GUN IN THAILAND
21,06, 2018, 13:33:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตามกฎหมายตัองมีปืนกี่กระบอก ที่ จนท.จะงดไม่ออก ป.3 ให้เรา  (อ่าน 1466 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
03,02, 2018, 04:56:02
ExpTrain
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9


ปืนมีไว้เฝ้าบ้าน


« เมื่อ: 03,02, 2018, 04:56:02 »

เหตุผลที่เราไปขอใบ ป.3 เพื่อขอมีหรือครอบครองอาวุธปืนนั้นน่าจะเป็นเหตุผลหลักเดียวกัน

มีประเด็นสงสัยว่า ตามกฎหมายที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะงดออกใบ ป.3 ให้แก่เรากรณีครอบครองอาวุธปืนมากกว่า 1 กระบอก ได้ไหมครับ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 06:33:54
น้องคนเล็ก
ชาวนาชาวสวน
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,047



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 03,02, 2018, 06:33:54 »

เหตุผลที่เราไปขอใบ ป.3 เพื่อขอมีหรือครอบครองอาวุธปืนนั้นน่าจะเป็นเหตุผลหลักเดียวกัน

มีประเด็นสงสัยว่า ตามกฎหมายที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะงดออกใบ ป.3 ให้แก่เรากรณีครอบครองอาวุธปืนมากกว่า 1 กระบอก ได้ไหมครับ

พรบ. มิได้กำหนด แต่มีแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง http://stat.bora.dopa.go.th/callcenter1548/gun.htm  ให้สั้น 1 ยาว 1 ดูข้อ 5 .


หลักการพิจารณาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน

การพิจารณาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนให้แก่บุคคลสำหรับใช้ในการป้องกันตัว และทรัพย์สิน ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้.
* ข้อ 1 คุณสมบัตติของผู้ขอมีและใช้อาวุธปืน ต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ขัดต่อมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ คือ
(1) บุคคลซื่งต้องโทษจำคุก สำหรับความผิดตามระมวลกฏหมายอาญาดังต่อไปนี้. ก. มาตรา 57 ถึงมาตรา111 มาตรา 120 มาตรา 177 ถึงมาตรา 183 มาตรา 249 มาตรา 250 หรือ มาตรา 298 ถึงมาตรา 303
ข. มาตรา 254 ถึงมาตรา 257 และพ้นโทษยังไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษถึงวันที่ยื่นคำขออนุญาต เว้นแต่ ในกรณีความผิดที่กระทำโดยความจำเป็น หรือเพื่อป้องกัน หรือโดยถูกยั่วโทษะ (2) บุคคลซึ่งต้องโทษจำคุก สำหรับความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่อง กระสุนปืน วัตถุระเบิด และดอกไม้เพลิง พุทธศักราช 2477 มาตรา 7 มาตรา 11 ถึงมาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 29 มาตรา 33 หรือมาตรา38
(3 ) บุคคลซึ่งต้องโทษจำคุก ตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป ในระหว่างห้าปีนับย้อนหลังขึ้นไปจากวันที่ยื่นคำขอสำหรับ ความผิดอย่างอื่น นอกจากบัญญัติไว้ใน (1)(2) เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดละหุโทษ
(4) บุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
(5) บุคคลซึ่งไม่สามารถจะใช้ปืนได้โดยกายพิการ หรือทุพพลภาพ เว้นแต่จะมีไว้เพื่อเก็บตาม มาตรา 11 แห่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
(6) บุคคลซื่งเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือปรากฏว่าเป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(7) บุคคลซึ่งไม่มีอาชีพและรายได้
(8) บุคคลซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
(9) บุคคลซึ่งมีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง อันอาจกระทบกระเทือนถึงความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(10) ภูมิลำเนาของผู้ขอมีและใช้อาวุธปืนต้องเป็นบุคคลที่มีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฏหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฏร และมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ที่บุคคลนั้นขออนุญาตไม่น้อยกว่าหกเดือน

* ข้อ2 การสอบสวนคุณสมบัติและความจำเป็น ต้องทำการสอบสวนพิจารณาถึงสภาพความเป็นอยู่หรือสิ่งแวดล้อม ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490 ข้อ 12 และระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดีลักษณะที่ 47 บทที่ 3 ข้อ 16 ดังนี้
(1) ผู้ขออนุญาตมีอายุเท่าใด เป็นหัวหน้าครอบครัว หรืออาศัยผู้ใดอยู่
(2) บ้านอยู่ในที่เปลี่ยวหรือไม่ และในบ้านนั้นมีผู้ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนอย่างใดอยู่บ้างแล้วหรือไม่
(3) บ้านที่อยู่เป็นนของผู้รับใบอนุญาตเอง หรือเช่าเขาอยู่
(4) ความประพฤติตามปกติเป็นอย่างไร
(5) เคยต้องโทษทางอาญาอย่างใดบ้างหรือไม่
(6) เกี่ยวข้องกับพวกคนพาลหรือพวกนักเลงหรือไม่
(7) มีหลักทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง ประมาณราคามากน้อยเท่าใด
(8) ประกอบอาชีพทางใด
(9) การขอมีอาวุธปืน เพื่อประโยชน์อย่างใด
(10) มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเงิน หรือทรัพย์สมบัติเป็นพิเศษอย่างใด
(11) เคยถูกประทุษร้ายต่อทรัพย์และร่างกาย หรือถูกขู่เข็ญว่าจะทำร้ายอย่างใดบ้างหรือไม่
(12) เป็นคนมีสติไม่ปกติเป็นบางครั้งคราวหรือไม่
(13) เป็นคนมีนิสัยฉุนเฉียว หรือเกะกะระรานเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือผู้อื่นบ้างหรือไม่
(14) เคยได้รับอนุญาตมีอาวุธปืนมาแล้วหรือเปล่า ถ้าเคยมีแล้ว เหตุใดจึงบขออนุญาตอีก
(15) เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ใกล้ชิด เช่น สารวัตรตำรวจนครบาล ตำรวจภูธร หัวหน้าสถานี กำนันผู้ใหญ่บ้าน เห็นสมควรอนุญาตหรือไม่
(16) ถ้าเป็นบุคคลต่างด้าว ต้องสอบให้ทราบว่า
ก.มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยนานเท่าใด ข.พูดภาษาไทยได้หรือไม่ ค. มีครอบครัวเป็นคนต่างด้าวหรือคนไทยอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ง. เป็นผู้มีจิตใจใฝ่ลัทธิใดลัทธิหนึ่ง อันเป็นภัยต่อประเทศหรือไม่ (17) ถ้าเป็นการขอรับมรดก ต้องสอบให้ได้ความว่าได้มีทายาทคนใดคัดค้านการขอรับโอนบ้างหรือไม่ หากมีการ คัดค้านก็ให้ระงับการออกใบอนุญาตไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

*ข้อ 3 การสอบสวนผู้ขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน เพื่อให้นายทะเบียนท้องที่ออกใบอนุญาตได้พิจารณากลั่นกรอง ที่จะอนุญาตให้บุคคลมีและใช้อาวุธปืนได้ถูกต้อง ให้ดำเนินการดังนี้ก. ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้สารวัตรใหญ่หรือสารวัตรสถานีตำรวจนครบาลท้องที่ ดำเนินการดังนี้
(1) พิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ขออนุญาตเพื่อตรวจสอบประวัติประกอบการพิจารณาด้วย เว้นแต่ผู้ขอเป็นข้าราชการ ประจำการไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบ
(2) ทำการสอบสวนคุณสมบัติและเหตุผลความจำเป็น รายงานเสนอถึงผู้กำกับการตำรวจนครบาล เพื่อพิจารณาแล้ว ส่งเรื่องไปยังนายทะเบียนฯดำเนินการต่อไป
การสอบสวนคุณสมบัติ และเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น ให้อยู่ในความรับผิดชอบของสารวัตรใหญ่ หรือสารวัตรสถานีตำรวจท้องที่หรือผู้รักษาการแทนที่จะต้องดำเนินการโดยรอบคอบและตรงต่อความเป็นจริง
ข. ในจังหวัดอื่นให้ถือปฏิบัติตามความคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490 เรื่องระเบียบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และคำสั่งที่ 759/2494 เรื่องระเบียบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ 2490 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 798/2501 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายนน 2501 เรื่องการอนุญาตให้บุคคลมีอาวุธปืนและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณา ออกใบอนุญาตมีอาวุธปืน ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนท้องที่ประจำจังหวัด และนายอำเภอ เป็นนายทะเบียนท้องที่ประจำอำเภอ การสอบสวนผู้ขออนุญาตให้มีอาวุธเป็นเครื่องกระสุนปืน ก่อนที่จะพิจารณา อนุญาตตามความในข้อ 2 ด้วย

* ข้อ4 ชนิดและขนาดอาวุธปืน ซึ่งจะอนุญาตให้พิจารณาถึงฐานะ และความจำเป็นของผู้อนุญาตเป็นราย ๆ ไป โดยระลึกว่าการอนุญาตให้เอกชนมีอาวุธปืนนั้นเป็นการอนุญาตตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ 2490 มาตรา 9 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้มีไว้เพื่อป้องกันตัวหรือทรัพย์สินหรือในการกีฬา หรือในการยิงสัตว์การพิจารณาอนุญาตดังกล่าวข้างต้นนี้ มีหลักเกณฑ์ในการอนุญาตสำหรับชนิดและขนาดอาวุธปืนตามคำสั่ง กระทรวงมหาดไทยที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490 ข้อ 13 และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ 0515/13548 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2515 ที่ 0313/ว8583 ลงวันที่ 25 กรกฏาคม 2517 และที่ 0515/ว686 ลงวันที่ 30 ธ.ค. 2517 ดังนี้
ก. ถ้าผู้ขออนุญาตเป็นข้าราชการ ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามตามกฏหมาย หรือมีหน้าที่ ปฏิบัติงานเขตพื้นที่ที่เสี่ยง อันตรายต่อชีวิตและผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไป รับรองหน้าที่การงานมาเป็นที่เชื่อถือได้ หรือผู้ขออนุญาตเพื่อการกีฬาโดยมีหนังสือรับรองเป็นนักกีฬายิงปืน และมาฝึกซ้อมยิงปืนเป็นประจำจากเลขาธิการ สมาคมยิงปืน หรือนายสนามยิงปืนนั้น ๆ ในการพิจารณาอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนพกให้อนุญาตขนาดลำกล้อง ไม่เกิน .45 หรือ 11 มม.ได้ข.สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องมีอาวุธปืนพก อนุญาตให้มีได้ลำกล้องไม่เกินขนาด .38 หรือ 9 มม. สำหรับบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ขัดกับมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อ กฏกระทรวงที่ใช้บังคับอยู่ตามที่ระบุไว้ในข้ออื่น ๆ ด้วยสำหรับอาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงแม้ขนาดลำกล้องไม่เกิน .38 หรือ 9 มม. เช่นอาวุธปืนขนาด .357 ก็ไม่ควรอนุญาตเว้นแต่ผู้ขออนุญาตเป็นข้าราชการตำรวจ ทหารหรือข้าราชการอื่นซึ่มีหน้าที่ปราบปรามตามกฏหมาย หรือเป็นข้าราชการในท้องที่กันดาร และผู้บังคับบัญชาตั้งแต่หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไปรับรองหน้าที่การงาน มาเป็นที่เชื่อถือได้ก็ให้พิจารณาอนุญาตได้ สำหรับในต่างจังหวัดให้นายทะเบียนฯ เสนอขอรับความเห็นชอบจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย

* ข้อ 5 การอนุญาตให้มีอาวุธปืน ตามปกติควรมีได้เพียงคนละ 2 กระบอก คือ สั้นและยาว แต่ในการพิจารณา อนุญาตมากน้อยเพียงใดแล้วแต่หลักฐานความจำเป็นของแต่ละบุคคล และควรเข้มงวดกวดขันอย่าให้มีมากเกิน ความจำเป็นไม่ซ้ำขนาดกันให้วงเล็บวัตถุประสงค์มีและใช้อาวุธปืนในใบอนุญาต (ป.4) ให้ชัดเจน
บันทึกการเข้า

การรอคอยย่อมทรมาร แต่การรอคอยคือความหวัง.... http://www.oknation.net/blog/supk/2015/03/02/entry-1
ช้างเอราวัณ เดินเข้าประเทศ อินโด-ไทย  นาง รัตนา เจอจึงให้ศีลให้ พรมีลาภ เรียกร้องสหเทพ พึ่งงดเว้นกระทำการ:ลุงเรียนวิทย์ ป้าทำพานิช อาใส่อาภา
03,02, 2018, 07:40:56
skid row
สงบ เรียบง่าย
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,593



« ตอบ #2 เมื่อ: 03,02, 2018, 07:40:56 »

กม.ไม่ได้กำหนดครับ ว่ามีได้แค่ไหน. ส่วนใหญ่จะมาติดตรงดุลพินิจของนายทะเบียน.. ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 08:17:53
pinewood
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 659


« ตอบ #3 เมื่อ: 03,02, 2018, 08:17:53 »

จนท ใช้ดุลยพินิจ

ผู้ขอ ป3 มีคุณสมบัติไปประกอบดุลยพินิจ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 08:22:43
BB8
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 774


« ตอบ #4 เมื่อ: 03,02, 2018, 08:22:43 »

พรบ. มิได้กำหนด แต่มีแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง http://stat.bora.dopa.go.th/callcenter1548/gun.htm  ให้สั้น 1 ยาว 1 ดูข้อ 5 .


หลักการพิจารณาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน

การพิจารณาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนให้แก่บุคคลสำหรับใช้ในการป้องกันตัว และทรัพย์สิน ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้.
* ข้อ 1 คุณสมบัตติของผู้ขอมีและใช้อาวุธปืน ต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ขัดต่อมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ คือ
(1) บุคคลซื่งต้องโทษจำคุก สำหรับความผิดตามระมวลกฏหมายอาญาดังต่อไปนี้. ก. มาตรา 57 ถึงมาตรา111 มาตรา 120 มาตรา 177 ถึงมาตรา 183 มาตรา 249 มาตรา 250 หรือ มาตรา 298 ถึงมาตรา 303
ข. มาตรา 254 ถึงมาตรา 257 และพ้นโทษยังไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษถึงวันที่ยื่นคำขออนุญาต เว้นแต่ ในกรณีความผิดที่กระทำโดยความจำเป็น หรือเพื่อป้องกัน หรือโดยถูกยั่วโทษะ (2) บุคคลซึ่งต้องโทษจำคุก สำหรับความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่อง กระสุนปืน วัตถุระเบิด และดอกไม้เพลิง พุทธศักราช 2477 มาตรา 7 มาตรา 11 ถึงมาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 29 มาตรา 33 หรือมาตรา38
(3 ) บุคคลซึ่งต้องโทษจำคุก ตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป ในระหว่างห้าปีนับย้อนหลังขึ้นไปจากวันที่ยื่นคำขอสำหรับ ความผิดอย่างอื่น นอกจากบัญญัติไว้ใน (1)(2) เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดละหุโทษ
(4) บุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
(5) บุคคลซึ่งไม่สามารถจะใช้ปืนได้โดยกายพิการ หรือทุพพลภาพ เว้นแต่จะมีไว้เพื่อเก็บตาม มาตรา 11 แห่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
(6) บุคคลซื่งเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือปรากฏว่าเป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(7) บุคคลซึ่งไม่มีอาชีพและรายได้
(8) บุคคลซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
(9) บุคคลซึ่งมีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง อันอาจกระทบกระเทือนถึงความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(10) ภูมิลำเนาของผู้ขอมีและใช้อาวุธปืนต้องเป็นบุคคลที่มีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฏหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฏร และมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ที่บุคคลนั้นขออนุญาตไม่น้อยกว่าหกเดือน

* ข้อ2 การสอบสวนคุณสมบัติและความจำเป็น ต้องทำการสอบสวนพิจารณาถึงสภาพความเป็นอยู่หรือสิ่งแวดล้อม ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490 ข้อ 12 และระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดีลักษณะที่ 47 บทที่ 3 ข้อ 16 ดังนี้
(1) ผู้ขออนุญาตมีอายุเท่าใด เป็นหัวหน้าครอบครัว หรืออาศัยผู้ใดอยู่
(2) บ้านอยู่ในที่เปลี่ยวหรือไม่ และในบ้านนั้นมีผู้ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนอย่างใดอยู่บ้างแล้วหรือไม่
(3) บ้านที่อยู่เป็นนของผู้รับใบอนุญาตเอง หรือเช่าเขาอยู่
(4) ความประพฤติตามปกติเป็นอย่างไร
(5) เคยต้องโทษทางอาญาอย่างใดบ้างหรือไม่
(6) เกี่ยวข้องกับพวกคนพาลหรือพวกนักเลงหรือไม่
(7) มีหลักทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง ประมาณราคามากน้อยเท่าใด
(8) ประกอบอาชีพทางใด
(9) การขอมีอาวุธปืน เพื่อประโยชน์อย่างใด
(10) มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเงิน หรือทรัพย์สมบัติเป็นพิเศษอย่างใด
(11) เคยถูกประทุษร้ายต่อทรัพย์และร่างกาย หรือถูกขู่เข็ญว่าจะทำร้ายอย่างใดบ้างหรือไม่
(12) เป็นคนมีสติไม่ปกติเป็นบางครั้งคราวหรือไม่
(13) เป็นคนมีนิสัยฉุนเฉียว หรือเกะกะระรานเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือผู้อื่นบ้างหรือไม่
(14) เคยได้รับอนุญาตมีอาวุธปืนมาแล้วหรือเปล่า ถ้าเคยมีแล้ว เหตุใดจึงบขออนุญาตอีก
(15) เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ใกล้ชิด เช่น สารวัตรตำรวจนครบาล ตำรวจภูธร หัวหน้าสถานี กำนันผู้ใหญ่บ้าน เห็นสมควรอนุญาตหรือไม่
(16) ถ้าเป็นบุคคลต่างด้าว ต้องสอบให้ทราบว่า
ก.มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยนานเท่าใด ข.พูดภาษาไทยได้หรือไม่ ค. มีครอบครัวเป็นคนต่างด้าวหรือคนไทยอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ง. เป็นผู้มีจิตใจใฝ่ลัทธิใดลัทธิหนึ่ง อันเป็นภัยต่อประเทศหรือไม่ (17) ถ้าเป็นการขอรับมรดก ต้องสอบให้ได้ความว่าได้มีทายาทคนใดคัดค้านการขอรับโอนบ้างหรือไม่ หากมีการ คัดค้านก็ให้ระงับการออกใบอนุญาตไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

*ข้อ 3 การสอบสวนผู้ขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน เพื่อให้นายทะเบียนท้องที่ออกใบอนุญาตได้พิจารณากลั่นกรอง ที่จะอนุญาตให้บุคคลมีและใช้อาวุธปืนได้ถูกต้อง ให้ดำเนินการดังนี้ก. ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้สารวัตรใหญ่หรือสารวัตรสถานีตำรวจนครบาลท้องที่ ดำเนินการดังนี้
(1) พิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ขออนุญาตเพื่อตรวจสอบประวัติประกอบการพิจารณาด้วย เว้นแต่ผู้ขอเป็นข้าราชการ ประจำการไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบ
(2) ทำการสอบสวนคุณสมบัติและเหตุผลความจำเป็น รายงานเสนอถึงผู้กำกับการตำรวจนครบาล เพื่อพิจารณาแล้ว ส่งเรื่องไปยังนายทะเบียนฯดำเนินการต่อไป
การสอบสวนคุณสมบัติ และเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น ให้อยู่ในความรับผิดชอบของสารวัตรใหญ่ หรือสารวัตรสถานีตำรวจท้องที่หรือผู้รักษาการแทนที่จะต้องดำเนินการโดยรอบคอบและตรงต่อความเป็นจริง
ข. ในจังหวัดอื่นให้ถือปฏิบัติตามความคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490 เรื่องระเบียบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และคำสั่งที่ 759/2494 เรื่องระเบียบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ 2490 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 798/2501 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายนน 2501 เรื่องการอนุญาตให้บุคคลมีอาวุธปืนและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณา ออกใบอนุญาตมีอาวุธปืน ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนท้องที่ประจำจังหวัด และนายอำเภอ เป็นนายทะเบียนท้องที่ประจำอำเภอ การสอบสวนผู้ขออนุญาตให้มีอาวุธเป็นเครื่องกระสุนปืน ก่อนที่จะพิจารณา อนุญาตตามความในข้อ 2 ด้วย

* ข้อ4 ชนิดและขนาดอาวุธปืน ซึ่งจะอนุญาตให้พิจารณาถึงฐานะ และความจำเป็นของผู้อนุญาตเป็นราย ๆ ไป โดยระลึกว่าการอนุญาตให้เอกชนมีอาวุธปืนนั้นเป็นการอนุญาตตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ 2490 มาตรา 9 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้มีไว้เพื่อป้องกันตัวหรือทรัพย์สินหรือในการกีฬา หรือในการยิงสัตว์การพิจารณาอนุญาตดังกล่าวข้างต้นนี้ มีหลักเกณฑ์ในการอนุญาตสำหรับชนิดและขนาดอาวุธปืนตามคำสั่ง กระทรวงมหาดไทยที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490 ข้อ 13 และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ 0515/13548 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2515 ที่ 0313/ว8583 ลงวันที่ 25 กรกฏาคม 2517 และที่ 0515/ว686 ลงวันที่ 30 ธ.ค. 2517 ดังนี้
ก. ถ้าผู้ขออนุญาตเป็นข้าราชการ ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามตามกฏหมาย หรือมีหน้าที่ ปฏิบัติงานเขตพื้นที่ที่เสี่ยง อันตรายต่อชีวิตและผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไป รับรองหน้าที่การงานมาเป็นที่เชื่อถือได้ หรือผู้ขออนุญาตเพื่อการกีฬาโดยมีหนังสือรับรองเป็นนักกีฬายิงปืน และมาฝึกซ้อมยิงปืนเป็นประจำจากเลขาธิการ สมาคมยิงปืน หรือนายสนามยิงปืนนั้น ๆ ในการพิจารณาอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนพกให้อนุญาตขนาดลำกล้อง ไม่เกิน .45 หรือ 11 มม.ได้ข.สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องมีอาวุธปืนพก อนุญาตให้มีได้ลำกล้องไม่เกินขนาด .38 หรือ 9 มม. สำหรับบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ขัดกับมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อ กฏกระทรวงที่ใช้บังคับอยู่ตามที่ระบุไว้ในข้ออื่น ๆ ด้วยสำหรับอาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงแม้ขนาดลำกล้องไม่เกิน .38 หรือ 9 มม. เช่นอาวุธปืนขนาด .357 ก็ไม่ควรอนุญาตเว้นแต่ผู้ขออนุญาตเป็นข้าราชการตำรวจ ทหารหรือข้าราชการอื่นซึ่มีหน้าที่ปราบปรามตามกฏหมาย หรือเป็นข้าราชการในท้องที่กันดาร และผู้บังคับบัญชาตั้งแต่หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไปรับรองหน้าที่การงาน มาเป็นที่เชื่อถือได้ก็ให้พิจารณาอนุญาตได้ สำหรับในต่างจังหวัดให้นายทะเบียนฯ เสนอขอรับความเห็นชอบจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย

* ข้อ 5 การอนุญาตให้มีอาวุธปืน ตามปกติควรมีได้เพียงคนละ 2 กระบอก คือ สั้นและยาว แต่ในการพิจารณา อนุญาตมากน้อยเพียงใดแล้วแต่หลักฐานความจำเป็นของแต่ละบุคคล และควรเข้มงวดกวดขันอย่าให้มีมากเกิน ความจำเป็นไม่ซ้ำขนาดกันให้วงเล็บวัตถุประสงค์มีและใช้อาวุธปืนในใบอนุญาต (ป.4) ให้ชัดเจน
ขอบคุณครับ
 ธุจ้า
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 08:25:55
Watana30
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 469



« ตอบ #5 เมื่อ: 03,02, 2018, 08:25:55 »

ส่วนกรณีของผม อยู่ที่ดุลพินิจของเมียครับ
บันทึกการเข้า

หน้าไม่ใหญ่..แต่ใจกว้าง
03,02, 2018, 08:38:03
BB8
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 774


« ตอบ #6 เมื่อ: 03,02, 2018, 08:38:03 »

กรณีปืนมรดกละครับ สมมุติผู้ตายมีปืน30 กระบอกแล้วมีลูกคนเดี่ยว จนท จะงดออกป๓ ให้ได้หรือเปล่าครับ กรุงเทพกับต่างจังหวัดต่างกันไหม
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 09:00:31
sombut3885
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767



« ตอบ #7 เมื่อ: 03,02, 2018, 09:00:31 »

ไม่มีกำหนดว่าให้มีปืนได้แค่เท่านั้นเท่านี้กระบอก บางคนมีหลายร้อยกระบอกก็ได้ถ้านายทะเบียนอนุญาติ ผมเองไปขออยู่เรื่อยๆก็ไม่เห็นเขาจะว่าอะไรครับ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 12:04:10
ekjitr
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 160


« ตอบ #8 เมื่อ: 03,02, 2018, 12:04:10 »

ดุลยพินิจแล้วบอกว่าให้แค่ สั้น 1 ยาว 1  ฟ้องศาลไหนได้บ้างครับ
อยากให้เหมือนกันทั้งประเทศ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 12:24:09
golf4651
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 695



« ตอบ #9 เมื่อ: 03,02, 2018, 12:24:09 »

ดุลยพินิจแล้วบอกว่าให้แค่ สั้น 1 ยาว 1  ฟ้องศาลไหนได้บ้างครับ
อยากให้เหมือนกันทั้งประเทศ

ย้ายทะเบียนบ้า่นไป กทม ง่ายสุด อยากมีกี่กระบอก คุณสมบัติครบได้เต็มที่ครับ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 12:49:39
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 15,666


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #10 เมื่อ: 03,02, 2018, 12:49:39 »

ตามกฎหมายแล้ว ไม่กำหนดจำนวนอาวุธปืนที่จะอนุญาต ถ้าเงื่อนไข ไม่ขัดกฎหมาปืน มาตรา ๑๓

การใช้ดุลพินิจ นั้น ควรจำกัด ด้วยความประพฤติ ของผู้ขอ ที่ปรากฎอยู่ใน มาตรา ๑๓  คือเป็นบุคคล
ที่มีความปรพฤติชั่วอย่างร้ายแรง.. เป็นภัยต่อสังคม และต่อความมั่นคง .. เช่นบุคคล ที่เคยต้องโทษในคดีอาญา
ในความผิดต่อความมั่นคง ต่อทรัพย์สินของผู้อื่น คือ ลัก วิง ชิงปล้น คดีค้ายาเสพติด ถึงจะพ้นโทษมาเกิน ๕ ปี แล้ว
ก็ไม่ควรให้คนจำพวกนี้ ครอบครองอาวุธปืน

ส่วน คำสั่งทางการปกครอง สั่น ๑ ยาว ๑ เคยเป็นหนังสือเวียนของ กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี ๒๕๒๐ กว่า ๆ นั้น
ไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นคำสั่งที่ช่วยในการพิจารณา ของนายทะเบียนอาวุธปืนฯ นะครับ. ยิ้มเด้ง


บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"

ถึง วาระ "ปล่อยวาง" แล้วหนา

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
03,02, 2018, 14:21:02
ExpTrain
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9


ปืนมีไว้เฝ้าบ้าน


« ตอบ #11 เมื่อ: 03,02, 2018, 14:21:02 »

เมื่อก่อนเคยได้ยินมาว่าให้ สั้น 1 ยาว 1 ได้รับคำตอบที่กระจ่างอย่างนี้ จะได้ไปขอ ป.3 ด้วยความมั่นใจ ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 17:44:19
F12Berlinetta
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 707



« ตอบ #12 เมื่อ: 03,02, 2018, 17:44:19 »

76 กระบอกแล้ว เค้าก็ยังให้อยู่นะครับ  ปรบมือ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 19:03:11
angy*+รักในหลวง+*
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,748


ชีวิตไม่กลางเพราะเลือกข้างในหลวง


« ตอบ #13 เมื่อ: 03,02, 2018, 19:03:11 »

 
76 กระบอกแล้ว เค้าก็ยังให้อยู่นะครับ  ปรบมือ
เอ๋อ เอ๋อ : รายเนี่ย รายเนี่ย เหงื่อตกดิ เหงื่อตกดิ
บันทึกการเข้า
03,02, 2018, 20:46:03
gai-10 m
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,861


« ตอบ #14 เมื่อ: 03,02, 2018, 20:46:03 »

กรณีปืนมรดกละครับ สมมุติผู้ตายมีปืน30 กระบอกแล้วมีลูกคนเดี่ยว จนท จะงดออกป๓ ให้ได้หรือเปล่าครับ กรุงเทพกับต่างจังหวัดต่างกันไหม
ขอบคุณครับ
ตจว  ที่ผมอยู่   สามีเสียชีวิต  ภรรยาและบุตรสาว ไม่ชอบปืน  แต่มีฐานะครับ   รับปืน ประมาณ 20  กระบอก   ประวัติผู้รับโอนไม่ติดข้อห้ามของการมีอาวุธปืน   รับโอนได้หมดครับ  มรดกเสียค่าธรรมเนียม  ป3     5  บาท  กับค่าใบ  ป4    500  บาทครับ 
ผมสนิทพอสมควร   จีบปืนมาหลายครั้งแล้ว  ไม่สำเร็จซะครั้งครับ   เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก

จำนวนที่ขอจะได้หรือไม่อยู่ที่   อำนาจของนายอำเภอท่านเดียวครับ   บางครั้งเห็นสนิทๆกับท่าน  ป3   ออกมาจนหาตังค์ซื้อปืนไม่ทันครับ  5555
บันทึกการเข้า

เมื่อยิ่งใหญ่ให้มองฟ้า  เมื่อด้อยค่าให้มองดิน
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: