GUN IN THAILAND
23,10, 2018, 17:16:52 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 30   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์รอบโลก ภาค #18 (ขออนุญาติขึ้นกระทู้ใหม่เนื่องจากครบ 30หน้าแล้วครับ)  (อ่าน 8072 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
25,04, 2018, 17:25:17
Nopjeed
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 404



« ตอบ #15 เมื่อ: 25,04, 2018, 17:25:17 »

ติดตามต่อครับ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
25,04, 2018, 17:43:04
Ro@d - รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16,339


๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ มี G๒๓ กาแฟอีก ๑ เป็นเพื่อน


« ตอบ #16 เมื่อ: 25,04, 2018, 17:43:04 »

  ธุจ้า  อาย  ผมว่า  มันไม่ก็ง่ายสำหรับ  รัสเชียแน่นอน  เพราะว่า I D F  จะเข้าต่อสู่จากผู้ที่คิดร้าย และทำลาย ปชช ของตนเองเพื่อปกป้องดินแดน เพื่อลูกหลานด้วยจิตใจอันแข็งแกร่ง  ยิ้มยิงฟันแต่รัสเชีย  ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันกับซีเรีย มันแตกต่างกันมาก  (  ที่แน่ๆ  อิสราเอล  พูดแล้ว  น่ากล้ว  ไม่เหมือน ปธน บางคนชอบเล่นลิเก งิ้วไปวันๆ ) เรามาตามดูต่อไปครับผม อาย ธุจ้า ธุจ้า


น่ารับฟังตามที่บอกครับ ผมเห็นว่าแปลก เพราะ ยิว ไม่เคยมีท่าทีเช่นนี้ มาก่อน
ยิว ในปัจจุบัน เป็นชนชาติ ที่สุดยอดเยี่ยม และเป็นต้นแบบ แบบสุด ๆ
และทำได้จริง ดีังที่พูดด้วย

ยิวกับรัสเซีย ไม่ใช่ศัตรู ไม่เคยมีท่าทีทางลบต่อกันมาก่อน ผมยังรู้สึก เป็น
เหมือนการใช้สถานการณ์ฯ มาเสี้ยม จากสื่อตะวันตก  ธุจ้า
บันทึกการเข้า

"ชีวิตที่สันโดษ สงบ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ"
"เมื่อให้เขาพูด จึงจะทราบว่า เขาประมาณใด"

http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=61789.0

http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&fe
25,04, 2018, 17:46:23
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #17 เมื่อ: 25,04, 2018, 17:46:23 »


RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย :

กองทัพรัสเซียแถลงการณ์พร้อมแสดงหลักฐานเด็ดตบหน้ากองทัพอเมริกา และนาโต้ ถึงขีปนาวุธที่ถูกสกัดได้ ที่ยังคงเหลือสภาพเศษซากอยู่จำนวนสองตัวเพื่อส่งมอบให้กรุง MOSCOW ต่อไป

อาวุธหนึ่งในเรือลาดตระเวนของกองเรือสหรัฐฯ ได้ยิงขีปนาวุธ Tomahawk สู่อากาศที่มีความแม่นยำสูงซึ่งได้มีการเปิดตัวโจมตี โดยสหรัฐฯและพันธมิตรใส่ซีเรีย เมื่อวันที่ 14 เมษายนได้ถูกสกัดได้และได้นำส่งไปยังกรุงมอสโก โดยหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการหลักของกองทัพรัสเซียคือ นายพันเอกเซอร์รัส Rudskoy กล่าวในระหว่างการแถลงข่าว การบรรยายสรุปเมื่อวันที่ 25 เมษายน

"บางส่วนของขีปนาวุธโทมาฮอาร์คไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้เนื่องจากถูกสกัดและความล้มเหลวด้านเทคนิคซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกของพลเรือนและก่อให้เกิดความสูญเสียแก่พลเรือน มีเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำที่ยิง Tomahawk และขีปนาวุธสู่อากาศที่มีความแม่นยำสูงได้ถูกนำส่งถึงมอสโกแล้ว คุณสามารถเห็นหัวรบของ Tomahawk ในภาพนิ่งนี้ "นายพล Rudskoy กล่าว

นายพลกล่าวเพิ่มเติมว่าผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซียกำลังศึกษาอยู่

"ผลงานชิ้นนี้จะได้ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงระบบอาวุธของรัสเซีย" ต่อไป Rudskoy กล่าว

กองทัพรัสเซียยังเปิดเผยซากปรักหักพังของขีปนาวุธดังกล่าว

กระทรวงกลาโหมกล่าวว่า สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสได้เปิดตัวโจมตียิงขีปนาวุธทั้งหมด 105 ลูกสู่เป้าหมายในซีเรีย เมื่อวันที่ 14 เมษายน ตามที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าไม่มีขีปนาวุธใดที่ถูกสกัดกั้นได้ และขีปนาวุธของพวกเขาทั้งหมดได้เข้าโจมตีถูกเป้าหมายของพวกเขาครบถ้วน

กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่าขีปนาวุธ 71 ลูกถูกสกัดกั้นได้โดยกองทัพอากาศซีเรีย

นายพล Rudskoy กล่าวว่าตามข้อมูลล่าสุด มีเพียงแค่ 22 ลุกเท่านั้น ที่เข้าสู่ตรงเป้าหมายในซีเรีย ส่วนใหญ่เป็นตึกร้าง

หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการหลักของรัสเซียกล่าวเสริมว่ารัสเซียจะจัดหาอาวุธเพิ่มให้ซีเรียเพื่อเพิ่มระบบป้องกันภัยทางอากาศมากยิ่งขึ้น และจะฝึกกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศของซีเรียต่อไป

"ผู้เชี่ยวชาญรัสเซียจะฝึกบุคลากรทางทหารของซีเรียต่อไปและจะช่วยในการควบคุมระบบการป้องกันภัยทางอากาศใหม่ซึ่งจะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้" นายร็อบโคนี่ย์กล่าว

คลิปแถลงข่าว : https://youtu.be/9tmivyttQz8

https://southfront.org/russian-military-shows-wreckage-of-missiles-intercepted-in-syria-says-two-unexploded-delivered-to-moscow/

------------------------------------------------------------------
หมีCNN
บันทึกการเข้า

 
25,04, 2018, 18:16:33
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #18 เมื่อ: 25,04, 2018, 18:16:33 »

เอเอฟพี – ซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า พวกเขาอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางอากาศที่สังหารผู้นำหมายเลขสองของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้านกลุ่มกบฏเตือนว่า พวกเขาจะล้างแค้นให้กับการตายของเขา

“เหล่าวีรบุรุษของกองทัพอากาศสามารถสังหารผู้นำของกลุ่มติดอาวุธฮูตี ซาเลห์ อัล-ซัมหมัด ได้เป็นผลสำเร็จ” เอกอัครราชทูตของซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐฯ เจ้าชาย คาเล็ด บิน ซัลมาน ทรงทวีตเมื่อค่ำวานนี้ (24)

ซัมหมัด ผู้นำสภาการเมืองสูงสุดของกลุ่มฮูตี ถูกสังหารเมื่อวันพฤหัสบดี (19) ในจังหวัดโฮเดดาทางตะวันตก กลุ่มกบฏที่มีอิหร่านหนุนหลัง ระบุ

กลุ่มฮูตีกำลังต่อสู้กับรัฐบาลเยเมนที่สนับสนุนโดยซาอุดีอาระเบียและกลุ่มพันมิตรทางอากาศที่นำโดยริยาดเพื่อแย่งชิงการปกครองประเทศยากแค้นแห่งนี้

เจ้าชายคาเล็ดตรัสว่า การโจมตีดังกล่าวสั่งการโดยพระเชษฐาของพระองค์ มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน-ซัลมาน หลังจากซัมหมัดขู่ว่าจะใช้ขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย

เจ้าชายโมฮัมเหม็ดซึ่งก็ทรงเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมด้วยเป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังการแทรกแซงสงครามกลางเมืองในเยเมนของริยาด

สงครามดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเกือบ 10,000 คนในช่วงระยะเวลา 3 ปีและผลักเยเมนเข้าใกล้ขอบเหวแห่งความอดอยาก

ซัมหมัดเป็นผู้นำอาวุโสที่สุดของฮูตีที่ถูกสังหารนับตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรเข้าแทรกแซงในเดือนมีนาคมปี 2015 และการเสียชีวิตของเขาเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับกบฏนิกายชีอะห์กลุ่มนี้

การสังหารเขานำมาซึ่งคำขู่ล้างแค้นจากผู้นำฝ่ายกบฏ อับดุล มาเล็ค อัล-ฮูตี เมื่อวันจันทร์ (23) ซึ่งเตือนว่า ความผิดนี้จะไม่ถูกเพิกเฉย

ในปีนี้กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธบ่อยครั้งเข้าสู่ซาอุดีอาระเบียซึ่งมีพรมแดนติดกับตอนเหนือของเยเมน มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายในการโจมตีดังกล่าว

ท่าเรือหลายแห่งในเยเมนซึ่งพึ่งพาอาศัยการนำเข้าอาหารเพื่อความอยู่รอดของประชาชนยังคงถูกปิดล้อมโดยกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเพื่อตอบโต้การยิงขีปนาวุธ

องค์การสหประชาชาติระบุว่า สงครามเยเมนเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดของโลก
บันทึกการเข้า

 
25,04, 2018, 20:17:46
ชาวดง
พวกเราไม่ใช่คนดี 100%..............แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น..............คือ "เนรคุณในหลวง"
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 742


« ตอบ #19 เมื่อ: 25,04, 2018, 20:17:46 »

 ุทุบๆ  อาร์เมเนีย นี้มีใครอยู่เบื้องหลังการประท้วงมั้ยนี้ 
บันทึกการเข้า
25,04, 2018, 21:31:07
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #20 เมื่อ: 25,04, 2018, 21:31:07 »

รอยเตอร์แกะรอย “กลุ่มชายฉกรรจ์รัสเซีย” บินตรงจาก “ดามัสกัส” ไปที่ตั้งหน่วยรบพิเศษในรัสเซีย- รมว.กลาโหมยิวเตือน อาจยิง S-300 ของปูตินในซีเรีย

รอยเตอร์/เอเจนซีส์ - รอยเตอน์รายงานพิเศษพบ “กลุ่มพลเรือนชาวรัสเซีย” มีพฤติกรรมน่าสงสัย เชื่อว่าอาจถูกส่งเข้าซีเรียเพื่อช่วยประธานาธิบดีอัสซาด จากการที่พบว่าถึง 3 โอกาสเป็นอย่างน้อย ที่กลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้บินเข้าและออกจากกรุงดามัสกัส ไปยัง ฐานทัพกระทรวงกลาโหมรัสเซียในหมู่บ้านโมลคิโน(Molkino) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่ 10 หน่วยรบพิเศษรัสเซีย ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลส่งคำขู่ รัฐยิวมีสิทธิ์โจมตีระบบต่อต้านอากาศยาน S-300 ของรัสเซียในซีเรียหากพบใช้เพื่อคุกคามอิสราเอล

รอยเตอร์รายงานวันนี้(25 เม.ย)ว่า อย่างไรก็ตาม เครมลินออกมาปฎิเสธถึงความเกี่ยวข้องจากการที่มีพลเรือนชาวรัสเซียรบอยู่ในซีเรีย ทว่ารอยเตอร์พบ อ้างอิงจากแหล่งข่าว ที่ว่ามีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง พบกลุ่มชายฉกรรจ์รัสเซียเดินทางเข้าและออกกรุงดามัสกัส ไปยังหมู่บ้านโมลคิโน(Molkino) ดินแดนครัสโนดาร์ (Krasnodar Krai) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย

ทั้งนี้จุดหมายปลายทางในซีเรียสำหรับพลเมืองรัสเซียที่เดินทางเข้าไปนั้น หาหลักฐานพิสูจน์ได้ยากมากถึงปฎิบัติการทางทหารของรัสเซียในซีเรีย ที่นอกเหนือไปจากการโจมตีทางอากาศ ทำการฝึกสอนให้กับกองทัพซีเรีย และจำนวนน้อยนิดของหน่วยรบพิเศษในซีเรียที่ทางเครมลินยอมรับ

ซึ่งก่อนหน้าในวันที่ 14 ก.พ โฆษกเครมลิน ดมิตรี เพสคอฟ เคยกล่าวว่า ถึงแม้จะมีพลเมืองรัสเซียสู้รบในสมรภูมิซีเรียอยู่จริง แต่ทว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังรบสหพันธรัฐรัสเซีย และเพสคอฟยังได้ขอให้นักข่าวรอยเตอร์ไปสอบถามกับกระทรวงกลาโหมรัสเซียเอง เมื่อถูกตั้งคำถามว่า เหตุใดพลเรือนรัสเซียที่สู้รบในซีเรียเหล่านี้จึงเดินทางกลับไปยังฐานทัพในรัสเซียหลังจากนั้น

แต่ทว่าทางกระทรวงกลาโหมรัสเซียยังไม่ตอบกลับมาในประเด็นนี้

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ซึ่งยังอยู่ในหน้าที่ประจำฐานทัพที่ตั้งของกองกำลังที่ 10 หน่วยรบพิเศษรัสเซียในโมลคิโน ที่ได้ถูกถามว่า เหตุใดบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่กองทัพจึงสามารถผ่านเข้าไปด้านในได้ ซึ่งเขาตอบกลับมาว่า

“ไม่มีใครผ่านเข้ามา...เท่าที่ผมรู้...คุณอาจเห็นพวกเขา โอเค แต่คุณไม่ควรที่จะเชื่อไปทุกอย่าง ..บางทีคุณอาจทำได้..แต่ว่าเราจะสามารถให้ความเห็นต่อในสิ่งที่องค์กรอื่นกระทำได้อย่างไร”

ทั้งนี้พบว่ามีนักรบรับจ้างรัสเซียร่วม 2,000 คนที่ทำการสู้รบช่วยกองกำลังอัสซาดอยู่ในซีเรีย เพื่อให้ได้ดินแดนกลับคืนมาจากฝ่ายตรงข้าม แหล่งข่าวหลายปาก รวมไปถึงแหล่งข่าวที่เป็นนักรบรับจ้าง 1 รายให้ข้อมูล

นักีบรับจ้างหรือ “คอนแทร็กเตอร์” เหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายโดยสายการบินสัญชาติซีเรีย ชาม วิงส์(Cham Wings) แหล่งข่าวที่มากกว่า 1 รายให้ความเห็น

นอกจากนี้นักข่าวรอยเตอร์ยังเป็นผู้พบเห็นเที่ยวบินเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินชาม วิงส์ ที่บินออกมาจากกรุงดามัสกัส ร่อนลงจอดที่ท่าอากาศยานพลเรือนในรอสตอฟ-ออน-ดอน( Rostov-on-Don) ของรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 เม.ย ล่าสุด

และการเฝ้าสังเกตของนักข่าวรอยเตอร์ยังพบว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินออกมาจากเทอร์มินอลผ่านทางออกพิเศษ เป็นบริเวณทางออกที่ไม่ได้ใช้สำหรับผู้โดยสารพลเรือนคนอื่นๆใช้ตามปกติ

และกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้ถูกแบ่งให้ไปขึ้นรถบัสจำนวน 3 คันซึ่งอยู่ในบริเวณที่ซึ่งใช้เฉพาะกับบรรดาเจ้าหน้าที่สนามบิน และมีกระเป๋าสัมภาระที่ถูกพบว่ามีจำนวนหลายใบที่เป็นลักษณะที่ใหญ่กว่ากำหนด และกลุ่มชายที่อยู่ในชุดพลเรือนออกมาจากรถบัส ทำการขนสัมภาระขึ้นรถ และกลับขึ้นรถไป

การติดตามของนักข่าวรอยเตอร์ยังพบว่า รถบัสทั้ง 3 คันได้เดินทางออกนอกสนามบินเพื่อมุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ มีรถบัส 2 คันจากทั้งหมดหยุดแวะที่คาเฟ่ข้างทาง ในขณะที่อีก 1 คันจอดบริเวณข้างถนนแทนสำหรับการหยุดพัก หลังจากนั้นรถทั้งหมดได้เดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านโมลคิโน ห่างออกไปทางใต้ราว 350 ก.ม ซึ่งเดินทางไปถึงไม่นานก่อนเวลาเที่ยงคืนเล็กน้อย

ซึ่งที่หมู่บ้านแห่งนี้ พบว่ารถบัสแต่ละคันใช้เวลาแค่ 1-2 นาทีที่จุดตรวจรักษาความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่รัสเซีย 2 นายประจำอยู่ ก่อนที่จะแล่นผ่านเข้าไปนาน 15-20 นาที และรถบัสเดินทางกลับออกมาผ่านทางด่านตรวจที่ในเวลานี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่แล้ว ***ซึ่งภาพจากดาวเทียมสาธารณะแสดงให้เห็นว่า ถนนเส้นที่ว่านี้ทำไปสู่ที่ตั้งทางการทหารของรัสเซีย***

รอยเตอร์รายงานว่า นักข่าวรอยเตอร์สังเกตว่า รถบัสเดียวกันนี้ยังนำกลุ่มชายฉกรรจ์จากท่าอากาศยานที่เดียวกันนี้มายังโมลคิโนในวันที่ 25 มี.ค และวันที่ 6 เม.ย ก่อนหน้า

ซึ่งญาติของคอนแทร็กเตอร์ที่สู้รบในซีเรีย หรือเพื่อน หรือตัวนักรบรับจ้างรัสเซียเอง ต่างเปิดเผยว่า พวกเขาถูกเข้ารับการฝึกจากค่ายทหารภายในหมู่บ้านโมลคิโนนับตั้งแต่เมื่อครั้งที่คนเหล่านี้ได้ทำการสู้รบในทางภาคตะวันออกของยูเครนร่วมกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนยูเครน

ภายในที่ตั้งทางทหารนี้ พบว่ามีการปรับปรุงสนามฝึกซ้อมยิงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ฝึกซ้อมปฎิบัติการทางทหารเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย การใช้รถถังต่อสู้ การซุ่มยิงโดยมือสไนเปอร์ อ้างอิงจากเว็บไซต์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

รอยเตอร์ได้ติดต่อไปยังบริษัทรถบัสที่นำกลุ่มชายฉกรรจ์ไปยังโมคิโน ซึ่งทางบริษัทยอมรับว่าได้ทำการให้เช่ารถไปจริง แต่ปฎิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงผู้ว่าจ้าง แต่หนึ่งในนั้นกล่าวว่า บางทีการเดินทางไปโมลคิโนอาจไปเพื่อตากอากาศก็เป็นได้

ซึ่งหนึ่งในรถบัสที่นำกลุ่มชายฉกรรจ์รัสเซียไปยังโมลคิโนเป็นรถบัสนีโอแพลนสีขาวอายุ 33 ปี พร้อมสโลแกนของบริษัทท่องเที่ยวติดอยู่ ถูกนำเข้ารัสเซียเมื่อปี 2007 และในตอนแรกถูกจดทะเบียนที่เมือง เพโครี(Pechory) ปัสคอฟ โอบลาสต์ (Pskov Oblast) ในขณะที่ ดมิทรี อุตคิน(Dmitry Utkin) ถูกยืนยันจาก 3 แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า เขาเป็นหัวหน้าหน่วยรบรับจ้างรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้าเคยดำรงตำแหน่งในฐานะผู้บังคับบัญชาหน่วยรบพิเศษที่มีฐานตั้งอยู่ในเพโครี

ทั้งนี้ก่อนหน้าพบรัสเซียประกาศแนวคิดที่จะส่งระบบต่อต้านอากาศยานทรงประสิทธิภาพ S-300 เข้าไปติดตั้งในซีเรีัย เกิดขึ้นหลังจากปฎิบัติการยิงขีปนาวุธโจมตีที่ตั้งผลิตอาวุธเคมีของอัสซาดถูกทำลายจากฝีมือของกองกำลังพันธมิตร 3 ชาติที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ

ซึ่งล่าสุดอ้างอิงจากสื่อยิว Haaretz ที่รายงานในวันพุธ(25) โดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อาวิกดอร์ ลีเบอร์แมน(Avigdor Lieberman) ซึ่งกล่าวในวันอังคาร(24) เตือนว่า ทางรัฐยิวจะโจมตีระบบต่อต้านอากาศยาน S-300 หากว่าถูกพบเป็นภัยคุกตามกับอิสราเอล

"สิ่งหนึ่งที่ต้องชัดเจนคือ หากมีใครยิงเครื่องบินอิสราเอล เราจะทำลายพวกเขา" และกล่าวต่อว่า "สิ่งที่สำคัญต่อเราคือ ระบบต่อต้านอากาศยานที่ทางรัสเซียได้เคลื่อนย้ายเข้าไปในซีเรีย ต้องไม่ถูกใช้เพื่อต่อต้านเรา ซึ่งหากถูกใช้เพื่อเป็นปฎิปักษ์ต่อเรา เราจะลงมือต่อพวกเขา"

การให้สัมภาษณ์ของลีเบอร์แมนเกิดขึ้น 1 วันหลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์รัสเซีย คอมเมอร์ซันต์( Kommersant) ว่า ทางรัสเซียคาดหวังว่า จะสามารถสนับสนุนรัฐบาลอัสซาดด้วยระบบต่อต้านอากาศยาน S-300 ได้ในเร็ววันนี้

และในการให้สัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียยังยืนยันว่า หากว่าอิสราเอลโจมตีระบบต่อต้านอากาศยาน S-300 ทางอิสราเอลจะได้เห็นผลลัพท์ของหายนะที่จะเกิดขึ้น

ซึ่งในรายงานของหนังสือพิมพ์ คอมเมอร์ซันต์ชี้ว่า “S-300 PMU-2” เป็นรุ่นที่นิยมใช้กันสำหรับภารกิจต่อต้านทางอากาศจะถูกส่งไปให้กับพวกซีเรียได้ใช้แบบไม่คิดมูลค่า และได้ในเร็ววันนี้

อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์(23)ระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่ง รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เก ลาฟรอฟ ออกมาชี้แจงว่า ทางรัสเซียยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำการส่งระบบต่อต้านอากาศยาน S-300 ที่ทันสมัยไปยังซีเรียหรือไม่ แต่จะเปิดเผยต่อสาธารณะหากมีการตัดสินใจ อ้างอิงจากสำนักข่าวทาซของรัสเซีย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25,04, 2018, 21:34:56 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
25,04, 2018, 21:36:09
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #21 เมื่อ: 25,04, 2018, 21:36:09 »

เอเจนซีส์ - โฆษกรัฐบาลจีนระบุในวันพุธ (25 เม.ย.) ว่าการฝึกซ้อมใกล้ไต้หวันหลายครั้งของกองทัพจีนนั้นมีขึ้นเพื่อส่งข้อความที่ชัดเจนไปยังไต้หวัน และทางกองทัพจีนจะดำเนินการมากกว่านี้หากไต้หวันยังดึงดันที่จะไขว่คว้าหาเอกราช

ในช่วงปีที่ผ่านมา จีนทำการซ้อมรบหลายครั้งในบริเวณโดยรอบของไต้หวัน ซึ่งรวมถึงการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดและอากาศยานอื่นๆ บินโฉบรอบเกาะดังกล่าว แถมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกเพิ่งจะทำการฝึกซ้อมรบกันแถวช่องแคบไต้หวัน
บันทึกการเข้า

 
25,04, 2018, 21:37:11
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #22 เมื่อ: 25,04, 2018, 21:37:11 »

 รัสเซียติดตั้งระบบ S-300 ให้ซีเรียฟรีๆ ครอบคลุมไกลถึงเลบานอน ยันที่ราบสูงโกลาน ตอนนี้กำลังฝึกสอนการใช้งานให้พลซีเรียอย่างหนัก แถมกองหนุนก็ยกขึ้นมาช่วยพร้อมแล้ว ชั่วโมงนี้ ซีเรียแกร่งเกินห้ามใจ! ตำแหน่งตั้งฐานยิง S-300 มีทั้งหมด 4 ฐาน กินวงรัศมีครอบคลุมได้เกือบหมด ดักคอเครื่องบินอิสราเอลจะเข้ามาซ่าส์ได้อีก เกมส์นี้ใกล้เวลาปิดฉากแล้ว มันมาถึงจุดสุกงอมและพร้อมแลกเพื่อชิงพื้นที่ได้เปรียบ ฝ่ายนึงปกป้องแผ่นดินเกิด ฝ่ายนึงปล้นสะดมภ์ชาวบ้านเค้า น่านฟ้าซีเรียรัสเซียคุมหมด ภาคพื้นหน่วยทหารราบพร้อมหน่วยพิเศษพร้อมลุย รถถัง T-90 พร้อมเปิดทาง เคลียร์พื้นที่ราบให้ โจมตีทางอากาศ ทางบก ทางเรือถูกดักทางไว้หมด คงต้องอาศัยหน่วยกล้าตายแล้วมั้ง ถึงจะกล้ายกพลขึ้นบกลุย เพราะกองเรือจะถูกกำจัดก่อนเป็นสิ่งแรก หากโจมตีก่อน!

-------------------------------------------------------------------------—
ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ / ความคืบหน้าของจรวดแซมชนิด S-300 :

ตกลงรัสเซียจะมอบจรวดแซมชนิด S-300 ให้รัฐบาลซีเรียตามที่เสนอข่าวไปแล้วทั้งหมด ๔ ฐานยิง (Batteries) ถ้าได้มา รัศมีทำการจะครอบคลุมทั้งที่ราบสูงโกลันและประเทศเลบานอนครับ อาจจะใช้เวลาสักหน่อยในการฝึกทหารซีเรียให้ใช้งานได้คล่องครับ นี่แหละครับคือพระเจ้าตัวจริงที่คุ้มครองชาวซีเรียจากเครื่องบินรบข้าศึก รัฐทุ่มเทซื้อจรวดที่นักวิทยาศาตร์ผลิตมาคุ้มครองน่านฟ้าประเภทนี้ได้มากเพียงไร? ประชาชนก็จะปลอดภัยจากข้าศึกศัตรูได้เพียงนั้น

๒๕ เมษายน ๒๕๖๑

https://www.facebook.com/The.Dragon.SY/videos/pcb.900285670136516/900285320136551/?type=3&theater

------------------------------------------------------------------
หมี CNN
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25,04, 2018, 21:38:47 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
25,04, 2018, 21:41:00
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #23 เมื่อ: 25,04, 2018, 21:41:00 »

ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งได้เสียสมดุลในการดำเนินวิเทโศบาย หรือการดำเนินนโยบายต่างประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว กำลังเกิดวิกฤติอย่างร้ายแรงที่สุดนับแต่ได้มีการสถาปนาประเทศนี้หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมา

คือได้เกิดความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรงทั้งภายในวงอำนาจรัฐของราชวงศ์ชาอุด ทั้งระหว่างอำนาจรัฐกับประชาชน ทั้งระหว่างประเทศซาอุกับประเทศอิสลามต่างๆ ซึ่งขยายตัวรุนแรงในทุกวงทุกระดับ

จนเกิดเหตุการณ์ก่อรัฐประหารขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตามข่าวระบุว่าเป็นการรัฐประหารของผู้สูญเสียประโยชน์หลายกุล่ม โดยเฉพาะเชื้อพระวงศ์สายสกุลต่างๆ ของตระกูลชาอุด รวมทั้งนายทหารและนักธุรกิจอีกจำนวนมาก จนกระทั่งปรากฏข่าวว่ากษัตริย์ซัมมานและมกุฎราชกุมาร ต้องหลบภัยไปอยู่ในการอารักขาของกองทหารสหรัฐ

ดังนั้นจึงเป็นอุทาหรณ์หรือบทเรียนที่ประเทศใดก็ตามที่เสียดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะต้องพิจารณาใคร่ครวญและทบทวนให้จงดี จะได้ป้องกันแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นในบ้านเมืองของตน ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยของเราก็ออกอาการเสียดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนแทบจะรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ไปแล้ว

นั่นหมายถึงทิศทางที่ก้าวไปจะเพิ่มความเสี่ยงภัยอันตรายทั้งแก่ประเทศชาติ สถาบันต่าง ๆ และประชาชนมากขึ้นทุกที จึงจำเป็นต้องรีบศึกษาบทเรียนเพื่อจะได้รั้งม้าไว้ที่ริมหน้าผาได้ทันท่วงที

ประเทศซาอุดิอาระเบียสถาปนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของอังกฤษที่ได้ตกลงร่วมประโยชน์กับหัวหน้าเผ่าอาหรับแห่งตระกูลชาอุดและคณะ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดนิกายวาฮาบีในอิสลามที่เงียบหายไป หลังสงครามใหญ่ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของอิหม่ามอาลี ซึ่งเป็นองค์ปฐมแห่งการก่อตั้งนิกายชีอะห์

ได้มีการใช้ชื่อคาบสมุทรอาระเบียกับชื่อตระกูลชาอุด สนธิกันเป็นชื่อประเทศว่า ซาอุดิอาระเบีย และอังกฤษได้สนับสนุนกำกับดูแลตลอดมา จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษอ่อนแอลงเพราะผลจากการก่อสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ไม่สามารถกำกับดูแลต่อไปได้ จึงถ่ายโอนการกำกับดูแลนี้ให้แก่สหรัฐ โดยมีหน่วยงานของกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบ

หลังจากนั้นปรากฏการณ์สำคัญของความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับซาอุดิอาระเบียก็เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อทั่วโลก กล่าวคือ

ประการแรก ศูนย์กลางนิกายซุนหนี่ที่อียิปต์ และศูนย์กลางนิกายซีอะห์ที่อิหร่านถูกกระทำให้อ่อนแอลง โดยผลของสงคราม 6 วัน ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มประเทศอาหรับ และโดยการเข้าครอบงำอิหร่าน จนเป็นเหตุให้เกิดการปฏิวัติอิสลาม ที่นำโดยท่านอิหม่าม โคมัยนี่ ทำให้สาธารณรัฐอิสลามแห่งแรกเกิดขึ้นในโลก

ประการที่สอง ซาอุดิอาระเบียได้กลายเป็นศูนย์กลางของนิกายวาฮาบี และกลายเป็นผู้นำของกลุ่มประเทศอาหรับ ได้เป็นแก่นกลางในการก่อตั้งกลุ่มประเทศสันนิบาตอาหรับ และองค์กรอื่นๆ รวมทั้งโอเปก ที่ควบคุมกิจการพลังงานของโลก

ประการที่สาม การใช้เงินดอลล่าร์สหรัฐเป็นสกุลเงินในการซื้อน้ำมันของโลก เกิดระบบเปโตร์ดอลล่าร์ขึ้นในโลก จนทำให้สหรัฐสามารถพิมพ์ธนบัตรได้โดยไม่ต้องมีทองคำ หรือเงินตราต่างประเทศหนุนหลังอีกต่อไป

ประการที่สี่ ราชวงศ์ชาอุดกลายเป็นราชวงศ์ที่มั่งคั่งของโลก และดำเนินการขยายนิกายวาฮาบีไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก โดยเฉพาะการขยายตัวเข้าไปกลืนกินทำให้มุสลิมนิกายอื่นเข้ารับวาฮาบี ล่าสุดก็คือที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และพม่า ซึ่งนิกายวาฮาบีนั้นมุ่งเน้นในการเชิดชูคำสอนเรื่องสงครามศาสนา และการพลีชีพเพื่อศาสนา หรือชาฮิต

ปรากฏว่าในขณะที่ปรากฏการณ์ทั้งสี่ประการเกิดขึ้นนั้น สหรัฐและนาโต้ก็ได้ขยายแสนยานุภาพจนเป็นมหาอำนาจหลักของโลก คือมีฐานทัพบนบกกว่า 800 แห่ง มีกองเรือควบคุมมหาสมุทรและน่านน้ำต่าง ๆ ทั่วโลก และเข้าไปครอบงำครอบครองทรัพยากรต่าง ๆ ในทุกประเทศทั่วโลก

การดำเนินการมากหลายที่เกี่ยวข้องกันนี้ทำให้สถานการณ์โลกพัฒนาไปสู่ขั้นใหม่ คือ การเกิดขึ้นขององค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นองค์กรคู่กรณีโดยตรงของนาโต้ โดยมีรัสเซียและจีนเป็นศูนย์กลางหลัก และมีประเทศสมาชิกกว่า 20 ประเทศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรจนเจ็บปวดสาหัสมาแล้วทั้งสิ้น ดังนั้น ด้วยขนาดประเทศที่ใหญ่ลำดับต้นของโลก ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก และความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นจึงทำให้องค์การนี้ยืนขึ้นได้

ในขณะเดียวกัน สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านและเกาหลีเหนือ ก็ประสบความสำเร็จและเข้มแข็งเติบใหญ่ชนิดผิดคาด และต่างก็เป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในความครอบครองเสมอกัน

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ยุโรปอ่อนแอลง และกลายเป็นประเทศผู้บริโภคด้วยลัทธิประชานิยมตามอย่างสหรัฐ ในขณะที่ญี่ปุ่นก็เสื่อมโทรมด้วยโรคสังคมที่หมกมุ่นอยู่กับเทคโนโลยีและกลไกที่ไร้สาระ จนทำให้ประชาชาติรุ่นใหม่ของญี่ปุ่นกลายเป็นกลุ่มคนประหลาดของโลก

สภาพในตะวันออกกลางก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างใหญ่หลวง ที่สำคัญคือ

ประการแรก ในขณะที่ซาอุดิอาระเบียกำลังก้าวไปในทิศทางทุนนิยมเผด็จการ อิหร่านกลับก้าวไปสู่รัฐศาสนาตามแบบอย่างในสมัยพระศาสดา และกลายเป็นศูนย์กลางการนำของนิกายชีอะห์ที่ขับเคี่ยวกับซาอุดิอาระเบีย และกำลังก้าวไปสู่บทพยากรณ์ถึงกาลสิ้นสุดและการอุบัติขึ้นของพระผู้มาโปรดพระองค์ใหม่ คือ อิหม่ามมะห์ดี

ประการที่สอง อิหร่านได้ดำเนินนโยบายแนวร่วมระหว่างซีอะห์และซุนหนี่ต่ออียิปต์ เพื่อรับมือกับวาฮาบี

Paisal Puechmongkol
บันทึกการเข้า

 
25,04, 2018, 21:43:47
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #24 เมื่อ: 25,04, 2018, 21:43:47 »

... "ทองคำในคลังสำรองของไทยดีดเพิ่มอีก 1.59 ตัน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แตะ 154 ตัน หรือได้กลิ่นอะไรบางอย่าง ? "

... "ทองคำ" ในคลังสำรองในธนาคารกลางของไทย เพิ่มขึ้นแตะระดับ 154 ตัน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018 นี้ หลังจากทรงตัวมาที่ 152.41 ตัน มานานหกปีกว่า ตั้งแต่ปี 2012

... ตั้งแต่ ปี 2000 - 2018 นั้น "ทองคำสำรอง" ของไทยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 108.92 ตัน และก็ไต่มาที่ 152.41 ตันมาหกปีกว่า จนมาปีนี้ เป็นครั้งแรกที่เพิ่มรวดเดียวอีก 1.59 ตันในแค่ไตรมาสแรกของปี 2018 นี้ ที่ถือว่าผิดปรกติของการสะสมทองคำของธนาคารชาติของไทย

... เช่นเดียวกับ "อเมริกา" เองที่ปริมาณทองคำทรงตัวนิ่งที่ 8,133.46 มาตั้งแต่ปี 2008 ตั้งแต่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ที่มาปีนี้ 2018 ก็เพิ่งดีดขึ้นมาที่ 8,134 ตัน หลังจากผ่านมาสิบปีกว่า

... กระแส "การเร่งสะสมทองคำ" ในคลังสำรองในปีนี้ของทั่วโลก จะโดดเด่นกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ "อินเดีย" ที่ทรงตัวมาตั้งแต่ปี 2010 ที่ 577.77 ตัน อยู่ๆก็ดีดขึ้นมาเพิ่มในไตรมาสแรกของปี 2018 นี้ ที่ระดับ 558.10 ตันเช่นกัน

... ขณะที่ “อินโดนีเซีย” เพื่อนบ้านเราที่ทรงตัวที่ระดับ 78.07 จากปี 2014 มาเร่งซื้อทองคำเข้าจากกลางปี 2017 ยาวมาถึงปีนี้ 2018 ที่ 80.06 แล้ว กระแสนี้เป็นเหมือนกันหมดทั่วโลก ทั้ง ลาว พม่า ด้วย

... และ “ฟิลิปปินส์” เพื่อนบ้านอีกชาติของเรา ที่ในปี 2012 ปริมาณทองคำในคลังน้อยกว่าไทย แต่เขาใช้เวลาแค่ปีเดียวตั้งแต่ต้นมกราคม ปี 2017 ถึงต้นปี 2018 นี้ดีดปริมาณทองคำแซงไทยมาอยู่ที่ 196.40 ตัน ในสมัยที่ผู้นำเป็นลุงดูเตอร์เต้ ที่รู้พิษสงของเงินดอลล่าร์และสันดานดิบของอเมริกาอดีตเจ้าอาณานิคมดี แกไม่ชอบอเมริกาอยู่แล้ว เลยไม่ต้องเกรงใจที่จะกั๊กๆ ในการจะสะสมทองคำแทนดอลล่าร์

... หรือว่าคนระดับนักปกครองประเทศเขาจะได้กลิ่นตุๆอะไรชัดกว่า หรือรู้ข้อมูลเชิงลึกกว่าเราชาวบ้านทั่วไป ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวใน “กระแสการเร่งซื้อทองคำเข้าคลัง” แบบผิดสังเกต ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการเร่งสะสมทองคำแบบนี้ เป็นดัชนีที่สำคัญและชัดเจนในการเตรียมความพร้อมก่อนการเกิดเหตุการณ์อย่าง “วิกฤติเศรษฐกิจ และ สงครามใหญ่” ที่ตอนนั้นเงินกระดาษจะไร้ค่า ข้าวปลาอาหารการกิน สินค้าทุกอย่าง เสบียงกองทัพ อาวุธยุทโธปกรณ์ ทุกอย่างต้องซื้อด้วยทองคำ

... Wartime relevance ,
During most of history, a nation's gold reserves were considered its key financial asset and a major prize of war.

... Gold Reserves in Thailand increased to 154 Tonnes in the first quarter of 2018 from 152.41 Tonnes in the fourth quarter of 2017. Gold Reserves in Thailand averaged 108.92 Tonnes from 2000 until 2018, reaching an all time high of 154 Tonnes in the first quarter of 2018 and a record low of 72.59 Tonnes in the first quarter of 2000.

https://tradingeconomics.com/thailand/gold-reserves
https://tradingeconomics.com/united-states/gold-reserves
https://tradingeconomics.com/india/gold-reserves
บันทึกการเข้า

 
25,04, 2018, 22:32:34
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #25 เมื่อ: 25,04, 2018, 22:32:34 »

เอเจนซีส์ - สื่อของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นมิตรกับรัฐบาลซีเรีย รายงานในวันพุธ (25 เม.ย.) ว่าพื้นที่ของฝ่ายต่อต้านในฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงดามัสกัส ตอนนี้ไม่มีพวกกบฏหลงเหลืออยู่ และถูกรัฐควบคุมไว้แล้ว

ภายใต้ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลซีเรียกับพวกกบฏที่ตกลงกันได้เมื่อวันศุกร์ ทำให้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คนของฝ่ายกบฏประมาณ 3,700 คน ต้องออกจากพื้นที่อีสต์กาลามูน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงดามัสกัสไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร

สื่อของฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่า รถบัส 38 คันสุดท้าย ได้เดินทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวเมื่อช่วงรุ่งสางวันพุธ โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นพื้นที่ในจังหวัดอิดลิบและจาราบลัสทางตอนเหนือของซีเรีย

พื้นที่ของฝ่ายกบฏที่อยู่ใกล้ดามัสกัสเหลือเพียงจุดเดียว คือบริเวณที่อยู่ทางใต้ ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)

กองกำลังฝ่ายรัฐบาลซีเรียกำลังทำการบอมบ์พื้นที่แถบนั้นอยู่ ซึ่งมีทั้งค่ายยาร์มูคของผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ รวมถึงเขตฮาจาร์ อัล-อัสวาด กับพื้นที่ข้างเคียงด้วย

ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านและรัสเซีย กำลังหาทางขจัดพวกกบฏออกไปจากพื้นที่ใกล้ดามัสกัส หลังจากเข้าควบคุมเขตกูตา ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ใกล้ดามัสกัสของฝ่ายกบฏเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน
บันทึกการเข้า

 
25,04, 2018, 23:01:43
dr.siah2
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,039


« ตอบ #26 เมื่อ: 25,04, 2018, 23:01:43 »

ยิว ทำได้ทุกอย่าง  ยิงจรวด ใส่ อิหร่าน ในซีเรีย ก็ได้ ถล่ม รัสเซียในซีเรียได้ สุดยอดเลย
สมมุติ เพื่อนบ้านผม ซื้อปืนเข้ามาในบ้าน ผมจะเผา บ้านเขา เพราะว่าเขาอาจจะเอาปืน มายิงผมได้ ผมมีปืนได้บ้านเดียว ผมไมาผิด เพราะผมต่อสู้ เพื่อแผ่นดิน บ้านผมที่ พ่อแม่ผม หามาให้ เลือดนักสู้ผม มันลุกโชน ไม่มีใครมาต่อกรได้ นะจ๊ะ
บันทึกการเข้า
25,04, 2018, 23:32:16
H1N1
super member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1,574



« ตอบ #27 เมื่อ: 25,04, 2018, 23:32:16 »


ติดตามต่อครับ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
+1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29,04, 2018, 13:53:51 โดย H1N1 » บันทึกการเข้า
26,04, 2018, 01:18:45
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #28 เมื่อ: 26,04, 2018, 01:18:45 »

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน ออกมาแถลงในวันพุธ (25 เม.ย.) ปฏิเสธความพยายามของพวกมหาอำนาจตะวันตกที่จะเขียนข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่ ทั้งนี้ภายหลังผู้นำของสหรัฐฯและฝรั่งเศสเรียกร้องให้จัดทำข้อตกลงฉบับใหม่ที่จะมีเนื้อหาครอบคลุมโครงการขีปนาวุธของเตหะราน ตลอดจนเรื่องที่อิหร่านแทรกแซงกิจการของชาติต่างๆ ในตะวันออกกลาง

“เรามีข้อตกลงที่เรียกว่า JCPOAอยู่แล้ว” รูฮานีระบุในการกล่าวปราศรัยอันเผ็ดร้อน โดยใช้ชื่อทางเทคนิคของข้อตกลงฉบับปี 2015 ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญอยู่ที่อิหร่านยอมตัดทอนโครงการนิวเคลียร์ของตนลงเพื่อแลกเปลี่ยนกับการผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชั่นของยูเอ็นและฝ่ายตะวันตก
บันทึกการเข้า

 
26,04, 2018, 01:19:59
Mandrill
Gun In Thai Mania
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,244



« ตอบ #29 เมื่อ: 26,04, 2018, 01:19:59 »

เอเอฟพี - คูเวตในวันพุธ(25เม.ย.) เผยกำลังขับไล่เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์และเรียกทูตของพวกเขากลับจากมะนิลา ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติต่อลูกจ้างทำงานบ้าน

คูนา สำนักข่าวอย่างเป็นทางการของคูเวตระบุว่าเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์มีเวลา 1 สัปดาห์สำหรับเดินทางออกนอกคูเวต ท่ามกลางข้อพิพาททางการทูตระหว่างสองชาติ อันมีต้นตอเหตุลูกจ้างทำงานบ้านชาวฟิลิปปินส์รายหนึ่งถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศคูเวตเปิดเผยกับเอเอฟพีว่าได้เรียกตัว เรนาโต เปโดร โอวิลา เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์เข้าพบและแจ้งข่าวเกี่ยวกับคำสั่งขับไล่เขาแล้ว

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นแม้ว่าเมื่อวันอังคาร(24เม.ย.) อลัน ปีเตอร์ คาเยตาโน รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้ขอโทษอย่างเป็นทางการ หลังปรากฏวิดีโอพวกเจ้าหน้าที่สถานทูตเข้าช่วยลูกจ้างทำงานบ้านชาวฟิลิปปินส์จากการถูกล่วงละเมิดกระทำทารุณอย่างผิดกฎหมายในคูเวต

คูเวต โกรธกริ้วต่อวิดีโอดังกล่าว โดยบอกว่าปฏิบัติการช่วยเหลือนั้นคือการละเมิดอำนาจอธิปไตยของพวกเขา ซ้ำเติมความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดอยู่ก่อนแล้ว หลังประธานาธิบดีโรดิโก ดูเตอร์เต กำหนดมาตรการห้ามพลเมืองเดินทางไปทำงานในคูเวต ท่ามกลางรายงานข่าวเกี่ยวกับถูกล่วงละเมิดต่างๆ หลังจากพบศพลูกจ้างทำงานบ้านชาวฟิลิปปินส์รายหนึ่งในตู้เย็นของบ้านร้างหลังหนึ่งในคูเวต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน ศาลคูเวตพิพากษาลับหลังจำเลย ประหารชีวิตชายชาวเลบานอนรายหนึ่งและภรรยาชาวซีเรียของเขา โทษฐานฆาตกรรมแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์รายดังกล่าวนามว่าโจแอนนา เดมาเฟลิส

ปัจจุบันมีชาวฟิลิปปินส์เดินทางออกไปทำงานในต่างแดนราวๆ 10 ล้านคนและเงินที่พวกเขาส่งกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนถือเป็นสายใยหล่อเลี้ยงชีวิตของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์

แรงงานทั้งหลายในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียหลายชาติถูกจ้างงานภายใต้ระบบสปอนเซอร์ซึ่งมอบสิทธิแก่นายจ้างสำหรับเก็บพาสปอร์ตพวกเขาเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานต่างชาติสามารถลาออก หรือเปลี่ยนงานโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตก่อน

กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆระบุว่าระบบดังกล่าวเปิดทางให้มีการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานหลายล้านคนในภูมิภาค
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26,04, 2018, 01:22:19 โดย Mandrill » บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 30   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: