GUN IN THAILAND
16,10, 2018, 10:08:18 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 ... 26 27 [28] 29 30 31   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก ภาค#16  (อ่าน 8595 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
11,03, 2018, 15:23:24
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16,288


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #405 เมื่อ: 11,03, 2018, 15:23:24 »

อะไรทำให้คิมน้อยยอมเจรจากับเมกา

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=7JEL62e-KQs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=7JEL62e-KQs</a>

วันนี้ อาจารย์สมชาย ใช้หลักคิดตะวันตก มาวิเคราะห์ สังคมนิยมตะวันออก
แล้วใช้ข้อมูลด้านจะวันตก เมกา เป็นหลัก จึงด้อย ในการวิเคราะห์ ลงไปมาก

น้ำมามากกว่าเนื้อ เกิดการเอนเอียงโดยไม่รู้ตัวเลย ยิ่งตอนหัวเราะกับท่าทีของจีน
เป็นถลำลึก กลายเป็นการจับผิด ผิดคน เลยครับ อาจารย์.   น้ำตาไหลพราก






บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"
"เมื่อให้เขาพูด จึงจะทราบว่า เขาประมาณใด"

http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=61789.0

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
11,03, 2018, 15:43:49
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16,288


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #406 เมื่อ: 11,03, 2018, 15:43:49 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=uuOg4DjFE1A" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=uuOg4DjFE1A</a>

นักข่าวสายตะวันตก พยายามปั่นกระแสให้คนคล้อยตามไปว่าการยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจาของเกาหลีเหนือเป็นกลลวง และพยายามรายงานข่าวแบบโน้มน้าวล่วงหน้าให้ชาวโลกมองว่าการที่ชาติตะวันตกควรโจมตีเกาหลีเหนือให้สิ้นซากแบบลิเบีย อิรักเป็นเรื่องชอบธรรม

การนำข้อเท็จจริงที่เกิด โดยไม่เจือความเห็นลงไป เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับ ผู้ติดตามข่าวสาร.  ปรบมือ

แต่เมื่อใดที่มีการวิเคราะห์(ในตอนท้าย) แม้คนวิเคราะห์เองก็ไม่รู้ตัวว่า บทวิเคาระห์เป็นการถือข้างฝ่ายตะวันตก จึงอาจขาดความน่าเชื่อถือไปอย่างน่าเสียดาย ครับ.  น้ำตาไหลพราก

บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"
"เมื่อให้เขาพูด จึงจะทราบว่า เขาประมาณใด"

http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=61789.0

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
11,03, 2018, 16:25:31
beamsound รักในหลวง
super member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2,062



« ตอบ #407 เมื่อ: 11,03, 2018, 16:25:31 »

อะไรทำให้คิมน้อยยอมเจรจากับเมกา

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=7JEL62e-KQs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=7JEL62e-KQs</a>
ปัญหาของประเทศเราคือนักวิชาการที่ ...... เหงื่อตก
บันทึกการเข้า
11,03, 2018, 18:54:18
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,521



« ตอบ #408 เมื่อ: 11,03, 2018, 18:54:18 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=jZ6srtgSClU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=jZ6srtgSClU</a>

อเมริกาเตือนประเทศในแอฟริกา อย่าตกเป็นทาสเงินของจีน จะเสียดินแดนไม่รู้ตัว

คงจะพยายามสื่อว่าให้มาเป็นทาสเงินและสื่อเสี้ยมของอเมริกา อังกฤษและยุโรปแทน จะได้เอาทรัพยากรณ์มีค่ามาแลกอาวุธฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันตายเป็นเบือเช่นในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
พี่มังกรคืออำนาจใหม่ที่ยิ่งใหญ่ด้านเศรษฐกิจใช้ความเจริญนำเข้าไปก่อน
ส่วนอีแร้งใช้การแทรกแซง กดดัน ก่อสงครามไปทั่ว....
บันทึกการเข้า
12,03, 2018, 07:12:51
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,224



« ตอบ #409 เมื่อ: 12,03, 2018, 07:12:51 »

เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – รัสเซียแถลงในวันอาทิตย์ (11 มี.ค.) ว่า ประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธไฮเทคความเร็วพุ่งจิ๊ดสุดๆ ระดับเหนือเสียงหลายเท่าตัว หรือ ไฮเปอร์โซนิก (hypersonic missile) ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมร์ ปูติน ระบุว่าเป็น “อาวุธในอุดมคติชนิดหนึ่ง” ซึ่งสามารถเจาะผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ทุกระบบ เมื่อตอนที่เขาเปิดเผยอวดโอ่บรรดาอาวุธยุคหน้าของแดนหมีขาวตอนต้นเดือนมีนาคมนี้

ขีปนาวุธที่มีความแม่นยำสูงรุ่น “คินชัล (Kinzhal คำรัสเซียคำนี้แปลว่า กริช หรือ Dagger ในภาษาอังกฤษ) นี้ ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นความเร็วเหนือเสียง (supersonic) รุ่น มิก-31 (MiG-31) ซึ่งบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากสนามบินแห่งหนึ่งในเขตทหารภาคใต้ (South Military District) ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย กระทรวงกลาโหมแดนหมีขาวแถลง

ขีปนาวุธ “คินชัล” เป็น 1 ในอาวุธรุ่นใหม่ๆ จำนวนหนึ่งซึ่งปูตินนำเอามาเปิดเผย ในระหว่างการกล่าวปราศรัยแถลงผลงานและนโยบายประจำปีเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้ารัสเซียจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ซึ่งได้มีการดำเนินการต่างๆ เพื่อรับประกันว่าเขาจะต้องเป็นผู้ชนะ

ปูตินพูดในตอนนั้นว่า ขีปนาวุธรุ่นนี้เคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็ว 10 เท่าตัวของความเร็วเสียง และสามารถเอาชนะระบบป้องกันภัยทางอากาศต่างๆ ได้

เขาระบุด้วยว่า ขีปนาวุธรุ่นนี้ได้นำเข้าประจำการในเขตทหารภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมปีที่แล้ว

ทางด้านรองนายกรัฐมนตรี ดมิตริ โรโกซิน (Dmitry Rogozin) ของรัสเซีย เขียนเอาไว้บนเฟซบุ๊กว่า เครื่องบินขับไล่ซูเปอร์โซนิกรุ่น มิก-31 ที่จะใช้ในการบรรทุกขีปนาวุธรุ่นนี้ ก็ได้ผ่านการปรับปรุงยกระดับให้ทันสมัยยิ่งขึ้นเป็นพิเศษด้วยเช่นเดียวกัน

ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียสำทับเอาไว้ในคำแถลงว่า ตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้เป็นต้นว่า เครื่องบินนี้ได้ออกบินเป็นจำนวนมากกว่า 250 เที่ยวบินแล้ว เพื่อการปรับปรุงระบบขีปนาวุธนี้ให้มีความสมบูรณ์ที่สุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12,03, 2018, 07:14:58 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
12,03, 2018, 11:21:31
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,224



« ตอบ #410 เมื่อ: 12,03, 2018, 11:21:31 »

เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ จิม แมตทิส แสดงท่าทีพยายามลดน้ำหนักคำโอ้อวดของมอสโก โดยกล่าวในวันอาทิตย์ (11 มี.ค.) ว่า การที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน คุยโตเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับบรรดาอาวุธไฮเทคในเจนเนอเรชั่นต่อไปของรัสเซียนั้น ไม่ได้ทำให้อเมริกาต้องถึงกับเปลี่ยนแปลงการคาดคำนวณในเชิงยุทธศาสตร์แต่อย่างใด
บันทึกการเข้า

 
12,03, 2018, 11:30:39
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,521



« ตอบ #411 เมื่อ: 12,03, 2018, 11:30:39 »

เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – รัสเซียแถลงในวันอาทิตย์ (11 มี.ค.) ว่า ประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธไฮเทคความเร็วพุ่งจิ๊ดสุดๆ ระดับเหนือเสียงหลายเท่าตัว หรือ ไฮเปอร์โซนิก (hypersonic missile) ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมร์ ปูติน ระบุว่าเป็น “อาวุธในอุดมคติชนิดหนึ่ง” ซึ่งสามารถเจาะผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ทุกระบบ เมื่อตอนที่เขาเปิดเผยอวดโอ่บรรดาอาวุธยุคหน้าของแดนหมีขาวตอนต้นเดือนมีนาคมนี้

ขีปนาวุธที่มีความแม่นยำสูงรุ่น “คินชัล (Kinzhal คำรัสเซียคำนี้แปลว่า กริช หรือ Dagger ในภาษาอังกฤษ) นี้ ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นความเร็วเหนือเสียง (supersonic) รุ่น มิก-31 (MiG-31) ซึ่งบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากสนามบินแห่งหนึ่งในเขตทหารภาคใต้ (South Military District) ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย กระทรวงกลาโหมแดนหมีขาวแถลง

ขีปนาวุธ “คินชัล” เป็น 1 ในอาวุธรุ่นใหม่ๆ จำนวนหนึ่งซึ่งปูตินนำเอามาเปิดเผย ในระหว่างการกล่าวปราศรัยแถลงผลงานและนโยบายประจำปีเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้ารัสเซียจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ซึ่งได้มีการดำเนินการต่างๆ เพื่อรับประกันว่าเขาจะต้องเป็นผู้ชนะ

ปูตินพูดในตอนนั้นว่า ขีปนาวุธรุ่นนี้เคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็ว 10 เท่าตัวของความเร็วเสียง และสามารถเอาชนะระบบป้องกันภัยทางอากาศต่างๆ ได้

เขาระบุด้วยว่า ขีปนาวุธรุ่นนี้ได้นำเข้าประจำการในเขตทหารภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมปีที่แล้ว

ทางด้านรองนายกรัฐมนตรี ดมิตริ โรโกซิน (Dmitry Rogozin) ของรัสเซีย เขียนเอาไว้บนเฟซบุ๊กว่า เครื่องบินขับไล่ซูเปอร์โซนิกรุ่น มิก-31 ที่จะใช้ในการบรรทุกขีปนาวุธรุ่นนี้ ก็ได้ผ่านการปรับปรุงยกระดับให้ทันสมัยยิ่งขึ้นเป็นพิเศษด้วยเช่นเดียวกัน

ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียสำทับเอาไว้ในคำแถลงว่า ตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้เป็นต้นว่า เครื่องบินนี้ได้ออกบินเป็นจำนวนมากกว่า 250 เที่ยวบินแล้ว เพื่อการปรับปรุงระบบขีปนาวุธนี้ให้มีความสมบูรณ์ที่สุด
นี่ แค่โชว์อีแร้งก็หนาวจนอุจาระแข็งกันไปหมดแล้ว  ยิ้มเด้ง
บันทึกการเข้า
12,03, 2018, 13:23:00
Viengping 9
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,820



« ตอบ #412 เมื่อ: 12,03, 2018, 13:23:00 »

 ธุจ้า ธุจ้า ตามอ่านครับท่าน  ขอบคุณครับ  ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
12,03, 2018, 16:55:25
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,224



« ตอบ #413 เมื่อ: 12,03, 2018, 16:55:25 »

"กองทัพซีเรีย" รุกคืบยึดเมืองใหญ่ในกูตาตะวันออกคืนจากกบฏ ยันเดินหน้าไล่ล่าต่อเนื่อง ไม่สนยูเอ็นขอให้หยุดยิง

สำหรับสถานการณ์ในประเทศซีเรียถึงวันนี้ยังคงระอุอย่างหนัก หลังจากที่ทางด้านกองทัพซีเรียได้เดินหน้าที่จะยึดคืนพื้นที่กูตาตะวันออก ที่เป็นพื้นที่สุดท้ายของกลุ่มกบฏยึดครองเอาไว้ และล่าสุดทางด้านสหประชาชาติได้ ขอให้มีการหยุดยิงเป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งทางด้านรัสเซีย พันธมิตรของซีเรีย ที่ได้ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้ประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 5 ชั่วโมงต่อวัน คือตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 14.00 น. ของทุกวัน ซึ่งสถานการณ์ก็ดูเหมือนคลี่คลาย แต่ทว่าพอพ้นช่วงเวลา ดังกล่าวกลับพบว่าสถานการณ์กลับรุนแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ขณะที่ทางด้านสหประชาชาติออกมาร้องขอให้มีการเปิดทางเข้าให้การช่วยเหลือพลเรือนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ แต่ทว่าพันธมิตรของซีเรียเอง ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย หรืออิหร่าน ก็เกรงว่าการเปิดทางเข้าให้การช่วยเหลือนั้นจะเป็นช่องทางให้ทางด้านสหรัฐฯ และพันธมิตรอื่น ๆ ของกลุ่มกบฏใช้เป็นช่องทางในการลำเลียงอาวุธเข้าสู่พื้นที่มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ทางด้านประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด ได้ประกาศเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2561 ว่า ปฏิบัติการโจมตีเขตกูตาตะวันออก เพื่อทวงคืนพื้นที่จากฝ่ายกบฏยังต้องเดินหน้าต่อไป ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้ยุติเหตุนองเลือดที่คร่าชีวิตพลเรือนผู้บริสุทธิ์ไปแล้วหลายร้อยศพ

จนกระทั้งเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 ทางด้านว่าองค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย หรือ เอสโอเอชอาร์  ได้มีการรายงานข้อมูลเบื้องต้นว่า ทางด้านกองทัพซีเรียประสบความสำเร็จในการยึดเมืองเมสราบา ที่อยู่ห่างจากกรุงดามัสกัสไปทางตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเขตกูตาตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งสุดท้ายรอบเมืองหลวงของซีเรียที่กองกำลังฝ่ายกบฏยังคงยึดครองเอาไว้ได้

ขณะเดียวกัน กองทัพซีเรียยังสามารถยึดถนนสายสำคัญหลายสายในเขตกูตาตะวันออก แล้วแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 เขตย่อย ได้แก่เขตดูมา เขตฮาราสตาที่อยู่ทางตะวันตก และเขตที่เหลือทั้งหมดทางตอนใต้

ดังนั้นเวลานี้ ไม่ว่าทางด้านสหประชาชาติ จะดำเนินการอย่างไร ก็คงจะห้ามทัพของทางด้านประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดไม่ได้อีกต่อไป เพราะ ภารกิจต่าง ๆ ที่สั่งสมมานั้นกำลังจะลุล่วงสู่ความสำเร็จ หากว่ายุติในเวลานี้ ก็อาจจะต้องเหนื่อยต่ออีกนาน เพราะทุกฝ่ายที่เป็นพันธมิตรกับผู้นำซีเรียนั้น หวั่นว่าการเข้าพื้นที่ของสหประชาชาตินั้น จะเป็นช่องทางหนึ่งที่กลุ่มกบฏได้นำเอาอาวุธต่างๆเข้าไปสนับสนุนพวกตนเพื่อได้มีกำลัง และอาวุธสู้กับทางด้านกองทัพซีเรียต่อไปนั่นเอง

http://www.tnews.co.th/index.php/contents/426029

Paisal Puechmongkol
บันทึกการเข้า

 
12,03, 2018, 16:57:49
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,224



« ตอบ #414 เมื่อ: 12,03, 2018, 16:57:49 »

ข่าวช็อก

ถือเป็นข่าวที่ “ช็อก” ความรู้สึกคนไทยทั้งประเทศ เมื่อ ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีคอร์รัปชันไทยเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาพบว่า

ความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในยุครัฐบาล คสช. เพิ่มขึ้นถึง 37% สูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่าสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในปี 2561 จะเพิ่มขึ้นเป็น 48% ทั้งๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศปราบคอร์รัปชันเกือบทุกวัน

แต่การคอร์รัปชันในยุค คสช.กลับไม่ลด แถมยังทำสถิติสูงสุดใหม่

เข้าตำรา ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเสียเอง

สาเหตุการทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้นมากมาย จนทำสถิติใหม่ในรอบ 3 ปี ดร.เสาวณีย์ เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่มาจาก กฎหมายที่เปิดโอกาสให้สามารถใช้ดุลพินิจเอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันถึง 18.8% รองมาเป็นเรื่องของ กระบวนการทางการเมืองที่ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก 15.6% และ ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบ 14.7% (นี่คือข้อเสียของระบบเผด็จการ)

รูปแบบคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น การให้สินบน ของกำนัล รางวัลต่างๆ 19.6% (การยืมนาฬิกาหรูเรือนละหลายล้านบาทมาใส่ก็น่าจะเข้าข่ายนะ) รองมาเป็น การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง 16.2% การทุจริตเชิงนโยบาย 13.8% การทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 12.2% การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ประโยชน์ภายหลัง 9.0%

ฟังแล้วคุ้นๆ คล้ายกับ ประกาศ คสช. ตอนปฏิวัติ วันนี้กลับไปสู่วงจรเดิมอีกแล้ว

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงเพิ่มเติมว่า

สถานการณ์คอร์รัปชันไทยเริ่มมีสัญญาณ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังปี 2558 หลังจากเริ่มมีการจัดซื้อจัดจ้างโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยพบว่า อัตราการจ่ายใต้โต๊ะปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 5–15 สูงสุดในรอบ 3 ปี นับจากปี 2558 ที่จ่ายใต้โต๊ะเฉลี่ยร้อยละ 1-15 ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 100,000-200,000 ล้านบาท

แวดวงผู้รับเหมาเขาเม้าท์กันว่า ยุคก่อน 2558 จ่ายแค่ 2 ชั้น ยุคหลัง 2558 ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 3 ชั้น หมายความว่าอย่างไร ผมแปลไม่ออก

งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2560 จากหยาดเหงื่อภาษีของประชาชน มีวงเงิน 2.932 ล้านล้านบาท ถ้า คอร์รัปชันไป 5–15% ก็รับประทานไปถึง 146,600–439,800 ล้านบาท

เห็นตัวเลขคอร์รัปชันแล้วตกตะลึง คอร์รัปชันกันปีละมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ แล้วที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศปราบคอร์รัปชันทุกวัน รัฐบาลปราบจริงหรือไม่ ถ้าปราบจริงทำไมการทุจริตคอร์รัปชันปี 2560 จึงสร้างสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 3 ปี

ปีนี้ 2561 ผลสำรวจระบุว่า สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันจะรุนแรงกว่าปี 2560 เพราะ มีการประมูลเมกะโปรเจกต์มากมาย งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2561 มีวงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ถ้าคอร์รัปชันไปเท่าเดิมร้อยละ 5–15 เงินภาษีของประชาชนก็จะถูกคอร์รัปชันไปถึง 145,000–435,000 ล้านบาท

สองปี ภาษีประชาชนถูกปล้นไปถึง 291,600–874,800 ล้านบาท เสียดายไหม

ทุกวันนี้ การประมูลเมกะโปรเจกต์ทุกโครงการ ล้วนมีราคาแพงเว่อร์จนน่าตกใจ บริษัทที่ประมูลได้ก็วนเวียนอยู่ใน 10 กว่าบริษัท การเสนอราคาประมูลแต่ละโครงการเหมือนฮั้วกันมาล่วงหน้า เห็นราคาก็รู้แล้วว่าโครงการนี้บริษัทไหนได้ แถมยังต่อรองราคายาก โครงการร่วมหมื่นล้านลดให้แค่ไม่กี่ล้านพอเป็นพิธี เมื่อได้โครงการแล้วก็ไปจ้างบริษัทเล็กรับช่วงทำต่ออีกทอด การก่อสร้างจึงล่าช้าทุกโครงการ

ก็ทำกันอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัย อำนาจจึงเป็นสิ่งหอมหวานเสมอ

เขียนไปก็เศร้าไป คนไทยเจ็บแล้วไม่รู้จักจำ จึงต้อง โง่ จน เจ็บ อยู่อย่างนี้แหละ.
 
“ลม เปลี่ยนทิศ”                                                                                                                                                                                                                                   ไทยรัฐ 19 กุมภาพันธ์ 2561.

Pibhop Dhongchai
บันทึกการเข้า

 
12,03, 2018, 17:22:40
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,224



« ตอบ #415 เมื่อ: 12,03, 2018, 17:22:40 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=5b2-jviqM2g" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=5b2-jviqM2g</a>
บันทึกการเข้า

 
12,03, 2018, 19:37:26
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,224



« ตอบ #416 เมื่อ: 12,03, 2018, 19:37:26 »

... “สงครามเกาหลี เรื่องราวพี่น้องร่วมสายเลือดที่ถูกคนต่างชาติพรากจากกัน”

... “สงครามเกาหลี” ได้เกิดขึ้นระหว่าง 25 มิถุนายน 1950 – 27 กรกฎาคม 1953 เป็นช่วงที่เกาหลีได้เป็นเอกราชครั้งแรกๆในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ จากการถูก “ญี่ปุ่น” ยึดครองมากนาน

... เป็นเวลากว่า 1,500 ปี ในสมัยโบราณที่การสงคราม การเมือง การค้า วัฒนธรรม อาหาร ศาสนา ตัวอักษรและภาษาจีนจะผ่านจากแผ่นดินใหญ่ไปญี่ปุ่นนั้นมักจะต้องผ่าน “ชานพักแห่งคาบสมุทรเกาหลี” หรือเมืองหน้าด่านแห่งนี้เสมอ

... ในปี 1592 และ 1598  “ญี่ปุ่น” หลังการรวมชาติได้โดย โตโยโทมิ ฮิเดโยชิ ได้สั่งการให้ไดเมียวหรือแคว้นต่างๆทั้งหลายร่วมกันบุกยึด “จีน” สมัยราชวงศ์หมิง โดยการกรีฑาทัพผ่าน “เกาหลี” แต่เกาหลีไม่ยอมเล่นด้วยได้แจ้งทางจีนให้ทราบถึงแผน ทะเยอทะยานของญี่ปุ่นล่วงหน้า แต่แล้วญี่ปุ่นก็บุกยึดเกาหลีได้ในเวลาแค่สามเดือน แต่หลังจากที่ฮิเดโทชิตายในปี 1598 ญี่ปุ่นก็สั่งถอยทัพออกจากเกาหลีและตั้งนโยบายปลีกตัวเองออกจากเพื่อนบ้าน ปิดประเทศ หรือ “ซาโกกุ”

... ขณะที่ฝ่ายเกาหลียังต้องเอาใจและคานอำนาจทั้งฝ่ายจีนและญี่ปุ่นเป็นบางโอกาศสำคัญยังต้องสั่งเครื่องราชบรรณาการไปให้เพื่อความอยู่รอดจากมหาอำนาจทั้งสองปีก

... ในสมัยราชวงศ์ชิงของชาวแมนจู จีนระส่ำระสาย ขณะที่ญี่ปุ่นกล้ามใหญ่เติบโตมากขึ้นจึงพองขนคิดจะบุกเพื่อนบ้านอีกครั้ง ขณะที่เกาหลีก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะชิ่งหนีจากอิทธิพลของปักกิ่ง เหล่าขุนนางเสนาบดีเหล่านี้จึงคิดตีจากราชสำนักจีนไปสร้างสัมพันธ์ใหม่กับญี่ปุ่นและชาติตะวันตก  ส่วนญี่ปุ่นมองว่านี่เป็นโอกาสอันดีในการจะยึดเอาดินแดนเพื่อนบ้านทั้งเกาหลีและจีนมาเป็นของตัวเอง, ในปี 1876 จึงเกิด “สงครามเกาหลี ญี่ปุ่น” ขึ้นมา โดยได้เข้ายึดเมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้อย่างปูซานของเกาหลีเป็นฐานที่มั่น ด้วยเพราะเป็นชัยภูมิที่ดี ... ในฐานะประเทศที่เพิ่งพัฒนาใหม่ ญี่ปุ่นหันไปมองเกาหลี ราชวงศ์โชซ็อน ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของญี่ปุ่น ในด้านความมั่นคงเพราะ เกาหลีอยู่ใกล้ชิดกับญี่ปุ่น ถือเป็นจุดที่ชาติอื่นสามารถเข้ามาโจมตีญี่ปุ่นได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อำนาจของราชวงศ์ชิงกำลังเสื่อมถอยลงทุกขณะ ญี่ปุ่นจึงหวังที่จะส่งทหารเข้าควบคุมคาบสมุทรเกาหลีก่อนเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคง นอกจากนั้นยังมีแหล่งแร่เหล็กและถ่านหินของเกาหลีที่สามารถสร้างเสริมความเป็นชาติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในอนาคต

 ... จากนั้นมาทำให้เกาหลีที่เคยวางตัวเป็นกลางเพื่อคานอำนาจก็ได้หันกลับไปเอนเอียงไปทางจีน และทำให้ญี่ปุ่นหันไปทำสงครามกับจีนที่กำลังเป็น “คนป่วยของเอเชีย” โดยตรง ในช่วงปี 25 กรกฎาคม 1894 – 17 เมษายน 1895   ที่สุดท้ายราชวงศ์เมจิของญี่ปุ่นก็ชนะราชวงศ์ชิงของจีน ที่ไม่ได้พัฒนาความสามารถทางการทหารเทียบเท่าได้ เรื่องราวนี้อยู่ในสายตาของคนเกาหลีตลอดเวลา บอกให้รู้ว่าถ้าเกาหลีต้องการเป็นเอกราชจากมหาอำนาจเพื่อนบ้านนั้น พวกเขาต้องพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารให้เท่าเทียมประเทศเหล่านั้น

... หลังจากนั้นมาทั้งดินแดนของจีนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนืออย่างแมนจูเลียและ “เกาหลี” ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลของพวกลูกพระอาทิตย์จากญี่ปุ่น ตลอดมา

... ข้ามมาหลังจาก “สงครามโลกครั้งที่2” ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม นักปกครองชาวอเมริกันได้แบ่งคาบสมุทรตามเส้นขนานที่ 38 โดยกองกำลังทหารอเมริกายึดครองส่วนใต้ และกองกำลังทหารโซเวียตยึดครองส่วนเหนือ และทำให้เกาหลีที่มีหลายแกนนำ หนึ่งในแกนนำฝ่ายเหนือคนหนึ่งคือ “คิมอิลซุง” ปู่ของผู้นำเกาหลีเหนือ คิมจองอึน ในปัจจุบัน ได้เป็นคนนำเอากองทัพจากโซเวียตรัสเซียมาช่วยขับไล่ญี่ปุ่น จึงพยายามจะทำให้ประเทศเป็นแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์แบบโซเวียตรัสเซีย ขณะที่ฝ่ายใต้นำโดย “เซียงมันรี” ที่ต้องการปกครองแบบเสรีนิยมอเมริกา

... ความล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้งเสรีทั่วคาบสมุทรเกาหลีในปี 1948 ยิ่งตอกลึกการแบ่งแยกระหว่างสองฝ่าย “เกาหลีเหนือ” จึงสถาปนารัฐบาลคอมมิวนิสต์ ขณะที่ “เกาหลีใต้” สถาปนารัฐบาลประชาธิปไตยในนาม เส้นขนานที่ 38 กลายเป็นพรมแดนทางการเมืองเพิ่มขึ้นระหว่างสองรัฐเกาหลี แม้การเจรจาเพื่อรวมประเทศยังคงดำเนินต่อมาหลายเดือนก่อนเกิดสงคราม แต่ความตึงเครียดยิ่งทวีขึ้น เกิดการรบปะทะและการตีโฉบฉวยข้ามพรมแดนเส้นขนานที่ 38 อยู่เนือง ๆ สถานการณ์บานปลายเป็นการสงครามเปิดเผยเมื่อกองกำลัง “เกาหลีเหนือ” กว่า 25,000 นาย บุกครองเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1950 ปีเดียวกัน จนเกือบได้ทั้งประเทศ เหลือแค่เมืองปูซานทางตะวันออกเฉียงใต้  ฝ่าย “เกาหลีใต้” ที่นิยมเสรีนิยมจึงฟ้องพ่ออเมริกา ทำให้ฝ่ายอเมริกาเห็นท่าไม่ดี จึงเอาเรื่องเข้าสภาคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นที่เป็นเครื่องมือบริษัทลูกของตน เพราะทั้ง จีนไต้หวัน อังกฤษ ฝรั่งเศส ล้วนเดินตามก้นดมตูดอเมริกาหมดแล้วในฐานะเจ้าหนี้จากเงินกู้ในแผนการมาร์แชลล์ , สหภาพโซเวียตจึงคว่ำบาตรคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง สหประชาชาติ หรือ UNSC เพื่อเป็นการประท้วงที่รัฐบาลก๊กมินตั๋ง สาธารณรัฐจีนไต้หวันบริวารอเมริกาเป็นผู้แทนของจีน ซึ่งลี้ภัยไปยังเกาะไต้หวันหลังปราชัยสงครามกลางเมืองจีน เมื่อขาดเสียงไม่เห็นพ้องจากสหภาพโซเวียต ซึ่งมีอำนาจยับยั้งข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงฯ “อเมริกา” โดยประธานาธิบดีทรูแมนและประเทศอื่นจึงผ่านข้อมติที่อนุญาตให้แทรกแซงทางการทหารในเกาหลีและเตรียมส่งทหารไปต่อต้านเกาหลีเหนือเพื่อกลัวการแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ จนเกิด “สงครามเกาหลี” เต็มรูปแบบในที่สุด

... “อเมริกา” ได้บีบเงาะประเทศบริวารจุกจ้อยทั่วโลกทั้ง 16 ประเทศ รวมทั้ง ไทย ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ให้ส่งทหารไปรบในครั้งนี้ด้วย ขณะที่ จีนใหญ่และโซเวียตรัสเซียก็ช่วยเกาหลีเหนือ และหลังจากนั้น “สงครามเกาหลี” ก็ดำเนินมาจนถึง 27 กรกาคม 1953 ยังไม่มีใครแพ้ชนะเด็ดขาด , จนมาถึงวันที่ 5 มีนาคม 1953 ผู้นำของโซเวียตรัสเซีย “โจเซฟ สตาลิน” ได้เสียชีวิตลง เกิดความไม่ลงตัวภายในพรรคคอมมิวนิสต์ของโซเวียต ทำให้โซเวียตรัสเซียพยายามจะถอนตัวออกจากสงครามครั้งนี้ไปจัดบ้านตัวเองใหม่ก่อน จึงมีการเจรจากับฝ่ายอเมริกาที่ก็มีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีเช่นกัน จากทรูแมน มาเป็น “ไอเซนฮาวร์” ที่ก็เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ในวันที่ 20 มกราคม 1953 เช่นกัน  นักประวัติศาสตร์บอกว่าสงครามเกาหลีหยุดลงก็เพราะมหาอำนาจทั้งสองเป็นหลัก โดยเฉพาะสตาลิน ทั้งสองฝ่ายจึงยังไม่พร้อมที่จะสู้รบเสียเลือดเนื้อใน “สงครามตัวแทน” สมัย “สงครามเย็น” ในคาบสมุทรเกาหลีอีก เหมือนการพักรบชั่วคราว ไม่มีการชนะหรือแพ้ชัดเจน

... จากจุดนั้นมา “เกาหลีเหนือ” รู้ตัวดีว่ากองทหารอเมริกาในเกาหลีใต้ สองหมื่นว่านายที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1957 นั้นคงอยู่อย่างถาวรและมีการเสริมอาวุธยุทโธปกรณ์มากมาย ไม่นับที่เกาะโอกินาว่าของญี่ปุ่นอีก และยังร่วมซ้อมรบตลอดเวลาระหว่างเกาหลีใต้กับอเมริกา จึงทำให้เกาหลีเหนือที่เคยเห็นความอ่อนแอทางการทหารของราชวงศ์ชิงของจีนในการแพ้กับญี่ปุ่น จึงพยายาม พัฒนาตัวเองมากขึ้น “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ยิ่งหลังจากโซเวียตรัสเซียแตก 1991  ทำให้เกาหลีเหนือยิ่งต้องพัฒนาการทหารและอาวุธ โดยเฉพาะนิวเคลียร์มาจนถึงปัจจุบัน

... ตอนนี้ ปี 2018 “อเมริกา” พยายามจะรื้อฟื้น “สงครามเกาหลี ภาค2” กลับมาอีกครั้ง ทั้งๆที่คนเกาหลีทั้งเหนือใต้เบื่อและไม่ต้องการสงคราม แต่ต้องการความสามัคคีและรวมชาติ
.
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5
https://www.youtube.com/watch?v=yxaegqvl4aE
https://en.wikipedia.org/wiki/Korean_War

Jeerachart Jongsomchai
บันทึกการเข้า

 
12,03, 2018, 20:18:20
H1N1
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,521



« ตอบ #417 เมื่อ: 12,03, 2018, 20:18:20 »

ข่าวช็อก

ถือเป็นข่าวที่ “ช็อก” ความรู้สึกคนไทยทั้งประเทศ เมื่อ ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีคอร์รัปชันไทยเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาพบว่า

ความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในยุครัฐบาล คสช. เพิ่มขึ้นถึง 37% สูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่าสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในปี 2561 จะเพิ่มขึ้นเป็น 48% ทั้งๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศปราบคอร์รัปชันเกือบทุกวัน

แต่การคอร์รัปชันในยุค คสช.กลับไม่ลด แถมยังทำสถิติสูงสุดใหม่

เข้าตำรา ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเสียเอง

สาเหตุการทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้นมากมาย จนทำสถิติใหม่ในรอบ 3 ปี ดร.เสาวณีย์ เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่มาจาก กฎหมายที่เปิดโอกาสให้สามารถใช้ดุลพินิจเอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันถึง 18.8% รองมาเป็นเรื่องของ กระบวนการทางการเมืองที่ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก 15.6% และ ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบ 14.7% (นี่คือข้อเสียของระบบเผด็จการ)

รูปแบบคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น การให้สินบน ของกำนัล รางวัลต่างๆ 19.6% (การยืมนาฬิกาหรูเรือนละหลายล้านบาทมาใส่ก็น่าจะเข้าข่ายนะ) รองมาเป็น การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง 16.2% การทุจริตเชิงนโยบาย 13.8% การทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 12.2% การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ประโยชน์ภายหลัง 9.0%

ฟังแล้วคุ้นๆ คล้ายกับ ประกาศ คสช. ตอนปฏิวัติ วันนี้กลับไปสู่วงจรเดิมอีกแล้ว

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงเพิ่มเติมว่า

สถานการณ์คอร์รัปชันไทยเริ่มมีสัญญาณ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังปี 2558 หลังจากเริ่มมีการจัดซื้อจัดจ้างโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยพบว่า อัตราการจ่ายใต้โต๊ะปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 5–15 สูงสุดในรอบ 3 ปี นับจากปี 2558 ที่จ่ายใต้โต๊ะเฉลี่ยร้อยละ 1-15 ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 100,000-200,000 ล้านบาท

แวดวงผู้รับเหมาเขาเม้าท์กันว่า ยุคก่อน 2558 จ่ายแค่ 2 ชั้น ยุคหลัง 2558 ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 3 ชั้น หมายความว่าอย่างไร ผมแปลไม่ออก

งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2560 จากหยาดเหงื่อภาษีของประชาชน มีวงเงิน 2.932 ล้านล้านบาท ถ้า คอร์รัปชันไป 5–15% ก็รับประทานไปถึง 146,600–439,800 ล้านบาท

เห็นตัวเลขคอร์รัปชันแล้วตกตะลึง คอร์รัปชันกันปีละมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ แล้วที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศปราบคอร์รัปชันทุกวัน รัฐบาลปราบจริงหรือไม่ ถ้าปราบจริงทำไมการทุจริตคอร์รัปชันปี 2560 จึงสร้างสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 3 ปี

ปีนี้ 2561 ผลสำรวจระบุว่า สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันจะรุนแรงกว่าปี 2560 เพราะ มีการประมูลเมกะโปรเจกต์มากมาย งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2561 มีวงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ถ้าคอร์รัปชันไปเท่าเดิมร้อยละ 5–15 เงินภาษีของประชาชนก็จะถูกคอร์รัปชันไปถึง 145,000–435,000 ล้านบาท

สองปี ภาษีประชาชนถูกปล้นไปถึง 291,600–874,800 ล้านบาท เสียดายไหม

ทุกวันนี้ การประมูลเมกะโปรเจกต์ทุกโครงการ ล้วนมีราคาแพงเว่อร์จนน่าตกใจ บริษัทที่ประมูลได้ก็วนเวียนอยู่ใน 10 กว่าบริษัท การเสนอราคาประมูลแต่ละโครงการเหมือนฮั้วกันมาล่วงหน้า เห็นราคาก็รู้แล้วว่าโครงการนี้บริษัทไหนได้ แถมยังต่อรองราคายาก โครงการร่วมหมื่นล้านลดให้แค่ไม่กี่ล้านพอเป็นพิธี เมื่อได้โครงการแล้วก็ไปจ้างบริษัทเล็กรับช่วงทำต่ออีกทอด การก่อสร้างจึงล่าช้าทุกโครงการ

ก็ทำกันอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัย อำนาจจึงเป็นสิ่งหอมหวานเสมอ

เขียนไปก็เศร้าไป คนไทยเจ็บแล้วไม่รู้จักจำ จึงต้อง โง่ จน เจ็บ อยู่อย่างนี้แหละ.
 
“ลม เปลี่ยนทิศ”                                                                                                                                                                                                                                   ไทยรัฐ 19 กุมภาพันธ์ 2561.

Pibhop Dhongchai
ถ้าจริงตามนั้น เศร้าใจมาก คะเเนนนิยมคงลดฮวบๆ
บันทึกการเข้า
12,03, 2018, 20:26:24
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16,288


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #418 เมื่อ: 12,03, 2018, 20:26:24 »

... “สงครามเกาหลี เรื่องราวพี่น้องร่วมสายเลือดที่ถูกคนต่างชาติพรากจากกัน”

... “สงครามเกาหลี” ได้เกิดขึ้นระหว่าง 25 มิถุนายน 1950 – 27 กรกฎาคม 1953 เป็นช่วงที่เกาหลีได้เป็นเอกราชครั้งแรกๆในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ จากการถูก “ญี่ปุ่น” ยึดครองมากนาน

... เป็นเวลากว่า 1,500 ปี ในสมัยโบราณที่การสงคราม การเมือง การค้า วัฒนธรรม อาหาร ศาสนา ตัวอักษรและภาษาจีนจะผ่านจากแผ่นดินใหญ่ไปญี่ปุ่นนั้นมักจะต้องผ่าน “ชานพักแห่งคาบสมุทรเกาหลี” หรือเมืองหน้าด่านแห่งนี้เสมอ

... ในปี 1592 และ 1598  “ญี่ปุ่น” หลังการรวมชาติได้โดย โตโยโทมิ ฮิเดโยชิ ได้สั่งการให้ไดเมียวหรือแคว้นต่างๆทั้งหลายร่วมกันบุกยึด “จีน” สมัยราชวงศ์หมิง โดยการกรีฑาทัพผ่าน “เกาหลี” แต่เกาหลีไม่ยอมเล่นด้วยได้แจ้งทางจีนให้ทราบถึงแผน ทะเยอทะยานของญี่ปุ่นล่วงหน้า แต่แล้วญี่ปุ่นก็บุกยึดเกาหลีได้ในเวลาแค่สามเดือน แต่หลังจากที่ฮิเดโทชิตายในปี 1598 ญี่ปุ่นก็สั่งถอยทัพออกจากเกาหลีและตั้งนโยบายปลีกตัวเองออกจากเพื่อนบ้าน ปิดประเทศ หรือ “ซาโกกุ”

... ขณะที่ฝ่ายเกาหลียังต้องเอาใจและคานอำนาจทั้งฝ่ายจีนและญี่ปุ่นเป็นบางโอกาศสำคัญยังต้องสั่งเครื่องราชบรรณาการไปให้เพื่อความอยู่รอดจากมหาอำนาจทั้งสองปีก

... ในสมัยราชวงศ์ชิงของชาวแมนจู จีนระส่ำระสาย ขณะที่ญี่ปุ่นกล้ามใหญ่เติบโตมากขึ้นจึงพองขนคิดจะบุกเพื่อนบ้านอีกครั้ง ขณะที่เกาหลีก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะชิ่งหนีจากอิทธิพลของปักกิ่ง เหล่าขุนนางเสนาบดีเหล่านี้จึงคิดตีจากราชสำนักจีนไปสร้างสัมพันธ์ใหม่กับญี่ปุ่นและชาติตะวันตก  ส่วนญี่ปุ่นมองว่านี่เป็นโอกาสอันดีในการจะยึดเอาดินแดนเพื่อนบ้านทั้งเกาหลีและจีนมาเป็นของตัวเอง, ในปี 1876 จึงเกิด “สงครามเกาหลี ญี่ปุ่น” ขึ้นมา โดยได้เข้ายึดเมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้อย่างปูซานของเกาหลีเป็นฐานที่มั่น ด้วยเพราะเป็นชัยภูมิที่ดี ... ในฐานะประเทศที่เพิ่งพัฒนาใหม่ ญี่ปุ่นหันไปมองเกาหลี ราชวงศ์โชซ็อน ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของญี่ปุ่น ในด้านความมั่นคงเพราะ เกาหลีอยู่ใกล้ชิดกับญี่ปุ่น ถือเป็นจุดที่ชาติอื่นสามารถเข้ามาโจมตีญี่ปุ่นได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อำนาจของราชวงศ์ชิงกำลังเสื่อมถอยลงทุกขณะ ญี่ปุ่นจึงหวังที่จะส่งทหารเข้าควบคุมคาบสมุทรเกาหลีก่อนเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคง นอกจากนั้นยังมีแหล่งแร่เหล็กและถ่านหินของเกาหลีที่สามารถสร้างเสริมความเป็นชาติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในอนาคต

 ... จากนั้นมาทำให้เกาหลีที่เคยวางตัวเป็นกลางเพื่อคานอำนาจก็ได้หันกลับไปเอนเอียงไปทางจีน และทำให้ญี่ปุ่นหันไปทำสงครามกับจีนที่กำลังเป็น “คนป่วยของเอเชีย” โดยตรง ในช่วงปี 25 กรกฎาคม 1894 – 17 เมษายน 1895   ที่สุดท้ายราชวงศ์เมจิของญี่ปุ่นก็ชนะราชวงศ์ชิงของจีน ที่ไม่ได้พัฒนาความสามารถทางการทหารเทียบเท่าได้ เรื่องราวนี้อยู่ในสายตาของคนเกาหลีตลอดเวลา บอกให้รู้ว่าถ้าเกาหลีต้องการเป็นเอกราชจากมหาอำนาจเพื่อนบ้านนั้น พวกเขาต้องพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารให้เท่าเทียมประเทศเหล่านั้น

... หลังจากนั้นมาทั้งดินแดนของจีนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนืออย่างแมนจูเลียและ “เกาหลี” ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลของพวกลูกพระอาทิตย์จากญี่ปุ่น ตลอดมา

... ข้ามมาหลังจาก “สงครามโลกครั้งที่2” ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม นักปกครองชาวอเมริกันได้แบ่งคาบสมุทรตามเส้นขนานที่ 38 โดยกองกำลังทหารอเมริกายึดครองส่วนใต้ และกองกำลังทหารโซเวียตยึดครองส่วนเหนือ และทำให้เกาหลีที่มีหลายแกนนำ หนึ่งในแกนนำฝ่ายเหนือคนหนึ่งคือ “คิมอิลซุง” ปู่ของผู้นำเกาหลีเหนือ คิมจองอึน ในปัจจุบัน ได้เป็นคนนำเอากองทัพจากโซเวียตรัสเซียมาช่วยขับไล่ญี่ปุ่น จึงพยายามจะทำให้ประเทศเป็นแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์แบบโซเวียตรัสเซีย ขณะที่ฝ่ายใต้นำโดย “เซียงมันรี” ที่ต้องการปกครองแบบเสรีนิยมอเมริกา

... ความล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้งเสรีทั่วคาบสมุทรเกาหลีในปี 1948 ยิ่งตอกลึกการแบ่งแยกระหว่างสองฝ่าย “เกาหลีเหนือ” จึงสถาปนารัฐบาลคอมมิวนิสต์ ขณะที่ “เกาหลีใต้” สถาปนารัฐบาลประชาธิปไตยในนาม เส้นขนานที่ 38 กลายเป็นพรมแดนทางการเมืองเพิ่มขึ้นระหว่างสองรัฐเกาหลี แม้การเจรจาเพื่อรวมประเทศยังคงดำเนินต่อมาหลายเดือนก่อนเกิดสงคราม แต่ความตึงเครียดยิ่งทวีขึ้น เกิดการรบปะทะและการตีโฉบฉวยข้ามพรมแดนเส้นขนานที่ 38 อยู่เนือง ๆ สถานการณ์บานปลายเป็นการสงครามเปิดเผยเมื่อกองกำลัง “เกาหลีเหนือ” กว่า 25,000 นาย บุกครองเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1950 ปีเดียวกัน จนเกือบได้ทั้งประเทศ เหลือแค่เมืองปูซานทางตะวันออกเฉียงใต้  ฝ่าย “เกาหลีใต้” ที่นิยมเสรีนิยมจึงฟ้องพ่ออเมริกา ทำให้ฝ่ายอเมริกาเห็นท่าไม่ดี จึงเอาเรื่องเข้าสภาคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นที่เป็นเครื่องมือบริษัทลูกของตน เพราะทั้ง จีนไต้หวัน อังกฤษ ฝรั่งเศส ล้วนเดินตามก้นดมตูดอเมริกาหมดแล้วในฐานะเจ้าหนี้จากเงินกู้ในแผนการมาร์แชลล์ , สหภาพโซเวียตจึงคว่ำบาตรคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง สหประชาชาติ หรือ UNSC เพื่อเป็นการประท้วงที่รัฐบาลก๊กมินตั๋ง สาธารณรัฐจีนไต้หวันบริวารอเมริกาเป็นผู้แทนของจีน ซึ่งลี้ภัยไปยังเกาะไต้หวันหลังปราชัยสงครามกลางเมืองจีน เมื่อขาดเสียงไม่เห็นพ้องจากสหภาพโซเวียต ซึ่งมีอำนาจยับยั้งข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงฯ “อเมริกา” โดยประธานาธิบดีทรูแมนและประเทศอื่นจึงผ่านข้อมติที่อนุญาตให้แทรกแซงทางการทหารในเกาหลีและเตรียมส่งทหารไปต่อต้านเกาหลีเหนือเพื่อกลัวการแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ จนเกิด “สงครามเกาหลี” เต็มรูปแบบในที่สุด

... “อเมริกา” ได้บีบเงาะประเทศบริวารจุกจ้อยทั่วโลกทั้ง 16 ประเทศ รวมทั้ง ไทย ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ให้ส่งทหารไปรบในครั้งนี้ด้วย ขณะที่ จีนใหญ่และโซเวียตรัสเซียก็ช่วยเกาหลีเหนือ และหลังจากนั้น “สงครามเกาหลี” ก็ดำเนินมาจนถึง 27 กรกาคม 1953 ยังไม่มีใครแพ้ชนะเด็ดขาด , จนมาถึงวันที่ 5 มีนาคม 1953 ผู้นำของโซเวียตรัสเซีย “โจเซฟ สตาลิน” ได้เสียชีวิตลง เกิดความไม่ลงตัวภายในพรรคคอมมิวนิสต์ของโซเวียต ทำให้โซเวียตรัสเซียพยายามจะถอนตัวออกจากสงครามครั้งนี้ไปจัดบ้านตัวเองใหม่ก่อน จึงมีการเจรจากับฝ่ายอเมริกาที่ก็มีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีเช่นกัน จากทรูแมน มาเป็น “ไอเซนฮาวร์” ที่ก็เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ในวันที่ 20 มกราคม 1953 เช่นกัน  นักประวัติศาสตร์บอกว่าสงครามเกาหลีหยุดลงก็เพราะมหาอำนาจทั้งสองเป็นหลัก โดยเฉพาะสตาลิน ทั้งสองฝ่ายจึงยังไม่พร้อมที่จะสู้รบเสียเลือดเนื้อใน “สงครามตัวแทน” สมัย “สงครามเย็น” ในคาบสมุทรเกาหลีอีก เหมือนการพักรบชั่วคราว ไม่มีการชนะหรือแพ้ชัดเจน

... จากจุดนั้นมา “เกาหลีเหนือ” รู้ตัวดีว่ากองทหารอเมริกาในเกาหลีใต้ สองหมื่นว่านายที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1957 นั้นคงอยู่อย่างถาวรและมีการเสริมอาวุธยุทโธปกรณ์มากมาย ไม่นับที่เกาะโอกินาว่าของญี่ปุ่นอีก และยังร่วมซ้อมรบตลอดเวลาระหว่างเกาหลีใต้กับอเมริกา จึงทำให้เกาหลีเหนือที่เคยเห็นความอ่อนแอทางการทหารของราชวงศ์ชิงของจีนในการแพ้กับญี่ปุ่น จึงพยายาม พัฒนาตัวเองมากขึ้น “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ยิ่งหลังจากโซเวียตรัสเซียแตก 1991  ทำให้เกาหลีเหนือยิ่งต้องพัฒนาการทหารและอาวุธ โดยเฉพาะนิวเคลียร์มาจนถึงปัจจุบัน

... ตอนนี้ ปี 2018 “อเมริกา” พยายามจะรื้อฟื้น “สงครามเกาหลี ภาค2” กลับมาอีกครั้ง ทั้งๆที่คนเกาหลีทั้งเหนือใต้เบื่อและไม่ต้องการสงคราม แต่ต้องการความสามัคคีและรวมชาติ
.
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5
https://www.youtube.com/watch?v=yxaegqvl4aE
https://en.wikipedia.org/wiki/Korean_War

Jeerachart Jongsomchai



บทความไม่ได้ กล่าวถึงความช่วยเหลือจาก กองทัพปลดแอกประชาชนจีน ซึ่งเป็นกองทัพหลัก
เลย จึงขอมาเติมให้นิดนึง

เมื่อสงครามเกาหลี เข่นฆ่าคู่สงครามจนเกาหลีเหนือเริ่มเพลี่ยพล้ำ กองทัพจีน เป็นล้านคน
ในสารคดี เคยระบุ ถึง ๓ ล้านคน ได้บุกเข้าช่วยเกาหลีเหนือ โดยไม่บอกกล่าว
มีแม่น้ำประวัติศาตร์ คือแม่น้ำยาลู ที่กองทัพ ต่างหวังใช้ยันกันช่วงหนึ่ง  
คลื่นทหารจีน ที่เหมือนมดปลวกไม่กลัวตาย จนทหารเมกัน ยิงไม่ทัน
จนต้องถอยร่น ลงหลังเส้นขนาดที่ ๓๘ และยันไว้ที่นี่ จนเกิดการเจรจา และยุติสงคราม  
และกลายเป็นแนวพรมแดน ระหว่าง เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้

มีหนังสงครามสารคดี และหนังเกาหลี ที่กล่าวถึงสงครามนี้ ที่เคยดู ดุเดือด รุนแรงมามาก
.................................
ปืน Colt Government .45 (Commercial)  Series Number. ลงท้ายด้วยตัว C (เหลี่ยม) ที่ เป็น Colt เส้นเดี่ยว ก็ได้ลงงาน ในสมรภูมิแห่งนี้ ครับ.  ยิ้มเด้ง


 
บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"
"เมื่อให้เขาพูด จึงจะทราบว่า เขาประมาณใด"

http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=61789.0

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
13,03, 2018, 10:25:24
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,224



« ตอบ #419 เมื่อ: 13,03, 2018, 10:25:24 »

http://www.bbc.com/thai/international-43371021?ocid=socialflow_facebook

ถ้าไม่อ่านข่าว มีพื้นฐานการข่าวมาบ้างเลย อ่านดูข่าวบีบีซีไทยนี้แล้ว ผู้คนจะเถลไถลคิดว่าไปว่ารัฐบาลพม่าค่อนข้างจะไร้มนุษยธรรมต่อชาวโรฮีนจา

แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ๑.ประเทศนักล่าอาณานิคมตะวันตกแท็คทีมกันคิดจะสร้าง safe zone แก่ชาวโรฮีนจาบนแผ่นดินของพม่า แล้วส่งคนของตนเองมาดูแล พม่าจึงต้องรีบจัดการส่งทหารเข้าไปขวางปักหลักดูแลอยู่ที่นั่น ๒.อองซานซูจีทำได้ดีมากที่กล้าสกัดอิทธิพลของพวกบรรดาประเทศ Globalists ทั้งหลาย มีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ยี่หระหากจะมีใครมาถอดถอนรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพไปหรือด่าวิจารณ์ โบราณว่า 'ความคิดของพญาครุฑนั้น บรรดาฝูงนกกระจอกย่อมจะคิดไม่ถึง'

คิดจะสร้างอองซานซูจีขึ้นมาแล้ว เอาไปเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์ คิดผิดเสียแล้วละครับ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะโง่ คนที่เขียนด่าอองซานซูจีนั้นเป็นพวกฉาบฉวยทั้งนั้นแหละครับ

ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13,03, 2018, 10:26:55 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 ... 26 27 [28] 29 30 31   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: