนกลับสู่การแข่งขันเพื่อแสวงหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ (Great Power competition)”

สิ่งที่เพนตากอนเป็นกังวลก็คือ รัสเซียอาจย่ามใจว่าสหรัฐฯ มีแต่อาวุธนิวเคลียร์แบบดั้งเดิมซึ่งอำนาจทำลายล้างสูงมาก และคงไม่กล้านำออกมาใช้งานจริง เพราะจะสร้างความเสียหายร้ายแรงและคร่าชีวิตประชากรจำนวนมาก

“มีหลายอย่างบ่งชี้ว่า ยุทธศาสตร์และศักยภาพที่เรามีอยู่ในปัจจุบันถูกฝ่ายรัสเซียมองว่าไม่เพียงพอที่จะป้องปรามพวกเขาได้” เกร็ก วีฟเวอร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายศักยภาพทางยุทธศาสตร์ประจำคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

“สหรัฐฯ และนาโตจำเป็นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพต่ำที่หลากหลายเพื่อจุดประสงค์อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ทำให้ผู้นำรัสเซียตระหนักว่าถ้าพวกเขากล้านำอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้ก่อนในสงครามกับนาโต เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาทำสำเร็จตามเป้าหมาย และจะให้พวกเขาเผชิญกับความสูญเสียยิ่งกว่าประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเสียอีก”

เอกสารเวอร์ชันก่อนหน้าที่รั่วไหลออกมาเมื่อเดือน ม.ค. ระบุว่า การมีอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กไว้ในครอบครองจะช่วยให้เพนตากอนสามารถลบล้าง “ความเข้าใจผิด” ของศัตรู ซึ่งอาจมองว่าสหรัฐฯ คงไม่กล้าตอบโต้ประเทศอื่นๆ ที่นำอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพต่ำออกมาใช้

ยุทธศาสตร์ใหม่ของ ทรัมป์ ยังคงสานต่อนโยบายเดิมของ โอบามา ที่ให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ให้มีความทันสมัยทั้ง 3 เสาหลัก ได้แก่ ขีปนาวุธข้ามทวีปภาคพื้นดิน (ground-based intercontinental ballistic missiles), อาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ (submarine-launched weapons) และระเบิดที่ทิ้งจากเครื่องบิน แต่ในขณะที่ยุทธศาสตร์ของ โอบามา เน้นลดบทบาทของอาวุธนิวเคลียร์ แต่แนวทางของ ทรัมป์ กลับมีลักษณะเชิงรุกมากกว่า

อาวุธนิวเคลียร์อานุภาพต่ำหรือที่เรียกว่า “นิวเคลียร์ทางยุทธวิธี” (tactical nukes) นั้น แม้จะมีแรงระเบิดที่น้อยกว่า แต่อาจสร้างความเสียหายได้มากพอๆ กับระเบิดซึ่งถูกทิ้งที่ฮิโรชิมาและนางาซากิในช่วงท้ายสงครามโลกครั้งที่ 2

สหรัฐฯ ครอบครองคลังแสงนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ และยังมีระเบิดนิวเคลียร์แรงโน้มถ่วง B-61 จำนวน 150 ลูกเก็บไว้ในหลายประเทศทั่วยุโรป ซึ่งสามารถนำมาปรับแต่งเพื่อลดอานุภาพทำลายล้างลงได้

อย่างไรก็ตาม เพนตากอนมีแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์รุ่นใหม่ๆ ที่สามารถยิงจากเรือดำน้ำหรือเรือรบทั่วไปได้ ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐฯ ไม่ต้องขนอาวุธไปเก็บสะสมไว้ในยุโรปอีกต่อไป และยังหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ง่ายขึ้นด้วย
บันทึกการเข้า

 
03,02, 2018, 15:36:38
H1N1
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 539



« ตอบ #27 เมื่อ: 03,02, 2018, 15:36:38 »

เมกาเต้น รัสเซียทดสอบเครื่องบินรบล่องหนรุ่นล่าสุด Su-57 หรือ T50 PAK FA

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=pdNj2RxxQkY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=pdNj2RxxQkY</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=fOsCuFFPqV8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=fOsCuFFPqV8</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=p0q-eKXmhTc" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=p0q-eKXmhTc</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=fC-HwdIe_0U" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=fC-HwdIe_0U</a>

เครื่องบินรบฝ่ายตรงข้ามอย่าแหยมกับพี่หมี มิฉะนั้นอาจจะโดน ซู-57 สอยร่วงอย่าหาว่าไม่เตือน ยิ้มเด้ง
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 17:08:44
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 15,138


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #28 เมื่อ: 03,02, 2018, 17:08:44 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=SG69DMXcMiI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=SG69DMXcMiI</a>

ท่าทีอย่างนี้ อาจหวังให้อยู่ในสายตา และเรียกใช้ จาก ปธ.
แทนคนที่อยู่หัวแถว

แต่อาจเข้าครรลอง นายทัพ เป็นเพียงหมูป่า อยาก ลับเขี้ยว
แต่ ลูกฝูง กลายเป็นมื้อเที่ยงของราชสีห์

เริ่มให้ความเห็น ก็เห็นความหายนะรออยู่ข้างหน้า
ยังเห็นถึง การยึดติดในรูปแบบการรบเดิม ๆ แบบนี้ ต้องเชียร์ ครับ
เพราะความแตกแยก ภายในจะเกิดตามมา จนเดินหน้าก็ไม่ได้
จะถอยหลังก็ สะดุด  น้ำตาไหลพราก
บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

"เศษหินบนทางเดิน อาจทิ่มตีนได้ ถ้าไม่อยากเจ็บตีน ก็ควรต้องก้าวข้ามมันไปซะ"

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
03,02, 2018, 17:59:28
beamsound รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346



« ตอบ #29 เมื่อ: 03,02, 2018, 17:59:28 »

หมาป่ากับลูกแกะ

“ทรัมป์” แถลงนโยบายประจำปีวอน 2 พรรค “ปรองดอง” ชี้ภัยนุก “โสมแดง” จ่อประตูบ้านอเมริกา

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 ม.ค ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

นับเป็นวาระสำคัญที่สื่อทั่วโลกจับตามองสำหรับการแถลงนโยบายประจำปีครั้งแรกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรส เมื่อค่ำวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้พรรครีพับลิกันและเดโมแครตหันหน้าประนีประนอมเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาผู้อพยพ รวมถึงระดมเงินทุนเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของอเมริกา ขณะเดียวกันก็เตือนถึงภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือที่อาจมาถึงสหรัฐฯ ในอีกไม่ช้า

ทรัมป์ เรียกร้องขอความสามัคคีในชาติโดยใช้คำว่า “ครอบครัวอเมริกันหนึ่งเดียว” (one American Family) หลังการบริหารประเทศในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความขัดแย้งและข่าวอื้อฉาว

สุนทรพจน์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปีของ ทรัมป์ ได้อ้างถึงผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลซึ่งทำให้เศรษฐกิจอเมริกันกลับมาเฟื่องฟู ขณะเดียวกันก็วิงวอนให้สภาคองเกรสออกกฎหมายคัดกรองคนเข้าเมืองที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

“ค่ำคืนนี้ผมขอวิงวอนให้เราทุกคนมองข้ามความแตกต่าง แสวงหาจุดยืนร่วม และระดมความสามัคคีที่เราจำเป็นต้องมอบให้แก่ประชาชนที่เราทำงานรับใช้” ทรัมป์ กล่าว

“ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าเราจะมีอนาคตร่วมกันอย่างไร และประเทศชาติจะเดินไปทางไหน เราทุกคนคือทีมเดียว ประชาชาติเดียว และครอบครัวอเมริกันหนึ่งเดียว”

แม้ ทรัมป์ จะเริ่มปาฐกถาด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวลรอมชอมเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ลดราวาศอกในความพยายามจำกัดผู้อพยพ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นตัวการก่อปัญหาให้แก่สังคมอเมริกัน
“ทรัมป์” แถลงนโยบายบริหารโลกประจำปี ไม่ใช่บริหารประเทศ นะผมว่า ยิ้มเด้ง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 21   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: