GUN IN THAILAND
23,10, 2018, 01:53:49 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 ... 31   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก ภาค#16  (อ่าน 8619 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
12,02, 2018, 20:04:10
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,571



« ตอบ #165 เมื่อ: 12,02, 2018, 20:04:10 »

ตอนนี้มีคนเห็นอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วครับ

บันทึกการเข้า
13,02, 2018, 01:33:51
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #166 เมื่อ: 13,02, 2018, 01:33:51 »

มันใกล้รัสเซียมากรฝ ระวังเจอสวนเอาน่ะท่าน

'สงครามในอัฟกานิสถาน'ยิ่งดุเดือด เมื่อสหรัฐฯมุ่งผลักดันให้ปี 2018 เป็นช่วง 'เปลี่ยนเกม'

ทั้งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและอัฟกันต่างพากันบอกว่า ปี 2018 นี้แหละจะเป็นช่วงแห่ง “การเปลี่ยนเกม” ในสงครามอัฟกานิสถานที่ดำเนินยืดเยื้อมาเป็นเวลาถึง 16 ปีแล้ว ในตอนนี้พวกเขากำลังถล่มโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มนักรบอิสลามิสต์หัวรุนแรงอย่างไม่หยุดยั้ง และการสู้กำลังเพิ่มระดับความดุเดือด กระนั้นก็ตาม อีกหลายๆ ฝ่ายกลับเตือนว่าสงครามคราวนี้เพียงแค่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงแห่งการคุมเชิงกันอยู่ที่ต่างฝ่ายต่างกินกันไม่ลงแต่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเท่านั้น

เท่าที่เคยเป็นมา เมื่อถึงฤดูหนาวอันยะเยือกเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนของอัฟกานิสถาน สงครามการสู้รบจะผ่อนเพลาเบาบางลง แต่สำหรับปีนี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น พวกอิสลามิสต์หัวรุนแรงทั้งกลุ่มตอลิบานและกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ต่างพากันเคลื่อนไหวตอบโต้การที่สหรัฐฯและอัฟกันเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีทางอากาศ

นับแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับใชักับอัฟกานิสถาน ซึ่งมีการเปิดช่องให้แก่กองทัพอากาศสหรัฐฯอย่างกว้างขวางมากขึ้นในการไล่ล่าตามติดพวกนักรบหัวรุนแรง และเหล่านักบินอเมริกันก็กำลังบอมบ์ถล่มใส่ทั้งตอลิบานและไอเอส ตลอดจนค่ายฝึกและห้องแล็ปเพื่อการผลิตยาเสพติดของกลุ่มเหล่านี้

พลจัตวา แลนซ์ บันช์ ซึ่งเป็นผู้คุมทิศทางการปฏิบัติการทางอากาศในอัฟกานิสถานในอนาคต บอกกับพวกผู้สื่อข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า นโยบายใหม่ของทรัมป์นี้ คือการประกาศท้ารบ และถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง ซึ่งพวกตอลิบานก็กำลังรู้สึกถึงจุดนี้ได้

จริงๆ แล้ว สหรัฐฯก็กำลังส่งกองทหารและเครื่องบินเข้าไปประจำการเพิ่มขึ้นในอัฟกานิสถาน ซึ่งได้กลายเป็นยุทธภูมิหลักแห่งการปฏิบัติการของกองทัพอากาศสหรัฐฯไปแล้วภายหลังการศึกได้ลดระดับลงไปมากในซีเรียและอิรัก พร้อมกันนั้น อเมริกันยังกำลังพยายามยกระดับสมรรถนะทางอากาศที่อยู่ในขั้นเพิ่งก้าวเดินเตาะแตะของอัฟกานิสถานอีกด้วย

ทั้งนี้ในปี 2017 เครื่องบินสหรัฐฯถล่มทิ้งระเบิดและประเคนอาวุธชนิดต่างๆ ทั่วอัฟกานิสถานรวม 4,361 เที่ยว โดยที่กว่า 2,300 เที่ยวทีเดียวเป็นภารกิจซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ตัวเลขนี้สูงกว่าของปี 2015 และปี 2016 รวมกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,02, 2018, 01:38:28 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 01:49:31
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #167 เมื่อ: 13,02, 2018, 01:49:31 »

China Xinhua News

ปาเลสไตน์ขอ “ปูติน” ช่วยสร้างสันติภาพ หลังสหรัฐฯ หมดคุณสมบัติ

วานนี้ (11 ก.พ.) ที่ปรึกษาทางการทูตของนายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ เผยว่าชาวปาเลสไตน์จะร้องขอให้นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ก้าวเข้ามามีส่วนร่วมในกลไกการแก้ปัญหาระดับพหุภาคี เพื่อช่วยดูแลกระบวนการสร้างสันติภาพกับอิสราเอล

“ปาเลสไตน์ยืนหยัดในการแสวงหาแนวทางระดับพหุภาคี เพื่อตรวจสอบดูแลกระบวนการสร้างสันติภาพกับอิสราเอล โดยไม่ใส่ใจกับบทบาทเก่าของสหรัฐอเมริกา” นายมาจิดี คาลิดี ที่ปรึกษาฯ กล่าวกับวอยซ์ออฟปาเลสไตน์ (Voice of Palestine) สถานีวิทยุทางการของปาเลสไตน์

“รัสเซียและปูตินจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ รวมถึงการประชุมเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศและประเด็นสำคัญที่ต้องการคำปรึกษาจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อการบรรลุผลประโยชน์ของประชาชนปาเลสไตน์” นายคาลิดีกล่าว “ปาเลสไตน์จะหารือกับรัสเซียในประเด็นริเริ่มต่างๆ ต่อไป”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศให้กรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2017 ปาเลสไตน์ก็ประกาศให้สหรัฐฯ หมดคุณสมบัติจากการเป็นตัวกลางสร้างสันติภาพ และเรียกร้องนานาชาติร่วมแสวงหาวิธีการเพื่อส่งเสริมการเจรจาสันติภาพกับอิสราเอล
บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 01:51:06
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #168 เมื่อ: 13,02, 2018, 01:51:06 »

โครงการฟื้นฟูซีเรีย: 'ประเทศกลุ่ม BRICS เป็นเจ้าภาพ กลุ่มประเทศที่มีรัฐบาลวรนุชหมดสิทธิ์'

ความเสียหายทางวัตถุที่เกิดจากสงครามคำนวณแล้วไม่น้อยกว่า ๗๕ พันล้านดอลล่าร์ ถ้าจะใช้เงินฟื้นฟูคงไม่น้อยกว่า ๘๐ พันล้านดอลล่าร์ รัสเซียได้รับการร้องขอให้ช่วยบูรณะ แต่ผู้นำรัสเซียจะขอเชิญกลุ่มประเทศ BRICS มาร่วมรื้อฟื้นด้วย

ซีเรียจะเป็นที่มั่นของกลุ่ม BRICS ตอนนี้ รัสเซียได้ตุรกี อิรัค กาต้าร์ เลบานอน ซื้อใจกรีซ (นาโต้เคยขอให้กรีซในฐานะพันธมิตรช่วยปิดล้อมรัสเซีย แต่รัฐบาลกรีซบอกว่า 'พวกเราจะไม่ทำร้ายรัสเซียซึ่งเป็นพี่น้องของพวกเรา') จีนได้ปากีสถาน

รัฐบาลวรนุช ๓ รัฐบาลคือรัฐบาลซาอุฯ, รัฐบาลอเมริกาและรัฐบาลอิสราเอลซึ่งส่งกองทัพบุกรุกชาติอื่น ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ สังหารผู้คนไปจำนวนมาก พร้อมทั้งสร้างกลุ่มก่อการร้ายขึ้นมาป่วนตะวันออกกลาง กินแห้วหมด

๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

https://www.rt.com/business/418566-russia-brics-syrian-market/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,02, 2018, 01:54:34 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 02:16:07
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #169 เมื่อ: 13,02, 2018, 02:16:07 »

AB News Today

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ชาวอุยกูร์กำลังเป็นตัวละครใหม่ ในประเทศเพื่อนบ้านอัฟกานิสถาน ทั้งในจีน และแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

ชาวอุยกูร์ได้แสวงหาการจัดตั้งรัฐเอกราชและสาธารณรัฐปกครองตนเองในแถบตะวันตกของประเทศจีน ซึ่งแน่นอน ทำให้พวกเขาได้พบกับปฏิกิริยาตอบโต้จากจีนอย่างมากมายจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม การชักนำชาวอุยกุร์ให้เข้าร่วมสมาชิกไอซิส ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เริ่มขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ภายหลังสถานการณ์ในวิกฤติซีเรียอุบัติขึ้น

ทั้งนี้ มีผู้บัญชาการและแกนนำไอซิสจำนวนมากได้รับการคัดเลือกจาก ชาวอุยกุร์ แม้แต่ในข่าวที่ถูกแพร่ออกมา ซึ่งระบุว่า ผู้บัญชาการกองพลไอซิสในจังหวัด Anbar เช่นเดียวกันเป็นชาวอุยกุร์  ประการนี้แสดงให้เห็นว่า ชาวอุยกุร์มีการเคลื่อนไหวและปฏิบัติการอย่างแพร่หลาย ในหมู่ผู้ก่อการร้ายไอซิส

ส่วนเหตุผลที่ว่า ไอซิสสามารถดึงชาวอุยกุร์จากประเทศจีนไปยังซีเรียได้อย่างไรนั้น มันจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่แยกต่างหากเพื่ออธิบายเรื่องนีโดยเฉพาะ อย่างไรก็ดี การกลับมาของสมาชิกเหล่านี้ในอัฟกานิสถานและทางตะวันตกของจีนในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ จะก่อให้เกิดการเผชิญหน้าและความท้าทายใหม่ในความมั่นคง และปลอดภัยของเขตแดนของจีนอย่างแน่นอน

ผู้เชี่ยวชาญได้เน้นย้ำเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับการก่อตัวของรัฐไอซิส ในอัฟกานิสถาน โดยถือว่าชาวอุยกุร์เป็นตัวละครหรือตัวแสดงใหม่ของรัฐไอซิสนี้  การเคลื่อนย้ายชาวอุยกุร์ จากชายแดนอิรัก – ซีเรียอาจกลายเป็นปัญหาสำหรับอัฟกานิสถาน โดยพวกเขาจะมีบทบาทอย่างมากในการคุกคามความมั่นคงภายในของอัฟกานิสถาน และท้าทายความมั่นคงภายในของจีน 

อเมริการู้ดีว่า พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับจีนในทะเลจีน และปักกิ่งก็สามารถสร้างเงื่อนไขที่ดีในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของเกาหลีเหนือ  หากปักกิ่งเกิดการเผชิญกับภัยคุกคามในทะเลจีนกับสหรัฐอเมริกาแล้ว  อเมริกาจำต้องอาศัยตัวละครเพื่อดำเนินการกดดันจีน ในกรณีนี้ เราอาจจัดได้ว่า อุยกุร์เป็นตัวละครที่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “อุดมการณ์และโครงสร้างทางสังคมของชาวอุยกูร์” เหมาะสำหรับใช้ในปฏิบัติการทางทหารในอัฟกานิสถาน และสามารถเป็นตัวเลือกทางสังคมที่จำเป็นสำหรับการสรรหาสมาชิกไอซิส  การใช้ชาวอุยกุร์ในการต่อต้านการรักษาความมั่นคงภายในของอัฟกานิสถาน อาจเป็นโอกาสสำหรับวอชิงตันในการปราบปรามปักกิ่งและกรุงคาบูล  ความพร้อมของอุยกุร์ในการสร้างเอกราชและความพึงพอใจของตุรกีจากชาวอุยกุร์ อาจเป็นตัวช่วยในการจัดตั้งรัฐไอซิสในอัฟกานิสถาน

iuvmpress.com
บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 04:45:54
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #170 เมื่อ: 13,02, 2018, 04:45:54 »

ถ้าไม่มีตัวเสี้ยมจากชาติตะวันตก ก็ไม่มีความแตกแยก

กว่าถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ภาพที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้และคณะผู้แทนระดับสูงของเกาหลีเหนือร่วมชมคอนเสิร์ทการแสดงดนตรีระหว่างศิลปินชาวกาหลีเหนือและนักร้องชื่อดังเกาหลีใต้ประสานเสียงร่วมร้องเพลงด้วยกันในกรุงโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้ ภาพสไลด์โชว์ผู้หญิงชราชาวเกาหลีซับน้ำตา ภาพนักร้องสาว Seohyun หนึ่งในสมาชิกวง K-pop ที่โด่งดังของเกาหลีใต้สวมกอดกับนักร้องสาวจากวง Samjiyon Orchestra ของเกาหลีเหนือ ภาพคุณปุ่คิม ยอง-นัม วัย 90 ปี หนึ่งในคณะทูตพิเศษของเกาหลีเหนือ ซับน้ำตาเมื่อได้เห็นภาพคนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้รุ่นหลานร่วมร้องเพลง "Our Wish Is Unification" ด้วยกัน ภาพประธานาธิบดีมูน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ถึงกับเก็บความประทับใจไว้ไม่ได้ ซึ่งนั่งติดกับคุณคิม โย-จอง น้องสาวประธานาธิบดีคิม จอง-อึนแห่งเกาหลีเหนือ ต้องลุกขึ้นมาปรบมือเชียร์และแสดงความดีใจอย่างออกหน้าออกตา ยิ่งกว่าการเชียร์กีฬาโอลิมปิกซะอีก

ภาพเหล่านี้ บรรยากาศแบบนี้ เป็นนิมิตรหมายที่ดีในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี และได้รับการชื่นชม ยกย่อง สรรเสริญ และการสนับสนุนจากทั่วโลก ยกเว้นผู้ที่ไม่ใฝ่สันติภาพ "สันติภาพมีค่ายิ่งกว่าชัยชนะ" (Peace is more precious than Triumph) (คำขวัญที่นักกีฬาเทควันโด้เกาหลีเหนือแสดงต่อสื่อมวลชนและผู้ชมการแสดงในเกาหลีใต้)

นักวิเคราะห์ฝั่งตะวันตกวิจารณ์คุณคิม โย-จอง น้องสาวของคิมน้อยว่า บทบาทของเธอเหมือนกับ "Ivanka Trump" ลูกสาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐที่เล่นอยู่หลังฉาก คอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ทรัมป์ ซึ่งเป็นพ่อของเธอ

คุณคิม โย-จอง (อายุ 30 ปี) เป็นน้องสาวคนเล็กของประธานาธิบดีคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรคและรัฐบาล รับผิดชอบงานด้านการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศชาติ เป็นหนึ่งใน "กุนซือ" ที่สำคัญของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ

ประเมินจากผลงานด้านการทูตระหว่างประเทศของเธอในครั้งนี้ ขอสรุปได้ว่า "ขั้นเทพ" เป็นครั้งแรกที่เธอเดินทางไปกรุงโซลและเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้หลายคนรวมทั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ด้วยจนประสบความสำเร็จ ส่วนท่านผู้เฒ่าคิม ยอง-นัม นั้น ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งระธานาสภาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกสองท่านที่เดินทางมาด้วยกันเหมือนกับว่ามาในฐานะที่ปรึกษาและคอยให้คำแนะนำหรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับคุณคิม โย-จอง การเจรจาส่วนใหญ่กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้และประธานาธิบดีมูน แจ-อิน เป็นหน้าที่ของคุณคิม โย-จอง ซึ่งโดดเด่นมาด ราวกับว่าเธอเป็น "องค์หญิง" จากเกาหลีเหนือ

รอบนี้กล้องของสื่อมวลชนทั่วไปทั้งในและต่างประเทศจับจ้องอยู่ที่คณะผู้แทนและบรรดากองเชียร์สาวสวยของเกาหลีเหนือเป็นหลัก การแข่งขันกีฬากลายเป็นเรื่องรอง แม้กระทั่งนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐที่คุยว่าจะใช้ทุกโอกาสเพื่อสกัดกั้นเกาหลีเหนือก่อนที่ไปกรุงโซล แต่พออยู่ต่อหน้าคณะผู้แทนจากเกาหลีเหนือ เพนซ์กับหดหัวและไม่กล้าสู้หน้าคุณคิม โย-จอง และผู้เฒ่าวัย 90 ปี คงจะถูกแสงออร่าของคุณคิม​ โย-จองขับไล่ให้เพนซ์กลับไปอยู่ในมุมมืดที่เขาโปรดปราณต่อไป งานนี้ผู้แทนสูงสุดของสหรัฐตกกระป๋องไปเลย

เกาหลีเหนือมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? การพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีจนนำไปสู่การดำเนินการภาคปฏิบัติไม่ใช่ว่าเพิ่งจะมีครั้งนี้เป็นหนแรก เคยเกิดขึ้นมาแล้วถึงสองครั้งในอดีต บางสมัยเมื่อสองเกาหลีหันหน้าเจรจากัน ก็นำไปสู่การพัฒนาและลงทุนร่วมกัน โดยเกาหลีใต้ได้ไปก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมแกซองขึ้นในดินแดนของเกาหลีเหนือ หางจากชายแดนของเกาหลีใต้ไม่ไกลนัก มีเส้นทางรถไฟเชื่อมถึงกัน

แต่ความสัมพันธ์ดีๆ แบบนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน พอฝ่ายใต้เปลี่ยนรัฐบาล นโยบายที่เป็นมิตรกับเกาหลีเหนือก็เปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้าม เนื่องจากสหรัฐไม่ต้องการให้สองเกาหลีรวมชาติกันได้ หากเกาหลีเหนือยังมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง และพรรคคอมมิวนิสต์ยังมีอิทธิพลในเกาหลีเหนือ สิ่งที่สหรัฐต้องการก็คือ กลืนเกาหลีทั้งหมด ตอนนี้กลืนได้ครึ่งหนึ่ง (กลืนเกาหลีใต้) คิดจะกลืนอีกครึ่งที่เหลือ (เกาหลีเหนือ) แต่ติดก้างชิ้นใหญ่ (นุกของเกาหลีเหนือ) ซะก่อน จึงกลืนไม่ได้

สไตล์การทูตของเกาหลีเหนือก็คือ "แข็งมา แข็งตอบ, แรงมา แรงตอบ, อ่อนมา ใช้อ่อนรับ, ดีมา ก็ดีกลับ" พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้บู๊ต้านบู๊ ใช้บุ๋นต้านบุ๋น "ใช้บู๊ต้านบู๊" ก็คือ การเสริมแสนยานุภาพทางทหารของตนเองให้เข้มแข็งจนสามารถป้องกันการรุกรานจากต่างชาติที่คิดจะใช้กำลังทางทหารจัดการกับเกาหลีเหนือได้ โดยการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีนปาวุธข้ามทวีปให้ก้าวหน้า ทำให้ผู้ที่คิดจะใช้ไม้แข็งกับเกาหลีเหนือ จำเป็นต้องคิดหนักและไม่กล้าลงมือ ถ้าถูกด่าและถูกกล่าวหา เกาหลีเหนือก็จะด่ากลับแบบแรงๆ ทันทีเช่นกัน

ส่วน "ใช้บุ๋นต้านบุ๋น" ก็คือการใช้วิธีทางการทูตและการเมืองเพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งภายในกับเกาหลีใต้ เมื่อนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีมูน แจ-อิน เน้น "ฟื้นฟูความสัมพันธ์และสร้างมิตรกับเกาหลีเหนือ" เกาหลีเหนือก็มิได้เพิกเฉยกับไมตรีของประธานาธิบดีมูน แจ-อิน เป็นโอกาสดีที่ กรุงโซลเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาวขึ้น นอกจากส่งคณะนักกีฬาเข้าร่วมเหมือนกับชาติอื่นๆแล้ว ฝ่ายเหนือยังได้ส่งคณะนักแสดงและคณะผู้แทนระดับสูงไปยังเกาหลีใต้ตอบรับนโยบายที่เป็นมิตรของรัฐบาลชุดใหม่ของเกาหลีใต้ด้วย

ตอนนี้ระบบขีปนาวุธ และอาวุธหลายรายการของกองทัพเกาหลีเหนือก้าวหน้าและทันสมัยมากขึ้น ทำให้ตนเองเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการเมืองได้มากขึ้น ไม่ใช่มีไว้เพื่อรุกรานใคร แต่ถ้าถูกกระทำก่อนอีกครั้ง รอบนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใครจะกล้าเสี่ยงเล่นสงครามนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือหละ? นี่แหละไม้เด็ดของเกาหลีเหนือหละ ประธานาธิบดีมูน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้รับคำเชิญของผู้นำเกาหลีเหนือที่ฝากเทียบเชิญผ่านน้องสาวมาให้ เพื่อเดินทางไปเยือนกรุงเปียงยาง แต่ยังไม่ระบุวันเวลาที่แน่ชัด ถือว่าเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในทางการทูตและการเมืองในครั้งนี้ สื่อสหรัฐอย่าง CNN ถึงกับบอกว่า "น้องสาวคิมแย่งซีน (Kim's sister steals the show)" และพาดหัวข่าวว่า "เกาหลีเหนือกำลังชนะโอลิมปิก -- และไม่ใช่เพราะเรื่องกีฬา" (North Korea is winning the Olympics -- and it's not because of sports)

แน่นอนครับ เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้รัฐบาลของท่านประธานาธิบดีมูน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ด้วย แม้ว่าจะถูกสหรัฐกดดันอย่างหนัก แต่ท่านก็สามารถผลักดันให้การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีมาถึงวันนี้จนได้ แม้ว่าจะยังต้องก้าวต่อไปสู่หนทางแห่งสันติภาพที่ยั่งยืนอีกหลายก้าวก็ตาม

The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
12/02/2561
----------
http://english.yonhapnews.co.kr/news/2018/02/11/0200000000AEN20180211005651315.html
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5736
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5735
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5727
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5728
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5734
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5733
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5726
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5738
http://english.yonhapnews.co.kr/news/2018/02/11/0200000000AEN20180211005600315.html
http://english.yonhapnews.co.kr/news/2018/02/09/44/0200000000AEN20180209008800315F.html
http://english.yonhapnews.co.kr/northkorea/2018/02/08/0401000000AEN20180208015200315.html
http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20180211000347
https://sputniknews.com/analysis/201802111061562188-kim-jong-un-sister-talks-us/
https://sputniknews.com/asia/201802111061557477-north-korea-leader-sister-olympics/
บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 04:53:54
ilikeguns
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #171 เมื่อ: 13,02, 2018, 04:53:54 »

 ปรบมือตามอ่านและให้กำลังใจต่อครับ ปรบมือ
บันทึกการเข้า
13,02, 2018, 06:48:15
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #172 เมื่อ: 13,02, 2018, 06:48:15 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=SXnWzWKQ1Bo" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=SXnWzWKQ1Bo</a>

รัสเซียทูเดย์ - กระทรวงกลาโหมแดนหมีขาวเมื่อวันจันทร์(12ก.พ.) เผยแพร่วิดีโอโชว์การยิงทดสอบขีปนาวุธสกัดกั้นใหม่ล่าสุดไม่เปิดเผยชนิด ที่มีศักยภาพป้องกันมอสโกจากการโจมตีทางนิวเคลียร์ใดๆ โดยมีความตั้งใจจะเข้ามาแทนระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธ(ABM) พิสัยใกล้ในปัจจุบัน

วิดีโอที่เผยแพร่ในวันจันทร์(12ก.พ.) เป็นภาพจากฐานยิงซารี - ซากันในคาซัคสถาน ซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะ บริเวณที่รัสเซียใช้ทดสอบขีปนาวุธ โดยฐานยิงปล่อยจรวดสกัดกั้นลูกหนึ่งออกมา ก่อนที่ขีปนาวุธลูกดังกล่าวพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้ามุ่งหาเป้าหมาย ทิ้งไว้เพียงหิมะที่ปลิวว่อนและกลุ่มควันสีน้ำตาลเข้มที่ลอยขึ้นเป็นทางยาวตามเส้นทางของขีปนาวุธ

กองทัพรัสเซียไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบครั้งนี้ เพียงแต่บอกว่าขีปนาวุธใหม่กำลังสิ้นสุดการทดสอบและเข้าสู่ประจำการ

ดูเหมือนว่าขีปนาวุธสกัดกั้นใหม่ล่าสุดจะถูกนำเข้ามาทดแทนจรวดต่อต้านขีปนาวุธพิสัยใกล้ 53T6 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธ ABM ที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบัน เพื่อปกป้องมอสโกจากความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีทางนิวเคลียร์

ทั้งนี้ รัสเซีย เลิกผลิตจรวดรุ่นดังกล่าวแล้วและท้ายที่สุดก็จำเป็นต้องติดตั้งขีปนาวุธรุ่นใหม่ทดแทน เนื่องจากขีปนาวุธเหล่านั้นมีอายุเก่าเก็บล้าสมัย

รายงานข่าวระบุว่าขีปนาวุธสกัดกั้นใหม่ล่าสุดที่ได้รับฉายาว่า "PRS-1M" ติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ซึ่งมีศักยภาพพุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุด 4 กิโลเมตรต่อวินาที มีส่วนประกอบลำตัวที่เบากว่าเดิมและติดตั้งระบบนำร่องที่ผ่านการอัพเดทแล้ว ซึ่งช่วยให้มันสามารถตอบโต้ขีปนาวุธข้ามทวีป(ไอซีบีเอ็ม)ที่พุ่งเข้ามาได้ดีกว่าเดิม

ด้วยที่มันมีขนาดเท่ากับ 53T6 นั่นจึงหมายความว่าสามารถนำขีปนาวุธใหม่ล่าสุดเข้าประจำการที่ฐานยิงเดิมทั่วเมืองหลวงของรัสเซียได้ทันที
บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 06:54:10
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #173 เมื่อ: 13,02, 2018, 06:54:10 »

Paisal Puechmongkol

ม๊อบต่างชาติป่วนเมือง ใช้สื่อปั่นข่าว แบบที่ทำกับอิหร่านและฮ่องกง ในที่สุด ก็เจ๊งไม่เป็นท่าเพราะประชาชนไม่เล่นด้วย

กรณีข่าว..
กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยที่มีจุดประสงค์..
เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งโดยเร็วรวมตัวกันบริเวณ..อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย
ตั้งแต่..วันอาทิตย์ที่10กพ.เมื่อ2วัน ที่ผ่านมานั้น

"กลุ่มใช้เวลา4ชั่วโมง"ในการรวมตัวทำกิจกรรม(ตั้งแต่16.00-20.00น.)ยอดผู้ชุมนุม400 คน (รวมตร./ทหารนอกเครื่องแบบ100 คน ยอดรวม500คน)

หลังยุติกิจกรรมแกนนำ3คน ได้ถูก ตร.นำตัวไปสน.สำราญราษฎร(ข้อกล่าวหา"ขัดหมายเรียก")และได้รับการประกันตัวในภายหลัง

สรุป..
การชุมนุม ใช้เวลา4ชม.ยอด400-500คน เท่านั้นไม่มีการลงมาบนถ.ราชดำเนินตามที่มีข่าวออกไปยอดไม่ได้เป็นพันเป็นหมื่น ตามที่ข่าวผู้ไม่ประสงค์ดีออกข่าวมีการถ่ายทอดสดทางสื่ออนไลน์/ฟรีทีวี มากมายและไม่มีชุมนุมยื้ดเยื้อถึงเวลานี้/วันนี้(21.00ของวันที่12กพ.)ตามที่เป็นข่าวในเวลานี้

ปัจจุบันขณะรายงาน(21.00น.12กพ.61)
นุเสาวรีย์ ปชต.ปกติสุขดี ไม่มีอะไรน่าเป็นหว่ง..หว่งแต่ไอ้คนปล่อยข่าวนี้..เอาข่าวเก่า/ภาพเก่า มาลง

"ประสงค์อะไรกันแน่"

 -- ป๋าหนวด --
    รายงาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,02, 2018, 06:59:00 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 11:13:01
beamsound รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,084



« ตอบ #174 เมื่อ: 13,02, 2018, 11:13:01 »

รอดูเหมือนกันครับ มวยคู่เอก ครั้งโน้น เมนาเฮม เบกิ้น นำทัพเจอกับ อียิปต์ ซีเรีย จอร์แดน เลบานอน อิหร่าน อิรัก มีเมกาถือหาง

ครั้งนี้ เนทันยาฮูนำทัพชน เมกาถือหางเช่นเคย (มีกองกำลังเคิร์ดเป็นแนวร่วม) เจอกับ ซีเรีย เลบานอน อิหร่าน ที่มีรัสเซียถือหาง อาวุธที่จะสาดใส่กันหนักกว่าปี 2510 แถมมีที่ราบสูงโกลันเป็นเดิมพันที่สูงเอาเรื่อง 
เอาคืนยังครับหรือว่า หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า
13,02, 2018, 11:16:02
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #175 เมื่อ: 13,02, 2018, 11:16:02 »

ผ่านไปหลายสิบปี ฝรั่งก็ยังคงใช้ฟอร์มเดิมคือส่งเรือมาอ่อยแบบที่ไทยเจอฝรั่งเศสยั่วยุไทยเราสมัยร.5 ถ้าจีนหรือเกาหลีเหนือหมดความอดทนจมเรือฝรั่งก่อน มันก็จะอ้างเหตุกีฑาทัพใหญ่เข้ามา แต่ยุคนี้ จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ ไม่เหมือนสมัยก่อนอาจจะไม่ได้แค่ตั้งรับแต่คงเตรียมสวนเจ็บๆ โดยเฉพาะจีนนั้นไม่จำเป็นต้องแลกหมัดเพราะอยู่เฉยๆ ฝรั่งมันก็จะแตกจากข้างในเอง

แต่ก็อย่างว่าเมกา มันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เพราะหนี้สินท่วมหัวขนาดนั้น มีแต่จะต้องเร่งเกมส์เปิดสงครามแบบอยู่หรือไป

อังกฤษเตรียมส่งเรือรบเข้า “ทะเลจีนใต้” สำแดงเสรีภาพท้าทายจีน

เอเอฟพี - อังกฤษเตรียมส่งเรือรบลำหนึ่งจากออสเตรเลียเข้ามายังทะเลจีนใต้ในช่วงเดือน มี.ค. เพื่อสำแดงเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความโกรธเกรี้ยวต่อจีนไม่น้อย

รัฐบาลจีนอ้างกรรมสิทธิ์เหมารวมเหนือน่านน้ำอันเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติของทะเลจีนใต้ และได้ทำการแปรสภาพกองหินปะการังหลายแห่งจนกลายเป็นหมู่เกาะเทียมที่มีทั้งทางวิ่งเครื่องบินและสาธารณูปโภคทางทหารครบครัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,02, 2018, 11:36:10 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 11:53:17
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #176 เมื่อ: 13,02, 2018, 11:53:17 »

ผู้แทนรัฐบาลผู้ดีจอมปลอมมาไทย:

เมื่อว่าถึงเกมการเมืองระหว่างประเทศ อังกฤษก็คือขี้ข้าของอเมริกาดีๆ นี่เอง สนับสนุนอเมริกาบุกอิรัก ฆ่าซัดดัม ฮุสเซน สนับสนุนอเมริกาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศบุกซีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เงินสนับสนุนกลุ่มสิทธิมนุษยชนลวงโลกอย่างกลุ่มหมวกกันน็อคซึ่งแท้จริงแล้วเป็นกลุ่มเพื่อนของกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ สนับสนุนอเมริกาถล่มเยเมนอย่างไร้มนุษยธรรม

อเมริกาหวังจะครอบงำไทย แต่คนไทยไม่กลัว ถ้าอเมริกาแสดงท่าก้าวร้าวมา คนไทยก็จะหนีไปซบรัสเซียและจีนมากยิ่งขึ้นเหมือนหลายๆ ชาติขณะนี้เร็วขึ้น ผมเดาเอาว่าอเมริกาไม่อยากบุ่มบ่ามแต่ก็ไม่วายให้บริวารมากดดันไทยแทน

ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
บันทึกการเข้า

 
13,02, 2018, 12:33:40
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,571



« ตอบ #177 เมื่อ: 13,02, 2018, 12:33:40 »

ถ้าไม่มีตัวเสี้ยมจากชาติตะวันตก ก็ไม่มีความแตกแยก

กว่าถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ภาพที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้และคณะผู้แทนระดับสูงของเกาหลีเหนือร่วมชมคอนเสิร์ทการแสดงดนตรีระหว่างศิลปินชาวกาหลีเหนือและนักร้องชื่อดังเกาหลีใต้ประสานเสียงร่วมร้องเพลงด้วยกันในกรุงโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้ ภาพสไลด์โชว์ผู้หญิงชราชาวเกาหลีซับน้ำตา ภาพนักร้องสาว Seohyun หนึ่งในสมาชิกวง K-pop ที่โด่งดังของเกาหลีใต้สวมกอดกับนักร้องสาวจากวง Samjiyon Orchestra ของเกาหลีเหนือ ภาพคุณปุ่คิม ยอง-นัม วัย 90 ปี หนึ่งในคณะทูตพิเศษของเกาหลีเหนือ ซับน้ำตาเมื่อได้เห็นภาพคนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้รุ่นหลานร่วมร้องเพลง "Our Wish Is Unification" ด้วยกัน ภาพประธานาธิบดีมูน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ถึงกับเก็บความประทับใจไว้ไม่ได้ ซึ่งนั่งติดกับคุณคิม โย-จอง น้องสาวประธานาธิบดีคิม จอง-อึนแห่งเกาหลีเหนือ ต้องลุกขึ้นมาปรบมือเชียร์และแสดงความดีใจอย่างออกหน้าออกตา ยิ่งกว่าการเชียร์กีฬาโอลิมปิกซะอีก

ภาพเหล่านี้ บรรยากาศแบบนี้ เป็นนิมิตรหมายที่ดีในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี และได้รับการชื่นชม ยกย่อง สรรเสริญ และการสนับสนุนจากทั่วโลก ยกเว้นผู้ที่ไม่ใฝ่สันติภาพ "สันติภาพมีค่ายิ่งกว่าชัยชนะ" (Peace is more precious than Triumph) (คำขวัญที่นักกีฬาเทควันโด้เกาหลีเหนือแสดงต่อสื่อมวลชนและผู้ชมการแสดงในเกาหลีใต้)

นักวิเคราะห์ฝั่งตะวันตกวิจารณ์คุณคิม โย-จอง น้องสาวของคิมน้อยว่า บทบาทของเธอเหมือนกับ "Ivanka Trump" ลูกสาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐที่เล่นอยู่หลังฉาก คอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ทรัมป์ ซึ่งเป็นพ่อของเธอ

คุณคิม โย-จอง (อายุ 30 ปี) เป็นน้องสาวคนเล็กของประธานาธิบดีคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรคและรัฐบาล รับผิดชอบงานด้านการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศชาติ เป็นหนึ่งใน "กุนซือ" ที่สำคัญของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ

ประเมินจากผลงานด้านการทูตระหว่างประเทศของเธอในครั้งนี้ ขอสรุปได้ว่า "ขั้นเทพ" เป็นครั้งแรกที่เธอเดินทางไปกรุงโซลและเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้หลายคนรวมทั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ด้วยจนประสบความสำเร็จ ส่วนท่านผู้เฒ่าคิม ยอง-นัม นั้น ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งระธานาสภาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกสองท่านที่เดินทางมาด้วยกันเหมือนกับว่ามาในฐานะที่ปรึกษาและคอยให้คำแนะนำหรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับคุณคิม โย-จอง การเจรจาส่วนใหญ่กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้และประธานาธิบดีมูน แจ-อิน เป็นหน้าที่ของคุณคิม โย-จอง ซึ่งโดดเด่นมาด ราวกับว่าเธอเป็น "องค์หญิง" จากเกาหลีเหนือ

รอบนี้กล้องของสื่อมวลชนทั่วไปทั้งในและต่างประเทศจับจ้องอยู่ที่คณะผู้แทนและบรรดากองเชียร์สาวสวยของเกาหลีเหนือเป็นหลัก การแข่งขันกีฬากลายเป็นเรื่องรอง แม้กระทั่งนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐที่คุยว่าจะใช้ทุกโอกาสเพื่อสกัดกั้นเกาหลีเหนือก่อนที่ไปกรุงโซล แต่พออยู่ต่อหน้าคณะผู้แทนจากเกาหลีเหนือ เพนซ์กับหดหัวและไม่กล้าสู้หน้าคุณคิม โย-จอง และผู้เฒ่าวัย 90 ปี คงจะถูกแสงออร่าของคุณคิม​ โย-จองขับไล่ให้เพนซ์กลับไปอยู่ในมุมมืดที่เขาโปรดปราณต่อไป งานนี้ผู้แทนสูงสุดของสหรัฐตกกระป๋องไปเลย

เกาหลีเหนือมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? การพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีจนนำไปสู่การดำเนินการภาคปฏิบัติไม่ใช่ว่าเพิ่งจะมีครั้งนี้เป็นหนแรก เคยเกิดขึ้นมาแล้วถึงสองครั้งในอดีต บางสมัยเมื่อสองเกาหลีหันหน้าเจรจากัน ก็นำไปสู่การพัฒนาและลงทุนร่วมกัน โดยเกาหลีใต้ได้ไปก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมแกซองขึ้นในดินแดนของเกาหลีเหนือ หางจากชายแดนของเกาหลีใต้ไม่ไกลนัก มีเส้นทางรถไฟเชื่อมถึงกัน

แต่ความสัมพันธ์ดีๆ แบบนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน พอฝ่ายใต้เปลี่ยนรัฐบาล นโยบายที่เป็นมิตรกับเกาหลีเหนือก็เปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้าม เนื่องจากสหรัฐไม่ต้องการให้สองเกาหลีรวมชาติกันได้ หากเกาหลีเหนือยังมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง และพรรคคอมมิวนิสต์ยังมีอิทธิพลในเกาหลีเหนือ สิ่งที่สหรัฐต้องการก็คือ กลืนเกาหลีทั้งหมด ตอนนี้กลืนได้ครึ่งหนึ่ง (กลืนเกาหลีใต้) คิดจะกลืนอีกครึ่งที่เหลือ (เกาหลีเหนือ) แต่ติดก้างชิ้นใหญ่ (นุกของเกาหลีเหนือ) ซะก่อน จึงกลืนไม่ได้

สไตล์การทูตของเกาหลีเหนือก็คือ "แข็งมา แข็งตอบ, แรงมา แรงตอบ, อ่อนมา ใช้อ่อนรับ, ดีมา ก็ดีกลับ" พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้บู๊ต้านบู๊ ใช้บุ๋นต้านบุ๋น "ใช้บู๊ต้านบู๊" ก็คือ การเสริมแสนยานุภาพทางทหารของตนเองให้เข้มแข็งจนสามารถป้องกันการรุกรานจากต่างชาติที่คิดจะใช้กำลังทางทหารจัดการกับเกาหลีเหนือได้ โดยการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีนปาวุธข้ามทวีปให้ก้าวหน้า ทำให้ผู้ที่คิดจะใช้ไม้แข็งกับเกาหลีเหนือ จำเป็นต้องคิดหนักและไม่กล้าลงมือ ถ้าถูกด่าและถูกกล่าวหา เกาหลีเหนือก็จะด่ากลับแบบแรงๆ ทันทีเช่นกัน

ส่วน "ใช้บุ๋นต้านบุ๋น" ก็คือการใช้วิธีทางการทูตและการเมืองเพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งภายในกับเกาหลีใต้ เมื่อนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีมูน แจ-อิน เน้น "ฟื้นฟูความสัมพันธ์และสร้างมิตรกับเกาหลีเหนือ" เกาหลีเหนือก็มิได้เพิกเฉยกับไมตรีของประธานาธิบดีมูน แจ-อิน เป็นโอกาสดีที่ กรุงโซลเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาวขึ้น นอกจากส่งคณะนักกีฬาเข้าร่วมเหมือนกับชาติอื่นๆแล้ว ฝ่ายเหนือยังได้ส่งคณะนักแสดงและคณะผู้แทนระดับสูงไปยังเกาหลีใต้ตอบรับนโยบายที่เป็นมิตรของรัฐบาลชุดใหม่ของเกาหลีใต้ด้วย

ตอนนี้ระบบขีปนาวุธ และอาวุธหลายรายการของกองทัพเกาหลีเหนือก้าวหน้าและทันสมัยมากขึ้น ทำให้ตนเองเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการเมืองได้มากขึ้น ไม่ใช่มีไว้เพื่อรุกรานใคร แต่ถ้าถูกกระทำก่อนอีกครั้ง รอบนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใครจะกล้าเสี่ยงเล่นสงครามนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือหละ? นี่แหละไม้เด็ดของเกาหลีเหนือหละ ประธานาธิบดีมูน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้รับคำเชิญของผู้นำเกาหลีเหนือที่ฝากเทียบเชิญผ่านน้องสาวมาให้ เพื่อเดินทางไปเยือนกรุงเปียงยาง แต่ยังไม่ระบุวันเวลาที่แน่ชัด ถือว่าเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในทางการทูตและการเมืองในครั้งนี้ สื่อสหรัฐอย่าง CNN ถึงกับบอกว่า "น้องสาวคิมแย่งซีน (Kim's sister steals the show)" และพาดหัวข่าวว่า "เกาหลีเหนือกำลังชนะโอลิมปิก -- และไม่ใช่เพราะเรื่องกีฬา" (North Korea is winning the Olympics -- and it's not because of sports)

แน่นอนครับ เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้รัฐบาลของท่านประธานาธิบดีมูน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ด้วย แม้ว่าจะถูกสหรัฐกดดันอย่างหนัก แต่ท่านก็สามารถผลักดันให้การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีมาถึงวันนี้จนได้ แม้ว่าจะยังต้องก้าวต่อไปสู่หนทางแห่งสันติภาพที่ยั่งยืนอีกหลายก้าวก็ตาม

The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
12/02/2561
----------
http://english.yonhapnews.co.kr/news/2018/02/11/0200000000AEN20180211005651315.html
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5736
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5735
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5727
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5728
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5734
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5733
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5726
http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&no=5738
http://english.yonhapnews.co.kr/news/2018/02/11/0200000000AEN20180211005600315.html
http://english.yonhapnews.co.kr/news/2018/02/09/44/0200000000AEN20180209008800315F.html
http://english.yonhapnews.co.kr/northkorea/2018/02/08/0401000000AEN20180208015200315.html
http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20180211000347
https://sputniknews.com/analysis/201802111061562188-kim-jong-un-sister-talks-us/
https://sputniknews.com/asia/201802111061557477-north-korea-leader-sister-olympics/
ความน่ารักอ่อนหวานของสาวเกาหลีทำให้ลดความร้อนแรงของคาบสมุทรเกาหลีลงได้เยอะ....ชื่นชม รักกันนะ
บันทึกการเข้า
13,02, 2018, 12:49:08
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,874



« ตอบ #178 เมื่อ: 13,02, 2018, 12:49:08 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=SXnWzWKQ1Bo" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=SXnWzWKQ1Bo</a>

รัสเซียทูเดย์ - กระทรวงกลาโหมแดนหมีขาวเมื่อวันจันทร์(12ก.พ.) เผยแพร่วิดีโอโชว์การยิงทดสอบขีปนาวุธสกัดกั้นใหม่ล่าสุดไม่เปิดเผยชนิด ที่มีศักยภาพป้องกันมอสโกจากการโจมตีทางนิวเคลียร์ใดๆ โดยมีความตั้งใจจะเข้ามาแทนระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธ(ABM) พิสัยใกล้ในปัจจุบัน

วิดีโอที่เผยแพร่ในวันจันทร์(12ก.พ.) เป็นภาพจากฐานยิงซารี - ซากันในคาซัคสถาน ซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะ บริเวณที่รัสเซียใช้ทดสอบขีปนาวุธ โดยฐานยิงปล่อยจรวดสกัดกั้นลูกหนึ่งออกมา ก่อนที่ขีปนาวุธลูกดังกล่าวพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้ามุ่งหาเป้าหมาย ทิ้งไว้เพียงหิมะที่ปลิวว่อนและกลุ่มควันสีน้ำตาลเข้มที่ลอยขึ้นเป็นทางยาวตามเส้นทางของขีปนาวุธ

กองทัพรัสเซียไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบครั้งนี้ เพียงแต่บอกว่าขีปนาวุธใหม่กำลังสิ้นสุดการทดสอบและเข้าสู่ประจำการ

ดูเหมือนว่าขีปนาวุธสกัดกั้นใหม่ล่าสุดจะถูกนำเข้ามาทดแทนจรวดต่อต้านขีปนาวุธพิสัยใกล้ 53T6 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธ ABM ที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบัน เพื่อปกป้องมอสโกจากความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีทางนิวเคลียร์

ทั้งนี้ รัสเซีย เลิกผลิตจรวดรุ่นดังกล่าวแล้วและท้ายที่สุดก็จำเป็นต้องติดตั้งขีปนาวุธรุ่นใหม่ทดแทน เนื่องจากขีปนาวุธเหล่านั้นมีอายุเก่าเก็บล้าสมัย

รายงานข่าวระบุว่าขีปนาวุธสกัดกั้นใหม่ล่าสุดที่ได้รับฉายาว่า "PRS-1M" ติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ซึ่งมีศักยภาพพุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุด 4 กิโลเมตรต่อวินาที มีส่วนประกอบลำตัวที่เบากว่าเดิมและติดตั้งระบบนำร่องที่ผ่านการอัพเดทแล้ว ซึ่งช่วยให้มันสามารถตอบโต้ขีปนาวุธข้ามทวีป(ไอซีบีเอ็ม)ที่พุ่งเข้ามาได้ดีกว่าเดิม

ด้วยที่มันมีขนาดเท่ากับ 53T6 นั่นจึงหมายความว่าสามารถนำขีปนาวุธใหม่ล่าสุดเข้าประจำการที่ฐานยิงเดิมทั่วเมืองหลวงของรัสเซียได้ทันที
ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า  ตามอ่านครับท่าน ขอบคุณครับ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า   ปรบมือ  พญาหมีขาวก้าวทุกๆก้าวด้วยความมั่นใจ  และทรงพลังยิ่ง  ปรบมือ
บันทึกการเข้า
13,02, 2018, 17:30:15
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,242



« ตอบ #179 เมื่อ: 13,02, 2018, 17:30:15 »

สหรัฐฯ นำทหารเข้าร่วม “คอบร้าโกล” ในไทย มากสุดในรอบหลายปี

รอยเตอร์ – กองกำลังสหรัฐฯชุดใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหารประจำปีในไทยในวันนี้ (13) ถึงแม้ว่าจะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการที่รัฐบาลไทยเชื้อเชิญกองทัพเมียนมาร์ที่ถูกกล่าวหาว่าลบล้างเผ่าพันธุ์เข้าร่วมด้วย

สหรัฐฯลดระดับการเข้าร่วมคอบร้าโกล การฝึกซ้อมทางทหารหลายฝ่ายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย หลังจากรัฐประหารในไทยเมื่อปี 2014 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทหารและสหรัฐฯพัฒนาขึ้นภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

การเข้าร่วมของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 6,800 คน เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปีที่แล้ว เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงอิทธิพลที่ยังคงอยู่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคที่จีนกำลังมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ

การซ้อมรบคอบร้าโกลถูกจัดขึ้นมานานกว่าสามทศวรรษ คอบร้าโกลในปีนี้จะมีเจ้าหน้าที่ราว 11,075 คนจาก 29 ประเทศเข้าร่วม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,02, 2018, 17:31:57 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 ... 31   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: